[FIC MARKBAM] Complete me #เติมรักมบ

ตอนที่ 2 : คนเจ้าแผนการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61





I went to sleep last night with a smile because I knew I’d be dreaming of you.
But I woke up this morning with a smile because you weren’t a dream.

เมื่อคืนฉันยิ้มก่อนนอน เพราะฉันรู้ว่าฉันจะฝันถึงคุณ แต่เช้านี้ฉันตื่นมาด้วยรอยยิ้ม เพราะว่าคุณไม่ใช่ความฝัน


            "..เชิญจ่ะ"

            เมื่อได้รับคำอนุญาตจากบุคคลข้างใน ร่างสูงไม่รอช้าที่จะหมุนลูกบิดเพื่อเปิดประตูเข้าไปยังภายในห้อง 

            "ขอรบกวนหน่อยนะครับ"
            "ตามสบายจ้า"

            มาร์คว่าก่อนจะเดินมานั่งเก้าอี้ตรงหน้าหญิงอาวุโสวัยห้าสิบปลายๆ เขาโค้งหัวให้คนตรงหน้าอีกครั้งเพื่อแสดงความเคารพ ก่อนจะยกเรื่องที่ต้องการจะคุยมากองไว้ตรงหน้าอีกฝ่ายทันที

            "รับชำระเงินด้วยแบล็คการ์ดมั๊ยครับ?"
            "ใจเย็นๆนะพ่อหนุ่ม คุณจะเข้ามาอยู่ที่นี่เหรอ?"
            "ไม่ใช่หรอกครับ ผมมาจ่ายส่วนที่ค้างให้แบมแบมน่ะครับ"
            "อ้อ หนูแบม แกเป็นเด็กน่ารักนะ ไม่เสียทีที่ได้แฟนหล่อจริงๆ"
            "เอ่อ....ไม่ ไม่ใช่นะครับ คือผม...."

            ผู้เป็นเจ้าของหอเอ่ยขึ้นพร้อมส่งยิ้มกลับมาให้เขา เล่นเอาเขาถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว แฟน...งั้นหรือ? ช่างพูดจริงนะคุณป้า คำนี้คำเดียวทำเอาเขาเกือบจะสะบัดศีรษะแรงๆตรงนั้นเลย เพราะต้องการจะไล่ความคิดที่อาจนำำไปสู่อาการร้อนผ่าวบนใบหน้า 
            ทั้งที่ปกติแล้วเขาจะสุขุมกว่านี้แท้ๆเชียว แต่เพราะคนตัวเล็กนั้นดันมีอิทธิพลกับตัวเขานี่สิ.....แย่เลย 
            ด้วยความที่เขาต้องรักษภาพพจน์ของการเป็น เจ้านาย เขาจึงต้องตีหน้านิ่งเอาไว้ แล้วบอกกับคนที่อายุมากกว่าถึงสถานะที่แท้จริงของเขาและแบมแบม

            "ผมเป็นเจ้านายของแบมแบมครับ ไม่ใช่แฟน..."
            "ตายจริง...ขอโทษทีนะจ๊ะที่ป้าคิดเองเออเอง เห็นว่าดูสมกันดีน่ะ ^ ^"

            ถ้าคุณป้ายังพูดถึงคนตัวเล็กอีกครั้ง เขาจะยิ้มจริงๆแล้วนะ! มาร์คคิดพลางส่งยิ้มน้อยๆให้คุณป้าเป็นเชิงว่า ไม่เป็นไรครับ

            "แล้วสรุปว่า...รับแบล็คการ์ดรึเปล่าครับ?"
            "รับจ่ะ"

            คนมีอายุรับบัตรในมือของเขาไป เพื่อทำการรูดชำระค่าเช่าของแบมแบมที่ค้างอยู่สี่เดือน 

            "ทำไมถึงยอมให้แบมแบมค้างชำระถึงสี่เดือนหรอครับ?"

            ไม่รู้อะไรดลใจให้ถาม แต่เขาก็ถามไปแล้ว คนมีอายุหันมามองเขานิดๆก่อนจะยิ้มแล้วตอบคำถามของเขา

            "นั่นสิจ้ะ คงเพราะ...แกน่ารัก ไร้เดียงสา แล้วก็...สดใสเกินกว่าที่จะทิ้งได้ลงล่ะมั้ง คุณว่ามั๊ย?"
            "...ครับ สดใสเกินกว่าจะทิ้งได้ลงจริงๆ"

            มาร์คตอบคนตรงหน้าออกไปด้วยอาการที่คล้ายกับตกอยู่ในภวังค์ ทำให้คนที่นั่งมองเขาตั้งแต่แรกอย่างคุณป้าถึงกับเผยยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย 

            พ่อหนุ่มคนนี้นี่นะ...คิดบ้างรึเปล่านะ ว่าเจ้านายที่ไหนเขามาจ่ายค่าหอให้ลูกจ้างกัน 

            "แต่...ป้าว่าจะปิดหอซักพักนะพ่อหนุ่ม มีธุระต้องไปต่างจังหวัด ยังห่วงอยู่เลยว่าจะให้หนูแบมไปอยู่ที่ไหน"
            "อ้าว...ทำไมต้องปิดล่ะครับ?"
            "ไม่คนดูแลน่ะสิ ยามก็ไม่มี ป้ากลัวว่าของจะหาย.."
            "งั้นยาม..."
            "พ่อหนุ่มช่วยพาหนูแบมไปอยู่ด้วยก่อนได้มั๊ยจ๊ะ คือป้าบอกคนในหอหมดแล้วแต่ยังไม่ได้บอกหนูแบมน่ะ ถือว่าช่วยป้าหน่อยนะพ่อหนุ่ม"

