Sf/Os | ChanChen

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,201 Views

  • 31 Comments

  • 64 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    64

    Overall
    2,201

ตอนที่ 25 : ไม่รักก็บอกไม่ใช่นอกใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    22 เม.ย. 62

B
E
R
L
I
N
 






เราสัญญากันแล้วไม่ใช่หรอ ว่าถ้ามีอะไรเราทั้งคู่จะบอกกันแล้วทำไม


เธอถึงไม่เคลียร์ให้เราเข้าใจ


ทำไมต้องนอกใจ


เธอมีอะไรเธอบอกกันสิ



      "เห็นชานยอลไหมคริส?" 


      "เห็นเดินไปหลังตึกนะ สงสัยไปเข้าห้องน้ำ" เฉินพยักหน้าว่าเข้าใจแล้วจึงพาเท้าทั้งสองเดินไปยังจุดหมายใหม่ที่แฟนของเขาอยู่ 


      ถ้าอีกคนไม่ดันลืมโทรศัพท์ไว้ที่เขาก็ไม่อยากมากวนเวลาซ้อมบอลของแฟน แต่เพราะสิ่งที่ถืออยู่มันคืออุปกรณ์สื่อสารที่สำคัญในใจก็กลัวว่าพ่อแม่ของแฟนจะติดต่อหรือโทรหา เลยได้บอกให้พี่ชายหยุดรถก่อนที่จะขับไปไกลกว่านี้ 


      "ทำไมทักหาแล้วไม่ตอบ?" 


      "โทรศัพท์อยู่ที่เฉินแล้วมีอะไร?" เท้าทั้งสองหยุดชะงักลงเฉินรีบหาที่หลบมุมจากคนที่กำลังเอาของมาคืน แต่เห็นว่าอีกคนกำลัังคุยกับใครสักคน ใครคนนั้นเขารู้จักและจำแผ่นหลังได้ดี 


      คยองซู


      เขาก้มมองโทรศัพท์ของแฟนและเห็นว่ามีข้อความจากไลน์เข้ามาจริงแต่ชานยอลน่าจะตั้งแบบที่ไม่โชว์ข้อความแถมโชคดีที่อีกคนใส่พาสเวิร์ดเครื่องอีกเฉินคิดในใจว่าพี่ซูโฮรออีกสิบนาทีจะเป็นอะไรไหม แต่มีอีกอย่างที่เขาสงสัยเพื่อนและแฟนเขาไปมีไลน์กันตั้งแต่ตอนไหน?


      "มีอะไร?" 

 
      "แล้วทำไมถึงเอาโทรศัพท์ไว้ที่เฉินไม่---" 


      "ลืม" ชานยอลรีบเข้ามาจับทอนแขนของคยองซูอย่างไว ทำให้การพูดของเพื่อนเขาขาดช่วงประโยคไป


      "จะถามว่าเห็นสร้อยจี้หัวใจไหม?" 


      "หายหรอ?" 

 
      "ก็ถึงได้ถามไงว่าได้หล่นที่ห้องไหม" ไหนคยองซูบอกว่าทำหายไม่ใช่หรือไงแล้วทำไมต้องถามแฟนของเขาว่าเห็นอยู่ที่ห้องไหม ในใจของคนที่แอบฟังได้แต่ลุ้นในคำตอบของแฟนที่หันซ้ายขวา ราวกับกลัวใครมาได้ยินเรื่องที่ทั้งคู่พูดกัน สมองของเฉินเริ่มประมวลทุกอย่างในหัวอย่างไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจตัวเองด้วยว่าทำไมไม่เข้าไปหาทั้งสองเลยล่ะถ้าอยากรู้ ขออีกนิดขอฟังให้เข้าใจเรื่องทั้งหมดก่อนแล้วจะไม่ปล่อยให้พี่ซูโฮรอนานเลย


      "อยู่ในลิ้นชัก"

 
      "กลัวเฉินเห็นหรือไง" 


      "นี้!" 


      "เบาๆหน่อยไหมล่ะชาน เดี๋ยวใครเขาเดินผ่านมาได้รู้เรื่องของเรากันพอดี" 


      "อายหรอ?" 


