[FIC MARKBAM] Complete me #เติมรักมบ

ตอนที่ 3 : เรื่องของคนแอบชอบ •1•

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    19 ส.ค. 61




You know it’s love when all you want is that person to be happy, even if you’re not part of their happiness.

คุณจะรู้ว่านั่นคือความรัก เมื่อสิ่งที่คุณต้องการทั้งหมดคือให้คนนั้นมีความสุข แม้ว่าคุณจะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของความสุขของเขา



            แบมแบมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่สบายตัวกว่าเมื่อคืน ก่อนจะพบว่าเขานอนอยู่บนเตียง...ของคุณมาร์ค! 
            ตายละวา!! นี่เราละเมอเดินมานอนที่เตียงคุณมาร์คเลยหรอ จะถูกโกรธมั๊ยเนี่ย...  ความคิดมากมายประดังพรั่งพรูเข้ามาในหัวทุยๆของเด็กน้อยก่อนจะคิดได้ว่า แล้วคุณมาร์คล่ะ อยู่ไหน?

            คนตัวเล็กซ้ายหันขวาไปมาอยู่บนเตียงเพื่อมองหาร่างของเจ้าของห้อง พลันสายตาก็ไปสะดุดกับร่างที่กำลังนอนพ่นลมหายใจอย่างสม่ำเสมออยู่บนโซฟาตัวที่เขานอนเมื่อคืน
            'คุณมาร์คต้องโดนเราดิ้นใส่แน่เลย ถึงต้องไปนอนโซฟา ทำไงดีๆ แล้วถ้าคุณมาร์คปวดหลังล่ะ.. โอ้ยแบมเอ้ย! ทำไมต้องนอนละเมอด้วยฮะ! คุณมาร์คต้องลำบากเลยเห็นมั๊ย'

            แบมแบมปล่อยให้คุณมาร์คนอนไปก่อนเพราะเห็นว่ากำลังหลับสบาย พลางหยิบผ้าห่มจากเตียงมาห่มให้คุณมาร์ค ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟันให้เรียบร้อย แล้วเดินลงไปข้างล่างเพื่อหาห้องครัว 
            เขาขอทำข้าวเช้าเป็นการขอโทษคุณมาร์คก็แล้วกัน



            "เอ่อ.. ใช่คุณแบมแบมรึเปล่าคะ?"

            ทันทีที่ลงมาถึงชั้นล่าง เขาก็ถูกคุณป้าวัยห้าสิบกว่าๆเดินเข้ามาทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

            "ใช่ครับ" แบมแบมตอบกลับด้วยท่าทีที่สุภาพพร้อมกับส่งยิ้มกว้างคืนให้อีกฝ่าย
            "น่ารักเหมือนเด็กผู้หญิงเลย ^ ^ ป้าชื่อนวลนะคะ เป็นแม่บ้านของที่นี่"
            "ยินดีที่ได้รู้จักนะครับป้านวล เรียกแบมว่าแบมเฉยๆก็ได้ครับ ไม่ต้องมีคุณนำหน้าหรอก"
            "ก็ได้จ่ะหนูแบม แล้วนี่หนูแบมลงมาทำอะไรข้างล่างหรอจ๊ะ?"
            
            คนถูกถามนิ่งไปครู่นึง เพราะกำลังคิดตอบอยู่  ถ้าบอกว่าจะขอทำข้าวเช้าเองนี่.. ป้านวลจะยอมมั๊ยน้อ?

            "คือแบมอยากเข้าครัวไปทำข้าวเช้าน่ะครับ.. จะได้รึเปล่า.."
            "หู้ยย ทำไมจะไม่ได้ล่ะจ๊ะ มาๆวันนี้ป้าขอลองเป็นลูกมือวันนึงแล้วกันนะ"
            "ฮะๆ ขอบคุณครับ ว่าแต่.. คุณมาร์คชอบทานอะไรหรอครับ?"
            "คุณมาร์คแกไม่ค่อยชอบทานข้าวเช้าหรอกจ้า ป้าว่าหนูแบมทำแค่พอดีตัวดีกว่านะ"

            คิ้วสวยขมวดมุ่นกับข้อความที่ได้ยินเมื่อครู่ แล้วดุเจ้านายของตัวเองอยู่ในใจไปพลางๆ 
            'เป็นถึงประธานบริษัท บริหารงานก็เก่ง แต่ไม่รู้ว่าข้าวเช้าสำคัญเนี่ยนะ... คุณมาร์คเนี่ยจริงๆเล้ย'

            "ไม่เป็นไรครับป้า เดี๋ยวแบมจะบังคับคุณมาร์คเอง!"
            "ตามใจหนูแบมก็แล้วกันนะ งั้นตามป้ามา ห้องครัวอยู่ทางนี้"
            "คร้าบบบ~" 
            เจ้าของชื่อตอบรับเสียงใสพลางเดินตามคนมีอายุไปไม่ห่าง 


            "ฮื่อออ..." มาร์คคำรามในลำคอเบาๆ ก่อนจะปัดผ้าที่วางทับอยู่บนตัวออก 'ร้อน'  เขาไม่ชอบผ้าห่มและไม่เคยคิดจะห่ม เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก เขาขี้ร้อนไง  แต่เอ๊ะ.. ใครกันที่จะกล้ามาห่มผ้าให้เขา ถ้าไม่ใช่...

            "..แบมแบม" 

            ร่างสูงปรือตาเพราะแสงที่ลอดเข้ามาจากหน้าต่างที่ไม่ได้ปิดผ้าม่าน พลางลุกขึ้นบิดขี้เกียจเพื่อไล่ความง่วงงุนให้หมดไป พร้อมสอดส่ายสายตาไปรอบๆ
            แบมแบมไม่อยู่ในห้องหนิ.. ไปไหน? 
            เมื่อเห็นว่าเลขาตัวน้อยหายไปจากห้อง มาร์คก็รีบล้างหน้าแปรงฟันและจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะวิ่งลงบันไดบ้านเพื่อตามหาคนตัวเล็กทันที เพราะเขาเกรงว่าอีกฝ่ายจะเดินหลงจนกลับห้องไม่ถูก 
            ก็แน่ล่ะสิ..บ้านเขาน่ะหลังน้อยๆซะที่ไหน 


            "แบมแบมนายอยู่..." 
            คนตัวโตที่กำลังจะตะโกนเรียกหาแบมแบมก็เบรคเอี๊ยด พร้อมหยุดยืนอยู่กับที่ทันทีเมื่อวิ่งผ่านห้องครัว 
            หอมจัง...วันนี้ป้านวลทำอะไรกินกันนะ?  
            ในคราแรกมาร์คกะว่าจะเข้าไปถามถึงที่มาของกลิ่นอยู่แล้วเชียว แต่คิดได้ว่าต้องรีบตามหาเด็กดื้อก่อน เขาจึงหันหลังเตรียมจะออกวิ่งอีกครั้ง 
            ถ้าไม่ติดว่า...

