[FIC MARKBAM] Complete me #เติมรักมบ

ตอนที่ 1 : สัมภาษณ์งานยังไงให้ใจสั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    2 มิ.ย. 61




My beats is loud, so I'm worried it will be bother you

เสียงหัวใจของผมมันดังซะจนผมเกรงว่ามันอาจจะรบกวนคุณ


      
             ความตึงเครียดเกิดขึ้นกับคนตัวเล็กทันทีที่ก้นของเขาแตะลงบนเก้าอี้หนังสีดำสนิท แบมแบมไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ้ำ เพราะกลัวคนตรงหน้าจะหาว่าเขาไม่มีมารยาท 
             แต่เนื่องด้วยบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่จะสัมภาษณ์งานเขา ได้หันเก้าอี้ออกไปมองทิวทัศน์ภายนอก ผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง แบมแบมจึงถือวิสาสะมองไปรอบๆห้องเพื่อสำรวจสถานที่
             
             เรียบร้อยจังน้า คงจะเป็นคนที่เจ้าระเบียบน่าดูเลย    คนตัวเล็กคิด

             พลันเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า แบมแบมจึงก้มลงมองนาฬิกาเพื่อเช็คว่า นี่เป็นเวลาเท่าใดกันแล้ว 

             ตายจริง...นี่ผ่านไปสิบนาทีแล้วหรอเนี่ย เอายังไงดีล่ะเดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงต้องไปสัมภาษณ์งานที่อื่นต่อด้วยสิ ลองเรียกดูดีมั๊ยนะ?


             หลังจากที่ลังเลอยู่นานว่าควรที่จะเรียกบุคคลตรงหน้าดีหรือไม่ เก้าอี้หนังสีดำตรงหน้าคล้ายกับที่เขานั่งอยู่หากแต่ว่าใหญ่กว่าก็หมุนกลับมา ทำให้ทั้งแบมแบมและเจ้าของเก้าอี้ต่างฝ่ายก็ต่างผงะเมื่อได้หันมาประจัญหน้ากัน
             คนตัวใหญ่มองคนตรงหน้าแล้วก็เกิดคำถามผุดขึ้นมาในหัวว่า ใคร?

             "เอ่อ... สวัสดีครับ นายกันต์พิมุกต์ ภูวกุลครับ อายุยี่สิบสองปี เพิ่งจบการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยIC ครับ"

             เมื่อตั้งสติได้ แบมแบมจึงรีบแนะนำตัวกับบุคคลตรงหน้าทันที พร้อมทั้งแอบกระทำการเสียมารยาทโดยการลอบมองใบหน้าหล่อ หลังจากที่เขาได้ยื่นแฟ้มข้อมูลส่วนตัวและประวัติการศึกษาของเขาให้กับคนตัวโตกว่า

             โครงหน้าก็สวย คิ้วก็เข้ม อีกทั้งดวงตาที่ดูอ่อนโยนและมีอำนาจในเวลาเดียวกัน รวมถึงจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากรูปกระจับนั่น ทำให้คนคนนี้มีคำนิยามที่เหมาะสมกับตัวเขาเพียงคำเดียวเลยก็คือ 'หล่อ'

             แบมแบมมองคนตรงหน้าอย่างหลงใหล ยิ่งมองก็ยิ่งหลง คนเราจำเป็นต้องหล่อขนาดนี้เลยหรือ?


             ฝ่ายคนที่ถูกมองก็รู้สึกตัวว่าโดนแอบมอง แต่เขาเองก็ไม่ได้ว่างถึงขั้นจะมาสนใจกับอะไรแบบนี้หรอกนะเลยทำเป็นว่าไม่รู้ไม่เห็นแล้วก้มหน้าอ่านโปรไฟล์ในแฟ้มที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ต่อไป ก่อนจะเริ่มเปิดประโยคสนทนากับคนตรงหน้าทันทีที่อ่านจบ

             "ถ้าตอนนี้มีคะแนนอยู่ในมือผมซักร้อยคะแนน ผมจะหักคะแนนของคุณไปซักสิบ"

             แบมแบมถึงกับหลุดออกมาจากภวังค์ความคิดของตัวเอง พร้อมทั้งทำหน้าเหวอใส่คนตัวโต อะไรนะ จะหักคะแนนของเขาอย่างนั้นหรือ? เขาทำอะไรผิดกัน

             "ครับ? เอ่อ...ช่วยบอกผมหน่อยได้มั๊ยครับ ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น"  แน่นอนว่าแบมแบมไม่เคยปล่อยผ่านกับสิ่งที่ตัวเองสงสัย เขาจึงได้เอ่ยถามคนตรงหน้าออกไปตามตรง

             "ไม่รู้ตัวหรอครับว่าเข้าผิดห้อง?"
             "อะไรนะครับ!?"
             "สะเพร่าจริงๆเลยนะ คุณแบมแบม คุณจะตื่นเต้นน่ะผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แต่ช่วยนับห้องให้ถูกหน่อย นี่มันห้องที่สี่นะครับ...ไม่ใช่สาม"

             อีกฝ่ายจงใจเน้นเสียงลงที่ชื่อเล่นของเขาซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไม หรือคนส่วนใหญ่ไม่เขียนชื่อเล่นตัวเองลงในประวัติส่วนตัวกันนะ? แต่ว่านะ...เถียงไม่ออกเลยแฮะ ก็เขามันสะเพร่าจริงๆนี่นา  เมื่อความจริงถูกเอ่ยมาตีแสกหน้า ทำให้แบมแบมทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งยิ้มเจื่อนๆกลับไปให้คนตัวใหญ่แทนคำพูด

             "แล้วคุณชื่ออะไรหรอครับ?"  

