มาลีเริงไฟ: รังสี (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)

ตอนที่ 23 : บทที่ 11 -50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 691
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    6 ก.ค. 62


ทักทายกันยามเช้าวันหยุดค่ะนักอ่านทุกท่าน ^O^
กำลังมันส์ อุๆ ญานีนกับวิรัลยาประจันหน้ากันแล้ว ต้องตายกันไปข้าง!

>>โปรฯ หน้าฝน ซื้อ 2 เล่ม ลด 15% หมดเขต 7 กรกฎาคมนี้แล้วนะคะ<<
อย่าลืมใช้โปรฯ กันน้าาาา inbox สั่งซื้อที่เพจ ‘ปลายปากกาสำนักพิมพ์’








วิรัลยาเลี่ยงออกมาอีกทางมุมหนึ่งของงานซึ่งปลอดคน จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อโทร.หามารดา แต่ปรากฏว่า...

“เอ๊ะ ทำไมปิดเครื่อง แล้ววันนี้ก็ไม่มาด้วย แม่เป็นอะไรหรือเปล่า” วิรัลยาเริ่มใจคอไม่ดี

“จริงสิ นังยิหวามันคงไม่ปล่อยแม่ไว้แน่ๆ!”

คิดได้เช่นนั้น หญิงสาวก็กดโทร.ออกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เบอร์ของมารดา รออยู่นานกว่าปลายสายจะกดรับ อันทำให้หล่อนต้องกรอกเสียงหงุดหงิดลงไป “ทำอะไรอยู่ ไม่รู้เลยเหรอว่ามีเรื่องแล้วน่ะ...คุณรีบมาที่นี่ด่วนเลย แล้วจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร”

วางสายแล้ว วิรัลยาก็หันหลังจะกลับเข้าไปในงาน

แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบว่าขณะนี้เจิมจันทร์ยืนอยู่ตรงหน้า และมองมาที่หล่อนด้วยแววตาดุกระด้าง

“คุณยาย มางานด้วยเหรอคะ”

หล่อนสวมบทญานีนผู้อ่อนน้อมอีกครั้ง

“ทำไมไม่บอกล่ะคะ ยิหวาจะได้ให้คนไปรับ”

“ทำไมจะต้องให้ใครไปรับฉันด้วย รถบ้านฉันก็มี แกนี่คิดอะไรโง่ๆ ได้บ่อยๆ ดีนะ” อีกฝ่ายตำหนิ และวิรัลยาก็ลอบยิ้มพอใจกับคำด่านั่น เพราะแสดงว่าหล่อนสวมบทบาทเป็นญานีนได้เนียน ที่สำคัญ หญิงชราคงไม่รู้เรื่องระหว่างหล่อนกับญานีน

“ยิหวาก็แค่อยากดูแลคุณยายน่ะค่ะ จะว่าไปยิหวาก็เหลือคุณยายเป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียว พ่อเขาคงลืมแล้วว่ามียิหวาเป็นลูก”

“ก็ดีที่ยังจำได้ว่าฉันเป็นยายแก...เอ้า นี่ จี้ ฉันให้พระปลุกเสกให้แล้ว สวมติดตัวเอาไว้จะได้ไม่เกิดเรื่องร้ายๆ อีก” ยายเจิมจันทร์ว่าพลางยื่นกล่องเล็กๆ มาตรงหน้าหล่อน

“เอ๊ะ คุณยายไปได้มาจากไหนคะ ยิหวานึกว่ามันหายไปเสียอีก”

วิรัลยาโกหก ความจริงแล้วหล่อนเป็นคนเอามันไปหมกไว้ในห้อง นอนเอง นอกจากอัคนี ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ หล่อนจะไม่ใช้ของอื่นใดร่วมกับ ญานีนเด็ดขาด!

“ก็ผัวแกน่ะสิ เป็นคนเอามาให้ฉัน เขาน่ะทั้งรักทั้งห่วงแกยิ่งกว่าอะไร พอรู้ว่าฉันอยากปัดรังควานให้แก ก็โทร.มาคุยด้วย ฉันก็เลยให้เขาหาจี้ให้เจอจะได้เอามาปลุกเสก”

“อ๋อ พี่เดี่ยวนี่เอง...”

