มาลีเริงไฟ: รังสี (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)

ตอนที่ 8 : บทที่ 4 -40%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 668
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62


หลังจากนั่งสมาธิอยู่พักใหญ่ วิญญาณของเจิมจันทร์ก็ออกจากร่างไปปรากฏตัวที่หน้าคฤหาสน์ของวิญญู นางยืนรอครู่เดียว รถของวิญญูก็แล่นมาจอดหน้าประตูรั้ว นางจึงอาศัยจังหวะที่รถค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ตัวบ้านตามติดเข้าไปด้วย เพราะถือว่าเจ้าของคฤหาสน์เปิดประตูให้แล้วและเจ้าที่ไม่มีสิทธิ์ห้าม

เมื่อเข้ามาในอาณาเขตคฤหาสน์ของวิญญูได้แล้ว เจิมจันทร์ก็ทำท่าจะตรงขึ้นไปชั้นบนของตัวบ้านเป็นอย่างแรก แต่พอดีเห็นนางพยาบาลเดินออกมาจากห้องห้องหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นล่าง

วิรัลยาต้องอยู่ห้องนั้นเป็นแน่!

ใจของนางเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น คนที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ในห้อง จะใช่อย่างที่นางคิดหรือเปล่า...ในเมื่อญานีนไม่ใช่ญานีน วิรัลยาจะใช่วิรัลยาหรือไม่!

หญิงชราจอมขมังเวทย์เดินช้าๆ ทะลุผ่านเข้าไปในห้องที่นางพยาบาลเพิ่งออกมา

“ลูกสาวผมเป็นยังไงบ้าง”

แว่วเสียงวิญญูดังอยู่นอกห้อง หญิงชรากำลังจะตรงดิ่งไปที่เตียงชะงักงัน เงี่ยหูฟัง

“ทุกอย่างปกติค่ะ”

“ไอศูรย์มาอีกหรือเปล่า”

“วันนี้ไม่มาค่ะ”

เท่านั้น แล้วก็มีเสียงฝีเท้าสองคู่เดินขึ้นข้างบนไป ครู่ต่อมา ประตูห้องที่นางยืนอยู่ก็เปิดออก พยาบาลสาวเดินเข้ามา แล้วก็เหลียวซ้ายแลขวา

“เอ๊ะ ทำไมรู้สึกเหมือนมีคนอื่นอยู่ในห้อง” เจ้าหล่อนพึมพำ ก่อนจะยักไหล่แล้วเดินทะลุผ่านวิญญาณของเจิมจันทร์ไปโดยไม่รู้ตัว ทรุดกายลงนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือเหมือนเช่นทุกครั้ง และเริ่มต้นรัวแป้นพิมพ์ไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีก

เจิมจันทร์เห็นก็แสยะยิ้ม นางพยาบาลแบบนี้น่ะเหรอที่วิญญูกับนังเมียใหม่ของมันจ้างมาดูแลลูกสาวตัวเอง เชื่อมันเลย!

ถึงในใจจะนึกด่า แต่นางก็อดสะท้อนใจไม่ได้กับภาพที่เห็น จึงรีบเดินเข้าไปในคอกกระจกกั้นทันทีเพราะเห็นอยู่ก่อนแล้วว่ามีเตียงอยู่ตรงนั้น เมื่อไปถึงนางก็ชะโงกหน้าลงไปดู และทั้งๆ ที่เตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่เมื่อเห็นใบหน้านั้นด้วยตัวเองเต็มสองตา นางก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปทันใด

ญานีน!

ญานีนอยู่ที่นี่จริงๆ! นี่ต่างหากคือหลานสาวตัวจริงของนาง

แบบนี้ก็หมายความว่า คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ข้างนอกนั่นคือวิรัลยาอย่างนั้นรึ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ไปได้

วิรัลยาเนี่ยนะ จะเป็นญานีน ทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อชีวิตวิรัลยาดีเท่าหรืออาจจะดีกว่าญานีนเสียด้วยซ้ำ แค่ไม่ได้แต่งงานกับอัคนีเท่านั้น

หรือนี่คือเหตุผล...

วิรัลยารักอัคนีมากจึงอยากครอบครองเขา?