            มาร์คที่กำลังจะเอ่ยปากให้ความช่วยเหลือในเรื่องการรักษาความปลอดภัยเป็นอันต้องเงียบเสียงลง เนื่องจากคุณป้าบอกคนทั้งหอแล้ว หากว่าจะต้องกลับไปบอกคนในหออีกครั้งว่าไม่ปิดหอแล้วมันก็คงจะดูวุ่นวายเปล่าๆ ร่างสูงชั่งใจอยู่ครู่นึงก่อนจะหันกลับมาตอบคุณป้า

            "ครับ...ผมจะให้แบมแบมไปอยู่กับผมก่อนก็ได้ แล้วคุณป้าจะปิดหอวันไหนหรอครับ?"
            "วันมะรืนจ้า แต่คุณพาหนูแบมไปวันนี้เลยดีกว่าป้าว่า ไหนๆก็อยู่ที่นี่แล้วหนิ"
            "ผมว่าพรุ่งนี้ดีกว่านะครับ..."
            "เปลืองน้ำมันรถเปล่าๆน่ะคุณ ป้าว่าคุณไปช่วยหนูแบมเก็บของดีกว่า เดี๋ยวป้าไปด้วย"

            คนตัวโตหมดโอกาสจะปฏิเสธเมื่อผู้ที่เป็นเจ้าของหอยื่นบัตรสีดำสวยกลับคืนมา ก่อนจะเดินนำลิ่วไปยังห้องที่เขาเพิ่งจะออกมาได้ไม่นาน 
            คนหอนี้นี่ต้องแปลกทุกคนเลยรึเปล่านะ? 

            ใบหน้าหล่อที่แสดงออกถึงความสงสัยอย่างชัดเจนทำให้หญิงมีอายุอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ ตัวเธอเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีสามีมาก่อน ทำไมถึงจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มที่เดินตามหลังมารู้สึกอย่างไรกับผู้เช่าหอตัวน้อยนามว่าแบมแบมกัน เธออาบน้ำร้อนมาก่อนและดูคนไม่เคยพลาด ผู้ชายคนนี้เป็นคนดี เธอมั่นใจ

            เธอยอมรับเลยว่ารักหนูแบมเหมือนลูก เพราะหนูแบมมาอยู่ที่หอนี้ได้สี่ปีแล้ว ทั้งเธอและหนูแบมคอยผลัดกันช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่อีกฝ่ายจะช่วยได้ โดยค่าหอก็จะมีตัวแทนจากทุนเป็นคนมาจ่ายให้  
            และเพราะอยู่ด้วยกันมานานเธอจึงหวังว่าพอเรียนจบแล้วลูกของเธอ จะมีงานการที่ดีและคนที่พร้อมจะดูแลหนูแบมต่อจากเธอ ซึ่งตอนนี้เธอก็เจอคนคนนั้นแล้ว...



            "หนูแบม ออกมาเปิดประตูให้ป้าหน่อยลูก"
            "แป๊บนึงนะครับคุณป้า"

            'แกร๊ก'

            คนตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กออกมาเปิดประตูให้คุณป้าทันทีที่กวาดห้องเสร็จ และเกิดอาการผงะเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจะเปิดออกมาเจอคุณมาร์คด้วย แต่คนตัวเล็กก็ไม่ลืมที่จะส่งยิ้มกว้างให้คนตัวสูงเหมือนเคย

            "คุณมาร์คยังไม่กลับหรอครับ อ๊ะ! ถ้ากลับแล้วผมก็ต้องไม่เห็นสิเนาะ ไม่น่าถามเลย... แหะๆ" 
      
            คนตัวเล็กถามเองตอบเองเสร็จสรรพ พร้อมส่งยิ้มแหยกลับมาให้ร่างสูง เพราะรู้สึกว่านั่นเป็นคำถามที่ไม่ควรถาม ก็เห็นอยู่โต้งๆว่าคุณมาร์คยืนอยู่ตรงนี้นี่นา

            การกระทำของแบมแบมที่แสดงออกมานั้นเรียกความเอ็นดูจากคนทั้งสองได้มากโขทีเดียว 
            แต่คนทั้งคู่หารู้ไม่ว่าหญิงวัยทองกำลังลอบสังเกตพฤติกรรมของผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็นเจ้านายกับลูกจ้างอยู่ 

            ...เท่านี้เธอก็เห็นแล้วว่าหนูแบมเองก็คงจะปลื้มพ่อหนุ่มที่เป็นเจ้านายอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
      
            "แล้ว...คุณป้ามีอะไรจะคุยกับแบมหรอครับ เข้ามาข้างในก่อนมั๊ย?"
            "ไม่ล่ะ ป้ามาแป๊บเดียว คือป้าจะปิดหอน่ะลูก ป้าอยากให้หนูแบมไปอยู่กับพ่อหนุ่มคนนี้ก่อน"
            "แต่คุณป้าครับ...คุณมาร์คเป็นเจ้านายแบมนะครับ แบมจะไปอยู่ด้วยได้ยังไง"
            "พ่อหนุ่มเค้าตกลงกับป้าแล้ว แล้วก็จะพาหนูแบมไปวันนี้เลยด้วย รีบเก็บของสิลูกเดี๋ยวคุณเค้ารอนานนะ"

            เมื่อผู้เป็นเจ้าของหอพูดจบก็ขอตัวกลับลงไปข้างล่างทันทีเพราะต้องรีบไปกินยาที่ได้มาเพราะโรคประจำตัว


            "คุณมาร์ค..."

