คัดลอกลิงก์เเล้ว

<PlantZ> สงคราม

โดย PlantZ

จะราขินีสงคราม หรือราชินีน้ำแข็ง คำไหนก็เหมาะสมกับเธอจริง ๆ

ยอดวิวรวม

20

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


20

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : 0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 พ.ค. 62 23:30 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

นิยายสั้น

 

เรื่อง  : สงคราม

 

โดย  PlantZ

 

*แนะนำให้อ่านใน PC เพื่ออรรถรสในการอ่านที่ดีขึ้น*


(โพย) แนะนำตัวละคร  | และวิธีเรียกชื่อของแต่ละคน |

(ผู้บัญชาการ)                              พันเอก ชินโซ ไดน่า              -ฮารุกะ คายะ อากิโกะ อามาเนะ

(หน่วยสังหารพิเศษ)                     พันเอก ฮิจิคาตะ ฮารุกะ      -ไดน่า คายะ อากิโกะจัง อามาเนะจัง

(หน่วยคลังแสงและยุทโธปกรณ์)      พันโท โซเซกิ คายะ               -(คุณ+ยศ) ไดน่า ฮารุกะ อากิโกะ อามาเนะ

(หน่วยสื่อสารและหน่วยข่าวกรอง)    ร้อยเอก อาเคจิ อากิโกะ      -คุณไดน่า ฮารุเน่ คุณคายะ อามาเน่

(หน่วยสำรวจพื้นที่)                       พันโท คุโรซาว่า อามาเนะ    -(ยศ) ไดน่า ฮารุกะ คานะ | อากิโกะจัง

            *เน่ หรือ โอเน่ แปลได้ว่าพี่สาว

            *ซัง เมื่อเติมตามหลัง จะมีความหมายว่า คุณ... ใช้เพื่อเพิ่มความสุภาพ แต่เรื่องนี้จะใช้คำ                -ว่า คุณ ซะมากกว่า

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 16 พ.ค. 62 / 23:30

บันทึกเป็น Favorite


ที่หมู่บ้านหนึ่งในเขตสนามรบ

                “ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือมากค่ะ!”

                เสียงของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่สดใส แต่ท่าทางการตะเบ๊ะแสดงความเคารพจากใจจริง ร้อยเอก อาเคจิ อากิโกะกำลังขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้าน ร่างเล็กผมสั้นประบ่า สวมชุดทหารเรียบร้อยในดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เหมือนกับจะบอกทุกคนที่มองตาว่า อย่าเป็นห่วงไป ฉันมาแล้ว!

                *แอ๊ด* เสียงประตูปิดลง ผู้ใหญ่บ้านหันกลับมา ก็ถูกทักโดยคนที่อยู่ในห้องถามทันที

                “หัวหน้าครับ เมื่อกี้นี้...คนของราชินีแห่งสงครามใช่มั้ยครับ ?

                “อา— ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะ แต่ให้ตายเถอะ จะเด็กตัวเล็กเมื่อกี้หรือว่าผู้หญิงผมยาวที่ยืนข้างหลัง ไม่ว่าคนไหนก็ไม่เหมาะจะเป็นทหารเลยนะ หน้าตาน่ารักอย่างพวกเขาควรจะได้มาใช้ชีวิตสันติสุขเหมือนเด็กทั่วไปมากกว่า ตัวราชินีเองก็ด้วย เท่าที่ได้ยินมาก็เป็นผู้หญิงวัยคราเดียวกับสองคนเมื่อกี้นี้ พอมาคิดว่าเด็ก ๆ อย่างพวกเขาชนะสงครามบกมาอย่างต่อเนื่องเนี่ย คิดถาพตามไม่ได้จริง ๆ นะน่ะ”

                หัวหน้าหมู่บ้านพูดแล้วก็ถอนหายใจลากยาวออกมา

                “ก็นั่นสินะครับ หัวหน้าของกองทัพเป็นผู้หญิง 5 คนสินะครับ”

                หัวหน้าของกองทัพที่เข้ามาคุยกับหัวหน้าหมู่บ้านก่อนหน้านี้ ก็เป็นผู้หญิงเช่นกัน ช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา กองทัพนี้ได้รับชัยชนะจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นสงครามจริง และมักมีข่าวลือแปลก ๆ มาด้วย เช่น กองทัพศัตรูชักธงขาวหลังสงครามเริ่มได้เพียง 30 นาที หรือไม่ก็รถถังหลักของศัตรูจู่ ๆ ก็หยุดเคลื่อนไหวไปซะเฉย ๆ ทำให้กองทัพนี้ที่เป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิยึดพื้นที่ที่ถูกยึดไปคืนมาได้ทั้งหมด

                ...

                “นี่! อามาเน่จังไปตรวจสอบพื้นที่มาแล้วเหรอ ?

                ร้อยเอกอากิโกะหันกลับไปถาม พันโท คุโรซาว่า อามาเนะ ผู้หญิงผมดำยาวในชุดทหาร ดูสุขุม..หรือไม่ก็กลัวคนมากกว่า

                “อะ...อืม... ไปตรวจสอบดูแล้วล่ะ... น่าจะไม่เป็นไรแล้วหรอก... เช็คตามที่พันเอกไดน่าบอกแล้วล่ะ... ก็เหลือแค่ไปรายงานแค่นั้นเอง...”

                “อืม! งั้นกลับกันเถอะ! โอ๊ะ! คุณคายะคะ! คุณคายะ!”

                เด็กสาวตัวเล็กตะโกนเรียกผู้หญิงในชุดทหารอีกคนหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป ผู้หญิงคนนั้นที่มีผมสีฟ้าทะเลสะดุ้งเล็กน้อยตามเสียงที่ได้ยิน หลังจากนั้นก็มองรอบตัวไปมาเหมือนจะหาว่าเสียงมาจากไหน และแล้วก็หันมาสบตากับอากิโกะพอดีจึงเดินเข้ามาหา

                “คุณร้อยเอกอาเค-... อากิโกะ ตะโกนอย่างนั้นมันรบกวนคนอื่นเขานะคะ แล้วก็ถ้าจะเรียกเดินมาหาก็ได้ค่ะ ฉันไม่เดินไปไหนเร็วอยู่แล้ว”

                ผู้หญิงผมสีฟ้าทะเล พันโท โซเซกิ คายะ กอดอกแล้วเดินมาหาแล้วก็เริ่มเทศนาเบา ๆ ใส่อาอิโกะ

                “ขอโทษค่า... ว่าแต่ คุณคายะยังไม่ชินกับการใช้ชื่ออีกเหรอคะ ?

                “อ- อืม ปกติก็เรียกทุกคนด้วยนามสกุลมาตลอด จะให้มาเปลี่ยนให้เรียกด้วยชื่อมันก็ไม่ค่อยชินเท่าไหร่น่ะค่ะ ถึงคุณพันเอกไดน่าก็กำชับมาว่าให้ใช้ชื่อเรียกกัน เพื่อสร้างความสนิทสนมแทนก็เถอะ แต่ฉันก็หลุดนามสกุลออกมาบ่อยจริง ๆ นะคะ..”

                พันโทคายะมองพื้นด้วยความรู้สึกผิดนิด ๆ

                “น่า ๆ ! ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวก็ชินเองแหละค่ะ เนอะ อามาเน่”

                “เอ๊ะ! เอ่อ..น่าจะนะ... แต่ก็พยายามเข้านะคะ..พันโทคายะ”

                “อืม แล้วจะระวังนะ แล้วทางพวกคุณทำหน้าที่เสร็จหมดแล้วเหรอคะ?

                “ค่ะ! ฉันกับอามาเน่เพิ่งจะทำงานเสร็จเมื่อกี้เลย แล้วคุณคายะล่ะคะ”

                “อา— ฉันเองก็ออกคำสั่งเสร็จแล้วพอดี กลับไปรายงานคุณพันเอกไดน่ากันเถอะค่ะ”

                “”ค่ะ!””

                ทั้งสองคนตะเบ๊ะและขานรับอย่างทันที

 

                ...

 

                ทั้งสามคนก็เดินคุยกันจนมาถึงฐานทัพหลักที่อยู่ไปไม่ไกลจากหมู่บ้านก่อนหน้านี้นัก แล้วก็พบผู้หญิงผมหางม้าสีน้ำตาลคุกเข่าสำนึกผิดอยู่หน้าประตูทางเข้าห้องพันเอกไดน่า

                “… คุณพันโทอามาเนะ คุณร้อยเอกอากิโกะ เข้าไปกันเถอะค่ะ”

                “เอ๋! เดี๋ยวสิคายะ! จะไม่ถามอะไรหน่อยเหรอ?!”

                ผู้หญิงผมสีน้ำตาล พันเอก ฮิจิคาตะ ฮารุกะ ทักขึ้นมาเพราะดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจ แล้วพุ่งเข้าไปกอดร้อยเอกอากิโกะด้วยความเร็วสูง ทำให้กระแทกเข้าไปที่ท้องทันที จนอากิโกะต้องลูบหัวปลอบ

                “อากิโกะจัง!!~ คายะไม่สนใจเค้าเลยอา~

                “อ่อก!... ฮารุเน่... ไม่เป็นไร ๆ อากิโกะอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ...”

                “อากิโกะจัง... ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ?..”

                พันโทอามาเนะหันมาถามอากิโกะที่โดนกระแทก

                “เอาล่ะค่ะ ๆ ขอโทษที่เมินนะคะ คุณพันโทฮารุกะช่วยปล่อยคุณร้อยเอกอากิโกะก่อนเถอะค่ะ แล้วค่อยเล่าว่าทำไมถึงมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงนี้ล่ะคะ”

                “ถามแล้ว ๆ ! คือว่านะ เข้าไปจังหวะที่ไดน่ากำลัง...”

