ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 4 : อดีตกำเริบเป็นอาการป่วยใจที่ยากรักษา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,089
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 906 ครั้ง
    25 ธ.ค. 59

       







          "คุณชายรองหลินหลี่เสวียนขอเข้าเฝ้า!" 

          ทันทีที่เห็นข้าเดินมาพร้อมท่านจี้กง ขันทีหนุ่มที่ยืนอยู่หน้ประตูก็ร้องขึ้นอย่างรู้งาน นางกำนัลต่างก้มศรีษะลงพร้อมกันอย่างนบน้อม

           ข้ารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเล็กน้อย ความรู้สึกคล้ายกับสมัยเป็นสนมทำให้อึดอัดอยู่เช่นเคย ยิ่งพอเหลือบเห็นนางกำนัลบางคนจ้องมองข้าก่อนจะเหลือบสบตากันอย่างมีความนัยก็ยิ่งหงุดหงิดนัก แต่ด้วยหน้าที่ ข้าก้าวไปยืนหน้าห้องที่เรียกกันว่าโถงรับรองของท้องพระโรงที่ประตูปิดสนิท สะบัดชายเสื้อคุกเข่าลงประสานมือคำนับอย่างถูกต้องตามวิถีชาววัง

           "หลินหลี่เสวียน ถวายพระพรฮ่องเต้ ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี" ข้าเอ่ยคำถวายพระพรที่ตนเองฟังมาเป็นหมื่นครั้ง ก้มศรีษะนิ่งรอคำพระราชทานอนุญาติ


           "เข้ามา"


           เสียงทุ้มก้องกังวาลที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมประตูที่ถูกเปิดออก หัวไหล่ข้าเกร็งขึ้นเล็กน้อย

           "ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ" ข้าลุกขึ้นก้าวเดินเข้าไปช้าๆ อย่างสง่างามเช่นเคย เพียงแต่ศรีษะก้มลงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ดูเป็นการจ้องมองกษัตริย์อย่างเสียมารยาท

           "คุณชายน้อย เงยหน้าขึ้นเถิดอย่าได้ใส่ใจธรรมเนียมเลย..." ข้าแค่นยิ้มเย็น เงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ ไม่พูดอะไรตอบ

          "มหาขันที ดูท่าคุณชายน้อยจะไม่ชอบเจิ้นนะ เจิ้นควรทำอย่างไรดี" เสียงทุ้มนั้นเอ่ยล้อเล่นกับชายชราที่ยืนอยู่ทางขวา แต่เนื้อความกระทบข้าโดยตรง "หรือเจิ้นควรเรียกเขาว่าเสวียนเอ๋อร์ เรียกอย่างสนิทสนมสักหน่อยเขาจะได้เลิกเกรงเจิ้น ดีหรือไม่จี้กง"

          ข้ามอง 'ฮ่องเต้ชิงหยวนต้าเทียน' วัยยี่สิบหกชันษายืนประสานมือไพล่หลังอยู่หลังโต๊ะทรงอักษร พระองค์สวมใส่ชุดมังกรทองหรูหรา เรือนผมสีดำขลับถูกเกล้าขึ้นสวมทับด้วยเหมี่ยนประดับมุกน้ำงามร้อยถักลงอย่างสวยงาม ใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกบังด้วยมุกเล็กน้อยทอดหันมองข้าอย่างอ่อนโยนหากแต่หนักแน่นดุจขุนเขา เป็นท่าทางที่ข้าคุ้นเคยมาตลอดหลายปี


          ภาพตรงหน้าซ้อนทับภาพในอีกห้าปีข้างหน้า ใบหน้าเกลี้ยงเกลานั้นจะมีไรเคราขึ้นที่ปลายคาง และเริ่มมีริ้วรอยเล็กๆที่ข้างดวงตา กระนั้นก็ยังคงความสง่างามไว้เช่นเคย น้ำเสียงทุ้มลึกนั้นมักเรียกข้าย้ำๆว่า 'เสวียนเอ๋อร์ๆ' อยู่เรื่อยไป ในสายตาฝ่าบาท ข้าเป็นเพียงเด็กน้อยวัยสิบห้าที่ฉลาดเกินวัยและเทิดทูนท่านอย่างมิมีเงื่อนไข

         ฝ่าบาท พระองค์ไม่มีวันรู้ แม้ในยามที่ท่านกำลังจะมอบความตายให้ ท่านก็ยังคงเรียกข้าว่าเสวียนเอ๋อร์...


