ตอนที่ 2 : พอใจแล้วล่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    30 ธ.ค. 61

  คืนนั้นสำหรับผมมันไม่ใช่ว่าพลาด แต่ผมตั้งใจแม้รู้ว่าทำไปมันไม่มีอะไรตอบแทนกลับมาจากชายคนที่แอบรักนอกจากน้ำตา...

 “เหนื่อยไหม?” ผมหันหน้าไปหาเพื่อนร่วมชั้นด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเข้าใจคำถามของอีกฝ่ายก็ตามเถอะ “อะไร?” นี้คงเป็นคำถามเบสิกๆสำหรับคนที่ไม่เข้าใจ

 “ก็ที่มึงต้องไล่ตามมันอย่างนี้นะ มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับมึงสองคน” ผมสะอึกกับคำพูดของเพื่อน และก็ไม่กล้าปฏิเสธก็ในเมื่อที่เพื่อนพูดมามันเป็นความจริง

 “กูไล่ตามอะไรมัน” แต่สุดท้ายก็ยังปากแข็งไม่ยอมรับกับคำพูดที่เพื่อนปลักปลำผม

 “ตัวมึงรู้ดีเฉิน ไอ้ที่มึงคอยเอาน้ำไปให้มันหลังซ้อมบาส แอบทำงานให้มันโดยที่มันไม่รู้ตัว” ผมเงียบเพราะไม่กล้าเถียงในความจริงที่น่าสมเพชของตัวเอง

 “การกระทำของมึงแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามึงคิดยังไงกับมัน คนอื่นกูไม่รู้นะว่าเขาจะดูออกหรือเปล่าแต่สำหรับกู เป็นเพื่อนมึงมาตั้งแต่เด็กเรื่องแค่นี้ทำไมกูจะไม่รู้ว่ะ”

 “กูรักชานยอล” นี้คือความรู้สึกอย่างแท้จริงของผมที่มีต่อเขา

 “แล้วเขารักมึง?” ผมไม่ตอบอะไรเพื่อนเพราะรู้แล้วว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับผม เพราะเขามีแฟนอยู่แล้ว เจ็บดีเนอะสำหรับคนที่แอบชอบแฟนชาวบ้านเนี้ย

 ตอนนี้ก็เป็นเวลาใกล้เลิกเรียนแล้ว เราสองคนที่กำลังนั้งคุยอยู่บนห้องเรียนเพราะขี้เกียจไปเข้าแถวก็ต่างคนต่างเงียบหลังจากจบประโยคคำถามของเพื่อนสนิทของผม ชเว ยองแจ หรือ ยองแจ เราสองคนเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายปีหนึ่ง โรงเรียนที่ผมกับยองแจเรียนอยู่ไม่ดังอะไรมากหรอครับ แต่ก็มีชื่อเสียงว่าดารานักร้องดังๆ จบมาจากเรียนนี้กันทั้งนั้น และก็ผม คิม จงแด หรือเฉินครับ ประโยคบนสนทนาของผมกับเพื่อนก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ อย่าไปใส่ใจกับมันเลย ก็แค่คนโง่ๆที่แอบชอบแฟนคนอื่นนะครับ

 “กลับบ้านเถอะ” ผมก้มลงไปมองหน้าเสาธงที่ตอนนี้เหลือแถวกลับบ้านสองแถวแล้ว ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ยองแจว่าอืม

.

.

.

.

.

 “โชคดีนะมึง”

 “เอ่อ” เมื่อเดินออกมาจากโรงเรียนก่อนจะเจอทางแยก ผมกับยองแจก็จะบอกลากันตรงนี้เพราะบ้านของผมกับมันอยู่คนละทางกัน มองเพื่อนที่เดินออกไปไกลจากผมแล้ว ผมก็หันกลับมาเพื่อที่จะเตรียมตัวเดินกลับบ้านบ้าง

 “เฉิน”

 “หืม?...ชานยอล” บุคคลที่ผมพยายามที่จะไม่คิดถึงเขาและเรื่องในคืนนั้นที่เราสองคนได้เผลอแอบมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ่ง สำหรับชานยอลอ่จจะเพราะเมาแต่สำหรับผมมันเกิดจากความจงใจทั้งนั้น นึกแล้วก็สมเพชตัวเองจริงๆจงแด

 “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม? พอมีเวลาไหม?”

