Let me go.[yaoi,BL]

ตอนที่ 1 : ปล่อยครั้งที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ก.ค. 62

ปล่อยครั้งที่ 1



"จับมันมา!!"


"ฆ่ามันเลยก็ได้!!"


เสียงฝีเท้านับสิบคู่ดังสะท้อนไปมาภายในซอกตึกแคบๆในเมืองใหญ่ รองเท้าหนังราคาดีของแต่ละคนเปื้อนไปด้วยคราบดินและน้ำจากฝนที่เพิ่งตกไปหมาดๆ


"เร็วๆสิวะ!!"


"ส่งคนไปดักหน้าด้วย!!"


"ไอโง่เอ๊ย!!"


เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้นทุกทิศทาง หนึ่งในกลุ่มชายที่วิ่งอยู่ออกปากตะโกนด่าพวกตนเองให้เร่งความเร็วขึ้น กระบอกปืนในมือแต่ละคนถูกจับในท่าพร้อมยิงเต็มที่ติดแค่ว่าไอคนที่กำลังวิ่งตามมันไม่ทิ้งจังหวะหรือโอกาสให้ยิงเลยนี่สิ หากยิงไปแล้วพลาดคงไม่แคล้ววุ่นวายจากการโดนตำรวจเข้ามาสอดอีกแถมยังไม่มีอะไรการันตีว่าพวกของอีกฝ่ายไม่ได้ดักรออยู่ที่นี่ บัดซบจริงๆ


ถึงจะทำงานวงการมืดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรย่อยของเขาจะกล้าท้าทายอำนาจจนไม่เห็นหัวตำรวจหรอกนะและหากเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาคงไม่ดีเท่าไรนัก..


"ถ้ามันรอดไปได้พวกมึงเตรียมตัวตายได้เลย!!"


แอ่งน้ำสาดกระเซ็นทุกครั้งที่โดนย่ำ ร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดสูทสีดำมอซอประคองตนเองให้ก้าวเท้าวิ่งออกไปตามแต่สังขารจะกรุณา ถึงตามตัวจะมีแผลอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มากพอให้เขาล้มลงมากที่สุดก็แค่กะเผลกไปบ้าง 


ชายหนุ่มจงใจขยับไปมาหลีกเลี่ยงการวิ่งทางตรงหรือวิ่งทางเดิมๆกันกลุ่มคนด้านหลังระดมกระสุนยิง อย่างว่าแหละ ถึงจะเป็นตรอกแคบๆแต่ก็ถือว่าเป็นชุมชนอยู่ดีหากยิงพลาดขึ้นมามันจะเป็นการเปิดโอกาสให้เขาหนีทันที


ดวงตาสีทึบเสมองไปด้านหลังเล็กน้อยพลันเห็นจากสิบคนเหลือเพียงสี่หรือห้าคนเท่านั้น ไม่ทันได้หันไปมองเต็มๆประสาทสัมผัสอันดีเยี่ยมจากการฝึกมานานก็เริ่มทำงาน 


พอรับรู้ได้ถึงกลุ่มก้อนคนที่วิ่งมาดักด้านหน้า สองขาก็หักเลี้ยวเข้าไปในตรอกคับแคบมากกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว เรียวปากพึมพำคำไม่สุภาพออกมาเป็นชุดๆขณะก้าวเดินไปด้วย


ทุลักทุเลไปบ้างแต่ก็ออกมาได้ มือหนาหยิบถังขยะและกองของเก่าแถวนั้นมาวางปิดไว้ตบท้ายด้วยไม้อัดแผ่นหนา ถึงจะหยุดไม่ได้แต่ก็คงพอต้านได้อยู่  เขาเห็นมือพวกมันบางส่วนพยายามดันออกจึงหยิบฝาถังขยะข้างๆปาใส่เพื่อความสะใจล้วนๆพอให้ได้ยินเสียงโหยหวน


ชายในชุดสูทออกแรงวิ่งต่อไป ทั้งตัวในตอนนี้มีเพียงแค่เศษเงิน โทรศัพท์และมีดพกเท่านั้น เพราะไม่คิดว่าจะโดนจับได้เขาจึงได้เผลอทิ้งปืนเอาไว้ที่บ้าน คิดแล้วเจ็บใจจริงๆแผนก็อุตส่าห์ลงแรงไปเกือบเดือนดันมาตกม้าได้เพราะโดนลวนลาม..


