ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 9 : พ่อค้าแซ่หลินมิใช่ผู้ใดจะดูถูกได้ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 808 ครั้ง
    8 มี.ค. 60



       





      

          ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เทียนฟงกับจินหรงที่หลบอยู่บนคานกำหมัดแน่นอย่างสะกดอารมณ์ ข้าหลับตาลงครุ่นคิด

         "หึๆ ข้าคงต้องไปเข้าเฝ้าเสียแล้ว" เสียงที่เปล่งออกแผงแววเย็นเยียบอันตราย จนแพทย์หนุ่มที่กายร้อนรุ่มเมื่อครู่รู้สึกหนาวสันหลัง ไม่พูดพล่ามทำเพลง ข้าสะบัดชายผ้าคลุมก้าวอย่างสง่างามไปยังเรือนพักของฝ่าบาททันที เทียนฟงกับจินหรงที่เห็นนายเช่นข้ากำลังมีโทสะรีบตามมาโดยไม่ต้องคิด ท่าทางพวกเขาคงเริ่มรู้ตัวว่าระหว่างข้ากับฮ่องเต้ยามนี้ ฮ่องเต้น่าจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบกระมัง

         เมื่อใกล้ถึงเขตประทับฝ่าบาทข้าก็ผ่อนแรงเดินให้เป็นปกติ มือขยับไพล่หลัง สีหน้ายังคงสงบนิ่งใต้หน้ากากอย่างเป็นธรรมชาติ จินหรงใช้วิชาลบตัวตนหายไปจากสายตา ส่วนเทียนฟงในชุดดำก็ตามมาอย่างเงียบๆ ยิ่งเดินไปตลอดทางขุนนางบุ๋นบู๊ที่เดินสวนมาต่างหลีกทางคารวะให้ ดูท่าเรื่องที่ฝ่าบาทประกาศแต่งตั้งข้าจะมีผู้รู้เห็นไม่น้อยเลย โดยเฉพาะในหมู่บุรุษชนชั้นสูงวัยเยาว์ หลายสายตามีแววชื่นชมประจบประแจง(ส่วนใหญ่เป็นขุนนางชั้นผู้น้อยหรือคนที่เป็นพันธมิตรธุรกิจกับสกุลหลิน) อีกส่วนคือสายตาที่ท่วมท้นไปด้วยแรงริษยาอาฆาต ซึ่งกลุ่มหลังมีน้อยกว่ากลุ่มแรงมาก แต่ก็ใช่จะวางใจได้เสียทีเดียว

         อีกไม่ถึงหนึ่งเค่อข้าก็จะเดินถึงที่ประทับ หากไม่มีบุรุษบัณทิตร่างโปร่งบางที่สวมเสื้อผ้าสีสดราวกับนกหงส์ตามสมัยนิยมมาขวางเสียก่อน หากเปรียบเทียบกับข้าในชีวิตที่แล้วที่ไม่ได้ฝึกยุทธ คนผู้นี้ก็ยังตัวเล็กกว่าข้าอยู่เล็กน้อย แต่พอมาเปรียบกับข้ายามนี้ ส่วนสูงเพียงปลายคางข้าคงทำให้เด็กหนุ่มรุ่นเดียวกันรู้สึกเสียอารมณ์ไม่น้อยหว่างคิ้วจึงขมวดขึ้นอย่างห้ามมิได้ แต่เพียงครูเดียวใบหน้างามราวสตรีก็บิดไปเป็นรอยยิ้ม

         "คารวะคุณชายรอง ข้าซูเถียนฮุ่ยบุตรชายสามจากจวนเสนาบดีกรมสิ่งทอ ข้าได้ทราบข่าวว่าคุณชายจะได้เป็นราชครูขององค์รัชทายาท นึกไม่ถึงว่าสกุลพ่อค้าจะกลับมีอิทธิพลกับราชสำนักได้เพราะท่าน" ร่างโปร่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงลื่นไหลแต่เนื้อความแผงแววดูหมิ่น ข้าบิดริมฝีปากเล็กน้อย ที่แท้บุตรชายสามของเสนาบดีเฒ่าซูจิ่นผู้นั้นเป็นคนร้ายลึกเช่นนี้เอง
 