            เสียงหวานของคนตัวเล็กเอ่ยเรียกชื่อเขาเบาๆอย่างเกรงใจ พลางทำสีหน้าขอโทษแทนคุณป้าเจ้าของหอที่ตัดสินใจให้ไปอยู่บ้านคุณมาร์คโดยพลการ
            มาร์คเห็นสายตาของคนตัวเล็กที่ส่งมาให้ก็ส่ายหน้าน้อยๆพร้อมยกยิ้มบางๆให้กับแบมแบมเป็นเชิงว่า เขาไม่ได้อึดอัดใจอะไร คนตัวเล็กจึงยอมกลับเข้าไปเก็บของในห้องแต่โดยดี

            ไม่นานนักร่างบางก็เดินออกมาพร้อมกับกระเป๋าเป้ใบโตที่ทำเอาคนแบกถึงกับเดินเซเลยทีเดียว นี่ขนาดว่าไม่อยากไปนะนั่น... มาร์คที่เห็นคนตัวเล็กเดินตุปัดตุเป๋เพื่อไปลงบันไดก็ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ต้องรีบเข้าไปฉวยเอากระเป๋าใบโตนั่นมาแบกไว้เสียเอง

            "ขอบคุณนะครับคุณมาร์ค"

            ฝ่ายถูกขอบคุณก็พยักหน้ารับตามสไตล์ก่อนจะเดินนำหน้าเขาไปยังชั้นล่างสุดของหอ 

            แบมแบมที่เดินตามหลังคุณมาร์คอยู่ ก็อดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ที่แข็งแรงขนาดนี้ เอ๊ะ! หรือเป็นเขาเองที่อ่อนแอกันนะ ไม่หรอกๆ คงเป็นเพราะเขาตัวเล็กเกินกว่าจะแบกไหวมากกว่า ส่วนคุณมาร์คน่ะตัวใหญ่ก็เลยแบกไหว 
            คนตัวเล็กเอาแต่เดินก้มหน้าพูดงึมงำอยู่คนเดียวจนไม่ทนได้สังเกตว่าคนข้างหน้าตนนั้น...หยุดเดิน

            'ปึก'

            "อ้ะ..."

            รู้ตัวอีกทีหน้าของเขาก็จมอยู่กับแผ่นหลังของคุณมาร์คซะแล้ว...

            "นอกจากจะสะเพร่าแล้ว ยังซุ่มซ่ามอีกหรอแบมแบม"
            "คุณมาร์คอ่า... จะหยุดเดินก็ไม่บอกผมเลย"

            คนตัวเล็กว่าพลางลูบจมูกที่ขึ้นสีของตัวเองป้อยๆ มาร์คมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเช่นเดิมคือเอ็นดู พร้อมกับคิดถึงคำๆเดิมที่เคยพูดก่อนหน้านี้...

            "...น่ารัก"

            ร่างบางตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยดวงตาใสแจ๋วพร้อมทำหน้าสงสัย  ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ยินที่เขาพูดสินะ

            แต่หืม...นี่เขาเผลอพูดออกมาอีกแล้วหรือ? อาการหนักแล้วสิเรา 

            วันแรกยังเป็นขนาดนี้ตอนนี้มาร์คเริ่มจะคิดแล้วสิว่า.... เขาคิดถูกรึเปล่านะที่ให้เด็กตรงหน้ามาเป็นเลขาส่วนตัว 
            แน่นอนว่าเขาไม่ได้ดูถูกความสามารถของอีกฝ่าย 
            แต่เขาหมายถึงตัวเองต่างหาก  จะมีสมาธิทำงานมั๊ยล่ะนี่...

            กลับมานั่งที่เดิมอีกจนได้สิเรา แบมแบมคิดพลางลอบมองเจ้านายตัวเองที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถอย่างขะมักเขม้น จะลองชวนคุยดีมั๊ยน้อ....
    
            "เอ่อ..."

            'Rrrrrrrrrrrrrr~'

            แบมแบมที่กำลังจะชวนคุณมาร์คคุยก็ถึงกับสะดุ้งโหยง เพราะอุตส่าห์นั่งเตรียมใจตั้งนานกว่าจะกล้าเอ่ยออกมา แต่สุดท้ายกลับโดนขัดจังหวะเพราะเสียงเรียกเข้าของคุณมาร์คซะงั้น
            คุณมาร์คหันมาหยิบบลูทูธที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมาเสียบที่หู ก่อนจะเริ่มบทสนทนากับบุคคลที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าใคร

            "อะไรนะ มาบ้านกู? จะมาทำไม"
            "อ่ะ...ถ้ามึงเข้าไปนั่งรอขนาดนั้นแล้วก็อยู่ต่อไปเถอะ"
            "....ยังจะมาขำอีก เออ แค่นี้แหละขับรถอยู่"

            วางสายไปแล้วแฮะ.... เรื่องที่แบมแบมตั้งใจจะชวนคุณมาร์คคุยในครั้งแรกก็ถูกกลืนหายไป แต่กลับแทนที่ด้วยเรื่องใหม่แทน

            "คุณมาร์คครับคุณมาร์ค"
            "หืม? มีอะไรหรอ" มาร์คหันมามองคนตัวเล็กน้อยๆ ก่อนจะหันกลับไปมองทางเหมือนเดิม พร้อมทั้งถอดบลูทูธที่หูออกเพื่อจะได้ฟังเสียงใสๆของเด็กน้อยข้างกายได้ถนัดขึ้น