             แม้จะไม่ใช่คนที่จะสัมภาษณ์เขา แต่ก็ขอรู้ชื่อไว้สักหน่อยก็แล้วกัน 
             
             "มาร์ค ต้วน"

             เอ...ชื่อคุ้นจัง


             มาร์คมองคนตรงหน้าด้วยท่าทีที่เอือมระอาพอสมควร 
             อะไรกัน พูดชื่อไปขนาดนี้แล้ว ยังจะทำหน้าคิดมากอะไรอยู่อีก

             "นี่...จะสมัครงานเข้าบริษัทใหญ่ทั้งทีเนี่ย คุณก็ควรจะจำชื่อเจ้าของบริษัทหน่อยมั๊ย?"

             เพราะท่าทางของอีกฝ่ายที่ทำให้เขารู้สึกรำคาญตา มาร์คจึงได้เฉลยตำแหน่งของตนออกไป พร้อมให้ข้อคิดกับร่างบางตรงหน้าอีกเล็กน้อย
             แต่แบมแบมก็ยังคงทำหน้าครุ่นคิดไม่เลิก เด็กคนนี้นี่...จะบื้อเกินงามไปหน่อยรึเปล่า? เขาสาบานเลย ว่าจะไม่ให้คนแบบนี้เข้ามาอยู่ในบริษัทของตนอย่างแน่นอน

             "นึกออกแล้ว!"

             จู่ๆแบมแบมก็โพล่งขึ้นมาด้วยระดับเสียงที่เบากว่าการตะโกนเล็กน้อย พร้อมจ้องไปที่ใบหน้าของมาร์ค ทำเอามาร์คถึงกับสะดุ้งแต่ก็ยังคงคีพลุคเอาไว้ได้อยู่

             "คุณมาร์ค เจ้าของบริษัทเอ็มทีส เป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่สามารถพาบริษัทก้าวหน้าจนติดท็อปเท็นของประเทศภายในเวลาหนึ่งปี บริษัทของคุณมาร์คน่ะ จากยี่สิบห้าบริษัทที่ผมสมัครงานไว้ ผมตั้งเป้าไว้เป็นอันดับหนึ่งเลยนะครับว่าอยากจะเข้าอ่ะ แหะๆ ขอโทษนะครับที่ผมรู้สึกตัวช้าไปนิดนึง พอดีเมื่อคืนนอนดึกไปหน่อยเพราะตื่นเต้นก็เลยเบลอๆน่ะครับ ^ ^" 

             แบมแบมพูดใส่อีกฝ่ายแบบรัวไม่ยั้ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้กับคุณมาร์ค  
             คนที่ถูกกล่าวถึงในประโยคเมื่อสักครู่ของคนตัวเล็กถึงกับชะงัก ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วกลับไปตีหน้านิ่งเหมือนเดิม

             ถึงจะบื้อไปหน่อย แต่ก็ใจสู้ดี ตั้งยี่สิบห้าบริษัทเชียวนะนั่น มาร์คคิดพร้อมทั้งตัดสินใจว่าจะสัมภาษณ์คนตรงหน้าต่อด้วยตนเอง
 

             ให้ตายสิคุณมาร์คตอนยิ้มนี่...หล่อยิ่งกว่าหล่ออีก 

             แม้คนตัวโตตรงหน้าจะหลุดยิ้มออกมาแค่แป๊บเดียวก็ตาม แต่แบมแบมก็ยังหันไปเห็นทันอยู่ดี

             "เอาล่ะ ไหนๆคุณก็มาแล้ว งั้นผมจะสัมภาษณ์คุณต่อเลยก็ได้"
             "ขอบคุณมากครับ!" แบมแบมว่า ก่อนจะฉีกยิ้มอย่างอารมณ์ดีอีกครั้งให้กับคุณมาร์ค ที่ยิ้มได้เพราะเขาไม่ต้องเดาแล้วว่าใครจะเป็นคนสัมภาษณ์งานเขา แถมคุณมาร์คเองก็ดูไม่ได้โหดร้ายอะไร

             ยิ้มเรี่ยราดซะจริงนะ ผิดกับเขา ถ้าหากไม่ใช่งานกระชับความสัมพันธ์ของบริษัท หรือต้องไปเจรจาต่อรองทางธุรกิจ เขาก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะต้องยิ้มให้กับเรื่องอะไร อันที่จริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการยิ้มออกมาจากความรู้สึก มันทำยังไง

             "ทำไมถึงเลือกสมัครที่นี่ล่ะ?"
             "ก็...ผมลองหาข้อมูลเรื่องเงินเดือนดูน่ะครับ ที่นี่ให้เยอะมากเลย"
  
             คำตอบของแบมแบมทำให้คุณมาร์คถึงกับตวัดสายตาขึ้นมาจากแฟ้มงานตรงหน้าเพื่อมองคนตัวเล็ก ที่ตั้งเป้าหมายบริษัทเขาเป็นอันดับหนึ่งเพราะเรื่องนี้หรอ? กล้าตอบออกมาโต้งๆแบบนี้เลย? คนตรงหน้าเขานี่มีนิสัยยังไงกันแน่นะ

             "ก็คนเรามาทำงานเพราะอยากได้เงินไม่ใช่หรอครับ"

             เมื่อเห็นคนมีตำแหน่งนิ่งไปเพราะคำตอบในตอนแรกของเขา แบมแบมจึงรีบพูดเสริมทันทีเพื่อให้รูปประโยคมันดูซอฟท์ลง คุณมาร์คจะได้เข้าใจว่าเขาไม่ได้หน้าเงินนะ แต่มันคือสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนต้องการต่างหาก

             "อืม ตอบตรงดีผมชอบ"

             ตึกตัก ตึกตัก

             'ผมชอบ'  แบมหยุดนะ! คุณมาร์คเขาหมายถึงชอบคำตอบต่างหากเล่า ไม่ได้หมายถึงคนตอบซักหน่อย  

             "แอร์ห้องผมไม่เย็นพอหรอครับ? หน้าคุณถึงดูแดงๆแถมเหงื่อออกด้วย"
             "ไม่ใช่หรอกครับ...เชิญคุณมาร์คถามต่อได้เลยครับ" 

             เสียงหวานพูดตอบเขาโดยที่เจ้าตัวยังคงก้มหน้าหงุด ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาเหมือนก่อนหน้านี้ เขินเขาหรือ?