         "หามิได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงไม่คุ้นชินกับวังหลวงอยู่บ้าง จึงมิทราบว่าควรกระทำตนเช่นไรต่อหน้าพระพักต์" ข้าแสร้งประสานมือตอบอย่างเรียบเรื่อยเจือรอยยิ้ม เมื่อท่านเห็นข้าเป็นเพียงเด็กก็ต้องตามน้ำไปก่อน

         ฮ่องเต้เดินตรงมายังข้า สายพระเนตรทอดมองมาอย่างพิจารณา ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้ หากเป็นคนอื่นคงเขินอายไม่ก็ผงะหนี แต่ข้าเพียงนิ่ง...


         มีคนกล่าวว่าอดีตนั้นผ่านไปแล้ว ปัญหาใดๆเมื่อล้วนค่อยๆเลือนหาย ข้ามิอาจกล่าวได้ว่าเกลียดชังฝ่าบาท แต่ก็ไม่อาจไม่ถือสากับความอยุติธรรมที่ได้รับ เมื่อในใจลึกๆข้ารู้ว่าการตายของข้ามี 'นาง' อยู่เบื้องหลัง แต่กระนั้นในสายตาข้า ชิงหยวนต้าเทียน ก็ยังคงเป็น 'อดีตพระสวามีหูเบา' อยู่นั่นเอง 

         แม้ในชีวิตใหม่นี้เรื่องราวเหล่านั้นจะยังไม่เกิดขึ้น ทว่า ยามได้กลับมายืนชิดกันเพียงนี้ ข้าก็ไม่อาจรู้สึกสุขใจหวั่นไหวกับความเมตตาเพียงเล็กน้อยนั้นได้อีกแล้ว....
         

         "อ่า เป็นเช่นนั้น" ร่างสูงเลิกคิ้วแปลกใจที่ข้านิ่งสงบกว่าที่คาด "แต่เจิ้นคงต้องขอให้เจ้าทำใจให้ชิน เพราะเจ้าสำคัญกับเรามากในงานใหญ่ครั้งนี้"

         "หม่อมฉันทราบแล้วพะย่ะค่ะ" น้ำเสียงเรียบนิ่ง ยิ้มตอบบางเบา

         "ดี! ดียิ่ง" ฮ่องเต้มองท่าทางนั้นแล้วแย้มยิ้มกว้าง พระหัตย์หนายกขึ้นหมายจะวางลงที่หัวไหล่ ข้ารีบขยับออกครึ่งก้าวพลางก้มศรีษะลงอย่างนอบน้อมตามสัญชาติญาณ ฮ่องเต้อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของคนแปลกหน้าต่อกัน จึงไม่ได้ถือสาอะไร ร่างสูงเพียงยิ้มอย่างเคย เป็นยิ้มที่ข้าชอบนักหนาในวันวาน

         "คณะราชทูตเเคว้นช่างหยิงมาถึงราชฐานชั้นนอกแล้วพะย่ะค่ะ!" เสียงท่านซื่อหม่าร้องขึ้นพร้อมกับร่างหนาที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้อง พร้อมกับร่างบุรุษในชุดเกราะแม่ทัพเจ้าของใบหน้าดุดันสมกับที่เป็นพยัคฆ์

        "มาแล้วหรือน้องข้า" ฮ่องเต้เดินไปตบไหล่พระญาติสนิท แม่ทัพหนุ่มเพียงพยักหน้าน้อยๆให้ฝ่าบาทอย่างไม่สนพิธีการด้วยความสนิทสนม ก่อนดวงตาคมดุจะตวัดมายังข้าที่ยืนเยื้องไปด้านหลังอย่างแปลกใจปนเคลือบแคลงเล็กน้อย อดีตพระสวามีมองตามสายตานั้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