               

เมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงก่อน หน้าห้องรวมตัวและวางแผน (ห้องส่วนตัวของพันเอกไดน่า)

            ในห้องนั้นมีเก้าอี้ทำงานตัวหนึ่งที่ดูเหมาะสมกับคำว่า’ผู้นำ’อยู่  เก้าอี้นั้นเป็นของ พันเอก ชินโซ ไดน่า ลักษณะผมตรงยาวสีเงิน หางตาคมกริบดั่งมีด ท่าทางที่ดูสุขุมและเยือกเย็น หากไม่มีสมญานามว่า ‘ราชินีแห่งสงคราม’ ก็คงถูกเรียกว่าราชินีน้ำแข็ง หลังจากที่วาดภูมิประเทศลงบนโต๊ะทรายสำหรับวางแผนคร่าว ๆ แล้วเธอก็กลับไปนั่งเก้าอี้ประจำตัว พิงเก้าอี้ตัวนั้นพลางหลับตา พักสายตาหลังจากที่เก็บรายละเอียดงานเสร็จ ถอนหายใจออกมาเบา ๆ หลังจากนั้นก็ตั้งตัวใหม่ มองไปทางบริเวณโต๊ะทราย เมื่อเห็นว่าไม่มีคนเข้ามาจากประตูทางนั้นเธอก็มองไปที่ประตูหลักอีกบานก็เห็นว่าไม่มีใคร เธอลุกไปปิดม่านหลังเก้าอี้ของเธอทุกตัว เหมือนกับว่าจะปิดไม่ให้มีใครในโลกมาเจอเธอตอนนี้ได้ หัวใจเต้นเบา ๆ กลับมานั่งที่เดิม เปิดลิ้นชักใต้โต๊ะทำงาน...               แล้วดึงตุ๊กตาแมวสีเทาขึ้นมากอด สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ถ้าโลกนี้โจมตีเธอด้วยอาวุธทุกอย่างที่มีแล้วชนะไม่ได้ ก็คงต้องฝึกแมวให้เป็นทหารแล้วโจมตี บางทีเธออาจจะยอมแพ้ไป...หรืออาจจะยึดอำนาจแล้วครองแมวทุกตัวไปก็ได้ บิดตัวไปมาสักพักก็นำมาวางบนโต๊ะแล้วเอาหน้าไปซุกในตุ๊กตา ส่งเสียงอู้อี้ออกมาสักพักก็เงยหน้าขึ้นมา ในมือที่ยืดออกไปทั้งสองข้างมีตุ๊กตาแมวสีเทาอยู่ เธอมองเช็คประตูทั้งสองบานอีกครั้ง แล้วค่อย ๆ อ้าปากอย่างเขิน ๆ อาย ๆ

                “มะ-”

                *แอ๊ด!* ประตูถูกเปิดออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว

                ไดน่า! วันนี้ฉันมาก่อนทุกคนเลยนะ! เป็นไงล่ะ! ฮารุกะคนนี้ผู้อยู่กับเธอมาตลอดไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยใช่มั้ยละ-...”

                “เมี้ยว เมี้ยว เมียว เมียว เมี๊ยว <3  อ๊ะ!”

               

                ฮารุกะที่เปิดประตูห้องเข้ามาอย่างกระทันหัน มองไปยังเพื่อนเก่าที่กำลังคุยภาษาแมวกับตุ๊กตาอยู่...

                ...

                ทั้งตัวไดน่าและฮารุกะหยุดไปเหมือนกับถูกหยุดเวลา หน้าของไดน่าเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่างทีเหงื่อของฮารุกะยังนิ่งอยู่บนหน้าผากอย่างนั้น

                “..อะ..โอ้! ไดน่า..คือ...เอ่อ..คุยเรื่องอะไรอยู่เหรอ มาขัดจังหวะสินะ ฮ่าฮ่าฮ่า..ฮ่า... ... ขอโทษที่เข้ามาตอนกำลังปล่อยความน่ารักออกมาค่ะ!”

                ก้มหัวโดยสมบูรณ์ ถ้าถามว่าการขอโทษแบบไหนที่จริงใจรองจากการคุกเข่าขอขมา ก็คงเป็นภาพที่เห็นนี่

                “…ฮารุกะ..”           หลังไดน่าเรียกชื่อ ฮารุกะก็เงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ

                “อืม..จะไม่บอกใครหรอก...แถมนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกด้วย..แบบตอนนั้นไง ตอนที่เธอกับฉันมาใหม่ ๆ แล้วอยู่หมู่เดียวกัน พอผ่านไปฉันก็เจอเธอซ่อนตุ๊กตาแมวไว้ใต้หมอนนั่นน่ะ แล้วก็ ๆ ตอนที่เธอละเมอร้องเมี้ยว ๆ ช่วงก่อนสอบเลื่อนระดับทั้งอย่างนั้นบนโต๊ะทำงาน.. แล้วก็- อุ๊บ!”

                ฮารุกะโดนปาหมอนที่อยู่บนที่นั่งข้างของไดน่าเข้าหน้าเต็ม ๆ

                “พ..พันเอกฮิจิคาตะ...”

                “เอ๋?! เธอบอกให้เรียกด้วยทุกคนในกลุ่มด้วยชื่อไม่ใช่เหรอ?! พอโดนเรียกแบบนี้...รู้สึก..เขินจัง”

                ฮารุกะเอาหน้าซุกหมอนแล้วโผล่มาแค่สองตาที่กำลังกระพริบปริบ ๆ อยู่

                “ฮารุกะ...ถ้ายังไม่หยุดละก็นะ...”

                “ก็ไดน่าน่ารักจริง ๆ นี่นา ถ้าจะให้ปฏิเสธความน่ารักที่เรียกสันติสุขมาได้แบบนั้นละก็ ก็คงต้องเป็นปีศาจที่ใจเหี้ยมโหดแน่นอน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ไดน่าเป็นแบบนั้นตลอดด้วยนะ เพราะเวลาไดน่ายิ้มแล้ว มันเหมือนกับ...”

               

                “พูดได้แค่นั้นไดน่าก็มองเหมือนจะบีบคอด้วยความกดดันก็เลยบอกว่า “จะไปคุกเข่าสำนึกผิดรอทุกคนค่ะ” พูดเสร็จก็ออกมาอยู่ตรงนี้แหละ”

                ฮารุกะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับลุกและปัดฝุ่นบนกางเกงตัวเองออก

                “ฮารุเน่ดีจังน้า~ ฉันอยากเห็นคุณไดน่าตอนทำตัวน่ารัก ๆ บ้างจัง”

                “นั่นสินะ...คุณไดน่า...ต้องน่ารักมากแน่ ๆ เลย...”

                “คุณร้อยเอกอากิโกะ คุณพันโทอามาเนะ ถ้าคุณพันเอกไดน่าได้ยินเข้าอาจเป็นเรื่องได้เลยนะคะ”

                “เนอะ ๆ ฉันน่ะเข้าใจหัวอกของอากิโกะจังกับอามาเนะจังเลย! แต่แบบนี้ก็ดีนะแก๊ปโมเอะไง ๆ”

                “คุณพันเอกฮารุกะพอเถอะค่ะ... เอาล่ะทุกคนคะ เข้าไปกันเถอะค่ะ”

                พันโทคายะปรบมือเรียกสติของเพื่อน ๆ ทั้งสามคน แล้วเดินตรงไปเปิดประตู

                ...

                หลังจากเปิดประตู ทุกคนก็เดินเรียงแถวไป เว้นระยะห่างระหว่างกันกเหมือนซักซ้อมกันมานาน เมื่อเข้าที่แล้วก็หันขวาพร้อมกัน ตะเบ๊ะท่าทำความเคารพให้กับหน้าโต๊ะทำงานของไดน่า แล้วพันเอกฮารุกะก็กล่าวออกมา

                พันเอกฮิจิคาตะ ฮารุกะ, พันโทโซเซกิ คายะ, ร้อยเอกอาเคจิ อากิโกะ, พันโทคุโรซาว่า อามาเนะ รายงายตัวค่ะ!”

                ท่าทางเข้มแข็งเช่นเดิมทุกครั้ง แววตาทั้งสี่คนเต็มไปด้วยความเคารพรัก แล้วพันเอกไดน่าก็ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ ตะเบ๊ะกลับเพื่อเป็นการรับทราบแล้วพูดออกมาด้วยเสียงที่ฟังแล้วเหมือนถูกลมหนาวพัดผ่านหลังไป

                “ทุกคนขอบคุณที่มากันครบนะ เรื่องรายงานข้อมูลจะไปทำกันที่โต๊ะทรายทางนั้น ตามฉันมา ทุกคน! ทำตัวตามสบายได้!”

                ““““ค่ะ!””””

                สิ้นเสียงขานรับ ทั้งสามคนก็เดินตามพันเอกไดน่าไป ส่วนพันเอกฮารุกะเดินไปที่ชงชาและเริ่มต้มน้ำร้อนภายในห้องนั้นสำหรับ 5 คน

                พันเอกไดน่ามองไปทางพันเอกฮารุกะแล้วก็มองกลับมาที่โต๊ะทราย

                “ฮารุกะ ฟังไว้ด้วยนะ ก่อนที่จะเริ่มรายงานฉันมีเรื่องอยากจะบอกก่อน ต้องขอโทษจริง ๆ ที่ในครั้งนี้ต้องให้ทำงานในพื้นที่ที่กว้างถึง 40x70 ซึ่งมากกว่าทุกครั้งไป”

                โต๊ะทรายนั้น ฝากระจกบาง ๆ ปิดอยู่ บนกระจกนั้นมีเส้นที่ตัดกันจนแบ่งเป็นช่อง ๆ ได้ โดยด้านกว้างมีช่องอยู่ 40 ช่อง ด้านยาวมี 70 ช่อง ฝั่งทิศใต้เป็นฝั่งของกองทัพของไดน่า มีหมู่บ้านสองหมู่บ้านในเขตการปกครองช่วงสงคราม ส่วนที่ทางทิศเหนือมีฐานของศัตรูอยู่ และมีหมู่บ้านอยู่หนึ่งแห่ง

“งั้นขอถามก่อนเลยนะ อามาเนะ แผนที่ที่ฉันวาดนี่ถูกตามภูมิภาคที่ไปสำรวจมามั้ย?

                “อะ..ค่ะ! แต่ว่า...บริเวณภูเขาของฝั่งศัตรูจะกินพื้นที่กว้างกว่านี้ค่ะ ประมาณ— นี้ค่ะ... แล้วก็บริเวณที่พันเอกให้ฉันไปหา บริเวณภูเขาฝั่งตะวันออกของฐานเรามีพื้นที่เรียบอยู่ค่ะ แต่ว่าจุดที่พอให้อยู่ดูสถานการณ์ได้...บริเวณ 35-64 ...ถูกต้นไม้ปิดหมดเลยค่ะ...”

                “พันโทอามาเนะพูดพลางเปิดฝาขึ้น แล้วนำดินสอมาวาดบนจุดที่ผิดพลาด นิ้วของเธอเป็นสีขาวที่เหมือนกับจะตัดกับไส้ดินสอเลยทีเดียวเลยแหละ”

                “…ฮารุกะ ถ้าจะชงชาก็ชงเงียบ ๆ ไปเลย มาพากย์ทั้งที่อยู่ตรงนั้นได้ไงเนี่ย.. อา— อามานะอย่าพึ่งอายจนปิดหน้าสิ”

                “ขะ...ขอโทษค่ะ...”

                แล้วพันโทอามาเนะก็เปิดฝากระจกออก ค่อย ๆ วาดเส้นที่แสดงความสูงของภูเขาแต่ละลูกอย่างละเอียด แล้วก็วาดบริเวณแถวตะวันออกเฉียงใต้ว่าบริเวณที่ต้นไม้หนาเป็นบริเวณไหน ระหว่างที่กำลังวาดพันเอกฮารุกะก็เข็นรถน้ำชามาใกล้ ๆ แล้วยื่นแก้วให้กับร้อยเอกอากิโกะกับพันโทคายะ เมื่อมองไปทางโต๊ะทรายก็เห็นเป็นภาพของผู้หญิงสองคนที่เสียงดูหนาวเหน็บเหมือนฝนกับหิมะ ค่อย ๆ เติมรายละเอียดพร้อมกับอธิบายไปทีละนิด ๆ

                “แล้ว...ลมก็จะพัดไปทางตะวันออกเฉียงเหนือค่ะ...”

