ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 6 : ชมละครกลางป่านับเป็นความสำราญยิ่ง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 778 ครั้ง
    8 ม.ค. 60

  








      อาชาพวงพีนับยี่สิบตัวโผนทะยานเข้าไปในผืนป่าที่ได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดในแคว้นเยว่ หน้าสุดของขบวนคือองค์ฮ่องเต้ในชุดปักลายมังกรที่คล่องตัวกว่าทุกคราว พระองค์ถือเกาทัณฑ์สลักลวดลายงดงาม ทางซ้ายคือบุรุษต่างชาติเจ้าของดวงตาสีมรกต พระองค์สวมชุดสีน้ำเงินปักลายมังกรขาว ทางขวาคือท่านองครักษ์ซื่อหม่าที่สอดส่ายสายตาระวังภัยอย่างดี

     ข้าควบม้าวิ่งเหยาะๆรั้งท้ายขบวน ข้ากายคือท่านหญิงฟ่างหง เกาทัณฑ์ชั้นดีที่ท่านพ่อเตรียมมาให้ถูกเสียบเก็บไว้ข้างหลังมิคิดหยิบมาใช้เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ข้าเพียงเร่งม้าสีน้ำตาลของตนให้ตามฝ่าบาททั้งสองให้ทันในระยะสายตาเพียงเท่านั้น

     ข้ามิได้จริงจังกับงานนี้เหมือนขุนนางหนุ่มเลือดร้อนอีกหลายคนที่ติดตามมา จริงอยู่ว่านี่เป็นการแข่งขันล่าสัตว์ แต่ในภาวะที่สงครามใกล้ปะทุเช่นนี้ กุนซือก็ยังเป็นที่ต้องการตัวไม่ต่างจากนักรบ การแสดงความเฉลียวฉลาดออกมานั่นหมายถึงท่านอาจจะถูกส่งตัวไปชายแดนได้ในทันที หากรบชนะกลับมาย่อมเป็นที่เชิดหน้าชูตาไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สินเงินทองสาวงาม แต่ในทางตรงข้ามหากหวาดกลัวหนีทัพหรือพ่ายแพ้ ไม่ตายด้วยมือข้าศึกก็ต้องโดนประหารฐานผิดกฏกองทัพ

     คนหนุ่มเหล่านี้ล้วนแต่เป็นหน้าใหม่ในท้องพระโรง จึงพยายามเเสดงความสามารถเพื่อให้ได้การเลื่อนยศ ไม่ได้คำนึงถึงสงครามชายแดนแคว้นเยว่กับจ้าวที่ปะทุทุกๆห้าปีจนเป็นเรื่องสามัญ ทั้งยังมีเหล่าแม่ทัพและทหารคอยปกป้องอยู่แล้ว

    "ใต้ท้าวน้อย ท่านไม่คิดจะเร่งทำคะแนนเช่นม้าศึกหนุ่มเหล่านั้น?" ฟ่างหงที่ควบม้ามาเทียบข้างข้า เวลาผ่านไปไม่นานข้าก็รู้ว่าสตรีผู้นี้นั้นเป็นพวกฝีปากร้ายกาจไม่ต่างจากรัชทายาทเลยแม้แต่น้อย นางไม่ชอบบุรุษห้าวหาญอย่างสตรีทั่วไป กลับกันนางยังชอบนินทาขุนนางหรือแม่ทัพรูปงามลับหลังอีกด้วย ถึงจะไม่ใช่นิสัยที่ดีนักแต่ก็เรียกรอยยิ้มบางๆจากข้าได้ไม่น้อย

    "แม้ข้าจะเป็นชาวยุทธแต่เนื้อในก็ยังคงเป็นพ่อค้าผู้หนึ่ง เรื่องเหล่านี้ไม่ถนัดเท่าใดนัก เห็นทีการเป็นผู้ชมอย่างเดียวจะเหมาะกว่า" ข้าแสร้งยกยิ้มนุ่มนวล ใครๆก็ทราบว่าข้ามีวรยุทธถึงจะไม่รู้ว่าขั้นไหน ปกปิดไปก็ไม่ได้อะไร ข้าจึงตอบไปตามนั้น

