คัดลอกลิงก์เเล้ว

ละอองผีเสื้อ | Beomtae

โดย murasakiwz

ถ้าเกิดผีเสื้อตัวนั้นเป็นข้า ข้าก็ขอยอมช้ำตายในมือเจ้าเสียดีกว่าแทฮยอน #ละอองผีเสื้อ

ยอดวิวรวม

72

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


72

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


4
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 มิ.ย. 62 / 22:12 น.
นิยาย ͧ | Beomtae ละอองผีเสื้อ | Beomtae | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

*Warning*

นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีจิตใจอ่อนไหวเพราะอาจจะมีการสูญเสียเกิดขึ้นได้

โปรดทำใจก่อนอ่านนะคะ




Intro :เจ้าไม่รู้หรอกเหรอ ว่าผีเสื้อนั้นมันช่างอ่อนแอ

:ผมไม่รู้เลยครับ

:เพียงเจ้าแค่จับปีกของมัน อาจจะทำให้มันช้ำตายได้เลยนะ


:ผมขอโทษ ผมไม่รู้จริงๆ

:แต่ข้าว่าไม่เป็นไรหรอก ถ้าเกิดผีเสื้อตัวนั้นเป็นข้า ข้าก็ขอยอมช้ำตายในมือเจ้าเสียดีกว่าแทฮยอน


#ละอองผีเสื้อ #ทีเร้กวีคลี่

@murasakiwz


 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 มิ.ย. 62 / 22:12



ละอองผีเสื้อ | BEOMTAE

 

*Warning*

นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีจิตใจอ่อนไหวเพราะอาจจะมีการสูญเสียเกิดขึ้นได้

โปรดทำใจก่อนอ่านนะคะ

....................................................

 

แทฮยอน ลูกตื่นรึยังครับ

เสียงของแม่ขานหาลูกชายเมื่อถึงเวลา 6 นาฬิกา เด็กชายหน้าตาจิ้มลิ้มเดินออกจากห้องในท่าทีที่งัวเงีย แทฮยอนจำได้ว่าวันนี้เป็นวันที่พ่อกับแม่ของเขาบอกว่าจะพาไปเที่ยวต่างจังหวัด เขาเลยไม่แปลกใจว่าทำไมวันนี้เขาต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ

 

ตื่นแล้ว ฮ้าว.... ครับแม่

 

หญิงผู้เป็นแม่อดขำไม่ได้กับท่าทางของลูกชายที่ยังไม่ทันพูดจบก็ดันหาวเสียก่อน ไม่ว่าจะโตแค่ไหนแทฮยอนก็ยังเป็นเด็กน้อยในสายาของแม่อยู่ดี

 

ไปอาบน้ำก่อนสิ จะได้รีบมากินข้าวแม่ทำไว้แล้ว

 

ครับแม่

.

วันนี้เป็นวันแรกของการปิดเทอมใหญ่ เด็กม.ปลายอย่างแทฮยอนรู้สึกดีใจมากเป็นพิเศษที่นานๆทีทางบ้านเขาจะพาออกไปเที่ยวจ่างจังหวัด วันนี้เขาจะเสริมหล่อเป็นพิเศษโดยการใช้น้ำหอมที่แม่เขาซื้อมาฝาก ฉีดตามร่างกายและไม่ลืมที่จะพกไปด้วย

 

ถึงแม้ว่าพ่อจะของเขาจะหล่ออยู่แล้วก็ตาม แต่วันนี้แทฮยอนจะขอหล่อที่สุดในบ้าน

 

แทนลูกฉีดน้ำหอมเหรอ หล่อใหญ่เลยนะเรา

 

มันฉุนไปเหรอครับแม่ อีกครั้งที่ลูกชายของเขาทำตาโตราวกับว่าตัวเองนั้นทำผิดพลาดครั้งใหญ่พร้อมกับก้มไปดมเสื้อตัวเองที่ฉีดแล้วทำหน้ามู่ทู่

 

ใครเห็นก็อดเอ็นดูไม่ได้ ใช่ไหมล่ะ

           

แม่ว่าหอมดี ไปขึ้นรถกันเถอะ พ่อหนุ่มรูปหล่อของแม่

 

อย่าแซวผมสิแม่ แล้วไม่ทานข้าวกันก่อนเหรอครับแทฮยอนถามไปพลางเพราะเขาเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาแล้ว

 

ไปทานบนรถก็ได้จ้ะ เราจะได้รีบออกบ้านกันไวหน่อยไง

 

โอเคครับแม่ งั้นผมหิ้วกระเป๋าขึ้นรถรอเลยนะ

 

แทฮยอนเดินไปที่หน้าบ้านแล้วช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถและเช็คสัมภาระทั้งหมด เมื่อเห็นว่าครบแล้วจึงขึ้นรถและเตรียมออกเดินทาง



          น่าแปลกใจนะที่หนุ่มวัยกำลังโตอย่างเขาออกเดินทางต่างจังหวัดครั้งแรกในรอบปี กลับได้รับรู้ถึงความสนุกและท้าทายที่รอเขาอยู่ แทฮยอนไม่ลืมที่จะหยิบหูฟังตัวโปรดออกมาจากกระเป๋าแล้วเสียบเข้ากับมือถือ พร้อมกับเปิดเข้าแอปพลิเคชันเพลงตัวโปรดและเข้าไปหน้าเพลย์ลิสต์ที่ตัวเองสร้างไว้

 

          ‘T’s Fav’ คือชื่อเพลย์ลิสต์ที่เขาสร้างไว้และชอบเล่นมันระหว่างที่เดินทางไปในที่ไกลๆ มีประมาณ 30 เพลงที่เขาคิดว่านานพอที่จะทำให้ไปถึงต่างจังหวัดได้