            "ก็เมื่อกี้น่ะครับ ผมได้ยินคุณมาร์คพูดกูมึงด้วย คุยกับเพื่อนหรอครับ อ๋าา... ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังคุณมาร์คน้า" 

            แบมแบมถามในสิ่งที่ตนสนใจใคร่รู้ ก่อนที่จะนึกได้ว่าไม่ควรถามอะไรที่ดูเสียมารยาทแบบนั้น ทำให้ตัวเขาเองได้แต่โบกมือโบกไม้ส่ายหัวไปมาเพื่อเป็นการปฏิเสธว่าไม่ได้ตั้งใจจะถามออกไปเช่นนั้นเพราะแอบฟังอยู่ก่อนหน้า หากแต่เพราะข้อความบางคำมันเกิดไปสะกิดหูเขาต่างหาก...
      
            "ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย"
            "แฮ่ๆ...ครับ"
            "ส่วนเรื่องพูดกูมึง...ก็ถูกแล้ว คุยกับเพื่อนน่ะ"
            "ครับ" คนตัวเล็กยังคงหันมาจ้องเขาอยู่อย่างนั้น ไม่ได้หันไปทางอื่น 
            ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปถามแบมแบมกลับบ้างระหว่างที่รถติดอยู่ตรงไฟแดง

            "แล้วคุณล่ะ แทนตัวเองกับเพื่อนแบบผมรึเปล่า?"
      
            ร่างบางส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะฉีกยิ้มราวกับตัวเองมิชชั่นคอมพลีสกับด่านเกมอะไรสักอย่างได้ 
            มาร์คที่ตอนนี้คิ้วมุ่นลงมาหากันจึงหันไปถามเด็กน้อยด้วยความสงสัยในการแทนตัวของแบมแบม

            "ถ้าไม่ได้แทนด้วยกูมึง แล้วแทนด้วยอะไรล่ะ?"
            "แทนด้วย แบมกับชื่อเพื่อนคนนั้นๆครับ"
            "แล้วถ้ากับคนที่สนิทมากๆล่ะ"
            "ก็แทนแบบนี้แหละครับ เพราะผมถือว่าผมสนิทกับทุกคนน่ะครับคุณมาร์ค"

            สนิทกับทุกคนงั้นหรือ? หึ แล้วทำไมถึงยังแทนตัวกับเขาว่า ผม อีกล่ะ คิดแล้วมันก็หงุดหงิดนิดๆเหมือนกันนะเนี่ย

            "แล้วฉันล่ะ ฉันยังไม่สนิทกับนายอีกหรอ?"
            "ห้ะ!? คะ ครับ?"

            คนตัวเล็กถึงกับทำหน้าไม่ถูก เพราะจู่ๆเจ้านายอย่างคุณมาร์คดันเปลี่ยนการใช้สรรพนามกับเขา จากผมกับคุณ เป็นฉันกับนาย ซะงั้น 
            นี่ถ้าเขาคิดเข้าข้างตัวเองนะเขาคงจะคิดว่า คุณมาร์คต้องอยากสนิทกับเขาแน่ๆ

            "ก็ คุณมาร์คเป็นเจ้านาย..... จะให้ผมแทนตัวเองว่าอย่างงั้นได้ยังไงล่ะครับ"
            "แทนได้สิ"
            "ไม่ได้ครับ!"
            "ไม่ได้ตรงไหน?"
            "ตรงที่เป็นเจ้านายกับลูกน้องไงครับ"
            "ฉันบอกว่าได้ก็ได้สิ"
            "คุณมาร์คอ่ะ! ทำไมดื้อจังครับ"

            หืม...หึๆ เขาล่ะอยากจะหัวเราะออกมาให้ลั่นรถเสียจริง 
            โดนเด็กดื้อมาบอกว่าดื้อเนี่ยนะ

            "เฮ้อออ~ แบมแบม ฉันอยากจะสนิทกับนายจริงๆนะ"
            "คุณมาร์ค....แต่คุณมาร์คเป็นเจ้านาย เราต้องมีระยะห่างสิครับ"
            "แต่อีกหน่อย นายก็จะรู้จักชีวิตฉันดีกว่าฉันแล้วนะ"

            ไม่อยากจะบอกเลยว่าตอนนี้หัวใจของตัวเองนั้นเต้นโครมครามราวกับจังหวะการรัวกลองชุดในคอนเสิร์ตของวงร็อคก็ไม่ปาน แบมแบมรู้สึกได้ถึงเลือดที่กำลังสูบฉีดไปยังใบหน้า แม้ประโยคที่ออกมาจากปากของคุณมาร์คนั้นมันสุดแสนจะทำธรรมดา เพราะหน้าที่เลขามันก็ควรต้องรู้ชีวิตของเจ้านายอยู่แล้ว

            ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนพูดคือคุณมาร์ค หรือเป็นเพราะตัวเขาเองกันแน่ที่มีจินตนาการล้ำเลิศ จนตีความคำพูดนั้นไปไกลเกินกว่าที่เจ้านายได้ตั้งความหมายไว้ 

            แต่จะเพราะส่วนใดก็ช่าง...เพราะตอนนี้ตัวเขานั้นก็ได้เขินไปแล้ว และด้วยความเคยชินเขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอามือเล็กๆทั้งสองข้างมากอบกุมพวงแก้มที่กำลังร้อนผ่าวของตัวเองเอาไว้

            "คุณมาร์คอ่า..."