             "ถ้าเกิดผมรับคุณเข้าทำงาน คุณต้องการจะได้ตำแหน่งอะไร?"
             "ตำแหน่งว่างครับ เพราะผมคิดว่าสายที่ผมเรียนมาบวกกับการที่ผมเป็นพวกหัวไว ผมสามารถทำงานได้ทุกตำแหน่งครับ"

             แบมแบมตอบออกไปด้วยความจริงจัง ราวกับเพิ่งจะคิดได้ว่ามาสัมภาษณ์งานนะ จะมาทำตัวสบายๆแบบนี้ได้อย่างไร

             จากคำตอบที่ได้รับ มันทำให้มาร์ครู้สึกพึงพอใจในคนตัวเล็กมากทีเดียว แม้จะมีความสะเพร่าอยู่บ้าง แต่ความใจสู้ ความมั่นใจ และความตรงไปตรงมาของเด็กคนนี้ ทำให้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะรับแบมแบมเข้าทำงานที่นี่อย่างแน่นอน

              "งั้น...ครอบครัวของคุณมีกี่คนหรอ?"

              มาร์คถามถึงจำนวนสมาชิกในครอบครัวของคนตัวเล็กเพื่อคำนวณภาระค่าใช้จ่ายที่แบมแบมควรจะได้รับ และหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้กับคนตรงหน้า 

              แบมแบมที่ไม่คิดว่าจะได้รับคำถามเช่นนี้ก็เกิดอาการกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆแล้วเงยหน้าขึ้นตอบคำถามของคุณมาร์ค

              "มีแค่ผมคนเดียวครับ..."

              เด็กที่สดใสก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว มาร์ครู้สึกผิดเล็กน้อยที่ทำให้คนตรงหน้าต้องเกิดอาการหงอย แต่ช่วยไม่ได้หนิ มันเป็นคำถามพื้นฐานที่เขาต้องรู้

              "งั้นหรอ แล้วทุกวันนี้อยู่ยังไง?"
              "ก็...หาเงิน ทำงานพิเศษ ผ่อนค่าเช่าหอ แต่ผมโชคดีหน่อยที่ตอนม.ปลายเรียนเก่งก็เลยได้ทุนเรียนฟรีจนจบน่ะครับ แถม...ตอนนี้ผมค้างค่าเช่าหอเค้าอยู่ตั้งสี่เดือนแหน่ะ ฮะๆ"

              คนตัวเล็กกลับมายิ้มร่าอีกครั้งพร้อมบอกเล่าการใช้ชีวิตของตนอย่างขำๆ เปลี่ยนอารมณ์เร็วจริงนะ เป็นกิ้งก่ารึไง

              "ถ้างั้นผมรับคุณเข้าทำงานนะ"
              "ครับ....เอ๊ะ!? เมื่อกี้คุณมาร์คพูดว่าอะไรนะครับ?"
              "มาเป็นเลขาให้ผม ตำแหน่งมันว่างพอดี เริ่มงานอาทิตย์หน้า ส่วนก่อนหน้านั้นผมจะเป็นคนสอนงานให้เอง"
              "...ครับ"

              แบมแบมรับปากออกไปอย่างงงๆ สรุปว่า... เขาได้งานแล้วหรือ? ถ้าอย่างนั้นเขายังต้องไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทอื่นอยู่มั๊ยเนี่ย?

              "แล้ว...บริษัทอื่นผมต้อง..."
              "โทรไปยกเลิกสิ ผมถือว่าคุณเป็นพนักงานของผมแล้ว"

              เมื่อได้ยินดังนั้น แบมแบมก็แทบจะตะโกนออกไปดังๆว่าไชโย พร้อมทั้งกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจอีกสักสองสามเพลงแต่มันไม่สามารถทำได้ในตอนนี้เขาจึงต้องเก็บอาการไว้ก่อน ในที่สุดเขาก็มีงานประจำทำสักที ค่าเช่าที่ค้างไว้คงจะได้รับการชำระเร็วๆนี้แหละ ทุกวันนี้แบมแบมแทบจะคลานออกมาข้างนอกอยู่แล้วเพราะเกรงใจคุณป้าเจ้าของหอจะแย่ รอก่อนนะคุณป้าแบมแบมคนนี้จะไปจ่ายเงินให้แล้วนะครับ!

              ฝ่ายคนตัวโตก้มมองดูนาฬิกาในขณะที่แบมแบมกำลังโทรไปขอโทษขอโพยกับบริษัทที่นัดสัมภาษณ์ตนอีกสองบริษัท ถึงเวลาเลิกงานแล้วหนิ ไปสำรวจชีวิตเลขาของตัวเองสักหน่อยดีกว่า

              "แบมแบมคุณไม่มีธุระจะไปที่ไหนต่อใช่มั๊ย?"

              คุณมาร์คเอ่ยถามเขาหลังจากที่เห็นว่าเขาคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว ตอนแรกก็มีธุระอยู่หรอก แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว

              "ใช่ครับ! ก็พึ่งโทรไปยกเลิกธุระเมื่อกี้...แฮ่ๆ" คนตัวเล็กพูดยังไม่ทันจบประโยคดีก็หันมาหัวเราะแห้งๆใส่ เพราะเห็นว่าเขาไม่ได้เล่นด้วย 
              "ดี เดี๋ยวผมไปส่ง"
              "หืม? เอ่อ..."

              ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

              เอาอีกแล้วนะแบม! จะใจเต้นแรงทำไมกัน  ไม่คิดเปล่า แบมแบมยกมือตัวเองขึ้นมาทาบไว้ที่อกเพราะเกรงว่าหัวใจที่เต้นจนแรงเกินไปนั้นอาจจะหลุดออกมาข้างนอกก็เป็นได้ พร้อมกับผ่อนลมหายใจเข้าออกเพื่อให้จังหวะการเต้นของหัวใจลดลงบ้าง แต่ท่าทางที่ออกมานั้นมันคงจะแปลกซะจนคุณมาร์คต้องเอ่ยทัก

              "เป็นอะไรรึเปล่าแบมแบม?"
              "คะ คุณมาร์คได้ยินเสียงอะไรรึเปล่าล่ะครับ"
              "ไม่หนิ คุณจะให้ผมได้ยินเสียงอะไรล่ะ?"
              "เสียงหัวใจของผมเอง มันเต้นดังมากซะจนผมกลัวว่าจะรบกวนคุณมาร์คเลยครับ"

              เด็กแปลก...  มาร์คคิด พลางหลุดยิ้มออกมาเป็นรอบที่สองของวัน นับว่าเป็นเรื่องแปลกมากสำหรับเขา แปลกจริงๆนะ...

              สุดท้ายแบมแบมก็มานั่งรถอยู่ในรถของคุณมาร์คจนได้ หรูจัง... มันเป็นรุ่นเขาเคยเห็นผ่านตามาบ้างจากโฆษณา ไม่ได้คิดเลยว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้นั่ง ดีจังเลยน้า
              มาร์คลอบมองคนตัวเล็กอยู่หลายหน เพราะอาการตื่นเต้นที่เจ้าตัวแสดงออกมานั้นมันดูเพลินตาดี ตาโตเป็นประกายมองสำรวจรถเขาแทบจะตลอดเวลา ไม่ปวดตาหรือนั่น?

              "แบมแบม"
              "ครับคุณมาร์ค?"
              "อย่ามัวแต่ชื่นชมรถผม บอกทางด้วย"
              "โอ๊ะ! จริงด้วยสิครับ ฮะๆ ลืมสนิทเลย เลี้ยวซ้ายครับ" แบมแบมพูดกลั้วหัวเราะพลางหันไปยิ้มจนแก้มขึ้นเป็นก้อนให้กับคุณมาร์ค

              ลืมสนิทเลยหรือ? ถ้าเป็นแบบนี้ตอนถามเรื่องงานสำคัญเขาจะทำอย่างไรดี.... ถ้าเด็กคนนั้นยิ้มให้แบบนี้ตอนทำผิด เขาจะกล้าด่ารึเปล่านะ

              "แต่คุณมาร์คไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ กับเรื่องงานผมไม่ลืมแน่ๆ"

              แหน่ะ! นอกจากจะเป็นเด็กแปลกแล้วยังอ่านความคิดของเขาได้อีก มาร์คอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มน้อยๆขึ้นที่มุมปาก เมื่อรู้ว่าคนตัวเล็กนั้นตอบคำถามที่เขาคิดเล่นๆในใจได้ แต่ก็นั่นแหละเขายิ้มเพียงครู่เดียวเท่านั้นแล้วกลับไปหน้านิ่งเช่นเดิม

              "คุณมาร์คครับ ทำำไมคุณมาร์คถึงไม่ชอบยิ้มล่ะครับ?" 

              จู่ๆคนตัวโตก็โดนยิงคำถามใส่ ทำให้มาร์คถึงกับมุ่นคิ้วลงเล็กน้อย เพราะมันเป็นคำถามที่เขาเองก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกัน

              "ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ"
              "ก็ตอนสัมภาษณ์ผมเห็นคุณมาร์คยิ้มออกมาแป๊บนึงน่ะครับ หล่อมากเลยนะ ผมว่าคนหล่อๆอย่างคุณมาร์คเหมาะกับหน้ายิ้มมากกว่าหน้านิ่งนะครับ ยิ้มเยอะๆเถอะครับคุณมาร์ค เชื่อผมสิ ^ ^" 

              ยิ้มแบบนี้อีกแล้ว...ทำไมเด็กคนนี้ถึงชอบยิ้มกว้างอยู่เรื่อยเลยนะ แต่ว่า...
              อ่า...ร้อนจัง ร้อนตั้งแต่หน้าไปถึงหูเลย ไม่จริงน่า...เขาโดนชมเรื่องหน้าตาจากผู้คนมากหน้าหลายตามาตั้งแต่เด็ก เพิ่งจะมารู้สึกเขินให้กับเด็กข้างกายได้อย่างกัน

              "คุณมาร์คครับ..."
              "อย่าเพิ่งกวนสมาธิผมสิ" อย่าเพิ่งกวนนะ เขากำลังตั้งสมาธิให้หายหน้าแดงอยู่
              "คือผมจะบอกว่า อีกห้าสิบเมตรให้เลี้ยวขวาเขาหอผมนะครับ" 
              "อ๋อ อืม เข้าใจแล้ว"

              มาร์คทำขับไปตามทางที่คนตัวเล็กบอก พร้อมกับดับเครื่องยนต์ทันทีที่นำรถเข้าไปจอดยังที่จอดแล้ว นึกขอบคุณแบมแบมที่ไม่ได้สังเกตใบหน้าของเขาว่ามันเกิดอาการผิดปกติมากแค่ไหน
    