 

ระหว่างเดินทางใครๆก็อยากฟังแต่เพลงที่ชอบใช่ไหมล่ะ แน่นอนว่าแทฮยอนก็เป็นคนนึงเหมือนกัน หูฟังที่เขาซื้อมาใหม่มีคุณภาพดีมาก ทำให้ตัดเสียงรอบข้างได้เลย เสียงเพลงที่เน้นแต่บีทและเนื้อร้องทำให้แทฮยอนเคลิบเคลิ้มแล้วผล็อยหลับไป

 

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่แสงแดดแยงตาเขาพร้อมกับอาการหูอื้อตอนตื่นทำให้เขารับรู้ว่าตอนนี้รถกำลังขับอยู่บนเขา ระยะทางไกลแสนไกล ไกลเกินกว่าที่เขาจะคาดเดาได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน มองออกไปนอกกระจกรถก็เห็นแต่ป่ากับป่า เสาไฟฟ้าไม่มีสักต้นแต่เพลงของแทฮยอนก็ยังคงดำเนินต่อไป

 

มาไกลกว่าที่คิดนะ 30 เพลงเหมือนจะไม่พอจริงๆ

 

ตื่นแล้วเหรอลูก ใกล้ถึงแล้วนะ แต่หลับก่อนก็ได้เดี๋ยวแทนเมารถ

 

ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับแม่

 

จังหวัดตากแล้วจ้ะ กำลังขึ้นเขาพะวอ

 

“…” สีหน้าแทฮยอนเริ่มพะอืดพะอม และรีบถอดหูฟังตัวเองออก เขาช่างเป็นเด็กที่ไม่ชินกับอะไรแบบนี้เสียจริง วันๆเขาขึ้นแต่ห้าง เขาไม่เคยขึ้นเขาสักครั้งเลยในชีวิต

 

แทฮยอนขอบอกตรงนี้เลยว่าเขาอยากอาเจียนมาก

 

พ่อว่าเห็นป้ายว่าข้างหน้าจะมีตลาดมูเซอ พักไปเดินเล่นกันดีมั้ยเจ้าแทน

 

แทฮยอนทำได้แต่พยักหน้าไปพลางๆและหลับตาลง เขามึนหัวมากจนไม่อยากสัมผัส ไม่อยากเห็นสิ่งรอบข้างใดๆทั้งสิ้น

 

ไม่น่าพยักหน้าเมื่อกี้เลย เหมือนจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิมอีก

 

หายใจเข้าลึกๆแทฮยอน นายจะไม่เป็นอะไร...

 

หายใจเข้า...

 

หายใจออก...

 

เจ้ามาหาข้าแล้วเหรอ


เสียงใครกัน

 

แทฮยอนรีบลืมตาขึ้นมาแล้วก็พบว่าไม่มีใครในรถสนทนาอะไรเลย มีแต่เสียงวิทยุที่คนขับเปิดคลอเบาๆไว้แก้เหงาในยามขับรถเท่านั้น เขาคงอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นที่อาจจะแค่ฝันไปก็ได้

 

อ่า...อีกแล้ว แทฮยอนอยากจะอาเจียนอีกแล้ว

 

เขาจึงหยิบหูฟังของเขาแล้วมาสวมแล้วเปลี่ยนเป็นเพลย์ลิสต์ใหม่เพื่อที่จะมาฟัง เผื่ออาการเมารถของเขาจะได้หายไปสักที

 

เมื่อกี้แค่หายใจลึกๆยังไม่ได้ผล แทฮยอนคงต้องลองนับเลขกับเขาดูบ้างแล้วล่ะ

 

นับ 1...2...3...4...5...6...

 

ข้าดีใจนะที่เจ้ามา

 

เขารูสึกว่ามันเริ่มไม่ตลกแล้ว และหงุดหงิดกับการที่เหมือนกำลังโดนใครสักคนแกล้งเขาอยู่อย่างงั้นแหละ แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากถามแม่ไป แม่เขากลับทักมาก่อนว่า

 

ไหว้ศาลเจ้าพ่อพระวอก่อนสิลูก

 

แป้นๆๆ

 

คนขับรถบีบแตร 3 ครั้งเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่าเป็นการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เอาจริงๆเขาก็ไม่รู้หรอกว่าทำไปทำไม แต่มันก็ไม่ได้เสียหายใช่มั้ยล่ะ

 

          เดี๋ยวก่อนนะ...หรือว่าเสียงที่เขาได้ยินจะมาจากที่นี่วะ

 

          แทฮยอนไม่คิดเปล่าแต่กลับเอามือของเขายกขึ้นไหว้เหนือศีรษะ และขอให้การเดินทางครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ขอให้เพื่อนร่วมทางปลอดภัยและไม่มีอุบัติเหตุใดๆเกิดขึ้นเลย

 

ส่วนเรื่องเสียงเมื่อกี้...เขาไม่โกรธ

 

แทฮยอนจะถือว่าเขาไม่ได้ยินละกันนะ


...