            "น่ากินมากเลยจ้าหนูแบม ห๊อมหอม ป้าขอสูตรหน่อยสิ"
            "คิกๆ ใช่มั๊ยล่ะครับป้านวล เนี่ยเป็นข้าวต้มปลาทรงเครื่องสูตรของคุณป้าเจ้าของหอ อร่อยม้ากกก ไว้กินเสร็จเดี๋ยวแบมจดสูตรให้นะครับ"

            เสียงหัวเราะคิกคักที่ดังมาจากในห้องครัวส่งผลให้มาร์คยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อรอดูว่าใช่เด็กน้อยที่เขาตามหารึเปล่า และไม่นานนักเจ้าของเสียงทั้งสองปรากฏสู่สายตาขณะที่คนทั้งคู่กำลังเดินออกมาจากในครัว
            มาร์คมองภาพเลขาตัวน้อยกับป้านวลแม่บ้านคนสนิทกำลังยกหม้อข้าวต้มใบใหญ่มาวางไว้บริเวณโต๊ะอาหาร พร้อมช่วยกันจัดโต๊ะสำหรับมื้อเช้าด้วยความเอ็นดู ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายดังเอื้อกเมื่อกลิ่นหอมฉุยจากหม้อใบโตลอยมาปะทะจมูก
            นั่นคือที่มาของกินหอมสินะ

            "ขอบใจจ้าหนูแบม ป้าว่า.. อ้าวคุณมาร์ค ตื่นแล้วหรอคะเนี่ย ป้ากำลังคิดว่าจะขึ้นไปปลุกอยู่พอดี"
            "ครับ ตื่นแล้ว แล้วนี่ทำอะไรกินครับหอมเชียว"
            "อู๊ยย ป้าไม่ได้ทำหรอกค่ะ หนูแบมต่างหาก ดูซิเนี่ยลงมาขอป้าเข้าครัวตั้งแต่เช้าเลย"
            "หืม? ...นายทำกับเข้าเป็นด้วยหรอ?"
            "ใช่สิครับคุณมาร์ค แบมไม่ใช่แค่ทำเป็นนะ แต่ทำอร่อยมากด้วย"

             มาร์คอดอมยิ้มไม่ได้กับท่าทีที่มั่นใจของอีกฝ่าย ที่มองยังไงก็เหมือนเด็กอวดของเล่นชิ้นโปรดให้เพื่อนดูมากกว่า แต่ก็นะ.. เขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ข้าวต้มปลาทรงเครื่องนี่มันกลิ่นหอมน่ากินจริงๆ 
             ความอยากอาหารเช้าที่เคยห่างหายไปนานหลายปี บัดนี้มันหวนกลับมาอีกครั้ง และนั่นทำให้..

             จ๊อกกก~

             เสียงท้องที่ร้องขึ้นมาได้จังหวะพอดิบพอดี ทำให้ร่างสูงเกิดอาการหูแดงเล็กน้อยเพราะความเสียหน้า แต่เรื่องอะไรเขาจะแสดงออกให้รู้กันล่ะว่าเขิน  มาร์คยังคงตีหน้าขรึมพลางพูดสิ่งที่คิดออกไปตรงๆ 

             "...ฉันหิว"

             นอกจากจะอายเรื่องเสียงท้องร้องจนต้องพูดความจริงกลบเกลื่อนความเขินแล้ว เขายังต้องมาเขินคนตัวเล็กที่หลุดขำพรืดตอนที่เสียงท้องร้องมันดังผ่าวงสนทนาอีก 
             ก็เรื่องแบบนี้มันห้ามกันได้ที่ไหนเล่า!

             "ฮ่าๆ เข้าใจแล้วครับว่าหิว เชิญนั่งครับเดี๋ยวแบมตักข้าวต้มให้ ฮะๆ" 

             แบมแบมพูดเชิญคุณมาร์คด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ผิดกับป้านวล ที่บัดนี้กำลังทำหน้าฉงน 
             'คุณมาร์คอมยิ้มก็ว่าน่าตกใจแล้ว แต่คุณมาร์คท้องร้องเพราะหิวข้าวเช้านี่น่าตกใจยิ่งกว่า หนูแบมทำได้ยังไงกันนะ?'

             หลังจากที่แบมแบมตักข้าวต้มให้ทั้งคุณมาร์คและตัวเองแล้ว จู่ๆป้านวลก็ขอตัวไปตลาดก่อนเสียอย่างนั้น 
             ใจจริงเขาเองก็อยากไปด้วย และถ้าไม่ติดว่ากินข้าวอยู่เขาคงจะเดินตามป้านวลไปแล้ว

             "มองตามขนาดนั้น อยากไปด้วยรึไง?"
             "ครับ... แบมชอบเดินตลาด ของถูกๆมันเยอะดี" ร่างบางว่าขณะที่ตักข้าวต้มเข้าปากไปด้วย
             "เดี๋ยวตอนเย็นพาไป..."
             "ครับ?"
             "ฉันหมายถึงฉันก็อยากเดินตลาดเหมือนกัน"
             "อ้อ อย่างนี้นี่เอง ดีจัง ^ ^"

             แบมแบมฉีกยิ้มกว้างอย่างถูกใจ เพราะเขาจะได้ไปตลาดสมใจอยาก ตลาดน่ะคือสวรรค์ดีๆนี่เอง หากไปถึงตลาดแล้วคนตัวเล็กก็หมายมาดไว้เลยว่า จะพาคุณมาร์คกินร้านที่ตัวเองชอบให้หมดเล้ย!
             มาร์คตักข้าวต้มเข้าปากช้อนแล้วช้อนเล่าด้วยความเอร็ดอร่อย คำที่เจ้าตัวคุยโวไว้ตอนแรกนั้นไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย มันอร่อยมาก!

             "ขอเติมอีกชามสิ.." 
             
             วันนี้เขารู้สึกเจริญอาหารผิดปกติ ไม่รู้ว่าเพราะข้าวต้มถูกปาก หรือเพราะเมื่อวานไม่ได้กินข้าวเย็นกันแน่ หรือจะเป็นเพราะ..คนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆกันนะ? 
              บางทีอาจจะทั้งหมดก็ได้..

             "ครับๆ" คนตัวเล็กรับชามเปล่ามาจากมือหนาเพื่อเติมข้าวต้มให้อีก 
             คุณมาร์คกินเร็วจัง สงสัยวันนี้จะหิวจริงๆ  เมื่อตักเสร็จแบมแบมก็ส่งชามที่เต็มไปด้วยข้าวต้มเหมือนในตอนแรกคืนให้กับคุณมาร์ค

             'Rrrrrrrr~'

             ร่างสูงชำเลืองมองโทรศัพท์ที่ตนเผลอหยิบติดมือมากำลังสั่นพร้อมเสียงริงโทนราวกับเจ้าเข้า ก็ไม่ได้คิดอยากจะรับหรอกนะ เพราะเขากำลังทานมื้อเช้าอยู่ แต่ชื่อของรุ่นน้องคนสนิทที่ควบตำแหน่งพนักงานดีเด่นทำให้มาร์คอดไม่ได้ที่จะกดรับสาย เผื่อว่ามีเรื่องด่วนอะไรก็จะได้รับรู้ไว้หน่อย

             "ฮัลโหลว่าไงจิน?"
             "อ้อ วันนี้พี่ไม่ได้เข้าบริษัท อื้อ ฝากด้วย"

             หลังจากที่วางหูแล้วมาร์คก็หันกลับมาตักข้าวต้มเข้าปากต่อ แบมแบมได้แต่เอียงคอสงสัยกับประโยคเมื่อครู่ของคุณมาร์ค ก็ไหนว่าวันนี้คุณมาร์คหยุดไง?
      