              เมื่อลงจากรถได้แบมแบมก็เดินนำคุณมาร์คไปยังประตูทางเข้าหอพักของตนทันที แล้วเขาก็ขอตัวไปหาคุณป้าเจ้าของหอครู่นึงเพราะตัวเองพาคนนอกเข้าหอ กลัวคุณป้าจะไม่สบายใจ
              ส่วนมาร์คเองก็ยอมยืนรอคนตัวเล็กแต่โดยดี พร้อมสำรวจที่อยู่ของเลขาไปพลาง อืม...มีฝุ่นเยอะกว่าที่คิดนะเนี่ยไม่ค่อยได้ทำความสะอาดล่ะสิ คิดๆไปก็ไม่ยักกะเห็นแม่บ้านภารโรงสักคน....   มาร์คหยุดความคิดไว้เพียงเท่านั้นเมื่อเห็นว่าร่างเล็กเดินออกมาหาเขา แล้วเดินนำไปยังชั้นที่ตนอยู่

              แบมแบมพักอยู่ชั้นที่สามแม้จะไม่มีลิฟท์เขาก็ไม่ได้ลำบากอะไร และดูเหมือนเจ้านายของเขาเองก็เช่นกัน  เราทั้งคู่เดินมาถึงห้องของเขาแล้ว แบมแบมจึงหยิบกุญแจออกมาไขเพื่อเปิดประตู พร้อมเชิญให้คนเป็นเจ้านายเข้าไปก่อน

             ห้องเล็กจริง...อยู่ได้หรือ? จากที่ดูแล้วทั้งห้องครัวห้องนอนห้องเก็บของและห้องนั่งเล่น มันรวมอยู่ในที่เดียวกัน เว้นก็แต่ห้องน้ำที่แยกออกไป....ก็ลองรวมกันดูสิ เขาจะตะโกนออกมาให้ลั่นเพราะตกใจจริงๆด้วย 
             แม้ห้องจะเล็กและพื้นที่มีจำกัด แต่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้องนั้นทำให้เขาอดที่จะชื่นชมเจ้าของห้องไม่ได้ ทั้งการจัดของและการทำความสะอาด ถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว อีกทั้งในห้องยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆลอยอบอวลอยู่อีกต่างหาก 

             "แบมแบม...คุณใช้น้ำหอมหรือสเปรย์อะไรฉีดห้องหรอ? หอมดี ผมจะได้ไปซื้อมาใช้บ้าง" เขารู้สึกชอบกลิ่นนี้มากซะจนอดที่จะเอ่ยถามออกมาไม่ได้ แบมแบมหันมาพร้อมทำหน้างุนงงใส่เขา และเชิญให้เขาไปนั่งรอที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กก่อนจะไปเอาน้ำเย็นมาให้ แล้วค่อยตอบคำถามของเขา

             "ผมไม่ได้ใช้น้ำหอมครับ ยิ่งสเปรย์นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย มีแต่ของแพงๆ ผมว่าน่าจะเป็นกลิ่นสบู่ไม่ก็น้ำยาปรับผ้านุ่มที่ผมใช้ล่ะมั้ง คุณมาร์คจะลองดมแขนเสื้อผมดูมั๊ยครับ ถ้าไม่รังเกียจจะเทียบกลิ่น"
             "อืม เอาสิ"

             เมื่อได้ยินดังนั้นแบมแบมจึงยื่นแขนออกไปให้คุณมาร์ค เพื่อให้เขาลองดมกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มตรงข้อมือของเสื้อแขนยาวที่เขาใส่อยู่

             "...ไม่ใช่" เมื่อได้ลองดมดูก็พบว่าไม่ใช่ เขารู้สึกว่ามันเป็นกลิ่นที่ทำให้เขาผ่อนคลายมากกว่านี้ แต่เลขาตัวเล็กของเขานี่สิพอได้ยินคำว่าไม่ใช่ เจ้าตัวก็วิ่งถลาไปหยิบขวดสบู่เหลวในห้องน้ำออกมาให้เขาลองดมทันที กระตือรือร้นในเรื่องแปลกๆซะจริงนะ

             "...นี่ก็ไม่ใช่" เมื่อให้คุณมาร์คลองดมอีกครั้งก็พบว่ายังไม่ใช่กลิ่นนี้อีก แบมแบมจึงมุ่นคิ้วเข้าหากัน เพราะเริ่มจะสงสัยแล้วสิว่าตัวเองใช้อะไรกันแน่ในห้องถึงมีกลิ่นแบบนี้ ว่าแล้วเขาก็วิ่งเขาไปหยิบทั้งแชมพูและครีมนวดในห้องน้ำออกมาให้คุณมาร์คลองดมอีก 

             คนตัวใหญ่ที่เห็นท่าทีของอีกฝ่ายบวกกับความตั้งใจแรกของตัวเองที่ว่าจะมาสำรวจความเป็นอยู่ของเลขาตัวเองเฉยๆ ก็หลุดขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะนอกจากจะไม่ได้สำรวจความเป็นอยู่เท่าที่ควรแล้ว ทั้งเขาและคนตัวเล็กก็ยังพากันหากลิ่นที่เกิดขึ้นภายในห้องราวกับว่าตัวเองเป็นสุนัขก็ไม่ปาน 

             "ฮะๆ พอเถอะแบมแบมผมไม่อยากรู้แล้วก็ได้ ฮะๆ"
             "ไม่ได้สิครับคุณมาร์ค! ผมเองก็เริ่มจะสงสัยแล้วเหมือนกันเนี่ย..."

             คนตัวเล็กหยุดการกระทำทุกอย่างที่ตัวเองทำอยู่ หากแต่ไม่ใช่เพราะคำสั่งของคนเป็นเจ้านาย แต่เพราะ...

             "คุณมาร์คหัวเราะ!" แบมแบมยืนมองคุณมาร์คหัวเราะ ในขณะที่มือก็หอบหิ้วเครื่องประทินผิวทั้งหมดที่มีไว้แนบอก
             "แปลกหรอ...?" คนโตค่อยๆหยุดหัวเราะแล้วหันมาถามเขาแทน
             "สำหรับคุณมาร์ค...ผมว่าแปลกครับ"
             "แล้วมันดีหรือไม่ดีล่ะ?"

