มาลีเริงไฟ: รังสี (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 -30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 694
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62

วันหยุดสบายๆ วันนี้มาลงต่อให้ช่วงเช้าเลยค่ะ 
จำญานีนกับวิรัลยากันไว้ดีๆ นะคะ ใบ้ 5555555





การกระทำของญานีนในห้องทำงานของวิรัลยา ลือไปทั่ววายอีเอสในเวลาอันรวดเร็ว เหล่าพนักงานต่างจับกลุ่มซุบซิบนินทากันไม่หยุดปาก เป็นผลให้วิญญูต้องเรียกลูกสาวคนเล็กเข้าพบในช่วงสายของวันนั้นทันที โดยมีอัคนีและวารุณนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“ไอศูรย์เล่าเรื่องที่แกไปอวดเก่งที่แผนกของเขาให้ฉันฟังหมดแล้ว”

วิญญูเอ่ยขึ้นเมื่อญานีนนั่งลงตรงหน้าเขาแล้ว

“แล้วไงคะ” ญานีนย้อนถามกวนๆ

“แล้วไงล่ะ นั่นมันไม่ใช่งานของแก ไอ้ความคิดที่แกเสนอมาน่ะ มันก็ฟังเข้าที แต่แกไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่าย เข้าใจไหม”

“ยิหวาก็แค่อยากให้ทุกคนรู้ว่ายิหวาก็คิดอะไรดีๆ เป็นเหมือนกัน แต่ถ้าพ่อไม่ให้ยิหวายุ่ง ยิหวาก็จะไม่ยุ่งค่ะ ดีเหมือนกัน ไม่เหนื่อยทำงาน” หญิงสาวทำหน้าเซ็งๆ

“ในสายตาของพ่อ ยิหวาทำอะไรก็คงดูผิดไปหมดสินะคะ”

สามคนในที่นั้นหันสบตากัน เป็นอัคนีที่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อน โยนว่า

“คุณพ่อแค่อยากให้ยิหวารับผิดชอบงานในส่วนของยิหวาให้ดีเท่านั้นเองจ้ะ แต่ต่อไปนี้ เวลาเข้าประชุมผู้บริหาร คุณพ่ออนุญาตให้ยิหวาเข้าประชุมด้วยนะ”

“จริงเหรอคะ” ญานีนตาโตขึ้นมาทันที มองหน้าสามีสลับกับผู้ให้กำเนิดอย่างไม่เชื่อหู

“ก็ถ้าแกไม่เสนอความคิดโง่ๆ เหมือนเมื่อก่อนให้ฉันอายคนอื่น ฉันก็ให้แกเข้า” วิญญูขยายความในสิ่งที่อัคนีบอก แต่ยังติดกระแทกเสียงใส่ลูกสาวด้วยความเคยชิน

“อ้อ แล้วในส่วนรายการและละครที่แกดูแล ช่วงที่แกไม่อยู่ พวกเราประชุมกันแล้ว ตกลงกันว่าเราจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นมาอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ส่วนจะเน้นแนวไหน แกกับทีมงานของแกไปตัดสินใจกันมาแล้วเอามาเสนอฉัน”

“นี่ถ้าไม่ได้ยินกับหู ยิหวาต้องคิดว่าพ่อกินยาลืมเขย่าขวดเป็นแน่” ญานีนยังคงไม่อยากเชื่อ

“หรือแกจะไม่ทำ ฉันจะได้ให้คนอื่นที่เขาพร้อมและตั้งใจกว่าแก”

“เรื่องอะไรยิหวาจะให้คนอื่นทำล่ะคะ” ญานีนรีบบอกบิดา ไม่วายยิ้มกระหยิ่มพอใจกับตัวเอง แล้วปรายตาไปทางมารดาเลี้ยง

“แบบนี้ทีมงานของเราแข็งแรงขึ้นหรือยังคะ น้าวารุณ”

“ยิหวา” อัคนีเรียกปรามภรรยา ขณะที่วารุณยิ้มเย็น

“เอาไว้คุณเริ่มงานคุณก่อนแล้วค่อยมาถามน้าอีกทีก็ยังไม่สายค่ะ”

“แกออกไปได้แล้ว ยายยิหวา ไปทำงานแกให้มันดีๆ จะได้ไม่ต้องมานั่งแขวะคนอื่นเขาแบบนี้” วิญญูโบกไล่ด้วยความรำคาญ ญานีนไม่อิดออด หล่อนลุกขึ้นเดินเชิดๆ ออกจากห้องไปอย่างว่าง่าย


**********************

 

เมื่อเรื่องที่วิญญูยอมให้ญานีนเข้าร่วมประชุมผู้บริหาร ถูกถ่ายทอดออกไป เหล่าพนักงานในวายอีเอสเกิดปฏิกิริยาเสียงแตกออกเป็นสองฝ่าย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่เห็นด้วยนั้นก็ยินดีกับญานีนและพร้อมจะเปิดโอกาสให้หล่อนพิสูจน์ตัวเอง ขณะที่อีกฝ่ายซึ่งไม่เห็นด้วยยังคงไม่เชื่อ มั่นในศักยภาพของหญิงสาว แต่ในเมื่อเจ้าหล่อนคือลูกสาวของเจ้าของช่อง พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างมากก็แค่จับกลุ่มนินทา...