     ชาติภพก่อนข้าพาตัวเองไปอยู่กลางแสงไฟมากเกินไป แสดงความสามารถต่างๆนานาเพราะอยากช่วยเหลือคนและเป็นวีรบุรุษ แม้จะไม่ตายในการรบ แต่ก็ตายเพราะความเด่นดังนั้นย้อนกลับมาฆ่าตนเอง พอคิดเช่นนั้น พอมาถึงยามนี้ก็ทราบว่า แล้วพ่อค้าอย่างข้าจะเดือดร้อนไปใย หากสามารถช่วยได้ด้วยวิธีอื่น?

    "เช่นนั้นสตรีเช่นข้าก็ควรรั้งท้ายต่อไป อา ใต้เท้าน้อยอย่ามองข้าเช่นนั้น" ว่าแล้วนางกรีดมือบังหน้าชะม้อยสายตาราวกับนางในห้องหอแต่เกินจริงกว่า จนข้าอดหัวเราะเบาขึ้นมาไม่ได้

    "นายน้อย..." เทียนฟงควบเฟิง ม้าสีดำประจำตัวนายหญิงฮวาเหลียนมาจากอีกทางส่งเสียงปราม ข้าหันไปมองนิ่งๆก่อนจะหันกลับมาคุยกับสตรีต่างชาติต่อราวกับไม่มีอะไรผิดปกติ ขายังกระทุ้งให้ม้าที่ยืมมานั้นก้าวต่อไปช้าๆ
  
    ถึงรู้ว่าเป็นการเสี่ยงความลับแตกอย่างมาก ที่ให้เทียนฟงเอาเจ้าชิงมาใช้ในงานนี้ แต่ในแผนของข้า ชิงเป็นม้าที่ดีที่สุดที่จะใช้ได้ และข้าได้ให้เทียงฟงเอาผงสีขาวผสมน้ำป้ายเป็นจุดไว้ที่หน้าผากของมันแล้ว ถ้าคนไม่ทราบจริงๆอาจจะคิดว่าเป็นม้าคนละตัวเพราะตำหนิปลอมนี้

   "นั่นม้าเจ้าหรือ" ฟ่างหงชี้ไปที่เจ้าชิง อาชาหนุ่มครางรับเมื่อเห็นสาวงามจนนางอดหัวเราะคิกคักไม่ได้

  "นั่นม้าของจินหรง คนสนิทข้าขอรับ" ข้าตอบสั้นๆ เทียนฟงในคราบจินหรงพยักหน้าเบาๆ "ปกติใช้มันเทียมรถม้าข้าด้วย จินหรงขี่ม้าอื่นไม่ถนัดข้าจึงอนาญาติให้เขาใช้มัน"

   "เป็นเช่นนั้น" นางมองม้าตรงหน้านิ่งๆ ก่อนจะละสายตาไปทางอื่น พร้อมอุทาน "อย่างไรกัน!? ดูเหมือนเราจะคลาดกับพวกฝ่าบาทแล้วล่ะใต้เท้าน้อย"

   ข้ารีบหันกลับมา ก่อนจะมองซ้ายมองขวาทำทีเป็นตามหา ขณะที่หูแว่วเสียงคมดาบปะทะกันจากที่ไกลๆ จมูกได้กลิ่นกลิ่นโลหิตโชยมาปะปนในอากาศ


    ในที่สุด พวกมันก็ลงมือแล้ว


   "ดูจากรอยเท้าม้า ข้าว่าพวกฝ่าบาทน่าจะไปทางตะวันออกนะขอรับ " ข้ายิ้ม ท่านฟ่างหงพยักหน้าตอบ

   "เรารีบตามไปกันเถิด"


   ยิ่งใกล้จุดปะทะเสียงคมดาบผสานกับกลิ่นเลือดก็ยิ่งชัดเจน ฟ่างหงที่วรยุทธปานกลางจึงเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติ พอนางชักสีหน้าข้าก็รีบหันไปทัก