                “งั้นแปลว่าถ้าเรายิงควันจากตำแหน่งภูเขาด้านซ้ายที่เป็นบริเวณ 15-62 ควันก็จะลอยไปเป็นเส้นตรงถึง 10-35 ได้สินะ”

                “ค่ะ...เหมือนกับปิดด้านซ้ายทั้งหมดเลยค่ะ...ถ้าจะซุ่มโจมตี...”

                “อืม เข้าใจแล้วล่ะ ขอบใจมากนะอามาเนะ”

                “ขะ..ค่ะ..”

                พันโทอามาเนะตอบกลับไป พันเอกไดน่าก็แตะคางตัวเองพลางพึมพำกับตัวเอง ’15-62...11-28...ไม่สิ..คงไกลไป..’  แล้วไดน่าก็ชะงักไปเหมือนคิดอะไรออก กลับมามองหน้าทุกคนอีกครั้ง

                “เอาล่ะ งั้นต่อไป ทางหมู่บ้านว่าไงบ้างล่ะ อากิโกะ?

                “ค่ะ! ทางหมู่บ้านบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ!”

                “รายละเอียดล่ะ”

                “ทางหมู่บ้าน...ขอเรียกหมายเลข 2 นะคะ ทางหมู่บ้านหมายเลข 2 และ 1 ที่เจรจาไปก่อนหน้านี้เคยเป็นเพื่อนบ้านกับหมู่บ้านหมายเลข 3 ที่อยู่ในเขตแดนศัตรูค่ะ แต่ว่าก็จะช่วยสนับสนุนทางเราเต็มที่ เพราะว่าทางหมู่บ้านหมายเลข 3 เคยแจ้งมาว่ามีการทำร้ายร่างกาย โดยคนที่ทำก็คือทหารของฝั่งนั้นค่ะ”

                พันเอกไดน่าแตะคางตัวเองแล้วเริ่มคิดอีกครั้ง โดยที่ยังตอบร้อยเอกอากิโกะอยู่

                “อืม แล้วกำลังของศัตรูล่ะ”

                “ค่ะ เอ— จะว่าไงดี...”

                ระหว่างที่ร้อยเอกอากิโกะกำลังคิดหาคำอยู่ พันโทคายะก็ยกมือขึ้น

                “คุณร้อยเอกอากิโกะ จำนวนมันพูดยากจนบอกไม่ถูกสินะคะงั้นลองฟังนี่นะคะ คุณพันเอกไดน่า ในศึกทางเราได้แบ่งกลุ่มออกเป็นหน่วย ๆ เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาค่ะ โดยหน่วยในครั้งนี้ประกอบด้วย รถถังหุ้มเกราะ 1 คัน รถถังเบา 2 คัน รถถังเจาะเกราะ 1 คันและทหารพร้อมอาวุธอีก 8 นายค่ะ โดยแบ่งออกมาได้เป็นจำนวน 80 หน่วยค่ะ”

                “โอ๊ะ! ถ้างั้นศัตรูก็คงเป็นประมาณ 90 หน่วยค่ะ แต่ว่าจะหนักไปทางรถถังเบาซะมากกว่าแล้วก็กำลังส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตะวันออกซะมากกว่า เพราะบริเวณตะวันตกมีภูเขาอยู่ค่ะ ถ้าเราเอารถถังหุ้มเกราะไปยันเอาไว้ก่อนก็น่าจะดึงความเสียเปรียบทางจำนวนมาเอาชนะได้ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณคายะ”

ร้อยเอกอากิโกะหันไปขอบคุณพันโทคายะ ส่วนทางพันเอกไดน่าก็เริ่มคิดต่ออีกครั้ง พันเอกฮารุกะจึงสะกิดแล้วยื่นชาให้ ไดน่าซดน้ำชานั้นพลางคิดไปด้วย จนเวลาผ่านไปได้พักหนึ่ง พันเอกไดน่าก็ประกาศแผนการออกมา

                “แผนการในครั้งนี้เราจะใช้วีธีซุ่มโจมตีแบบที่อามาเนะบอกนะ เราจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่ม 1 จะมีอยู่ 70 หน่วย โดยจะมีหน้าที่ชนกับกองทัพศัตรู 90 หน่วยไว้ คงต้องให้รถถังหุ้มเกราะคุมอยู่ด้านหน้าไว้ล่ะนะ”

                ร้อยเอกอากิโกะก็พูดขัดขึ้นมา

                “ค่ะ! ฉันจะคอยมอบคำสั่งให้กับกลุ่มที่ 1 เองค่ะ!”

                แต่การรบกวนของร้อยเอกอากิโกะนั้นไม่ถือว่าเป็นการขัดจังหวะใด ๆ สำหรับทุกคนเลย ไดน่ายิ้มเล็กน้อยและขอบใจร้อยเอกอากิโกะด้วย

                “งั้นต่อนะ เราจะแบ่งกลุ่มที่ 2 อีก 10 หน่วยให้ดักรออยู่ก่อน โดยเมื่อเริ่มเปิดฉากปะทะก็ให้ปล่อยควันในตำแหน่ง 12-60 แล้วให้ควันลอยไปทางภูเขาเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงบริเวณ 10-35 โดยจะเน้นไปทางรถถังเบาเพื่อโจมตีด้านข้างของศัตรู ถ้าโฟกัสไปที่รถถังหุ้มเกราะของเราอยู่ล่ะก็ จะเกิดช่องว่างให้รถถังเบาโจมตีได้มากพอสมควร”

                “งั้นฉันจะไปบอกทางอู่และหน่วยคลังแสงให้นะคะ ให้เพิ่มเกราะให้กับ 70 หน่วยและให้เสริมความเร็วให้กับ 10 หน่วยที่จะโจมตีด้านข้าง คุณพันเอกไดน่ามีอะไรจะเสริมตรงไหนอีกมั้ยคะ”

                พันโทคายะที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลคลังแสงและยุทโธปกรณ์ถามขึ้นมาเพื่อจะนำไปเสริมให้กับด้านตัวรถ

                “อืม เตรียมควันที่สามารถกระจายตัวได้ดีไว้ละกันนะ ความหนาควรจะเกิน 70% เพราะลมมันแรงด้วยคงต้องให้ควันมันหนักหน่อย”

                “รับทราบค่ะ”  พันโทคายะตอบพร้อมกับเริ่มไปจดใส่รายงาน

                “ต่อไปอามาเนะ เธอคอยออกคำสั่งหน่วยซุ่มจู่โจมได้มั้ย?

                “เอ๋?!...คือ...ฉันไม่กล้า......อืม...ค่ะ!..ฉะ- ฉันจะทำสุดความสามารถค่ะ!”

                “อืม ขอบคุณมากนะ”

                ร้อยเอกอากิโกะที่อยู่ข้าง ๆ ก็พลางดีใจไปกับพันโทอามาเนะด้วย

               

                หลังจากที่รายงานและวางแผนกันเสร็จแล้ว ทั้งสี่คนก็มายืนเป็นแถวหน้ากระดานอีกครั้ง

                “งั้นเอาล่ะ เวลาปฏิบัติการคืออีก 4 วันข้างหน้านะ เตรียมตัวให้พร้อมที่สุด และคำสั่งที่ฉันมักจะสั่งเป็นประจำ...ทุกคน รวมถึงเหล่าทหารที่ไม่ได้ฟังอยู่ ณ ตอนนี้ พันเอกชินโซ ไดน่า ขอสั่งการ จงสู้สุดความสามารถและห้ามตายเด็ดขาด! เอาล่ะ! แยกย้ายได้!”

                ““““ค่ะ!””””

                ทั้งสี่คนขานรับพร้อมเพรียงกัน

                “แล้วก็ ฮารุกะ เธออยู่ต่อเหมือนเดิมนะ”

                “อืม เข้าใจแล้ว”

                พันเอกฮารุกะมองหน้าพันเอกไดน่าและตอบกลับมา ส่วนร้อยเอกอากิโกะที่อยู่ข้าง ๆ ก็ส่งเสียง งือ~ ออกมา

                “เอ่อ..คุณไดน่าคะ!”

                “หืม? มีอะไรเหรออากิโกะ?

                “คือว่า..ฉันขอฟังเรื่องที่คุณจะคุยกับฮารุเน่ได้มั้ยคะ? หนึ่งเดือนที่ผ่านมาคุณไดน่ากับฮารุเน่จะคุยกันสองคนเสมอหลังสั่งการเสร็จ...ฉันอยากรู้ว่าเรื่องที่คุยกันคือเรื่องอะไรน่ะค่ะ..”

                “อากิโกะจัง-”

                พันโทอามาเนะพยายามจะห้ามร้อยเอกอากิโกะ แต่พันโทคายะก็พูดขึ้นมาก่อน

                “ค่ะ ถ้าว่ากันตามที่คุณร้อยเอกอากิโกะพูดไป ฉันเองก็สงสัยเหมือนกันค่ะ อยากจะให้ช่วยอธิบายด้วยค่ะ”

                พันโทคายะพูดจบก็ก้มหัวลงไปเพื่อเป็นการขอร้อง พันโทอามาเนะที่ดูอยู่ก็เริ่มกระวนกระวายเพราะกลัวว่าจะถูกพันเอกทั้งสองคนว่าเอา

                “…”

                “…”

                “...ฮารุกะ เธอว่าไงล่ะ ?       พันเอกไดน่าถามความสมัครใจของพันเอกฮารุกะก่อนเป็นอย่างแรก

                “อืม— ถ้าเป็นอย่างนั้น...เวลาแห่งความสุขสองต่อสองของเราก็หมดลงน่ะสิ ไดน่า”

                พันเอกฮารุกะพูดพลางจะเอามือมาลูบแก้มของพันเอกไดน่า แต่ต้องดึงมือกลับก่อนเพราะแววตาของพันเอกไดน่าเหมือนกับแววตาของเสือจะตะครุบเหยื่อ

                “อ่า...ล้อเล่นนะ ล้อเล่น...ไดน่า อย่าโกรธเลยนะ นะ?

                “เฮ่อ— ฮารุกะ เธอเนี่ยน้า...งั้นแปลว่า ได้ งั้นเหรอ?

                “…อืม..ได้ล่ะมั้ง”

                พันเอกไดน่าหายใจเข้าออกยาวหนึ่งครั้ง พลางมองไปทางอีกสามคนที่กำลังรอฟังอยู่

                “ได้สิ แต่ฉันต้องกำกับคำสั่งเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง…”

                ทั้งสามคนรู้สึกถึงความกดดันแปลก ๆ ในเสียงของพันเอกไดน่า จนรู้สึกว่าคอแห้งผากไปหมด

                “ถ้าฟังแล้ว ห้ามกลัวแล้วหนีก่อน เด็ดขาด”

               

...