ทัพ หรือ กองทัพ รัตนากร เป็นชายหนุ่มวัย39ปี สูงเกือบ170กว่าๆร่างกายจัดได้ว่ากำยำสมส่วนไม่มากไม่น้อยจนเกินไปยิ่งอยู่ในชุดสูทพอดีตัวยิ่งทำให้เขาดูมีเสน่าห์แบบผู้ใหญ่ เส้นผมสีดำสนิทดวงตาสีดำปนน้ำตามเข้ม ทั้งๆที่อายุก็ปาไปหลักสามย่างหลักสี่แล้วแต่ใบหน้ายังคงปรากฎรอยตีนกาเพียงนิดดูเผินๆเหมือนคนอายุแค่30ต้นๆเท่านั้น 


ปากบางเฉียบอ้าออกพ่นลมหายใจออกมาหนักๆอายุก็ปูนนี้แล้วให้มาวิ่งติดๆกันก็ใช่ว่าจะไปรอดซะที่ไหน จะถึกจะทนยังไงเขาก็ต้องพักบ้าง ไม่ต้องไตร่ตรองอะไรอีกร่างสูงลดจังหวะการวิ่งลงกลายเป็นเดินเร็วแทน ข้างหน้าเขาปรากฎเป็นแสงสีของชุมชนเล็กๆคงจะเป็นตลาด ทัพจัดเสื้อผ้าให้ปกปิดบาดแผลและเช็ดเลือดในจุดที่ไร้สิ่งปิดบังออกก่อนจะเดินปะปนเข้าไปกับกลุ่มคน มีสายตาแสดงความสงสัยออกมามากแต่เขาไม่ได้สนใจ ทำเพียงรีบสาวเท้าออกจากบริเวณนั้น


ทัพยังคงเดินอยู่ขาข้างที่บาดเจ็บเริ่มชาจนไม่รู้สึกอะไรมือหนาหยิบโทรศัพท์ออกมาเลื่อนกดหาเบอร์ให้คนมาช่วย


'พี่อาวุธ'


ตาเรียวปรายมองชื่อด้วยอารมณ์อยากตายชั่วครู่ทำใจอยู่แปบนึงแล้วจรดปลายนิ้วกดลงไปยังปุ่มโทรออก ทัพยกโทรศัพท์ขึ้นเสมอหูรอให้อีกฝ่ายรับสาย


'ช่วยมาอยู่ใกล้ชิดกัน ซักชั่วโมงได้ไหม~'


'แค่ชั่วโมง เหงา เหงา~'


มึงแก่แล้วนะเฮ้ย!


เสียงเพลงยอดฮิตของวงเดอะ เจนเทิล อย่าง ชั่วโมงเหงาๆดังลอดมาให้ได้ยิน ทัพหรี่ตาลงกดฟันแน่นอดทนกับบทเพลงไม่สมอายุของเจ้าของเบอร์นี้ขณะเดียวกันก็อดทนกับแผลฉีดขาดที่ขาไปด้วย เลือดเริ่มไหลมากขึ้นเปรอะไปตามทางเพราะการขยับตัวหลบหนีติดกันโดยแทบไม่หยุด หากไม่วิ่งเขาก็เดินหากไม่เดินเขาก็กะเผลกไปเรื่อยๆ และตอนนี้มันก็ส่งผลต่อสังขารเข้าแล้ว..


'ช่วยลืมเขาไป~'


'วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ฉันจะเข้าใจ~'


"รับซักทีสิวะ!!"


[เอ่อ..รับแล้วจ๊ะ]


เสียงเพลงหายไปแล้วเป็นจังหวะเดียวกับกองทัพตะคอกใส่ด้วยความเดือดดาลพอดี ปลายสายเงียบไปไม่กี่วิก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ กองทัพระบายลมหายใจลดอารมณ์ร้อนของตัวเองลง เรียวปากเม้นแน่นเก็บความเจ็บเข้าไปลึกๆก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงติดสั่น


"ส่งคนมารับที"


[...]


"ได้ยินไหม?"


[ที่ไหน?]


[เกิดอะไรขึ้น?"