      "สะท้อนถามตัวเองหรือไงอ่ะ อายไหมที่เอากับเพื่อนแฟน" น้ำตาไหลออกมาโดยไม่มีเสียงสะอื้นเลยแม้แต่น้อย เพราะเสียงร้องไห้คงไม่จำเป็นมากไปกว่าความจริงตรงหน้าที่ได้ยินหรอก


      "สำคัญมากหรือไง?" ก็แม่ซื้อให้คยองนิ


      "นายซื้อให้ฉันทำไมจะไม่สำคัญ" โกหกอีกแล้ว


      "เพราะมันมีค่าด้วยละมั่ง" 


      "ต่อให้เป็นแค่เส้นละร้อยแต่ถ้าคนให้คือนายฉันก็ไม่อยากทำหายหรอกน่า" 


      "กำลังอ้อน" 


      "เปล่าซักหน่อย"


      "เดี๋ยวนี้นายไม่ค่อยมาหาเลย ไม่คิดว่าฉันคิดถึงบ้างหรือไง?" เพื่อนของเขาเดินไปหาชานยอลก่อนจะเอาหัวไปซบคอที่เขามักชอบสังเกตุเห็นรอยแดงบ่อยมากๆแต่ชานยอลก็จะบอกแค่ว่ายุงกัดบ้าง แมลงกัดบ้าง ยอมรับอย่างควายๆเลยนะ เชื่อเพราะมั่นใจว่าเขาไม่มีทางทำอะไรลับหลังที่ให้เราเสียใจแน่นอน 


      "ช่วงนี้ซ้อม ในห้องก็เจอกันไง"


      "นายก็ต้องสนใจแฟนนายป่ะแล้วฉันจะมีค่าอะไรอ่ะ!" 


      "อย่างให้ฉันสนใจ?" 


      "คิดเองดิ" 


      "ลองที่ใหม่บ้างไหม?" 


      "ไม่กลัวคนได้ยิน?" 


      "กลับบ้านแล้วไม่มีหรอก ตื่นเต้นดี" ทำไมจะไม่มี! ก็ไอ้โง้ที่แอบฟังเรื่องเลวๆที่พวกมึงกำลังสวมเขาให้กูอยู่ไง!!


      "เอาดิ" หลังจากคงไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้นหรอกเพราะเขาคงไม่โง่ทนฟังเสียงที่มันย้ำให้เขาเจ็บอีกต่อไปหรอก วิ่งหนีจากตรงนั้นให้เร็วเท่าที่สมองมันสั้งการ 


      "เจอชานยอลมันไหมเฉิน" 


      "ไม่มีใครเลยตรงห้องน้ำ"


      "เอ้า เดี๋ยวๆไมอยู่รอมันหรอ?" 


      "ไม่น่ะ เดี๋ยวพี่ซูโฮรอนาน" 


      "คริส" 


      "ว่า?" 


      "ฝากให้ชานยอลด้วยนะ" เฉินยื่นโทรศัพท์ของแฟนให้เพื่อนสนิทเจ้าตัวแล้วรีบหันหลังวิ่งกลับไปที่รถทั้งน้ำตาใหม่อีกครั้ง ตอนที่คุยกับคริสเขาพยายามฝื้นใจยิ้มอย่างกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วส่งของชานยอลคืนกลัไป






      "เป็นอะไร?" 


      "เปล่าครับ" 


      "แกคิดว่าจะโกหกฉันได้หรอเฉิน ฉันพี่แกนะ" เพราะเป็นพี่ไงเขาเลยไม่อยากให้มารับรู้เรื่องโง่ๆของเขา 


      "แล้วเจอชานมันไหม?" 


      "ไม่เจอครับ" 


      "อีกไม่กี่วันพี่มิกซอกจะกลับมาเยี่ยม อยากลองไปเรียนที่อเมริหาไหม?" เขาปฏิเสธคำชวนจากพี่ชายที่รักทั้งสองไปประมาณสิบรอบได้แล้ว แค่ครั้งนี้เฉินคงต้องคิดใหม่อะไรหมดเลย เพราะตอนนั้นที่ไม่ไปมีคำว่าไม่อยากจากจากคนที่รักไป แต่ตอนนี้คงต้องถามว่าเขาอยากให้เฉินอยู่ด้วยหรือเปล่า


      "ไม่กลัวว่าครั้งนี้ปฏิเสธหรอครับ" 


      "กลับมากี่ครั้งพี่เขาก็จะถามเหมือนเดิมนะแหละ" 


      "ทำไมถึงอยากให้ผมไป?" 