“ย่ะ เจอแล้วก็ใส่ไว้ด้วยล่ะ แล้วอย่าทำหายอีก”

“ค่ะ คุณยาย ขอบคุณนะคะ” จากนั้นวิรัลยาก็จัดการสวมจี้เส้นดังกล่าวเพื่อความสบายใจของอีกฝ่าย

“เข้ากับชุดแกได้พอดีเลย ฉันไปละ”

วิรัลยารอจนเจิมจันทร์เดินหายเข้าไปในงานแล้ว ถึงค่อยตามเข้าไป ความจริงจะไปพร้อมหญิงชราก็ได้ แต่หล่อนเบื่อที่ต้องรู้สึกอึดอัดเวลาอยู่ใกล้ แถมยังชวนให้รู้สึกขนลุกอีกต่างหาก ไม่ใช่เพราะหล่อนกลัวว่าเจิมจันทร์จะจับได้ว่าแท้ที่จริงแล้วหล่อนเป็นใครอย่างเดียวหรอก แต่แต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่หล่อนไม่ถูกชะตา ไม่อยากเข้าใกล้ฝ่ายนั้นเนื่องด้วยนางมีรังสีบางอย่างที่ชวนพรั่นพรึง

หากยังไม่ทันที่วิรัลยาจะได้กลับเข้าไปในงาน ก็ถูกขัดจังหวะอีกครั้ง เมื่อไอศูรย์ก้าวมาดักหน้า

“คุณไอศูรย์” วิรัลยาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความรู้สึกยินดีที่ได้พบเขา

ไอศูรย์เป็นผู้ช่วยที่เก่งและรู้ใจหล่อนมากที่สุด ในเรื่องส่วนตัวเขาก็คอยให้คำปรึกษาและมีคำสอนเชิงปรามเวลาหล่อนเข้าหาอัคนีซึ่งแต่งงานกับญานีนแล้ว ถึงหล่อนจะไม่เคยรับฟังคำของเขา แต่ก็รับรู้มาตลอดว่าเขาหวังดีกับหล่อนอย่างจริงใจ

“ตัวจริงกลับมาแล้ว พวกตัวปลอมทำทีว่าตัวเองเก่งคงต้องถอยไป” น้ำเสียงของเขาฟังดูสะใจยิ่งนัก

วิรัลยาในนามญานีนส่งยิ้มเยาะไปให้เขา “ดูคุณมั่นใจเหลือเกินนะ ไม่คิดบ้างเหรอว่ายายนั่นนอนเป็นผักมาครึ่งปี สมองก็คงฝ่อเป็นผักต้มไปแล้ว”

“ขนาดนั้นเชียว” คราวนี้เป็นเขาที่ยิ้มเยาะหล่อนบ้าง

“แต่ผมค่อนข้างมั่นใจนะว่าเธอไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอน เธอยังเป็นคุณหนึ่งที่เก่งและฉลาดของผมเหมือนเดิม”

วิรัลยาขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด

“คุณพูดเหมือนกับได้เจอยายนั่นมาก่อนหน้านี้แล้วงั้นแหละ”

เขายิ้มอ่อน และนั่นก็ทำให้วิรัลยาตาโต

“นี่อย่าบอกนะว่าคุณสอนงานให้ยายนั่นน่ะ”

“สอน? ทำไมผมต้องสอนงานคนที่เก่งอยู่แล้วอย่างคุณหนึ่งด้วยล่ะ” เขาย้อนถาม

“ก็...อย่างที่บอกไงว่านอนนานสมองคงฝ่อ” วิรัลยาแถข้างๆ คูๆ ขณะในใจนั้นมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มว่าญานีนต้องอาศัยหน้าของหล่อนเรียนรู้งานจากไอศูรย์ ไม่อย่างนั้นเจ้าหล่อนไม่กลับมาแบบมั่นใจอย่างนี้หรอก นั่นหมายความว่าญานีนไม่ใช่เพิ่งฟื้นอย่างแน่นอน

หญิงสาวกำมือแน่น นอกจากเกลียดและแค้นญานีนแล้ว หล่อนยังโกรธบิดาด้วยที่ไม่เคยปริปากบอกหล่อนเรื่องที่ญานีนฟื้นแล้วสักคำ ไหนจะเรื่องมารดาอีกที่ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่บิดาก็ไม่เคยบอก แถมยังมีคนช่วยทำให้นังนั่นหน้าเหมือนหล่อนอีกต่างหาก!

