[Harry Potter] BACCHUS

ตอนที่ 6 : 06 |LIFE SUCKS

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    14 พ.ย. 63

JAEHYUN GIF

06 |LIFE SUCKS

_________________

 

เมื่อรถไฟเทียบท่าชานชาลาเด็กๆต่างวิ่งเข้าไปสวมกอดครอบครัวด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข บ้างก็เดินไปหาครอบครัวตามปกติเหมือนกับเขา เมื่อเดินออกมาจากสถานที่แออัดได้เเบคคัสจึงมองไปรอบๆก่อนจะเห็นร่างเล็กๆของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าน้ายืนอยู่กับคุณทวด

 

ญาติดีกันตั้งเเต่เมื่อไหร่?

 

แบคคัสพับเก็บความสงสัยลงไปทันทีก่อนที่จะอำลาเหล่ารุ่นพี่ที่ยืนมองอยู่

 

“คริสต์มาสผมอาจจะส่งของขวัญไปให้พวกพี่”เมื่อได้ยินเขาพูดดังนั้นเบลสจึงรีบเเก้ประโยคใหม่ทันที“ผมจะส่งของให้พวกพี่สิ–อาจจะได้ยังไงเด็กนี่”

 

“ก็นะ”แบคคัสยักคิ้วกวนอีกฝ่ายเล็กน้อย“พี่มันไม่สำคัญนี่นา”

 

“น้อยๆหน่อยเเบคคัส–ถ้าเปิดเรียนเมื่อไหร่เจอดีเเน่”

 

“ถ้าพี่กล้าก็ลองดู”แบคคัสยิ้มไม่ใส่ใจก่อนจะหันหลังเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน“ขอให้โชคดีล่วงหน้านะครับ”

 

“ไม่คิดว่าจะมาที่นี่นะครับ”แบคคัสเอ่ยทักทายทั้งสองด้วยรอยยิ้ม“น้าคงไม่เผาหนังสือผมแล้วใช่มั้ย?”

 

“ปิดเทอม!ให้ตายเถอะ เธอไม่ยอมส่งจดหมายตอบกลับมาหาฉันเลยซักฉบับ”

 

“เด็กจอมหยิ่งอย่างเธอนี่มันจริงๆเลยแบคคัส อย่ายิ้มอย่างนั้นได้โปรด–ฉันไม่เคยสอนเธอยิ้มแบบนี้นะ”เอจีเลียบ่นออกมาด้วยความเหนื่อยใจ คงไม่ใช่ว่าพี่สาวของเธอสอนเขาตอนเด็กหรอกนะ

 

“หยุดคุยกันได้เเล้ว–เสียเวลาฉันหมด”คาเเร็กตาคัสมองทั้งคู่ด้วยสายตาเรียบนิ่งก่อนจะเดินนำโดยไม่รอทั้งสองคน

 

“คนเเก่ก็อย่างนี้แหละนะ–จริงสิเเบคคัส”เอจีเลียหันมามองเเบคคัสด้วยสีหน้าจริงจัง“พี่เขยเขารอเธออยู่บ้านนะ–แต่”

 

สีหน้าลำบากใจของเธอทำให้เขาสงสัยพอสมควร“แต่อะไรครับ?”

 

“ไม่มีอะไรหรอก รีบกลับกันเถอะ”หล่อนว่าเเล้วรีบเดินตามคาเเร็กตาคัสไปทันทีโดยทิ้งให้เขายืนงงอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งจึงเดินตามไป

 

เมื่อมาถึงบ้าน–ที่จริงๆเเล้วควรเรียกว่าคฤหาสน์ตระกูลเบอร์ก เขาค่อยๆก้าวเท้าเดินตามหลังผู้ปกครองทั้งสองจนกระทั่งคุณทวดหยุดเดินเเล้วหันมาพูดกับเขา

 

“ฟังฉัน–ถึงฉันพึ่งเลี้ยงเเกได้สามปีเเต่ฉันรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เเกไม่ชอบที่สุด”

 