      "แล้วทำไมแกถึงไม่อยากไปหาโอกาสดีๆประสบการ์ณเยอะๆที่เมือกนอก?" เขามองหน้าพี่ชายคนรองว่าแล้วทำไมพี่ต้องถามกลับด้วย! 



      "หรือเพราะแฟน?" 


      "ถามอีกครั้งนะแกเป็นอะไร มีอะไรที่พี่ชายอย่างฉันจะช่วยได้ไหม?" เฉินก้มมองมือตัวเองอย่างเจ็บปวดเหมือนว่าคำถามของพี่มันกระทบความรู้สึก ที่ได้รับมากเมื่อตอนเย็น แต่จู่ๆซูโฮก็ดึงเอาน้องชายเข้ามากอด


      เด็กนี่มันจะรู้ไหมว่าเขามองออกตั้งแต่ตอนที่น้องเปิดประตูลงเข้ามาแล้วเอาแต่เงียบ สายตาที่เอาแต่มองข้างทางมากกว่าจะหาเรื่องมาคุยกับเขาเหมือนแต่ละครั้ง ดูรู้ว่าน้องมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจหรือกำลังเสียใจจากอะไร หรือเพราะชานยอล 


 
      "ฮึก" สุดท้ายเขื่อนที่กักเก็บน้ำตาก็พังออกมาให้พี่ชายได้เห็นว่าน้องในตอนนี้น่าสงสารมาก คนเป็นพี่ที่เลี้ยงน้องมาตั้งแต่น้องยังเด็กแทนพ่อแม่ที่เสียไปจนตัวเองกลายเป็นพ่อแม่แทนให้น้องชาย เขานะเจ็บกว่าน้องเยอะและเชื่อว่าไอ้พี่คนโตที่ก็ใช้นามสกุลเดียวกันถ้ามันมาเห็นก็เจ็บไม่ต่างจากเขาเลยล่ะ

     

      "เป็นอะไร?" 


      "พี่เคยผิดหวังจากอะไรที่พี่เชื่อใจในสิ่งๆนั้นไหม?" 


      "เคย ตอนที่รู้ว่าแกร้องไห้แล้วฉันทำอะไรไม่ได้" ผิดหวังในตัวเองไง


      "ฮึก" 


      "เรื่องของแกมันน่าผิดหวังขนาดนั้นเลยหรอ? สอบเลขตกอีกหรอ? อย่าไปเครียดเดี๋ยวมัน---" 



      "พี่เคยโดนเพื่อนกับแฟนหลอกไหม" 


      "หลอกแบบไหนล่ะ" 


      "หลอกให้เราเชื่อใจ" ตอนนี้ทั้งห้องมีแต่ความเงียบเข้าแทนที่ชั้วคราว เรื่องความรักเฉินจะรู้บ้างไหมว่าพี่อย่างเขาสอบตกตั้งแต่เจอโจทย์แล้ว 


      "ไม่เคย" 


      "แต่ถ้าให้รับฟังได้" ซูโอก้มมองหน้าน้องที่มีแต่น้ำตา 


      "วันนี้ตอนที่ผมเอาโทรศัพท์ไปให้ชานยอล ผมเห็นคยองซูยืนคุยกับชานยอลผมเริ่มสงสัยตั้งแต่พวกนั้นมีไลน์ของกันแต่มันคงมาชัดเจนตรง" 


      "พอไปอาบไป" ไม่ได้ไม่อยากรัับฟังอย่างที่พูดแต่แค่กลัวว่าตัวเองจะทนแทนน้องไม่ไหวแล้วกดสายโทรให้ลูกน้องไปจัดการคนที่มันทำน้องเขาเสียน้ำตาเพราะความเหี้ยของพวกมันสองตัว! 