   "ท่านหญิง ข้าคิดว่าฝ่าบาทอาจจะตกอยู่ในอันตราย"

   "เจ้าก็รู้สึกสินะ กลิ่นของโลหิต" ดวงตาคู่งามของนางทอประกาย ไม่ต้องพูดอะไรอีก มือบางสะบัดปลายแส้ฟาดเร่งให้อาชาพุ่งนำไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ข้ายิ้มมุมปาก มือซ้ายขยับทำสัญญานแก่คนของข้าที่เร้นกายอยู่ ก่อนจะหวดแส้พุ่งตามไปพร้อนเทียนฟง เมื่อนึกถึงสีหน้าของตัวละครทั้งหมดที่จะออกมากันครบในฉากนี้


   ระยะห่างของเราใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว


   "คุ้มกันฝ่าบาท!"

   เสียงห้าวของท่านซื่อหม่าเป็นสิ่งแรกที่เราได้ยิน เราหลุดจากเขตป่าออกมายังทุ่งกว้าง ร่างขององครักษ์หนุ่มปรากฏรอยบาดแผลหลายรอย บางส่วนเป็นสีดำคล้ำเพราะพิษที่มาจากอาวุธ ลูกธนูปักอยู่ที่พื้นจำนวนมาก คาดว่าทันทีที่พวกฝ่าบาทมาถึงพื้นที่เปิดก็คงถูกเปิดฉากโจมตีด้วยธนูก่อน

    นายทหารองครักษ์คนอื่นๆกำลังฟาดฟันกับนักฆ่าชุดดำ ขุนนางหนุ่มบางคนนอนทอดกายสิ้นชีพอยู่บนพื้นหญ้า ขณะที่บางส่วนที่วรยุทธสูงพอตัวก็ยังคงรับมือกับศัตรู ที่ใจกลางวงสองราชาจากสองแคว้นกำลังปลดปล่อยพลังยุทธจนเห็นเป็นไอสีทอง ร่างสูงขยับกายเพียงสองประบวนท่าเดียวก็สามารถล้มนักฆ่าไปได้หลายคน แต่ก็ยังเสียเปรียบด้วยจำนวนพวกมันที่เสริมทับเข้ามาต่อเนื่อง

    ฟ่างหงดึงกระบี่สีเงินของนางออกมา ร่างโปร่งควบม้าเข้าฟาดฟันกับศัตรูไม่หวาดกลัวย่นย่อหวังให้ถึงตัวรัชทายาทหนุ่ม เสียงฝีเท้าอาชาตัวใหญ่ทำให้บรรดาในนักฆ่าพุ่งเข้ามาทันที ข้าส่ายหน้าดึงเกาทัณฑ์ราคาพันตำลังทองของท่านพ่อออกมา ยิงเพียงครั้งก็เสียบเข้าที่กลางศรีษะของนักฆ่าโลหิตพุ่งเป็นสาย ส่วนเทียนฟงนั้นแทบไม่ต้องออกแรงร่างสูงแค่สะบัดปลายกระบี่ศรีษะของพวกมันก็พลันร่วงหล่น คนอื่นอาจตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแทยอาเจียน แต่ข้ามองภาพนั้นด้วยสีหน้านิ่งสนิท

    อาจเพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าจะปลิดชีวิตคนที่มุ่งร้าย หัวใจข้าจึงเย็นเยียบ


    ....ถึงอยากโอดครวญเสียดายลูกศรฉลุลายงดงามที่เสียไปก็เถอะ!