         "คุณชายซูกล่าวหนักไปแล้ว ฝ่าบาทยังไม่มีรับสั่งอย่างเป็นทางการ ยามนี้ในฐานะประชาชน ตัวข้าหวังเพียงให้ฝ่าบาทหายอาการประชวรเท่านั้น" ข้าประสานมือตอนด้วย น้ำเสียงราบเรียบมีแววกังวลหลายส่วนยามเอ่ยถึงชิงหยวนต้าเทียน บรรดาขุนนางที่ลอบแอบฟังอยู่ไม่ห่างต่างรู้ว่าที่ข้าสื่อคือ 'คุณชายรองจ้องหาเรื่องข้าเพราะริษยาในยศตำแหน่งไม่สนใจความเป็นไปฮ่องเต้' บางท่านถึงกับลอบส่งสายตาดูแคลนให้คุณชายซูที่พูดจาไม่ระวังปาก บ้างถึงกับหัวเราะในลำคออย่างพอใจในความวิบัติของผู้อื่น ส่วนเสนาบดีเฒ่าซูผู้เป็นบิดายามนี้ไม่อยู่ให้นินทาจึงรอดตัว

          จากที่สังเกตุคุณชายซูผู้นี้คงจะมีศัตรูอยู่ไม่น้อยเช่นกัน บุตรคนรองจากสกุลขุนนางขั้นกลางที่เข้าข่าย 'ชายงาม' เช่นนี้ ก็ไม่ต่างจากคุณหนูจากสกุลอื่นที่มีสิทธิชิงตำแหน่งสนม ในฐานะบิดาที่หวังให้บุตรสาวตนเองได้เป็นใหญ่ในวังหลังคงมิใคร่พอใจนัก

          "เจ้าพ่อค้าชั้นต่ำ! กล้าพูดกับคุณชายข้าเช่นนี้ได้อย่างไร!" ผู้ติดตามของซูเถียนฮุ่ยทำท่าจะเข้ามาทำร้ายข้า เทียนฟงขยับกายมายืนขวาง ด้วยส่วนสูงที่แสดงถึงความเป็นชาวยุทธและบรรยากาศกดดัน ทำให้คนไม่มีวรยุทธอย่างคุณชายซูและลูกน้องเผลอขยับหนีไปสองก้าว ซูเถียนฮุ่ยมีสีหน้าไม่พอใจแกมหวาดหวั่น ร่างบางพยายามเชิดหน้าขึ้นอย่างผยองแต่เมื่อสบตาสีแปลกแผงแววสังหารราวกับพยัคฆ์จ้องเหยื่อของเทียนฟงก็ตัวสั่นเทา อีกทั้งขุนนางหลายๆคนที่มองมาอย่างเย็นชาแบบที่ชนชั้นสูงเช่นตนไม่เคยโดนมาก่อน สีหน้าก็พลันงอง่ำอาฆาต ต้องยอมผละจากไปอย่างเสียมิได้ ลืมแม้แต่กล่าวคารวะอย่างคนที่ถูกฝึกมารยาทมาดี

          ข้าส่ายหน้าเบาๆแล้วออกเดินต่อ ในหมู่ชนชั้นสูงต่างทราบดีว่าสกุลหลินมิใช่พ่อค้ากระจอกๆทั่วไป เส้นทางการค้าหลักระหว่างสามแคว้นถูกถากถางโดยคนของเรา กระแสเงินมหาศาลที่หล่อเลี้ยงจวนขุนนางหลายคนก็มาจากข้า หากจวนสกุลหลินออกคำสั่งไปเพียงนิดเดียวเศรษฐกิจในแว่นแคว้นก็เปลี่ยนแปลงได้ฉับพลัน ด้วยเหตุนี้แม้ฉากหน้าผู้นำจวนต่างๆจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรา แต่หากมีสิ่งใดกระทบกระทั่งข้าหรือคนในครอบครัวข้า ฐานอำนาจของพวกเขาย่อมสะเทือนไม่ต่างกัน 


         คนหัวหงอกหลายคนที่ยึดติดกับฐานันดรแม้ไม่พอใจก็ไม่อาจเอ่ยตรงๆได้ บางครายังต้องเข้าช่วยเหลือข้าโดยมิมีเงื่อนไขเสียด้วยซ้ำ จะมีก็เพียงเด็กๆรุ่นหลังที่ไม่รู้ความเท่านั้นจึงกล้าด่าทอหรือนินทาข้าตรงๆ ซึ่งข้าก็หาได้ใส่ใจไม่ 

          สู้เอาเวลาอันมีค่าไปหากำไรเข้าจวนให้มากๆยังจะดีกว่า!