 “ได้สิ” ผมตอบเขาโดยไม่คิดลังเลสักนิด สำหรับเขาผมให้ได้ทุกอย่างเวลา หรือแม้แต่ชีวิตถ้าเขาต้องการ

.

.

.

.

.

 ผมไม่เข้าใจ เขาชวนผมมาคุยแต่กับนิ่งเงียบก้มหน้าถอนหายใจอยู่นั้นแหละ

 “มีอะไรหรือเปล่าชาน?” ถึงแม้บอกว่ามีเวลาให้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะสามารถอยู่ได้ถึงครึ่งชั่วโมงจะหนึ่งชั่วโมงหรอกนะ

 “คืนนั้น...แก...เราขอโทษ” เขาจะขอโทษผมทำไมในเมื่อเขาไม่ได้ผิดอะไรแม้แต่นิด ผมนี้สิที่ต้องขอโทษเขาที่ทำให้รู้สึกผิดแบบนี้

 “แกจะขอโทษเราทำไมแกไม่ได้ทำอะไรผิดเราต่างหาก...ที่จงใจให้มันเกิด” ชานยอลเงยหน้ามาผมมองด้วยสีหน้าตกใจกับคำพูดของผม ที่ไม่ได้รู้สึกรู้หนาวอะไรเลย

 “แก...ทำไม?...” เขาถามผมด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ ผมเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

 “เพราะรักแก...พูดแค่นี้แกคงเข้าใจเนอะ” ถึงแม้จะเจ็บกับคำพูดของผมที่กำลังดูถูกตัวเองอยู่อย่างไร แต่ใบหน้าผมก็พยายามฝืนยิ้มให้เป็นธรรมชาติให้ได้มากที่สุด

 “เฉิน...แกอย่าพยายามเลย...ทุกเรื่อง...ทั้งเรื่องที่แกทำงานให้เรา...เราไม่อยาก...ทำให้แกเสียใจว่ะ เราเสียใจ ถึงแม้แกจะทำให้เรามากขนาดไหน...”

 “รู้ๆแต่ก็ไม่ต้องห่วงนะถ้าแกบอกว่าไม่โอเค เราก็จะหยุดถึงรู้ว่าทำให้ตาย รักแกให้ตาย แกก็คงไม่มาสนใจเราหรอกแล้วก็...ไม่ต้องรู้สึกผิดในคืนนั้นนะเราเต็มใจ...แค่แกเป็นคนแรกของเรา...เราก็มีความสุขมากแล้วละ”

 “แต่เราขออย่างนึงนะชานยอล”

 “อย่าให้เราเลิกรักแกนะ” ผมขอแค่นี้จริงๆและจะไม่ขออะไรมาก ถ้าเรื่องไหนที่เขาจะให้ผมหยุดผมก็จะหยุดทันที

 “อย่ารักคนที่ไม่ได้รักแกเลยเฉินมันจะเจ็บเอาเปล่าๆ” เขาพูดมาแบบนี้แสดงว่าต่อให้ตายเขาก็คงไม่มีวันรักผมสินะ ผมหันหน้าหนีกับประโยคที่เขาบอกผมพยามยามสั้งน้ำตาไม่ให้ไหล เพราะแค่นี้ก็ดูน่าสมเพชในสายตาของชานยอลมากแล้วผมนะ

 “...ไม่ต้องห่วง...ถ้าเราบอกแล้วว่าเราจะไม่มีทางเลิกรักแก เราก็ต้องยอมรับผมที่จะตามมา”

 “ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะชานยอลเราเลือกแล้ว ถ้าเราจะเจ็บมันก็สมควรโดนแล้วละเพราะเรามันดื้อนะ ถ้าไม่มีอะไรเรากลับก่อนนะ บาย อ๋อ...ขอให้รักกับไคนานๆนะแก” ผมรีบชิ่งบอกลากลับบ้านทันที เพราะไม่อยากให้ชานยอลเห็นน้ำตาของผมหลังจากที่หันหลังเดินหนีเขาออกมาแล้ว โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรเลย








  Doesn’t require the possession of what we love, but I’m happy.

 ไม่จำเป็นต้องได้ครอบครองสิ่งที่เรารักก็ทำให้ฉันมีความสุขได้

 

 

 










 THE END.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น