      "ผมดูโง่มากกไหมพี่โฮ" 


      "ไม่หรอก" 


      "ที่แกให้มันไปเพราะความเชื่อใจ" 


      "แกรักแกเลยให้" 


      "แต่มันเองต่างหากที่เอาความเชื่อใจของแกไปทำลายเพราะความสนุกของมัน" ได้แต่ลูบหลังให้น้องโอเคขึ้นแต่กลับกลายเป็นว่าตัวเขาเองต่างหากที่โครตไม่โอเคเลย


      "แล้วทำไมคยองซู..." 


      "ถ้ามันเห็นแกเป็นเพื่อนมันจะไม่ทำอะไรที่เพื่อนเสียใจ" ถูกไหมล่ะ คนเป็นเพื่อนกันจริงๆถ้ารักกันจริงแต่ถ้ารู้ว่าอะไรที่ทำให้เพื่อนกันเสียใจเขาจะไม่มีทางทำแน่นอนนอกเสียจากว่าคยองซูอาจจะไม่เคยเห็นเฉินเป็นเพื่อนเลย 


      "พี่โฮผมไม่รู้จะทำยังไงดี ไม่รู้ว่าต้องจัดการกับมันยังไงแล้ว" 


      "ถ้าเป็นพี่ความสัมพันธ์แบบนี้มันควรจะจบได้แล้ว เพราะยิ่งเราไม่ทำอะไรปล่อยมันเอาไว้นาน คงที่เจ็บกว่าคือแกนะเฉิน" เป็นคำแนะนำจากพี่ชายที่เขาก็คิดว่าหลายคนๆก็คงจะคิดแบบพี่แต่วิธีที่เขาจะบอกควรทำยังไงดีล่ะ? 


      "ไปอาบน้ำนอนดีกว่าพรุ่งนี้วันหยุด" 


      "แกมีเวลาคิดทั้งวันว่าจะเอายังไงกับมันดี" บอกน้องชายเสร็จเรียบร้อยก็จับแขนน้องพาไปส่งที่ห้องนอน


      "อาบน้ำนะทุกอย่างจะได้ผ่อนคลายลงบ้าง" ฝ่ามือของพี่ชายยีเบาๆที่หัวน้องชายก่อนที่ประตูห้องจะปิดลงสู่สายตาเขา 





      "ทำดีนิเล่นซะจนเฉินเชื่อ" 


      "แล้วเฉินละครับ" ใครอีกคนถามคนที่เรียกให้มาหากันที่บ้าน


      "ให้อาบน้ำแล้วขึ้นไปนอนยาที่ให้กินก่อนหน้าน่าจะออกฤทธิ์แล้ว" ขายาวยกไขว่ห้างอย่างสบายๆ เหล่สายตามองหน้าคนก้มลงเอาแต่มองพื้นด้วยอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายในใจ


      "เงินค่ารักษาแม่เธอฉันโอนให้โรงพยาบาลแล้ว ส่วนอันนี้ให้เพราะคิดว่าเธอน่าจะเอามันไปต่อยอดชีวิตของเธอเอง" ซองน้ำตาลหนาที่ข้างในอัดไปด้วยสิ่งที่เรียกว่าเงินอย่างมากมาย


      "ขอบคุณครับ" 


      "หลังจากนี้ก็ขอบคุณมากนะคยองซูที่ทำให้เฉินน่าจะตัดสินใจเด็ดขาดไปเลย" ร่างกายของคนที่ไขว่ห้างคุยกันลุกขึ้นยืนเพ่ื่อเตรียมส่งแขกที่เขาเรียกมาบ้านในวันนี้ 


      "คุณไม่กลัวเฉินรู้หรอครับ?" 


      "ในวันนี้มีเธอและฉันกันสองคนถ้าจะมีใครบอก" 


      "อึก" 


      "คือคนที่ฉันกำลังบีบคอมันอยู่นี้ไง!" ซูโฮพลักร่างเล็กของคยองซูลงไปนั้งที่พื้น ปล่อยให้อีกคนรับอากาศเข้าปอดหลังจากที่เขาเกือบจะตัดลมหายใจของเพื่อนน้องชายไปเมื่อสักครู่ 


      เขารู้ว่าถ้าใครหลายคนได้มารู้เรื่องแบบนี้ก็ต้องด่าเขา ทำไมถึงทำร้ายน้องทางอ้อม? ทำไมถึงยืมมือเพื่อนน้องทำให้น้องเสียใจ? ทุกคนลองมาฟังอีกแง่มุมของเขาดีไหมแล้วค่อยตัดสินไปเลยว่าเขามันเป็นยังไง....



