มาลีเริงไฟ: รังสี (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)

ตอนที่ 22 : บทที่ 10 -100% + แจ้งข่าวแจกนิยาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    3 ก.ค. 62

อะแฮ่มๆ ก่อนต่อนิยายวันนี้มาแจ้งก่อน ฮี่ๆ
ตอนนี้ที่เพจปลายปากกาสำนักพิมพ์มีกิจกรรมเล่มเกมแจก มาลีเริงไฟ นะคะ 
ฉลองที่สนพ.ครบรอบ 1 ปีค่ะ^^ ตามไปร่วมสนุกกันเยอะๆ น้าาาา 








“แหม...พี่เดี่ยวคะ ก็วันนี้วันเกิดพ่อนี่คะ ยิหวาก็อยากทำให้ท่านสบายใจและมีความสุขมากที่สุด”

“จ้ะ” อัคนีพยักหน้ายิ้มๆ ระหว่างนั้นก็สังเกตเห็นว่ามีผู้ชายหลายคนมองมาที่ภรรยาของเขา ถึงแม้จะเป็นสายตาชื่นชมชื่นชอบและไม่มีการแทะโลมหรือไม่ให้เกียรติแต่อย่างใด แต่เขาก็ไม่ชอบอยู่ดี

มือไวเท่าความคิด เขาถอดสูทตัวเองคลุมร่างให้หล่อนทันที

“พี่เดี่ยว อะไรกันคะ”

“ใส่ไว้หน่อยจ้ะ...”

วิรัลยาทำหน้าเซ็งปนขำ แต่ก็ไม่ดื้อดึงเพราะรู้ว่าเขาเป็นห่วงจริงๆ และเขาก็หัวโบราณนิดๆ มาแต่ไหนแต่ไร คอยปรามหล่อนสมัยก่อนโน้นอยู่บ่อยๆ บางครั้งหล่อนรำคาญ แต่ก็รู้สึกว่าเขาเป็นแบบนี้ก็น่ารักดี

“หนูยิหวาจ๊ะ”

มีเสียงทักดังมาจากทางด้านหลังใกล้เข้ามา วิรัลยาเลยหันไปมองก็พบหญิงวัยกลางคนร่างเล็กคนหนึ่ง ในชุดแต่งกายสวยสมวัย

“คุณป้าเดือน สวัสดีค่ะ” วิรัลยายกมือไหว้นอบน้อม เดือนฉายเป็นภรรยาของหนึ่งในที่ปรึกษาของช่อง

“หนูเป็นยังไงบ้าง หายดีแล้วใช่ไหมจ๊ะ”

“ดีขึ้นมากจนเกือบสมบูรณ์แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“ป้าขอโทษนะจ๊ะที่ไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเลย ป้าก็ยุ่งๆ อยู่หลายเรื่อง...ได้เจอหนูวันนี้ก็ดีแล้ว ลืมเรื่องที่รับปากป้าเอาไว้หรือยังจ๊ะ”

วิรัลยาชะงัก เรื่องอะไรอีกล่ะเนี่ย?

อัคนีผู้ที่เชื่อว่าภรรยาของตนความจำเสื่อมบางช่วงรีบเอ่ยขึ้น “ใช่เรื่องที่จะให้ยิหวาเล่นละครการกุศลหรือเปล่าครับ คุณป้า”

“ใช่จ้ะ หาทุนสนับสนุนโครงการมะเร็งเต้านมน่ะ โครงการมีปัญหานิดหน่อยช่วงที่หนูไม่สบาย แต่ตอนนี้รันได้เหมือนเดิมแล้ว นี่แสดงว่าบทนี้เกิดมาเพื่อหนูเลยนะ พอหนูหายป่วยทุกอย่างก็กลับมาราบรื่น แบบนี้ไม่เล่นไม่ได้แล้วนะจ๊ะ”