          "นายท่าน..." เทียนฟงพึมพำเรียกด้วยน้ำเสียงกังวล คงกลัวข้าจะรู้สึกแย่สินะเจ้าหมาน้อยนี่

          "ยกเลิกข้อตกลงของเรากับเสนาซูเจ้ากรมสิ่งทอ แล้วให้คนของเราจับตาดูซูเถียนฮุ่ยห่างๆ คนเช่นนี้ไม่ช้าจะแพ้ภัยตนเอง" ข้ายิ้มน้อยๆแล้วก้าวต่อไปอย่างมั่งคง น้ำเสียงที่เอ่ยไปแผ่วเบาไม่ต่างจากกระซิบ


           ซูเถียนฮุ่ย... ข้าจะจดจำชื่อเจ้าไว้ ส่วน 'สินน้ำใจ' ที่ว่าจะให้พ่อเจ้าช่วยวิ่งเต้นงาน ข้าถือว่าข้าเก็บกลับมาเป็นค่าทำขวัญที่ทำให้ข้าเสียเวลาเมื่อครู่นี้แล้วกันนะ !


          อึดใจต่อมาข้าก็หยุดหน้าเขตที่ประะทับ ทหารที่ยืนเฝ้าพอเห็นข้าก็รีบวิ่งเข้าไปด้านใน ไม่ช้าท่านมหาขันทีจี้กงก็เดินออกมาพร้อมนางกำนัล

           "คารวะคุณชาย"

           "คารวะท่านมหาขันที ผู้น้อยมาวันนี้..." ข้าเกริ่นนำและทิ้งเสียงท้ายประโยค คนเช่นท่านขันทีคงเดาเรื่องได้ตั้งแต่ทหารแจ้งว่าข้ามาแล้ว

           "ข้าเรียนฝ่าบาทให้ทรงทราบแล้ว ทรงให้ข้ามารับเจ้าเข้าไปด้านใน" ท่านมหาขันทียิ้มบาง ก่อนหมุนตัวนำข้าเข้าไปในตัวตำหนักไม้งดงาม ข้ากับเทียนฟงกำลังจะก้าวตา แต่น้ำเสียงดุๆของท่านจี้กงกลับดังขึ้นเสียก่อน

           "ฝ่าบาทอนุญาติคุณชายรองหลินเพียงผู้เดียว"

           ข้ากับเทียนฟงสบตากันเเวบเดียว ร่างสูงก็ก้มศรีษะ ยืนรอด้านนอกอย่างสงบเสงี่ยม อย่างไรผู้ที่มากับข้ายังมีจินหรงที่พรางตัวอยู่อีกคน 

           ถ้าเกิดข้าหงุดหงิดจนพลั้งมือสังหารอดีตสวามีหูเบานั่น จินหรงคงต้องพยายามห้ามสุดความสามารถแน่นอน เรื่องความเสี่ยงต้องโทษประหารตัดไปได้เลย หึ!

           'พระตำหนักใบไม้ร่วง' เป็นตำหนักพักผ่อนของฮ่องเต้ในเมืองจิงหยวนที่มีอาณาเขตติดต่อกับจวนเจ้าเมือง  เดิมเป็นตำหนักของซานอ๋อง น้องชายต่างมารดาของอดีตฮ่องเต้ แต่ซานอ๋องผู้นั้นเป็นแม่ทัพกล้า ทรงสละชีพในสงครามชายแดนตั้งแต่ยังมิได้ตบแต่งภรรยา ทำให้ตำหนักร้างไร้คนอาศัย ภายหลังก็กลายเป็นทรัพย์ส่วนพระองค์ของอดีตฮ่องเต้ และตกทอดมาถึงชิงหยวนต้าเทียนในปัจจุบัน