เมื่อเห็นสาวตรงหน้ากำมือแน่น ไอศูรย์ก็หัวเราะเบาๆ ในลำคอ

“บางทีการที่เธอได้นอนพักเต็มอิ่ม อาจยิ่งทำให้เธอฉลาดขึ้นก็ได้นะครับ”

“หึ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะฉลาดสักแค่ไหน” พูดจบ วิรัลยาก็รีบผละออกมา ป่านนี้นังนั่นอาจเจออัคนีแล้ว และหาโอกาสใกล้ชิดเขาโดยอาศัยความเป็น ‘คนรักเก่าที่ป่วยมานาน’


******************

 

ญานีนถอยห่างจากอัคนีเล็กน้อยเพื่อมองหน้าผู้ชายแสนเลือดเย็นให้ชัด ก่อนจะพบว่าใจตัวเองหวั่นไหวไปกับความยินดีที่เขาส่งมาให้

หล่อนรีบบอกตัวเองให้เข้มแข็งเข้าไว้ นั่นก็แค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น ผู้ชายคนนี้ทำให้หล่อนต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ครึ่งปี ผู้ชายคนนี้เป็นคนบอกหมอในวันเกิดอุบัติเหตุว่า วิรัลยาเป็นหล่อน!

‘ฉันรู้จากเจ้ามิ้งค์ว่า วันที่เกิดอุบัติเหตุ แกกับนังหนึ่งหน้าเละทั้งคู่ หุ่น ผิว ผมก็ดันเหมือนกัน ผัวแกไปถึงโรงพยาบาลคนแรก เจ้าหน้าที่มันไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หมอเขาต้องรีบรักษาด่วนเลยให้ผัวแกเป็นคนเข้าไปชี้ตัวยืนยันว่าคนไหนเป็นแก คนไหนเป็นนังหนึ่ง’

ยายบอกหล่อนอย่างนั้นตอนก่อนเริ่มพิธีกรรมแปลงใบหน้าหล่อนให้เป็นวิรัลยา

‘พอแยกแกกับนังหนึ่งได้ ก็คงมีคนเล่นของเข้ามาช่วยด้วยตอนศัลยกรรม หน้านังหนึ่งถึงได้เหมือนแกจนแยกไม่ออก ตอนนั้นทุกอย่างเข้าทางมันไปหมด ฉันเองก็ไม่ทันเฉลียวใจว่าพวกมันจะกล้าทำอะไรแบบนี้ เลยไม่ได้สนใจแกนัก...พวกมันร่วมมือกันหลายคน’

หล่อนเชื่อคำพูดยาย...!

ถึงหล่อนกับวิรัลยาจะคล้ายกันมาก แต่อัคนีเป็นสามีหล่อนนะ เขาต้องแยกออกสิว่าคนไหนคือหล่อน แม้ว่าวันนั้นวิรัลยาสวมชุดที่เขาซื้อให้หล่อน แล้วก็ใส่แหวนแต่งงานแทนหล่อนก็ตาม แต่เขาจะจำชุดอยู่บ้านของหล่อนไม่ได้เชียวหรือ อีกทั้งตอนเขากลับบ้าน ชุดของวิรัลยาที่ถอดทิ้งไว้ในห้องนอนก็น่าจะทำให้เขาเอะใจบ้างสิ!