“ด้วยความยินดีค่ะคุณป้า” วิรัลยารับคำ ถึงจะไม่ชอบเรื่องพวกนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

“ถ้างั้นป้าขอนะคะคุณเดี่ยว ถ้าจะมีน้องช่วงนี้ก็เบรกไว้ก่อนนะคะ ให้คุณแม่ได้เป็นนางเอกของยายก่อน” นางจัดการเรียกตัวเองเป็นยายเสร็จสรรพ

“แต่พูดไปก็อยากเห็นหลานเร็วๆ เหมือนกันนะ จะต้องหน้าตาน่ารักมากแน่ๆ เลย เพราะพ่อก็หล่อ แม่ก็สวยน่ารักขนาดนี้”

จ้างให้ ก็ไม่มีค่ะคุณป้า วิรัลยาตอบโต้ในใจ

‘ใครคนนั้น’ เปลี่ยนหน้าตาภายนอกของหล่อนได้เท่านั้น แต่โครงสร้างที่แท้จริงยังอยู่ ดีเอ็นเอก็ยังเป็นของหล่อน!

ระหว่างนั้นก็มีเสียงฮือฮาดังมาจากทางด้านหน้างาน เรียกความสนใจจากทั้งสามหันไปมอง รวมทั้งแขกคนอื่นๆ ด้วย

“สงสัยคุณพ่อกับ...คุณน้าวารุณจะมาแล้วค่ะ ถ้างั้นหนูขอตัวไปหาพวกท่านก่อนนะคะคุณป้า” วิรัลยาเป็นคนเอ่ย เดือนฉายพยักหน้า สองสามีภรรยาจึงเดินตามกันไป เดินได้ไม่กี่ก้าว ก็มีคนเรียกอัคนีเอาไว้

“คุณเดี่ยวคะ พี่ขอการตัดสินใจหน่อยค่ะ”

ณัฐยานั่นเอง เจ้าตัวอยู่ในชุดสวยแต่หน้ามันแผล็บ อันทำให้อัคนีรู้แล้วว่าคนเป็นแม่งานวันนี้ก็คือหล่อนนี่เอง

“ครับ? มีอะไรหรือครับ”

“เชิญที่หลังเวทีหน่อยค่ะ ในฐานะที่คุณเป็นผู้ชายและเป็นลูกชายของท่าน ช่วยพี่ตัดสินใจหน่อย...พี่ขอตัวคุณเดี่ยวสักครู่นะคะคุณยิหวา”

“ได้ค่ะ...เสร็จแล้วรีบตามมานะคะพี่เดี่ยว” รอจนสามีเดินตามณัฐยาไปแล้วนั่นแหละ วิรัลยาจึงหมุนตัวเดินจากมา

เมื่อมาถึงด้านหน้างาน วิรัลยาก็พบว่ายังมีคนรุมล้อมบิดากับมารดาเอาไว้ ทำให้หล่อนมองเห็นท่านไม่ถนัด ยิ่งเห็นว่าแสงแฟลชรัวกว่าตอนถ่ายหล่อนกับอัคนี หล่อนก็ยิ่งอยากเห็นว่าวันนี้มารดาแต่งตัวแบบไหน ทำไมถึงกลายเป็นจุดสนใจได้ขนาดนี้

“แค่นี้ก่อนนะครับ พวกเราขอเข้างานก่อน”

ครู่ต่อมาบิดาของหล่อนก็เอ่ยกับนักข่าว แล้วพามารดาหล่อนเดินเข้ามาข้างใน ซึ่งคนอื่นๆ ก็ยินดีแหวกทางให้ เว้นแต่หล่อนเองที่ยืนเด่นเป็นสง่าเพื่อรอรับ และเพื่อแสดงละครนิดๆ หน่อยๆ

บิดาของหล่อนสมาร์ทและสง่าอยู่ในชุดสูทราคาแพง มีดอกไม้สีเขียวเสียบที่กระเป๋าเสื้อ ส่วนมารดา...เอ๊ะ!!!!

