[FIC MARKBAM] Complete me #เติมรักมบ

ตอนที่ 5 : อย่าชอบเขาเลย [48%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 587
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    21 พ.ย. 61




Couldn't love him... I don't want to see your pain again.

อย่ารักเขาอีกเลยนะ... ผมไม่อยากเห็นความเจ็บปวดของคุณอีกแล้ว





                เป็นอีกวันที่แบมแบมนอนอยู่ที่ห้องของคุณมาร์ค และสาเหตุก็คือ 'ป้านวล' ก็ป้าแกเล่นเอาผ้าห่มและเครื่องนอนไปซักทั้งหมด แต่มันยังไม่แห้งจนสามารถใช้งานได้นั่นล่ะนะ
                แต่ที่ยังรู้สึกแปลกใจเหมือนเดิมเลยคือ เขาตื่นขึ้นมาบนเตียงของคุณมาร์คอีกแล้ว!! โธ่เอ้ย แบมแบม! หัดขี้ละเมอแบบเกรงใจเจ้าของห้องหน่อยได้มั้ยเล่า เดี๋ยวคุณมาร์คก็นอนโซฟาจนปวดหลังตายพอดี

                และเป็นเหมือนเช่นเมื่อวานที่เขาตื่นก่อนคุณมาร์ค ทำธุระส่วนตัว แล้วก็เดินลงไปเข้าครัว เหตุการณ์มันช่างคุ้นตาเสียจริง อ้อ.. ก็เพิ่งทำแบบนี้ไปเมื่อวานนี่นะ
 
                 หากแต่จะต่างกันก็ตรงที่วันนี้คุณมาร์คไม่ได้ลงมาตอนเขาทำมื้อเช้าเสร็จและป้านวลก็ไม่ได้มาช่วยเหมือนเมื่อวาน แต่ก็นะ..เขาไม่อยากรบกวนเวลานอนของคุณมาร์คหรอก เพราะฉะนั้นการที่คุณมาร์คยังนอนอยู่น่ะดีแล้ว

                 พอเสร็จงานครัวแล้วจะทำอะไรต่อดีล่ะเนี่ย อืมมม...

                 เมื่อหันซ้ายแลขวาไปมา คนตัวเล็กก็พบว่าต้นไม้หน้าบ้านนั้นยังไม่มีใครไปรดน้ำเลย ซึ่งดูแล้วมันก็น่าสงสารนะถ้าหากพวกมันไม่ได้รับการดูแล
                 ดังนั้นแบมแบมจึงไม่รอช้าที่จะเดินไปหยิบสายยางแถวนั้นพร้อมเปิดน้ำแล้วเดินไปฉีดใส่ต้นไม้อย่างสนุกสนานทันที


                 แดดอ่อนๆในยามเช้าส่องต้องผิวเนียนยิ่งช่วยขลับให้มันดูขาวผ่องขึ้นไปอีกระดับ สายลมเย็นในฤดูไปไม้ร่วงพัดเอื่อยมาปะทะผิวกายให้พอได้รู้สึกเย็นสบาย ส่งผลให้ร่างบางเผลอฮัมเพลงออกมาอย่างอารมณ์ดี 

                  "ฮึ่ม ฮึม ฮึ้มมม~ Sweet talk to me babe~ Sweet magical~ สวีท ลั้ล ลา บายย~"

                  เสียงใสเปลี่ยนจากการฮึมฮัมมาเป็นร้องออกเสียงเจื้อยแจ้วเมื่อถึงท่อนที่จำได้ ปกติแล้วแบมแบมไม่ค่อยได้ฟังเพลงหรอก แต่เผอิญว่าเพลงนี้น่ะเดินไปไหนก็ได้ยิน จึงไม่แปลกที่เขาจะฟังมันจนร้องได้

                  แต่นักร้องตัวน้อยจะรู้หรือไม่ ว่าเสียงร้องของตัวเองนั้นได้ปลุกเจ้าของบ้านให้ตื่นขึ้น พร้อมทั้งออกมายืนมองดูเขารดน้ำต้นไม้เป็นนานสองนานแล้ว 
                  ทั้งที่จริงเขาควรจะไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยและรีบเข้าบริษัทแท้ๆ แต่ภาพตรงหน้ามันกลับตรึงให้เขาอยู่กับที่จนยากที่จะละสายตาไปทำอย่างอื่น

                  "เคยรู้ตัวบ้างมั้ยนะ ว่าตัวเองน่ารักขนาดไหน"