 

                “…”

                ทุกคนนั่งอยู่รอบ ๆ ห้องกระจายกัน เพราะห้องเป็นเหมือนตัว L เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะนั่งตรงไหน ถ้าพูดเสียงดังพอสมควรก็จะได้ยินทุกคน แต่ในห้องตอนนี้ไม่มีเสียงใครพูดเลย เสียงที่ได้ยินมีแต่เสียงน้ำเดือดเพราะพันเอกฮารุกะกำลังต้มน้ำร้อนอีกครั้ง น้ำชา 3 ถ้วย และกาแฟสำหรับพันเอกทั้งสองคน

                “เอ่อ..ฮารุเน่ ให้ฉันช่วยนะคะ”

                ร้อยเอกอากิโกะที่ทนบรรยากาศแปลก ๆ ไม่ไหวก็ขอตัวไปช่วยพันเอกฮารุกะ ส่วนพันโทคายะและพันโทอามาเนะคงมีความคิดเหมือนกัน ทั้งคู่เดินเข้ามาหาพันเอกไดน่า ค่อย ๆ นั่งลง และถามออกมา

                “คุณพันเอกไดน่า เรื่องที่จะคุยต่อไปนี้มันเป็นยังไงกันแน่เหรอคะ?

                “อะ...ค่ะ....ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน...”

                “งั้นจะเล่าแบบคร่าว ๆ ให้ฟังก่อนละกันนะ”

               

                เวลาผ่านไปสักพักหนึ่งพันเอกฮารุกะกับร้อยเอกอากิโกะที่ชงเครื่องดื่มเสร็จก็ใส่ถาดแล้วถือมาที่พวกพันเอกไดน่า

                “ค่า~! กลับมาแล้วค่- ... อามาเน่ ? คุณคายะ ? เป็นอะไรมั้ยคะ ?

                ร้อยเอกอากิโกะที่เดินเห็นพันโทอามาเนะนั่งก้มหน้าอยู่ ส่วนพันโทคายะนั่งกอดอกแล้วหลับตา แต่ดูเหมือนหลับตาเพื่อคลายความเครียดหรือความกังวลอยู่ จากมุมนี้ก็มองเห็นได้ชัดเจนเลยว่าทั้งสองคนหน้าซีดไปมากจริง ๆ พันโทคายะเมื่อได้ยินเสียงของร้อยเอกอากิโกะก็ลืมตาขึ้นแล้วหันมาบอกด้วยเสียงเป็นห่วง พันโทอามาเนะก็ทำเหมือนกัน

                “คุณร้อยเอกอากิโกะ ขอพูดตามตรงเลยนะคะ ฉันไม่อยากให้คุณฟังสิ่งที่พันเอกจะอธิบายต่อจากนี้เลย...”

                “อากิโกะจัง... ไม่ฟังจะดีกว่านะ...”

                “เอ๋.. ทำไมล่ะคะ คุณคายะ ? อามาเน่ ?

                พันเอกฮารุกะที่เดินอยู่ด้านหลังหันไปถามพันเอกไดน่าตรง ๆ

                “...ไดน่า...เธอเล่าอะไรไปแล้วบ้างน่ะ...”

                พันเอกไดน่าที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับทั้งสองคนจึงตอบกลับมาโดยไม่ได้เสียความสุขุมใด ๆ ไปเลย

                “อืม— พูดเกี่ยวกับวิธีที่ใช้ในแต่ละครั้งน่ะ แต่ยังไม่ได้พูดเรื่องสมาชิกหรือรายละเอียดอะไรเลย”

                “... อากิโกะจังแล้วก็อามาเนะจัง คายะด้วย ของจริงจะเริ่มแล้วนะ จะหยุดก่อนรึเปล่า ?

                พันเอกฮารุกะหันมาถามทั้งสามคนด้วยสีหน้าจริงจัง พันโททั้งสองคนพยักหน้าเบา ๆ แล้วหันไปมองร้อยเอกอากิโกะ

                “…ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเองจะอยู่ฟังด้วย”

                รอยยิ้มของร้อยเอกอากิโกะสำหรับทุกคนที่อยู่ที่นี่แล้ว คงถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนใจสงบลงได้

 

                ...

 

                “เอาล่ะ ฮารุกะ ไปที่โต๊ะทรายกัน”

                “อืม”

                พันเอกทั้งสองคนพูดและขยับร่างกายเร็วขึ้นเล็กน้อย ทั้งสามคนที่พยายามเงียบเสียงตัวเองก็เดินตามไปพร้อมกัน

                “ไดน่า อย่างแรกขอจำนวนก่อน”

                “ห้าคน, ผบ. ที่จะอยู่บนหอคอย 22-10 สองคน แม่ทัพที่อยู่ในรถถังตำแหน่ง 25-22 แม่ทัพตำแหน่งที่ 30-18 แล้วก็มือดีตำแหน่ง 21-29"

                “ลักษณะพิเศษล่ะ?

                “หอคอยหินฝั่งซ้าย รถถังหุ้มเกราะดำ แดง และสุดท้ายรถถังเจาะเกราะที่ตีนตะขาบข้างซ้ายเบี้ยว”

                “ทิศลมล่ะ”

                “พัดทางซ้าย 3 พัดขึ้นทิศเหนือ 8”

                “กระสุนคงยิงไปเร็วแน่ ระยะห่างล่ะ”

                “เรียงลำดับ จากจุด 37-64, 800 820 690 680 แล้วก็ 480”

 

“งั้นขอเป็นไรเฟิลหมายเลข 17 กับ 15 นะ”

                “กระสุนล่ะ?

                “เบอร์ 12 ห้านัดก็พอ”

                “กันพลาดนะ ฉันจะเตรียมไว้ให้หกเลย”

                “อืม— คลังเหลือน้อยแล้วสินะ…”

                “อืม... ทางฐานหลักก็ยังไม่ส่งมาสักที...”

                พันเอกทั้งสองคนคุยกันพลางจดโน้ตไปด้วย ร้อยเอกอากิโกะที่ฟังอยู่เงียบ ๆ โดยที่ทั้งหน้าซีดเผือด มีหลายอย่างที่ฟังแล้วเข้าใจและอีกหลายอย่างที่ไม่เข้าใจ ไม่สิ ควรเรียกว่าเข้าใจไม่ได้ พันเอกฮารุกะที่เป็นเลขา.... ไม่ใช่ เมื่อค้นความคิดในสมองตัวเองแล้วไม่เคยมีข้อมูลที่ว่าฮารุกะเป็นเลขาเลย แต่เธอจะอยู่คุยกับไดน่าตลอดหลังประชุม ถ้าอย่างนั้นก็เพื่อประชุมกันเรื่องนี้ ไรเฟิล...แปลว่าฮารุกะเป็นหน่วยซุ่มยิง จากที่ฝึกมา ระยะของการฝึกไรเฟิลซุ่มยิงคือ 250 หลา และได้ยินว่ามีคนยิงได้ 680 หลา เนื่องด้วยการจัดปืนและกระสุนที่เหมาะสม แต่เลขที่ได้ยินคือเลขหลัก 700 800 ซึ่งมันไม่น่าเป็นไปได้... ร้อยเอกอากิโกะรู้สึกคลื่นไส้มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคิดถึงเรื่องที่ได้ยิน พยายามจะเอื้อมมือไปหาพันเอกฮารุกะ อย่างน้อยก็อยากให้อธิบายสักนิดก็ยังดี แต่แล้วพันโทคายะก็ยื่นมือมาจับเพื่อหยุดไว้ ทั้ง ๆ ที่ดวงตาของคายะยังเปิดกว้างและจ้องไปยังพันเอกทั้งสองโดยไม่ได้ขยับเลย

                “ฮารุกะเข้าขั้นต่อไปนะ”

                พันเอกไดน่าบอกพร้อมเปิดกำแพงที่ซ่อนอยู่ในห้อง มีปืนไรเฟิลมากมายหลายชนิด และยังมีกระสุนที่ถูกจัดแยกกันอยู่ด้วย แต่สภาพปืนแต่ละกระบอกเริ่มดูเสียหาย จำนวนกระสุนในแต่ละหมายเลขเอกก็เหลือน้อยเต็มที

                “อืม”

                พันเอกฮารุกะหยิบปืนที่อยู่ในช่อง 15 และ 17 มาตรวจสภาพ ลองมองผ่านกล้องเล็งบ้าง มองผ่านไกบ้าง แต่หูก็ยังฟังสิ่งที่ไดน่าพูดอยู่

                “ขอถามเปอร์เซ็นการพลาดแต่ละจุด เรียงลำดับ”

                “2 1 8 9 0”

                “เอาไปแค่หกนัดแน่นะ ฮารุกะ”

                “อืม ยังไม่แต่เลข 10 หกนัดน่าจะพอ”

                “แต่จากจุดนั้นมีการบังจากต้นไม้ด้วยนะ”

                “ไม่เป็นไร ถ้าแผนที่อามาเนะจังวาดละก็ ต้นไม้ต้องอยู่ตามที่แผนที่วาดออกมาแน่ จากตำแหน่งของฉันถือว่ายิงได้ง่ายอยู่ รถฉันขอเร่งได้ 220 นะ”

                “อืม จะลองถามทางอู่ให้ น้ำมันมอเตอร์ไซค์พอแน่เหรอ?

                “น่าจะ...ถ้าไม่ได้เคลื่อนตำแหน่งที่ไกลมากก็พอไหว ทางไดน่าล่ะ กระสุนป้องกันตัว-..”

                “หมดแล้วล่ะ ถ้าโดนบุกเข้ามาจริง ๆ จะกัดลิ้นตัวเองเอา”

                “ระวังด้วยละกันนะ ฉันก็ไม่ได้อยู่ไปจากฐานไกลมาก ติดต่อมาได้เลยถ้ารู้สึกว่ามีคนบุกมาที่ฐานเรา”

                “ไม่ได้หรอก วิทยุของเราพังไปแล้ว อีกอย่างถ้าศัตรูจับสัญญาณได้จะตายกันทั้งคู่”

                “แล้วแบบนั้นไม่ดีเหรอ?

                “อืม ยังไงก็ไม่อยากให้ฮารุกะตาย..”

                “ตกลง จะไม่กลับมาจนกว่างานจะเสร็จทั้งหมด ระยะเวลา 40 นาที น่าจะยิงได้ทั้งหมด...ต้องยิงได้ทั้งหมด”

                “…อืม...”