วิรัลยาตัวเย็นเฉียบ เลือดหยุดไหลเวียนชั่วขณะ เมื่อเห็นผู้หญิงที่เดินข้างๆ บิดาชัดเจนเต็มสองตา

นั่น...ผู้หญิง...ที่มีหน้าตาพิมพ์เดียวกับหล่อน

หรือว่า...?

ไม่ เป็นไปไม่ได้ จะเป็นมันได้ยังไง ก็มันนอนแบ็บอยู่ในห้อง ที่สำคัญมันจะทำหน้าเหมือนหล่อนได้อย่างไร!!!

เมื่อมองไปทางบิดา หล่อนก็เห็นสีหน้าที่เรียบเฉยเป็นปกติ นาทีนั้น วิรัลยาพบว่าตัวเองอาจถูกหักหลังเข้าให้แล้ว!

ทางด้านญานีน เมื่อวาดสายตาไปเห็นวิรัลยา หล่อนก็ส่งยิ้มท้าทายไปให้ทันที ขณะเดินด้วยมาดนางพญาไปหาฝ่ายนั้น

วันนี้หล่อนอยู่ในชุดราตรียาวสีเขียวทะเล ทำจากผ้าชีฟอง แขนกุด คว้านคอลึก ด้านหลังก็คว้านลงไปจนเกือบถึงเอว โชว์เอวกิ่วและนวลผิวเนียนผ่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้คนได้ นอกเหนือไปจากการที่ ‘วิรัลยา’ ฟื้นจากการเป็นเจ้าหญิงนิทรา

ในที่สุด ญานีนก็มายืนเผชิญหน้ากับศัตรูหมายเลขหนึ่งของหล่อน ที่ตอนนี้กำลังหน้าซีด มองหล่อนอย่างไม่อยากเชื่ออยู่

“นี่เธอ...”

“เซอร์ไพรส์...” ญานีนเอ่ยเสียงดัง ใบหน้ายิ้มแย้ม พลางกางแขนออก “เป็นไง ฉันสวยไหม ยิหวา”

วิรัลยารวบรวมสติได้ในเวลาอันรวดเร็ว หล่อนยืดกายขึ้นตรง สีหน้ากลับมาเป็นปกติ เป็น ‘ญานีน’ ที่สวย อ่อนหวาน ท่าทางใจเย็น

“หนึ่ง นี่เธอจริงๆ ด้วย นี่เธอรู้สึกตัวเมื่อไหร่จ๊ะ โอ๊ย ดีใจจังเลย” แล้วหล่อนก็โน้มตัวลงมากอด แล้วเอ่ยเสียงลอดไรฟัน “ที่แท้ก็แกสินะที่ส่งข้อความหาฉัน” จากนั้นก็ทำท่าจะผละออก แต่ญานีนก็รีบกอดเอาไว้บ้างและกระซิบกลับ

“ดีใจด้วยที่ฉลาดแล้วนะจ๊ะ” พูดจบหล่อนก็ผลักอีกฝ่ายออกเบาๆ

“ถ่ายรูปคู่หน่อยนะคะ ใกล้กันอีกนิดนะคะ” นักข่าวขอร้อง ทั้งสองไม่ปฏิเสธ ขยับตัวเข้าหากันและโอบเอวกัน พร้อมส่งยิ้มให้กล้องที่อยู่รายรอบ

“อย่านึกนะว่าทำแบบนี้แล้วจะชนะฉันได้” วิรัลยาเค้นเสียงแบบไม่เปิดปาก

“เธอกำลังกลัวฉัน ถึงได้พูดคำนี้ออกมา” ญานีนตอกกลับก่อนหัวเราะด้วยท่าทีแสนเริงร่าส่งให้กล้องที่อยู่รายรอบตัว