             คุณมาร์คถามพลางเอียงคอไปด้วย ดูน่ารักยังไงก็ไม่รู้แฮะ ...หล่อด้วย ถ้าการกระทำของคุณมาร์คคือปืนที่พร้อมยิงนะ แบมแบมคิดว่าตอนนี้ตัวเองคงจะพรุนไปแล้วล่ะ ก็ดูสิ มาแต่ละนัด ไม่เบาเลยอ่ะ...

             "แบมแบม..."
             "ครับ... อ้อ! คำตอบสินะครับ"
             "ใช่สิครับ"
             "ผมว่า...มันดีที่สุด เท่าที่ตอนนี้โลกใบนี้จะมีได้เลยล่ะครับ ^ ^" ว่าจบแบมแบมก็ส่งยิ้มจนตาหยีกลับไปให้คุณมาร์คเป็นการยืนยันในคำตอบ

             ฉ่า... เด็กคนนี้ทำเขาหน้าร้อนอีกแล้วนะ แถมยังปล่อยพลังด้านบวกออกมาให้เขาเต็มไปหมดเลย 

             "นี่แบมแบม ผมถามอะไรหน่อยสิ"
             "ได้สิครับ"
             "ทำไมถึงชอบยิ้มหรอ?"

             เขาสงสัยจริงๆนะ ก็เด็กคนนี้เล่นยิ้มทุกห้านาทีเลยก็ว่าได้ ไม่เมื่อยแก้มบ้างหรือไงกัน เขาเห็นแล้วยังเมื่อยแทนเลย

             "ก็ผมคิดว่าการยิ้มมันไม่เสียหายอะไรนี่ครับ ไม่เสียเงินด้วย แถมเวลาเจอเรื่องร้ายๆหรือเรื่องแย่ๆผ่านเข้ามาในชีวิต ผมจะยิ้มรับและหาวิธีก้าวผ่านมันไปให้ได้ พูดไปคุณมาร์คอาจจะไม่เชื่อก็ได้นะครับ แต่ผมน่ะยิ้มให้กำลังตัวเองในกระจกทุกวันเลย ฮะๆ"

             "เชื่อสิ..." มาร์คพูดพร้อมจ้องลึกเข้าไปในตาของอีกฝ่ายเพื่อบอกว่าเขาเชื่อจริงๆ

             ว้า...คุณมาร์คอ่ะ เล่นจ้องกันแบบนี้  หัวใจผมก็ทำงานหนักแย่เลยสิ

             แต่...ภารกิจตามหากลิ่นยังไม่จบ! แบมแบมจึงเร่งสาวเท้าเข้าหาคนตัวโตทันที พร้อมทั้งวางเครื่องประทินผิวที่ตนกอดไว้แนบอกอยู่ก่อนหน้านี้ลงบนโต๊ะตรงหน้าคุณมาร์ค

             มาร์คจึงเอนตัวไปข้างหน้าพร้อมยื่นมือออกไปหมายจะช่วยคนตัวเล็กถือบรรดาขวดโลชั่นทั้งหลาย แต่เขาก็ต้องหยุดชะงักไว้เพียงเท่านั้นหลังจากที่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆชวนผ่อนคลายมาจากแบมแบมขณะที่เจ้าตัวก้มลงมาใกล้ เจอแล้ว...เจอกลิ่นที่เขาหาแล้ว กลิ่นตัวของเด็กน้อยตรงหน้านี่เอง 

             หอม...

             ยิ่งได้กลิ่นใกล้ๆแบบนี้ก็ยิ่งอยากสูดมันเข้าปอดให้มากกว่าเดิม มาร์คค่อยๆเคลื่อนใบหน้าของตัวเองเข้าไปใกล้ใบหน้าหวานมากขึ้นเรื่อยๆราวกับโดนมนต์สะกด 

             แบมแบมที่กำลังจัดวางขวดโลชั่นให้เป็นระเบียบอยู่นั้นก็ถึงกับผงะ ทะ...ทำไม หน้าคุณมาร์คถึงอยู่ใกล้จัง แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเคลื่อนที่เข้ามาหาเขาอีกต่างหาก

             "คุณมาร์คครับ...จะทำะไรครับ?"

             แม้จะรู้สึกดีที่ได้เห็นหน้าของคุณมาร์คใกล้ๆและชัดขนาดนี้ แต่แบมแบมก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าคุณมาร์คจะยื่นหน้าเข้ามาหาเขาทำไม หรือว่าที่หน้าของเขาจะมีอะไรติดอยู่กันนะ?

             คนที่ถูกเอ่ยถามหลุดออกจากภวังค์ความหอมของคนตรงหน้า ก่อนจะดึงสติกลับมาแล้วพบว่า หน้าของเขาอยู่ห่างจากหน้าของคนตัวเล็กไม่ถึงคืบ แต่ก่อนที่จะผละออก เขาก็ถือโอกาสนี้สำรวจใบหน้าหวานตรงหน้าอย่างละเอียดอีกครั้ง
             หน้าใสเกลี้ยงเกลาที่ถูกฉาบด้วยผิวขาวเนียนที่ไม่ได้ขาวจนเกินไป หากแต่เป็นสีน้ำผึ้ง ไล่จากดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มฉายแววสดใสไปหาจมูกที่โด่งกำลังดีรับกับใบหน้า ลงท้ายด้วยริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูสวยราวกับเยลลี่ แต่ที่สะดุดตาที่สุดเห็นทีจะเป็นพวงแก้มกลมใสน่าสัมผัส อ่า...คงจะนิ่มน่าดู เมื่อทุกองค์ประกอบมารวมอยู่บนใบหน้านี้แล้ว มันทำให้เขาคิดถึงคำอื่นไปไม่ได้เลย นอกจาก...