การมาเที่ยวครั้งนี้แทฮยอนไม่รู้หรอกว่าต้องไปที่ไหนบ้าง แต่เขากลับถูกอกถูกใจบ้านพักของเขาที่พ่อแม่เขาได้แอบทำการซื้อทิ้งไว้เงียบๆ แล้วรอจังหวะที่เซอร์ไพรส์เขาตอนมาเที่ยวทีเดียว บ้านปูนกึ่งไม้ชั้นเดียวท่ามกลางหุบเขาที่ไม่ใกล้ไม่ไกลมีหมู่บ้านอยู่แถวนั้นด้วย

 

เมื่อย้ายสัมภาระเข้าไปในบ้านเสร็จแทฮยอนขอออกมาเกินเล่นนอกบ้านพร้อมกับกล้องฟิล์มคู่ใจที่เขาจะพกติดตัวมาด้วยเสมอ เสียงลมพัดแผ่วๆบวกกับอากาศบริสุทธิ์ทำให้อาการเวียนหัวที่ค้างคาจากการเมารถเมื่อกี้ผ่อนคลายมากขึ้น

 

แทฮยอนคนนี้ขอบอกเลยว่าประทับใจมากกับการมาเที่ยวครั้งนี้

 

โชคดีที่แม่ของเขาได้ซื้อจักรยานมาเก็บไว้ เขาเลยเลือกที่จะเดินไปเอาจักรยานมาขี่ออกไปคนเดียว เมื่อเช็คสภาพแล้วยางไม่มีรอยรั่ว แทฮยอนจึงขี่จักรยานมุ่งหน้าไปที่สวนดอกไม้ทันทีเพราะตอนขามาบ้านเขาเห็นป้ายที่ทางแยกว่ามีสวนดอกไม้ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่แถวๆชุมชนหลังบ้านเขาอยู่


บรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยแมลงหลากชนิด... ใช่แล้วแมลงหลากชนิดจริงๆ คงเพราะว่าแถวนี้เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ล่ะมั้ง จะว่าไปแทฮยอนขอจอดจักรยานแอบๆไว้ใต้ศาลานี้ละกันเพราะเห็นว่าเป็นที่ๆมีคนเอามาจอดอยู่เยอะเหมือนกัน

 

มีรถจอดอยู่เยอะ แล้วทำไมไม่เห็นมีคนเลยวะ

 

ช่างมันเถอะแทฮยอนบ่นออกมา พร้อมกับเดินเข้าไปในสวนดอกไม้แล้วเก็บภาพบรรยากาศรอบๆ ดอกไม้นานาชนิดต่างพลันแย่งกันชูดอกของตนเองเพื่อรับแสงอาทิตย์สุดท้ายก่อนที่ตะวันจะตกดินลับไป

 

ดีจังที่วันนี้ไม่ค่อยมีคน

 

...ไม่มีคนเลยดีกว่า

 

แทฮยอนถ่ายรูปไปทั่วจนหันไปเจอผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนดูดอกไม้เหมือนเขาเช่นกัน แปลกนะที่เขาคนนั้นจ้องดอกไม้ราวกับจะสงสารมันหรือไม่ก็รู้สึกอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ

 

ไม่รู้ว่าแทฮยอนจ้องนานไปไหมจึงทำให้ชายอีกคนที่เขากล่าวถึงหันมามองเขาพอดี เหมือนวูบนึงที่แทฮยอนจะเห็นแววตาของเขาทั้งสุขปนเศร้า จากนั้นชายคนดังกล่าวจึงมอบยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น อบอุ่นจนเหมือนเคยได้รับความรู้สึกแบบนี้มาก่อน

 

เคยเหรอ...

 

คงคิดมากไปแหละ

 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทแทฮยอนจึงยิ้มกลับและกล่าวทักทายก่อน

 

สวัสดีครับ คุณก็มาเที่ยวเหมือนกันเหรอครับ เขายิ้มอย่างจริงใจที่สุดไปให้ฝั่งตรงข้าม แต่กลับต้องหุบยิ้มในเวลาต่อมา

 

ป่าวหรอก ข้าเป็นเจ้าของที่นี่แทฮยอนไม่คยรู้สึกหน้าแตกขนาดนี้มาก่อน เลยได้แต่ยิ้มแห้งๆไปให้ชายคนดังกล่าว

 

อ่า ว่าแต่ที่นี่เสียค่าเข้ามั้ยครับ พอดีผมไม่รู้ผมเลยเข้ามาถ่ายรูปโดยไม่ได้ขออนุญา...

 

ไม่เป็นไรหรอก เจ้าอยากทำอะไรก็ได้ ข้าไม่ว่าเลย

 

ข้า... เจ้า... คนต่างจังหวัดเขาใช้ลักษณะนามกันแบบนี้เหรอ จะพยายามเข้าใจแล้วกันนะ

 

มากับข้าไหม ข้าจะพาเจ้าเดินชมสวนเอง

 

ไม่รู้ว่าแทฮยอนตอนนี้หน้าตายังไงเพราะว่าตอนนี้เขามีความสุขมากๆ ถึงกับทำให้ฝ่ายตรงข้ามหลุดยิ้มออกมา

 

ไปครับ

 

ชายผู้เป็นเจ้าของสวนดอกไม้พาเดินไปยังที่ต่างๆและแนะนำดอกไม้นานาชนิดให้เขาได้รู้จัก แถมยังเด็ดดอกบางชนิดมาให้เขาชิมด้วย เพราะเขาบอกว่ามันทานได้ ตอนแรกแทฮยอนไม่ยอมเชื่อ จนกระทั่งเจ้าของสวนดอกไม้เด็ดดอกไม้มาดูดเกสรต่อหน้าต่อตาเขาเนี่ยแหละ

 

แต่แทฮยอนขอบอกไว้ตรงนี้ว่าความหวานของเกสรคงหวานแต่ไม่เท่าหน้าตาอันหวานคมของคุณเจ้าของสวนได้แม้แต่นิดเดียว ลิ้นเลียรอบริมฝีปากราวกับว่าจะเก็บทุกความหวานราวกับจะไม่ให้ความหวานแม้แต่ไว้แม้แต่เพียงนิดเดียว

 

ครับ... แทฮยอนจะลองชิมดูก็ได้ครับ

 