          "ฮ่าๆ ข้าลืมแนะนำแก่เจ้า นี่คือคุณชายรองหลินหลี่เสวียน จากตระกูลการค้าหลิน ครานี้เขาจะมาเป็นล่ามให้แคว้นเรา" พอฝ่าพระหัตย์ผายมา ข้ารีบประสานมือก้มศรีษะอย่างรู้งานราวกับไม่เคยรู้จักอีกฝ่ายอย่างแนบเนียน ถึงแม้ก่อนหน้านี้ข้าในคราบเถ้าแก่เนี้ยหอนางโลมจะเพิ่งยืนข้อเสนอขูดเลือดเขาและสหายมาหมาดๆก็ตาม

         "ข้าน้อยหลินหลี่เสวียน คารวะท่านแม่ทัพ"

         "ได้ยินชื่อคุณชายมานาน ข้าแม่ทัพหวางจิ่นสือขอคารวะเช่นกัน" ร่างสูงประสานมือรับการคารวะไม่ก้มศรีษะอย่างผู้มียศสูงกว่า

          เมื่อเห็นทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ฝ่าบาทจึงขยับยิ้ม ก้าวนำทะลุทางเดินจากห้องไปยังท้องพระโรง

       

          แม้จะไม่คิดหวนคืนสู่วังหลัง ข้าก็ยอมรับ ว่าข้าได้ลอบมองภาพตรงหน้าด้วยความระลึกถึงอย่างสุดใจ หากรวมกันทั้งสี่คนแล้ว เราก็คือคนสนิทของฝ่าบาทที่เคลื่อนไหวอยู่ใต้เกมการเมืองของราชสำนัก ปกป้องบัลลังค์มังกรจากผู้ไม่หวังดี เป็นแขนขาของฝ่าบาท

         มองชุดปักลายมังกรขยับ อดแค่นยิ้มไม่ได้ ถึงในชีวิตที่แล้วจะงี่เง่าอย่างไร นี่ก็สมกับเป็นฝ่าบาท ฮ่องเต้ชิงหยวนต้าเทียนไม่เคยหลบหลังผู้อื่นไม่ว่ายามรบหรือยามสงบ ครานี้พระองค์เดินนำหน้าสุดของขบวน ด้านหลังทางขวาคือท่านมหาขันทีจี้กง กับท่านแม่ทัพ หลังซ้ายคือราชองครักษ์ซื่อหม่า และหลังท่านซื่อหม่าก็คือข้า ถัดไปจากนี้จึงเป็นขบวนนางกำนัล องครักษ์และขันที่นับสิบคนที่ข้าพอจะคุ้นหน้าคุ้นตา

         อ่า ไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญหรือไร ในชีวิตที่แล้วลำดับการตามเสด็จฮ่องเต้ออกว่าราชการของพวกเราก็เป็นเช่นนี้ ต่างแค่ในตอนนั้นข้ามีศักดิ์เป็นพระสนมเอก

        น่าเสียดายนักที่ในอนาคตนั้น ท้ายที่สุดจะมีถึงสามชีวิตที่ไม่ได้อาจได้อยู่รับใช้พระองค์อีก....


         หนึ่งคือท่านซื่อหม่า อีกไม่กี่ปีจากนี้จะโดนวางยาจนสิ้นวรยุทธ ผนวกกับถูกจับได้ว่ามีใจรักแก่สนมของฮ่องเต้ เขาขอลาออกจากราชสำนักกลับบ้านเกิด และเนรเทศตนเองไม่คิดเหยียบเมืองหลวงจนกว่าจะสิ้นรัชสมัย

          หนึ่งกลายเป็นคนพิการต้องนั่งรถเข็นไปชั่วชีวิต ข้าหมายถึงแม่ทัพหวางนั่นล่ะ ในชีวิตที่แล้วข้าก็ไม่ได้สนิทสนมกับเขานัก เราเพียงร่วมงานกันใต้บัญชาฮ่องเต้ กระนั้นส่วนหนึ่งในใจข้าก็นับถือเขาอย่างยิ่ง 
         ในความทรงจำข้า สองปีก่อนข้าจะถูกประหาร แม่ทัพหนุ่มผู้นี้นำทัพรบในสงครามชายแดนอย่างกล้าหาญ ถูกทวนของศัตรูแคว้นจ้าวลอบกัดฟันที่เอ็นขาขาดยากประสาน แม้ท้ายสุดจะนำชัยมาได้ ฮ่องเต้ก็เสียแม่ทัพคู่บัลลังค์ไปเสียแล้ว