 


      "ทำไมเฉินถึงไม่อยากไป?" 


      "ฉันจะรู้ไหม?" 


      "แกอยู่กับน้องนะซูโฮ" ทุกๆสิ้นเดือนมิกซอกจะกลับมาเยี่ยมเขาสองคนพี่น้องที่เกาหลี และพี่ชายคนโตก็มักจะพยายามให้น้องไปเรียนที่อเมริกาให้ได้แต่หลายๆครั้งการชวนของมิกซอกมันไม่เคยได้ผลเลยแม้แต่นิด 


      เฉินให้เหตุผลแค่ว่าเรียนที่นี้ก็ดีแล้ว เดี๋ยวเขาเหงาบ้างแหละ กลัวเข้าสังคมที่นั้นไม่ได้ คิดถึงเพื่อน เขารู้ว่าทั้งหมดทั้งมวลที่น้องให้มามันไม่ใช่ความจริง น้องห่วงแค่ชานยอลแฟนที่คบมาได้หนึ่งปีจะสองปีแล้ว 



      "เฉินมีแฟนหรอ?" 


      "อืม" 


      "ชื่อไร บ้านอยู่ไหน พ่อแม่ทำงานอะไร แล้ว---" 


      "ใจเย็นก่อนนะฉันไม่รู้จะบอกอันไหนก่อนแล้วมิกซอก" 


      "ชื่อชานยอล บ้านอยู่ที่โซล พ่อแม่รับราชการทั้งคู่แต่รู้สึกว่าพ่อใกล้จะเกษียณแล้ว" ซูโฮปิดหนังสือพิมพ์ลงแล้วมองหน้าพี่ชายที่กำลังคิดอะไรของมันอยู่ไม่รู้ 


      "นิสัยล่ะ" 


      "เฉินยังไม่เคยพามาให้ได้เห็นแต่ก็เห็นพูดว่านิสัยดี" 


      "ดื้อจะไปทันอะไรใครเขา" ก็จริงน้องพวกเขาหัวอ่อนจะตายที่สำคัญคนที่น่าจะพอดูอะไรออกอย่างพวกเขา ก็ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหน้าหรือคุยกับแฟนน้องซักครั้งเลยนิ


      "กลับวันไหน" 


      "นัดทานข้าวกับหมอนั้นด้วย ฉันจะไปทำงานที่ค้างให้เสร็จ" 


      "คิดว่าถ้ามารอบหน้าน้องจะไปไหม?" 


      "อยู่ที่มัน..." มุมปากของมิกซอกยกขึ้นสูงให้น้องคนรองอย่างรู้ๆกันว่า 'มัน' หมายถึงใคร และตอนนี้ห้องนั้งเล่นของบ้านก็เหลือเขาคนเดียวแล้วเขาก็ต้องคิดคำพูดเพื่อโน้มน้าวเฉินพาแฟนมาเจอให้ได้สินะ นักธุระกิจมักจะชอบหาคำพูดที่จะทำให้หุ้นส่วนเชื่อใจตัวเองว่าไหม? 




      "ตามสบายเลยนะชานยอล" 


      "อ่อครับ" 


      "รู้จักกันได้ไงล่ะเราสองคน" คนที่นั้งหัวโตตักอาหารมาอย่างสบายๆแล้วถามคนข้างๆน้องชายอย่างสงสัย 


      "ทำงานในกลุ่มด้วยนะครับเลยเริ่มคุยๆกันมา" 


      "แล้วก่อนหน้านั้นเคยมีแฟนไหม?" ซูโฮถามบ้าง


      "ก็เคยมีครับ" ชานยอลก็ยังคงตอบอย่างน้อมนอบเหมือนเช่นเคย 


      "แล้วเลิกกันเพราะอะไร?" 