                  เป็นเพียงคำพูดที่เปล่งออกมาจากเสียงอันแผ่วเบาของร่างสูง 
                  ใช่... เขาไม่ได้หวังให้ใครมารับรู้ แต่ก็ไม่ได้กลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเช่นกัน เพราะเขาเพียงแค่ย้ำกับตัวเองด้วยคำพูดเฉยๆว่า เด็กตรงหน้านี่ช่างน่ารักจริงๆ

                  "โฮ้งๆ แฮ่กๆ" 

                  จู่ๆก็มีเสียงเห่าเล็กๆดังขึ้นจากด้านหลัง ส่งผลให้คนที่กำลังรดน้ำต้นไม้ด้วยอารมณ์สุนทรีย์อยู่นั้น หยุดฮัมเพลงพร้อมทั้งปิดน้ำ ก่อนจะหันมาสนใจกับต้นตอของเสียงอย่างเจ้าตัวเล็กสีขาวที่กำลังจ้องมาที่เขาตาแป๋วแทน

                  "ไง เจ้าหมาน้อย น่ารักจังเลยยย มาจากไหนเนี่ย หื้มมม"
                  "หงิ๋งงง"
                  "ฮะๆ แกพยายามตอบฉันหรอ แต่ฉันฟังภาษาแกไม่รู้เรื่องอ่ะ"
                  "มันบอกว่าชื่อโคโค่น่ะ"

                  ร่างเล็กที่กำลังให้ความสนใจกับลูกหมาตัวน้อยอยู่นั้นถึงกับสะดุ้งนิดๆ ก่อนจะค่อยๆหันไปหาต้นตอของเสียงก็พบร่างสูงยืนมองเขาอยู่ตรงระเบียงพลางส่งยิ้มให้นัอยๆ แบมแบมจึงไม่รอช้าที่หันไปโบกมือให้คุณมาร์คแล้วเอ่ยคำทักทายยามเช้าอย่างอารมณ์ดี

                  "อรุณสวัสดิ์ครับคุณมาร์ค แบมทำคุณตื่นรึเปล่าอ่ะ?"
                  "เปล่าหรอก ฉันตื่นเองน่ะ"
                  "อ้อ ครับ เอ่อ..คุณมาร์คครับ แบมว่าคุณมาร์ครีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาทานข้าวเช้าดีกว่านะครับ เดี๋ยวจะไปทำงานสายเอา"

                  มาร์คพยักหน้ารับน้อยๆโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องร่วมสิบนาที ด้านแบมแบมที่เห็นว่าคุณมาร์คตื่นแล้วก็อยู่เล่นกับหมาน้อยที่เพิ่งรู้ว่าชื่อโคโค่ต่ออีกนิดหน่อย ก่อนจะเก็บสายยางกลับเข้าที่เดิม แล้วเดินเข้าไปล้างมือในครัวเพื่อมาเตรียมอาหารเช้าให้คุณมาร์ค

                  "วันนี้มีอะไรกินน่ะ กลิ่นหอมเชียว"
                  "ข้าวผัดกับต้มจืดมันฝรั่งน่ะครับ คุณมาร์คจะ.. เอ๊ะ คุณมาร์ค ทำไมใส่ชุดนี้ล่ะครับ!"

                  แบมแบมที่กำลังตักต้มจืดหันมามองร่างสูงที่ใส่ชุดที่คล้ายกับชุดวอร์มไปออกกำลังกาย ซึ่งมันเป็นชุดปกติที่คุณมาร์คใช้ใส่อยู่บ้าน นั่นยิ่งทำให้คนตัวเล็กไม่เข้าใจใหญ่เลยว่า 

               ทำไมคุณมาร์คไม่ใส่สูทเหมือนกับวันแรกที่เขาไปสัมภาษณ์งานล่ะ? 

                  หรือประธานบริษัทจะใส่ชุดไหนไปทำงานก็ได้หรือ?

                  "ทำหน้าสงสัยอะไรของนายน่ะ ตักข้าวมาได้แล้วฉันหิว" 

                  ร่างสูงเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม แต่กลับสั่งให้คนตัวเล็กตักข้าวเช้ามาให้แทน ซึ่งนั่นทำให้ความสนใจของแบมแบมเปลี่ยนแปลงไปได้พอสมควรเลยทีเดียว
                  
                  "คุณมาร์คหิว.. ฮะๆ ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นนะครับ"

                  ร่างบางว่าพร้อมส่งยิ้มตาหยีให้กับคนที่กำลังทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ แล้วหันกลับไปตักข้าวมาให้ตามคำสั่ง ก่อนจะยกมาเสิร์ฟให้เจ้าของบ้านถึงที่ 

                  วันนี้มีแค่เขากับคุณมาร์คที่นั่งทานข้าวกันอยู่สองคนไม่ได้มีป้านวลอยู่ด้วยเหมือนเมื่อวาน และนั่นทำให้คนขี้สงสัยมองไปทางคุณมาร์คก่อนจะอ้าปากเพื่อเอ่ยถาม

                  "ป้านวลขอไปเยี่ยมหลานที่ต่างจังหวัด เพราะหลานแกป่วยน่ะ"
                  "อ้ะ.. คะ คุณมาร์ครู้ได้ไงครับเนี่ยว่าแบมจะถามหาป้านวลอ่ะ!"