หน้าของแทฮยอนยังเก้ๆกังๆว่าจะลองกินดูดีไหมจนเจ้าของสวนจึงบอกว่าที่นี่ปลูกโดยธรรมชาติ ไม่มีการใช้สารเคมี ดอกไหนที่ทานได้เขาก็จะให้ทาน เมื่อเขาตัดสินใจได้เขาจึงลองเอาดอกไม้เข้าปากและลองค่อยๆเคี้ยวดู

 

รสชาติของใบดอกมีความมันๆปนกับเกสรที่มีรสหวานเจือจางอยู่ด้วย แทฮยอนจึงผุดรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าและเริ่มตั้งคำถามต่างๆว่าดอกไหนทานได้หรือไม่ได้บ้าง แม้กระทั่งเป็นดอกที่เหมือนจะสวยที่สุดในสวนแต่บางครั้งเราก็ทานมันไม่ได้

 

วันนี้เป็นวันที่เขาใช้เวลากับสวนดอกไม้นานเป็นพิเศษ บรรยากาศไม่ทำให้เขารู้สึกเกร็งเลย แม้ว่าเขาจะเจอกับเจ้าของสวนเป็นครั้งแรกก็ตาม ราวกับว่าคุณเจ้าของสวนนั้นเหมือนกลายเป็นหนึ่งเดียวธรรมชาติอย่างนั้นแหละ

 

สีหน้าแทฮยอนที่ยิ้มออกมาเป็นที่พึงพอใจต่อเจ้าของสวนเป็นอย่างมาก เขาดีใจที่อย่างน้อยเขาก็ทำให้แทฮยอนยิ้มอีกครั้งได้

 

แม้ว่ามันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ตาม

 

ว่าแต่เราคุยกันมาตั้งนานแล้ว คุณเจ้าของสวนชื่อว่าอะไรครับ ส่วนผมชื่อแทฮยอน อายุ 16 ครับ

 

ข้าชื่อบอมกยู อายุเยอะกว่าเจ้านานโขเลยล่ะ

 

นานโขคืออะไรครับ

 

ช่างมันปะไร อย่าไปสนใจอายุข้าเลย เอาเป็นว่าข้าเป็นพี่ของเจ้าแล้วกันนะ

 

น่าแปลกนะครับที่บางครั้งผมรู้สึกว่าผมเหมือนคุ้นเคยกับพี่มาก่อน เราเคยเจอกันที่ไหนมั้ยครับ

แทฮยอนกล่าวออกมาอย่างเด็กที่ชอบขี้สงสัยและคำตอบต่อมาก็แทบจะทำให้เขาไปต่อไม่เป็นเลย

 

เคย แต่ข้าลบความจำเจ้าไป

 

พี่นี่ก็ ดูหนังเยอะเหมือนกันนะครับเนี่ย ตลกเชียว 5555

 

แล้วแบบนี้เจ้ายังคิดว่าข้าล้อเล่นอยู่หรือเปล่า

 

คราวนี้แทฮยอนหน้าเหวอเพราะว่าประโยคที่เขาได้ยินไม่ได้ออกมาจากปากของพี่บอมกยู เพราะพี่เขายังไม่ได้เปิดปากออกมาแม้แต่นิดเดียว สายตาของบอมกยูจ้องเข้ามาในตาของแทฮยอนราวกับว่ากำลังจะทำให้แทฮยอนต้องมนตร์สะกด เป็นสายตาที่ทรงพลังเสียจริงจนแทฮยอนไม่อาจหลบหลีกได้เลย

 

ดวงตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลทั้งสองข้าง ข้างหนึ่งพลันเปลี่ยนเป็นสีม่วง แสงระยิบระยับในดวงตาเปรียบเหมือนแสงของดวงดาวที่สุกสกาวในเวลาค่ำคืน มันช่างงดงาม งามจนไม่อยากให้ใครมาเห็นดวงตาคู่นี้เลย

 

พะ พี่บอมกยู พี่เป็นใครกันแน่

 

สีหน้าหวาดกลัวของคนเป็นน้องทำให้ใจของบอมกยูนั้นเจ็บปวด แต่มันก็ถูกแล้วล่ะที่คนธรรมดามาเจอคนอย่างเขาจะมีกิริยาแบบนี้ คนที่รอมาตลอดและเลือกที่จะเก็บความทรงจำไว้เพียงฝ่ายเดียวมักเจ็บปวดเสมอ

 

ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก เจ้ามองเข้ามาในตาข้าสิถ้าเจ้าอยากรู้ว่าเราเคยรู้จักกันได้อย่างไร

 

ไม่เอาๆ ผมจะกลับบ้าน พี่เป็นผีเหรอทำไมถึงต้องมาหลอกผมด้วย

 

แทฮยอนไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น ความคิดเดียวที่มีอยู่ในหัวตอนนี้คือเขาต้องกลับบ้านไปบอกพ่อแม่ให้ได้ เพราะการอยู่ที่นี่มันน่ากลัวเกินไปสำหรับเขา แทฮยอนรีบหันหลังใส่บอมกยูแล้วรีบเดินไปที่ทางออกของสวนให้เร็วที่สุด ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินแล้วเขาจะขี่จักรยานกลับบ้านลำบาก

 

ข้าเป็นผีมันก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่ข้าเป็นผีเสื้อ       

 

หะ...ผีเสื้อ

 

แทฮยอนรีบหันหน้ากลับมาอย่างไม่ทันคาดคิด แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผีเสื้อนับร้อยตัวบินอยู่ตรงหน้าเขา สีของปีกแต่ละตัวนั้นไม่เหมือนกันสักตัว แต่ที่แปลกไปคือบอมกยู

 

เขาหายไปไหน...