             "คุณมาร์คครับ"
             "หืม?" ชายหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการตักข้าวต้มเข้าปาก ก็เงยหน้าขึ้นมามองคนตัวเล็กด้วยแววตาสงสัย
             "ไหนคุณมาร์คบอกว่าวันนี้คุณมาร์คหยุดไงครับ?"
             "ก็หยุดไง นายเห็นฉันไปทำงานรึไงแบมแบม"  มาร์คตอบ พลางหัวเราะหึๆในลำคออย่างขบขัน แล้วก้มหน้าหาชามข้าวต้มดังเดิม
             "ก็... เฮ้ออ~" 
    
             เด็กหนุ่มได้แต่ถอนหายใจกับความกวนประสาทของเจ้านายตัวเองที่เขาคิดว่ารับมือยากพอสมควร ก่อนจะลอบมองคนหล่อข้างกายที่กำลังทานมื้อเช้าอย่างมีความสุข

             อดใจเต้นไม่ได้เลย ถ้าลองคิดว่าคุณมาร์คอาจจะหยุดงานเพราะ เขา ล่ะ? เขาควรจะทำอย่างไรดี 
             ตอนนี้แบมแบมรู้สึกว่าการกินข้าวมันยากขึ้นประมาณสามเท่าเห็นจะได้ เมื่อเขาต้อง กินไปยิ้มไป


             เมื่อวางสายจากผู้เป็นเจ้านายแล้ว ชายหนุ่มร่างสมส่วนก็พาตัวเองมายังบาร์ชงกาแฟภายในบริษัทพลางถอนหายใจออกมา

             "เฮ้ออออ จริงหรอเนี่ย? คนอย่างพี่มาร์คเนี่ยนะไม่เข้าบริษัท เพราะอะไรกัน..."

             ท่ามกลางความคิดมากมายที่ถาโถมเข้ามา มือขาวที่กำลังกดน้ำเพื่อชงกาแฟอยู่นั้นก็ไม่ทันระวัง ทำให้น้ำที่มีความร้อนสูงเกือบร้อยองศาลวกมือของ จินยอง จนเจ้าของร่างถึงกับสะดุ้งเฮือก พร้อมอุทานออกมาอย่างดัง

             "โอ้ยย!! บ้าจริง.."
             "เฮ้ย! พี่จินเป็นไรป่าวอ่ะ"
             "ไม่ๆ พี่ไม่เป็นไรหรอกยูค ซี๊ดด"
             "พี่จะไม่เป็นไรได้ไงอ่ะ มือแดงขนาดนี้ ไหนขอผมดูหน่อย"

             ว่าจบร่างสูงของรุ่นน้องก็เคลื่อนที่เข้ามาใกล้ พร้อมทั้งเอื้อมมือหนามาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็ก และใช้ผ้าเช็ดหน้าที่พกติดต่ออยู่ตลอดเวลา ค่อยๆซับลงบนมือขาวอย่างแผ่วเบา 
              ยูคยอม แอบมองใบหน้าหวานด้วยความเป็นห่วง แต่อีกฝ่ายกลับยังคงเหม่อลอยอยู่อย่างนั้นจนเขาต้องกลายเป็นที่เริ่มบทสนทนาขึ้น เพื่อทำลายความเงียบที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา

              "..."
              "ชอบดื้ออยู่เรื่อยเลยนะครับ แล้วนี่ไปทำอิท่าไหนถึงโดนลวกมือได้ล่ะครับเนี่ย?"
              "จำไม่ได้เหมือนกัน ฮะๆ"
              "สงสัยจะหลายท่า...  ฮ่าๆ" 

              เขาว่าพลางชำเลืองมองคนมีอายุมากกว่าด้วยหางตาในขณะที่มือก็เก็บผ้าเช็ดหน้าเข้ากระเป๋าไปด้วย แล้วจึงปล่อยขำออกมาอย่างแซวๆ ส่งผลให้คนที่โดนแซวหันมาแหวเขาเข้าให้

              "เด็กทะลึ่ง!!"
              "บ้าาา ทะลึ่งตรงไหน ผมแค่บอกว่าหลายท่า พี่อ่ะคิดอะไร?"
              "ป่าวเว้ย!"
              "อ่ะๆ ผมเชื่อก็ได้ ฮะๆ" พูดจบยูคยอมก็เอื้อมมือไปขยี้ผมของจินยองที่ถูกเซ็ทไว้อย่างดีในตอนแรกจนยุ่งเหยิงไปหมด

              "คิม ยูคยอม! หัวฉันเป็นที่เล่นของนายรึไงห้ะ กลับมาให้พี่ตีเดี๋ยวนี้เลยนะ"
              "ไม่เอาา ผมไปทำงานต่อดีกว่า พี่ก็อย่าเหม่ออีกนะ เป็นห่วง"

              ร่างยักษ์ของรุ่นน้องพาตัวเองวิ่งถลาออกมาจากห้องชงกาแฟเพื่อหลบหลีกการโจมตีของคนที่เป็นรุ่นพี่ แล้วกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานตามเดิม

              ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มในคราแรกกลับมาเรียบเฉย เพราะตอนนี้กำลังคิดไม่ตกว่าทำไมจินยองถึงได้มีอาการเหม่อแกมใจลอย จนทำให้น้ำร้อนถึงกับลวกมือได้ ทั้งที่ปกติแล้วคนอย่างจินยองแทบจะไม่เคยทำอะไรพลาดด้วยซ้ำ ก่อนจะคิดได้ว่า...

               ...วันนี้บอสไม่เข้า

               จริงอยู่ที่ว่าพี่จินสนิทกับบอสมาก แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ ว่าพี่จินคิดยังไงกับบอส.. เขารู้มานานแล้ว แถมไม่เคยเผื่อใจอีกต่างหาก และแม้จะเจ็บปวดแค่ไหน เขาก็เลิกชอบไม่ได้อยู่ดี

               'เขาไม่อยากเห็นอีกฝ่ายเศร้า อย่างน้อย..ให้พี่จินเลือกคิดถึงบอสซักนิดเพราะเขา.. ก็ยังดี'

               ใจจริงเขาก็อยากจะอยู่เป็นเพื่อนจินยองต่ออยู่หรอก เพราะไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะเหม่อจนเกิดอะไรขึ้นอีกรึเปล่า หากแต่ไม่ใช่เพราะงานที่มีความสูงท่วมหัวราวกับภูเขาเอเวอร์เรสแล้วล่ะก็นะ เขาคงอยู่ด้วยไปแล้ว

                ไม่น่าดองเพราะมัวแต่ไปทำงานพิเศษเล้ยยูคเอ้ย

                แต่พูดก็พูดเถอะ ตอนนี้ภาพมือที่แดงเถือกของพี่จินยังคงวนเวียนอยู่ในหัวจนตั้งสมาธิทำงานไม่ได้เลยจริงๆ..