                แล้วห้องก็เข้าสู่ความเงียบไปพักหนึ่ง พันเอกไดน่าจึงพูดออกมาด้วยความเร็วปกติ

                “เอาล่ะ...ได้ยินแล้วนะ ขอโทษที่ต้องมาให้ฟังเรื่องแบบนี้นะ”

                ทั้งสามคนยังคงงงกับสิ่งที่ได้ยินอยู่ แต่ว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นเหมือนเป็นคำตอบของคำถามในใจแต่ละคน

                การที่ศัตรูเดินทัพแปลกเหมือนไร้แผน ก็เพราะหัวหน้าตายทันทีหลังเริ่มรบ

                การที่ขอยอมแพ้ทันทีเพราะตัวหลักกองทัพตายทั้งที่ยังไม่ได้ยิงกระสุนของตัวเองเลยสักนัด

                แล้วก็ยังมีเรื่องอีกหลายอย่างที่อธิบายไม่ได้จนถึงตอนนี้ ทุกคำถามถูกตอบหมดแล้ว

                “อุ๊บ..” มีเสียงเบา ๆ อยู่ข้างหลังของพันโทคายะและร้อยเอกอากิโกะ พันโทอามาเนะที่สีหน้าไม่ค่อยดีเอามือป้องปากตัวเองอยู่ อาจเพราะรู้สึกคลื่นไส้กับเรื่องที่ได้ยินเมื่อกี้ ร้อยเอกอากิโกะจึงเข้าไปดูอาการให้ พันโทคายะยังมองไปที่พันเอกทั้งสองคน แล้วเริ่มพูดคำแรกออกมา คงเป็นเพราะไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยตลอดที่ฟัง เสียงที่พูดออกมาเลยฟังแปลกไป

                “...ทั้งสองคน.. ต้องคิดแบบนี้ทุกครั้งที่รบเลยเหรอคะ?...”

                “อืม ใช่แล้วล่ะคายะ ทั้งสองคนข้างหลังด้วย ขอโทษที่ต้องให้ฟังอะไรที่ไม่น่าฟังนะ”

                “ไดน่า... อืม ฉันเองก็ด้วย ที่พูดออกมาไม่ใช่เพราะคิดว่ากองทัพเราอ่อนแอหรือเพราะคิดว่าเราจะแพ้ในการรบ แต่เป็นเพราะว่าความแน่นอนมีสิ่งที่ไม่แน่นอนรออยู่นอกแผนการอยู่ เพราะงั้นทั้งฉัน ทั้งไดน่าจึงต้องคิดหาทางออกเผื่อไว้เสมอ... ไม่ได้เป็นหัวหน้าจะพูดก็แปลก ๆ แต่ว่า...ทุกคนต้องสู้อย่างเต็มที่! สู้ด้วยทุกสิ่งที่มี! เพื่อตัวเอง! เพื่อเพื่อนพ้อง! เพื่อประชาชน! เพื่อจักรวรรดิของเรา!”

            พันเอกฮารุกะประกาศออกมาด้วยใจทั้งหมดที่มี คำพูดนี้ไม่มีคำโกหกใด ๆ เลย เธอเชื่อมั่นในกำลังของพวกพ้องตัวเอง ถ้าหากจะมีแค่สิ่งเดียว ร้อยเอกอากิโกะที่จับความผิดปกติได้จึงถามขึ้นมา น้ำเสียงมีความโกรธแฝงอยู่เล็กน้อย

                “แต่ว่า...จักรวรรดิ... ไม่ส่งความช่วยเหลือมาตลอดเดือนที่ผ่านมา..เป็นจริงเหรอคะ?

                “อืม...”

                พันเอกไดน่าตอบกลับมาอย่างไม่ลังเล

                หลังจากที่ทางจักรวรรดิมอบหมายหน้าที่ให้กับฉัน แล้วพวกเราทุกคนออกมาตั้งกองทัพกู้ดินแดนแล้ว เราที่ได้ตั้งฐานทัพแบบเป็นหลักเป็นแหล่งนี่เป็นฝีมือของตระกูลที่รับเลี้ยงฉันเมื่อตอนเด็กและก็ด้วยความช่วยเหลือของหมู่บ้านที่ให้การสนับสนุนด้วย มีแค่นั้นจริง ๆ...

                ความจริงที่รู้กันเพียงแค่พันเอกสองคน ที่ไม่ยอมบอกคนอื่นก็เพื่อไม่ให้คนอื่น ๆ ต้องกังวลจนสู้ไม่ได้อย่างเต็มที่ ถูกเผยออกมาแล้ว แต่ก็เพราะการควบคุมกองทัพของไดน่าทำให้หนึ่งเดือนที่ผ่านมามีการเสียชีวิตเพียงร้อยกว่าคน จากจำนวนทั้งหมดเกือบสามพันคน ถึงอย่างนั้น คนที่ต้องรับความรู้สึกผิดบาปมากที่สุดก็คงเป็นไดน่าอยู่ดี เพราะมีผู้ช่วยอีกทั้ง สี่คนอยู่เธอจึงยังคงสู้ต่อมาได้จนถึงตอนนี้

                ทั้งนั้น ในใจของพันเอกไดน่าเองก็รู้ดี ว่าการต่อสู้ของตัวเองใกล้จะไปถึงจุดจบแล้ว จำนวนกระสุนและอะไหล่ถูกผลาญไปกับการสู้รบก่อน ๆ แต่ถ้าหากครั้งนี้ชนะได้ จะสามารถยึด ประเทศ คืนมาได้ กระสุน อะไหล่ การรักษา สิ่งที่จำเป็นเหล่านี้จะช่วยให้กองทัพสามารถสู้ต่อได้แน่นอน ความรู้สึกนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ไดน่าสามารถออกคำสั่งได้อย่างเต็มปาก ไดน่าเดินไปเปิดเครื่องส่งสัญญาณแล้วประกาศออกมา

                พันเอ-... ฮารุกะ! คายะ! อากิโกะ! อามาเนะ! และทหารทุกนาย! ศึกตัดสินการมีอยู่ของพวกเราจะเกิดขึ้นในอีก 4 วัน! จงอย่าหวาดหวั่น จงอย่าเกรงกลัว สู้ด้วยเหงื่อทุกหยาด เลือดทุกหยด เพื่อเสรีภาพ! เพื่อชัยชนะ! พวกเราต้องสานต่อความต้องการของประชาชนที่อยู่หลังกำแพงจักรวรรดิของเราให้ได้!”         

““““ค่ะ!””””

ภายนอกห้องที่ทุกคนอยู่มีเสียงกู่ร้องด้วยกำลังใจดังออกมาไปทั่วทุกแห่ง

...

 

...

 

                สี่วันต่อมา 30 นาทีก่อนเริ่มสงคราม          

พยายามเข้านะไดน่า

                ฝากทุกอย่างด้วยนะ ฮารุกะ

                อืม

                พันเอกทั้งสองคนกำลังบอกลากันอยู่ที่ด้านข้างของตัวฐานทัพ อาจฟังดูเหมือนการลาจากกันอย่างเกินความจำเป็น แต่ว่าชีวิตของทั้งสองคน ไม่ ของทุกคนกำลังจะถูกตัดสินกันในอีกครึ่งชั่วโมง การบอกลาเช่นนี้ อาจจะเป็นการคุยกันครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้

                “…ไดน่า..

                พันเอกฮารุกะที่ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์แล้วก็ดับเครื่องแล้วเดินตรงมาหาพันเอกไดน่า และกอดไดน่าไว้ด้วยแขนทั้งสอง ฟังจากเสียงหายใจเหมือนกับว่ากำลังร้องไห้อยู่

                อืม...ครั้งนี้จะไม่ห้ามละกันนะ

                เสียงสะอื้นที่ดังออกมาจากเสียงหายใจก็คงดังอย่างนั้นอยู่ไปอีกสักพักหนึ่ง

 

                ...

 

                15 นาทีก่อนเริ่มสงคราม

            เสียงของวิทยุสื่อสารที่ดังอยู่ในรถถังเจาะเกราะคันหนึ่งที่อยู่เกือบหลังสุดของคันอื่น ๆ

            อามาเน่... ได้ยินรึเปล่า ? “

                อืม กลัวเหรออากิโกะจัง ? “

            อือ...ถ้าฉันทำพลาดไปละก็ พวกเราต้อง-

                พูดอย่างนั้นไม่ได้นะ อากิโกะจัง พวกเราต้องชนะ แล้วจะได้กลับมาหาทุก ๆ คนกันอีกครั้ง เพื่อตัวพันเอกไดน่ากับฮารุกะ เพื่อตัวพันโทคายะ แล้วก็เธอด้วยนะอากิโกะจัง พวกเราต้องชนะแน่ ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะอยู่ข้าง ๆ อากิโกะจังเอง

            ฮะฮะ *ฮึก* ถ้าอามาเน่พูดแบบนี้ตอนอยู่ต่อหน้าทุกคนได้ก็ดีนะ ทุกคนต้องอยากได้ยินคำพูดเหล่านี้แน่นอน

                อืม สักวันนึงนะ

                *ปิ๊ป* เสียงสัญญาณตัดไป ร้อยเอกอากิโกะพูดกับตัวเอง

                เพื่อสักวันนั้นที่จะมาถึง... จะต้องชนะและรอดกลับไปให้ได้!”

 

               

 

                5 นาทีก่อนเริ่มสงคราม

            คายะ ทางนั้นเป็นไงบ้าง

            คุณพันเอกไดน่า.. ค่ะ ทางฉันได้อพยพคนจากหมู่บ้านออกไปหมดแล้วค่ะ ส่วนทางช่างก็เริ่มเก็บของเตรียมจะเริ่มออกเดินทางแล้วค่ะ

                ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ

            “….คุณพันเอกไดน่าคะ... การที่ฉันไม่ได้ไปร่วมรบแล้วพาชาวบ้านและพวกช่างหนีไปก่อนแบบนี้... มันดีจริง ๆ แล้วเหรอคะ...

                “…อา นี่เป็นทางที่ดีที่สุดแล้วล่ะ คนที่เคร่งในหน้าที่อย่างคายะต้องคุมพวกเขาได้ดีแน่ ฉันเชื่ออย่างนั้น

            “…แต่ว่า...คุณพั-

                ไดน่า... เรียกแค่นี้ก็พอ

            “…ไดน่า...ซัง*..”

            ไม่ต้องมี คุณ* ก็ได้ เรียกไดน่าเฉย ๆ เถอะ

            ไดน่า ฉันไม่อยากหนีจากทุกคนไปก่อนเลย.. มันเหมือนว่าฉันเห็นแก่ตัวและหนีมาก่อน ทั้ง ๆ ที่ทุกคนกำลัง-

                อย่าคิดแบบนั้นสิคายะ การที่เธอได้รับหน้าที่ ถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดเลยนะ อาจจะดูเหมือนเป็นการกดดัน แต่ฉันขอให้เธอแบกรับชีวิตของพวกเขาบนแผ่นหลังของเธอแล้วกันนะ

            ...ขอโทษนะคะ... รับทราบค่ะ! พันโทโซเซกิ คายะ จะช่วยชาวบ้านทุกคนให้ได้ค่ะ!”

                ฝากด้วยนะ

                *ปิ๊ป* เสียงวิทยุสื่อสารดับไป

                ขอให้ปลอดนะคะ ทุกคน...