             "...น่ารัก"

             มาร์คพูดออกมาเบาๆราวกับไม่ได้ต้องการให้ใครได้ยิน แล้วค่อยๆผละตัวเองออกมาจากใบหน้าคนตัวเล็ก  

             แต่ก็อย่างว่า...ระยะห่างของคนทั้งคู่ก่อนหน้านี้นั้น ห่างกันไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นระดับเสียงที่ว่าเบา มันก็คงดังพอที่จะให้อีกฝ่ายได้ยินล่ะนะ           

             แบมแบมที่กำลังสงสัยเกี่ยวกับใบหน้าตัวเองว่ามีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ ก็ต้องหยุดความคิดเอาไว้ที่ตรงนั้นก่อน เพราะตอนนี้มีเรื่องใหม่เข้ามาให้เขาได้คิดแทนเสียแล้ว เขาหันไปมองหน้าคุณมาร์คเล็กน้อย ก่อนจะทวนคำพูดของอีกฝ่ายในความคิด

             '...น่ารัก'

             ตอนนี้หัวใจของแบมแบมเริ่มกลับมาเต้นไม่เป็นส่ำอีกครั้ง คุณมาร์คหมายถึงอะไรกันนะ ห้องเขาก็ไม่ได้มีตุ๊กตาน่ารักๆสักหน่อย จะมีก็แต่...เขา 
             ไม่รู้ทำไมตอนนี้แบมแบมถึงได้รู้สึกร้อนไปทั้งหน้า.... บ้าจัง

             มาร์คที่นั่งสังเกตแบมแบมมาได้สักพัก ก็นึกหมันเขี้ยวแก้มทั้งสองข้างนั่น ที่ตอนนี้มันค่อยๆขึ้นสีชมพูไปทั่วทั้งก้อนอย่างน่ารัก เขาอยากจะลองบีบมันดูสักครั้งจริงๆ 
             และดูเหมือนความคิดกับการกระทำจะมีความเร็วพอๆกัน เพราะตอนนี้มือขวาของเขาที่เคยวางอยู่บนตักกว้างนั้น บัดนี้กลับไปวางแหม่ะอยู่บนแก้มของคนตัวเล็กเสียแล้ว

             เจ้าของแก้มสะดุ้งเล็กน้อยที่จู่ๆคนเป็นเจ้านายก็เอามือมาบีบคลึงแก้มของเขาเล่น ตอนแรกก็ตกใจอยู่หรอกแต่พอเห็นท่าทีที่ดูสนุกสนานราวกับได้ของเล่นชิ้นใหม่ของคุณมาร์คแล้ว เขาจึงปล่อยให้อีกฝ่ายเล่นต่อไป เขาไม่ได้ซีเรียสอะไรกับเรื่องแก้มนักหรอก เพราะเขาก็โดนเล่นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว

             "นุ่มนิ่มดีจัง"
             "คุณมาร์คครับ....แล้วเรื่องกลิ่นล่ะครับ"
 
              แบมแบมเอ่ยถาม ในขณะที่แก้มของตนก็ถูกอีกฝ่ายบีบคลำอยู่ไม่ห่างมือ 

              "ผมหาเจอแล้วล่ะ"

              มาร์คตอบกลับคนตัวเล็ก พลางชักมือกลับอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ วันนี้คงเป็นวันที่เขาทำตัวแปลกที่สุดแล้วกระมัง ทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ ไหนจะอาการลืมตัวนี่อีก ทั้งที่ปกติแล้วเขาจะคิดก่อนทำแท้ๆเชียว

              "จริงหรอครับ!? แล้วมันคือกลิ่นอะไรอ่ะครับคุณมาร์ค"   หลังจากที่ช่วยคุณมาร์คหาอยู่นาน เขาจะได้รู้สักที! ว่ามันคือกลิ่นอ่ะไรกันแน่
              "กลิ่นตัวคุณนั่นแหล่ะแบมแบม ....หอมดีนะ"

              ฉ่าา... เขาโดนคุณมาร์คยิงใส่อีกแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ใจเต้นแรงเฉยๆ แต่มีเลือดออกด้วย ออกเต็มหน้าเลย.... แดงหมดแล้วมั้งเนี่ย.... 

              "อ่า...ผมว่าผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า ขอบคุณที่ต้อนรับนะแบมแบม"
              "ด้วยความยินดีครับ คุณมาร์ค ^ ^" 
              "จริงสิ ผมขอเบอร์ติดต่อคุณไว้หน่อยนะ จะได้นัดมาเทรนงานได้"
              "ครับๆ"

              คนตัวเล็กรับสมาร์ทโฟนเครื่องหรูของเจ้านายมากรอกเบอร์โทร.ของตัวเองใส่ลงไปพร้อมกดโทร.ออกแป๊บนึง แล้วส่งคืนให้อีกฝ่ายดังเดิม เมื่อคุณมาร์ครับโทรศัพท์คืนแล้ว เจ้าตัวก็บอกให้เขายิ้มกว้างๆ เขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย พลันสิ่งที่ตามมาคือเสียงกดถ่ายภาพ  แช๊ะ!  นี่เขาถูกถ่ายรูปอย่างนั้นหรือ? 
              อ้อใช่....เอาไว้ตั้งโปรไฟล์ของเบอร์โทร.สินะ

              "ให้ผมลงไปส่งที่รถมั๊ยครับคุณมาร์ค" แบมแบมถามขึ้นทันทีที่คุณมาร์คเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงไปแล้ว
              "ไม่ต้องหรอก คุณต้องเอาของกลับไปเก็บให้เข้าที่หนิ ไปเถอะ"
              "ถ้าอย่างนั้น สวัสดีครับคุณมาร์ค ขับรถกลับดีๆนะครับ"

              คนตัวโตพยักหน้ารับไหว้ และหันหลังเดินไปลงบันไดที่เขาและคนตัวเล็กใช้เดินขึ้นมาก่อนหน้านี้