                เจบี ชายหนุ่มผู้เพรียบพร้อมไปเสียทุกอย่างเว้นแต่เรื่อง ความรัก ได้สาวเท้าก้าวเข้ามาภายในบริษัทเอ็มทีส บริษัทยักษ์ใหญ่ของเพื่อนสนิทเขา
                ใจจริงเขาก็ไม่ได้พิสวาทอยากจะมาหาเพื่อนตัวเองหรอกนะ เพียงแต่...

                "จิน จินยอง จินยอง!"
                "ครับ! อ้ะ คุณเจบีสวัสดีครับ มาหาพี่มาร์คหรอครับ?"
                "อืม..สวัสดี จะว่ามาหาก็ไม่เชิงหรอก แล้วนี่เป็นอะไรล่ะ เหม่อเชียว"

                แม้จะไม่เข้าใจนักว่า ทำไมคุณเจบีถึงได้ทำสีหน้าเป็นห่วงเขาแปลกๆ แถมไม่ได้ถามถึงพี่มาร์คอีกต่างหาก แต่เขาก็ยินดีจะตอบให้

                "วันนี้ผมไม่ค่อยมีสมาธิทำงานน่ะครับ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่..วันนี้พี่มาร์คไม่เข้าบริษัทนะครับ คุณเจบีคงจะมาเสียเที่ยวแล้วล่ะครับ"

                ไม่หรอก..เขาไม่ได้มาเสียเที่ยว 

                "นั่นสิ เสียดายจริง งั้นฉันขอนั่งเล่นที่นี่ซักพักแล้วกันนะ ถ้าได้กาแฟซักแก้วก็ดี"
                "ครับ เดี๋ยวผม.."
                "เดี๋ยวผมไปชงให้เองครับ"

                จู่ๆ พนักงานร่างยักษ์ที่เขาเห็นว่าสนิทกับจินยองอยู่พอสมควร ก็อาสามาชงกาแฟให้เขาแทนร่างขาวตรงหน้า ทำไมกัน?

                "ยูค ไม่ต้อง พี่ชงเองได้น่า"
                "นั่นสิ ทำไมคุณต้องอาสาไปชงด้วยล่ะครับ ไม่มีงานทำหรอ?"
                "มีสิครับ เยอะมากด้วย แต่วันนี้พี่จินโดนน้ำร้อนลวกน่ะครับคุณเจบี เพราะงั้น..ผมคิดว่า ผมควรจะดูแลพี่เขาน่ะครับ"

                ยูคยอมว่าพลางตวัดสายมองและยกยิ้มให้เจบีอย่างเป็นต่อ
                ไอ้เด็กนี่...  

                แต่จินโดนน้ำลวกงั้นหรอ จริงด้วยสิ มือแดงเชียว เขานึกโทษตัวเองที่ใช้คนแบบไม่ดูอะไรเลย แต่ที่นึกโทษมากที่สุดคือคนที่ทำให้คนตรงหน้าเป็นแบบนี้ต่างหาก..
                มาร์ค ต้วน เพื่อนรักของเขาเอง

                เดาได้ไม่ยากหรอกว่าทำไมจินยองมีอาการแบบนี้ ก็เจ้าตัวแสดงออกชัดเจนเลยหนิ ว่าชอบเพื่อนเขา มีแต่ไอ้ผู้บริหารจอมทึ่มนั่นแหละ ที่มันไม่รู้อยู่คนเดียว

                "งั้นฉันรบกวนหน่อยแล้วกันนะยูคยอม ส่วนจิน นายไปพักเถอะ"
                "แต่..."
                "ห้ามขัด ไปเร็ว"

                สิ้นเสียงของเขา คนทั้งคู่ก็ต่างแยกย้ายไปในที่ที่ได้รับมอบหมายทันที ส่วนเขาก็ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทร.หาใครบางคน

                'มาร์ค จอมทึ่ม'     

          
                (ฮัลโหล? มีอะไร?)
                “ยังจะมามีอะไรอีกนะมึง ทำไมวันนี้ไม่เข้าบริษัท?”
                (เรื่องของกูไง มึงยุ่งไรด้วย?)

                ฝ่ายที่ถูกถามกลับถึงกับสะอึกน้อยๆ ก็จริงนั่นแหละ เขายุ่งอะไรด้วย...

                “ก็เปล่า แค่..”
                (งั้นแค่นี้นะ)
                “เฮ้ย! ดะ เดี๋ยวดิวะ! ไอ้มาร์...” เสียงทุ้มตะโกนร้องห้ามแกมติดอ่างเล็กๆ ก่อนที่ปลายสายจะถูกตัดไป

                แม้จะรู้สึกเคืองคนที่เพิ่งวางหูใส่อยู่ไม่น้อย และแม้จะเป็นเพื่อนกันมาก็นานพอสมควร แต่ยามที่อีกฝ่ายทำเสียงนิ่งแกมรำคาญใส่ เขาก็อดหวั่นเกรงไม่ได้เลยจริงๆ

               ไม่ทันจนได้.. วางสายไปแล้ว 

                ความหัวเสียส่งผลให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่สบอารมณ์ ไอ้มาร์คเนี่ย.. นอกจากจะทึ่มแล้ว มันยังทำตัวให้เขาโมโหได้ไม่เว้นแต่ล่ะครั้งที่ได้คุยหรือเจอกัน

                แต่ในบางครั้งเขาก็แอบอิจฉาเพื่อนตัวเองเล็กๆที่ได้ทุกอย่างที่ต้องการ ...หรือที่ไม่ต้องการก็ด้วย 
                เช่น.. จินยอง

                “กาแฟได้แล้วครับ คุณเจบี”

                ยูคยอมเดินถือถ้วยกาแฟกลิ่นหอมฉุยมาเสิร์ฟให้ผู้ที่เป็นเพื่อนของบอสด้วยความเต็มใจ... ที่จะทำแทนพี่จิน

                “อืมขอบใจ นายกลับไปทำงานได้แล้ว”
                “ครับ ถึงคุณไม่บอกผมก็ต้องไปทำอยู่แล้วล่ะครับ”

                ดวงตาคมตวัดมองชายร่างสูงด้วยแววเป็นประกาย ริมฝีปากบางกระตุกเล็กน้อยคล้ายจะแยกเขี้ยวใส่คนตรงหน้า 

                ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองรึเปล่า แต่ไอ้รุ่นน้องของจินคนนี้..

                 ดูจะตั้งใจกวนประสาทเขาเป็นพิเศษ 

                 “อืม...”

