ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 36 : แม้เป็นทรราชก็ยังมีหัวใจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    18 พ.ย. 63




         ในที่สุดข้าเลือกใช้เรือนพักของตัวเองที่จะจวนสกุลหลินเป็นบ้านเดิม แม้ตำหนักพยัคฆ์จะโออ่าใหญ่โตสมเกียรติ แต่นั่นเป็นเพียงเปลือกอันโสมมของข้าหาใช่ตัวตนเดิมไม่
          หากเป็นพิธีสมรสของผู้อื่น เพื่อนหรือญาติพี่น้องของบ่าวสาวคงวิ่งวุ่นกันเต็มห้อง​เเต่งตัว​ แต่งานแต่งงานของข้ากลับมีเพียงพี่ใหญ่กับจินหรงที่อยู่เคียงข้าง
         หลังจากวันที่ข้าทราบความจริงเกี่ยวกับตนเอง ท่านพ่อขอปิดเรือนพักผ่อนในบั้นปลาย ยกกิจการหรือเรื่องราวในบ้านให้พี่ใหญ่ดูแลทั้งหมด ส่วนท่านแม่นั้นหลายปีนี้มุ่งศึกษาเส้นทางพุทธองค์อย่างลึกซึ้ง ไม่นานก่อนวันสมรสของข้าจึงถือโอกาสตัดบ่วงทุกข์ออกบวชชีที่สำนักชีวัดป่าบนเขา ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก
        น้องเล็ก...หลินซูมี่ อยู่กับพิษดอกลำโพงมานานเกินไป ไม่เพียงวางยาข้าแต่นางยังใช้มันแทนยากล่มประสาทตนเองให้คลายทุกข์ แม้จะรักษาชีวิตไว้ได้​ ซูมี่ก็จะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกแล้ว​ นางจะตกอยู่ในห้วงฝันอันแสนสุขตลอดกาล หลับใหลไปจนหมดอายุขัย...
         สำหรับคนผิดที่ต่อสู้กับโรคร้ายและคำร้ายจากปากผู้คนมาทั้งชีวิต บางทีนี่อาจจะดีกับนางแล้วก็เป็นได้
         ข้ามองเงาสะท้อนชายในหน้ากากพยัคฆ์ที่ปรากฏบนกระจก ใบหน้าที่มิได้ถูกแต่เติมดั่งเจ้าสาวทั่วไปไร้ซึ่งอารมณ์เขินอายหรือตื่นเต้น
         บุรุษที่ต้องลดเกียรติมาแต่งเป็นภรรยาผู้อื่นนี่ควรมีความรู้สึกเช่นไรกัน
แม้คนๆนั้นจะเป็นเทียนฟง แต่ในใจข้ากลับยังคงสับสนไม่น้อย 
         ระหว่างเรายังมีปมในใจที่เก็บงำไว้มากมายข้าไม่พูด ในความรักของเรา ยังมีการเมือง การแสวงหาอำนาจและบุญคุณความแค้นปะปนอยู่

         "หลายปีนี้เกิดเรื่องกับจวนเรามากเหลือเกิน" พี่ใหญ่ก้าวมายืนด้านหลัง น้ำเสียงราบเรียบนั้นทำให้ข้าหลุดจากภวังค์ 
         "จากกันครานี้ยากจะมีโอกาสได้พบหน้า" 

         "แม้ช่างหยิงกับเยว่จะห่างกันนับหมื่นลี้​ แต่ข้าก็จะมาเยี่ยมพวกท่านไม่ขาด" ข้าลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินช้าๆไปหาพี่ชาย
        
        "พี่ใหญ่ ท่านรู้เรื่องที่ข้าเป็นครึ่งมารมาตลอดเลยหรือขอรับ"

        มือหยาบที่ยดขึ้นลูบเบาๆที่ศรีษะข้าชะงักไปหนึ่งจังหวะ ก่อนที่รอยยิ้มกว้างขวางจะเผยออกมา

        "นั่นยังสำคัญด้วยหรือ..."

