ตอนที่ 3 : 'พี่ชาย'เพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    19 มี.ค. 62





#พี่ชายเพื่อน






     กริ๊งงงงงง!

     โอ๊ยย อะไรอีกวะเนี่ย นาฬิกาใครดัง!

     ผมหยิบหมอนขึ้นมาปิดหน้าอย่างรำคาญ ถึงผมจะไม่อยากได้ยินเสียงเคาะประตู ก็ใช่ว่าผมอยากได้ยินเสียงนาฬิกานะ!

     "อะไรนักเนี่ย!" ผมเด้งตัวลุกจากที่นอนด้วยอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดทุกสิ่ง

     "จะไปมั้ยโรงเรียน ผมไม่ได้มีเวลาว่างมากรอคุณทั้งวัน" ผมมองไอ้เพื่อนพี่ชายที่ยืนเสริมหล่ออยู่หน้ากระจก แหวะ! หล่อตายแหละ

     "ใครให้รอล่ะ ผมไปเองก็ได้ป่ะ" มีหรือ ผมจะยอมเสียหน้าแต่เช้า ไม่ได้ขอสักหน่อย

     "แล้วแต่ งั้นผมไปล่ะ จะเจ็ดโมงครึ่งแล้ว"

     "ห๊ะ! ว่าไงนะ!" ผมคว้าโทรศัพท์เคสลายคิตตี้ที่สุดจะมุ้งมิ้งบนหัวนอนมาดูเวลา "เฮ้ย! แล้วทำไมไม่ปลุกผมให้เร็วกว่านี้!"

     "คุณไม่ได้ขอ" พี่มันตอบหน้าตาย แล้วหยิบกระเป๋าจะเดินออกจากห้อง

     "นี่พี่จะไปไหน" ผมลุกขึ้นยืน ดักทางไม่ให้พี่มันออก

     "ผมใส่ชุดนักศึกษา ผมก็ต้องไปมหาลัยสิ ถามแปลกๆ" พี่มันดันตัวผมออก "อย่าขวางทาง กุญแจกับคีย์การ์ดผมวางไว้บนโต๊ะ ไปล่ะ"

     "ไม่ได้! พี่ต้องรอผม" ผมดึงแขนของไอ้พี่สิงเอาไว้

     "คุณมีรถ คุณก็ไปเองได้ ทำไมผมต้องรอ" พี่มันแกะข้อมือผมออกแล้วโยนทิ้งอย่างกับเป็นขยะชิ้นหนึ่ง เฮียผมยังไม่เคยทำกับผมแบบนี้เลย ไอ้บ้านี่มันใคร!

     "ก็..ไหนๆพี่ก็รอผมแล้ว รออีกแป๊บไม่ได้รึไง" ผมพูดเสียงอ่อนลง แต่ไม่ได้อ้อนหรอกนะ โดนหัวเราะเยาะใส่พอดี อ้อนแค่คนในครอบครัวเท่านั้นแหละ!

     "ไม่" พูดจบก็ทิ้งให้ผมยืนเคว้งมองพี่มันเดินออกจากห้องไป

     ไม่สิ! มันไม่ใช่เวลามายืนเคว้ง ผมต้องรีบอาบน้ำเเต่งตัวไปโรงเรียน แล้วนี่อีกห้านาทีเจ็ดโมงครึ่ง! ห้านาทีมันพอที่ไหนกัน ปกติผมอาบน้ำแต่งตัวครึ่งชั่วโมง! เพราะไอ้พี่สิงคนเดียว! ผมถึงไปโรงเรียนสาย!




     "หน้าบูดแต่เช้าเลยมึง ไม่สิ ทุกเช้าต่างหาก" กระแทกตัวลงเก้าอี้ เพื่อนสนิทที่กำลังคุยกับไอ้เเว่น ก็หันมาให้ความสนใจผมทันที

     "อารมณ์เสีย! ดีที่มาทัน ข้าวกูก็ไม่ได้กิน!" ผมหยิบการบ้านในกระเป๋าขึ้นมาวางแหมะไว้บนโต๊ะ "แว่น มึงทำคณิตเสร็จยัง ลอกหน่อยดิ"

     "สะ..เสร็จแล้ว อ่ะนี่" แว่นมันค้นกระเป๋าอยู่สักพักแล้ววางสมุดคณิตให้ผม ให้มันได้งี้สิ ไม่ใช่เเบบไอ้เพื่อนตัวโย่งที่นั่งไม่มีประโยชน์ข้างๆผมนี่