   "กรี๊ดดดดดดดด!" ฉับพลัน เสียงหวีดร้องดันลั่นทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างหยุดชะงัก

    ที่อีกฝั่งของแนวป่าปรากฏร่างบอบบางของสตรีนางหนึ่ง ใบหน้าขาวใสซีดอย่างตื่นตระหนก ดวงตาคู่สวยล้อมกรอบด้วยแพขนตาดำขลับรื่นน้ำตา คิ้วนางบางโค้ง

    แม้ผมจะถูกรวบง่ายๆ และสวมใส่ชุดผ้าป่านราคาถูกอย่างชาวบ้าน ก็ไม่อาจบดบังความงดงามอ่อนหวานของนางได้เลย มือบางของนางที่ปิดปากเล็กสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ใกล้ๆกันมีกระจาดผลไม้ตกอยู่

    "กำจัดทุกคนที่เห็นให้หมด!" เสียงหัวหน้านักฆ่าดึงสติของทุกคนกลับมา หนึ่งในนักฆ่าก้าวไปยังสตรีล่มเมืองในคราบชาวบ้านอย่างรู้งาน แต่เงาร่างสูงคุ้นตากลับทะยานไปขวางเสียก่อน

     ข้าจิ๊ปาก มองอดีตสวามีหูเบาที่ยังทำตัวเหมือนชาติภพที่แล้วไม่มีเปลี่ยน

    "เจ้ารีบหนีไป!"

     ร่างแกร่งตวัดกระบี่ขวางมีดสั้นของนักฆ่าได้แต่ก็พลาดถูกอาวุธลับของพวกมันซัดเข้าที่เอว ร่างสูงกัดฟันรวบรวมแรงยันอาวุธของนักฆ่าออกแล้วตวัดกระบี่เฉือนเข้าที่คอหอยของมัน ฮ่องเต้ซวนเซทรุดตัวลง ส่วนหญิงสาวที่มีท่าทีหวาดกลัวแสดงท่าทีละล่าละลั้งก็ตัดสินใจวิ่งกลับมาพยุงร่างสูง

     "ขะ ข้าจะไม่ทิ้งท่านผู้มีพระคุณ" แขนเล็กพยายามดึงฮ่องเต้ให้ลุกขึ้นท่ามกลางนักฆ่าที่กำลังดาหน้าเข้ามา ข้ากลอกตา หูได้ยินเสียงฝีเท้าม้าจำนวนมาที่กำลังควบตะบึ่ง และคาดว่าน่าจะมาถึงในไม่เกินครึ่งก้านธูป

    ภาพตรงหน้าซ้อนทับกับเหตุการณ์ในชีวิตที่แล้วอยู่ไม่น้อย ฮ่องเต้เสด็จส่วนพระองค์มาประพาสป่าแต่กลับถูกนักฆ่าลอบทำร้ายซ้ำยังพลัดหลงกับองครักษ์ซื่อ พระองค์ถูกพิษสาหัสจึงหลบหนีซวนเซไปล้มลงหน้ากระท่อมกลางป่าจนถูกสตรีผู้นี้ช่วยชีวิตไว้ บังเอิญที่ข้ากับสหายหมอเทวดาเดินทางผ่านมาพบจึงได้รักษาพยาบาลต่อจนหายดี ฮ่องเต้ซาบซึ้งบุญคุณจึงแต่งตั้งให้นางเป็นพระสนม และนับข้ากับหมอเป็นพี่น้องร่วมสาบาน

   คาดว่าเพราะมีรัชทายาทช่างหยิงมาเป็นตัวแปรใหม่ สถานการณ์และตัวละครจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย

   เเต่เรื่องราวยังคงเดิม...

    ข้าหัวเราะในลำคอขณะกระแทกคันเกาทัณฑ์ลงบนต้นคอนักฆ่าจนสลบ ก่อนหันไปทางเทียนฟงพยักหน้าขอเปลี่ยนม้ากันตามแผน ร่างสูงโดดลงจากหลังเจ้าชิงไปสกัดนักฆ่าที่ดาหน้ากันเข้ามา ข้ารีบทะยานไปบนหลังอาชาคู่ใจ มันร้องดังลั่นข้าหน้ายกขึ้นตะกายอากาศก่อนควบตะบึ่งเข้าไปกลางวงล้อมฮ่องเต้โดยไม่ต้องสั่ง