            ด้วยน้ำเสียงที่แปลกไปของแบมแบมทำให้มาร์คถึงกับต้องหันไปมองคนตัวเล็ก ก่อนจะเผลอหลุดยิ้มให้คนข้างกายอีกครั้งกับท่าทางที่แสนจะน่ารักของอีกฝ่าย 
            ให้ตายสิ นี่เขายิ้มเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วนะ ตั้งแต่มาเจอกับเด็กคนนี้

            "พูดแค่นี้ นายเขินอะไรฉันล่ะ หืม?"
  
            ว่าแล้วก็ขอแกล้งหน่อยเถอะ ถึงแม้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำท่านั้นเพราะอะไร แต่เขาขอแซวว่าคนตัวเล็กนั้นเขินเขาก็แล้วกัน

            "ผมเขินเพราะคิดเรื่องอื่นต่างหากครับ ไม่ได้เขินคุณมาร์คซักหน่อย"
            "...."

            มาร์คถึงกับนิ่งไปครู่นึง นี่สรุปว่า...เขินจริงๆหรือนั่น? แย่ล่ะสิ....
            ...เขาดันเขินตามซะงั้น

            "คุณมาร์คจะให้ผมแทนตัวด้วยชื่อจริงๆหรอครับ"
            "โธ่ แบมแบม ฉันแทบจะก้มหัวขอร้องนายอยู่แล้วนะ"
            "...นั่นสิครับ ฮะๆ"

            คนทั้งคู่หันมาคุยโต้ตอบกันตามปกติหลังจากที่หาย 'เขิน' กันแล้ว ก็ใช้เวลานานพอดูเลยล่ะ เพราะนี่ก็ใกล้จะถึงบ้านของมาร์คแล้วด้วย

            มาร์คมีบ้านสองหลัง หลังแรกคือบ้านใหญ่ ส่วนหลังที่สองเป็นบ้านที่เขาซื้ออยู่เองตั้งแต่ตอนที่เขาเรียนจบใหม่ๆ
            ที่มาอยู่นี่เพราะตัวเขาไม่ต้องการจะไปยุ่งกับบ้านใหญ่ก็เท่านั้น

            ทันทีที่รถหรูเลี้ยวเข้ามาภายในรั้วบ้านหลังใหญ่ที่มีการออกแบบสไตล์โมเดิลทันสมัยแต่ในขณะเดียวกันก็ดูเรียบหรู ทำให้คนตัวเล็กเผลอร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นพร้อมเอ่ยชมอย่างอดเสียไม่ได้

            "โอ้โห!! นี่บ้านคุณมาร์คจริงๆหรอครับเนี่ย สวยจัง สวยมากๆแถมใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มเลย"

            สาบานเถอะว่าเด็กคนนี้อายุยี่สิบสองแล้วจริงๆ ดูคำพูดคำจาสิ คิดว่ายังไม่จบประถมเสียอีก 
            มาร์คได้แต่หัวเราะหึในลำคอโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรออกไป แบมแบมจึงหันกลับมาถามเขาอีกว่า

            "...ให้แบมอยู่ที่นี่ได้จริงๆหรอครับ?"

            'เอี๊ยดดดด!!!'

            "เมื่อกี้นายแทนตัวเองว่าไงนะ!?"

            ยังไม่ทันที่จะได้เข้าไปจอดในโรงรถดีเลยแท้ๆ คนตัวสูงถึงกับต้องเหยียบเบรกจนล้อรถเบียดกับพื้นปูนเสียงดังเอี๊ยด เพียงเพราะคำพูดของคนตัวเล็กที่ถูกเอ่ยออกมาไม่กี่คำเท่านั้น

            "คุณมาร์คค เบรกซะแรงเลย"
            "ตอบฉันมาก่อนสิแบมแบม"
            "ก็แทนว่าแบมไงครับ คุณมาร์คอยากแบมแทนแบบนี้ไม่ใช่หรอครับ?"

            คนตัวเล็กว่า พลางหันมาเอียงคอถามเขากลับอีก ....น่ารัก

            "อะ อื้ม นายลงจากรถไปก่อนนะแบมแบม เดี๋ยวฉันเอารถเข้าไปเก็บในโรงรถก่อน"
            "ครับ"

            แบมแบมเปิดประตูลงจากรถตามคำสั่งของผู้เป็นเจ้านายอย่างว่าง่าย พร้อมยืนรออยู่กับที่ไม่กระดุกกระดิกไปไหนให้คุณมาร์คได้รำคาญใจ

            ฝ่ายมาร์คเองที่พอแบมแบมลงจากรถไปแล้วก็เผยยิ้มกว้างออกมาอย่างปิดไม่อยู่ เด็กที่ชื่อแบมแบมนี่...มีอิทธิพลต่อเขาจนน่ากลัวจริงๆ...
            เพราะคนอย่าง มาร์ค ต้วน พึ่งจะเข้าใจก็วันนี้เองว่า การเกร็งยิ้มจนปวดแก้มเนี่ย มันเป็นยังไง...