“ยิหวา” เจิมจันทร์เอ่ยชื่อนั้นอ่อนโยน ถึงแม้นางจะไม่ได้รักหรือเอ็นดูอะไรหลานสาวคนนี้นัก แต่เวลานี้กลับเกิดความเวทนา

พร้อมกันนั้น ด้วยวิสัยของคนที่มี ‘วิชา’ ทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่า การที่วิรัลยามีใบหน้าเป็นญานีนได้สมบูรณ์ชนิดดูไม่ออกขนาดนี้ ไม่น่าใช่แค่เพราะจากการศัลยกรรมอย่างแน่นอน แต่ต้องมีคนทำให้เป็น! รวมถึงสาเหตุที่ญานีนต้องมากลายเป็นเจ้าหญิงนิทราเช่นนี้ ไม่ใช่จากอุบัติเหตุแน่ๆ แต่ต้องมีคนสะกดญานีนให้หลับใหล!

และตอนนี้นางก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมวิญญูถึงไม่อนุญาตให้ใครเข้าเยี่ยมวิรัลยา!

ร่างบนเตียงยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง มีเพียงลมหายใจอ่อนเบาเป็นคำตอบ

มือเหี่ยวย่นเอื้อมไปแตะท่อนแขนผอมบางของหลานสาว หากแต่ไม่สามารถสัมผัสได้ จึงยืดกายขึ้นเต็มความสูง นางต้องทำอะไรสักอย่างและต้องทำให้เร็วที่สุดด้วย เพราะดูจากจังหวะการหายใจที่แผ่วเบานั่นแล้ว อีกไม่นาน ร่างญานีนอาจจะสิ้นลม และจากโลกนี้ไปไม่มีวันหวนกลับ!

คิดได้ดังนั้น วิญญาณของเจิมจันทร์ก็หายวับไป เพื่อกลับเข้าร่างตัวเองที่ยังคงอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ ภายในห้องพระบนเรือนเสน่ห์จันทน์

ครู่ต่อมานางก็ลืมตาขึ้น เอ่ยกับพรายนพที่นั่งเฝ้าร่างให้นางอยู่ตลอด

“ยายยิหวากำลังแย่ ข้าต้องช่วยมันด่วน”

‘เป็นฝีมือของพวกเล่นของหรือไม่ขอรับ คุณท่าน’

“ข้ายังไม่แน่ใจ แต่ยังไงก็ต้องเรียกขวัญให้มันก่อน ระหว่างนี้ เอ็งคอยจับตาดูนังหนึ่งกับไอ้วิญญูไว้ เห็นความผิดปกติอะไรให้รีบกลับมารายงานทันที!”


*********************


วันรุ่งขึ้น เจิมจันทร์ตื่นแต่เช้าเพื่อสั่งสายพิณให้เตรียมของใช้ที่จำเป็นสำหรับพิธีเรียกขวัญหรือเรียกวิญญาณของญานีนให้ตื่นขึ้น สายพิณไม่ได้ถามว่าเจ้านายจะเอาไปทำอะไร หลายสิบปีที่ทำงานที่นี่ นางได้เรียนรู้ว่ามีอะไรหุบปากไว้เป็นดีที่สุด

ตอนสายๆ ของทุกอย่างก็พร้อม เจิมจันทร์ให้สมคิด ลูกชายของสายพิณขับรถให้ เนื่องจากสถานที่ที่นางจะใช้ทำพิธีอยู่ค่อนข้างไกลจากกรุงเทพฯ ให้คนวัยหนุ่มฉกรรจ์ขับรถน่าจะคล่องตัวกว่า

เมื่อมาถึงหน้ากำแพงวัดแห่งหนึ่ง เจิมจันทร์ก็ลงจากรถโดยมีสายพิณที่ทำท่าจะตามมาด้วย ช่วยนางหอบหิ้วของที่จัดเตรียมไว้ นางเลยรีบสั่งห้ามไม่ให้ทั้งสายพิณทั้งสมคิดตามมาเด็ดขาด และให้เข้าไปไหว้พระในวัดรอ ขณะที่นางแยกตัวออกมาด้วยความรวดเร็ว

แม้จะอายุมากแล้ว แถมยังถือของพะรุงพะรัง แต่เจิมจันทร์ก็เดินได้เร็วเหมือนคนหนุ่มสาว ไม่นานนางก็มาถึงป่าซึ่งอยู่ด้านหลังวัด รกทึบ เต็มไปด้วยต้นไม้สูง

นางจัดการปูเสื่อผืนเล็กลงกับพื้น วางของทั้งหมดลงไป อันได้แก่ขันธ์ห้า ไข่ไก่หนึ่งใบ ข้าวสวยปั้นเป็นก้อนขนาดเท่าไข่ไก่ ก้อนหินแปดก้อน จากนั้นทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิ พึมพำบทสวดด้วยน้ำเสียงต่ำลึก