          และอีกหนึ่งคน ผู้จากไปด้วยยาพิษพระราชทาน ใช่ ข้าเอง แม้จะอยากรู้นักว่าหลังจากเสียคนสนิทไปถึงสามคน ฝ่าบาทจะทำเช่นไร จะลุ่มหลง 'นาง' ต่อไปหรือไม่ อนาคตของแคว้นเยว่จะเป็นเช่นไร แต่ยามนี้ข้าก็ไม่อาจทำอะไรได้อีกแล้ว...

          "เจ้าเป็นอะไรหรือไม่" แม่ทัพหนุ่มมองข้าอย่างสงสัย เมื่อเห็นข้ามองไปไร้จุดหมาย ยามนี้เรามาถึงท้องพระโรง ขันทีกำลังขานพระนามฮ่องเต้ และไล่ขานนามของพวกเราทีละคน

         "หามิได้ขอรับ" ข้าสายศรีษะช้าๆ ยิ้มมุมปาก"เพียงอาการอดีตกำเริบ..."

         "อาการอะ..."

         "คุณชายรองหลินหลี่เสวียน ผู้แปลสารในองค์ฮ่องเต้!" เสียงขันทีประกาศชื่อดังแทรกขึ้น ข้าถือโอกาสหนีจากการซักถามก้าวเดินมาหน้าประสานมือโค้งกายอย่างสง่างาม ก่อนจะขยับไปยืนอยู่ในมุมหนึ่งอย่างสงบ ไม่แยแสสายตาใคร่รู้ของเหล่าขุนนางที่จ้องมองมา ขันทียังคงไล่ขานนามทุกๆคนไปเรื่อยๆจนครบ ฮ่องเต้ประทับนั่งบนบัลลังค์ทองคำ ทอดสายพระเนตรไปรอบๆอย่างสงบนิ่ง


         
         "ราชทูตแคว้นช่างหยิงมาถึงแล้ว!" ขันทีขานเสียงดัง ดวงตาของทุกคนลุกวาบ เสียงพูดคุยที่พอได้ยินบ้างเงียบลงพร้อมกันราวกับเทียนดับ

          ขบวนใหญ่ของคณะทูตตั้งอยู่ด้านนอก ผู้ที่ก้าวเข้ามายังท้องพระโรงประกอบด้วยสตรีหนึ่ง ชายฉกรรจ์อีกสาม

         ที่นำหน้าคือชายหนุ่มรูปงามราวกับรูปสลักที่รวบผมยาวไว้ง่ายๆตรงท้ายทอย คาดว่าน่าจะเป็นรัชทายาทแคว้นช่างหยิง หากเปรียบเทียบเขากับฮ่องเต้ชิงหยวนต้าเทียน ก็นับว่าดูแข็งแกร่งทรงอำนาจว่าอยู่หนึ่งส่วน ด้วยว่าชาวช่างหยิงล้วนมีรูปร่างที่สูงใหญ่แม้แต่สตรีก็ยังสูงกว่าสตรีทั่วไปอยู่มาก เรือนผมของพวกเขาสีสว่างราวกับสีของหาดทราย ดวงตาทุกคนล้วนมีสีอ่อนแปลกตา ฝีเท้าเบาราวกับมิได้เหยียบพื้น อาภรของพวกเขาตัดเย็บอย่างสวยงามสะอาดสะอ้านไม่คล้ายกับผ่านการเดินทางไกลมานับเดือน ถ้าเป็นผู้มีพลังยุทธเช่นกันจะเห็นไอพลังยุทธหอหุ้มร่างพวกเขาอยู่จางๆ

        ดวงตาของชายที่อยู่หน้าสุดตวัดมาทางข้า ดวงตาสีเขียวเข้มงดงามราวกับน้ำในทะเลสาบสบกับดวงตาของข้า ก่อนที่ร่างสูงจะแย้มยิ้มแล้วหันกลับไปอย่างรวดเร็ว ข้ามองตาม ตะหงิดใจอย่างประหลาด

         ใบหน้าของคนผู้นี้คล้ายใครบางคน คล้ายยิ่งนัก....
   