"แผนล้มเหลวนิดหน่อยส่วนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน วิ่งมาเรื่อยๆ"


เท่าที่จำได้คือเขาปฎิบัติภารกิจสอดแนมในรังศัตรูซึ่งมีฉากบังหน้าเป็นผับขึ้นชื่อของเมือง ชายหนุ่มใช้เวลาไปเกือบเดือนและลงทุนไปมากเพื่อการแทรกซึมครั้งที่ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีทัพได้ข้อมูลที่ต้องการมาเรียบร้อยแล้วตอนแรกก็กะว่าจะลบตัวตนแล้วกลับไปหาเจ้านายตัวเองเลย แต่บัดซบจังดันมาโดนศัตรูเจ้าของผับเรียกพบ ยังไม่ทันได้ถามที่มาที่ไปอะไรมันก็พลิกตัวเขาดันติดกับกำแพงแถมยังตีก้นเขาอีก 


แล้วอะไรเกิดขึ้นเหรอ?สติหลุดน่ะสิ! 


พอความโกรธครอบงำเขาก็คว้าโคมไฟใกล้มือฟาดมันจนเลือดกลบหน้าแล้วอัณเชิญเดอะแฟลชประทับร่างพุ่งหนีออกมาระหว่างทางก็โดนคนยิงปืนเฉียดเอวกับขามาด้วย


[ทำภารกิจแถวๆจุดไหน]


"ผับxy"


[อ่า...]


"นายไม่ได้อยู่ที่ฐานเหรอ"


ฐานในที่นี้หมายถึงบ้านของเขาและผู้เป็นนาย อย่าถามทำไมไปอยู่ด้วยกันได้ เพราะถ้าเล่ามันต้องย้อนไปนานมากๆนับตั้งแต่จำความได้เลย อธิบายง่ายๆได้ใจความคือทัพกับหัวหน้าเป็นเพื่อนสนิทกัน..


[ออกมาทำภารกิจ]


"งั้นส่งคนอื่นมาแทนก็ได้"


[ส่งไปแล้ว]


"ส่งใครม--เหี้ย!!"


ประโยคติดอยู่ที่ปลายลิ้นภายในเสี้ยววิมันก็เปลี่ยนเป็นการสบถด้วยความตกใจ แรงดึงจากด้านหลังทำให้เขาเผลอปล่อยโทรศัพท์ไป ได้ยินเสียงร้องปลายสายดังไม่ได้ศัพท์อยู่แว่วๆ 


[ทัพ!!]


ชาวบ้านบริเวณนั้นกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อชายชุดดำใช้ปืนเล็งมาที่เขา และเมื่อมีหนึ่งคนเห็นอีกหลายๆคนก็จะเห็นด้วยไม่ถึงเสี้ยววิคนรอบๆก็พากันวิ่งตามคนอื่นไป ทั้งๆที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนีอะไรอยู่สัญชาตญาณสั่งให้ทัพคว้ามือที่ดึงเขาอยู่จัดการพลิกตัวอีกฝ่ายจับทุ่มลงกับพื้น


"กัดไม่ปล่อยจริงๆ"


คราวนี้กองทัพไม่ได้วิ่งอีกต่อไปแล้ว ผู้คนรอบๆพากันวิ่งหนีให้วุ่นวายไปหมดเสียงกริ๊ดจากหนึ่งเป็นสองจากสองเป็นนับไม่ถ้วน เขาอาศัยจังหวะนี้ไหลลื่นไปกับฝูงคนใช้ผู้คนรอบๆพรางตัวและการเคลื่อนไหว ปลายเท้าเหยียบย่ำพื้นส่งแรงเพื่อพาร่างตนพุ่งไปจัดการทีละคนๆ..


กองทัพเทน้ำหนักลงไปที่เท้าซ้ายซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บ ร่างสูงย่อตัวลงต่ำใช้ประโยชน์จากร่างกายที่ใหญ่กว่ากระแทกชายชุดดำให้ล้มลงก่อนตามไปกระทืบหน้าท้องและใบหน้าอย่างแรงจนมันน็อคไป


"อุ่ก--"


"เฮ้ย!!"


"เกิดอะไรขึ้น!"


นับเป็นเรื่องโง่ที่โจมตีแล้วยังใช้ปืนในที่แจ้งท่ามกลางคนเป็นร้อย ป่านนี้คงมีคนแจ้งตำรวจไปแล้วอีกไม่นานเขาจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ พวกมันก็เหมือนกัน ทัพกล้าสาบานได้ว่าหากเป็นลูกน้องเขาจะยิงมันทิ้งให้สาสมกับโง่นี้ 