  “อิระชาคะตะระสา ติหังจะโตโรถินัง ปิสัมระโลปุสัตพุท โสมาณะกะริถาโธ ภะสัมสัมวิสะเทภะ คะพุทปันทูทัมวะคะ วาโธโนอะมะมะวา อะวิชสุนุตสานุสติ”

ระหว่างนั้นก็หยิบก้อนหินขึ้นมาเป่า แล้วขว้างไปตรงหน้า จากนั้นก็ทยอยหยิบก้อนอื่นมาทำอย่างเดียวกัน แต่ขว้างไปให้ครบทิศทั้งแปด อันเป็นการป้องกันผีป่าผีไพรเข้ามารบกวนการทำพิธีของนางนั่นเอง

เรียบร้อยแล้วหญิงชราก็หลับตาลงและเริ่มต้นบทสวดอันแปลกแปร่งและน่าสะพรึงกลัว พลันนั้นเอง ต้นไม้บริเวณนั้นก็ส่ายกิ่งรุนแรงเหมือนมีใครขึ้นไปโยกมัน ใบไม้ที่ร่วงหล่นตามพื้นปลิวว่อนด้วยพายุหมุนรุนแรง พร้อมกับเสียงกรีดร้องของเหล่าภูตผีที่ดังจากรอบทิศทาง เสียงนั้นแหลมเล็กบาดหูชวนขนพองสยองเกล้าเป็นที่สุด แต่นางก็ยังหลับตาและท่องบทสวดต่อไป

และแล้วสิ่งที่ปรากฏในนิมิตของนางก็คือ วิญญาณผู้หญิงผมยาวตนหนึ่งในชุดสีดำสนิทกำลังนั่งทับญานีนอยู่!

เจิมจันทร์ลืมตาขึ้น

ทุกอย่างเป็นอย่างที่นางคิด...วิญญาณของญานีนถูกสะกดเอาไว้จาก ‘ใครบางคน’

“ดี เก่งๆ แบบนี้ข้าชอบ!” นางคำรามเสียงต่ำ ก่อนเอื้อมมือไปหยิบไข่และก้อนข้าวมาถือเอาไว้ ปากเริ่มร่ายมนตร์อีกครั้ง ในใจตั้งมั่นขอให้ ญานีนตื่น ขอให้นางได้พบ ‘ใครคนนั้น’ เพื่อสอนให้รู้จัก ‘ตัวจริง เสียงจริง’!


*********************

 

“แค่ก แค่ก”

จู่ๆ ญานีนที่หลับใหลไม่ได้สติก็ไอขึ้นมา นางพยาบาลผุดลุกขึ้นด้วยความดีใจ นี่เป็นสัญญาณที่ดี!

ครู่ต่อมาร่างของญานีนก็กระตุกแรงๆ พร้อมหายใจหอบแรง ร้อนถึงพยาบาลสาวรีบหยิบหน้ากากออกซิเจนมาครอบปากครอบจมูกหญิงสาวบนเตียงเพื่อช่วยหายใจ ส่งผลให้ร่างนั้นกระตุกแรงขึ้น ใบหน้าส่ายไปมาคล้ายทรมานเหลือเกิน

“คุณคะ คุณ” พยาบาลสาวเขย่าตัวเพื่อเรียกสติ แต่คนบนเตียงยังคงดิ้น

“ทำไงดีวะเนี่ย คุณ...อย่าเป็นอะไรนะ”

ราวกับได้ยินคำขอร้องของหล่อน ครู่ต่อมา คนไข้ก็ค่อยๆ หยุดดิ้นและกลับมานิ่งสงบเหมือนเดิม พยาบาลสาวพรูลมหายใจยืดยาวออกมาด้วยความโล่งอก

ทางด้านเจิมจันทร์ นางยิ้มด้วยความพอใจเมื่อได้รับสัญญาณการฟื้นตัวของหลานสาว บ่ายนี้ ญานีนจะรู้สึกตัว นางต้องรีบไปที่นั่นเพื่อหาทางเอาตัวญานีนออกมาจากบ้านหลังนั้น

นึกมาถึงตรงนี้ นางก็ให้โกรธแค้นและเกลียดชังวิญญู วารุณ และวิรัลยายิ่งนัก แต่เอาเถอะ ตอนนี้นางยังไม่จัดการพวกมันหรอก รอให้ญานีนเป็นคนจัดการดีกว่า สนุกและสะใจกว่ากันเยอะ!



หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

6 ความคิดเห็น