      "พี่มิกซอกครับ" เฉินเรียกพี่ชายให้หยุดก่อนเรื่องเลิกกันมันคงไม่น่าเล่าให้ฟังตอนทานอาหารกันแบบนี้ 

 
      มิกซอกไม่ได้แคร์เสียงเรียกของเฉินแม้แต่น้อยแต่เงยหน้ามามองหน้าคนที่เขากำลังรอฟังอยู่ 


      "เราสองคนมักจะไม่เข้าใจอะไรกันในหลายๆเรื่องนะครับ ผมเลยขอเลิกกับเธอ" 


      "ผู้หญิง?" ซูโฮแทรกถามหลังจากฟังชานยอลเล่าเสร็จแล้ว 


      "ครับ" ชานยอลยังคงตอบอย่างสบายๆและยิ้มให้กับคนถามในทุกคำตอบเสมอแม้


      "แล้วทำไมถึงชอบเฉิน?" 


      "ทำไมพี่เอาแต่ถามชานยอลล่ะครับ ไม่เห็นถามผมบ้างเลย" เฉินเองก็เริ่มงอนๆแล้วเขาเองก็เป็นแฟนชานยอลถ้าจะถามก็น่าจะถามเขาด้วย


      "งั้นทำไมเราถึงชอบชานยอล" เฉินหันมองหน้าคนที่เลื่อนมาจับกันไว้ใต้โต๊ะและกลับมามองหน้าของพี่ชายทั้งสอง 


      "เพราะชานยอลเป็นที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นและก็ยังเทคแคร์เวลาผมเศร้าด้วยนะครับ" เฉินเล่าออกมาด้วยรอยยิ้มที่แสนจะมีความสุขเวลาได้บอกคนอื่น ว่าเขาชอบชานยอลเพราะอะไร


      มิกซอกยกยิ้มตามน้องแล้วมองหน้าแฟนน้องอีกครั้งให้คนที่โดนจ้องรู้ว่านายเองก็ยังไม่ตอบนะ


      "ผม...ชอบที่เฉินเป็นคนน่ารัก ร่าเริง แล้วก็ใจดีครับ" 


      "นึกว่าชอบที่เป็นคนซื่อซะอีก" คนที่นั้งฝั่งตรงข้ามของเฉินและชานยอลแกล้งแหย่ถามเล่นๆแต่คนที่โดนถามรู้สึกว่าพี่ชายของแฟนเกลียดอะไรเขาหรือเปล่าถึงถามมาแบบนี้ 


      "ทำไมต้องชอบที่เป็นคนซื่อด้วยล่ะครับ?" 


     "คนที่ไม่ค่อยรู้อะไรเขาไม่ได้มองว่าซื่อหรอกนะแต่เขาจะมองว่าเราโง่" คนที่นั้งหัวโต๊ะสังเกตมองร่างสูงข้างๆเฉิน ว่าจะแสดงผ่านแววตายังไง เก็บหน้าให้นิ่งแล้วยิ้มรับได้แต่ดวงตามันปิดความรู้สึกไม่ได้หรอกนะ


     "แกก็ถามอะไรไม่รู้ซูโฮ ขอโทษด้วยนะชานยอลหมอนี้ก็ถามอะไรไม่ค่อยคิดนะ" 


     "ไม่เป็นไรครับ" ยิ้มที่สาวหลายๆคนถ้าได้เห็นคนเอนอ่อนให้กับผู้ชายที่ยิ้มให้แต่ไม่ใช่กับผู้ชายด้วยกันแบบเขาสองคน 


      "ที่ถามไปเมื่อกี้ไม่ได้จะบอกว่านายชอบที่น้องฉันอาจจะตามนายไม่ทันเวลาโกหก" 


     "เอ๊ะ?หรือว่าชอบ" คำพูดที่แสนจะกวนประสาทชานยอลมันทำให้ชายหนุ่มเผลอกำมือแน่นมืออีกข้าง ที่ไม่ได้จับมือแฟนตัวเองไว้


     "พี่ซูโอครับ" 


     "ผมไม่เคยคิดแบบนั้นครับและก็ไม่คิดที่จะโกหกเฉินด้วยครับ" 





      ประโยคที่หนักแน่นในวันมันทำให้เฉินเชื่อใจแฟนหนุ่มที่ลั่นวาจาบอกพี่ซูโฮและพี่มิกซอกกลางโต๊ะอาหารมาโดยตลอด






      "จอดก่อน"


      "ครับ" ลูกน้องคนสนิทหยุดรถให้นายตัวเองที่นั้งอยู่เบาะข้างหลัง


          ซูโฮมองเด็กผู้ชายสองคนที่เขารู้จักดีกำลังเดินจับมือกันอย่างมีความสุขเป็นเพื่อนที่น่ารักดีเนอะ



 


          ชานยอลซ้อมบอลนะครับ




          วันนี้ไม่ว่างมาทำการบ้านด้วยกันหรอคยองซู? 