 

               

 

                45 วินาทีก่อนเริ่มสงคราม

                พันเอกฮารุกะนอนราบไปกับพื้น เล็งผ่านกล้องส่องไปทางหอคอยปราการหนึ่งของศัตรู ในห้องนั้นมีชายแก่สองคนที่ชุดเต็มไปด้วยยศและบั้ง ทำให้ดูออกได้ทันทีว่าเป็นผู้นำของฝั่งนั้นแน่นอน

                พระผู้เป็นเจ้า...โปรดมอบพรศักดิ์สิทธิ์ให้กับข้าพเจ้าด้วย ขอให้กระสุนนี้ทำลายความชั่วช้าของศัตรูให้หมดไป..

                พันเอกฮารุกะกล่าวคำขอพรออกมา และรอสัญญาณเริ่ม เมื่อได้ยินสัญญาณจะทำการยิงในทันที

                *วืด วืด วืด*

                เสียง...อะไร...

                พันเอกฮารุกะจับมือไว้แน่นไม่ให้คลาดเคลื่อนจากจุดที่เล็งไว้ และพยายามเงยหน้าเพื่อแหล่งเกิดของเสียง

                ..พระเจ้า...โกรธแค้นพวกเรารึไง...

                พันเอกฮารุกะรีบหยิบวิทยุสื่อสารและจูนเข้าหาพันเอกไดน่า ตำแหน่งกล้องที่เล็งไว้ขยับไปเล็กน้อย แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาห่วงเรื่องแบบนั้น เมื่อสัญญาณจูนเข้าถึงกันก็รีบพูดข้อมูลออกไปทันที ข้อมูลที่ไม่มีใครรู้ และไม่คิดจะอยากยอมรับมัน

                ไดน่า! ไดน่า! บนฟ้า! เครื่องบินต่อต้านรถถังหนึ่- บ้าน่า... เครื่องบินต่อต้านรถถังสองลำ! เปลี่ยนแผนโดยด่ว-!”

 

                *ฟิ้ว— * กระสุนพลุสีแดงถูกยิงขึ้นไปบนฟ้า สัญญาณแห่งสงครามเริ่มต้นขึ้น

                ...

                “-วน! ไดน่า! ได้ยินมั้ย! ศัตรูมีเครื่องบินต่อต้านรถถังสองลำ!”

            โกหกกันรึเปล่าเนี่ย.... ฮารุกะ! ไม่ต้องสนใจ! จัดการเป้าหมายก่อน! เรื่องเครื่องบินทางนี้จัดการเอง ยุติ!”

                หลังจากมอบคำสั่งให้กับฮารุกะ พันเอกไดน่าก็รีบจูนสัญญาณติดต่อร้อยเอกอากิโกะและพันโทอามาเนะทันที

                อากิโกะ! อามาเนะ!”

                หวา! พันเอกไดน่า...มีอะไรเหรอคะ ?”

            อา! คุณไดน่า ตกใจหมดเลย..”

            มีเสียงตกใจมาจากทางผู้รับสัญญาณ การตะโกนออกมาอย่างนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ แต่สถานการณ์นี้ไดน่าจำเป็นต้องทำจริง ๆ

            อากิโกะ! ตอนนี้สถานการณ์เป็นไง!”

                เอ๋? ค่ะ! กำลังมุ่งหน้าไปทางสนามรบค่ะ ให้รถถังหุ้- ... *ตู้ม!* อะไร? เครื่องบินเหรอ!?”

            มีเสียงระเบิดออกมาจากทางของอากิโกะ

                อามาเนะ! สั่งการให้เคลื่อนพลทั้งหมดออกมาช่วยทางอากิโกะทันที ตอนนี้มีเครื่องบินต่อต้านรถถังลำ ควรรีบจัดการก่อน อากิโกะ! ถ้าเป็นไปได้จัดการให้ได้ก่อนถึงจังหวะปะทะ!”

                อะ- รับทราบค่ะ!”

            ทะ-.. ทางนี้กำลังจะไปสนับสนุนค่ะ!”

            *ซ่าซ่า* มีเสียงจากอีกสัญญาณหนึ่งแทรกเข้ามา

                ไดน่า! เป้าหมายถูกกำจัดครบแล้ว! แต่ทางนั้นดูเหมือนจะสู้ต่อ! พวกมันอาจเตรียมตัววางแผนที่ต่อให้ทีคนตายก็ดำเนินแผนการต่อได้ ควรทำยังไงต่อดี?!”

            เสียงที่แทรกเข้ามาคือเสียงขอพันเอกฮารุกะ การที่จัดการกับเป้าหมายที่เล็งไว้ได้ทั้งหมดในเวลาไม่ถึง 10 นาทีนั้นสุดยอดมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้สถานการณ์ในตอนนี้มันดีขึ้นสักเท่าไหร่

                ไดน่า! ขอคำสั่งด้วย! อะ-...ขออนุญาตออกโจมตี! เหลือกระสุนอีกแค่นัดเดียวมีความเป็นไปได้ที่จะเล็งพลาด แต่จะขอลองยิงก่อน! ไดน่า!”

อะ....อนุญาต..

                ไดน่า....เข้าใจแล้ว! จะรีบจัดการ! ยุติ!”

            เสียงที่แทรกเข้ามาตัดสัญญาณตัวเองออกไป

                คุณไดน่า! เมื่อกี้สัญญาณขาดไป เป็นอะไรมั้ยคะ?!”

            พันเอกไดน่า..

           

                ปะ...ไปที่ตำแหน่ง 26-30 ตรงนั้นน่าจะปลอดภัยที่สุด..

                มือทั้งสองของพันเอกไดน่ากำลังสั่นไหว... ถ้าหากการตายของเหล่าทหารเกิดจากการที่ปฏิบัติการผิดพลาดของตัวเอง หรือจากการสละชีพ ไดน่าจะรับความรู้สึกนั้นไว้และเปลี่ยนเป็นกำลังใจ

                แต่ว่าในครั้งนี้นั้น เกิดจากการอ่านทางศัตรูอย่างผิดพลาดของตัวไดน่าเอง มือทั้งสองสั่นระรัว แววตาเริ่มพล่ามัว คำว่าราชินีน้ำแข็งเหมือนกับถูกลบล้างให้กลายเป็น ลูกแกะในสมรภูมิ ถึงอย่างนั้นก็ฝืนตอบกลับไป

                ทะ..ทางนั้น-”

            “*ตู้ม!*”

          เสียงเมื่อกี้..อากิโกะจัง-! *ตู้ม!*”

          *ซ่า ซ่า*

                ไม่ใช่แค่เสียงของวิทยุสื่อสาร แต่ทั้งหัวของพันเอกไดน่าก็เต็มไปด้วยเสียงซาของวิทยุเช่นกัน ดวงตาเริ่มมืดมนลง แต่ว่ากลับเริ่มไม่รู้สึกอะไร เหมือนกับร่างกายชาไปทั้งตัว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองยืนหรือว่านั่งอยู่ ไม่สามารถรู้อะไรได้เลย

                เลือด...รสชาติของเลือด... ตัวเองคงเผลอกันฟันจนทำให้เหงือกฉีกจนมีเลือดไหลออกมา

                อุ่น...ในมือทั้งสองรู้สึกอุ่นไปหมด...เพราะกลัว? เพราะกำมือจนเล็บแทงเลือดไหล? ไม่รู้แล้ว...ไม่รู้อะไรเลย...

                *ซ่า ซ่า*

                เสียงนี่ยังคงวนอยู่ในหัว ดวงตาอุ่นจัง...น้ำตา? เลือด? ก็ต้องน้ำตาสิ..เลือดจะไหลจากตาได้ไง...หรือว่าเลือดนะ...อากิโกะ....ใครกันนะ...ฮารุกะ...คายะ...อามาเนะ? ชื่อพวกนี้...ของใครกัน... เราเป็นใคร?...ทำไมถึงมีเลือดไหลจากตาล่ะ... บาดเจ็บเหรอ? ตัวเราถูกทำร้ายเหรอ? ไม่รู้เลย... ทุกด้านมันมืดไปหมดเลย... อา— ง่วงนอนจัง... ขอนอนหลับไป...

                ...

            “-น่า

            ...

                ไดน่า!”

           

                ไดน่า! ไม่เป็นไรนะ?!”

            ไดน่า!”

                อา— เสียงนี้...ฮารุกะ? กับคายะเหรอ…?

                คายะ! ดูอาการของไดน่าให้ที ฉันจะไปเอากระสุนเพิ่ม!”

                รับทราบค่ะ!”

               

               

 

                กระสุน กระสุน! ไดน่าก็ฝืนตัวเองเกินไปแล้ว! ทั้งที่ทุกครั้งจะมาแอบร้องไห้พูดถึงทหารที่ตายไปกับเราทุกครั้ง! แต่ครั้งนี้จำนวนคนที่ตายไปมากกว่าครึ่งเนี่ย! มันเกินไปสำหรับตัวไดน่าไปแล้ว! เราเองก็เก็บเครื่องไปได้ลำนึงแล้ว ส่วนอีกลำก็ถูกสอยร่วงไปแล้ว แต่ตอนนี้ต้องรีบไปช่วยทางอากิโกะจังกับอามาเนะจัง ขอร้องล่ะ อย่าเพิ่งตายนะ ทั้งสองคน!

 

 

                อึก...

                พันเอกไดน่าพยายามลุกขึ้นมาจากเตียง อาการปวดหัวก็พุ่งเข้ามาทันที ขณะที่เอามือกดขมับตัวเองไว้ภาพที่เห็นยังคงมัวอยู่บ้าง จึงทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าตัวเองนอนหลับไปนานแค่ไหน

                ดวงตาค่อย ๆ ปรับสภาพทีละนิด ภายในห้องนั้นค่อนข้างมืด ถ้าไม่มีม่านอยู่ นี่ก็คงเป็นช่วงเวลากลางคืน แต่แล้วด้วยความเหนื่อยที่ถาโถมเข้ามา ไดน่าก็หลับตาลง และปล่อยให้ตัวเองหลับไป

                ทุกคน...

 

               

 

                อึก..

                อ๊ะ! ฮารุเน่! พี่ได- คุณไดน่าตื่นแล้วค่ะ!”

                อากิโกะจังอย่าตะโกนสิ... พันเอกไดน่ากำลังฟื้นตัวอยู่นะ...

                ขะ..ขอโทษค่ะ

                บทสนทนาที่ได้ยินนั้นช่างฟังดูคุ้นเคยเป็นอย่างมาก เสียงสดใสของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ กับเสียงใสที่เหมือนกับเสียงฝนกำลังคุยกันเหมือนทุกที พันเอกไดน่าภาวนาเพียงแค่สองสิ่ง ขอให้เสียงนี้ไม่ใช่ความฝัน และถ้าหากเป็นความฝันล่ะก็ ก็ไม่อยากตื่นจากฝันนี้เลย และดูเหมือนสิ่งที่หวังไว้จะได้ผล

                ไดน่า ค่อย ๆ ลืมตาช้า ๆ นะ

                เสียงที่พันเอกไดน่าได้ยินคือเสียงของเพื่อนคนสำคัญของเธอ พันเอกฮารุกะที่พูดด้วยโทนเสียงที่ดูเป็นห่วงอย่างที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อย ๆ นั้นกำลังพูดออกมาอยู่ พันเอกไดน่าทำตามที่ได้ยิน เธอค่อย ๆ ลืมตาช้า ๆ เพื่อให้ดวงตาปรับแสงให้เข้าที่

                ฮารุกะ..ที่นี่..