                  คนถูกถามเม้มปากเล็กน้อยคล้ายจะกลั้นขำ แหม.. เล่นชะเง้อหาขนาดนั้นเขาไม่รู้เลยมั้งน่ะ ร่างสูงกระแอมออกมาเบาๆก่อนจะเอ่ยปากตอบคำถามของแบมแบม

                  "ฉันเดาน่ะ"
                  "หู้ย เดาเก่งกว่าหมอดูแถวบ้านแบมอีกอ่ะ.."

                 คนตัวเล็กก้มหน้าพึมพำเบาๆกับตัวเอง แต่มันก็ยังคงดังพอที่จะทำให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ยินคำพูดนั้นจนเผลอหลุดยิ้มออกมา อีกแล้ว..

                 "เอ้อ คุณมาร์คครับ"
                 "หืม?"
                 "คุณมาร์คยังไม่ตอบแบมเลยนะครับว่าทำไม คุณมาร์คถึงแต่งตัวแบบนี้"

                 ยังไม่ลืมอีกหรอเนี่ย? เชื่อเขาเลยแฮะ คงมีแต่ต้องตอบออกไปจริงๆสินะ

                 "ว่ายังไงครับคุณมาร์ค นี่มันก็แปดโมงครึ่งแล้วด้วย จะไม่เข้าบริษัทรึไงครับ?"
                 "ก็ไม่เชิงนะ"
                 "หมายความว่ายังไงหรอครับ?"

                 คำว่าไม่เชิงของคุณมาร์คนี่มันทำเขางงจริงๆนะ จะเข้าแต่ไม่เข้าอย่างงี้หรือ? เอ๊ะ หรือมันยังไงกันหว่า? งงอ่ะ

                 มาร์คมองคนตัวเล็กที่กำลังเอียงคอพร้อมส่งสายตาที่ฉายแววสงสัยมาทางเขาด้วยความเอ็นดู ฮื่มม น่าเอ็นดูจนอยากจะเอื้อมมือไปลูบหัวเล่นจริงๆ
                 คิดไปก็หวั่นไหวเอง คนตัวโตเสหน้ามองไปทางอื่นก่อนจะอ้อมแอ้มตอบอีกฝ่ายเสียงแผ่ว

                 "ก็..เข้าบริษัทอยู่ แต่ว่าเข้าไปแป๊บเดียวเพราะจะอยู่สอนงานนายไง.."
                 "อ๋อออ งั้นคุณมาร์คค่อยกลับมาสอนก็ได้ครับ แบมสอนไม่ยากหรอก แถมบริษัทก็สำคัญกว่านะครั..."
                 "แต่เรื่องสอนงานนายก็สำคัญนะ"

                 ก่อนที่ร่างบางจะพูดจบจู่ๆมาร์คก็พูดแทรกขึ้นมาเสียอย่างนั้น ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้ทั้งคนพูดและคนฟังเกิดอาการร้อนผ่าวๆที่ใบหน้าและใบหูอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งที่มันก็ไม่ใช่คำพูดที่ชวนให้เขิน แต่เจตนารมณ์ของเจ้าของประโยคเมื่อครู่นั้น มันฟังดูเหมือน.. เขากำลังให้ความสำคัญกับคู่สนทนา

                 "บะ แบมไม่สำคัญเท่าบริษัทหรอกครับ เนาะคุณมาร์ค" พูดไปก็ส่งยิ้มเจื่อนแกมเคอะเขินกลับไปให้คุณมาร์ค
                 "ก็ถ้าไม่สำคัญ ฉันจะอยู่หรอ? ไม่สิ.. ฉันหมายถึงถ้าฉันทำงานฉันก็คงเหนื่อยเกินกว่าจะสอนงานนายได้ล่ะนะแบมแบม"

                 ประโยคแรกมันคืออะไรกันนะ.. เหมือนคุณมาร์คจะพูดผิด แต่.. ก็ดูเหมือนว่าตั้งใจจะพูด แต่ก็แบบ.. โอ้ยย ทำไมต้องใจสั่นด้วยล่ะแบม! คุณมาร์คเขาแค่ตั้งใจจะบอกว่าเหนื่อยเพราะทำงานก็แค่นั้นเอง

                 เกือบไปแล้วไง นี่เขาตั้งใจจะพูดอะไรออกไปให้คนตรงหน้ารู้กันแน่เนี่ย..