 

ทิวทัศน์ข้างหน้างดงามราวกับภาพวาด สวนดอกไม้ที่รายล้อมไปด้วยผีเสื้อนานาชนิด กำลังบินไปเกาะดอกไม้ชนิดต่างๆเพื่อที่จะดูดเกสรมากักเก็บไว้ในร่างกาย บรรยากาศข้างหลังสวนเป็นภูเขาที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่

 

ทันใดนั้นก็มีผีเสื้อตัวหนึ่งบินมาอยู่ข้างหน้าของแทฮยอน ปีกสีฟ้าสวยงามราวกับท้องทะเลที่สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืน เขาเผลอตัวยื่นมือไปแตะปีกของมันเพราะความสวยงามที่ไม่อาจละสายตาได้

 

ผมชื่อคังแทฮยอนคับ พี่ชื่ออะไร

ข้าชื่อชเวบอมกยู

 

ภาพและเสียงในวัยเด็กที่เคยถูกลบไปพลันแวบเข้ามาในหัว ทุกๆอย่างค่อยๆพรั่งพรูเขามา แทฮยอนเริ่มจะจำได้ทีละนิด บรรยากาศเก่าๆที่เคยหายไปก็เริ่มคุ้นชินขึ้นมา นี่เขาเคยเจอกันมาก่อนงั้นเหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลย

 

ผมเคยอยากเลี้ยงผีเสื้อด้วยแหละ

ถ้าเจ้าได้เลี้ยงแล้วก็ดูแลมันอย่างดีด้วยนะ

 

ใช่แล้วแทฮยอนชอบผีเสื้อมาก จนถึงตอนนี้ก็ชอบมากถึงมากที่สุด

 

ดอกนี้กินได้มั้ยคับ

ไม่ได้สิ ถ้าไม่มีข้าเจ้าอย่าเผลอไปกินดอกไม้มั่วซั่วเชียว

 

เขาเคยกินดอกไม้มาก่อน แต่เขาไม่คิดจะกินอีกเลยเพราะไม่มีพี่บอมกยูอยู่ด้วย เขาเสียใจที่เขาจำไม่ได้

 

พี่บอมกยูจะไปไหนเหรอ จะไม่อยู่กับผมแล้วเหรอคับ

ข้าอ่อนแอ ข้าอยู่ในร่างนี้นานแล้วเกรงว่าจะอยู่นานกว่านี้ไม่ได้

 

ใช่แล้ว ตอนนั้นเราบอกลากันเพราะว่าพี่บอมกยูไม่แข็งแรง

 

งั้นโตขึ้นผมจะเป็นหมอ ผมจะได้รักษาพี่

ข้าจะรอนะ

 

แทฮยอนรู้แล้วว่าทำไมเขาอยากเป็นหมอ เศษเสี้ยวความทรงจำได้กลับคืนมาแล้ว

 

ตาสีฟ้าๆม่วงๆของพี่สวย สวยจัง ผมอยากมีบ้าง

งั้นมองข้านานๆสิ นานเท่าที่เจ้าต้องการเลยเพราะข้าให้เจ้ามองเพียงคนเดียว

 

ดวงตานี้เป็นของเขามาตั้งนานแล้ว แทฮยอนไม่เคยรู้ตัวบ้างเลย

 

พี่คับ ไม่เอาได้มั้ย ไม่ลบมันได้มั้ย

ข้าขอโทษ ข้ามีเหตุผลที่ต้องลบมัน

 

ความทรงจำเป็นสิ่งสำคัญที่ใครๆก็อยากรักษามันไว้ แต่แทฮยอนกลับโดนลบความทรงจำออกไป

 

ถ้าลบแล้วพี่หายไป ผมไม่เอาๆๆ

แล้ววันหนึ่งข้าจะมาหาเจ้าอีก ข้าสัญญา

 

ไม่นะ พี่บอมกยู

 

 

พี่

 

 

พี่คับ...

 

 

พี่เป็นใครคับ?

 

ภาพทุกอย่างขาวโพลนเหลือแค่เพียงกลิ่นดอกไม้จางๆมาเตะที่ปลายจมูก

 

ตอนนั้นแทฮยอนรู้สึกแย่มากที่เขาดันจำคนที่สำคัญที่สุดไม่ได้ แต่เขาจะไม่เสียใจอีกแล้วเพราะตอนนี้เขาจำได้แล้ว ความรู้สึกที่ขาดหายไป ช่วงเวลาที่หายไป แทฮยอนจะเป็นคนมาเติมเต็มบอมกยูเอง

 

ร่างผีเสื้อสีฟ้าที่แทฮยอนพึ่งแตะเมื่อครู่ค่อยๆสลายไปแล้วเหลอเพียงร่างของชายหนุ่มรูปงามที่ทั้งตัวแต่งด้วยชุดสีขาว พระอาทิตย์ก็ตกดินไปแล้วแต่แทฮยอนไม่สนใจมันอีกแล้ว ในเมื่อคนที่อยู่ข้างหน้าเขาคือสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุด

 

พี่บอมกยู...

 

น้ำเสียงโทนที่บอมกยูคุ้นเคยได้กลับมาแล้ว บอมกยูดีใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่สามารถสรรหาคำไหนมาพรรณนาความรู้สึกนี้ได้เลย หัวใจของเขามันคงถูกเติมเต็มก็เป็นได้

 

ข้าขอกอดเจ้าทีได้ไหม น้องข้า...