     "แหนะ..มองกูขนาดนี้ ถามจริงคิดไรกับกูป่ะ"

     "ขนลุก แบบมึงกูไม่เอาหรอก" ผมปายางลบใส่มัน จนกระเด็นตกลงพื้น "เก็บให้ด้วย"

     "เออ ปาเองทำไมไม่เก็บเองวะ" มันบ่นมันก็เก็บอยู่ดี

     "เอ่อ..คริส" ผมกลับมามองแว่นที่นั่งอยู่ข้างหน้า แต่หันหลังมาหาผม งงรึเปล่า? ถ้างงก็อ่านใหม่แล้วกัน

     "มีไร" ผมเท้าคางลอกงานไปด้วยฟังไปด้วย

     "ให้เราไปซื้อขนมปังให้มั้ย"

     "ซื้อทำไม?"

     "ก็คริสหิว ให้เราไปซื้อให้มั้ย"

     "ไม่มีงานหรอ?" ผมคิดว่าผมจับทางแว่นถูก คงจะทำเพราะอยากขอโทษสินะ จริงๆผมก็ไม่ได้โง่นะเนี่ย ผมดูคนออก

     "ก็..มี แต่ใกล้จะเสร็จแล้ว"

     "กูไม่หิวมาก ไม่ต้องหรอก" ผมยิ้มให้มันนิดๆ แล้วก้มหน้าทำงานต่อ ใครว่าไม่หิวมาก โคตรหิวเลย แต่ผมก็ไม่ได้อยากใช้ นานๆทีก็พอแล้ว เพื่อนก็คือเพื่อน ไม่ใช่เบ๊ หรือคนใช้ ถึงผมจะชอบแบบนั้นก็เถอะนะ

     "อะ..อืม" แว่นพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันกลับไป





     "นาววว เพื่อนรักก เย็นนี้กูอยากไปกินเค้กร้านพี่มึงง ไปด้วยกันหน่อยดิ" ผมกระโดดกอดคอมะนาว ทั้งๆที่โดดไม่ถึง เกาะได้แค่ไหล่ และลากคอแว่นเดินตรงมาโรงอาหารทันทีที่เขาปล่อยพัก ขืนอยู่ในห้องนาน มีหวังไม่ได้กินอีกแหงๆ

     "ไม่ให้เฮียมึงซื้อไปให้ล่ะวะ ปกติซื้อให้ตลอดไม่ใช่หรอ"

     "เหอะ! คงไม่ได้เจออีกนาน กูโดนขับไสไล่ส่งออกมาแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ขึ้น! คิดถึงไอ้คนเมื่อเช้าที่ ปลุกช้า แล้วไม่ยอมมาส่งผมอีก กลับไปนะจะ... จะ.. จะย้อมสีห้องเป็นสีชมพูเลย!!!

     "ทำไมวะ เขาเลี้ยงมึงไม่ไหวว่างั้น? กินเยอะเกิน?" ผมมองบนใส่มัน จริงๆก็ไม่ได้อยากมองบนใส่ แต่มันอยู่สูงไง เเละลากแว่นเดินนำไป มันเลยวิ่งตามมา "เฮ้ยๆๆ กูล้อเล่นหน่า"

     "เออ!"

     "สรุปทำไมโดนไล่ออกวะ" มันเขาแขนมาพาดคอผม บันเทิงล่ะ ทุกคนลองนึกภาพ คนสามคนที่มีความสูงต่างกัน เดินเรียงหน้ากระดาน ตามลำดับความสูง และคนที่สูงกว่าก็จะกอดคอคนที่เตี้ยกว่า เดินเข้าโรงอาหารมาก็มีแต่คนมอง อะไรวะ? ไม่เคยเห็นคนเดินกอดคอกันเข้าโรงอาหารรึไง?