                 "ฟู่ววววว"
                 "ฟู่ววววว"

                 อ้าว เกิดถอนหายใจพร้อมกันกับคุณมาร์คอีก ไม่ไหวๆ อยู่กินข้าวด้วยกันตรงนี้ไม่ไหวแล้ว เหมือนโรคหัวใจจะกำเริบ บอกตามตรงเลยว่าน้ำซุปในหม้อก็ร้อนสู้หน้าเขาตอนนี้ไม่ได้ นี่คาดว่าถ้านั่งนานกว่านี้อีกนิดเดียวนะ หน้าเขาคงร้อนจนใช้ทอดไข่ได้เลยมั้ง!

                 "นายหน้าแดง"
                 "..."

                 ถ้าคุณมาร์คจะตอกย้ำและซ้ำเติมกันขนาดนี้ เชื่อแล้วว่า เขาไม่ควรอยู่ตรงนี้จริงๆด้วย ถ้าไม่อยากให้หัวใจทำงานหนักเขาต้องลี้ภัยอย่างเดียวเท่านั้น!!

                 "ผะ ผม.. แบม แบมอิ่มแล้วครับ ทานไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวแบมเอาจานไปเก็บก่อนนะครับ"
                 "นายจะปล่อยให้ฉันกินข้าวคนเดียวจริงๆหรอแบมแบม?"

                 ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

                 "ก็ถ้าคุณมาร์คจะใส่ฟีลลิ่งในการพูดพูดขนาดนี้.. แบมคงไปไหนไม่ได้แล้วล่ะครับ ขาไม่มีแรงเดินแล้ว.." คนตัวเล็กเอ่ยออกมาพร้อมกับค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งที่เดิม

                 "หืมม" ร่างสูงส่งเสียงเอ่ยถามในลำคอพลางละสายตาออกจากจานข้าวตรงหน้า เพื่อจะได้มองเห็นหน้ากลมนั่นได้ชัดๆ

                 "แบมไม่มีแรงแล้วครับ หัวใจทำงานหนักเกินไป แต่เดี๋ยวนั่งรอเป็นเพื่อนจนกว่าคุณมาร์คจะทานข้าวเสร็จก็ได้ครับ"
                 "นายไม่ได้เป็นโรคหัวใจจริงๆใช่มั้ย?"
                 "จริงสิครับ ...แบมก็เป็นเฉพาะตอนอยู่กับคุณมาร์คนั่นแหละ.." 

                  ประโยคแรกนั้นพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ประโยคหลังนั้นแบมแบมตั้งใจพูดให้เสียงเบาที่สุด เพราะถ้าคุณมาร์คเกิดได้ยินเข้า เขาอาจจะโดนแอทแทคจากคำพูดตรงไปตรงมาของคุณมาร์คอีกระลอกก็เป็นได้

                   "หืม เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ?" เขาถามไปอย่างนั้นแหละ นั่งกันอยู่แค่นี้ทำไมจะไม่ได้ยิน 
                   "เปล่านี่ครับ สงสัยว่าแบมจะละเมอ"
                   "ละเมอตอนตื่นเนี่ยนะ?"
                   "ครับ เอ้ออ  คุณมาร์คอ่ะ เลิกถามแบมได้แล้ว รีบทานเถอะครับไหนว่าจะสอนงานให้แบมไง"
                   "เดี๋ยวนี้นายกล้าสั่งฉันหรอแบมแบม?"
                   "ก็... แบมไม่คุยกับคุณมาร์คแล้ว บุ่ยย"
                   "หึ"

                   เด็กน้อยเอ้ย ทำไมต้องงอนได้น่ารักแบบนี้นะ ยิ่งเห็นแก้มป่องๆที่กำลังพองลมอยู่ก็ยิ่งหมันเขี้ยวจนอยากจะเอื้อมมือไปบีบแรงๆสักสองสามที แต่ก็นั่นแหละ มันไม่ใช่สิ่งที่เขาควรทำในฐานะเจ้านายสินะ เพราะฉะนั้นสิ่งเขาทำได้ในตอนนี้คือ...

                    นั่งกลั้นยิ้มตอนกินข้าว... 

                    ให้ตายสิ นี่เขาต้องกลั้นยิ้มอีกแล้วหรือ?