พอคนแรกล้มลงชายชุดดำคนอื่นๆก็ร้อนรนหลับหูหลับตาเล็งปืนไปยังจุดต่างๆที่ไม่ใช่เขา ซึ่งนั้นทำให้ชาวบ้านยิ่งแตกตื่นไปกันใหญ่กองทัพพาตัวเองกลมกลืนไปกับฝูงคนอีกครั้งแต่คราวนี้เขาเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเนื่องจากจำนวนคนที่ลดน้อยลง หนุ่มใหญ่คว้าแขนของชายชุดดำสองคนแล้วเหวี่ยงให้พวกมันชนกันอย่างแรงตบท้ายด้วยการประเคนหมัดที่ลิ้นปี่กับข้อเท้าไปคนละที ทัพทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆแต่เร็วขึ้นแข่งกับจำนวนคนที่หายไปเรื่อยๆจนสุดท้ายร่างของชายชุดดำอีกสองก็ล้มลงไป


ผู้คนรอบๆหายไปหมดแล้วเหลือเพียงหนุ่มใหญ่กับชายในชุดสูทสีดำอีกสี่คนเท่านั้น ปืนถูกเล็งมาที่เขาชายทั้งสี่ขยับตัวมารอบล่อมเขาไว้ดูเป็นงานเป็นการมากกว่าไอห้าคนก่อนหน้า มองปราดเดียวก็เดาได้ว่ามีประสบการณ์


"จะยอมไปดีๆไห--"


"..."


ไม่รอให้พูดจบกองทัพล้วงมีดพกออกมาสะบัดมันอย่างรวดเร็วปรากฎให้เห็นใบมีดสีเงิน ร่างใหญ่พุ่งไปหาชายตรงหน้าและทันทีที่เขาขยับกระสุนปืนจากทั้งสามกระบอกก็ถูกใช้งาน ทัพเอี้ยวตัวหลบแต่ไม่พ้นเฉียดไปตรงต้นแขนซ้ายเลือดสีสดเปรอะไปตามชุดสูทแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ หวดขาซ้ายไปเต็มแรงบริเวณไตแล้วใช้มือขวาคว้าเข้าที่ลำคอของชายชุดดำออกแรงดึงกระชากเข้าหาตัวหมุนให้มันมาอยู่ด้านหน้าเขา มืออีกข้างก็ทำการแย่งปืนออกมาถือไว้แล้วจ่อขมับคนที่ไม่ทันตั้งตัวในอ้อมแขน


"ถอยไป"


ปฎิกริยาที่ได้รับกลับมาทำให้กองทัพแปลกใจอยู่น้อยๆ มืออาชีพจริงๆนั่นแหละ ไม่มีท่าทีตื่นกลัวหรือกังวลใดๆเลยอย่างมากก็แค่ขมวดคิ้วน้อยๆ เสียดายไม่น่าโง่ทำงานกับพวกเปิดการโจมตีเมื่อกี้เลย


"คิดว่าใช้มันเป็นตัวประกันแล้วจะรอดเหรอ"อีกฝ่ายถาม ปืนในมือยังคงเล็งมาที่เขา


"ก็ไม่คิด"


"งั้นยอมไปกับเราดีๆซะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว"


"ไม่ต้องเจ็บตัว?เหอะ แล้วแผลนี่คืออะไร"เขาแค่นหัวเราะกับสิ่งที่มันพูด ใครเชื่อก็ควายแล้ว!จะบอกว่าวิ่งไล่มานานสองนานนี่คือไม่กะเอาตายเหรอ


เหมือนพวกมันจะไม่ได้สนใจที่เขาพูดไปอีกทั้งตัวประกันก็นิ่งเสียจนนึกว่าเป็นรูปปั้นไปแล้ว ทัพเหงื่อตกในหัวพยายามหาวิธีหนีออกไปให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ถึงมีปืนแต่เขาบาดเจ็บถึงเก่งต่อสู่ขนาดไหนก็สู้ความเร็วปืนไม่ได้ จิ๊ น่าหงุดหงิดจริงๆ


"ยอมไปดีๆ"


"ดีๆของพวกคุณหัวผมคงมีตะกั่วฝังอยู่แล้วล่ะ"


"อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้นกัน"


"หน้าตาก็ดูฉลาดนะทำไมคำถามควายจัง?"


"..."


หนุ่มใหญ่ยักคิ้วแล้วส่งสายตาประมาณว่า ว้ายต้ายแล้ววว ทัพไม่ได้ตั้งใจนะเมื่อกี้มีคนยึดร่างทัพไป อีกฝ่ายคิ้วกระตุกอย่างเห็นได้ชัด กองทัพระบายยิ้มกวนตีนอีกฝ่ายอย่างนึกสนุก แหม่ ไอนิสัยขอกวนไว้ก่อนเป็นตายค่อยว่ากันนี่แก้ไม่หายจริงๆ


"เอ้าๆโดนแค่นี้เป็นใบ้ไปแล้วเหรอ?"