     "เรื่องมันยาวเดี๋ยวค่อยคุย กูไปซื้อข้าวก่อน" ผมให้มะนาวหาที่นั่งไปก่อนแล้วลากแว่นไปซื้อข้าวด้วยกัน "เออแว่น ไปกินเค้กด้วยกันป่ะ"

     "อ่า..เอ่อ" ไอ้นิสัยอึกอักๆ ผมเริ่มจะรำคาญแล้วนะ

     "ถามก็ตอบสิ จะอึกอักทำเพื่อ? กูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ?" มันก้มหน้าลงมองพื้น อย่างกับเด็กทำความผิด

     "คือ.." มันเหลือบมองผมเล็กน้อย แล้วก้มลงมองพื้นเหมือนเดิม

     "เอ้า พูดเร็ว กูหิวแล้ว"

     "กะ..ก็คริสเป็นลูกคนใหญ่คนโต ระ..เรากลัวจะทำให้ไม่พอใจ" ลูกคนใหญ่คนโตที่ไหนกัน? ป๊าเป็นหุ้นส่วนกับนักธุรกิจรายใหญ่ ส่วนม๊าก็เป็นเจ้าของร้านเครื่องเพชร อาเฮียก็นักศึกษาปีหนึ่งธรรมดาๆ

     "มึงไปเอามาจากไหน กูก็ลูกคนธรรมดาทั่วไป แค่ป๊าม๊ามีฐานะ" ผมดันไหล่แว่นไปด้านหน้าให้มันเดินนำไป "กูหิวแล้ว ไป"

     "อะ..อืม"



     "สรุปมึงไปป่ะ แว่น" ใครว่าผมตื้อ ผมแค่อยากสนิทกันไว้ ว่าแต่อยากรู้จริงๆว่าใครมาปล่อยข่าวว่าผมเป็นลูกคนใหญ่คนโต เพื่อนเลยพากันกลัวหัวหดหมดเลย

     "เรามีเรียนพิเศษตอนเย็น ขอโทษทีนะ"

     "มีเรียนพิเศษ ก็มีเรียนพิเศษ จะขอโทษทำไมเยอะแยะวะ ถ้าขอโทษอีก กูจะทุบหัวไอ้นาว" ผมยกช้อนชี้คาดโทษแว่น และลากช้อนไปชี้มะนาว

     "อ่าว เกี่ยวไรกับกูล่ะ"

     "เกี่ยวแล้วกัน" ผมตอบมันไปแล้วกินข้าวต่อ ไม่สนใจผักจากคนตัวสูงที่นั่งฝั่งตรงข้ามปาเข้าจานมา ไม่สนใจก็แปลกแล้ว! ผมปาผักกลับไปใส่หน้ามัน "เอาผักเน่าๆของจานมึงไป ฮ่าๆ"

     "ไอ้คริส! มันเลอะมั้ย!" มันดึงเศษผักออกจากหน้า "เลอะหมดหน้ากู"

     "เรามีทิชชู่นะ" แว่นที่นั่งอยู่ข้างผมพูดขึ้น แล้วหยิบห่อทิชชู่แบบพกพาขึ้นมา

     "มึงดูนี่ แบบอย่างที่มีประโยชน์ ไม่ใช่ปาผักเล่นแบบมึง" มันรับห่อทิชชู่ไป ก็ดึงกระดาษขึ้นเช็ดหน้าตัวเอง

     "มึงปาก่อน ไม่ว่าตัวเองบ้างล่ะ" ผมตักผักในจานตัวเองใส่จานมัน เวลามีผักในจานผม ผมก็โยนให้มันกินตลอด

     "กูเห็นเพื่อนไม่กินผัก ก็อยากให้กินไง จะได้โตไวๆ" เอ๊ะ! ทำไมชอบจี้จุดเรื่องนี้กันจัง

     "ไม่กิน! มันขม!!" ผมยื่นคำขาด แล้วกินข้าวต่อไม่สนใจมันพูดอีก งอนแล้ว!! ใครๆก็ว่าผมยังไม่โต น้อยใจ!



     "ฮัลโหล ยังไม่หายงอนหรอวะ" มันโบกมือขึ้นลงผ่านหน้าผม หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ผมก็เงียบมาตลอด จนหมดคาบสุดท้าย มันชวนคุยก็สะบัดหน้าใส่ "กูไม่โอ๋มึงแบบ ป๊า ม๊า และเฮียมึงหรอกนะ"

     "ได้ไง!" ผมโวยใส่มัน นี่จะมีบุคคลที่ไม่ตามใจผมเพิ่มอีกคนงั้นหรอ!? ผมไม่ยอมนะ!

     "จะงอนก็งอนไป กูไม่ไปร้านพี่กูเป็นเพื่อนล่ะ" พูดจบก็สะบัดหน้าหนีผม แล้วเก็บของเข้ากระเป๋า

     "งอนอะไรกูเปล่าซะหน่อย ไปด้วยกันดีกว่าเนอะ กูไม่มีเพื่อน" ผมคว้าแขนมันที่จะลุกหนี ทำมาเป็นงอน เหอะ!