        
 
         
ตอนนั้นเอง หนึ่งในบุรุษที่ยืนอยู่กับกลุ่มราชทูตก็หันมา ผ้าคลุมศรีษะที่เขาใส่ทำให้มองหน้าไม่ชัด 


         แต่ข้าเชื่อว่าข้ามิได้จำผิด ดวงตาสีเทาคมและเรือนผมสีสว่างนั้น เหมือนกับ....





        "เทียนฟง..." 

        ข้าครางในลำคอ ตัวแข็งค้างชาไปทั้งร่าง หูอื้ออึงไม่ได้ยินในสิ่งที่รัชทายาทแคว้นช่างหยิงเอ่ยกับฮ่องเต้เลยสักคำเดียว คนๆนั้นเหมือนเทียนฟงมาก แต่ดวงตาสีเทาคู่นั้นเย็นชาจนราวกับก้อนน้ำแข็ง ไม่เหมือนเทียนฟงที่ข้ารู้จัก นั่นทำให้ข้านึกได้ทันทีว่ารัชทายาทช่างหยิงก็มีรูปหน้าท่าทางคล้ายเทียนฟงเช่นกัน ต่างเพียงสีดวงตา

        "ราชทูตแคว้นช่างหยิงคารวะฮ่องเต้ชิงพยวนต้าเทียน ขอจงทรงพระเจริญ" องค์รัชทายาทเอ่ยเป็นภาษาเยว่ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบกังวาล มือที่ประสานกันแต่ไม่ก้มศรีษะลงบ่งบอกถึงความไม่ยำเกรงฐานะของฮ่องเต้ ขุนนางบางกลุ่มถึงกับลอบกำหมัด แต่จะไปว่ากระไรได้ ในเมื่อเทียบสถานะของรัชทายาทแคว้นช่างหยิงกับฮ่องเต้แคว้นเล็กรอบนอก รัชทายาทช่างหยิงย่อมมีอำนาจสู่งส่งกว่าหลายเท่า 

       "ไม่ต้องมากพิธีองค์รัชทายาท ท่านพูดภาษาเยว่ได้ เช่นนั้นผู้แปลสารของเราคงมิได้ทำงานเป็นแน่ ไม่นึกว่าช่างหยิงจะให้ความสำคัญกับแคว้นเยว่ถึงเพียงนี้" ชิงหยวนต้าเทียนเอ่ย จงใจประชดประชันอีกฝ่ายเบาๆพอหอมปากหอมคอ


       "ในฐานะรัชทายาทช่างหยิง ข้าช่างหยิงหยางหรง ย่อมต้องใส่ใจในอารยะของแคว้นรอบนอกเสมอเพื่อให้มีความรู้กว้างไกล ไม่แปลกหากจะมีความรู้ทางภาษาอยู่บ้าง เพียงแต่นอกจากข้าแล้วคนอื่นในคณะมิใคร่สนใจมากนัก น่าเสียดายยิ่ง" ประโยคนี้จงใจจะบอกว่า ฮ่องเต้ที่ไม่รู้ภาษาแคว้นอื่นนั้นไม่ได้เรื่องสินะ ข้าลอบมองสีหน้าเย็นๆของชิงหยวนต้าเทียนอย่างเห็นใจนิดๆ 


        "แล้วผู้แปลสารท่านว่านั้น อยู่ที่ใดเล่าฝ่าบาท ข้าอยากรู้จักไว้ อย่างไรตลอดเดือนนี้คงได้พบกับเขาบ่อยทีเดียว" ร่างสูงจงใจทิ้งหางตามายังข้า ฮ่องเต่คงรับรู้ได้จึงหันมาพยักหน้าเบาๆ

        "เป็นกระหม่อมเองพะย่ะค่ะ" ข้าที่พยายามรวบรวมสติอยู่ ก้าวออกมาข้างหน้า ค่อมกายคารวะ "กระหม่อมชื่อหลินหลี่เสวียน เป็นผู้แปลสารในฮ่องเต้ชิงหยวนต้าเทียนพะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" มาขนาดนี้แล้วก็ขอไหลตามน้ำไปก่อนแล้วกัน ค่อยหาทางพิสูจน์ตัวตนของเทียนฟงทีหลังคงไม่สาย