“หนึ่ง หนึ่งจริงๆ ด้วย หนึ่งรู้สึกตัวแล้วเหรอ” เสียงอัคนีดึงญานีนหลุดจากภวังค์

“ถามเหมือนไม่อยากให้ฟื้นนะคะ” หญิงสาวหัวเราะเสียงขื่นๆ

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ พี่จะอยากเห็นหนึ่งป่วยทำไม...แล้วนี่ร่างกายแข็งแรงดีแล้วใช่ไหม” เขาถามพลางกวาดตามองหล่อนทั่วตัวอย่างพิจารณา

“ดีแล้วละค่ะ และจะไม่มีวันอ่อนแออีก”

“ดีจ้ะ พี่ดีใจด้วยจริงๆ...แล้วนี่คุณแม่ไม่มาด้วยเหรอ พี่ยังไม่เห็นท่านเลย”

ญานีนเหลือบมองไปทางผู้เป็นพ่อแวบหนึ่ง

“คุณแม่ไปต่างประเทศน่ะค่ะ บ่นเหนื่อยๆ เลยอยากไปหาที่สงบๆ พักผ่อน คุณพ่อกับหนึ่งห่วงงานก็เลยไม่ได้ตามไป”

อัคนีแค่พยักหน้ารับรู้ แต่ยังไม่วายขมวดคิ้วคล้ายสงสัยอะไรบาง อย่าง

“คุณวิญญคะ ใกล้ถึงเวลาเปิดงานแล้วค่ะ” ณัฐยาเข้ามาแจ้ง

ญานีนส่งยิ้มไปให้ณัฐยาด้วยความดีใจ ทว่ารายนั้นส่งยิ้มกลับพอเป็นพิธี

“สวัสดีค่ะคุณหนึ่ง ดีใจที่ได้พบคุณวันนี้นะคะ...ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวขึ้นเวทีพร้อมคุณพ่อกับคุณยิหวาเลยนะคะ”

ญานีนผงกศีรษะน้อยๆ ด้วยท่าทีไว้ตัว ซึ่งเป็นท่าทีที่วิรัลยาชอบทำกับณัฐยาเสมอ

“คุณพ่อจะให้ยายยิหวาขึ้นไปขายขี้หน้าบนเวทีด้วยเหรอคะเนี่ย” หล่อนทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ

“ดิฉันแน่ใจว่า คุณยิหวาจะไม่ทำขายหน้าแน่นอนค่ะ” ณัฐยาเอ่ยขึ้นอีกด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ

“แสดงว่ายังไงพ่อก็จะให้ยายนั่น เอ่อ ให้ยิหวาขึ้นเวทีด้วยใช่ไหมคะ” ญานีนถามเสียงจิกกับวิญญู

“ขึ้นสิ ก็เขาเป็นลูกพ่อเหมือนกันนี่นา น่า หนึ่ง อย่ามีปัญหาเลยลูก ให้วันนี้เป็นวันดีๆ เถอะนะ” วิญญูส่งสายตาปรามอยู่ในที

ญานีนยักไหล่ “ก็แล้วแต่พ่อค่ะ วันเกิดของพ่อนี่นา...”

“เอ...แล้วคุณยิหวาหายไปไหนคะเนี่ย” ณัฐยาชะแง้หา

“เดี๋ยวผมไปตามให้ครับ” อัคนีอาสา แต่ยังไม่ทันขยับตัว ภรรยาของเขาก็เดินตรงมาเสียก่อนแล้ว โดยมีไอศูรย์เดินล้วงกระเป๋าตามมาช้าๆ

เมื่อมาถึง วิรัลยาก็เข้าไปกอดแขนอัคนีหมับ ก่อนส่งยิ้มของผู้ชนะให้ญานีน ญานีนทำเพียงส่งยิ้มเยือกเย็นกลับไปเท่านั้น จากนั้นจึงกอดแขนบิดาเดินขึ้นเวทีไป



*********************

โหลด eBook คลิก มีวางจำหน่ายฉบับเต็มแล้วจ้า






ใครสนใจสั่งซื้อหนังสือ 
inbox สั่งซื้อที่ facebook เพจ ‘ปลายปากกาสำนักพิมพ์’ นะคะ
หรือร้านออนไลน์ รายชื่ออยู่หน้าหลักนิยาย และมีวางขายที่ ‘ศูนย์หนังสือจุฬาฯ’


หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

6 ความคิดเห็น