มาลีเริงไฟ: รังสี (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)

ตอนที่ 18 : บทที่ 8 -100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    24 มิ.ย. 62



สองเดือนผ่านไป...

“คุณยิหวาคะ ผู้จัดทั้งสามคนมาถึงแล้วค่ะ”

ณัฐยาเข้ามารายงานพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ซึ่งเป็นประวัติการทำงานของผู้จัดทั้งสามคนนั้น

วิรัลยาพยักหน้ารับทราบ เช็กความพร้อมของตนเองเรียบร้อยแล้วจึงเดินนำณัฐยาออกจากห้องทำงาน หล่อนนัดผู้จัดมาคุยรายละเอียดงาน โดยหล่อนเลือกที่จะลงไปคุยด้วยตนเองเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ซึ่งญานีนคนก่อนไม่เคยทำ ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของณัฐยา

ระหว่างนั้น หญิงสาวยังอุตส่าห์เปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อเช็กอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กตัวเอง เนื่องจากเพิ่งลงภาพถ่ายตัวเองกับอัคนีตอนไปดินเนอร์ที่โรงแรมหรูมา หล่อนลงทุนสร้างล็อกอินในสื่อโซเชียลใหม่ทั้งหมด และประกาศว่าอันเก่าโดนแฮก เท่านี้หล่อนก็สามารถเป็นตัวเองได้แล้วภาย ใต้รูปภาพโปรไฟล์ที่เป็นใบหน้าญานีน

หญิงสาวไล่อ่านความเห็นในอินสตาแกรม ซึ่งก็ล้วนชื่นชมในความเหมาะสมระหว่างหล่อนกับอัคนี แต่แล้วก็สะดุดกับความเห็นหนึ่งเข้า

‘ของปลอม’

หล่อนชะงักตามประสาคนมีชนักติดหลัง แต่สักพักก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า คนแสดงความเห็นคงหมายถึงเรื่องที่หล่อนต้องทำศัลยกรรมใบหน้าบางส่วนเนื่องจากอุบัติเหตุ หล่อนเลยไม่สนใจความเห็นนั้นอีก และเลื่อนอ่านความเห็นอื่นต่อไปด้วยด้วยความปลาบปลื้ม เพราะล้วนแล้วแต่เป็นคำชมถูกใจหล่อนที่สุด!

“สวัสดีค่ะ” เมื่อถึงห้องประชุม หญิงสาวก็ยกมือไหว้ผู้จัดทั้งสามคนด้วยท่าทีนอบน้อมถ่อมตน

“ขอบคุณมากนะคะ ที่กรุณาให้เกียรติช่องเล็กๆ อย่างวายอีเอส”

“ต้องขอบคุณคุณยิหวามากกว่าที่เลือกพวกเรามาคุยด้วย” หนึ่งในสามซึ่งเป็นชายวัยกลางคนร่างท้วม ผิวขาวจัด ตาชั้นเดียวเอ่ยยิ้มๆ ท่าทางของเขากระชดกระช้อยตอนที่พูด

“ยิหวาติดตามผลงานทั้งสามท่านมานาน และคิดว่าสไตล์เราน่าจะไปกันได้น่ะค่ะ” วิรัลยายิ้มอีก

แล้วกระบวนการคุยงานกันก็เริ่มต้นขึ้น ซึ่งก็เป็นไปอย่างสบายๆ ไม่เป็นทางการ แถมตอนเที่ยง วิรัลยาก็สั่งอาหารมาเลี้ยงผู้จัดทั้งสามคน บรรยากาศจึงเป็นกันเองมากขึ้น โดยมีอัคนีลงมาร่วมวงด้วย แต่ชายหนุ่มอยู่คุยได้ครู่เดียวก็ต้องขอตัวไปทำงาน ปล่อยให้หล่อนได้โชว์ฝีมืออย่างเต็มที่

ตกบ่ายแก่ๆ การคุยงานก็สิ้นสุดลง

เมื่อส่งแขกแล้ว วิรัลยาก็เข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว ล้างไม้ล้างมือ เรียบร้อยหล่อนก็เข้าเช็กอินสตาแกรมกับเฟซบุ๊กอีกครั้งตามวิสัย

แต่แล้วก็เจอความเห็นว่า ‘ของปลอม’ เป็นรอบที่สอง! ปรากฏอยู่ในเฟซบุ๊กของหล่อน ทั้งบนไทม์ไลน์และกล่องข้อความ ด้วยบุคคลที่ใช้ชื่อเดียวกันว่า ‘Star dust

วิรัลยาทนไม่ได้ลองกดเข้าไปดู แต่กลับไม่พบประวัติใดๆ ไม่มีแม้แต่ประวัติการโพสต์ข้อความ

แบบนี้แสดงว่าสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อจงใจหาเรื่องหล่อนชัดๆ

วิรัลยาไม่รอช้ารีบส่งข้อความกลับไปหา แต่ก็เป็นอย่างที่คิด เพราะฝ่ายนั้นบล็อกหล่อน 

“ช่างเถอะ ก็แค่พวกขี้อิจฉา” หล่อนเลือกกดออกจากเฟซบุ๊ก ไม่ใส่ใจอีกตามเคย

หารู้ไม่ว่าหล่อนกำลังคิดผิด!