    ข้าปลดปล่อยพลังปราณเพียงขั้นหกกระแทกเหล่านักฆ่าจนต้องถอยร่นไปไกล ไอพลังสีฟ้าของแผ่พุ่งราวกับเป็นเกราะที่มองไม่เห็น

     หากจะลงมือสังหารให้สิ้นด้วยพลังขั้นเก้าที่ใต้หล้านี้มีน้อยคน ข้าย่อมทำได้ แต่เห็นที่คงต้องเผื่อเวลาให้ตัวหมากสุดท้ายโผล่มาเสียก่อน

   "ฝ่าบาทเชิญเสด็จกับกระหม่อมก่อนเถิดพะย่ะคะ!" ข้าหันไปตะโกน ชิงหยวนต้าเทียนมองข้าด้วยสายตาอ่านยากก่อนจะหันไปทางสตรีร่างบางข้างกายอย่างกังวล

    "ทะ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง" เสียงเล็กๆของสตรีถามร่างสูงที่ชันตัวลุกขึ้นอย่างหวาดกลัว

   "ข้าไม่เป็นไร"

   ข้าหัวเราะในลำคอ ที่แท้ความหลงใหลที่พระองค์มีต่อสตรีนางนี้มีมาแต่เริ่มแรก และหลายปีในวังหลวงคงฝังรากลึกยาวนาน แต่ข้ากลับไม่เคยรู้ เพียงเห็นนางเป็นสนมตัวเล็กๆขี้เหงาในตำหนักหลังอันห่างไกลตลอดมา ทั้งยังเอ็นดูนางราวกับน้องสาว


     คงต้องโทษความโง่งมของข้าเอง


     "ฝ่าบาทพานางขึ้นม้าไปก่อนเลยพะย่ะค่ะ ทางนี้กระหม่อมจะขวางไว้เอง!" ข้าโดดลงจากหลังม้ายกคันเกาทัณฑ์ขึ้นกันคมอาวุธ เบื้องหลังชิงหยวนต้าเทียนยกร่างของสตรีด้านข้างขึ้นก่อนจะปีนขึ้นนั่งโอบนางทางด้านหลัง มือหนาจับสายบังเหียน ขณะที่สายตาพระสวามีหูเบายังหันมามองข้า

     ข้ารู้สึกได้ แต่มิได้หันกลับไป

    "เจิ้นขออภัยที่ทำให้เจ้าต้องมาเจอเรื่องร้าย..." เสียงเศร้าขององค์ฮ่องเต้ดังจากด้านหลัง ข้าลอบแค่นยิ้ม ไฟความแค้นในใจโหมกระหน่ำขึ้น จนเผลอระบายด้วยกระยิงธนูอัดปราณใส่นักฆ่าจนร่างระเบิด


     หยุดเรียกนามนั้นเสียที หากท่านก็ยังคิดจะพานางหนีไป


   "ไปเสียฝ่าบาท ม้าของกระหม่อมจะพาพระองค์ไปจากที่นี่" ข้าเอียงคอพูดเสียงเรียบ ฟาดมือตบหน้าขาชิงอย่างแรง อาชาสีดำร้องก่อนโผนทะยานไปในป่าอีกทาง

    ข้าหันกลับมามองนักฆ่าที่รุมล้อมช้าๆ เมื่อยามนี้ไม่ต้องสงวนท่าที ขยับกายเพียงไม่กี่ครั้งต้องมีหนึ่งชีวิตหลุดลอย ข้ารู้สึกได้ว่าใบหน้าใต้หน้ากากเงินของตนแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ทั้งมือและชุดขาวเปื้อนเลือดเป็นหย่อมๆราวกับปีศาจร้าย กระนั้นนักฆ่าบางส่วนก็ยังคงเล็ดรอดติดตามฮ่องเต้ไปได้อยู่บ้าง ทางฝั่งท่านซื่อหม่าที่บาดเจ็บกับองครักษ์ดูจะตึงมือ ตรงข้ามกับช่างหยิงหยางหรง ฟ่างหง และองครักษ์เก็บกวาดที่ได้รวดเร็วสมกับมาจากแคว้นที่ขึ้นชื่อเรื่องกองทัพ แต่เพราะไม่ชำนาญพื้นที่จึงล่าช้ากว่าข้าและเทียนฟงที่ตามมาประกบ