            ดูข้างนอกว่าสวยแล้วนะ แต่ข้างในนี่แบบ...สวยมากๆของมากๆ 
            
            หลังจากที่คุณมาร์คพาเขาเข้ามาภายในตัวบ้าน เขาก็อดที่จะมองนู่นมองนี่อย่างชื่นชมไม่ได้ เพราะถึงบ้านคุณมาร์คจะหลังใหญ่ตามสไตล์คนมีเงินก็ตาม แต่การตกแต่งมันต่างออกไป มันไม่ใช่โทนสีน้ำตาลสลับกับสีทองเหมือนในหนังที่เขาเคยดู แต่มันกลับเป็นสีฟ้าพาสเทสดูสบายตา บ้านคุณมาร์คมีการคุมโทนสีเป็นแบบขาวฟ้าน้ำเงินและดำ เรียบๆแต่ดูรวยอ่ะ

            "จะจ้องอะไรขนาดนั้น...เดี๋ยวตาก็หลุดออกจากเบ้าหรอกแบมแบม"
            "ก็บ้านคุณมาร์คสวยนี่นา แบมไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นบ้านแบบนี้ใกล้ๆเลยครับ"

            แบมแบมหันมาตอบคุณมาร์ค พลางหันกลับไปมองรอบๆด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นดังเดิม เด็กคนนี้นี่จริงๆเล้ย เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาค่อยพาคนตัวเล็กสำรวจบ้านแล้วกัน เพราะตอนนี้เขาต้องไปพบ เพื่อน ที่มานั่งรอเขาอยู่นานแล้วเสียก่อน

            "ไปห้องรับแขกก่อนแบมแบม เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะพาสำรวจ"
            "แต่พรุ่งนี้คุณมาร์คต้องไปทำงานไม่ใช่หรอครับ?"
            "ใครบอกนายกันหืม? พรุ่งนี้ฉันหยุดหรอกน่า..."  ....หยุดเพราะต้องพาคนมาสำรวจบ้านไง
            "โอเคครับ! ^ ^"
            "อืมม" 

            มาร์คมองคนที่กำลังยิ้มแป้นอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะดันหลังร่างบางให้ไปยังห้องรับแขก ในขณะที่มืออีกข้างก็ทำหน้าที่แบกกระเป๋าใบโตไปด้วย

            "มาซักทีนะมึง! กูนั่งรอจนเมื่อยตูดไปหมดละเนี่ย...ใครอ่ะ?"
            "เลขากู"
            "น่ารักจัง เป็นเด็กผู้หญิงแท้ๆทำไมตัดผมสั้นล่ะ?"
            "เป็นผู้ชาย"
            "ห้ะ!?"

            แจ็คสัน เดินเข้ามาประชิดร่างบาง พลางเพ่งมองอย่างพินิจพิจารณา ผู้ชายแน่หรอวะ...ทำไมโคตรน่ารัก!! แก้มอูมๆนั่นก็ช่างน่าสัมผัสซะจริง ว่าแล้วมือหนาก็ยื่นออกไป... ทั้งที่ใกล้จะได้จับแก้มอิ่มน้ำนั่นอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่ติดว่า

            'เพี๊ยะ!'

            "ไอ้มาร์คตีกูทำไมเนี่ย! โคตรแสบเลย"
            "มึงมีอะไรจะคุยกับกูก็ว่ามา"

            ใบหน้าหล่อที่บัดนี้บึ้งตึงได้หันไปถามเพื่อนสนิทหุ่นล่ำของตนอย่างตัดบท พลางชำเลืองหางตามองเด็กดื้ออีกเล็กน้อย มัวแต่มองบ้านเขาอยู่นั่นแหละ คนจะมาจับแก้มอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก! มันน่าตีนักเชียว

            "แบมแบม!"
            "คะ ครับคุณมาร์ค!?" คนตัวเล็กเกิดอาการสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกเจ้านายเรียกเสียงดัง แล้วก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อหันมาเจอกับชายแปลกหน้าที่มายืนอยู่ใกล้เขาเอาเสียมากๆ
            "นี่เพื่อนฉัน ชื่อแจ็คสัน"
            "สวัสดีครับคุณแจ็คสัน"
            "คุณเคินอะไรกัน เรียกพี่แจ็คสันก็ได้ ถ้าไม่ถนัดเรียกเฮียก็ได้"
            "ครับ! งั้นพี่เรียกแบมว่าแบมนะ ^ ^"  พูดจบแบมแบมก็ฉีกยิ้มกว้างส่งให้คนตรงหน้าเหมือนอย่างที่เคยยิ้มให้กับเขา แล้วไหนจะคำแทนตัวนั่นอีก

            ไม่ชอบเลย... มาร์คมองภาพคนทั้งสองที่กำลังยิ้มให้กันด้วยความไม่ชอบใจ เขารู้สึกอยากเก็บรอยยิ้มนั้นไว้ดูเองคนเดียวมากกว่า

            "สรุปไม่มีอะไรใช่มั๊ย? กูจะได้ไป"
            "เออไม่มีอ่ะ แวะมาเล่นด้วยเฉยๆ"
            "งั้นกูไปล่ะ"
            "เออไปเหอะ เดี๋ยวกูอยู่คุยกับน้องแบมต่อ"
            "....."
            "เออยังไม่ได้ถามเลย มึงพาน้องแบมมาบ้านทำไมวะ?"
            "......"
            "คือหอผมปิดน่ะครับ คุณมาร์คเลยให้มาอยู่ที่บ้านคุณมาร์คก่อน คุณมาร์คใจดีมากเลยนะพี่แจ็คสัน"

            เมื่อเห็นว่าคุณมาร์คไม่ได้ตอบกลับพี่แจ็คสัน เขาจึงอาสาตอบแทนคุณมาร์คถึงสาเหตุที่ตนมาปรากฏตัวอยู่ที่บ้านของเจ้านายในช่วงเวลาพลบค่ำเช่นนี้ พี่แจ็คสันก็พยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว 
            แต่จู่ๆคุณมาร์คก็คว้าข้อมือของเขาแล้วพาเดินขึ้นบันไดไปทันที ทั้งที่ยังไม่ทันได้ร่ำลาพี่แจ็คสันเลยแท้ๆ คุณมาร์คเป็นอะไรอ่ะ?