 

ยังไม่ทันที่บอมกยูได้พูดจบแทฮยอนวิ่งโผเข้าไปกอดชายผู้เป็นพี่ที่เขาห่างหายมานาน บอมกยูกอดตอบคนที่เขาเฝ้าคอยมานาน เขาเลือกที่จะซุกหน้าของตัวเองลงในกลุ่มผมอันนุ่มนิ่มของแทฮยอน ความคิดถึงที่สั่งสมมานานได้ถูกปลดปล่อยในวันนี้

 

วันที่บอมกยูคิดถึงแทฮยอนสุดหัวใจ

 

คิดถึง

 

ข้าก็คิดถึงเจ้าเหลือเกิน

 

ผมก็คิดถึงพี่ พี่รอผมนานมั้ย ผมขอโทษที่ไม่มาหาให้พี่เร็วกว่านี้ ผมน่ะเสียใจมากเลยนะที่พี่ลบความจำผมทิ้งไป ผมยังไม่ได้ถามเลยว่าพี่ลบความจำผมทำไม

 

แทฮยอนรวบรวมคำพูดไม่ถูกเพราะความคิดของแทฮยอนตอนนี้มีพันหมื่นคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ

 

หยุดก่อนคำถามก่อนแทฮยอน พี่ขอตักเตือนเจ้าก่อน เจ้าไม่รู้หรอกเหรอว่าผีเสื้อนั้นมันช่างอ่อนแอ

 

ผมไม่รู้เลยครับ

 

เพียงเจ้าแค่จับปีกของมัน อาจจะทำให้มันช้ำตายได้เลยนะ

 

ผมขอโทษ ผมไม่รู้จริงๆ

 

แต่ข้าว่าไม่เป็นไรหรอก ถ้าเกิดผีเสื้อตัวนั้นเป็นข้า ข้าก็ขอยอมช้ำตายในมือเจ้าเสียดีกว่าแทฮยอน

 

แทฮยอนไม่อยากได้ยินคำว่าตายออกจากปากบอมกยูเลย

 

พี่บอมปากเสีย อย่าพูดแบบนี้อีกนะ

 

จริงๆแล้ว ถ้าเจ้ามาหาข้าช้ากว่านี้ เจ้าจะไม่เจอข้าแล้วนะ

 

ทำไมอะพี่

 

มันใกล้หมดเวลาของข้าแล้วน่ะ ข้าอยู่บนโลกนี้มานานแล้วและข้าก็หมดห่วงแล้วด้วย

 

แต่ผมพึ่งจะเจอพี่เองนะ รออยู่ด้วยกันก่อนได้มั้ย

 

เจ้าขอข้านานเท่าไหร่ ข้าก็รอให้เจ้าได้ เวลาทั้งชีวิตของข้ามีไว้เพื่อเจ้าอยู่แล้ว แต่กับเรื่องนี้ข้าฝืนมันไม่ไหวแล้วแทฮยอน ข้าฝืนชะตาฟ้าไม่ได้หรอกนะ

 

แทฮยอนรู้สึกใจโหวงแปลกๆ ราวกับคำว่ารอมันจะไม่เกิดขึ้นจริง น่าแปลกที่ความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนมันคลุมเครือ ต่างฝ่ายต่างไม่เคยบอกกันและกัน แต่เราทั้งคู่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าต่อจากนี้ไปความรู้สึกที่มีให้กันจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

 

หากเจ้ามัวกังวลกับเรื่องอนาคต เจ้ากำลังจะเสียเวลาของปัจจุบันไปนะ

 

ครับ

 

เจ้าหันมามองหน้าข้าสิแทฮยอน

 

บอมกยูเอื้อมมือไปจับคางของแทฮยอนให้หันหน้ามาทางเขา ตอนนี้ระยะห่างของหน้าทั้งสองคนอยู่แค่คืบเดียว และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่แทฮยอนตกหลุมรักดวงตาคู่นี้เป็นครั้งที่สอง ดวงตากาแลคซีที่มีแต่แทฮยอนคนเดียวที่เป็นคนเห็นมัน

 

เจ้าชอบข้าบ้างหรือไม่

 

ผมชอบพี่อาจจะดูแปลกไปหน่อยที่คนเจอกันแค่ไม่ถึงหนึ่งวันกลับบอกชอบกันแล้ว แต่แทฮยอนไม่แคร์ แทฮยอนชอบใครก็คือชอบคนนั้นมาเสมอ ความรู้สึกตั้งแต่ตอนเด็กที่มีให้บอมกยูยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

แต่ข้ารักเจ้า ข้ารักของข้ามานานแล้วและอีกครั้งที่แทฮยอนทำตัวไม่ถูก เขารับมือไม่ไหวกับสายตาแพรวพราวของผีเสื้อตัวนี้เลย มันทำให้ใจแทฮยอนใจสั่น สั่นจนคิดว่าถ้าใกล้กันขนาดนี้คนพี่คงได้ยินเข้าแน่ๆเลย

 

พี่ขี้โกง ผมบอกชอบพี่ แต่พี่บอกรักผม มันไม่เท่ากันนะรู้มั้ย

 

ข้าก็เป็นของข้าแบบนี้มาเสมอ เป็นข้าคนเดิมที่คอยเจ้ามาตลอด 10 ปี เป็นข้าคนเดิมที่อยู่ที่เดิมรอเจ้าไม่ไปไหนเพราะข้าไปจากที่นี่ไม่ได้ เป็นข้าคนเดิมที่เป็นของแทฮยอนมาตลอด ว่าแต่วันนี้...

 

“?”