    "นายท่านกับข้าลองแข่งกันว่าใครจะเก็บได้มากกว่าดีหรือไม่" เสียงและลมหายใจร้อนๆของเทียนฟงกระซิบที่ข้างหูทำให้ข้าอดยิ้มออกมาไม่ได้ แต่ยังไม่ทันจะตอบ

    "ทหาร! จับพวกมันให้หมด!!"

    ร่างสง่างามของบุรุษในชุดราชครูสีน้ำตาลดำควบม้ากระโจนออกจากแนวป่า เบื้องหลังมีม้าและทหารองครักษ์ฝีมือดีและทหารประจำเมืองนับครึ่งร้อยพุ่งตามมา นักฆ่าที่กำลังเริ่มถดถอยเพียงหยิบมือหรือจะต้านทานได้ ต่างถูกจับกุมและสังหารสิ้น แต่ไม่ทันไรพวกที่ถูกจับก็กัดพิษในปาก

     สมเป็นนักฆ่าฝีมือดี ยอมตายแต่ไม่ยอมเผยความลับ...

    "ตะ ตามหาฝ่าบาท อึก "

    ร่างใหญ่ของท่านซื่อหม่าถูกท่านอีกคนพยุงเข้ามา มือหนากุมปิดแผลที่เอว ใบหน้าคมซีดเผือด ริมฝีปากเป็นสีม่วงคล้ำ แต่ก่อนจะล้มลงหมดสติ ร่างสูงโปร่งอีกคนในชุดขาวสะอาดปักลายนกกระเรียนที่ยืนเงียบอยู่นานก็ขยับมารับ ดวงตาคู่คมของหมอเทวดาทอแววเฉยชายามมองคนป่วย ก่อนตวัดมายังข้า ปากบางขยับเป็นถ้อยคำไร้เสียงที่อ่านได้ว่า

    'เรามีเรื่องต้องคุยกัน'

    ข้าผงกศรีษะให้สหายเก่าที่มาตามคำขอร้องในจดหมาย ขณะมองราชครูหนุ่มที่ชักม้าทางข้า

   "คุณชายหลิน ฝ่าบาทไปทางไหน"

   "ทางตะวันออก..." ไม่ทันได้กล่าวต่อ เฟิงหลวนซานก็หันไปตะโกนสั่งองครักษ์คนอื่นๆให้รีบออกตามหาทันที ใบหน้าที่มักอ่อนโยนเป็นนิตย์ฉายแววคร่ำเคร่ง ขณะที่ฟาดแส้ม้าให้ออกวิ่งตามทางที่ฮ่องเต้หายไป


    เจ้าอยู่หัวถูกลอบสังหาร ทั้งยังเรื่องคนรัก คงทำให้อัจฉริยะผู้นี้ปวดหัวไม่น้อย


    "นายท่าน ม้าขอรับ" เทียนฟงจูงอาชาสีน้ำตาลมาให้ ข้าพยักหน้า โดดขึ้นบนหลังก่อนกระทุ้งเท้าควบตามไปติดๆ



    ละครฉากสำคัญทั้งที จะให้ข้าพลาดชมได้อย่างไร!


