มาลีเริงไฟ: รังสี (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)

ตอนที่ 31 : บทที่ 14 -70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 ส.ค. 62



วิรัลยาเคาะประตูห้องของบิดาแรงๆ และไม่รอให้ท่านอนุญาต หล่อนเปิดประตูเข้าไปเลย นั่นทำให้วิญญูต้องเงยหน้าจากกองเอกสารมาส่งสายตาตำหนิ

“ตอนนี้แกคือยิหวา ช่วยทำตัวให้สมกับเป็นมันหน่อย ยิหวาไม่เคยเสียมารยาทแบบนี้”

“นี่ไม่ใช่เวลาเลคเชอร์วิชามารยาทนะคะพ่อ ทำไมพ่อต้องยอมยิหวามากขนาดนี้ พ่อทำเหมือนกลัวมัน ทั้งที่พ่อก็รู้ว่าไม่มีใครทำอะไรเราได้”

“ทางเขาก็ไม่มีใครทำอะไรได้เหมือนกัน ถ้าเขาไม่เก่งจริงก็คงทำเหมือนที่ลูกทำไม่ได้ และถ้าคนของลูกเก่งจริง เมื่อคืนก็ต้องจัดการยิหวาได้สิ ที่สำคัญ เขาต้องรู้สิว่าแม่แกกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่”

“อะไรนะคะ!? แม่กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แล้วทำไมพ่อไม่บอกหนึ่ง”

วิญญูไม่ตอบอะไร แต่มองไปด้านหลังลูกสาวด้วยแววตาหวาดกลัว วิรัลยาหันขวับตามสายตา หากไม่พบอะไร

“มีอะไรคะ”

“คนของยิหวาอยู่ตรงนั้น คอยมองพ่ออยู่ตลอด พ่อแทบกระดิกตัวทำอะไรไม่ได้เลย พ่อเคยลองดื้อ ทำอย่างอยากทำแต่กลับปวดท้องเสมอ” วิญญูลดเสียงให้เบาลงทั้งที่รู้ว่า เขาไม่อาจซ่อนเร้นอะไรจากสายตาหรือการได้ยินของวิญญาณรับใช้ของเจิมจันทร์ได้เลย

“หนูจะเรียกเดฟมาช่วย หนูไม่มีวันปล่อยให้สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดสูญเปล่าหรอกค่ะ หนูต้องทรมานตอนเปลี่ยนหน้า อดทนฝึกความเป็นยายยิหวาอยู่ตั้งครึ่งปี ต้องแกล้งเล่นละครว่าไม่ถูกกับพ่อกับแม่เพื่อตบตาคนอื่น” พูดถึงตรงนี้ หญิงสาวก็นึกถึงที่ตัวเองต้องแกล้งทำเป็นน้อยใจบิดา ทะเลาะกับบิดา เหน็บแนมมารดา ก็เพื่อความเป็นญานีนที่สมบูรณ์

“หนูต้องยอมทนนอนบนเตียงที่ยายยิหวานอน แล้วนี่หนูต้องทนให้มันเรียกหนูไปด่าต่อหน้าคนอื่นอีกเหรอคะ”

“หนึ่ง หนึ่งพูดเหมือนยิหวาเขาไม่ใช่ลูกพ่องั้นแหละ หนึ่งเจ็บปวดเสียใจ ยิหวามันก็เจ็บปวดเหมือนกัน”

“พ่อ! นี่ไม่ใช่เวลามาสวมบทพ่อดีเด่นนะคะ พ่อเลือกที่จะอยู่ข้างหนึ่งกับแม่ตั้งแต่แรก แล้วเกิดจะมาสงสารยายนั่นตอนนี้เนี่ยนะคะ”

“แต่หนึ่งก็รู้ว่าพ่อไม่ได้เห็นด้วยกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก หนึ่งกับแม่ใช้เล่ห์กลกับพ่อ” วิญญูลุกขึ้นจากเก้าอี้มาประจันหน้า และนั่นทำให้ลูกสาวเงียบไป

สิ่งที่บิดาพูดนั้นไม่ผิดเลย!