 

ตัวเจ้าหอมเป็นพิเศษ ข้าชอบกลิ่นนี้รอยยิ้มสดใสที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าคนชมทำเอาให้คนถูกชมทำตัวไม่ถูก แทฮยอนแพ้ แพ้ทุกอย่างที่เป็นบอมกยูและอยากจะแพ้แบบนี้ตลอดไป จมูกของผีเสื้อมีความไวกว่ามนุษย์หลายเท่า จึงไม่แปลกถ้าแทฮยอนฉีดน้ำหอมมาทั้งวันจนกลิ่นเจือจางแค่ไหน บอมกยูก็ยังจะคงได้กลิ่นเสมอ

 

พอดีวันนี้ผมฉีดน้ำหอมมา

 

ข้าขออะไรเจ้าอย่างได้ไหม หลับตาให้ข้าที

 

พี่จะไม่หายไปใช่มั้ย

 

ยังไม่ใช่ตอนนี้เจ้าเชื่อใจข้าเถิดแทฮยอนได้ยินอย่างนั้นจึงหลับตาและรู้สึกเหมือนมีอะไรเย็นๆมานาบที่คอ แทฮยอนสงสัยจึงจะลืมตาขึ้นมาแต่ถูกคนพี่ห้ามปรามไว้ก่อน เขาจึงทำได้แค่นั่งหลับตาต่อไป

 

เจ้าลืมตาได้แล้ว ชอบของที่ข้าหรือไม่แทฮยอนลองจับๆที่ก็พบสร้อยเงินเส้นเล็กประดับไปด้วยจี้สีม่วงอมฟ้า สีคล้ายกับดวงตาของคนพี่เลย

 

ชอบมากเลยครับ

 

 จำได้ไหมที่เจ้าถามว่าข้าลบความจำเจ้าทำไม ข้ากลัวเจ้าใช้ชีวิตแบบคนปกติไม่ได้ ถ้าเจ้าเอาแต่มัวยึดติดกับข้า ข้าคงเสียใจน่าดู

 

ครั้งนี้พี่จะลบอีกมั้ย อย่าลบเลยนะครับ ผมขอ

 

ข้าไม่ทำอีกแล้วเพราะการเป็นคนรอมันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน

 

ผมอยากได้ยินพี่ร้องเพลงอีก กลอนของพี่บอมเพราะมากเลย ผมคิดถึงมันมากแทฮยอนเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อเห็นว่าคนพี่มีท่าทางที่เศร้าหมองลงกว่าเดิม

 

ไว้โอกาสสำคัญข้าจะขับกลอนให้เจ้าฟังนะแทฮยอน

 

ได้ครับ ผมจะรอนะ

 

เวลาดำเนินต่อไปเรื่อยๆทั้งคู่ต่างคุยเรื่องเก่าๆเพื่อบั่นทอนความคิดถึงที่มีให้กัน กว่าที่สองคนจะรู้ตัวอีกทีก็ดึกเสียแล้ว เขาถึงบอกว่าช่วงเวลาที่เรามีความสุขมักจะผ่านไปเร็ว

 

ข้าว่ามันถึงเวลาแล้วนะ

 

ได้เวลากลับบ้านแล้วเหรอ ผมยังไม่อยากกลับเลย

 

เปล่า เวลาที่ข้าต้องไปแล้ว

 

ประโยคเดียวสั้นๆง่ายๆที่ทำแทฮยอนแทบขาดใจ ณ ตรงนั้น ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่แทฮยอนเงียบไปแล้วมีแค่น้ำตาที่เป็นบทสนทนาเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงดำเนินอยู่

 

เจ็บมากๆเลยนะ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาเลยจริงๆ

 

ไม่มีเสียงโวยวาย ไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้น

 

มีเพียงแค่เราสองคนที่ยังคงมองหน้ากันเพียงลำพัง

 

อย่าว่าแต่แทฮยอนเลย ใจของบอมกยูตอนนี้ก็แทบสลายแล้ว น้ำตาของผีเสื้อที่แทฮยอนไม่เคยเห็นมาก่อน เขากลับมาได้เห็นวันนี้เป็นวันแรก และดูเหมือนว่าจะเป็นวันสุดท้ายสำหรับเขาด้วย

 

พี่ผมไม่รู้ผมจะพูดอะไรแล้ว แต่ผมมีอะไรอยากจะพูดกับพี่เยอะแยะเลยนะ ถ้าพี่อยากฟังพี่อยู่ต่อกับผมก่อน...

 

ไม่ต้องพูด ข้าได้ยินเจ้าหมดทุกอย่างแล้ว

 

บอมกยูขยับหน้าเข้ามาใกล้ๆเพื่อที่จะเอาหน้าผากแนบหน้าผากแทฮยอน ดวงตาทั้งสองมองผสานกันราวกับจะจดจำทุกความรู้สึกที่มีต่อกันไว้ลึกที่สุดภายในหัวใจ มือทั้งสองกุมมือกันนิ่งๆเป็นอันรู้กันเพียงเขาแค่สองคน

 

บอมกยูเริ่มเอียงหน้าให้เข้ากับองศาที่เขาพอจะช่วงชิงริมฝีปากจากฝ่ายตรงข้ามได้ แทฮยอนหลับตาพริ้มเพราะว่าไม่กล้าสบตาของคนเป็นพี่ เนิ่นนานที่ริมฝีกปากประกบกัน ไม่มีการรุกล้ำใดๆเกิดขึ้น แต่ยังคงสัมผัสได้ถึงน้ำหวานที่หลงเหลือบนริมฝีปากของแทฮยอนอยู่

 

          แสงบางๆออกจากร่างของบอมกยูทำให้แทฮยอนรู้สึกตัวและลืมตาขึ้นมา บอมกยูพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าถึงเวลาที่ต้องไปจริงๆแล้ว

 

แล้วเราจะได้เจอกันอีกมั้ย…” แทฮยอนถามพร้อมน้ำตาบนใบหน้าที่ไหลหนักกว่าเดิม เขาเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งคนหนึ่งเลยที่ในยามที่ร้องไห้จะไม่มีเสียงสะอื้นออกมา

 

แข็งแกร่งแค่ไหน จิตใจของแทฮยอนตอนนี้ก็ยิ่งบอบบางเท่านั้น

 

ได้เจอกันอีกสิ ถ้าเจ้าเชื่อในพรหมลิขิต พวกเราจะได้เจอกันอีก

 

ผมเชื่อ ผมเชื่อว่าวันหนึ่งเราจะได้เจอกันอีก อย่างที่ผ่านมาพี่เชื่อในตัวผม พี่ก็ได้เจอผม ถ้าผมเชื่อในตัวพี่ ผมก็จะเจอพี่ ฮึก..