                 ยูคยอมกลับมาที่โต๊ะทำงานของตน ทว่าสิ่งที่จดจ่ออยู่นั้นกลับไม่ใช่กองเอกสารเบื้องหน้า แต่คือคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะตรงหน้าเขาต่างหาก

                 ภาพที่เห็น มันทำให้เขารู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก 

                 ภาพของจินยองที่ถือแก้วกาแฟอย่างเหม่อลอยเพราะกำลังคิดถึงคนที่วันนี้ไม่ได้เข้าบริษัท คนที่ไม่เคยแม้แต่จะหันมามองที่จินยองเลย คนที่จินยองเอาแต่ไล่ตามมาโดยตลอด คนที่ไม่ใช่เขา

                 เพราะผมอยู่ใกล้พี่เกินไปใช่มั๊ย พี่จิน... พี่ถึงมองไม่เห็นผมสักที

                 “จินยอง พี่กลับก่อนนะ”
                 “ครับ คุณเจบี.. เอ๊ะ มะ เมื่อกี้คุณแทนตัวว่าอะไรนะครับ ผมรู้สึกว่าตัวเองหูแว่ว”
                 “ฉันแทนตัวเองว่า พี่ น่ะ”
                 “ทำไมล่ะครับ”

                 ใบหน้าสวยเกิดความฉงน ความเหม่อลอยเมื่อครู่ถูกทำลายด้วยเหตุผลจากคนตรงหน้า เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนของพี่มาร์คต้องมาแทนตัวด้วยคำเรียกที่สนิทสนมเช่นนั้นกับเขา

                 “ก็ ในเมื่อนายสนิทกับไอ้มาร์คได้ แล้วทำไมฉัน เอ่อ.. พี่ จะสนิทกับนายไม่ได้?”
                 “ก็.. ได้ครับ คุณเจบี”
                 “พี่...”
                 “ครับ?”
                 “เรียกพี่ว่า พี่บีสิ เหมือนที่เรียกไอ้มาร์คนั่นแหละ”
                 “ก็ได้ครับ พะ พี่บี”  ไม่ชินปากจริงๆนั่นแหละ

                 ชอบ เขารู้สึกดีจริงๆที่อีกฝ่ายเรียกเขาแบบที่สนิทสนมมากยิ่งขึ้น แม้ว่าเขาจะเป็นคนบอกให้อีกฝ่ายเรียกแบบนี้ก็ตามที แต่นั่นแหละคือสัญญาณที่เขาส่งให้อีกฝ่ายรับรู้ว่า 
                 เขาไม่ต้องการอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆอีกต่อไปแล้ว



                  หงุดหงิด

                  คำง่ายๆที่ผุดขึ้นมาจนเต็มหัวสมองน้อยๆของยูคยอม ตาก็ดูเอกสาร มือก็คีย์งานตรงหน้าอย่างวางเสียไม่ได้ แต่ไม่รู้ทำไมในตอนที่พักสายตาจากกระดาษตรงหน้าแล้วหันไปเห็นคุณเจบีเดินมาคุยกับพี่จินก่อนกลับเท่านั้น...
                  หูของเขาก็กลายเป็นจานดาวเทียมที่พร้อมรับสัญญาณทางไกลเสียอย่างนั้น

                  ยิ่งได้ฟังประโยคสนทนาที่คล้ายกับว่าเป็นการจีบกันนั้นยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ นี่ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นงานของบอสนะ เขาคงจะขยำเละไปแล้ว 

                  "ไอ้เด็กดื้อ เป็นอะไรอ่ะ? หน้างอเชียว" สรรพนามที่ไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนักถูกนำกลับมาเรียกโดยจินยอง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้าบูดหน้างอราวกับเด็กโดนแย่งของเล่น

                  ความคร่ำเครียดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ หายไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงของรุ่นพี่คนสนิท จริงอยู่ว่าหงุดหงิด แต่กับคนนี้เขาจะไม่พาลใส่เด็ดขาด

                  "เด็กดื้อที่ไหนกัน ผมเป็นหนุ่มแล้ว"
                  "หนุ่มที่ไหนกัน พี่เห็นแต่เด็กโข่ง"
                  "นิสัยอ่ะพี่จิน"
                  "ฮะๆ แล้วนี่ทำไหวป่าว ให้ช่วยมั๊ยวันนี้พี่มาร์คไม่เข้า พี่เลยว่างทั้งวันเลย"
           
                  จินยองออกอาการซึมนิดหน่อยเมื่อพูดถึงชื่อมาร์ค แต่ก็ยังดึงสมาธิให้กลับมาอยู่ที่คนตรงหน้าได้อยู่เพราะไม่อยากให้ยูคยอมเป็นห่วง 
                  จริงๆแล้ว กลัวเจ้าเด็กดื้อจะเอามาเป็นข้ออ้างใช้อู้งานต่างหาก

                  "อู้หูวว เสียงสวรรค์เลย รอคำนี้มานานแล้วครับ ฮ่าๆ"
                  "ดื้อเอ้ยย จะบอกให้ว่าพี่ไม่ได้ช่วยนายฟรีๆหรอกนะ เลี้ยงข้าวเย็นด้วย"
                  "คร้าบบบ จริงๆเลี้ยงทั้งชีวิตก็ยังได้"

                  ร่างสูงพึมพำเบาๆกับประโยคหลัง ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง ทำให้คู่สนทนาต้องเอ่ยถามออกมาว่าเขาพูดว่าอะไร

                  "เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ พี่ได้ยินไม่ถนัด"
                  "อ้อออ ผมบอกว่า พี่ให้ผมเลี้ยงลูกชิ้นเพิ่มก็ยังได้"
                  "หรออ แล้วเป็นไรหูแดงๆ"
                  "ผมเกาเมื่อกี๊ ไม่มีอะไร๊"
                  "มีพิรุธนะเนี่ย"
                  "ฮ่าๆๆ"

                  ก็ใช่น่ะสิ เขากำลังทำตัวมีพิรุธอยู่ พี่ช่วยเค้นความจริงผมหน่อยเถอะ ไม่ใช่อะไรก็เอาแต่ปล่อยผ่าน เหมือนครั้งนี้...






                  นี่ก็จะเย็นแล้ว เอาไงดีล่ะแบม อยากไปตลาดก็อยากไปแต่ก็เกรงใจคุณมาร์คอ่ะ ฮื่อ.. 

                  ร่างเล็กนั่งขมวดคิ้วมุ่นพลางคิดหาทางออกที่ดีที่สุดอยู่ว่าจะเอาอย่างไรดี โดยมีความสบายใจของทั้งเขาและคุณมาร์คเป็นที่ตั้ง 
                  เอ.. บางทีคุณมาร์คอาจจะลืมไปแล้วก็ได้มั้งว่าจะพาเขาไปตลาดหลังพาทัวร์บ้านเสร็จแล้ว แต่นี่ก็ดูบ้านจนครบทุกมุมแล้วนะ..

                  "แบมแบม.."
                  "อ้ะ คุณมาร์คมีอะไรรึเปล่าครับ" 
                  "แกล้งลืมหรือว่าลืมจริงกันล่ะเนี่ย"
                  "ครับ? เอ่อ คือ.."
                  "ไปตลาดกัน"

                  สิ้นเสียงคุณมาร์ค ร่างเล็กถึงกับฉีกยิ้มออกมาจนตาหยีพร้อมทั้งกระเด้งตัวออกจากเก้าอี้ชิงช้าหน้าบ้านอย่างร่าเริง นั่นทำให้คนตัวโตกว่าถอนหายใจออกมาอย่างเอ็นดู

                  แต่ด้วยความซุ่มซ่ามที่มีมากจนเกินความจำเป็นของแบมแบม ส่งผลให้เขาสะดุดล้มในตอนที่กำลังจะก้าวขาเดินไปหาคุณมาร์ค

                  ตุ่บ!

                  "อะ โอ้ยย"
                  "แบมแบม!"