********************


ยังคงมีข้อความแปลกๆ ส่งถึงหญิงสาวในวันต่อๆ มา เป็นข้อความในทำนองเดียวกันว่า ปลอม/ขอให้เวรกรรมตามทัน/ยินดีต้อนรับสู่นรก/นรก! และอื่นๆ อีกเกินจะทนอ่าน

ที่สำคัญ คราวนี้มาในโทรศัพท์มือถือของหล่อน และไม่ใช่แค่หล่อนที่โดน อัคนีก็โดนด้วย!

สองสามีภรรยาไม่นิ่งนอนใจ จัดการแจ้งความในวันนั้นทันที ซึ่งตำรวจก็ดำเนินการให้อย่างรวดเร็ว อาจเพราะไม่อยากเสี่ยงกับคนที่มีสื่ออยู่ในมืออย่างพวกเขา

ในส่วนของไอพีจากเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นพบว่าเป็นร้านเกม ซึ่งอยู่คนละที่ และแต่ละที่ก็ห่างไกลกัน อีกทั้งร้านเกมทั้งหมดไม่มีกล้องวงจรปิด ส่วนเบอร์โทรศัพท์พบว่าเป็นเบอร์ที่จดบัญชีในชื่อผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพียงชายพิการนอนแบ็บกับเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อันหมายความว่ามีคนขโมยสำเนาบัตรประชาชนของเขาไปใช้นั่นเอง และญาติๆ ของเขาก็ยืนยันว่าไม่มีใครทำพฤติกรรมดังกล่าวแน่นอน แค่เรื่องปากท้องที่ต้องหาเลี้ยงก็เหนื่อยหนักพอแล้ว

“ทางคุณมีศัตรูที่ไหนหรือเปล่าครับ” นายตำรวจถามขึ้นหลังจากการติดตามหาคนร้ายคว้าน้ำเหลว

สองสามีภรรยาส่ายหน้าพร้อมกันด้วยความมั่นใจ

“ถ้าอย่างนั้นก็คงเป็นพวกโรคจิต ต้องการก่อกวน”

ได้ยินนายตำรวจเอ่ยเช่นนั้น ทั้งอัคนีทั้ง ‘ญานีน’ ได้แต่มองหน้ากัน แต่คนละความรู้สึก โดยเฉพาะรายหลัง หล่อนเชื่อว่าคนส่งไม่มีทางเป็นแค่พวกโรคจิตอย่างที่นายตำรวจว่า แต่น่าจะมีการวางแผนอย่างดีมากต่างหาก

“ใครกันที่ทำแบบนี้” วิรัลยาพึมพำขึ้นมา เมื่อออกจากสถานีตำรวจกลับมาขึ้นรถของอัคนีแล้วเรียบร้อย

“อย่ากังวลไปเลยจ้ะยิหวา อาจเป็นอย่างตำรวจว่าก็ได้” อัคนีปลอบภรรยาสาวพลางขับรถออกจากสถานีตำรวจเพื่อตรงกลับบ้าน

“เดี๋ยวพอทำอะไรเราไม่ได้ ก็คงเบื่อไปเอง”

“แต่ยิหวามีเซนส์ว่าไม่ใช่พวกโรคจิต”

“แล้วคิดว่าใครจ๊ะ”

“นึกออกก็บอกตำรวจไปแล้วสิคะ” หล่อนเผลอตวาดเขาเบาๆ

ครั้นเห็นเขาชะงักและมองหล่อนอย่างไม่แน่ใจ ก็รู้สึกตัวว่าชักแสดงความเป็นตัวเองมากไป จึงรีบเอนกายพิงไหล่กว้างของเขาและกอดแขนแข็งแรงนั้นเอาไว้

“ขอโทษนะคะ ยิหวาวิตกมากไปหน่อย เลยหงุดหงิดน่ะค่ะ”

อัคนีไม่ตอบอะไร เขาตบหลังมือภรรยาเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ

ตอนนั้นเองอัคนีคงไม่รู้ตัวหรอกว่า ทำให้ภรรยาตัวปลอมของเขา เกิดอาการเคืองขุ่นหนักกว่าเก่า ลอบส่งสายตามองเขาอย่างไม่พอใจ

ทำไมเขาไม่จุมพิตหน้าผากอย่างที่ชอบทำเวลาต้องการปลอบประโลมหล่อน จุมพิตที่ทำให้หล่อนอุ่นใจเสมอ

เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ วิรัลยาเลยเพิ่งสังเกตว่าชายหนุ่มข้างกายเปลี่ยน ไป...ระยะหลังมานี้เขาแทบไม่แตะต้องหล่อนเลย ท่าทีห่างเหินยังไงชอบกล

หรือว่าเขารู้ความจริงแล้ว?