            "ไอ้มาร์ค!! จะพาน้องแบมไปไหนวะ!? แล้วกูล่ะ!!"

            พี่แจ็คสันยังคงตะโกนโหวกเหวกอยู่ข้างล่าง ในขณะที่คุณมาร์คก็ยังคงพาเขาเดินไปเรื่อยๆ

            "คุณมาร์ค...แล้วพี่แจ็คสันล่ะครับ?"
            "เดี๋ยวมันก็กลับ"
            "ครับ..."

            "เอ่อ....คุณมาร์คครับ เราจะเดินไปไหนหรอครับ?"
            "เอาของไปเก็บในห้องไง"
            "ห้องที่จะให้แบมอยู่หรอครับ"

            ความสนใจในตัวแจ็คสันหายไปในทันทีที่ได้รู้ว่าปลายทางที่คนตัวสูงจะพาไปนั้นอยู่ที่ไหน พลันหัวใจดวงน้อยๆกลับต้องมาเต้นผิดจังหวะเป็นรอบที่เท่าไรของวันก็มิอาจทราบ เพียงเพราะสายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปมองมือของคุณมาร์คที่กำลังจับอยู่ที่ข้อมือเล็ก

            "เปล่า  ห้องฉันเอง"

            ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

            ทันทีที่สิ้นเสียงคุณมาร์คหูของเขาก็อื้อขึ้นมาอย่างฉับพลัน เพราะตอนนี้เขาไม่สามารถได้ยินเสียงอะไรได้เลยนอกจากจังหวะการเต้นของก้อนเนื้อที่อกด้านซ้าย ที่มันเพิ่มระดับความเร็วจากเมื่อกี้ขึ้นอีกเท่าตัว เฮ้ออ...อยู่กับคุณมาร์คแค่สิบนาทีนี่ เหนื่อยกว่าไปวิ่งมาราธอนซะอีกนะเนี่ย

            เมื่อพาร่างเล็กมาถึงห้องตัวเองแล้ว มาร์คก็จัดการอธิบายว่าที่ให้นอนห้องเขาเพราะแบมแบมมากระทันหันเกินไปจนไม่ได้โทร.บอกแม่บ้าน ทำให้เตรียมห้องนอนแขกไว้ให้ไม่ทัน

            "งั้นเดี๋ยวแบมนอนโซฟาก็ได้ครับ"
            "ไม่ได้หรอก เดี๋ยวนายปวดหลัง ฉันนอนเอง..."
            "คุณมาร์คนั่นแหละจะปวดหลัง แบมนอนเองครับ"
            "แต่...."
            "แบมเคยนอนพื้น โซฟานี่ยังถือว่าสบายเกินไปด้วยซ้ำ คุณมาร์คห้ามดื้อนะครับ"
            "ฮืมม ตามใจนายแล้วกัน..."

            มาร์คพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจจะเถียง เขารู้สึกว่าเถียงยังไงก็เถียงไม่ชนะแน่ๆ เพราะฉะนั้นการยอม คือทางเลือกที่ดีที่สุด

            เมื่อความเหนื่อยล้าถาโถมคนทั้งคู่ มาร์คจึงบอกให้คนตัวเล็กเข้าไปอาบน้ำที่ห้องน้ำถายในห้อง ส่วนเขาจะไปอาบอีกห้องเอง 

            หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ มาร์คก็เปิดประตูกลับเข้ามาในห้องเพื่อจะชวนเด็กดื้อไปกินข้าวเย็น แต่เขากลับพบเพียงร่างบางที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟา พร้อมทั้งผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ดูท่าว่าเขาจะอาบน้ำนานไปหน่อยมั้งเนี่ย...
         
            มาร์คเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนหลับ แล้วก้มลงมองคนตัวเล็กที่กำลังนอนหลับอย่างสบายอารมณ์ สงสัยว่าจะเหนื่อยกับการเดินทางแน่เลย  หากว่ามีคนมาเห็นเขาตอนนี้ ก็คงจะคิดว่าเขาเป็นบ้าแน่ๆที่ยืนยิ้มอยู่คนเดียว เด็กน้อยตรงหน้าเขานี่... 
            ตอนตื่นว่าน่ารักแล้ว หากแต่ตอนหลับน่ารักยิ่งกว่า

            มาร์คค่อยๆช้อนร่างเล็กที่เบาราวกับหมอนยัดนุ่นขึ้นมา แล้วเดินไปยังเตียงขนาดคิงไซส์ที่เขาใช้นอนอยู่ทุกวี่วัน พร้อมทั้งจัดแจงห่มผ้าให้เลขาตัวเองเพื่อป้องกันร่างบางจากลมหนาวของเครื่องปรับอากาศ

            "...ฝันดีนะแบมแบม"

            เขาพูดประโยคสุดท้ายของวันกับคนตัวเล็ก ก่อนจะเดินไปปิดไฟแล้วจึงค่อยพาตัวเองมานอนที่โซฟาแทนร่างเล็ก พลางหลับตาลงด้วยความรู้สึกที่ต่างจากทุกวัน


            
[ 100% ]

#เติมรักมบ

@MTBBgot7Ahgase
ทวงฟิคเค้าได้นะตัว ทักมาคุยกะได้

อาจจะไม่ค่อยได้อัพถี่น๊า เพราะตอนนี้
เค้ากำลังเตรียมตัวจะสอบอยู่
แต่เค้าก็อยากให้ทุกคนได้อ่านความน่ารัก
ของคุณมาร์คและแบมแบมจริงๆ จะพยายามมาบ่อยๆเน้อ

ปล.1 พี่มาร์คมีกล้ามแล้ว ดีใจ วิวมีกะลังใจแต่งฟิคขึ้นเยอะเลย ฮื่ออ
ปล.2 เล่นแท็กให้เค้าหน่อย ( TvT )

1 เม้น 1 กำลังใจ
เม้นไหลมาฟิคก็ไหลไปจ้า
อ่าน เฟป เม้น เย้!!