           ข้าก้าวตามระเบียงทางเดินของตำหนัก พอนางกำนัลเห็นขันทีจี้กงก็ก้มศรีษะคารวะ ข้ากรอกตาอดรู้สึกคุ้นๆกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้ มันเหมือนครั้งล่าสุดที่ข้ามาพบฮ่องเต้จะถูกหลอกล่อ(กึ่งบังคับ)ให้มาเป็นล่ามอย่างใดอย่างนั้น

           "คุณชายหลินหลี่เสวียนขอเข้าเฝ้า!" พอท่านจี้กงเอ่ย ยังไม่ทันได้คุกเข้าถวายพระพรตามธรรมเนียม เสียงทุ้มกังวาลก็ดังขึ้นเสียก่อน

           "เข้ามาได้"

           "ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ" 

           ข้าประสานมือคารวะเร็วๆแล้วรีบเข้าไปในห้อง อารมณ์กรุ่นในอกถูกซ่อนทับด้วยท่าทางเย็นชา ข้าเลิกคิ้วน้อยๆ ทีแรกคิดว่าในห้องจะมีเพียงฮ่องเต้ที่ตอนนี้ยังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนที่ประทับ แต่กลับเป็นว่าทั้งแม่ทัพหวางจิ่นสือ ราชครูเฟิงหลวนซาน จวิ้นอ๋องเฟิงอวิ๋น แม้แต่องครักษ์ซื่อหม่าที่ยังมีผ้าพันแผลพันรอบตัวกลับอยู่กันครบองค์ประชุม

           "ฝ่าบาทเรื่องที่พระองค์ประกาศแต่งตั้งกระหม่อมเช่นนั้น กระหม่อมไม่อาจรับไว้ได้พะย่ะค่ะ" ข้าประสานมือเอ่ยอย่างจริงจัง คิดว่าข้าจะเกรงใจแขกในห้องจนไม่กล้าพูดหรือฝ่าบาท เดาผิดไปเสียแล้ว!

           "เเต่เจิ้นตัดสินใจแล้ว" น้ำเสียงทุ้มนั้นมีแววเฉียบขาดอยู่ในที ข้าสบตาคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้

           "ตำแหน่งราชครูมีใต้เท้าเฟิงอยู่แล้ว กระหม่อมเป็นเพียงพ่อค้าสามัญ ไม่บังอาจเอาความรู้อันใดไปสั่งสอนองค์รัชทายาทได้หรอกพะย่ะค่ะ" ข้ายังกล่าวต่อ อดีตพระสวามีข้าเป็นเช่นไร ข้าย่อมรู้นิสัยดี ที่แต่งตั้งข้านี่หาใช่เพื่อตอบแทนข้าอย่างเดียวไม่ แต่เพราะฝ่าบาทคิดว่าข้าเป็นวรยุทธถึงขั้นหกซึ่งนับว่าหากยากและรู้ดีว่าข้ามีเส้นสายมากมายสนับสนุนต่างหาก

          "เสวียนเอ๋อร์เป็นคนมีความสามารถ เจิ้นเชื่อว่าบุตรของเจิ้นจะได้วิชาความรู้มากมายจากท่าน" พอดุข้าไม่ได้ผล ร่างสูงก็ปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวลลง วรกายที่ยังมีผ้าพันแผลขยับนั่งจริงจัง

          "กระหม่อมอาจสามารถแนะนำเรื่องการค้าได้อยู่บ้าง แต่กระหม่อมยังยืนยันว่ากระหม่อมไม่เหมาะสมกับตำแหน่งราชครูพะย่ะค่ะ" หากไม่เพราะข้าเอ็นดูรัชทายาท ต่อให้ฝ่าบาทบังคับข้าก็จะตอบโต้อย่างไม่ลดราเช่นกัน

          ในฐานะพระบิดา รัชทายาทน้อยยามนี้ยังเยาว์วัยอีกทั้งไร้มารดาปกป้อง วังหลังแม้เต็มไปด้วยบุรุษและสตรีงดงามราวกับแดนสวรรค์ แต่เบื้องหลังกลับเน่าเฟะแฝงเร้นด้วยอันตราย ทุกวันนี้เพราะฮ่องเต้พระราชทานยาห้ามครรน์แก่สนมหญิงอยู่จึงยังไม่มีพระโอรสพระธิดาอื่นในนอกจากรัชทายาท แต่ในอนาคตก็ต้องมีอยู่ดี ราชครูเฟิงแม้เก่งกาจแต่นอกจากสอนหนังสือก็วางตัวเป็นกลาง มิอาจไว้ใจให้ปกป้องพระโอรสได้