                  ร่างสูงสาวเท้าเพียงสองครั้งก็ถึงตัวของเด็กน้อยแสนซุ่มซ่ามที่ตอนนี้กำลังนั่งแหม่ะอยู่กับพื้นหญ้าแล้วทำหน้าแปลกๆ เหมือนกับว่า..

                  "คะ คุณมาร์ค.."
                  "ฮึ้บ!"
                  "ฮึ้บบ"

                  ให้ตายสิ เด็กตรงหน้าเขานี่จะร้องไห้จริงๆด้วย นี่นายอายุเท่าไหร่กันแน่ห้ะแบมแบม โชคดีนะที่เคยรับมือกับโจอี้มาก่อน ไม่งั้นเขาได้ซวยจริงๆแน่ ก็เขาน่ะ เกลียดน้ำตาเป็นที่สุด

                   "เก่งมาก"
                   "อ่ะ..."

                   เมื่อแบมแบมกลั้นน้ำตาได้สำเร็จ จู่ๆคุณมาร์คก็ยื่นมือมาลูบหัวเขาเบาๆพร้อมกับพูดชมด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม 
          
                   แย่ล่ะสิ ก็การกระทำแบบนี้มันทำให้ใจเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียเลย 

                   ความเจ็บจากการหกล้มหายไปโดยสิ้นเชิง เหลือทิ้งไว้ก็แต่ใบหน้าแดงๆบนแก้มบวมๆของเขา คุณมาร์คนี่เป็นคนอันตราย2018จริงๆ

                   "ปะ ไป ตลาดกันดีกว่าครับคุณมาร์ค"
                   "อื้ม ไปสิ เดี๋ยวฉันขอไปเปลี่ยนชุดแป๊บนึงนะ"
                   "ครับ เดี๋ยวแบมรออยู่ตรงนี้เลยนะครับ"

                   หลังจากผ่านไปประมาณเกือบๆสิบนาที คุณมาร์คก็ออกมาจากบ้านด้วยชุดธรรมดาที่ไม่ใช่สูท ละ แล้วก็ไม่ใช่วอร์มด้วย 
                   ทั้งที่ใส่แค่เสื้อยืดสีดำทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงยีนส์สีเข้ม ทำไมถึงทำให้คุณมาร์คดูหล่อจนเหมือนดาราแบบนี้ล่ะ!

                   คุณมาร์คปล่อยแอตแทคใส่ผมทุกวันแบบนี้ เขาไม่เหนื่อยรึไงนะ!

                   แต่ผมนี่สิเขินจนเหนื่อยแล้วเนี่ย ยิ่งตอนนี้ ยิ่งใจเต้นแรงอย่างกับไปวิ่งรอบสนามมาสิบรอบแหน่ะ 

                   แบมแบมได้แต่ยืนใช้มือข้างนึงกุมไว้ที่อกข้างซ้าย ส่วนอีกข้างก็กอบกุมแก้มนุ่มไว้ให้หายร้อน แต่สิ่งที่กำลังทำอยู่ มันคงจะไม่เป็นผลอะไรถ้าหากคุณมาร์คทำอย่างนี้..

                   "ขึ้นรถสิแบมแบม ยืนทำท่าแปลกๆอยู่ได้"
                   "..."

                   ครับ.. ยื่นหน้ามาใกล้ๆหูแล้วกระซิบบอก 

                   ทำแบบนี้ผมคงจะรอดหรอกครับ..

                   ไม่เหลือแล้วเรี่ยวแรงที่จะตอบ แบมแบมได้แต่เดินตามคุณมาร์คไปอย่างล่องลอย โดยหารู้ไม่ว่าคนที่เดินนำอยู่นั้น อาการก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่หรอก





                     อายุยี่สิบสอง จากที่เคยศึกษามา มันไม่ใช่วัยกำลังโตไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมเด็กที่กำลังเดินนำหน้าเขาอยู่นั้นถึง..

                     "คุณมาร์คมาเร็วๆชี่ ดูร้านนี้สิครับน่าอร่อยอ้ากเลย"
                     "นายช่วยกินของที่อยู่ในมือให้หมดก่อนได้มั๊ยแบมแบม ในปากด้วย"

                     ผมได้แต่เดินตามเด็กน้อยที่กำลังหอบหิ้วของกินอยู่เต็มมือ อีกทั้งในปากยังเคี้ยวตุ้ยๆดูน่าอร่อย ส่งผลให้แก้มป่องๆขึ้นก้อนกลมอย่างน่ารัก เพลินมากเลย 
                     ...คิดอะไรอยู่เนี่ยมาร์ค

                     "แต่คุณมาร์คคค ร้านนี้มีปลาแซลม่อนด้วยนะครับ"
                     "กินเยอะขนาดนี้ไม่กลัวอ้วนรึไงฮึ?"
                     "ก็.. เอ่อ ตะ แต่แบมเห็นเหมือนกับว่าคุณปลาแซลม่อนเค้ากำลังกวักมือเรียกแบมอยู่เลยอ่ะคุณมาร์ค"

                     มาร์คก้มลงมองสายตาอ้อนวอนของแบมแบมเล็กน้อยก่อนที่จะ..

                     "จะบ้ารึไงแบมแบม"
                     "คุณมาร์ค.."
                     "แซลม่อนที่ไหนมีมือกันล่ะ"
                     "เอ๋ คะ คุณมาร์คเล่นมุขหรอครับ"
                     "ช่างมันเถอะ เดินเข้าไปในร้านได้แล้วน่า"
                     "ครับ!"

                     คนตัวเล็กตอบรับหนักแน่นพร้อมทำหน้ายิ้มแฉ่งอย่างลิงโลด ก่อนจะเดินกึ่งกระโดดเข้าไปนั่งที่โต๊ะของร้านอาหารญี่ปุ่นในตลาดตามคำสั่งของเขา
                     
                     ร่างสูงเดินตามพร้อมกับยิ้มอ่อนๆให้กับร่างที่กำลังโบกมือไปมาว่าจองโต๊ะตรงนี้ไว้แล้ว เป็นภาพที่.. น่าเอ็นดูจริงๆ

                     รอยยิ้มบางที่ปรากฏสู่สายตาผู้คนในตลาดนั้น ไม่ยากเลยที่จะทำให้ใครก็ตามที่ได้พบเห็นหลงสเน่ห์ของเขา แต่แทนที่จะบริหารสเน่ห์หรือแจกยิ้มไปทั่วอย่างหนุ่มหล่อคนอื่น.. สายตาของเขากลับเลือกที่จะมองตรงไปยังร่างบางที่นั่งยิ้มแป้นแล้นอยู่ตรงนั้น โดยที่ไม่ได้เหลือสายตาไว้สนใจมองคนรอบข้างเลยมากกว่า

                     "ราคาเท่านี้เชียว เหลือเงินอยู่เท่าไหร่กันนะเรา"
                     "ฉันเป็นคนเลี้ยง นายลืมแล้วรึไงแบมแบม"

                     เสียงบ่นงึมงำจากปากเล็กทำให้มาร์คพูดปรามเด็กตรงหน้าน้อยๆ พลางหยิบเมนูมาเลือกสั่งให้เองเลย แต่เขาไม่รู้ว่าแบมแบมชอบกินอะไร เขาเลยสั่งทุกอย่างที่เป็นแซลม่อนมาให้หมดซะเลยเพื่อเป็นการตัดปัญหา