     "ไปก็ได้ แต่มึงขี่ เพราะกูขี้เกียจ" ได้ทีเอาใหญ่เลยจริงๆ ปกติผมจะให้มันขี่ แล้วผมซ้อน เป็นแบบนี้มาปีกว่าแล้วล่ะ

     "เออออ ยอมครั้งนี้ครั้งเดียว" พูดจบก็เดินลงบันได ไปที่จอดรถทันที เพราะทั้งวันนี้พวกไอ้น็อตไม่ค่อยมาก่อกวนสักเท่าไหร่ นับเป็นวันที่โชคดี ถ้าไม่นับที่อารมณ์เสียเมื่อเช้าไปอ่ะนะ





     ซีพีเอ็กซ์สีขาวลูกรักของผม ที่เคยวางแพลนเอาไว้ว่าจะไปทำสีใหม่ จะเอาสีชมพู แต่เฮียห้ามไว้ จอดลงหน้าร้านกาแฟสไตล์ชิวๆ ไว้สำหรับพักผ่อน มานั่งทำงาน หรือทำการบ้านกับเพื่อนๆ เด็กนักเรียนในชุด ม.ปลาย ก้าวลงจากรถ แล้วเดินตรงไปที่ร้าน

     กริ๊ง!

     เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้น พร้อมกับเด็กผู้ชายสองคนที่เดินเข้ามา

     "พี่มะกรูด หวัดดี" คนตัวสูงก้าวเข้าร้านคนแรก พร้อมยกมือไหว้ผู้ชายที่ชงเครื่องดื่มอยู่ในร้าน ส่วนผมก็ชะเง้อมองหาโต๊ะ วันนี้ลูกค้าเยอะกว่าปกติ สงสัยต้องนั่งติดมุมแหงๆ

     "เออดีๆ ไปนั่งรอก่อน" พี่ชายของมะนาวพูดพร้อมโบกมือไล่ให้เด็กๆไปหาที่นั่ง

     "วันนี้ลูกค้าเยอะ เชิญนั่งติดมุมครับ คุณพีรวัส" มะนาวมันดันตัวผมให้ไปนั่งโต๊ะว่างติดมุม ปกติผมจะนั่งติดกระจกมากกว่า นั่งติดมุมแล้วอารมณ์เสีย มันเงียบสงบเกินไป

     ผมเดินคอตกไปที่โต๊ะว่างตัวนั้น และกระแทกตัวลงนั่ง

     "หน้างออีก"

     "ก็กูอยากนั่งติดกระจก" ผมยกศอกวางบนโต๊ะแล้วเท้าคาง "อยากดูวิวมากกว่า"

     "ดูวิวอะไรของมึงวะ มองออกไปก็มีเเต่ถนนกับรถ"

     "ก็นับเป็นวิวนั่นแหละ!"

     "วิวก็วิว มึงจะมาเเง้วๆใส่กูทำไม" มันผลักหน้าผากผมจนเกือบหงายหลัง แล้วไอ้เเง้วๆนี่มันอะไร เห็นผมเป็นลูกหมาลูกแมวรึไง

     "อ้าววว เพิ่งสังเกต วันนี้ฮันนี่มาด้วยย" หนุ่มหน้าตี๋ที่คล้ายๆกับเพื่อนผม เดินเข้ามารับออเดอร์

     "ใช่สิ ผมไม่ได้อยู่ในสายตาพี่ไง" ผมก็ไม่ใช่ตัวเตี้ยๆ เดินดุ่มๆตามหลังน้องชายเขามา เทียบกันแล้วหัวผมก็อยู่ประมาณไหล่มัน เอ๊ะ..หรือผมตัวเตี้ยนะ?