                  หลังจากที่รอคนเป็นเจ้านายทานอาหารเช้าจนเสร็จ คนตัวเล็กก็อาสาไปล้างจานแทนป้านวลทันที แม้คุณมาร์คจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำก็ตาม เพราะถึงอย่างไรป้านวลแกก็ฝากให้คนอื่นมาทำงานภายในแทนแกอยู่แล้ว แต่แบมแบมก็ยังยืนยันที่จะทำให้อย่างเต็มใจ

 

                  เมื่องานบ้านถูกคนอย่างแบมบแบมจัดการตามความพอใจแล้ว เจ้าตัวก็รีบวิ่งแจ้นมาหาคุณมาร์คเพื่อรอรับการสอนงานทันที ในคราแรกเขาคิดว่างานผู้ช่วยนั้นคงจะคล้ายกับเลขาและหนักพอกัน แต่ก็มารู้จากคุณมาร์คทีหลังว่า เขาอาจจะต้องก้าวก่ายชีวิตของคุณมาร์คมากกว่าหน้าที่ของเลขา

                  แต่คุณมาร์คบอกว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะเขาได้ก้าวก่ายชีวิตของคุณมาร์คตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกันแล้ว(ทำไมรู้สึกตงิดแปลกๆนะ?)

 

                  หลังจากที่คุยเรื่องสัพเพเหระเสร็จสรรพแล้ว คนตัวสูงก็พาเขามานั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกของบ้านพร้อมเอกสารกองหนึ่งซึ่งแน่นอนว่าตัวหนังสือภายในนั้นสร้างความมึนงงให้คนตัวเล็กได้พอสมควร

 

                  เหมือนเอาหนังสือแฮรี่พอตเตอร์ทุกภาควางเรียงกันเป็นตั้งเลยครับ..

 

                  ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นแว้บนึงอย่างต้องการเก็บซ่อนอารมณ์ขบขันไว้ภายใน เนื่องจากหน้าตาเหวอๆของอีกฝ่ายช่างดูตลกเสียเหลือเกิน ก็นะ ตั้งแต่วันสัมภาษณ์แบมแบมก็สารภาพออกมาจนหมดเปลือกแล้วหนิว่าไม่ได้เรียนมาทางสายนี้ เพราะงั้นก็ไม่แปลกหรอกที่จะทำหน้าตาสยองแบบนั้น

 

                   แบมแบมได้แต่ลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่เมื่อรู้สึกว่าการที่ตัวเองบอกว่าเรียนรู้เร็วนั้น จนถึงตอนนี้มันก็เริ่มไม่เร็วเสียแล้วสิ เอกสารที่คุณมาร์คให้มามีแต่เรื่องที่เขารู้ผ่านๆทั้งนั้นเลย สมองตอนนี้เลยเร็วกว่าหอยทากได้นิดเดียวเอง พอเริ่มอ่านไปได้สักพักร่างบางก็ได้แต่ส่งยิ้มแหยๆให้เอกสารตรงหน้าสลับกับใบหน้าของคนตัวโตที่ยืนจ้องเขาไม่ไปไหน

 

                   แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้รับความเห็นใจจากคนเป็นเจ้านายเหมือนกับเรื่องอื่นๆ ราวกับว่าโหมดจริงจังของคุณมาร์คได้ตื่นขึ้นแล้ว แล้วมันก็ดูน่ากลัวพอสมควร เพราะคุณมาร์คเขาแทบจะไม่มีการยิ้มออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เขาขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ใจแป้วมากๆ  

                   แถมมีบางครั้งที่เขาทำผิดพลาดในจุดที่คุณมาร์คสอนไปแล้ว คิ้วของคุณมาร์คนี่ถึงกับกระตุกพรึ่บเลยครับ

 

                   หลายครั้งที่คนตัวเล็กแอบเสียวสันวาบในตอนที่ร่างสูงเดินผ่าน อืม..จะใช้คำว่าแอบก็คงไม่เหมาะเพราะเจ้าตัวเล่นสะดุ้งให้เห็นโต้งๆเลย แต่ในขณะที่คนน่ารักกำลังเครียดจนเหงื่อตกนั้น เขาได้หารู้ไม่ว่าเจ้านายตัวร้ายของตัวเองแอบหัวเราะกับท่าทางเกร็งๆนั่นตอนเดินคล้อยหลังไปตั้งกี่รอบแล้ว

 

                   และไม่ช้าไม่นานเวลาก็ดำเนินมาจรดเที่ยงวันอย่างรวดเร็ว พร้อมเอกสารที่ร่างบางใช้ในการศึกษาข้อมูลนั้นพร่องไปกว่าครึ่ง ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ในตอนนี้คนที่กำลังเป็นอาจารย์จำเป็นควบตำแหน่งเจ้านายนั้นบอกให้เขาพักก่อน