แบคคัสที่ได้ยินดังนั้นเริ่มยิ้มไม่ออกขาทั้งสองค่อยๆก้าวถอยหลังเรื่อยๆดวงตาเบิกกว้างราวกับเจอสิ่งที่น่าหวาดกลัว“ไม่เอาน่าคุณทวด–มามุขนี้ผมไม่ขำนะ”แบคคัสพยายามฝืนให้ตัวเองยิ้มอย่างถึงที่สุดทั้งๆที่เรี่ยวเเรงเริ่มหดหายไปทีละนิด

 

“แกจำที่ฉันห้ามเเกกลับมาวันคริสต์มาสได้ไหม?”เมื่อเห็นว่าเขาพยักหน้ารับชายชราจึงพูดต่อทันที“ที่ฉันไม่ให้เเกกลับมาเพราะว่าผู้หญิงคนนั้นกลับมากับพ่อเเกด้วย”

 

รอยยิ้มที่พยายามฝืนไว้มลายหายไปจนหมดสิ้น ใบหน้าเรียบเฉยราวกับตุ๊กตาเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจน“คุณเเม่กลับมาด้วยงั้นหรือครับ…”

 

 

 

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกเพียงเผลอเเค่ครู่เดียวตัวเขาก็เรียนอยู่ปีที่สี่เเล้ว แน่นอนหลังจากเกิดเรื่องเมื่อวันนั้นเขาก็ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของน้าที่ตั้งอยู่อเมริกาเเทนเเต่จะกลับมาก็ต่อเมื่อใกล้ถึงเวลาเปิดภาคเรียนเท่านั้น เขาพยายามหลบหน้าพ่อของเขาตลอดเพราะเขารู้ว่าถ้าพ่ออยู่ที่ไหนเธอคนนั้นก็จะตามมาด้วย 

 

วันนั้นควรเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุดแต่มันกลับตาลปัตรไปหมดทุกอย่างเธอเดินมาสวมกอดเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าสะอิดสะเอียดต่างจากเขาที่เรียบนิ่งดั่งก้อนหิน คืนนั้นเขาจำได้ว่าเขาไม่ยอมออกจากห้องมาพบใครเลยนั่นถือเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะได้ใช้เวลากับตนเองว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้มันถูกเเล้วหรือ การที่เขายิ้มเสเเสร้งตามที่เธอคนนั้นบอกมันทำให้เขารู้สึกว่าถูกจูงจมูกอยู่เสมอ ทั้งๆที่ไม่อยากเป็นเหมือนเธอคนนั้นเเท้ๆ 

 

แทนที่จะกลัวว่าจะถูกทิ้งหรือไม่ ทำไมเขาถึงไม่เคยใส่ใจตัวเองมากกว่านี้กัน

 

ตัวเขาพอทำใจได้ก็กลับมาทำตัวตามปกติของตัวเองไม่มีการเสเเสร้งหรือนั่งยิ้มทั้งวันเหมือนเดิมเพียงเเค่ทำหน้าเรียบเฉยไปวันๆจนวันเปิดเรียนทุกๆคนต่างตกใจในความเปลี่ยนเเปลงของเขาเข้ามาถามกันจ้าละหวั่นซึ่งเขาก็ตอบไปด้วยไปหน้าที่ไร้อารมณ์ตามเเบบฉบับของตัวเอง

 

‘เราควรเป็นสิ่งที่เราอยากจะเป็น ไม่ใช่เป็นสิ่งที่คนอื่นอยากให้เป็นไม่ใช่หรือครับ’

 

ก็นะนั่นเเหละเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขายังดูปกติสุขมาจนถึงทุกวันนี้ถึงเเม้จะไม่ยิ้มอีกเลยก็เถอะ

 

“ว่าไงสุดหล่อ”แพนซี่เดินเข้ามาทักเขาทันทีที่เขาก้าวเท้าลงจากชานชาลา“สูงขึ้นอีกแล้วหรอ”

 