     "ใช่ครับ ฮันนี่ไม่ได้อยู่ในสายตาพี่มะกรูด" พี่มันทำสีหน้าจริงจังใส่ จนผมขมวดคิ้วมอง "แต่อยู่ในใจ ฮิ้วว"

     ผมกับมะนาวถอนหายใจพรืด มุขเสี่ยวอีกละ พี่มันชอบมาปล่อยมุขเสี่ยวใส่ ไหนจะสรรพนาม ฮันนี่กับพี่มะกรูดอีก ผมไม่ให้พูดหลายรอบแล้วก็ยังพูด จนปล่อยเลยตามเลย ไม่แปลกใจเลยทำไมลูกค้ามีแต่สาวๆ มีเจ้าของร้านขี้เต๊าะขี้หยอดแบบนี้ใครจะไม่ชอบ เอาตามตรงผมว่าเพราะหน้าตาพี่มะกรูดมากกว่า พอใช้มุขเสี่ยวมันเลยดูดี ไม่ชวนอ้วก

     "อือหือ ถ้าจะถอนหายใจขนาดนี้ สั่งมาเลยจะเอาอะไร ให้ไวๆ" ราวกับเปลี่ยนร่างจากเทพบุตรสุดหล่อ เป็นพ่อค้าขายหมู ถือบังตออันใหญ่ มาเฉาะไว้กลางโต๊ะ

     "ผมเอาโกโก้ร้อน" มะนาวมันสั่ง พี่มะกรูดพยักหน้ารับแล้วจดรายการ

     "ฮันนี่ล่ะคะ" พี่มันหันมาถามผม จะต้องมีเสียงสองเสียงสาม ทำอย่างกับผมเป็นเด็กในสต๊อกของเขาแหละ

     "ผมเอานมสด กับเค้กช็อคโกเเลตหน้านิ่ม" พี่มันพยักหน้าแล้วจดรายการ จะว่าไปเค้กที่บ้านเหลือตั้งกล่องนึงนี่นา ขากลับผมไปเอาเค้กมาไว้ที่คอนโดพี่สิงดีมั้ยนะ?



     เวลาผ่านไปไม่นาน โกโกร้อน นมสด และเค้กช็อคโกแลตหน้านิ่มก็เสิร์ฟลงบนโต๊ะ

     "อะนี่ โกโกร้อนของมึง" พี่มันพูดเสียงเข้ม วางแก้วโกโก้ตรงหน้ามะนาว

     "ถามจริง เด็กเสิร์ฟก็มีทำไมไม่ใช้?" มะนาวถามขึ้น ผมก็สงสัยมานานแล้ว เห็นพี่มันเดินเสิร์ฟเองบ่อยๆ ส่วนเด็กเสิร์ฟก็ให้ไปชงเครื่องดื่ม

     "เด็กเสิร์ฟพวกนั้น ไว้เสิร์ฟลูกค้าผู้ชาย ส่วนลูกค้าผู้หญิงกูเสิร์ฟเอง" ผมฟังที่พี่มันพูดก็กรอกตาใส่

     "พวกผมก็ผู้ชายป่ะพี่" ผมพูดขึ้น ขณะเดียวกันพี่มันก็วางนมสด กับเค้กให้ผม

     "อันนี้กรณีพิเศษค่ะ ฮันนี่" พี่มันพูดพร้อมขยิบตาให้ "เค้กนี่สูตรพิเศษเลยนะคะ คิดค้นเพื่อฮันนี่แด่เพียงผู้เดียว"

     "จริงดิพี่" ผมยกเค้กขึ้นมาดม หอมมม "ใส่อะไรลงไปบ้างอะ"

     "ใส่ใจค่ะ"

     "..."

     "..."

     ผมกับมะนาวมองหน้ากัน และหันมองเจ้าของร้านเป็นตาเดียว

     "วันนี้มีการบ้านไรวะ" ผมหันกลับไปมองมะนาวและพูดขึ้น

     "วันนี้...น่าจะมีไทย กับประวัติ ทำงานในสมุด" มันทำท่าคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบ

     "เออ ถ้าทำเสร็จขอลอกด้วย"

     "มึงคิดว่าคนอย่างกูจะทำหรอ?"

     "ทำ"

     "มึงรู้ได้ไง"

     "มึงชอบแอบเอาการบ้านไปส่งก่อนทุกที กูไม่เคยได้ลอก"

     "ก็มึงไม่เคยทำเองเอาแต่ลอก เดี๋ยวก็ทำไม่ได้"

     "ทำได้แต่กูไม่อยากทำต่างหาก"

     "พี่ขอโทษครับ พี่มะกรูดสัญญาว่าจะไม่เล่นมุกนี้อีก อย่าเมินกันแบบนี้เลย" พี่มะกรูดพูดแทรกขึ้น ทำเอามะนาวที่อ้าปากจะเถียงผมต่อหุบลงทันที

     "กินเค้กละ พี่จะไปไหนก็ไปไป๊" ผมตักเค้กขึ้นมากินพร้อมยกดื่มนมสดในแก้ว และโบกมือไล่พี่มัน

     "ใช่สิ พี่มันไม่ใช่เขาคนนั้นนี่" พี่มันทำหน้าสลดเเล้วพูดขึ้น ทำเอาผมสำลัก คว้านมมาดื่มแทบไม่ทัน เขาคนนั้นบ้าอะไรเล่า!

