สามี ภาค 2

ตอนที่ 22 : แสดงความเป็นเจ้าของ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    24 ก.พ. 63

สามี (2) - 23

“เจท!!!!...” เสียงกรีดร้องดังลั่นมาจากห้องน้ำทำเอาชายหนุ่มที่นอนใช้ความคิดอยู่บนเตียงถึงกับสะดุ้งตัวตกใจ รีบดีดตัวลงจากเตียงแล้ววิ่งแจ้นเข้าไปในห้องน้ำ

ปัง ปัง ปัง

“ไอติมเป็นอะไร...เปิดประตูให้เจทเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มทุบประตูห้องน้ำดังลั่นอย่างไม่เกรงว่ามันจะพังแม้แต่น้อย “ไอติม! ได้ยินเจทไหม? ติม!...เป็นอะไรเจ็บตรงไหน” ชายหนุ่มประชิดตัวหญิงสาวทันทีเมื่อประตูห้องน้ำถูกเปิดออก จับหมุนร่างกายของเธอสำรวจอย่างห่วงใยจนเขาลืมแม้กระทั่งสังเกตสีหน้าของแฟนสาวไปโดยปริยาย ที่ตอนนี้ดวงตาที่เคยอ่อนโยนมันกำลังเกรี้ยวกราด

“เจท! นี่มันอะไรเนี้ย!” หญิงสาวเปิดประตูห้องน้ำตามคำสั่งตวาดเสียงลั่นพร้อมกับชี้นิ้วไปยังไหล่และต้นคอที่มีรอยจ้ำแดงเห่อเป็นแห่ง ๆ

“เฮ้อ...ทำเอาเจทตกอกตกใจหมดนึกว่าไอติมเป็นอะไร?” ชายหนุ่มที่กังวลห่วงใยทอดถอนลมหายใจแรงออกมาอย่างผ่อนปรนหายห่วง

“นี่แน่ นี่แน่ นี่แน่...งื้อแม่แนนต้องว่าแน่ๆ เลย ทำไงดีๆ ไอติมต้องตายแน่ๆ” หญิงสาวทุบตีลงอกกว้างของคนตัวสูง...สับขากระโดดไปมาพร้อมกับมือที่สะบัดขึ้นลงอย่างกังวลกับรอยช้ำตรงผิวคอ เมื่อเธอคิดว่าวิธีแก้ไขรอยนี้ไม่ได้

“ติมใจเย็น ๆ เดี๋ยวเจทไปซื้อครีมรองพื้นให้” ชายหนุ่มจับคนที่กระโดดกังวลให้หยุดนิ่งพร้อมกับชี้แนวทางอย่างคนใคร่รู้

“เออใช่...ครีมรองพื้นไอติมมีในกระเป๋า” เธอมีรอยยิ้มเมื่อสิ่งที่เจทพูดขึ้นนำทางให้เธอนั้นวิ่งไปยังกระเป๋าสะพาย รื้อหาสิ่งที่ต้องการเพื่ออำพรางปกปิด

...เธอจัดการกับรอยช้ำบริเวณผิวคอและไหล่ก่อนจะตบทับด้วยเนื้อแป้งอัดแข็งผสมรองพื้น มันช่วยให้รอยช้ำนั้นเจือจางได้ทันตา จนใบหน้าสวยที่เคยกังวลมีรอยยิ้มอีกครั้ง

“เจทนะเจท...ทำไมต้องทำรอยแบบนี้ด้วย” หญิงสาวหันหน้าไปต่อว่าจ้องตาเขม็งใส่คนที่นั่งยิ้มอยู่ปลายเตียง...ท่าทางที่ดูโกรธเกรี้ยวทำให้ชายหนุ่มนั้นอมยิ้มชอบใจ เขาไม่ได้ตำหนิหรือโกรธเธอแม้แต่น้อย

“ก็อยากแสดงความเป็นเจ้าของบ้างไง...ไอ้รุ่นพี่คนนั้นที่ชื่อแทนจะได้ไม่ต้องมาตอแยไอติมอีก” เขาให้เหตุผลในแง่คิดของตัวเอง ซึ่งมันทำให้ไอติมนั้นถึงกับกรอกสายตามองบนอย่างเอือมระอา

“เจทว่าพ่อกับแม่จะเห็นไหมนะ” หญิงสาวหันไปส่องกระจกสำรวจรอยช้ำที่ถูกปกปิดไว้ พร้อมกับเอ่ยถามความเห็นจากแฟนหนุ่ม แม้จะไม่ค่อยชัดเจนเท่าตอนแรกแต่ก็ยังไม่อยากวางใจ เพราะแม่แนนของเธอนั้นสายตาแหลมคมยิ่งกว่าพญาเหยี่ยวเสียอีก

“ก็อาจจะเห็น”