 

                   ทันทีที่ได้ยินแบมแบมไม่รอที่จะฟังเหตุผลด้วยซ้ำว่าให้พักเพราะอะไร หรือตอนนี้เวลาเท่าใดแล้ว เพราะเด็กแก้มป่องคนนี้รู้แค่ว่า พักก็คือพัก

     

                   แต่คำว่าพักของคุณมาร์คนั้นมีคำว่าข้าวเที่ยงรวมอยู่ด้วย เขาจึงถูกอีกฝ่ายเรียกตามไปขึ้นรถเพราะจะออกไปทานข้าวข้างนอก แต่ถึงอย่างนั้นแบมแบมก็ยังงงอยู่ดีเพราะอาหารที่เขาทำไว้เมื่อเช้าก็ยังมีอยู่แถมเขาเก็บใส่ตู้เย็นไว้อย่างดี อุ่นแค่แป๊บเดียวก็ทานได้แล้ว ทำไมคุณมาร์คต้องขยันออกไปไกลด้วย หรือวันนี้อาหารฝีมือเขาไม่อร่อย?

 

                  และเช่นเคย การที่คนตัวเล็กนั้นจะเก็บความสงสัยไว้ก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากสักหน่อย เขาจึงโพร่งคำถามใส่คุณมาร์คอย่างไม่มีปีมีขลุ่ยทันที

 

                  “คุณมาร์คครับ ทำไมถึงออกมาทานข้าวข้างนอกล่ะครับ วันนี้แบมทำอาหารไม่อร่อยใช่มั๊ยอ่ะ ไม่อร่อยก็บอกกันตรงๆสิครับจะแกล้งชมให้ดีใจทำไม”

                  หืม?

 

                 คนตัวโตย่นคิ้วเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเองว่าคนข้างกายที่กำลังนั่งคว่ำปากพร้อมเสมองไปทางอื่นนั้นเกิดจากการงอนเขาเรื่องอะไร ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วจะไม่ต้องคิดก็ตามเพราะในคำถามก็บอกอยู่โต้งๆ

 

                  ไม่ใช่อย่างนั้น ก็ที่ฉันบอกนายไปไงแบมแบมว่าวันนี้จะเข้าบริษัท ลืมแล้วรึไง? นี่ฉันเลยกะว่าจะออกมากินข้าวไปด้วยเลยจะได้ไม่เสียเวลา แล้วก็นะ.. เลิกทำปากคว่ำได้แล้วเดี๋ยวแก้มมันจะย้อยกว่าเดิมนะรู้รึเปล่า

                  คุณมาร์คพูดจริงนะครับ?

                  ฉันจะโกหกนายทำไมล่ะ บ๊องรึไง

                  ฮ้า~ ค่อยสบายใจหน่อย แต่ถ้าแบมทำไม่อร่อยจริงๆคุณมาร์คต้องรีบบอกแบมนะครับ อย่าทน

 

 

                  ร่างสูงชำเลืองมองเด็กน้อยข้างกายอีกครั้ง เพราะคราวนี้เจ้าตัวอารมณ์ดีผิดกับห้านาทีก่อนลิบลับ กิ้งก่า.. กิ้งก่าแน่ๆ เด็กคนนี้ต้องเป็นกิ้งก่า คิดดูสิว่าคนอะไรจะปรับสภาพอารมณ์ของตัวเองได้เร็วขนาดนั้น แค่ได้คำตอบที่ตัวเองต้องการอีกฝ่ายก็สามารถกลับมายิ้มแก้มแตกได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว เป็นความสามารถที่น่ากลัวจริงๆ

 

                   ขับไปสักพักมาร์คก็พาร่างบางเข้าไปในร้านอาหารที่ดูไม่หรูมากนักเพราะเชื่อเลยว่า หากร้านมันดูแพง อีกฝ่ายก็คงไม่อยากตามเข้าไปด้วยแน่ๆ จากนั้นคนทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้านก่อนจะรีบสั่งอาหารมานั่งทานให้มันเสร็จๆไป เพราะไม่รู้ว่ามีอะไรแปลกๆเกี่ยวกับพวกเขาหรือเปล่าถึงทำให้คนในร้านเทียวมองมาที่โต๊ะของพวกเขาอย่างไม่ขาดสาย

 