        "ท่านดูเยาว์วัยนัก ใต้เท้าหลิน" รัชทายาทหนุ่มคลี่ยิ้มบาง "คนอายุน้อยที่มีความสามารถเช่นนี้เป็นที่น่านับถือเสียจริง ฝ่าบาทช่างปรีชาที่ได้คนเช่นนี้มารับใช้ในราชสำนัก"

        ข้าไม่ได้เอ่ยตอบเพียงก้มศรีษะ วาจาเช่นนี้ร้ายกาจนัก เขาจงใจดึงข้าออกมาแต่แรก แสร้งทำเหมือนเพิ่งรู้ว่าข้าคือผู้แปลสาร แล้วเอ่ยกระทบกระเทียบฝ่าบาทอย่างเจ็บแสบว่า ฝ่าบาทนั้นไร้ความสามารถจนต้องให้เด็กหนุ่มเช่นข้ามาช่วยงานราชกิจ ข้าเหลือบมองบุรุษบนบัลลังค์ สีหน้าฮ่องเต้ดูเหมือนจะมืดครึ้มไปหลายส่วน


        ข้ารีบหันกลับมามองพื้นตามเดิม รัชทายาทช่างหยิง นี่พระองค์เป็นราชทูตหรือเป็นตัวกลางก่อสงครามกันแน่เนี่ย!


       "ข้าทราบว่าวันนี้พวกท่านเดินทางกันมายาวไกล ควรจะได้พักผ่อน ข้าให้คนจัดเตรียมตำหนักรับรองไว้แล้ว หวังว่าพวกท่านจะสำราญกันตลอดเวลาที่พักที่นี่" ฮ่องเต้พูดก่อนจะผายมือเป็นเชิงเชื้อเชิญ(ไล่) รัชทายาทหนุ่มทันที


      "เช่นนั้นข้าขอตัว ฝ่าบาท ใต้เท้าหลี่ หวังว่าคงได้สนธนากันอีก" พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวออกจากท้องพระโรงไปอย่างไม่เกรงใจ โดยมีขันทีหนุ่มผู้นำทางวิ่งตามไปติดๆ เมื่อคณะช่างหยิงไปหมด บรรยากาศจึงกลับเป็นปกติอีกครั้ง ข้าเงยขึ้นมองชาวช่างหยิงที่สวมผ้าคลุมศรีษะหันกายจากไปอย่างไม่วางตา 




      




          
........................50%
มาครึ่งนึงก่อนนะครับ ในที่สุดก็เจออดีตสวามี

.........................100%
ครบแล้วครับกับตอนนี้ มีคนเดาถูกด้วยว่าคล้ายเทียนฟง แต่ความจริงจะเป็นยังไงต้องติดตาม
 


         


     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 906 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,161 ความคิดเห็น

  1. #2127 first_m16 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 13:11
    เทียนฟงรู้มั้ยว่าตัวเองเป็นใคร หรือคือตัวเองไม่ใช่แฝด?
    #2,127
    0
  2. #2094 010162 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 21:08
    ใครคือเทียนฟง?
    #2,094
    1
    • #2094-1 แรมโรย(จากตอนที่ 4)
      20 เมษายน 2564 / 00:30
      เทียนฟงก็คนที่หอคณิกาที่ไปตามสืบข่าวให้น้องอ่ะค่ะ
      #2094-1
  3. #2093 010162 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 21:07
    ใค่คือเทียนฟง?
    #2,093
    0
  4. #2077 Nadia. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 19:40
    แฝดดดด
    #2,077
    0
  5. #1993 nicharipaen04 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 18:09
    แฝดรึ??
    #1,993
    0
  6. #1762 PaulaPum (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 14:07
    เดาไม่ได้เลยใครเป็นพระเอก 5555
    #1,762
    0
  7. #1737 chocolato.p (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 20:08

    เดาไม่ถูกเลยค่ะว่าใครจะเป็นพระเอก 5555

    #1,737
    0
  8. #1685 trp1021 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 00:43

    แฝดดดดด แฝด?