“ดูก็รู้แล้วมั้ยเเพนซี่”ดาฟเน่ตอบเเทนเขา“น้องมันสูงกว่าเราตั้งเยอะเเล้วนะ มีเเววสูงกว่านี้ด้วย”

 

“ไม่สิๆต้องเรียกว่าเธอเตี้ยจะถูกกว่านะดาฟเน่”เบลสเสริม

 

“ตอกย้ำฉันเก่งจังนะ”แพนซี่ทำปากยู่“ไปขึ้นรถม้าได้เเล้ว”

 

“พี่ไปก่อนเลย–ผมขึ้นคันอื่นดีกว่า”เเบคคัสพูดพลางหันกลังเดินไปยังท้ายขบวนที่มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่

 

“นั่นใครน่ะ”

 

ลูน่า เลิฟกู๊ด–ฉันว่าปีนี้เธอดูดีขึ้นเป็นกองเลย”เบลสตอบ“สองคนนั้นรู้จักกันงั้นหรือ?”

 

“ฉันจะไปรู้กับนายหรอเบลส”ดาฟเน่ตอบสีหน้าปลาตาย“ขึ้นรถม้าได้เเล้ว”

 

“ขอผมนั่งด้วยนะครับ”แบคคัสเอ่ยขออนุญาตตามมารยาท แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับคำตอบของคนตรงหน้ามากนักหากเธอตอบปฏิเสธเขาก็จะยังนั่งเหมือนเดิม

 

“ได้สิ”เสียงเลื่อนลอยที่ไม่ได้ยินมานานตอบกลับ แน่สิ–ไม่ได้คุยกันตั้งเเต่ปีหนึ่งเลยนี่นา

 

“…”

 

“…”

 

ความเงียบเริ่มคืบคลานเข้ามาระหว่างเราสองคนเขามองเธอแต่เธออ่านเเต่หนังสืองี่เง่านั่นมันทำให้เขาหงุดหงิดเพียงเเต่อาการที่แสดงออกมากลับเรียบนิ่ง “เลิฟกู๊ด”

 

“…”สิ่งที่เขาได้กลับมาคือความเงียบ

 

พรึ่บ

 

“คุยกับผม”แบคคัสจ้องฝ่ายตรงข้ามเขม็งพลางกระชากหนังสือในมืออีกคนมาไว้กับตัว ซึ่งนั่นเป็นการกระทำที่ไร้มารยาทมากแต่เขามีความจำเป็นที่จะต้องทำ                

 

“พูดสิครับ”

 

“นายจะให้ฉันพูดอะไรเบอร์ก”เสียงที่เลื่อนลอยตอบกลับเขาในรอบหลายปี“นายอยากอ่านหนังสือฉันหรอ ทำไมไม่ขอดีๆล่ะ”

 

“ไม่ใช่–เรามีเรื่องต้องคุยกัน”เมื่อเห็นใบหน้างุนงงของอีกฝ่ายตัวเขาก็นึกฉุนจัดกว่าเดิมแต่ก็พยายามทำตัวเองให้เป็นปกติ“ทำไมหลายปีที่เเล้ว–”

 

“เฮ้!เธอเอาพิกของฉันไปไว้ไหน ยัยสติเฟื่อง”เสียงของรอน วิสลีย์ดังขึ้นขัดประโยคของเขา

 

“นี่ของนาย–มันเป็นนกฮูกตัวเล็กๆที่ดูอ่อนหวานจังนะ”ลูน่าตอบเสียงเลื่อนลอย“เอ่อ–อืม มันก็แค่พอใช้การได้”รอนตอบเสียงห้วน

 

“ขึ้นมาสิ นี่รถม้าคันสุดท้ายเเล้วนะ”

 

อะไรนะ!