“ฉันนะเหรอจะกลัวผู้หญิงไร้สมองแบบเธอ” พูดจบวิรัลยาก็หันไปยิ้มหวานให้กล้อง

“ดี เพราะถ้าเธอกลัว ฉันก็คงสู้กับเธอไม่สนุก...แล้วเจอกันนะ นังคนสารเลว!” จากนั้น ญานีนก็หันไปควงแขนบิดาเพื่อเดินเข้าไปยังด้านใน ขณะที่บรรดานักข่าวยังตามเก็บภาพแผ่นหลังของเธออย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครสนใจวิรัลยาอีก

วิรัลยากำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ ด้วยก่อนหน้านี้หล่อนมั่นใจว่าตัวเองเด่นที่สุดในงาน แต่นังนั่นก็ขโมยซีนเสียได้

ว่าแต่ตกลงมันฟื้นได้ยังไง แล้วใครช่วยมัน!?

ตั้งคำถามในใจแล้ว วิรัลยาก็เลี่ยงออกจากงานไปทางหนึ่ง


******************

 

เมื่อได้เข้ามาในงานแล้ว ญานีนก็อดไม่ได้ที่จะมองหา...อัคนี

ผู้ชายเลือดเย็นที่ทำให้หัวใจของหล่อนแหลกสลาย!

“ไปไหนของเขานะ” หล่อนเผลอพึมพำออกมาเพราะมองหาเขาเท่าไหร่ก็ไม่พบ

“แกมองหาอัคนีล่ะสิ” ผู้เป็นพ่อถามอย่างรู้ทัน

“ใช่ค่ะ หนูอยากเห็นศัตรูของหนูให้ครบทุกคน แล้วก็อยากให้ทุกคนได้เห็นหนูในวันนี้ด้วยว่าหนูไม่ใช่อีโง่คนเดิมอีกแล้ว เอ๊ะ นั่นพี่ณัฐ...” ตอนท้ายหล่อนเรียกชื่อผู้ช่วยของหล่อนด้วยความดีใจ ณัฐยาดีกับหล่อนอย่างจริงใจ ตั้งใจสอนงานให้หล่อนอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่ายหรือรำคาญ

“พี่ณัฐ...พี่ณัฐคะ”

แต่ช่วงจังหวะที่หล่อนเดินออกไปด้วยความลืมตัวว่าตัวเองกำลังเป็นใครนั่นเอง ใครอีกคนก็โผล่พรวดมาจากอีกทางหนึ่งพอดี ชนกับหล่อนเต็มแรง

ร่างของหล่อนเสียหลักทำท่าจะล้ม แต่ฝ่ายนั้นก็เอื้อมมือมาดึงแขนเอาไว้ ก่อนมืออุ่นอีกข้างจะเอื้อมมาโอบเอวของหล่อน คงเพื่อความแน่ใจว่าหล่อนจะไม่ล้มลงไปจริงๆ และความใกล้ชิดนั้นทำให้ญานีนได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นจมูก และตัวหล่อนก็แข็งทื่อ แต่หัวใจเต้นรัว



*********************

ใครเป็นคนช่วยดึงยิหวาไว้หนอ นายเดี่ยวมั้ยเอ่ย อิอิ ติดตามตอนต่อไป หรือจะโหลด eBook ฉบับเต็ม! คลิกได้เลยจ้า

ส่วนช่องทางสั่งซื้อหนังสือ ดังนี้
-ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
-ร้านออนไลน์ เช่น ร้านนิยายรัก และร้านbooktogothailand
-สั่งซื้อโดยตรงกับสนพ. โดย inbox หาแอดมินเพจ ‘ปลายปากกาสำนักพิมพ์’ หรือshopee ชื่อร้าน plaipakkabooks_officialshop (สั่งซื้อผ่าน shopee ส่งฟรีนะคะ)




***ตอนนี้ที่เพจสนพ.มีโปรโมชั่นรับหน้าฝน สั่งซื้อ 2 เล่มลด 15% จากราคาปก***


หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

6 ความคิดเห็น