              เมื่อมาร์คเดินมาถึงชั้นล่างสุดแล้ว เขาก็หันไปมองห้องที่แบมแบมเคยเข้าไปตอนที่เราเพิ่งมาถึง ห้องของป้าเจ้าของหอสินะ... มาร์คค่อยๆสาวเท้ามาหยุดอยู่ที่ประตูห้องดังกล่าวแล้วเคาะจนเกิดเสียงดังสามครั้งเพื่อเป็นมารยาท ก่อนจะขออนุญาตเข้าไปภายในห้อง

              "ผมขอเข้าไปได้มั๊ยครับ พอดีมีเรื่องจะคุยด้วยนะครับ"
              "...เชิญจ่ะ"

[ 100% ]

#เติมรักมบ

@MTBBgot7Ahgase 
ทักมาทวงฟิคได้เค้ามิกัด 555

หากรีดเดอร์เมตตา เค้าก็อยากให้เล่นแท็กน๊า~
ไม่รู้จะคุยอะไรดี เอาเป็นว่า เม้นมาๆ
เค้าอ่านและตอบทุกเม้นเลยจ้า
เรื่องนี้ก็จะฟินๆหน่อย
เลิฟยูวววววคนอ่าน

1 เม้น 1 กำลังใจ
เม้นไหลฟิคไหลเด้อ  
อ่าน เฟป เม้น เย้!!

ขอบคุณที่(หลง)เข้ามาอ่าน และ Enjoy reading!!          
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #44 Spices_smile (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 09:01
    มาร์คละมุนนนน
    #44
    1
  2. #34 bbboobb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 03:16

    โอ้ย คุณผู้บริหาร ทำไมหลุดมาร์ด ไปขนาดนดี้คะ แพ้ทางน้องเค้าแล้วสิ
    #34
    1
    • #34-1 Point_of_View(จากตอนที่ 1)
      18 สิงหาคม 2561 / 08:07
      จะเหลืออะไรล่ะ หลุดซะขนาดนี้ 5555
      #34-1
  3. #28 babyaea (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 23:08
    น้องแบมน่ารัก
    #28
    1
    • #28-1 Point_of_View(จากตอนที่ 1)
      17 สิงหาคม 2561 / 23:18
      ฮื่ออ ใช่ค่ะๆ รักน้องเรื่องนี้มากกกกก
      #28-1
  4. #16 Bms (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 09:34

    ตอนแรดนี้ก็พลังสีชมพูมาเติมเลยจร้าาาฟิน

    #16
    1
  5. #13 5670101112 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 18:33
    แอบฮาในความหันมาเจอกันเเละตกใจ คงงงน่าดูใครว่ะ เข้ามาได้ไง แบมเอยสัมภาษณ์งานวันเเรกก็โกะแล้วไหมละ 5555. อ่านไปฮาไปสนุกดีค่ะ
    #13
    1
  6. #8 Facebook12345 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 14:09

    แบบอ่านไปยิ้มไปรุ้นไปหัวใจสองดวงเต้นแบบคนอ่านก็เต่นตามมันดีงามมันลงตัวช่อบรอนะ✌✌

    #8
    1
  7. #7 vandabam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 11:59
    คุณมาร์คเล่นลืมตัวเต๊าะแบมแรงขนาดนี้ เป็นเราก็เขินค่ะ 555 มีขอเบอร์เผื่อเรียกเทรนอีก แหมมมมม ไม่อยากจะคิด บริษัทอะไรเนี่ย เจ้านายมีขอเบอร์เรียกเทรนส่วนตัวด้วย งานนี้แบมไม่น่าจะได้แค่งานแล้วล่ะมั้ง อย่างนี้เรียกว่า lucky in game and in love ด้วยหรือเปล่าหนอ...ว่าแต่ คุณมาร์คไปหาเจ้าของหอทำไมกันนะ ระหว่างจ่ายค่าเช่าที่ค้างไว้ให้แบม กับขอคืนห้องเพื่อพาแบมไปอยู่ด้วยกันแทน 555
    #7
    1
    • #7-1 Point_of_View(จากตอนที่ 1)
      2 มิถุนายน 2561 / 12:42
      เราชอบคอมเมนต์ของคุณมากอ่ะ อ่านเพลินดี ><
      #7-1
  8. #6 Natchanan Patcha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 00:54
    น่ารักทั้งคู่เลยง่ะ ต่อน้าาา
    #6
    1
  9. #5 vandabam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 19:58
    ต่างคนต่างเป็นรอยยิ้มให้กันและกันสินะ ^^ แอบกระซิบคุณมาร์คนิดนึง ลองดมที่ต้นคอแบมแบมสิคะ อาจจะเจอกลิ่นที่ตามหาก็ได้นะคะ 555 ><
    #5
    1
  10. #3 ple0630657971 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 15:33
    น่ารัก ชอบๆๆๆๆ ยิ้มตายเลยอ่ะ
    #3
    1
  11. #2 Natchanan Patcha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 14:01
    น่ารักสุดๆ ต่อน้าาา
    #2
    1
  12. #1 vandabam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 12:41
    น่ารักมากเลยค่ะ แค่ตอนแรกก็ยิ้มตามคุณมาร์คแล้ว แบมเป็นคนที่อารมณ์ดีจริงๆ คนที่อยู่ใกล้คงยิ้มตามได้ไม่ยาก จากนี้ไปก็หวังว่าคุณมาร์คจะยิ้มได้เยอะขึ้น เป็นยิ้มที่ออกมาจากใจนะคะ ^^
    #1
    1
    • #1-1 Point_of_View(จากตอนที่ 1)
      29 พฤษภาคม 2561 / 12:57
      นี่ก็คงต้องดูกันต่อไปนะคะ ^ ^
      #1-1