           ข้าที่เข้ามาในสถานการณ์นี้จึงเหมาะสมพอดี ข้าเดาได้เลยว่าหากข้ามิมีข่าวลือเรื่องแผลเป็นบนหน้า ตำแหน่งสนมและมารดาบุญธรรมคงหล่นทับใส่หัวข้าโครมเหมือนชีวิตที่แล้วเป็นแน่

          "แต่เจิ้นได้ประกาศต่อหน้าขุนนางไปแล้ว" น้ำเสียงนั้นทอดอ่อน แต่ข้าเห็นว่าดวงตาคมนั้นมีประกายสนุกสนานราวกับอยากรู้ว่าข้าจะทำอย่างไรต่อไป

          "ราชโองการเป็นลายลักษณ์อักษรยังไม่ออกมา หากฝ่าบาทจะแก้ไขเป็นอาจารย์พิเศษสอนเพียงเรื่องการค้ากับภาษา คุณชายรองน่าจะสบายใจขึ้นนะพะยะค่ะ" เฟิงหลวนซานแทรกขึ้นด้วยท่าทางใจเย็น ฮ่องเต้เหลือบมองสหายของลูกพี่ลูกน้องก่อนพยักหน้าเบาๆ ข้าลอบสังเกตท่าทางระหว่างร่างสูงและฝ่าบาท ราชครูหนุ่มคงทำใจเรื่องของไป๋หยางอวี้ที่ถูกคุมตัวแน่นหนาอยู่อีกเรือนได้แล้ว จึงไม่ติดใจกับชิงหยวนต้าเทียน

          "พี่หลวนซานดูจะห่วงใยความรู้สึกของคุณชายน้อยนะ ดียิ่งๆ" จวิ้นอ๋องผู้อารมณ์ดีอยู่เป็นนิตย์เอ่ยขึ้น บรรยากาศที่เริ่มจะลงตัวพลันเปลี่ยน แต่ดูเหมือนต้นเหตุจะมาจากแม่ทัพหวางที่นั่งนิ่งมาตลอด  หางตาพยัคฆ์ตวัดมาทางข้าเพียงครู่เดียว ก่อนจะหันไปจ้องเขม็งที่ใบหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวของราชครูหนุ่ม

            มีคนกำลังซดน้ำส้ม....

            ข้ายิ้มมุมปาก จากประสบการณ์พ่อสื่อที่ข้าเคยทำมาหลายครั้ง(กับคนที่มาขอดูตัวข้าแล้วถูกข้าปฏิเสธ) ข้าเดาว่าระหว่างท่านแม่ทัพกับท่านราชครูต้องมีอะไรบางอย่าง แต่นั่นหาใช่ธุระของข้าไม่ ข้าประสานมือเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาล

           "ได้เป็นอาจารย์พิเศษขององค์รัชทายาทถือเป็นเกียรติสูงสุดของกระหม่อม หลินหลี่เสวียนขอรับบัญชาจะผลัดดันองค์รัชทายาทอย่างสุดความสามารถพะย่ะค่ะ!"


           ชิงหยวนต้าเทียน ข้าลงให้เจ้าครั้งนี้เพราะเห็นแก่ลูกเจ้าหรอกนะ


           ฮ่องเต้พยักหน้าอย่างพอใจ

           "...แต่กระหม่อมมีข้อแม้" 

           "เสวียนเอ๋อร์ เจ้ากำลังจะเล่นแง่กับเจิ้น" ฮ่องเต้เลิกคิ้วมองท่าทางที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของข้าอย่างมิใคร่พอใจนัก คนที่เหลือในห้องเงียบกริบดูท่าที ข้ายิ้มมุมปากไม่ตอบคำ

           เกมจ้องตาผ่านหน้ากากดำเนินไปไม่นาน เมื่อเห็นข้าไม่ได้โอนอ่อนอย่างที่แสดง อดีตสวามีผู้นั้นก็จำต้องถอยอีกครึ่งก้าวเช่นกัน