   




     

 ..................................100%
ลงทีเดียวครบตอนเลยครับ ฉลองปีใหม่ 555

    


   
  

  
   

  

  
   
    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 778 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,158 ความคิดเห็น

  1. #2128 first_m16 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 13:26
    คนเดียวกันจริงด้วย
    #2,128
    0
  2. #2079 Nadia. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:25
    ไม่ชอบฮ่องเต้เลยอะ ก้อรู้หรอกว่าเฮียแกแค่โง่งมและหูเบา คนที่ร้ายจริงๆคือสตรีแพศยาคนนั้น!!!
    #2,079
    0
  3. #2063 black00 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 00:08
    โห ไม่เอาฮ่องเต้เด้อ
    #2,063
    0
  4. #2022 Night Blue Demon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 16:54
    ///ทำป้ายเชียร์เทียนฟง///
    #2,022
    1
    • #2022-1 Night Blue Demon(จากตอนที่ 6)
      1 เมษายน 2563 / 16:55
      ไม่เอาฮ่องเต้///ยกป้ายประท้วง///
      #2022-1
  5. #1995 nicharipaen04 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 21:07
    โหหห หวังว่าฮ่องเต้ไม่ใช่พระเอกนะ
    #1,995
    0
  6. #1976 wiliwrrnnnthkal (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 01:17
    เราจุกแทน ก็ฝ่าบาทเป็นซะเเบบนี้
    #1,976
    0
  7. #1763 PaulaPum (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 16:36
    เปลี่ยนพระเอกเลยยย
    #1,763
    0
  8. #1756 Cho_co_late (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 04:27
    ชาตินี่ฝ่าบาทไม่น่าจะได้เป็นพระเอกแล้วนะเพคะ
    #1,756
    0
  9. #1739 chocolato.p (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 20:27

    เชิ่ดๆใส่ไปเลยจ้า ไม่ต้องเอามาเป็นพระเอกอีกแล้วนะ

    #1,739
    0
  10. #1687 trp1021 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 01:15

    นั่นไง ฝ่าบาท..

    #1,687
    0
  11. #1646 _Daonuea_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 13:38
    สนุกมากเจ้าค่ะ
    #1,646
    0
  12. #1615 Mysterygrey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 14:39
    ตกลงม้าชื่อชิงหรือเฟิง
    #1,615
    0
  13. #1591 อิป้าใจคอไม่ดีเลยลูก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 17:53
    ขอบคุณค่ะ
    #1,591
    0
  14. #1579 NEssaTen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 12:49
    สนุกมากกกกกกกกกแงงดีจังที่มีคนแต่งแนวนั้
    #1,579
    0
  15. #1574 artiannie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 13:57
    กำลังสนุกเลยค่ะ นี่ย้อนอ่านเป็นรอบที่สองแล้วเนี่ย
    #1,574
    0
  16. #1524 คิเซริ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 12:15
    อยากจะเข้าไปนั่งชมด้วยจริงๆ
    อ่านเฉยๆมันไม่ได้อรรถรสสสสส
    55555
    #1,524
    0
  17. #1504 pqrst (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 16:04
    ถ้ามีคนเดียวไม่ได้ ก็อย่าเอาอิฝ่าบาทมันเลย
    #1,504
    0
  18. #1454 fanggg- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 08:15
    น้องเก่งมาก >_<
    #1,454
    0
  19. วันที่ 26 เมษายน 2561 / 11:19
    นั่นนนน เอาเฃยลูกก
    #1,413
    0
  20. #1186 DKdabble (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 23:30
    ชอบในความฉลาดของเสวียนเด้อ
    #1,186
    0
  21. #1175 coco i cookie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 17:30
    555 ชอบนิสัยนายน้อย
    #1,175
    0
  22. #890 tungminpe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 12:22
    เหตุการช่างดูประจวบเหมาะเหลือเกิน.. 555555
    #890
    0
  23. #827 Mongmong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 00:11
    จริงๆ คุณชายรองน่าจะรักฮ่องเต่อยู่ส่วนหนึ่งในชีวิตที่แล้ว เเต่น่าจะคิดว่าบ้าหรอแกร เพื่อนกัน เลยคิดว่าไม่ได้รัก พอมาตอนนี้เลยออกอาการผูกใจเจ็บ และจิกกัดฮ่องเต้ตลอดเวลา
    #827
    0
  24. #761 Radtida เธ612557 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 14:48
    หมั่น!!
    #761
    0
  25. #698 KuppaKP (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 15:20
    เกลียดผู้หญิงคนนี้เข้าไส้
    #698
    0