                   หลังจากที่จัดการมื้อกลางวันจนอิ่มแปล้แล้ว คนเป็นเจ้านายก็ถือวิสาสะรีบจูงมืออีกฝ่ายออกจากร้านทันที เพราะเริ่มรู้กลายๆแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ดึงดูดสายตาของคนในร้าน ซึ่งนั่นมันทำให้เขาไม่ชอบ ไม่ชอบ และไม่ชอบ อารมณ์หงุดหงิดของเขาจึงถูกระบายออกมาในรูปแบบของการเหยียบคันเร่งแบบปร๊าดเดียวถึงบริษัท ซึ่งก็เพิ่งมาคิดได้ทีหลังว่าคนตัวเล็กที่นั่งมาด้วยจะตกใจหรือเปล่า

                   แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูสนุกกว่าที่คิด เขาก็เบาใจลงไปเยอะ แม้ใจจริงอยากจะขอโทษ แต่อีกฝ่ายก็คงจะไม่เข้าใจหรอกว่าขอโทษทำไม เขาจึงปล่อยเลยตามเลยไปดีกว่า แล้วอีกอย่างก็ตอนนี้มีสิ่งสำคัญกำลังรอเขาอยู่ที่ห้องทำงานด้วย.. งานค้าง

 

                   เมื่อเข้าไปถึงบริษัท มาร์คก็พุ่งตรงไปหาจินทันทีเพราะ คนเดียวเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะไม่แตกตื่นเพราะเขาใส่ชุดนี้ก็น่าจะมีแค่จินยอง

 





                   ยูคยอมกำลังยืนคุยกับคนที่ถูกมุ่งเป้าโดยมาร์คอยู่ตรงที่ถ่ายเอกสาร เขากำลังมีความสุขที่พี่จินกำลังหัวเราะเพราะมุขที่ถูกเค้นออกมาจากสมองน้อยๆนี้ พลันสายตาบวกกับความสูงนั้นทำให้ยูคยอมได้เห็นคนที่ไม่ค่อยอยากจะเห็นสักเท่าไหร่.. บอสมา

                   เป็นจินยองที่จับสังเกตได้ว่ารุ่นน้องคนสนิทที่กำลังหัวเราะอยู่เมื่อครู่ก็เกิดเงียบเสียงไป เขาเรียกอีกฝ่ายตั้งสามครั้งก็ไม่มีเสียงตอบกลับ เมื่อเงยหน้ามองก็พบว่าเจ้าเด็กตัวโย่งกำลังมองไปที่อะไรบางอย่างอยู่ ทำให้อดมองตามไม่ได้ ก่อนที่เขาจะตาเบิกโพลงอย่างดีใจ

 

                   “พี่มาร์ค! พี่มาร์คสวัสดีครับ วันนี้จะเข้าบริษัททำไมไม่โทรบอกจินก่อนล่ะ”

                   “ไม่ล่ะ พี่เข้าแค่แป๊บเดียวกะว่าจะทำงานส่วนที่ต้องใช้เร็วๆนี้ให้เสร็จก่อน แล้วอันที่ไม่รีบพี่จะเอากลับไปทำบ้าน”

 

                   แผ่นหลังของพี่จินที่ห่างออกไปสร้างความเจ็บปวดให้เขาได้พอสมควร ตั้งแต่เริ่มชอบจนถึงตอนนี้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาไม่เคยลดลงเลยสักนิด ระยะห่างของพี่จินกับบอสก็เหมือนกัน แต่ยูคยอมก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการเดินไปสวัสดีบอสเงียบๆแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน

 

                   “อ้อจริงสิระหว่างนั้นพี่ขอฝากเด็กคนนี้กับเราหน่อย”

                   “สวัสดีครับ ผมชื่อแบมแบมนะครับ”

                   เอ่อ สวัสดีครับ พี่.. จินยอง”

                   “แบมแบมเป็นผู้ช่วยของพี่เอง เดี๋ยวจะเริ่มเข้ามาทำงานกับพวกเราอาทิตย์หน้า ยังไงระหว่างที่พี่เคลียร์งานพี่ฝากจินพาแบมเดินดูบริษัทเราหน่อยนะ”

                   “ได้ครับ..”