ไม่หรอก วิรัลยาส่ายหน้าค้านกับความคิดในหัวตัวเอง

ไม่มีวันที่ใครหน้าไหนจะรู้ความลับนี้ได้ อัคนีอาจจะแค่เหนื่อยก็เลยดูเครียดๆ

ปลอบใจตัวเองเช่นนั้น วิรัลยาก็หวนกลับไปนึกถึงข้อความแปลกๆ อีกครั้ง สังหรณ์บางอย่างแล่นวูบวาบอยู่ในความคิดหล่อน


********************

 

วิรัลยาตัดสินใจกลับมาบ้านตัวเองในเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ สังหรณ์บางอย่างที่แล่นวูบวาบอยู่ในความคิดของหล่อนนั้น ทำให้ฉุกใจคิดขึ้นมาว่า ควรมาดูหน้าเจ้าหญิงนิทราเสียหน่อย

วิรัลยาไม่ลืมสวมแว่นตากันแดดสีดำขนาดใหญ่กับสวมหน้ากากอนามัยบดบังใบหน้าก่อนเข้าบ้าน ถึงแม้คนในบ้านจะไม่รู้ว่าเจ้าหญิงนิทราที่อยู่บนเตียงนั้นคือญานีน แต่พยาบาลก็เห็นว่าคนบนเตียงมีหน้าตาอย่างไร

“ดิฉันให้คุณเข้าไปไม่ได้จริงๆ ค่ะคุณญานีน”

ทันทีที่วิรัลยามาถึงหน้าห้อง พยาบาลสาวก็ออกมาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขัน

วิรัลยาแนะนำตัวแล้วว่าเป็นญานีน และจะขอเข้าไปเยี่ยมคนในห้อง แต่ดูท่าทางพูดยังไงพยาบาลก็คงไม่ยอมให้หล่อนเข้าเยี่ยมแน่ๆ วิรัลยา  เลยต่อสายหาวารุณ เนื่องจากบิดามารดาไม่อยู่บ้าน ออกไปทำธุระตั้งแต่ไก่โห่แล้ว

พยาบาลคุยกับคนในสายอยู่ครู่ก็ส่งโทรศัพท์มือถือคืนวิรัลยา ทั้งหน้าซีดเป็นไก่ต้ม

“ชะ...เชิญค่ะ” พยาบาลสาวจำต้องยอมถอย

แต่แทนที่จะถอยออกไปให้พ้นประตูห้อง เจ้าหล่อนกลับก้าวขาต่อไม่ออก ยังยืนขวางหน้าประตูอยู่นั่นเอง ลักษณะเหมือนไม่อยากให้เข้า

“เอ๊ะ หลบสิยะ” วิรัลยาเหลืออดดันพยาบาลสาวให้หลบไป

หากทว่าจังหวะนั้นเองที่แตะตัวพยาบาลสาว วิรัลยากลับชะงัก

หล่อนสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทาของอีกฝ่าย มิหนำซ้ำเห็นชัดว่ากำลังเหงื่อแตกพลั่ก แววตาที่มองหล่อนมีแต่ความหวาดหวั่นและกลัวอะไรบางอย่าง

“มีอะไรหรือเปล่า...”

ด้วยความที่รู้สึกสังหรณ์ใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถามโดยไม่รอคำตอบ หล่อนก็ตัดสินใจเปิดประตูพุ่งเข้าไปในห้องทันทีด้วยใจที่เต้นรัวแรง



*********************

นางจะเจออะไรมั้ยเนี่ยยยยยยย ติดตามตอนต่อไป แฮ่ หรือจะโหลด eBook ฉบับเต็ม! คลิกโลดจ้า

ส่วนช่องทางสั่งซื้อหนังสือ ดังนี้
-ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
-ร้านออนไลน์ เช่น ร้านนิยายรัก และร้านbooktogothailand
-สั่งซื้อโดยตรงกับสนพ. โดย inbox หาแอดมินเพจ ‘ปลายปากกาสำนักพิมพ์’ หรือshopee ชื่อร้าน plaipakkabooks_officialshop (สั่งซื้อผ่าน shopee ส่งฟรีนะคะ)




***ตอนนี้ที่เพจสนพ.มีโปรโมชั่นรับหน้าฝน สั่งซื้อ 2 เล่มลด 15% จากราคาปก***


หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

6 ความคิดเห็น