ไอศูรย์เป็นอีกหนึ่งคนที่รับรู้ข่าวนี้ด้วยเช่นกัน ความกังวลที่เขามีอยู่ก่อนแล้วจึงยิ่งเพิ่มขึ้นทบทวี

ใช่ ในที่สุด สิ่งที่เขากลัวก็เกิดขึ้นจริงๆ!

แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรดี เขาต้องทำเช่นไรถึงจะรักษาตำแหน่งไว้ให้วิรัลยาได้จนถึงวันที่หล่อนกลับมา

จริงสิ คุณวารุณไง...

ชายหนุ่มนึกชื่อนั้นได้ วารุณต้องจัดการเรื่องนี้ได้แน่ เขามั่นใจว่าเธอเองก็ต้องหวงตำแหน่งของลูกสาวแท้ๆ เช่นกัน

“คุณไอซ์คะ คุณไอซ์...”

นักข่าวสาวคนหนึ่งร้องเรียก ขณะที่ไอศูรย์กำลังจะเปิดประตูออก ไปจากห้องฝ่ายข่าว

“ว่าไงหมอก มีอะไร”

“เอ่อ...หมอกอยากรู้ว่า แบบนี้คุณยิหวาจะมานั่งแทนที่คุณหนึ่งหรือเปล่าคะ” สีหน้าคนถามเต็มไปด้วยความวิตกและหวั่นใจไม่แพ้เขา

“คงไม่แทนกันได้ง่ายๆ ขนาดนั้นหรอก” เขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่พูดออกไปนั้น กำลังปลอบใจตัวเองหรือเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูกน้อง

“ตอนแรกพวกเราก็มั่นใจนะคะว่าท่านคงไม่ยอมให้ใครมาแทนที่คุณหนึ่งแน่ๆ ยังไงท่านก็ต้องรอคุณหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่มั่นใจเลยค่ะ”

“ถ้าคุณยิหวามาเป็นหัวหน้าพวกเรามันจะเป็นอะไรไปล่ะ คุณก็เห็นว่าเธอเก่งขึ้นเยอะ” ไอศูรย์ว่ายิ้มๆ

“อูย ไม่เอาด้วยหรอกค่ะ ยังไงก็เก่ง ฉลาด และนิสัยดีสู้คุณหนึ่งไม่ได้ ถ้าให้เธอมาเป็นหัวหน้า พวกเราขอให้คุณมาเป็นจะดีกว่า...แต่ว่าก็ว่าเถอะนะคะ รอบนี้ท่านดูให้เกียรติคุณยิหวามากเลยนะคะ ให้เกียรติจนน่ากลัว”

“แปลกตรงไหนล่ะ ธุรกิจครอบครัว จะดีจะชั่วยังไงก็ต้องเลือกคนในครอบครัวก่อนนั่นแหละ...เอาละ ไม่ต้องห่วงนะ ผมเองก็ไม่อยากได้เจ้านายคนใหม่ในตอนนี้เหมือนกัน”

“ได้ยินอย่างนี้ค่อยสบายใจขึ้นหน่อยค่ะ มีอะไรให้พวกเราช่วยก็บอกนะคะ”

ไอศูรย์ยิ้ม ก่อนเดินผละออกมา

จุดหมายของเขาคือชั้นของผู้บริหารระดับสูง


**********************

 

ตอนเที่ยง ณัฐยาแจ้งให้ญานีนทราบถึงงานเลี้ยงที่จะจัดขึ้นในช่วงค่ำวันนี้ เป็นงานเลี้ยงของบริษัทผลิตรายการรายสำคัญของช่อง ณัฐยาอยากให้หล่อนไป เพื่อเป็นการเปิดตัวหลังจากพักฟื้นหลายเดือน

“พี่รู้ว่าคุณไม่ชอบงานเลี้ยง แต่ถ้าคุณอยากนั่งตำแหน่งคุณหนึ่งคุณก็ต้องไปค่ะ ไปประกาศให้ทุกคนเห็นความสวย ความเก่ง และความฉลาดของคุณ” ประโยคท้ายๆ นั้น ณัฐยาลดเสียงให้เบาลงพลางยิ้มอย่างคนที่รู้ใจนาย

“ขอบคุณมากค่ะพี่ณัฐ ที่อยู่ข้างๆ ยิหวาเสมอ ยังไงยิหวาก็ต้องพึ่งพี่ณัฐอีกเยอะนะคะ”