                     "ก็แบมเกรงใจคุณมาร์คนี่ครับ ซื้อของกินให้แบมก็ตั้งเยอะแล้วเนี่ย" คนพูดไม่ว่าเปล่า พูดไปก็ทำท่าทางชี้โบ้ชี้เบ้ไปทางของกินกองโตที่วางอยู่บนเก้าอี้ข้างตัวไปด้วย

                     "ถ้านายเกรงใจฉัน ก็ต้องกินให้หมด โอเค๊"
                     "โอเคก็ได้ครับ"

                     หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันอยู่พักนึงจนกระทั่งอาหารมาเสิร์ฟ ซึ่งแน่นอนว่า มันเยอะจนไม่มีที่จะวางเลยจริงๆ

                     "จะหมดมั๊ยเนี่ย"

                     คราวนี้กลายเป็นร่างสูงที่เป็นฝ่ายกังวลแทน จริงอยู่ที่ว่ารวย แต่ก็ใช่ว่าจะเสียดายของไม่เป็น ยิ่งเป็นของกินที่อีกฝ่ายชอบ.. ก็ยิ่งเสียดาย

                     "หมดครับ เชื่อแบมสิ"
                     "แน่ใจหรอ มันเยอะมากเลยนะ"
                     "แน่ครับ ของชอบน่ะ กินเยอะเท่าไหร่ยังไงก็หมดครับ"

                     มาร์คไม่พูดอะไรต่อ แต่ใช้ตะเกียบคีบยำปลาดิบตรงหน้าเข้าปากแทน อืม..มันก็ไม่แย่นะ แต่ถ้าให้เทียบกับข้าวต้มเมื่อเช้าล่ะก็.. เทียบไม่ติดเลย

                     ทันทีที่เห็นคนเป็นเจ้านายคีบเนื้อปลาสีส้มสวยเข้าปาก แบมแบมก็ไม่รอช้าที่จะเริ่มตักอาหารคำแรก(ของร้านนี้)เข้าปากบ้าง และนั่นแหละ คือจุดจบของบทสนทนา เพราะต่างคนก็ต่างกิน
                    
                      เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าก็เป็นมาร์คที่เริ่มอิ่ม เขาเลยวางตะเกียบเพื่อเป็นสัญญาณบอกว่าพอแล้ว แต่คนตัวเล็กนี่สิ ดูแล้วไม่มีทีท่าว่าจะอิ่มเลย เขาจะถือวิสาสะใช้สายตาสำรวจช่วงตัวของอีกฝ่าย ก่อนจะได้พบว่า บาง
                      ตัวของแบมแบมนั้น เล็กและบางมาก นั่นทำให้เขายิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ว่าที่กินๆเข้าไปน่ะ เอาไปไว้ไหนหมด หรือก่อนหน้านั้นเผลอกินหลุมดำเข้าไปก่อนแล้ว?

                      "คุณมาร์คมองอะไรครับ?"
                      "มองนายนั่นแหละแบมแบม กินก็ไม่ใช่น้อยๆ เอาไปไว้ที่หมด?"
                      "คุณมาร์คไม่เห็นแก้มแบมหรอครับ ย้อยจนจะถึงไหล่อยู่แล้วเนี่ย"
                      "ฮ่าๆ จริงด้วย"
                      "คุณมาร์คหัวเราะอีกแล้ว ฮะๆ"

                      ใช่ นั่นสิ.. เขาหัวเราะอีกแล้ว ทำไมพักนี้ถึงหัวเราะง่ายจังนะ เขาส่ายหัวเล็กน้อยเพื่อไล่ความคิดที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ก่อนจะสังเกตเห็นบางอย่างเหนือปากอิ่มที่กำลังเคี้ยวหมุบหมับอย่างไม่สนใจอะไร

                      "เลอะแหน่ะ"
                      "ตรงไหนครับ เดี๋ยวแบมเช็..."

                      ไม่ทันที่เขาจะพูดจบ คุณมาร์คก็เอื้อมมือมาใกล้ พร้อมใช้นิ้วโป้งปาดคราบเปื้อนออกอย่างนุ่มนวล เท่านั้นยังไม่พอคุณมาร์คยังเอานิ้วนั้นใส่เข้าปากตัวเองเพื่อทำความสะอาด

                      ...ครั้งอื่นยังพอไหว แต่ครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ 

                      ความร้อนแผ่ซ่านใบทั่วใบหน้าหวาน มือที่เคยใช้ถือตะเกียบเปลี่ยนมาเป็นใช้ปิดบังใบหน้าแดงก่ำของตัวเองไว้แทน ซึ่งการกระทำนั้นมันส่งผลให้ร่างสูงตรงหน้าที่เพิ่งใช้มือตัวเองเช็ดคราบเลอะออกนั้นต้องเอ่ยถามออกมาอย่างแปลกใจ

                      "เป็นอะไรแบมแบม?"
                      "..เขินครับ"
                      "ห้ะ อะไรนะ เขิน? เขินอะไร"
                      "เขินคุณมาร์คนั่นแหละครับ ฮื่อ จู่ๆก็เอามือมาเช็ดปากแบมแบบนี้ แถมยังเอาเข้าปากอีก ถ้าแบมทำอย่างนั้นมั่ง คุณมาร์คจะเขินมั๊ยล่ะครับ"

                      คนตัวเล็กเงยหน้าออกมาจากฝ่ามือแล้วรัวคำพูดใส่ผู้เป็นเจ้านายอย่างไม่มีช่องว่างหายใจทั้งๆที่ตัวเองก็หลับตาปี๋ เสร็จแล้วพอพูดจบหน้ากลมก็ซุกกลับเข้าฝ่ามือเล็กดังเดิม ทิ้งให้คนถูกพ่นคำพูดใส่นิ่งค้างอยู่พักนึง

                      ร่างหนานั่งทวนคำพูดของแบมแบมซ้ำไปมาก่อนจะคิดตาม หลังจากนั้นจู่ๆเขาก็รู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่จนต้องใช้มือยกขึ้นมาปิดปากเอาไว้เพราะไม่อยากให้ใครสังเกตเห็น

                      แค่เด็กนั่งปิดหน้ากับผู้ชายนั่งมองฟ้ามองดินที่ถูกคั่นกลางด้วยจานเมนูแซลม่อนก็แปลกพอแรงแล้ว อย่าให้ต้องแปลกกว่านี้เพราะเขานั่งยิ้มอยู่คนเดียวเลย

                      "กลับกันเลยมั๊ย?"