เป็นใบ้ง่ายแบบนี้กวนไม่หนุกนะ ยิ้มเย้ยไปทีก่อนจะหุบลงฉับพลันเมื่อเสียงหวอดังขึ้นยิ่งมีเสียงแดงน้ำเงินพรึบพรับไปมาอีกยิ้มไม่ออกใหญ่


ไอฉิบหาย!พ่อมา!


ทัพรวมสติแล้วฟาดกระบอบปืนใส่ท้ายทอยตัวประกันยกตีนถับมันออกไปไกลๆตัว มือหนายกปืนขึ้นเล็งอาศัยเวลาที่พวกมันตกใจกับเสียงตำรวจอยู่ยิงไปที่ขาแต่ละคนพวกมันล้มลงแต่ก็ยังพยายามหยิบปืนมายิงเขา หนุ่มใหญ่ก้าวถอยหลังยาวๆมือก็ยืงปืนสะกัดไปเรื่อยๆจนหมดแม็ก


เสียงตำรวจเริ่มใหล้เข้ามาเรื่อยๆกองทัพโยนกระบอกปืนเปล่าใส่หน้าคนที่ใกล้ที่สุดมันเซไปมาสุดท้ายก็หัวฟาดกับแผงขายน้ำพริกกะปิข้างๆก่อนที่หนุ่มใหญ่จะทำการอัณเชิญเดอะแฟลชลงมาประทับร่างอีกครั้ง


ตึก ตึก ตึก


เสียงจัวหวะการวิ่งดังคลอหปกับเสียงไซเรนตอนนี้เหมือนจะไม่ได้มีแค่ตำรวจเท่านั้นแต่ยังมีรถพยาบาลอีกด้วย ร่างกายเขากำลังประท้วงแล้วว่าไม่ไหวขาข้างที่บาดเจ็บก็ฉีกขาดมากกว่าเดิมอีกจะโทรหาคนมาช่วยโทรศัพท์ก็โดนชาวบ้านเหยียบเละไปแล้ว เฮ้อ ชีวิตกองทัพช่างน่าเศร้า


"เจ็บฉิบ.."


ทัพทิ้งตัวลงไปกองอยู่ข้างกองขยะไม่สนใจกลิ่นเหม็นเน่าข้างๆตัว เขาเหนื่อยเกิดว่าจะสนใจอะไรแล้ว ตาเรียวปรือลงคล้ายคนง่วงนอน และใช่เขาง่วงจริงๆทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่มีการเตรียมตัวหรืออะไรเลย มาถึงก็หนีเอาๆอย่างเดียวเลทอดก็เสียมาตลอดระหว่างทางแอบหวั่นลึกๆว่าถ้ารอดไปได้นะเป็นโลหิตจางไหมนะ..


"งื้อ..เมื่อไรคนที่ส่งจะมาวะ"


มือหนายกขึ้นลูบหน้าตัวเอง ทั้งตบทั้งถึงเพื่อำม่ให้หนังตาปิด จะหลับไม่ได้!เดี๋ยวโดนปล้ำ-เอ๊ย ฆ่า! แต่บัดซบจังอีกแล้วไม่ว่าจะทำร้ายตัวเองยังไงร่างกายเขาก็ต้องการการพักผ่อนและคาเฟฮีนอยู่ดี..


"อยากกลับไปนอ--"


"ทำไมชอบหาเรื่องใส่ตัว"


ยังไม่ทันบ่นจบเสียงทุ้มนิ่งก็เอ่ยตัดประโยคแล้ว กองทัพดวงตาเบิกกว้างมือสั่นน้อยๆเช่นเดียวกับหัวใจซึ่งเต้นระรัวจนน่ากลัว เหงื่อเม็ดใหญ่พร้อมใจกันไหลไปตามกรอบหน้ากับแผ่นหลังจนชื้นไปหมดดวงตาสีทึบช้อนมองร่างที่ยืนคร่อมหัวอยู่..


ชัดเลย..


เชี่ย!เมื่อกี้พ่อมาคราวนี้ผัวมา!


"นายน้อย.."






----------------------

ตอนแรกเปิดมาด้วยฉากวิ่งก่อนเลย เรื่องนี้เป็นอารมณ์ชั่วบูวนะคะ มาๆหายๆT-Tฝากด้วยค่ะ//โค้ง


#ปล่อยผมไปเถอะ





0 ความคิดเห็น