ตอนที่วิญญูรู้ว่าวิรัลยาและวารุณกำลังคิดจะทำอะไร วิญญูนั้นคัดค้านทันที วารุณจึงต้องให้ธนาคมช่วยด้วยการใช้ ‘ยาสั่ง’ เพื่อให้วิญญูร่วมมือด้วย

“ระ...เรื่องนั้นมันผ่านมาแล้วค่ะพ่อ” วิรัลยาไม่กล้าสบตาบิดา

“และเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว...หนึ่งจะเข้ามาบอกว่าให้พ่อคานอำนาจของยายยิหวาหน่อย อีกหน่อย มันคงยึดสถานีไปทำพังแน่ๆ หนูไปละ จะไปหาแม่”

“เดี๋ยว...”

แต่วิรัลยาไม่ฟังอะไรอีกแล้ว หล่อนหันหลังเดินจากไปด้วยท่าทีเร่งร้อน

วิญญูได้แต่ถอนหายใจยาวๆ ด้วยความเหนื่อยหนักหัวใจ ชายวัยกลางคนทรุดกายลงนั่งพร้อมกับเปิดประตูความทรงจำออก เพื่อนึกย้อนถึงเรื่องราวระหว่างเขากับภรรยาทั้งสอง...


*****************

 

วิญญูรู้จักจิรัญญาครั้งแรกจากการแนะนำของเพื่อนคนหนึ่ง ตอนนั้นหล่อนเพิ่งเลิกรากับสามีคนที่สอง ซึ่งเพื่อนบอกว่าเพราะผู้ชายเจ้าชู้มาก แถมยังมีทำร้ายร่างกายด้วย เขาได้แต่มองหล่อนด้วยความเห็นใจ หล่อนเป็นคนสวยมาก แต่ก็เป็นความสวยที่ดูเศร้าเสียจนเขาอยากเป็นคนทำให้ความเศร้านั้นหายไป เขาเริ่มต้นจีบหล่อน ท่ามกลางเสียงคัดค้านของคนในครอบครัว

‘หย่าผัวคนแรกก็ยังทำใจยอมรับได้นะ นี่ผัวสอง ลองคิดเอาเองว่าเป็นผู้หญิงแบบไหน’ นั่นคือคำพูดของพี่สาวคนโตของเขาซึ่งออกตัวคัดค้านแรงกว่าใครเพื่อน

ส่วนเพื่อนๆ แบ่งเป็นสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่เชียร์ด้วยเห็นใจหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่ดูเป็นคนอมทุกข์ กับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งฝ่ายหลังนี่ถึงขั้นไปขุดคุ้ยข้อมูลหล่อนมาให้ฟัง

‘ผัวคนแรกเป็นนักร้องในผับ ผัวคนที่สองเป็นพนักงานบริษัทกระจอกๆ แห่งหนึ่ง เธอเห็นอะไรจากบรรดาผัวของเจ้าหล่อนไหม สองคนนี้มีความเหมือนกันคือ ไม่มีอนาคต ไม่มีความมั่นคง นั่นแสดงว่าเจ้าหล่อนเป็นคนขาดสติ ขาดความรอบคอบ ขาดวิจารณญาณ ซึ่งทำให้ชีวิตคู่พังลง’

แต่เขาในตอนนั้นเชื่อมั่นในตัวเองมากว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงหล่อนได้ เขามั่นใจว่าความรักที่เขามี มันมากพอที่จะทำให้เขาใจเย็นและให้เวลาหล่อนได้ทั้งชีวิต...แต่เขาคิดผิด!