“ด้วยความยินดีค่ะ”

ตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น แล้วอัคนีก็เปิดประตูเข้ามาเพื่อรับภรรยาสาวสวยไปทานข้าวกลางวัน

และค่ำนั้น ญานีนก็เฉิดฉายเคียงข้างสามีในงานเลี้ยง ความสวยของหล่อนจับตาผู้พบเห็น และหล่อนคนใหม่นี้ก็เรียกสายตาชื่นชมจากผู้ที่ได้พูดคุยกับหล่อนด้วย สร้างความภูมิใจให้แก่อัคนียิ่งนัก

ส่วนวิรัลยา ยังคงนอนเดียวดายอยู่ในคอกกระจกกั้น ที่มีพยาบาลกำลังนั่งพิมพ์นิยายอยู่อย่างเคร่งเครียด

ไอศูรย์จอดรถอยู่นอกรั้ว และมองเข้าไปในคฤหาสน์ของวิญญูด้วยแววตาเคร่งเครียด

‘ทำใจเถอะไอซ์ ยังไงยายหนึ่งก็ไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว...และการที่คุณวิญญูจะดันลูกสาวอีกคนของเขามาแทนที่ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก’

นั่นเป็นเสียงเศร้าๆ ของวารุณ หลังจากที่เขาเข้าไปปรึกษาด้วยเรื่องญานีน

‘แต่คุณวารุณครับ พวกเราก็เห็นๆ กันอยู่ว่าคุณยิหวาเป็นยังไง เรื่องเมื่อเช้า เธออาจแค่ฟลุก’

‘เรื่องนั้นเธอไม่ต้องห่วงหรอก เด็กยิหวามีทั้งอัคนี มีทั้งคุณณัฐเป็นพี่เลี้ยง ไม่นานก็เก่ง’ วารุณเอ่ยอย่างปลงๆ ‘ฉันขอบใจเธอมากที่เป็นห่วงยายหนึ่ง ที่ผ่านมาเธอช่วยเหลืองานยายหนึ่งเป็นอย่างดี แต่เชื่อฉัน ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปอย่างที่คุณวิญญูต้องการเถอะ’

“ผมปล่อยเรื่องงานให้เป็นไปอย่างที่คุณวิญญูต้องการได้ แต่ผมปล่อยให้คุณหนึ่งเป็นเจ้าหญิงนิทราตลอดไปไม่ได้จริงๆ”

ไอศูรย์กัดฟันกรอด มือทั้งสองข้างของเขากำพวงมาลัยรถแน่น ระบายความอัดอั้นที่เก็บสะสมไว้มานานเกินกว่าที่เขาจะทนได้อีกต่อไป ใช่ เขากำลังพูดกับตัวเอง พูด...อย่างที่ใจเขารู้สึกมาตลอด และในเมื่อตอนนี้เขาอยู่หน้าบ้านของหญิงสาวแล้ว อย่างไรเสีย วันนี้เขาต้องพบวิรัลยาให้ได้!

ไอศูรย์เปิดประตูลงจากรถ ไวเท่าความคิดชายหนุ่มก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูรั้ว

โชคเข้าข้างเขาเพราะเวลานี้ไม่มียามอยู่ตรงป้อมยามพอดี แต่ประตูรั้วล็อกแน่นหนา ชายหนุ่มไม่ลังเลสักนิดตัดสินใจปีนรั้วเข้าไป แต่แค่เขาสอดเท้าเข้าไปในลายฉลุของรั้วอัลลอย ร่างของเขาก็ถูกกระชากลงมาอย่างแรงล้มไปกองกับพื้น ทว่ายังไม่ทันเห็นว่าเจ้าของมือเป็นใคร ไม้หน้าสามปริศนาก็ฟาดเข้าให้กลางแสกหน้าเขาชนิดไม่ปล่อยให้ทันได้ตั้งตัว สติของไอศูรย์ดับวูบลงทันที...

ชายหนุ่มรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่า ตัวเองกลับมานอนอยู่ในรถ แถมมันยังจอดอยู่หน้าคอนโดมิเนียมของเขาด้วย

ไอศูรย์สลัดศีรษะไล่ความมึนงง ใครกันที่ทำกับเขาแบบนี้?

จะว่าเป็นวิญญูกับวารุณ คนทั้งคู่ก็รู้มาตลอดว่าเขาไปที่นั่นบ่อย อย่างมากก็แค่สั่งห้ามและให้ยามมาลากตัวเขาออกไป ไม่เคยใช้ความรุนแรงกับเขา

แต่จะมีใครอื่นอีกหรือ?

ที่สำคัญ คนที่ทำร้ายเขาต้องรู้จักเขาดี ไม่เช่นนั้น เขาคงไม่ได้กลับ มาอยู่หน้าคอนโดฯ ตัวเอง!






หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

6 ความคิดเห็น