     "อะไรกัน พี่มะกรูดแค่เเซวเล่นนะคะ อย่าบอกนะว่าฮันนี่มีเขาคนนั้นจริงๆ" พี่มะกรูดเหล่มองผมอย่างจับผิด มันจะไปมีได้ไงเล่า!

     "ไม่มีงานทำรึไง ลูกค้าเข้ามาแล้วโน่น!" ผมวางแก้วเเล้วชี้ไปที่หน้าประตู ที่มีลูกค้ากำลังจะเข้าร้าน

     "ครับๆ ไปแล้วครับ" แล้วพี่มันก็เดินออกไปรับลูกค้า


     "เออ แล้วเรื่องที่มึงโดนไล่ออกจากบ้าน เมื่อไหร่จะเล่าให้กูฟัง"

     "กูโดนป๊าสั่งย้าย ให้ไปอยู่กับเพื่อนเฮีย ให้เพื่อนเฮียคอยคุมพฤติกรรมกู" พูดจบผมก็อารมณ์เสียอีก จะมีสักวันมั้ยเนี่ย ที่จะอารมณ์ดีทั้งวัน

     "หึ..สมควร" มันแค่นหัวเราะในลำคอแล้วเล่นโทรศัพท์ต่อ อะไรวะ เล่าให้ฟังเพื่อให้มันซ้ำเติมใส่ว่างั้นเหอะ? "แล้วนี่มึงจะกลับกี่โมง"

     ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ตอนนี้..5 โมงแล้ว ผมยังไม่อยากกลับเลย หรือจะกลับดี? แต่กลับไปก็เจอพี่มัน เหม็นขี้หน้า ชิ!

     "ยังไม่อยากกลับ" ผมตอบไปอย่างไม่ใส่ใจแล้วเล่นโทรศัพท์ต่อ

     "กลับเย็น เดี๋ยวก็โดนผู้คุมลงโทษ"

     "หึ! ไม่กลัว" ก็ลองลงโทษดูสิ! ผมจะฟ้องป๊า!



     "ไว้เจอกันวันจันทร์" มะนาวซ้อนมอ'ไซค์พี่มะกรูดแล้วโบกมือลาผม

     "เออ บาย" ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง 1 ทุ่ม ไม่นับว่าเย็นได้มั้ย? วันนี้พี่มันรีบปิดร้านไปไหนก็ไม่รู้ 6 โมงครึ่งก็ปิดแล้ว ปกติปิดตั้ง 2 ทุ่ม จะไปหาสิงที่อื่นคงไม่มีแล้วล่ะ

     ผมเดินหน้างอกลับไปหาลูกรักที่จอดอยู่หน้าร้าน กลับก็ได้วะ ไม่มีเพื่อนเเล้วนี่

     เดี๋ยวนะ..

     ...

     ...

     ทำไมเป็นงี้ละโว้ยยยยยยย!!! ลูกรักของผมโดนเจาะยาง ลมออกแบนแต๊ดแต๋เลย ใครมันทำวะ!!! แล้วจะกลับไงวะเนี่ยย!!! เรียกแท๊กซี่กลับก็ห่วงรถ ฮืออ ป๊าม๊าช่วยคริสด้วยยย


     ตื้ด!

     [ว่าไงวะ]

     "ไอ้นาววว รถกูโดนเจาะยาง ช่วยกูด้วยยย"

     [ขึ้นแท็กซี่กลับสิ มึงไม่น่าโง่นะ] มึงตอบแบบนี้ไม่อยากตายดีสินะ! แต่ติดไว้ก่อนตอนนี้ต้องการความช่วยเหลือ คริสจะใจเย็น

     "กูกลัวรถหายยย"

     [ร้านพี่กูมีกล้องมั้ยล่ะ?] ผมลองมองหาก็เจอ แต่เจอแค่ตัวเดียว ทำไมมันน้อยอย่างนี้! วันหลังผมจะติดกล้องไว้ให้หลายๆตัวเลยดีมั้ย!?