จิรัญญาอาการหนักกว่าที่เขาและคนอื่นๆ รับรู้มากนัก หล่อนเป็นพวกต้องการความรักแบบไม่มีที่สิ้นสุด และหลับหูหลับตาเรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างไม่มีวันหมด เหนือกว่านั้นคือหล่อนเป็นพวกขี้ระแวงอย่างร้ายกาจ หล่อนมักจะขอตามเขาไปที่ทำงาน เพื่อแสดงตัวและส่งสายตาจิกกัดพนักงานหญิงสวยๆ อันทำให้เขาและลูกน้องต่างอึดอัดลำบากใจ ตอนนั้นเองที่วารุณก้าวเข้ามา วารุณผู้สวย สง่า เยือกเย็น อยู่ด้วยแล้วสบายตาสบายใจ เขาจึงไม่ลังเลที่จะมีหล่อนเป็นบ้านอีกหลัง ซึ่งหล่อนก็อยู่ในที่ของหล่อนมาด้วยดี จนกระทั่งมีวิรัลยา...

วารุณเริ่มเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเองเพื่อลูก ร้อนถึงเขาที่ต้องใช้เวลาตัดสินใจเรื่องนี้อยู่นานพอสมควร เพราะตอนนั้นจิรัญญาก็เพิ่งคลอดญาตาวีเช่นกัน ถึงเขาจะเบื่อหน่ายในตัวจิรัญญา แต่เขาก็จำต้องให้เกียรติเธอในฐานะเมียหลวง อีกอย่าง เขาเริ่มรู้สึกว่าวารุณเรียกร้องจนมากเกินไป ไม่เพียงอยากเปิดเผยตัวและอยากอยู่บ้านหลังใหญ่ของเขา แต่วารุณต้องการให้เขาหย่าจากจิรัญญาด้วย ช่วงเวลาคาราคาซังนี่เอง จิรัญญาก็ตั้งท้องญานีน อันทำให้วารุณโกรธและน้อยใจเขามาก หล่อนเคยจะหอบลูกหนีเพราะรู้ว่าเขารักวิรัลยาลูกของหล่อนมาก ส่วนญาตาวี เขาไม่ค่อยได้อุ้มชูเลี้ยงดู เพราะเจิมจันทร์แม่ยายของเขาไม่ให้เขาแตะ สายใยผูกพันระหว่างเขากับวิรัลยาจึงมีมากกว่าลูกสาวของจิรัญญา

ในที่สุด ด้วยความกลัวจะไม่ได้อยู่เลี้ยงดูวิรัลยา กอปรกับเจิมจันทร์ก็ไล่เขาออกจากบ้านเช้าเย็น เขาก็ตัดสินใจหย่าจากจิรัญญา โดยที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้กอดญานีน...ลูกสาวคนเล็กของเขาด้วยซ้ำ แล้วมาสร้างบ้านหลังใหม่อยู่กับวารุณและวิรัลยา ซึ่งก็คือคฤหาสน์ที่เขาอยู่ตอนนี้นั่นเองเนื่องจากไม่อยากให้สองแม่ลูกต้องมาวุ่นวายกับคนในบ้านหลังใหญ่ของเขา

ถึงกระนั้น วารุณก็ไม่ได้ใจร้ายนัก หล่อนยอมให้เขาพาญาตาวีกับ ญานีนมาเล่นกับวิรัลยาที่คฤหาสน์ พยายามที่จะให้ลูกสาวทั้งสามคนของเขาสนิทสนมกัน เรื่องนี้วารุณเป็นคนแนะนำเขาเอง ซึ่งเขาก็เห็นด้วยและซึ้งใจอย่างมากที่วารุณมีน้ำใจต่อลูกสาวทั้งสองของจิรัญญามากขนาดนี้

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาวาดฝันไว้ว่า ลูกสาวทั้งสามคนของเขาจะรักใคร่กลมเกลียวกัน เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน...กลับตรงกันข้าม

ลูกๆ ของเขาไม่ถูกกันเลย โดยเฉพาะวิรัลยากับญานีน!