“อ้าว...ไม่นะโดนคุณพ่อลงหวายแน่ๆ ไอติมกลัวอ่ะเจท” หญิงสาวมีความวิตกเมื่อชายหนุ่มนั้นไม่คล้อยตามต่อสิ่งที่เธอทำ กังวลห่วงใยความรู้สึกของผู้เป็นพ่อแม้สิ่งที่เธอทำลงไปแล้วนั้นจะรู้ว่าไม่ควร แต่เมื่อใจเธอก็รักชายผู้นี้จึงถลำลึกยากแท้ที่จะปฏิเสธ

“บอกพ่อกับแม่ตามตรงไหม?”  ชายหนุ่มที่เห็นความตระหนกไม่สบายใจของแฟนสาว เขาลุกจากเตียงนอนแล้วก้าวขาเข้าไปสวมกอดเธอจากทางด้านหลังหวังปลอบใจ

“ไม่ได้นะ!...ไอติมไม่อยากให้พ่อกับแม่ผิดหวัง ถ้าพ่อกับแม่รู้ว่าไอติมเป็นแบบนี้พวกท่านต้องเสียใจแน่ๆ แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อไอติมทำมันลงไปแล้ว” หญิงสาวที่กลัดกลุ้มต่อการกระทำของตัวเองที่ไร้การไตร่ตรอง  เมื่อสมองมันสั่งการเพียงว่าเธอยินยอมให้เขากระทำล่วงล้ำร่างกาย มาคิดได้ในเวลาที่ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว สีหน้าสีเศร้าสลดจ้องมองแฟนหนุ่มผ่านกระจกเงา  ดวงตาโตเริ่มสั่นระริกดั่งคนกำลังร้องไห้

“เดี๋ยวเจทรับผิดเอง เพราะเจทเป็นคนเริ่ม...ทุกอย่างที่ทำเพราะเจทผิดคนเดียว” เขาพูดออกมาจากใจหากเขายับยั้งอารมณ์ไว้ได้ คงไม่ทำให้แฟนสาวที่เขารักต้องทุกข์ใจเช่นนี้

“เจท” เธอเอ่ยเสียงสั่นเมื่อเจทพูดออกมาอย่างสุภาพบุรุษ ทั้งที่เธอนั้นก็ยอมให้เขาทำตามแต่ใจ หากเธอขัดขืนหรือปรามบ้างทุกอย่างคงไม่เป็นสิ่งที่ต้องกังวลเช่นนี้และเจทเองก็คงจะไม่ทำ ถ้าเธอบอกว่าไม่...

“ไอติมอย่ากังวลเลยนะ...เจทเชื่อว่าพ่อเจกับแม่แนนจะเข้าใจ ทุกอย่างหากมันผ่านมาแล้วไม่สามารถแก้ไขได้” เจทพูดให้กำลังใจคนที่อยู่ในอ้อมกอดให้คลายกังวล เขาไม่ชอบสีหน้าเช่นนี้ของแฟนสาว เขาชอบให้เธอมีรอยยิ้มสดใสตลอดเวลา....

 “กลับบ้านนะ เดี๋ยวเจทไปส่ง”

“อืม”

...................

“ให้เจทเข้าไปส่งในบ้านไหม?” ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อรถยนต์จอดสนิทอยู่หน้าบ้านของแฟนสาว

“ไม่ต้องหรอก...ขอบใจนะ” ไอติมตอบกลับเธอพยายามส่งยิ้มให้แก่เขา แม้ภายในใจจะกังวลไม่หาย

“แน่ใจนะ?” เจทย้อนถามด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นสีหน้าแฟนสาวไม่สู้ดีนัก

“ไอติมแน่ใจ...ไปก่อนนะ ถึงบ้านแล้วบอกไอติมด้วย...เป็นห่วง”

“ครับ”

เธอยิ้มหวานทิ้งท้ายก่อนจะเปิดประตูลงจากรถยืนส่งแฟนหนุ่ม จนรถยนต์ขับเคลื่อนไปไกลจนลับสายตา ทอดถอนลมหายใจยาวก่อนจะเดินเข้าสู่รั้วบ้านพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ทุกอย่างที่เธอนั้นกระทำมันเองด้วยความเผลอไผลลืมตรอง....

“นั่นไง...น้องไอติมกลับมาพอดี” เสียงทุ้มละมุนของผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกสาวเดินเข้ามายังห้องรับรอง

“เป็นไงลูกดูหนังสนุกไหม?” เสียงของผู้เป็นแม่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

“สนุกค่ะแม่” เธอยิ้มตอบพร้อมกับเดินไปนั่งเคียงข้างผู้เป็นแม่อย่างคุ้นเคยต่อการกระทำ แม้ในใจจะพะวงไม่หายเธอก็ไม่ได้แสดงท่าทางวิตกออกมาแต่อย่างใด