           "เจ้าต้องการสิ่งใด ในเมื่อ..." ปฏิเสธตำแหน่งราชครูไปแล้ว ข้าเดาได้เลยว่าฮ่องเต้สงสัยอะไร เพราะหากอยู่ในตำแหน่งนั้น ทั้งชื่อเสียง อำนาจ เงินทองล้วนได้มาง่ายดาย

           "กระหม่อมต้องการหลักประกันพะย่ะค่ะ"

           "หลักประกัน?" เป็นจวิ้นอ๋องหนุ่มที่ทวนคำแทนทุกคน

           "พะย่ะค่ะท่านอ๋อง" ข้าหันไปก้มศรีษะตอบ

           "เจ้าว่ามา" ชิงหยวนต้าเทียนผายมือ สีหน้าปรากฏร่องรอยกังวล เมื่อทรงรับปากแล้วก็ต้องทำตามอย่างมิมีเงื่อนไข

           "ฝ่าบาททราบดีว่ากระหม่อมเป็นพ่อค้า หลังจากนี้หากกระหม่อมต้องพัวพันกับราชสำนัก หลักประกันที่กระหม่อมต้องการคือ ละเว้นโทษประหารแก่ครอบครัวของกระหม่อมตลอดรัชสมัยพะย่ะค่ะ!" ข้าเอ่ยด้วยเสียงที่แข็งกร้าวชัดเจน

            "นี่ท่าน!" องครักษ์ซื่อที่ยังอาการไม่ค่อยดีมองข้าอย่างไม่เชื่อสายตา เช่นเดียวกับบุรุษคนอื่นๆในห้อง

            "ฝ่าบาทน่าจะทรงทราบดีว่าเบื้องหลังราชสำนักอันตรายเพียงใด สกุลหลินมิเคยข้องเกี่ยวกับทางการ กระหม่อมจึงอยากแน่ใจว่าสกุลเราจะไม่ต้องสิ้นชื่อในรุ่นกระหม่อมกระหม่อม" ข้าอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แผ่กลิ่นไอทรงอำนาจแบบที่ตนเองในชีวิตก่อนกระทำมาเกือบครึ่งชีวิต เพื่อไม่ให้คนอื่นๆกล้าลุกขึ้นโวยวาย

            ชิงหยวนต้าเทียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง

            "ได้...เจิ้นตกลง" ว่าพลางสะบัดมือเบาๆให้ขันทีเฒ่าไปนำกระดาษมาร่างราชโองการ และประกาศออกทันที ไม่นานข่าวของข้าก็แพร่ไปทั่วในหมู่ขุนนาง

             "ฝ่าบาทกระหม่อมว่า..." องครักษ์ซื่อทำท่าจะเอ่ยค้าน แต่ถูกมือของเจ้าแผ่นดินยกขึ้นเป็นเชิงห้าม 


           หึ ท่าทางสหายเเละพระญาติของฮ่องเต้จะมีหัวข้อในการหารือกันต่อยาวเป็นแน่


           "กระหม่อมมีกิจต้องไปสะสาง ไม่อาจอยู่สนทนาได้ ขอฝ่าบาททรงพระกรุณา" ข้าเอ่ยขัดขึ้น พอศรีษะของร่างสูงผงกลง ข้าก็รีบอัญเชิญตนเองออกจากห้องบรรทมอย่างรวดเร็ว

         
ในช่วงที่ทุกคนไม่ได้สังเกตุ ข้าลอบยิ้มมุมปากอย่างพอใจ


           ถึงมีเรื่องผิดแผนไปบ้าง แต่ฟ้าก็ยังเปิดโอกาสให้ข้าอีกครั้ง!