    #1,685
    0
  9. #1612 Fa_Rem_TiA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 09:36
    สนทนา ไม่ใช่ สนธนา นั่นมัน สนธยา ค่ะ เจอหลายบทมากก
    #1,612
    1
  10. #1611 Fa_Rem_TiA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 09:36
    สนทนา ไม่ใช่ สนธนา นั่นมัน สนธยา ค่ะ เจอหลายบทมากก
    #1,611
    0
  11. #1522 คิเซริ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 11:31
    แอบขำเบาๆ
    ช่างเป็นการเชือดเฉือนทางวาจาที่น่ากลัวยิ่งนัก5555
    #1,522
    0
  12. #1452 fanggg- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 07:59
    หน้าคล้ายๆ ต้องพี่น้องกันแน่เลย (เดา) 555555
    #1,452
    1
  13. วันที่ 26 เมษายน 2561 / 10:50
    พระเอกกกกกแน่นอนนน
    #1,411
    0
  14. #1407 GokuH@y@ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 21:16

    นึกไม่ออกว่าเทียนฟงคือใคร 555 ที่แท้ก็พ่อหนุ่มที่ชอบแอบกินเต้าหู้นี่เองง

    #1,407
    0
  15. #1375 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 05:13
    พระเอกมาละจ้าาา555555 บรรยายมาเหมือนเป็นหรั่งเลยอ่ะ ใช่มะ
    #1,375
    0
  16. #1333 หลานเทียน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 13:20
    *สนทนา

    ญาติเทียนฟงหรือเปล่านั่น
    #1,333
    0
  17. #1136 TamanegiJa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 23:33
    ศีรษะ พ่ะย่ะค่ะ <-แบบที่ถูก
    สำนวนเนื้อเรื่องดีแล้วนะ
    #1,136
    0
  18. #884 tungminpe (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 11:58
    มีเงื่อนงำวุ้ย
    #884
    0
  19. #832 y_pps (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 08:55
    อ่านตอนแรกสุดมาถึงตอนนี้ มีคำที่สะกดผิดอยู่?ค่ะ เอาที่จำได้ก็ สังเกต อนุญาต? สนทนา ซึ่งคุณ?คนเขียนาะกดผิดเป็นอย่างอื่น ส่วนชื่อเฉพาะอย่าง กงกง คงไม่ต้องใช้ไม้ยมกมั้งคะ

    คือสำนวนการเขียนดีอยู่แล้ว ต้องบอกว่าดีมากๆด้วย แต่ถ้าสะกดถูกต้องด้วยก็จะเพอร์?เฟคเลยค่ะ
    #832
    2
    • #832-1 y_pps(จากตอนที่ 4)
      26 พฤษภาคม 2560 / 08:57
      *สะกด ขออภัย?ด้วยพิมพ์คอมเม้นท์?ในแอพมือถือแล้วดันทวนไม่ถ้วน ฮือ
      #832-1
    • #832-2 หลิวเป้ย (จากตอนที่ 4)
      26 พฤษภาคม 2560 / 16:40
      คำว่าสังเกตกับอนุญาต. มีผู้อ่านแรกๆทักไปแล้วครับ. ผู้เขียนรับทราบแล้ว. คงกะจะแก้ไขตอนรีไรท์. คนเขียนเป็นเด็กมอหก. คงไม่มีเวลามาอัพบ่อยนัก. แต่ฝีมือการเขียน. ถือว่าใช้ได้. เชียวครับ
      #832-2
  20. #712 PU SU (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 22:38
    ชีวิตใหม่กำลังจะมาแล้ววว
    #712
    0
  21. #696 KuppaKP (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 14:55
    พระเอกใช่มั้ย
    #696
    0
  22. #622 ambrosia3 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 15:39
    ออร่าพระเอกมาแต่ใดคะองค์รัชทายาท 555
    #622
    0
  23. #608 Meatboll (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 13:15
    เ้ทียนฟงคือใครอ้ะะะ
    #608
    1
  24. #535 Ma-A-Queen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 10:33
    ติดตาม
    #535
    0
  25. #525 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 20:58
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #525
    0