ขอบคุณที่(หลง)เข้ามาอ่าน และ Enjoy reading!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #46 poppy22pee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 10:59

    รรรรรรรรรรร
    #46
    4
  2. #45 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 09:12
    ละมุนนนนน
    #45
    1
  3. #35 bbboobb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 03:27

    โอ้ย ชัดเจนกันทั้งคู่อ่า เขินนมาก แพ้ความดีคุณมาร์ค
    #35
    1
    • #35-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      18 สิงหาคม 2561 / 08:06
      นี่ก็แพ้ 5555
      #35-1
  4. #29 babyaea (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 23:25
    มีคนแอบหวงอยู่หนึ่งตำแหน่ง
    #29
    1
    • #29-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      17 สิงหาคม 2561 / 23:29
      55555 คุณมาร์คคนทึ่ม
      #29-1
  5. #26 Facebook12345 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 14:32

    มีคนทำตัวน่านักหนึ่งอัตราฟิน

    #26
    1
    • #26-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      8 สิงหาคม 2561 / 22:18
      555555
      #26-1
  6. #21 Facebook12345 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 15:13

    มาร์คดูแลแบมดีๆนะสงสารน้อง

    #21
    1
    • #21-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      13 มิถุนายน 2561 / 15:20
      อย่างพี่มาร์คไม่ปล่อยให้น้องลำบากแน่
      #21-1
  7. #20 vandabam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 00:55
    คุณมาร์คคะ พฤติกรรมที่คุณมาร์คแสดงออกไปกับความรู้สึกในใจที่กำลังค้นหา เค้าเรียกว่า หวงและหึง ค่ะ ซึ่งทั้งสองความรู้สึกนี้มักจะเกิดกับคนที่เรารักหรือชอบนะคะ ^^
    #20
    1
  8. #19 Muaylek_MB9397 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 18:04
    พี่มาร์คต้องเริ่มชอบพี่แบมแร้วแน่ มีความละมุน อ่านไปยิ้มไป ฟินๆ ตอนที่ 2 พี่มาร์คมีอาการหวงแบมด้วยอ่ะ อิอิ 😍😍
    #19
    1
  9. #18 TYFH (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 14:55
    แค่ตอนที่2 คนอ่านก็นั่งอ่านยิ้มแล้วยิ้มอีกแล้วค่ะ น่ารักมากๆ
    #18
    1
  10. #17 ฺBms (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 09:53

    ชอบป้าเจ้าของหอ55ผู้ชงอันดับหนึ่งชงจนกะให้ได้ดีกันเลยทีเดียวคุณทำสำเร็จแล้วอิพี่เจอกันวันเดียวนี้ไม่รู้หลงน้องไปเท่าไหร่แล้ว

    #17
    1
  11. #15 vandabam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 17:04
    คุณมาร์คน่าจะหลงแบมจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วล่ะค่ะ นี่เพิ่งรู้จักกันแค่วันเดียวเองนะเนี่ย ทั้งรับเข้าทำงาน พาไปส่งหอพัก ออกค่าเช่าหอพักที่ค้างให้ และพามาอยู่บ้านด้วย เหลือแค่ขอเป็นแฟนและแต่งงานสร้างครอบครัวกันแล้วล่ะค่ะ ^^
    #15
    1
  12. #14 Natchanan Patcha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 23:45
    น่าร้ากกกกง่ะ รอค่ะ
    #14
    1
  13. #12 vandabam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 16:11
    คุณมาร์คโดนของแน่นอน พูดคำว่า น่ารัก กี่ครั้งแล้วเนี่ยยยยย ท่าทางของชิ้นนี้โดนแล้วแก้ยากด้วย ฉะนั้นจงรักจงหลงน้องแบมตลอดไปปปปปป ^^ ว่าแต่คุณป้าเจ้าของหอนี่ถ้าไม่อ่านเจอคำว่า วัยทอง เราจะคิดว่าตัวเองคือป้าคนนี้แล้วนะ 555 ทำไมป้าคิดเหมือนเราทุกอย่าง นี่ป้าเจ้าของหอหรือกามเทพกันแน่เนี่ยยยย ^^
    #12
    1
  14. #11 Facebook12345 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 14:04

    น่ารักอ่านไปอมยิ้มไปชอ่บมากรักเลยบอกไห้รอนะ

    #11
    1
    • #11-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      4 มิถุนายน 2561 / 14:43
      รอนะๆ ><
      #11-1
  15. #10 chalo001 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 13:54
    ชอบแนวนี้มากกกกก ได้โปรดอย่าม่ามากนะค่ะ ใจไม่มีเลย
    #10
    1
    • #10-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      4 มิถุนายน 2561 / 14:41
      ไม่ม่ากะได้ หน่วงๆพอ เนาะๆๆ 5555
      #10-1
  16. #9 Natchanan Patcha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 10:08
    มาร์คชอบน้องแน่ๆเลย ต่อน้าาา
    #9
    1