           ข้าสาวเท้าออกห่างมาเรื่อยๆเมื่อถึงเขตเรือนพักตนเอง ก็ปลดปล่อยพลังปราณ โดดขึ้นไปยืนบนต้นเหมยสูงที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เอียงคอกระซิบเบาด้วยปราณขั้นสูงกับเทียนฟงและจินหรงที่รีบติดตามมาไม่ห่าง

           "ส่งลูกๆของข้าเข้าวัง ส่วนหน่วยข่าวกรองที่สามของกองกำลังโบตั๋นให้สมัครเข้ากองทัพ อ้อ อย่าลืมใช้ใบรับรองที่มีตราประทับของราชครูเฟิงเป็นหลักฐานด้วยนะ พวกเจ้าหน้าที่จะได้ไม่กล้าตรวจสอบ" ในที่สุดค่าตอบแทนที่ช่วยตามหาไป๋หยางอวี้ก็ได้นำออกมาใช้งานสักที ฮ่าๆๆ

           ข้าหันกลับมาพร้อมดวงตาข้าเป็นประกายระริก ทอดมองผ่านภูเขาสูงและผืนป่ากว้าง ไปยังทิศอันเป็นที่ตั้งของวังหลวงเเคว้นเยว่ ตอนนั้นข้าเอ่ยกับตนเองด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำอย่างตื่นเต้น

           "...ได้เวลาโต้กลับอย่างเต็มภาคภูมิแล้ว"


           แสงตะวันลับขอบฟ้า ข้าใช้วิชาท่องนภาทะยานเหนือหลังคาจวนเจ้าเมืองไปตามหมู่ตึกต่างๆ เบื้องหลังมีหน่วยมือสังหารของกองกำลังโบตั๋นติดตามมาด้วยอีกสามคน เมื่อมาถึงยอดสุดของหอคอยประจำจวน พวกข้าก็ค่อยๆนอนราบลงกับหลังคา มองไปยังเรือนเล็กๆซึ่งใช้คุมขังผู้ต้องสงสัยหญิงข้อหาลอบปลงพระชนม์ แม้รอบอาณาเขตจะมีทหารเดินเวียนเปลี่ยนกะกันคุ้มกันแน่นหนา ทว่ากลับมีทหารนายหนึ่งได้รับอนุญาติให้ถือถาดอาหารเข้าไปในเรือนได้สำเร็จ

           "คิดจะปิดปากนางคงไม่ง่ายนักหรอก" ข้าพึมพำเบาๆ สะบัดมือส่งคนของตัวเองให้รีบลอบตามไป ครู่เดียว ก็เห็นคนของกองกำลังโบตั๋นค่อยๆเลื่อนกระเบื้องหลังคาออกแล้วโผล่ตัวขึ้นมา


           'ผู้หญิง ฆ่าตัวตาย พบเจอ'


           ข้ามองสัญญาณมือที่ส่งให้ หัวคิ้วพลันขมวด

           นางกำลังจะฆ่าตัวตาย? ไม่มีทางที่คนอย่างนางจะโง่ทำอะไรเช่นนั้นแน่ นอกเสียจากจะมีแผน...

           แล้วสิ่งที่ข้าคิดไว้ก็เป็นจริง เมื่อนายทหารที่ถือถาดอาหารเข้าไปเมื่อครึ่งเค่อที่แล้ววิ่งออกมาจากเรือนด้วยท่าทีตื่นตระหนก พร้อมกับอุ้มร่างสตรีล่มเมืองในชุดชาวบ้านที่ดูอิดโรยไว้ ข้าปลอดปล่อยพลังปราณสายเล็กๆเพื่อฟังเสียงวุ่นวายอึกทึกของเรือนนาง

           รอยเลือดที่ท้อง ฆ่าตัวตาย อ่า...ไป๋หยางอวี้คงแทงตนเองสินะ

           "ชะ ช่วยข้าด้วย พวกมันบังคับข้ากับทะ ท่านพ่อ พะ พอข้าถูกจับได้ อึก ก็ให้ข้าปิดปากตนเอง
" เสียงของสตรีรูปงามเอ่ยกระท่อนกระแท่น พร้อมกับโลหิตที่ไหลออกจากมุมปากบาง ในสายตาทหารดุดันรอบกาย สตรีกตัญญูเช่นนางช่างน่าเวทนายิ่งนัก

          "ผู้ต้องสงสัยจะถูกปิดปาก ตามหมอด่วน!" หัวหน้าทหารรักษาการตะโกนออกทันที ทั่วทั้งเรือนถูกจุดคบไฟสว่าง กองกำลังโบตั๋นใช้จังหวะชุลมุนลอบออกมาทันที


           หึ นางเอกงิ้วก็ยังรักษาบทน่าสงสารไว้ได้เช่นเคย คิดจะให้ตนเองถูกกันเป็นพยานสินะ ดูท่าเจ้าจะไม่อยากจบเรื่องนี้ง่ายๆใช่หรือไม่!