          ก่อนที่จะขับรถออกจากบ้านมาเพื่อมาจัดการงานที่ลูกน้องทำพลาดในวันหยุดแบบนี้ เขาเองก็อยากอยู่บ้านกับน้องตามที่อีกคนเคยขอไว้แต่คิดได้ว่าน่าจะหาเพื่อนให้น้องแทนการผิดสัญญาของเขา เขาก็เป็นคนบอกให้น้องโทรชวนแฟนไปเที่ยวห้างด้วยกันสิจะได้ไม่เหงาแต่อีกคนบอกว่าไปไม่ได้เพราะต้องซ้อมบอล


      "งั้นก็ลองโทรชวนคยองซูมาทำการบ้านกันก็ได้ จะสอบแล้วนิ" 


     "ครับ" 
     
     
    หลังจากที่น้องเดินออกไปโทรหาเพื่อนอีกคนก็กลับเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าหง่อยๆ


 "คยองซูไม่ว่างน่ะครับ" ในตอนนั้นใจเขาไม่อยากไปจัดการงานที่ลูกน้องมันทำเสียแล้ว แต่มันจำเป็นต้องไปจริงๆเพราะงานที่มันทำความเสียหายไม่ใช่ร้อยสองร้อย 


     "ไม่เป็นไรหรอกครับพี่โฮเดี่ยวผมนอนเล่นรออยู่บ้านก็ได้" 

 
      "ขอโทษด้วยนะไว้วันหลังเดี๋ยวพี่พาแกไปกินไอติม เคไหม?" 


      "คร๊าบบบบบ"





      คิดไม่ผิดจริงๆหลังจากวันที่นัดทานข้าวกับชานยอล เขาไม่ได้ไว้ใจอะไรมันมากหรอกนะเขาตั้งแง่ร้ายกับมันมาตลอด ในใจเองก็เริ่มรู้สึกผิดที่ไม่ไว้ใจคนที่น้องเลือกเป็นแฟนแต่เขาคงเสียใจมากกว่าที่ไปรู้สึกผิดกับคนแบบมันได้ยังไงกัน


      "หาเบอร์คยองซูให้ฉันหน่อยเจย์" 


      "ครับ" 



      ไม่หมดวันเจย์ลูกน้องคนสนิทก็หาเบอร์ของคนที่เขาต้องการมาได้ เขาได้ยินจากเฉินว่าแม่คยองซูป่วยหนักนิ ถึงที่บ้านไม่ได้จนแต่ก็ไม่ได้มีเงินเป็นเยอะพอจะรักษาได้เพราะลำพังเสาหลักของบ้านคือคนที่หาเงินมา แต่ในชีวิตประวันจะไม่เสียอะไรเลยหรือไง ในจะค่าเทอมลูกค่าขนม ค่าครองชีพ ค่ารักษานะหลักร้อยล้านวอนไม่ใช่หรือไงถ้าอยากให้หายขาดไปเลยหรือไม่ก็ออกจากโรงพยาบาลแล้วหันมาจ่ายค่ายาแต่ละเดือนเอาแทนโอกาสรอดไม่ได้มีมากเลยนิน่า 


      ไม่ได้จะแช่งแม่ของคยองซูนะแต่มันเป็นความคิดของเขาเองเฉยๆ



      "ฮัลโหล" 


      (ครับ? นี้ใครหรอครับ?) 


      "คิมจุมยอน" 


      (พี่...ซูโฮมีอะไรหรือเปล่าครับ?) 