     "ไม่เอาา กูกลัวว" ผมยืนงอแงกับโทรศัพท์อยู่หน้าร้านกาแฟ "มึงพากูไปเปลี่ยนยางหน่อย"

     [เปลี่ยนห่าอะไร กูมาธุระกับพี่กู มึงเข็นไปเองดิ] ไอ้เพื่อนทรพี เเค่นี้ก็ช่วยไม่ได้ ไร้ประโยชน์!

     "น๊าา นะๆๆๆ" ผมยอมเสียศักดิ์ศรีอ้อนเลยนะ มันต้องยอมแน่ๆ

     [เป็นไรมึง อย่ามาอ้อนกูขนลุก / ห๊ะ น้องคริสอ้อนหรอ อ้อนพี่มะกรูดบ้างสิ อ้อนพี่บ้าง /เฮ้ย! พี่เดี๋ยวก็รถชนตายพอดี ขี่ดีๆดิวะ] ผมยืนฟังพี่น้องที่ทะเลาะกันอยู่ ลืมไปแล้วรึเปล่าว่าผมรอการช่วยเหลืออยู่!!



     สุดท้ายก็ขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน ส่วนรถมะนาวมันบอกให้ล่ามโซ่ล็อคกุญแจเอาไว้ ผมเลยล่ามไว้กับเสาและล็อคกุญแจอย่างดี รับรองว่าไม่หาย

     ผมไขกุญแจเข้าห้องอย่างอารมณ์ดี อย่างน้อยรถไม่หายก็ชื้นใจแล้ว ไปอาบน้ำนอนดีกว่าา เอ๊ะ! หรือจะลงไปซื้อขนมก่อนดี ตอนขึ้นมาก็ลืม เดี๋ยวค่อยลงดีกว่า

     "นี่กี่โมงแล้ว" ในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะอาบน้ำ หรือซื้อขนมก่อนดี เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น

     "อ่าว พี่กลับมาแล้วหรอ?" หันกลับไปก็เจอไอ้พี่สิงโตนั่งดำๆอยู่บนโซฟาดำๆของเขาแล้วมองผม

     "ผมถามว่ากี่โมงแล้ว?" ถามทำไมวะนาฬิกาก็มี

     "พี่ดูนาฬิกาไม่เป็นหรอ? โน่นไงนาฬิกา จะถามทำเพื่อ?" ผมชี้นาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง

     "คุณเลิกเรียนตั้งแต่สี่โมง แต่กลับหนึ่งทุ่ม คุณไปไหนมา" ผมละเบื่อสรรพนามคุณๆผมๆจริงๆ จะให้เป็นทางการเพื่อ??

     "นี่พี่" ผมเดินไปหยุดหน้าโซฟาตัวที่พี่มันนั่ง "พี่เรียกผมว่าคริส ส่วนแทนตัวเองว่าพี่นะ ผมฟังเเล้วรำคาญหูอะ คุณๆผมๆ น่ารำคาญจะตาย"

     "นี่คุณได้ฟังที่ผมพูดมั้ย?" คุณกับผมอีกละ ผมละเบื่อ

     "ฟังอยู่นี่ไง" ผมนั่งลงข้างๆแล้วจับหูข้างนึงกางออกเอียงหัวไปหาพี่มัน "อะพูดมา"

     พี่มันถอนหายใจใส่ผม เอามือกุมขมับ แล้วโบกมือไล่

     "ไปอาบน้ำก่อนไป แล้วค่อยออกมาคุย" ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยมองคนที่นั่งกุมขมับตัวเอง ก่อนจะลุกไปหยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอนเดินเข้าห้องน้ำไป อะไรวะ คุยกับผมมันน่าปวดหัวขนาดนั้นรึไง?









---------------

นอกจากน้องคริสจะเหวี่ยงเก่ง โวยวายเก่ง น้องคริสยังแกล้งมึนเก่งด้วยนะ อิ้!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

248 ความคิดเห็น

  1. #60 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 23:27
    โอ้ยยยยยยเนาะ น้องคริสลูกกกกก ทำพี่เพื่อนปวดหัวตามเลย
    #60
    0
  2. #7 ChitraPiromnukul (@ChitraPiromnukul) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 20:14

    คนเอาแต่ใจอย่างงี้ต้องให้จัดการให้อยู่หมัดจะได้เลิกโวยวายและขี้งอน-ที
    #7
    0