“แม่กำลังจะโทรหาลูกพอดีเห็นว่าเย็นมากแล้วยังไม่กลับ...แม่เขาเป็นห่วงลูกน่ะ” คุณพ่อเจพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าลูกสาวด้วยรอยยิ้ม ตั้งแต่เล็กจนโตเธอคือที่รักของคนเป็นพ่อแม่มาตลอด ไม่เคยมีเรื่องใดที่จะทำให้ผิดหวัง แต่ว่าวันนี้เธอนั้นกระทำการโดยไม่คิดหากรู้เข้าพ่อกับแม่ต้องผิดหวังแน่ ๆ

“ขอโทษค่ะคุณพ่อที่ไม่ได้โทรบอก ต่อไปน้องไอติมจะไม่เถลถไลแบบนี้อีก” เธอยกมือไหว้พ่อกับแม่ด้วยสีหน้าที่สำนึกผิด ใบหน้าที่ปะปนความกังวลจนคนเป็นแม่ที่นั่งอยู่ใกล้นั้นสังเกตเห็นความผิดปกติ

“ไม่เป็นไรลูก...พ่อเชื่อว่าหนูเป็นเด็กดีไม่นอกลูกนอกทาง” คนเป็นพ่อพูดอย่างมั่นใจในตัวลูกสาว เพราะเธอไม่เคยทำอะไรให้ผิดหวังในกาลที่ผ่านมา

“ไอติม...” เสียงของผู้เป็นแม่เอ่ยเรียก จนลูกสาวที่มองหน้าพ่อด้วยรอยยิ้มที่แอบแฝงความเศร้าหันมองหน้าแม่

“คะ?”

“หนูมีเรื่องอะไรไม่สบายใจไหม? แม่เห็นสีหน้าหนูไม่ดีเลย...หนูสามารถคุยกับแม่ได้ทุกเรื่องนะลูก แม่ยินดีรับฟังลูกสาวของแม่”   

“พ่อกับแม่รักหนูนะไอติม” ผู้เป็นพ่อที่ได้ยินภรรยาเอ่ยถาม ความห่วงใยในตัวลูกสาวจึงทำให้เขานั้นต้องพูดแทรกออกไป พร้อมกับย้ายตัวเองมานั่งซ้อนหลังของภรรยา มือใหญ่ลูบหัวลูกสาวอย่างแสนรัก

“ไอติมไม่ได้เป็นอะไรค่ะคุณพ่อ คุณแม่...” หญิงสาวปั้นยิ้มแฉ่งสดใสเพราะไม่อยากให้ผู้เป็นพ่อและแม่นั้นกังวลห่วงใย...แม้จะเดาได้ว่าพวกท่านคงไม่เชื่อแต่เธอยังไม่พร้อมที่จะเล่าให้ฟังจริง ๆ จึงต้องหลีกเลี่ยงด้วยการปลีกตัวขอขึ้นห้อง

“โอเคจ้ะ...พ่อกับแม่รอทานข้าวนะ” เสียงหวานของแม่แนนเอ่ยขึ้น แม้จะไม่วางใจกับคำพูดของลูกสาวแต่เธอก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้ลูกนั้นเครียด เพราะการเลี้ยงดูในแบบเธอคือการต้องเข้าใจลูกที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นและหัวสมัยใหม่

“ไอติมรักพ่อกับแม่นะคะ” หญิงสาวที่ซึ้งอยู่ในอกโอบกอดผู้เป็นแม่และกดจมูกหอมลงแก้ม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแก้มของผู้เป็นพ่อในถัดมาด้วยกิริยาความรักที่เธอมักแสดงเป็นประจำอย่างไม่นึกอายแม้จะโตเป็นสาว “ไอติมขอขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

...สายตาสองคู่ที่มองตามหลังลูกสาวที่เดินขึ้นบันไดบ้าน ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจในความหมายของกันและกัน ว่าสิ่งที่ลูกกำลังเป็นนั้นทำให้พ่อกับแม่อดห่วงใยไม่ได้

“ลูกกำลังมีเรื่องกังวลค่ะพี่เจ...เดี๋ยวแนนจะพยายามคุยกับลูกให้ค่ะ” เสียงหวานและรอยยิ้มพิมพ์ใจของแม่แนนแสดงออกไปเมื่อเห็นสีหน้าของคุณพ่อเจนั้นเกิดกังวลไม่น้อย

“ขอบคุณนะที่รักไอติม...ฟอด” คุณพ่อเจโอบกอดแม่แนนอย่างรักใครก่อนจะหอมแก้มเธออย่างเช่นที่เคยทำไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน เขาก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง

“น้องไอติมก็ลูกสาวแนนนะคะ...ไม่รักได้ไงล่ะ รักพ่อของลูกสาวด้วยนะ” แม่แนนเอื้อมมือลูบแก้มคุณพ่อเจ พร้อมเปรยยิ้มหวานที่แสนจะจับใจรอยยิ้มสวยที่ตราตรึงหัวใจของคุณพ่อเจตลอดกาล...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น