 

แทฮยอนอดทนเห็นร่างที่โปร่งแสงขึ้นเรื่อยๆของบอมกยูไม่ไหว จึงเผลอสะอื้นออกมา บางทีความเจ็บปวดมันรุนแรงมากๆ ถ้าเขาไม่ไหวจริงๆก็อย่าไปฝืนแทฮยอนคิดแบบนั้น

 

เจ้าจำคำที่ข้าจะพูดต่อจากนี้ไว้ดีๆนะ

 

“…”

 

ยามใดที่เจ้าคิดถึงข้า ได้โปรดอย่าลืมว่าข้าได้ให้จี้ไว้กับเจ้าแล้ว สิ่งนั้นถือว่าเป็นดวงใจของข้า อย่าลืมว่าข้ายังคงอยู่กับเจ้าเสมอตราบนานเท่านานที่เจ้ายังจดจำข้าได้

 

ครับ ผมจะดูแลมันอย่างดี ผมสัญญา

 

ข้ารักเจ้านะ แทฮยอน

 

ผมก็รักพี่ครับ พี่บอมกยู

 

ไปที่รถเถอะ พี่จะส่งเจ้ากลับบ้าน

 

แต่ว่าพี่..

 

ไม่ต้องห่วง จนกว่าเจ้าจะถึงบ้าน ข้าจะอยู่กับเจ้าตลอดทาง เชื่อข้าสิแทฮยอน

 

ร่างของบอมกยูที่แปลงกลายเป็นผีเสื้อได้บินนำหน้าแทฮยอนไปเกาะรอที่แฮนด์จักรยาน เขาจึงต้องจำใจไปที่รถแล้วขี่มันกลับบ้าน ทั้งๆที่จิตใจของเขาตอนนี้อยู่นสภาพย่ำแย่ก็ตาม ตลอดทางที่มีแต่ความเงียบและแสงจางๆของผีเสื้อทำให้แทฮยอนเหลอบมองตลอดทาง กลัวว่าแสงจะจางหายไปก่อนที่เขาจะถึงบ้านเสียก่อน

 

เมื่อแทฮยอนถึงบ้านจึงรีบเข้าไปในห้องนอนพร้อมกับผีเสื้อของเขา อย่างน้อยก็รู้สึกอุ่นใจที่ร่างของบอมกยูยังอยู่ บอมกยูได้แปลงกายมาเป็นมนุษย์อีกครั้งและบอกสั่งลาเป็นครั้งสุดท้าย ร่างของบอมกยูที่แทฮยอนเห็นทำให้เขาใจหาย กายของคนพี่ช่างบาง บางจนแทฮยอนไม่กล้าจับเพราะกลัวว่าคนพี่จะจางหายไปกับมือ

 

บอมกยูได้ทำตามคำขอของแทฮยอนเป็นครั้งสุดท้ายก็คือ ให้ขับกลอนกล่อมจนกว่าแทฮยอนจะนอนหลับ


แม้ชาตินี้ บุญน้อย ด้อยศักดิ์ศรี                 ขอกายนี้ เก็บไว้ ที่เจ้าของ

ปีกสีฟ้า เริ่มแปรผัน เป็นละออง              ผ่านเราสอง จดจำไว้ เถิดแก้วตา

 

เห็นเจ้าหมอง ใจพี่นั้น แทบสลาย            ยังมิวาย ร่ำร้อง คะนึงหา

หยุดร้องเถิด ใจพี่เจ็บ นะแก้วตา             วอนชาติหน้า ได้พบกัน อีกครั้งเอย

 

 

หลับฝันดีนะ คนดีของพี่

 

 

 

ชาติหน้าพี่ขอให้ได้มารักกันอีกนะครับ

 

 

 


ลาก่อนน้องแทฮยอน


...



End Part




@murasakiwz ไปคุยกันได้นะคะและขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้มากๆเลยค่ะ


ถ้าชอบอย่าลืมคอมเม้นและไปสกรีมที่แท็ก #ละอองผีเสื้อ ได้นะคะ


เรารออ่านฟีดแบ็คอยู่ :)


เพิ่มเติมความหน่วง ลองไปฟัง 2 เพลงนี้หลังจากอ่านนิยายจบนะคะ


ANATOMY RABBIT - สภาวะเดียวดายบนดาวอังคาร

ที่ผ่านมา | YERM

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ murasakiwz จากทั้งหมด 3 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัปเดต

  • แฟนฟิคเกาหลี

    4

    14/129

    1

    0%

    8 ต.ค. 62

  • แฟนฟิคเกาหลี

    เรื่องสั้น

    6/72

    2

    0%

    17 มิ.ย. 62

  • แฟนฟิคเกาหลี

    เรื่องสั้น

    5/121

    0

    0%

    17 มิ.ย. 62

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 18:24

    มันละมุน มันหน่วง มันอ่อนโยน มันอบอุ่นแบบบอกไม่ถูกแต่ก้แอบเศร้าอ่ะ อยากให้ไรท์แต่งภาคต่อเรื่องนี้จังเลยค่ะ อยากให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน

    #2
    0
  2. #1 วอนจินชอบค่ะอยากได้
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 17:00

    แแง่ง ย้องไห้TT

    #1
    0