                   “ขอบใจมาก ส่วนนายแบมแบม อยู่กับจินก็อย่าดื้อล่ะเข้าใจมั๊ย?” มาร์คว่าพลางใช้มือยีกลุ่มผมนุ่มบนศีรษะเล็กอย่างหมันเขี้ยว จนทั้งผมทั้งหน้าของคนตัวเล็กยุ่งไปหมด

 

                   “โถ่ คุณมาร์คก็.. แบมไม่ดื้อหรอกน่า นี่คุณมาร์คเห็นแบมเป็นคนยังไงกันครับเนี่ย”

                   “ก็เห็นว่าดื้อไง ตอนนายอยู่กับฉันทั้งสั่งทั้งเถียง ฉันไปล่ะ”

 

                   มาร์คส่งยิ้มมุมปากให้กับแบมน้อยๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องของตัวเองไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้สนใจเลยว่าเหตุการณ์เมื่อครู่นั้น พวกเขาไม่ได้อยู่กันแค่สองคน

                   จินยองที่ยืนเม้มปากแน่นเพราะความคิดในหัวมันตีกันรวนไปหมด เด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ทำไมถึงได้ดูสนิทกับพี่มาร์คขนาดนั้น แต่ที่สำคัญ..เด็กคนนั้นได้รอยยิ้มจากพี่มาร์ค รอยยิ้มที่แม้แต่เขาก็ยังแทบจะไม่มีโอกาสได้เห็น..


[ 48% ]

#เติมรักมบ

@MTBBgot7Ahgase

แงงงงง เค้ามาช้าอ่ะ ช้ามากๆๆๆ
ขอโทษน๊าารีดเดอร์ทุกคน อยากจะกราบงามๆ
เป็นการขอโทษทุกคนจริงๆเลยอ่ะ ยกโทษให้โหน่ยน๊า
ตอนนี้เปิดเทอมแล้ววว ฮื่อ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #59 Aton7 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 12:19

    แบมน่ารักมากอ่ะ

    #59
    0
  2. #58 Facebook12345 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:53

    น่ารักสดไส

    #58
    1
    • #58-1 Miné_View(จากตอนที่ 5)
      3 มีนาคม 2562 / 18:56
      คุณตามอ่านของเราตลอดเลยอ่ะ เม้นทุกตอนเลย ขอบคุณน๊า
      #58-1
  3. #57 Bms (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 17:32

    สงสารจินอะแต่มองคนที่เขารักเราดีกว่านะจิน คุณมาร์คกับแบมเหมาะกันมากหนูแบมสดใสทำให้มาร์คมีความสุขไปด้วยน่ารักมากกก

    #57
    1
    • #57-1 Point_of_View(จากตอนที่ 5)
      24 พฤศจิกายน 2561 / 08:05
      แต่นี่สงสารยูคค่ะ ฮื่อ พี่จินเอ้ยทำไมไม่เคยสนใจเลยเนาะ
      #57-1
  4. #56 KGXUS8683 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 20:34
    ไรท์รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    มาต่อเร็วๆนะคะไรท์.....
    #56
    1
    • #56-1 Point_of_View(จากตอนที่ 5)
      22 พฤศจิกายน 2561 / 20:39
      จะพยามเร็วจ้ะ ^ ^
      #56-1
  5. #55 pakjiraA1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 17:09
    รอเสมอถ้าไรท์ไม่เท
    #55
    2
    • #55-1 Point_of_View(จากตอนที่ 5)
      22 พฤศจิกายน 2561 / 19:05
      รักมากๆๆ ข่อมค่า จะพยามมาน๊า
      #55-1
    • #55-2 Point_of_View(จากตอนที่ 5)
      22 พฤศจิกายน 2561 / 19:07
      รักมากๆๆ ข่อมค่า จะพยามมาน๊าผ
      #55-2
  6. #54 bbboobb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 21:54

    ต่างคนต่างชัดเจนขนาดนี้แล้วนะคะ


    ยังจะต้องแก้ตัวทำไมอีก
    #54
    1
    • #54-1 Point_of_View(จากตอนที่ 5)
      15 ตุลาคม 2561 / 22:40
      เค้าต้องการการคบหาดูใจ อิ่ๆ
      #54-1
  7. #53 Ingnamboon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 15:16
    โอ้วพี่ ตรงกว่าพี่ก็ไม้บรรทัดแว้วว
    #53
    3
    • #53-2 Ingnamboon(จากตอนที่ 5)
      12 ตุลาคม 2561 / 15:49
      อิอิ ไม่เบานะเนี่ยพ่อพระเอก
      #53-2
    • #53-3 Point_of_View(จากตอนที่ 5)
      13 ตุลาคม 2561 / 13:24
      ถ้าพี่จะขนาดนี้ พี่ขอน้องแต่งงานเลยดีกว่า อะไรๆจะได้ง่ายชึ้น
      #53-3
  8. #51 Jiberita (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 10:07
    คุณมาร์คนี่ไม่ยอมไปืำงานเลยนะคะแหมมมม
    #51
    1
    • #51-1 Point_of_View(จากตอนที่ 5)
      11 ตุลาคม 2561 / 11:22
      หาเรื่องอู้เนาะ 55555
      #51-1