      "วันนี้กินข้าวกับแฟนเธออร่อยไหม?" ปลายสายเงียบไปสักพัก


      "ลืมไปว่าเธอไม่มีแฟนแล้วนั้นก็แฟนน้องฉันที่เธอเดินจับกันมืออยู่" 


      "อ่า คนอื่นก็คงมองว่าเป็นแฟนกันสินะถ้าไม่รู้ว่าเรื่องเลวๆของคนทั้งคู่" 


      (ผมเปล่า---) 


      "เดี๋ยวไปคุยกันหน่อยที่บ้านเธอนะ พอดีได้ข่าวว่าแม่ไม่สบายจะได้คุยกับพ่อเธอเรื่องค่ารักษา" 


      (อะไรนะครับ?!) 


      "ถ้าทำตามแผนที่ฉันบอก" ไม่รอให้คยองซูถามอะไรมากความ ซูโฮเป็นคนชิงตัดสายเองเลยเพราะคิดว่าเดี๋ยวไปหาอีกฝ่ายก็น่าจะได้อธิบายอะไรๆให้อีกคนเข้าใจและต้องทำมัน




 



      รอยยิ้มของความสุขบนหน้าพี่ชายคนรองของบ้านคิม มันช่างร้ายกาจและดูเหมือนตัวโกงในละครหลังข่าวที่เฉินมักบอกว่านิสัยไม่ดีชอบทำร้ายพระเอกและหลอกนางเอก 

      แต่เรื่องนี้เขาเป็นเขา เป็นพี่ชายที่รักน้องมากกว่าสิ่งใดบนโลกหลังจากเหลือกันแค่สามคนแล้ว นิ้วมือกดเบอร์ของคนที่รอฟังข่าวจากเขาอยู่เมือกนอก ซึ่งไอ้คนที่รอฟังมันน่าจะดีใจมากๆด้วยแหละเพราะข่าวที่บอกมันเป็นข่าวดี



      "เรียบร้อยแล้ว" 


      (รอบนี้คิดว่าไปขากลับจะมีน้องมาด้วยไหม) 


      "หึ" 


      "ได้แน่นอน" 






      "เจย์" 


      "ครับนาย" 


      "ส่งของขวัญไปให้อดีตแฟนน้องฉันหน่อยสิ" 


      "เอาแบบไหนดีครับ" 


      "ไม่ตายแต่ก็สาหัสถือซะว่าเป็นสิ่งร่ำลาของมันและน้องฉันซะหน่อย" สั้งงานคนที่ก้มหัวให้กันเสร็จ เขาก็ขอไปนอนดีกว่ารู้สึกเหนื่อยจังนี้ขนาดไม่ได้ลงมือทำนะแค่ว่างแผนและสั้งการเฉยๆ :) 






 THE END.









เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเรามาต่อเนอะ

เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเรามาต่อเนอะ

เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเรามาต่อเนอะ

เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเรามาต่อเนอะ

เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเรามาต่อเนอะ

เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเรามาต่อเนอะ


      ผิดไปแล้วค่ะแงงงง ขอโทษด้วยจริงๆนะคะเพราะในเช้าวันต่อมามันดันหมดไฟไปแล้วมันเพิ่งมามีตอนนี้55555555 ด่าเรากันไปบ้างหรือยังงงงงง


 ถ้ามีตกไหนบกพร่องผิดไปเม้นบอกกันได้นะคะ ^_^
     
     
          
 
    
     










 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #31 ผู้อ่าน (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 18:34

    อย่างชานยอลต้องทำให้รู้สำนึก ว่าการที่มาหลอกเฉินจะเป็นแบบไหน

    #31
    0
  2. #28 jnst (@jnst) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 09:11
    มาต่ออีกๆๆๆๆๆเร็วๆๆๆๆด้วยระไรท์
    #28
    1
    • #28-1 weareone1485 (@Ploy15546) (จากตอนที่ 25)
      25 เมษายน 2562 / 19:21
      ต่อแล้วววค่าา
      #28-1
  3. #27 jeab_jj_ (@jeab_jj_) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 06:50
    รออออออออ
    #27
    1
    • #27-1 weareone1485 (@Ploy15546) (จากตอนที่ 25)
      25 เมษายน 2562 / 19:22
      กลับมาแย้ววว อย่าลืมมาอ่านนะค่า
      #27-1
  4. #26 Mochi. (@mmatchima) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 03:32
    ต้องโดนให้สาสม
    #26
    0
  5. #25 gene_pa (@pathaimas-p) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 01:45
    อ่านอยู่น้าาา เรารอนะ
    #25
    0