‘พ่อมีนังยิหวาทีหลังหนึ่ง แม่บอกว่ามันทำให้พ่อไม่ยอมแต่งงานกับแม่ หนึ่งเกลียดมัน’

เขาได้แต่นิ่งอึ้ง พยายามเตือนวารุณหลายครั้งไม่ให้ใส่ความคิดนี้ให้ลูก แต่ไร้ผล วิรัลยายังคงจงเกลียดจงชังญานีน หาเรื่องกลั่นแกล้ง ญานีนก็เอาแต่ร้องไห้ จนเขารำคาญใจในความไม่สู้คนของลูกสาวคนเล็ก หนักเข้าเขาก็ขี้เกียจสนใจ

มาวันนี้ วิญญูจำต้องยอมรับด้วยความละอายแก่ใจว่า เขาคือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ถ้าเขาจริงจังและเข้มงวดกับวิรัลยาไม่ให้แกล้งหาเรื่องญานีนและญาตาวี วิรัลยาก็คงไม่ลำพองใจคิดว่าตัวเองจะทำอะไรกับญานีนก็ได้แบบที่เป็นอยู่ตอนนี้!

‘หนึ่งอยากได้หุ้นของยายยาหยีและยิหวาทั้งหมด แม่คิดว่าพอจะมีโอกาสไหมคะ’

วันหนึ่งเขาบังเอิญได้ยินวิรัลยาคุยกับวารุณ วันนั้นเขาไม่สบายเลยนอนพักอยู่บ้าน

‘ทำไมจะไม่ได้ล่ะลูก ไปขอคุณพ่อ เดี๋ยวท่านก็หาทางบีบให้ ทีนี้ รวมกับหุ้นของแม่ หุ้นที่ตาเดี่ยวจะให้หลังจากแต่งงาน ขอจากพ่ออีกนิดหน่อย ลูกก็มีหุ้นพอๆ กับพ่อ เผลอๆ จะมากกว่า ทีนี้ล่ะ ตำแหน่งผู้บริหารจะไปไหนเสีย’

‘ค่ะ ทีนี้แหละ หนึ่งก็จะบริหารสถานีในแบบที่หนึ่งต้องการ ไม่เอาจับฉ่ายแบบที่พ่อทำหรอก ยังไงก็สู้ช่องดังๆ เขาไม่ได้’

เขาตัวแข็งนิ่งขึง นี่...ลูกที่เขารักมากที่สุดคิดอย่างนี้จริงๆ หรือ?

‘แม่ก็เห็นด้วยกับลูก พ่อของลูกดีทุกอย่าง แต่บางทีก็หัวดื้อตามประสาคนเคยประสบความสำเร็จมาก่อน แม่ว่าคงถึงเวลาต้องผลัดเปลี่ยนผู้บริหารแล้วล่ะ’

เขาเดินออกจากตรงนั้นไปเงียบๆ จมอยู่กับความผิดหวังเสียใจในตัววารุณและวิรัลยาอยู่พักใหญ่ และคิดหาทางออกสำหรับเรื่องนี้

แน่นอนเขาบุ่มบ่ามไม่ได้ ไม่อย่างนั้นไม่เพียงเขาที่เดือดร้อน แต่ยังมีญานีนด้วยอีกคน ลูกสาวที่แม้เขาไม่ได้รักมาก แต่ก็ไม่เคยทำอะไรให้เขาเสียใจหนักขนาดนี้ เขาควรจะปกป้องลูกสาวคนเล็กของเขาบ้าง

เหตุนี้เขาถึงบังคับให้ญานีนแต่งงานกับอัคนี

ทั้งเพื่อให้อัคนีปกป้องญานีน ทั้งเพื่อดัดหลังวิรัลยากับวารุณ!


***********

ความหลังเริ่มเผยมากขึ้นๆแล้วววววว
วันนี้แชะเล่มมาลีเริงไฟมาฝากด้วยค่ะ >///< คู่กับรักรออุ้มเลย สองสาว




ใครสนใจสั่งซื้อรายละเอียดอยู่หน้านิยายแล้วนะคะ จุ๊บๆ


หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

6 ความคิดเห็น