                อืม ห้องของไดน่าไง

                ทำไม..มันดูมืด ๆ แปลก ๆ...

                ...ขอโทษนะไดน่า ตอนนี้เธอใส่ที่ปิดตาอยู่... ตาของเธอข้างนั้นบอดไปแล้วล่ะ...อาจเป็นเพราะที่เธอมีเลือดออกทางตา...

                อืม..ไม่เป็นไรหรอก..แล้ว ผลการรบ..

                พันเอกฮารุกะนำมือทั้งสองข้างมากุมมือไดน่าไว้

                ไม่ต้องห่วงนะ เราชนะแล้วล่ะ ทางจักรวรรดิก็ติดต่อมาแล้ว อีกไม่นานคงมีคนมาช่วยจัดการเรื่องต่าง ๆ เอง

                จักรวรรดิ...ดีจัง...แล้ว..คายะล่ะ ?”

                คายะกำลังเดินทางมาพร้อมกับจักรวรรดิน่ะ เธอพาพวกชาวบ้านอพยพอีกครั้งไปที่ประเทศแม่ของพวกเรา ก็เลยจะกลับมาพร้อมกัน

                มีเสียงเหมือนเซรามิกกระทบกันเบา ๆ ที่ข้างขวาของพันเอกไดน่า บนโต๊ะข้างเตียงพบว่ามีน้ำชาที่เพิ่งต้มมาวางอยู่ กลิ่นของชาค่อยทำให้ไดน่าสงบลงไปนิดนึง

                ดื่มแล้วพักผ่อนเพิ่มซะหน่อยนะคะ คุณไดน่า

                ร้อยเอกอากิโกะพูดแล้วเดินมาอยู่ข้างฮารุกะ พันโทอามาเนะก็เดินไปเหมือนกัน

                ฮารุกะ...จำนวน-

                อากิโกะจัง อามาเนะจัง ช่วยออกไปรอข้างนอกแปปนึงได้มั้ย ?”

                เอ๋..ค่ะ

                ร้อยเอกอากิโกะตอบเสร็จก็เดินไปที่ประตู พันโทอามาเนะมองมาทางพันเอกไดน่าอีกครั้ง ก้มหัวให้แล้วเดินตามอากิโกะไป

                *แกร็ก ปึง* เสียงประตูถูกปิดลง

                อามาเน่ คุณไดน่าจะเป็นอะไรมั้ยนะ..

            เขาต้องดีขึ้นแน่นอน ก็เป็นถึงคุณไดน่าเลยนะ

                หลังเสียงปิดประตูเงียบไป ก็มีเสียงคุยเล็ดลอดผ่านออกมา คำเหล่านั้นช่วยทำให้พันเอกไดน่ายิ้มออกมาเล็กน้อย แต่ไม่นาน ไดน่าก็ทำหน้าจริงจังอีกครั้งและหันไปถามพันเอกฮารุกะ

                แล้ว..จำนวนล่ะ

                ไดน่า ฟังแล้วใจเย็น ๆ แล้วกันนะ

                อืม..แต่ถ้าเป็นแบบก่อนที่จะสลบไปคง..

                พันเอกฮารุกะกุมมือของพันเอกไดน่าอีกครั้ง

                ไม่เป็นไรนะ ฉันเองก็อยู่ตรงนี้ด้วย นะ?”

                อืม ขอบใจนะ ฮารุกะ เอาล่ะ ฉันพร้อมแล้ว

                ... จาก 2970 นาย.. เสียชีวิตไป 1842 นาย..

                ...

                ไม่เป็นนะไดน่า

                อืม..แต่ว่า..เพราะฉัน..จำนวนคนเลยสูญเสียไปเยอะขนาดนี้ ถ้าเกิดว่าฉันคิดถึงเรื่องเครื่องบินล่ะก็ อาจจะไม่ต้องสูญเสียขนาดนี้ก็ได้..

                มือของพันเอกฮารุกะกำแน่นขึ้น

                ไม่ใช่ความผิดของไดน่าคนเดียวหรอกนะ ฉันเองก็ไม่ได้คิดเหมือนกัน ถ้าคายะ อากิโกะจังกับอามาเนะจังได้ยินก็คงบอกเหมือนกันแน่ ๆ นี่เป็นความร่วมกันของพวกเรา ไดน่าอย่าแบกเอาไว้คนเดียวนะ

                อืม..ขอโทษนะ..

                ภายในห้องนั้นมีทั้งความหนาวเย็นจากการสูญเสียแต่ก็ยังมีความอบอุ่นเล็ก ๆ ของมือที่กุมกันไว้อยู่

                ขอโทษนะฮารุกะ...ฉันขอร้องไห้ออกมาได้มั้ย?..”

                อืม— ไม่มีใครว่าเธอหรอกนะ ร้องออกมาเถอะ

                แล้วพันเอกฮารุกะก็นำมือข้างหนึ่งมาลูบหัวพันเอกไดน่าเบา ๆ พลางบอกว่าไม่เป็นไร เสียงร้องไห้นั้น ร้อยเอกอากิโกะที่อยู่ข้างนอกกับพันโทอามาเนะที่ได้ยิน ก็ร้องออกมาเช่นเดียวกัน

                ...

                พันเอกไดน่าเดินโดยใช้ไม้เท้าค้ำไว้ คงเพราะจากอาการช็อคที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้ยังขยับร่างกายไม่สะดวก

มีรถตู้คันหนึ่งมาจอดที่หน้าฐานทัพของไดน่า นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมไดน่าที่ควรพักกลับมายืนอยู่ตรงนี้

                ประตูรถเปิดออก มีชายในชุดทหารเต็มยศออกมายืนอยู่ตรงหน้าพันเอกไดน่า เมื่ออีกประตูเปิดออก พันโทคายะก็ออกมา แล้วมายืนข้าง ๆ ไดน่า ชายที่แต่งตัวเต็มยศเริ่มเปิดปากพูด

                พันแปดร้อย...สี่สิบสอง...จำนวนคนที่เสียไปในครั้งนี้ สาหัสเอาการเลยนะ พวกเราทางจักรวรรดิต้องหาเงินส่งให้กับครอบครัวของทหารเหล่านั้น พันเอกไดน่า เธอรู้มั้ยว่านั่นสร้างความเดือดร้อนต่อเราเท่าไหร่ ?”

                ทั้งพันเอกฮารุกะ ร้อยเอกอากิโกะ พันโทอามาเนะ หรือแม้แต่พันโทคายะเมื่อฟังแล้วยังรู้สึกหงุดหงิดกับสิ่งที่ชายคนนี้พูดมา ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มาลงสนามรบเองแท้ ๆ แถมยังไม่เคยให้ความช่วยเหลือเลยด้วย แต่พอยืดดินแดนประเทศคืนได้กลับมาที่นี่มาเอาหน้าไป ไม่ว่าใคร ๆ ก็รู้ เหล่าทหารที่กำลังหยิบของลงมาจากรถตู้ซึ่งเป็นคนของไดน่าฟังแล้วก็อารมณ์เสียเช่นกัน

                เพราะความไร้ความสามารถของเธอทำให้ต้องมีคนตายมากมายขนาดนี้ เข้าใจสินะ? การตัดสินใจโดยไม่คิดถึงเรื่องความพัฒนาของศัตรู นั่นเป็นความผิดพลาดมหันต์เลย เข้าใจนะ?”

                เข้าใจนะ เข้าใจนะอยู่ได้ พันเอกฮารุกะกำหมัดไว้ข้างหลังตัวเอง

                ค่ะ..ขออภัยในความไร้ความสามารถด้วยค่ะ

                พันเอกไดน่ายอมรับผิดและพูดออกมา คงเพราะไม่ถูกใจชายคนนี้เท่าไหร่ เขาจึงเดาะลิ้นแล้วหันหลังกลับไป เวลาผ่านไป พวกไดน่าได้นำของสนับสนุนลงมาหมดแล้ว หลังจากนั้นไม่นานรถตู้คันนี้ก็ออกตัวไป

                ภายในห้องโถงมีพวกทหารที่ต่อแถวเลือกหยิบยาไปรักษาแผลตัวเองและเพื่อนร่วมรบอยู่ ส่วนในโรงอาหารก็มีพวกที่กำลังกินข้าวที่ได้รับมา บ้างก็นอนพักอยู่ในที่พักของตัวเอง พวกเขาไม่ต้องทนประหยัดใช้เล็กใช้น้อยจนเกินไป เพราะทางจักรวรรดิกำลังจะนำของมาส่งเพิ่ม แต่เพราะการที่จำนวนคนลดลงไปมากทำให้ของที่ได้มาก็พอที่จะใช้ได้ไปอีกระยะหนึ่งเลยทีเดียว ถึงมันอาจจะไม่ฟังดูดีเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็มั่นใจว่าคนที่ตายแบ่งต้องอยากแบ่งสิ่งเหล่านี้ที่พวกเขาไม่สามารถใช้ได้อีกมาคนที่ยังอยู่แน่นอน

                แล้วก็มีเสียงประกาศที่ไม่มีใครคาดคิดออก

                ถึงทหารทุกนายที่ฟังอยู่ตอนนี้ ฉันคือพันเอกชินโซ ไดน่า ผู้ได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้นำของพวกคุณทุกคน อย่างแรกที่คนอย่างฉันจะพูดได้คือ ขอโทษจากใจจริง เพื่อนของคุณ ครอบครัวของคุณ ที่จากไปในสงครามครั้งสุดท้าย แต่จะขอพูดไว้ ณ ที่นี้เลยว่า การสูญเสียเหล่านั้นเกิดจากความของตัวฉันเอง

                พวกทหารที่ฟังอยู่ไม่มีใครเลยที่ทักท้วงออกมา

ฉันไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทนชีวิตที่เสียไปได้ แต่ก็สิ่งหนึ่งที่อยากจะประกาศให้ทุกคนได้รู้ หนึ่งในสาเหตุความพ่ายแพ้นี้เกิดจากการไม่ให้ความร่วมมือของจักรวรรดิ แผ่นดินเกิดและอาศัยของพวกเรา อาจฟังดูเหมือนข้ออ้างไรสาระ แต่มันคือเรื่องจริง

มีเสียงของทหารคุยกันให้ได้ยินไปทั่ว บางคนคงกำลังพูดความคิดเห็นของตัวเองออกมาบ้าง ซึ่งนั่นก็ไม่ผิดอะไร

แต่การสูญเสียครั้งสุดท้ายนี้ไม่ใช่จุดจบของพวกเรา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของพวกเรา! เราจะยึดทั้งหมดไว้! จะศัตรู จะมิตรสหาย จะจักรวรรดิ! เราจะยึดทั้งหมดเป็นของเรา วิญญาณของคนที่จากไปจะเป็นเหมือนเชื้อไฟที่จะจุดเพลิงแห่งกำลังให้กับพวกเราที่ยังมีชีวิตอยู่! เพื่อกำลัง เพื่ออิสรภาพ เพื่อคนที่จากไป จงลุกขึ้นสู้อีกครั้ง! นำชัยชนะมาเพื่อคนที่เรารักทั้งอยู่และจากไป เพื่อพวกเราทุกคน!