..............................75%
ตอนใหม่มาแล้วว อีก 25% จะรีบตามมานะ

..............................100%
ครบร้อยแล้วววววววววว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 808 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,158 ความคิดเห็น

  1. #2131 first_m16 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 13:57
    อยากรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังคิดแผนตลอด
    #2,131
    0
  2. #2082 Nadia. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:04
    ฟาดมันอิเ-้ยยยยยยยยย
    #2,082
    0
  3. #1998 nicharipaen04 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 21:33
    จัดหนักๆเลยจ้าาา
    #1,998
    0
  4. #1742 chocolato.p (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 20:57

    ไม่ยอมแพ้ง่ายๆเว้ย แบบนี้ต้องจัดหนักไปเลยน้อง

    #1,742
    0
  5. #1691 trp1021 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 01:59

    จะได้ฆ่าหรือโดนฆ่าเองน้าาาา

    #1,691
    0
  6. #1647 _Daonuea_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 15:50
    สนุกมากกกกก
    #1,647
    0
  7. #1527 คิเซริ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 13:39
    เอาออสก้าร์ไปเลยมั้ยยะ
    #1,527
    0
  8. #1457 fanggg- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 08:38
    แสดงเก่งจริงแม่คุณ
    #1,457
    0
  9. วันที่ 26 เมษายน 2561 / 11:51
    เหยียบมันให้จมดินไปเลยลูก
    #1,415
    0
  10. #1396 artiannie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 20:28
    เข้มข้นขึ้นทุกทีๆ
    #1,396
    0
  11. #1394 กะเทย. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 13:11
    ชอบอ่ะ ฉลาดร้ายลึกแบบนี้ เปิดฮาเร็มเถิดเจ้า
    #1,394
    0
  12. #1379 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 06:38
    โอ้ยยย รักเสวียนเอ๋อร์จัง ชอบความมีอะไรของท่านแม่ทัพกับท่านราชครูจังเลยค่ะ หรือจริงๆเค้าหึงหนูลูกกกก
    #1,379
    0
  13. #1285 Fifa30152 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 15:46
    อยากตบยายนี่จริงๆ ธอร์แหลมาก~~~ ให้สตอเบอรี่ทั้งไร่คงยังไม่พอ
    #1,285
    0
  14. #1101 maneerat1083 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 17:35
    ใครก็ได้เอายายนี่ไปเก็บที่!!!!(╯°□°)╯︵(\ .o.)\
    #1,101
    0
  15. #1091 เจ้าเอฟคุง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 22:42
    โอ้ยยยย ตรูเกลียดชะนี-.,-
    #1,091
    0
  16. #1053 Suchanan Natprapas (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 08:45
    สนุกมากซับซ้อนดีแท้ ชอบๆ
    #1,053
    0
  17. #946 saiikun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 08:43
    คุณซู แรกๆ กล่าวว่าเป็นบุตรชายสามของเฒ่ากรมสิ่งทอ แต่ต่อมากล่าวเป็นคุณชายรองละ งงๆนะ
    #946
    0
  18. #896 tungminpe (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 13:23
    ยังแสดงละครไม่เลิก!
    #896
    0
  19. #701 KuppaKP (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 15:50
    ใครก็ได้เอาอีนี่ไปเก็บที
    #701
    0
  20. #614 Meatboll (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:47
    กินสตอเบอร์รี่เป็นชีวิตจิตใจรึไงถึงได้สตอได้ขนาดนี้!
    #614
    0
  21. #538 Ma-A-Queen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 11:14
    โต้กลับใครอ่ะ 'นาง' เหรอ
    #538
    0
  22. #512 -Shawty- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 14:35
    มากเล่ห์จริงๆ
    #512
    0
  23. #499 ningthanaporn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 01:02
    เราชอบมาก
    #499
    0
  24. #435 22052544 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 23:34
    มาต่อเถอะไรท์เราค้างงงงงอะสนุกสุดๆๆ
    #435
    0
  25. #434 AmAum Socut (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 13:38
    สนุกมากก
    #434
    0