                      มาร์คเอ่ยถามแบมแบมออกไปหลังจากที่ตั้งสติได้แล้ว เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายก้มหน้าอยู่นานเลยคิดว่าอาจจะอิ่มแล้ว

                      "ยังครับ ยังก่อน แบมยังทานคุณปลาแซลม่อนไม่หมดเลย"
                      "จะกินต่ออีกหรอ?"
                      "ใช่สิครับ"
                      "ถามจริง?"
                      "ตอบตรงครับ ก็แบมเสียดายไงคุณมาร์ค เหลืออีกตั้งสี่จานแหน่ะ"
                      "ให้เค้าห่อให้ แล้วเอาไปฝากป้านวลก็ได้"
                      "เอ้อ จริงด้วย งั้นห่อเลยครับแบมอยากกลับแล้ว"

                      มาร์คพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะเรียกพนักงานมาเอาจานที่กินไม่หมดไปห่อกลับบ้านพร้อมกับเช็คบิล ซึ่งมันทำให้เขาค่อนข้างจะแปลกใจในราคาอยู่พอสมควร เพราะมันไม่เฉียดคำว่าแพงเลยสักนิด
                      หลังจากที่รับของมาแล้ว ทั้งคู่ก็พากันไปขึ้นรถคันสวยเพื่อเดินทางกลับบ้าน



                      "ไงเพื่อน วันนี้กูขอนอนด้วยดิ"

                      แทนที่กลับบ้านมาแล้วจะเจอความจรรโลงใจเหมือนอย่างเคย ในวันนี้มันกลับไม่ใช่..

                      "พี่แจ็คสันสวัสดีครับ"
                      "สวัสดีครับน้องแบม ไปไหนมาครับเนี่ย ของเต็มมือไอ้มาร์คเลย"
                      "ไปทานคุณปลาแซลม่อนมาครับ คุณมาร์คเลี้ยง"
                      "หืม.. คุณปลาแซลม่อนหรอ ใช้คำน่ารักจัง"

                      เอาอีกแล้ว.. หงุดหงิด!

                      ไอ้ความรู้สึกหงุดหงิดนี่มัน.. ชอบก่อตัวขึ้นทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าไอ้แจ็คทุกทีเลยสิน่า เอ๊ะ! หรือว่าเขา..
                      จะเกลียดไอ้แจ็คกันนะ?

                      "ไอ้มาร์ค ว่าไงเฮ้ย สรุปว่าวันนี้กูนอนบ้านมึงนะ"
                      "นอนอะไร นอนทำไม ไม่มีห้องให้นอน บ้านมึงก็มีทำไมไม่ไปนอนวะห้ะ จะมานอนบ้านกูอยู่ได้ กลับไปหาแม่มึงนู่นป่านนี้เรียกหาแล้วมั้ง!"
                      "เชี้ย..เป็นชุดเลย ถ้ามึงพูดกับกูในหนึ่งประโยคยาวขนาดนี้ ดูแล้ววันนี้พายุคงจะเข้าว่ะ"
                      "แบมแบมนายเอาของไปเก็บในครัว ส่วนมึงไอ้แจ็ค ไสหัวกลับบ้านไปซะ"
                      "ได้ครับคุณมาร์ค" แบมแบมตอบรับเสียงใสก่อนจะหยิบถุงในมือคุณมาร์ควิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าครัวไป

                      ส่วนแจ็คสันก็ได้แต่ยืนงงว่าทำไมไอ้เพื่อนตัวดีถึงได้ไม่ยอมให้เขาค้างที่บ้าน ทั้งที่ปกติก็ไม่เคยห้าม แถมรอบนี้มีด่าด้วย ก็แค่อยากนอนค้างเพราะจะได้คุยกับน้องแบมนานขึ้น เขาผิดตรงไหนกัน?

                      "ยังไม่ไปอีก เดี๋ยวกูก็เขวี้ยงโน้ตบุ๊คใส่หัวซะนี่"
                      "ไปก็ได้เว้ย!!"



   
[ 100% ]

#เติมรักมบ

@MTBBgot7Ahgase

มะมาล้าววว รอเค้านานมั๊ยยย วิวขอโทษรีดเดอร์ทุกคนรัวๆเลย
พึ่งผ่านสมรภูมิรบที่เรียกว่าสอบกลางภาคมาค่ะ
แต่ก็นะยังสอบไม่เสร็จด้วยแต่แวะมาอัพก่อน
โกรธวิวม้ายย งอนกันรึเปล่า ถ้างอนจะง้อ ฮ่าๆ
คิดถึงทุกคนน๊าาา
รักกกกกกกกส์

ปล.อัพช้าไปหน่อยขอโทษรีดเดอร์ด้วยน๊าาา
รู้สึกผิดจริงๆหายไปเป็นเดือน ยังไงก็ขอให้เอนจอยกับ 40% นี้เด้อ

1 เม้น 1 กำลังใจ
อ่าน เฟป เม้น เย้!!

ขอบคุณที่(หลง)เข้ามาอ่าน และ Enjoy reading!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #50 Jiberita (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 08:57
    เขวี้ยงโน๊บุ๊คนี่พี่มาร์คโดนล้อไปอีกนาน5555
    #50
    1
    • #50-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      11 กันยายน 2561 / 21:16
      นิดๆหน่อยๆก็โดนอ่ะ ทำน้องหมูได้ไง 5555
      #50-1
  2. #48 fernlovepaint (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 15:28
    แหมมาร์คแหมหวงน้องก็บอก
    #48
    1
  3. #47 poppy22pee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 11:16

    คุณต้วนหวงน้อง
    #47
    1
  4. #43 bbboobb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 03:38
    เสียใจด้วยนะแจ็คสัน นายไม่ใช่แบมแบมอ่า555
    #43
    0
  5. #42 bbboobb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 03:38

    เสียใจด้วยนะแจ็คสัน นายไม่ใช่แบมแบมอ่า555
    #42
    1
  6. #41 bbboobb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 03:37
    เสียใจด้วยนะแจ็คสัน นายไม่ใช่แบมแบมอ่า555
    #41
    0
  7. #40 bbboobb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 03:37
    เสียใจด้วยนะแจ็คสัน นายไม่ใช่แบมแบมอ่า555
    #40
    0
  8. #39 bbboobb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 03:37
    เสียใจด้วยนะแจ็คสัน นายไม่ใช่แบมแบมอ่า555
    #39
    0
  9. #38 bbboobb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 03:37

    เสียใจด้วยนะแจ็คสัน นายไม่ใช่แบมแบมอ่า555
    #38
    0
  10. #37 bbboobb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 03:37
    เสียใจด้วยนะแจ็คสัน นายไม่ใช่แบมแบมอ่า555
    #37
    0
  11. #36 bbboobb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 03:37
    เสียใจด้วยนะแจ็คสัน นายไม่ใช่แบมแบมอ่า555
    #36
    0
  12. #30 babyaea (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 23:46

    รักกี่เศร้ากันนะ

    ส่วนพี่มาร์คนั้นหึงแรงส์จริงๆ
    #30
    1
  13. #27 Facebook12345 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 14:50

    อีกคนก็รักอีกคนก็ช่อบแต่จินไม่รู้อะเห้ออ เรารอเธออยู่ตรงนี้ไม่ห่างหายไปไหนสู้ๆๆน้า

    #27
    1
    • #27-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      8 สิงหาคม 2561 / 22:19
      เดี๋ยวจะอัพจ้าา 5555
      #27-1
  14. #25 moonstars (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 09:59
    ฮือออ ชอบกันไปกันมา มาร์คอย่าให้ความหวังจินนะรู้เปล่า พี่เจบีรีบจีบให้ติดเร็ววว อย่าม่าน้าาา รอนะคะ
    #25
    1
  15. #22 markbammuay (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 11:26
    ใช่แบมคิดถูกแล้ววววว5555
    #22
    1