                สิ้นคำประกาศ เสียงกู่ร้องของทหารทั้งหลายที่หวังจะสู้ต่อไปพร้อมกับคำสัตย์ก่อนหน้านี้ดังไปทั่วฐานทัพ ดังซะจนเหมือนกับจะให้พระผู้เป็นเจ้าได้ยิน สงครามของจริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

...

 

                เจ็ดปีต่อมา อาณาจักรเวก้า

            ท่านราชาครับ! ท่านหญิงไดน่าขอเข้าพบครับ!”

                ชายหน้าตาดูดีในชุดพ่อบ้านคุกเข่าลงต่อหน้าบัลลังก์ของราชาและราชินี

                โอ้! คุณไดน่าเหรอ เชิญเขาเข้ามาเลย!”

                ครับ!”

                พ่อบ้านคนนั้นเปิดประตูบ้านใหญ่ หลังประตูนั้นมีผู้หญิงผมตรงยาวสีเงิน และผู้หญิงอีกสี่คนที่คุกเข่าก้มหน้าอยู่ด้านหลัง ผู้หญิงผมสีเงินนั้นเดินเข้าไปหาตัวราชาและราชินีอย่างไม่หวาดเกรง เมื่อมาถึงด้านหน้าของทั้งคู่ก็หยุดลง และโค้งคำนับให้ ตัวราชาและราชินีก็ยืนขึ้นแล้วโค้งกลับเช่นกัน

                นี่เวก้า ตอนนี้นายเป็นราชานะ ก้มหัวให้แบบนี้จะดีเหรอ?”

                ผู้หญิงคนนั้นยิ้มเจื่อน ๆ แล้วถามราชาไป

                โธ่! คุณไดน่า คุณก็รู้ว่าผมกับอลิสนับถือคุณแค่ไหน คุณสร้างประเทศนี้ขึ้นมาและยังให้ผมกับอลิสมาเป็นราชาและราชินี ถึงแม้คุณจะพูดว่าเพราะคุณเป็นเองไม่ได้ แต่นี่ก็ถือเป็นบุญคุณที่มิอาจมองข้ามไปได้ ไม่ว่ายังไงพวกเราก็หาทางขอบคุณคุณทั้งหมดไม่ได้จริง ๆ

                อืม ถ้าคิดอย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ วันนี้แค่จะมาบอกว่าพวกเราจะออกเดินทางอีกครั้งน่ะ

                ไดน่าพูดพลางมองไปยังอีกสี่คนที่คุกเข่าอยู่

                โอ้! งั้นให้พวกเราช่วยเตรียมของอะไรมั้ยครับ เรือ? รถถัง? เครื่องบิน?”

                ให้ตายเถอะ ราชา ราชินีบนบัลลังก์กับเทคโนโลยีทันสมัย เวลาอยู่ด้วยกันแล้วดูไม่ค่อยเข้าจริง ๆ นะ แต่เอาเถอะ ไม่ต้องหรอก! พวกเราเตรียมตัวกันเสร็ตแล้วด้วย แค่จะมาลาเฉย ๆ เอง

                อืม ถ้าเช่นนั้นขอให้ปลอดภัยนะครับ!”

                ขอให้ปลอดภัยนะคะ คุณไดน่า!”

                อืม งั้นไปก่อนนะ ทั้งสองคนต้องคอยตั้งใจทำงานดูแลและพัฒนาอาณาจักรด้วยล่ะ

            ““ด้วยศักดิ์ศรีราชา/ราชินี ครับ/ค่ะ!””

                ไดน่า หญิงสาวผู้เคยเป็นทหารบุกยึดไปแต่ละประเทศ เพียง 6 ปีก็สามารถยึดได้เกือบทั้งหมด และในครั้งสุดท้าย ไม่มีใครนึกเลยว่าไดน่าจะเปิดเผยความชั่วของประเทศตัวเองและโจมตีเพื่อยึดไป สิ่งที่ได้จากการยึดก็แอบเก็บไว้และทำให้สามารถสู้กับจักรวรรดิในที่สุด ประเทศที่ปกครองโดยราชาราชินีที่มากความสามารถ และปกป้องด้วยกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุด หาเป็นศัตรูละก็ ไม่ว่าจะใครก็มิอาจสู้ได้อย่างแน่นอน และนี่คือเรื่องราวของไดน่า ราชินีหิมะ ราชินีแห่งสงคราม ไม่ว่าจะสมญานามใด ชื่อของเธอจะถูกเล่าขานไปอย่างแน่นอน

 

 

 

               

               






          ถึงทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะครับ! ขอบคุณมากที่ติดตามกันมานะครับ! นี่ก็เป็นเรื่องที่ 10 ของผมแล้ว ถือเป็นความสำเร็จในฐานะคนเขียนของผมเลย แล้วผมจะพยายามเขียนมาให้อ่านต่อจากนี้กันไปเรื่อย ๆ เลยนะครับ หวังว่าทุกท่านจะสนุกกับเรื่องที่อ่านกันนะครับ! ขอขอบคุณอีกครั้งครับ!

-PlantZ-

 

 

 

 

เนื่องด้วยเป็นตอนที่สิบ จะขอมีโบนัสให้หน่อยละกันนะครับ

...

7 ปีก่อนเวลาปัจจุบัน

                ในห้องของพันเอกไดน่า วันนี้เป็นวันเกิดของไดน่า ทุกคนเลยมาร่วมฉลองกัน แต่ดันมีคนหนึ่งมาสายได้

                ฉันว่าไม่ต้องรอแล้วก็ได้นะคะ ฮารุเน่ครั้งนี้ไปนานเกินไปแล้ว..

                นั่นสินะ... บางทีพันเอกฮารุกะอาจจะอยากมาเซอร์ไพรส์...ทีหลังก็ได้นะคะ

                ร้อยเอกอากิโกะกับพันโทอามาเนะที่ถือเค้กวันเกิดอยู่พูดออกมา

                จะว่าไป...มันไม่เป็นไรแน่เหรอ มาฉลองวันเกิดให้ฉันอย่างนี้..

                ไม่เลยค่ะ วันนี้เป็นวันสำคัญของคุณพันเอกไดน่านะคะ การที่ไม่ฉลองต่างหากที่จะให้เกิดไม่ได้

                แต่ว่า...มันน่าอายเหมือนกันนะ

                พันเอกไดน่าพูดด้วยความเขินอายนิด ๆ แต่ก็รู้สึกผิดไปด้วยที่มาฉลองช่วงเวลาแบบนี้ แต่ถ้าทุกคนว่าไม่เป็น ก็คงจะไม่ผิดอะไร แต่สิ่งที่แปลกคือ คนที่มักจะคอยมาอวยพรคนแรกอย่างฮารุกะกับยังไม่มาซะที

                งั้นเราเริ่มเลยก็ได้นะ ฮารุกะอาจจะไม่มาก็ได้

                เอ๋ พูดอะไรอย่างนั้นล่ะคะ ฮารุเน่ควรจะเป็นคนแรกด้วยซ้ำนี่คะ แต่ว่านี่มันนานเกินไปจริง ๆ

                ไม่เป็นไร ๆ มีทุกคนอยู่แบบนี้ก็ถือว่าเป็นอะไรแปลกใหม่สำหรับฉันเหมือนกัน ไว้เดี๋ยวฮารุกะคงมาบอกทีหลังเอง

                เมื่อพันเอกไดน่าบอกไปอย่างนั้น ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังออกมาจากอีกฝั่งของประตู

                หึหึ ทุกคนจงอึ้งในของขวัญของฉันให้ดี สิ่งที่จะทำให้ไดน่ามีความสุขที่สุด!”

            เอ๊ะ เสียงฮารุเน่นี่!”

                พันเอกฮารุกะ...มาแล้วล่ะมั้งคะ…”

                งั้นฉันไปเปิดให้นะคะ

                เมื่อพันโทคายะเปิดออก สีหน้าของคายะก็ดูตกใจเล็กน้อย แล้วจึงหลบทางให้กับเจ้าของเสียง

                สุดยอดของขวัญให้กับไดน่า! ฮารุกะในชุดแมวยังไงล่ะ!!”

                พันเอกฮารุกะใส่ชุดคลุมที่ดูเหมือนแมวทั้งตัว มีหูแมวอยู่ด้านบน บนมือมีปุ่มเนื้อ หางสีเทากวัดไปมาตามการเคลื่อนไหว

                โห ฮารุเน่ น่ารัก!!”

                พันเอกฮารุกะ...น่ารักมากเลยค่ะ..

                ใช่ม้า ใช่ม้า~ เป็นไงไดน่า! ถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลยสิ!”

                พันเอกไดน่าที่จู่ ๆ ก็นิ่งไปมองไปที่ฮารุกะอย่างไม่วางตา สาดส่องไปที่ทุกส่วนร่างกายของฮารุกะ

                ไงล่า ไงล่า~ จะมากอดก็ได้นะ! ถือว่าเป็นของขวัญพิเศษให้ อุ่ก-

                ในระหว่างที่ฮารุกะมัวพูดอยู่นั้น พันเอกไดน่าก็พุ่งเข้ามากอดตรง ๆ

                เอ๋! อะ...เอ่อ...กอดจริง ๆ เหรอ...เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนไดน่า! มัน- มันจักจี้นะ ฮะฮะ ฮะฮ่าฮ่า!”

                ไดน่าหลังจากกอดแล้วก็มองช้อนขึ้นมา สายที่ปฏิเสธไม่ได้ หลังจากนั้นก็เอาหน้าซุกบริเวณอกถึงท้องของฮารุกะ

                นะ-...น่ารัก!! คุณไดน่าตอนนี้น่ารักมากเลย! เนอะอามาเน่!”

                อะ..อื้ม! พันเอกน่ารักมากๆเลยค่ะ!”

                แต่ไม่ว่าทั้งสองคนจะพูดอะไร เสียงเหล่านั้นก็ไม่อาจไปถึงพันเอกไดน่าได้อีกแล้ว เสียงหัวเราะของพันเอกฮารุกะยังคงดังออกมาให้ได้ยินอยู่ต่อไป

                ...

                นี่มันอะไรกันคะ...

                คำพูดสุดท้ายของคายะ ก่อนที่จะเริ่มฉลองวันเกิดกันซักที

               

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ PlantZ จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น