 

เเบคคัสมองหน้าลูน่านิ่งเป็นเชิงว่าทำไมเธอไม่ถามความสมัครใจของเขาก่อนแต่สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นท่าทีล่องลอยคล้ายไม่ใส่ใจเเทน

 

“งั้นหรอ?โอเค–งั้นขอบคุณมากนะลูน่า”

 

ลูน่า?เธออนุญาตพวกมันเรียกงั้นหรือ?ทั้งๆที่หนึ่งในนั้นมีคนที่เเกล้งเธอด้วยน่ะนะ แบคคัสตวัดสายตามองคนตรงหน้าที่ได้ขึ้นชื่อว่าเพื่อนคนเเรกเเละคนเดียวของเขาด้วยเเววตาวาวโรจ

 

เมื่อเห็นว่าคนที่เหลือกำลังขึ้นรถม้าแบคคัสจึงเลือกที่จะลุกขึ้นแล้วเดินลงจากรถม้าทันที

 

“เบอร์ก–นายจะไปไหนน่ะ นี่รถม้าคันสุดท้ายเเล้วนะ”เสียงของจินนี่รั้งเขาเอาไว้“หรือนายรังเกียจกันล่ะ”

 

“จินนี่–เธอจะไปญาติดีอะไรกับเด็กบ้านงู โดยเฉพาะมัน”รอนพูดด้วยความหงุดหงิด“หนังสือมารยาทในห้องสมุดมีอยู่–ผมหวังว่าคุณควรใช้มันให้เป็นประโยชน์นะครับ คุณเพื่อนคนดัง”แบคคัสตอบกลับสั้นๆก่อนที่จะเดินไปหารถม้าขบวนหน้าของกลุ่มเด็กบ้านสลิธีรินที่ยังพอมีที่ว่างเหลืออยู่ด้วยอารมณ์ครุกกรุ่นในใจ

 

ผม–โกรธ–เธอ–ลูน่า–เลิฟกู๊ด!

 

 

#เทพเเห่งสุราเเละเมรัย

 

-TALK-

 

งอนเเล้วงอนอีกคุณเเบคคัสเอ้ยย ผ่านมา4ปีเเล้วยังจะงอนได้อีกนะพ่อคุณ 

 

ตอนเเรกๆเหมือนดราม่าไปมั้ยอ่ะทุกคน ไม่หรอกเนอะ มีมาม่าเเค่นี้เเหละเรื่องนี้ไม่อยากให้มีมาม่าเท่าไหร่

 

คุณเลิฟกู๊ดเขายังไม่รู้ตัวเลยค่ะว่าทำอะไรให้คุณเเบคคัสงอน555

 

ปล.ไม่รู้ว่าการที่เราTime skipเร็วแบบนี้จะทำให้ผู้อ่านไม่พอใจรึเปล่าเเต่หวังว่าจะไม่โกรธกันนะคะ//ไหว้ย่อ

 

181009 AMA | Jaehyun nct, Jaehyun, Jung jaehyun
ผู้หญิงสมัยนี้ตาไม่ถึงจริงๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #53 chamin-doll (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 01:59

    คือนี่อยากรู้มากเลยอ่ะว่าทำไมลูน่าเมินแบค นิสัยนางออกจะมึนๆเอ๋อๆ ไม่น่ามีเมินเพื่อนตัวเองได้เลยนะ5555
    #53
    0
  2. #51 ผีเสื้อมายาสีแดง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 15:03
    ลูน่า ถ้าเธอทำน้องเสียใจ
    ฉันจะโกรธเธอจริงๆละนะ
    #51
    0
  3. #50 Winterrin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 14:58
    นี่ว่าคนเป่าหูลูน่า
    #50
    0
  4. #49 Wnats (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 12:05
    ลูน่าทำไมไม่คุยกับน้อง!!! อย่างอนกับนานน้า ขอให้มีโอกาสคุยกันอีกแบบคุยให้จบไปเลย!!!
    #49
    0
  5. #48 Nimayu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 11:03
    หนูลูน่ามาง้อไว้ๆนะ
    #48
    0
  6. #47 Dmmmmmm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 10:23

    ต่อไวๆนะคะ
    #47
    0
  7. #46 Mei-ps4986 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 10:09
    รีบง้อกันเร็วอย่างงอลกันนาน
    #46
    0