        "ฮ่าๆ นั่นสินะขอรับ" ข้าหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ 
      
       "ขอบคุณท่านพี่...กับทุกอย่างที่ผ่านมา" ทั้งที่ไม่โกรธเคืองข้าที่นำเอาแต่เรื่องเลวร้ายมายังครอบครัวของท่าน

       "เจ้ายังคงเป็นน้องพี่ และจะเป็นตลอดไป" ใบหน้าที่ถอดเค้าท่านพ่อมาแทบไม่ผิดเพี้ยนคลี่ยิ้มบางเบา ดวงตาที่เป็นสีน้ำตาลเข้มทอแสงอ่อนสมเป็นหนึ่งในยอดชายงามแก่งเมืองหลวงเมื่อปีนั้น

        เมื่อวันนี้เราพี่น้องผูกพันธ์ด้วยจิตวิญญาน จะชาติกำเนิดใดก็ไม่สำคัญอีกแล้ว

        ข้ามองใบหน้าที่เหมือนท่านพ่อในวัยหนุ่ม  คล้ายกับกำลังได้รับการอภัยจากท่านพ่อเป็นคราสุดท้าย เป็นชั่วก้านธูปที่ยาวนาน

        "ส่วนเจ้า ถ้าเจ้าจะเอาแต่หลบหน้าข้า เห็นทีข้าคงต้องหาคนสักประจำตัวใหม่เสียแล้ว" ข้าเปรยเสียงขรึมให้กับมุมมืดของห้องที่ว่างเปล่า

        "นายท่าน ข้าอยู่นี่แล้วขอรับ" ร่างสูงโปร่งก้าวออกจากในเงาราวกับภูติพราย จินหรงคุกเข้าลงหนึ่งข้างก้มหน้าลงต่ำ
ท่านพี่มองสับไปมาระหว่างสองนายบ่าวแล้วละมือจากศรีษะข้า

         "พวกเจ้าควรต้องปรับความเข้าใจกัน" ใบหน้าอบอุ่นหันไปมองจินหรง "เรื่องเกล้าผมกับคลุมหน้าเจ้าสาวคงต้องให้เจ้าทำ ช้ากว่านี้เกรงจะเสียฤกษ์"

         "แต่คุณชายใหญ่ ข้าน้อยเป็นเพียงบ่าว เป็นเงาของนายท่าน หากมีใครรู้ว่านายท่านให้บ่าวเกล้าผมคลุมหน้า เกรงว่า..." จินหรงเอ่ยเสียงหนักด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ 
 
           หากไม่ใช่ข้าเป็นนายผู้เติบโตมากลับเขา เกรงจะเดาความกังวลที่ซ่อนอยู่นั้นไม่ออก

          "ข้าไม่ได้ปฏิเสธ เจ้าจะรีบร้อนคิดแทนข้าไปใย" ข้าพยักหน้าให้พี่ใหญ่ ร่างสูงจึงผละออกจากห้องไป
           
          เรือนพักของข้าตกอยู่ในความเงียบ ข้าหันหลังกลับนั่งที่เก้าอี้อีกครั้ง ดวงตามองตรงไปยังเงาสะท้อนในกระจก

          "มารวบผมให้ข้า"

          "ขอรับ" จินหรงลุกขึ้น ก้าวมายืนซ้อนด้านหลังช้าๆ มือมีเรียวราวกับลำเทียนจับต้องเส้นผมดำดุจขนอีกาแผ่วเบาราวกับมือของจิตรกร 

          "เจ้าอยู่กับข้ามากี่ปีแล้วนะ...จินหรง"

          "วันที่สิบห้าเดือนนี้ จะครบยี่สิบปีขอรับ"

          "ยี่สิบปีผ่านไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าข้ากำลังจะเป็นชินหวางเฟยมิใช่คุณชายน้อยที่ต้องให้เจ้าคอยปกป้องอีก" ข้าหวนนึกถึงเรื่องราวมากมายที่ผ่านมา "เจ้า...ไม่ติดอยากจะมีชีวิตเป็นของตัวเองบ้าง..." ข้ายังพูดไม่ทันจบร่างที่กำลังสางผมก็คุกเข่าลงอย่างแรง

          "ชีวิตของเงามีอยู่เพื่อแสงสว่างเช่นท่านขอรับ!" 

          "เดี๋ยวนี้เจ้าเถียงเก่งเหลือเกิน" ข้าเอ๋ยขัดเสียงฉิว ก้มมองคนที่คุกเข่าแล้วพอดีระดับสายตา "ข้าที่ชั่วร้ายเช่นนี้ ยังอยากมีเจ้าเป็นสหาย อยากเห็นเจ้ามีคนรักที่ดี  อยากอุ้มหลานชายหญิงที่เกิดจากเจ้า อยากเห็นเจ้ามีชีวิตบั้นปลายที่สุขสงบ อยากมีช่วงเวลาแก่ชราและได้นั่งจิบชารำลึกความหลังกันกับเจ้าเมื่อวสันต์ผ่าน..." 

          จินหรงสบตาข้า แววตาที่มักนิ่งสงบหนักแน่นอยู่เสมอสั่นไหวคล้ายจะมีอารมณ์มากมายปะปนกันในนั้น นานพอควรกว่าอีกฝ่ายจะหาเสียงตัวเองเจอ

          "ข้าไม่อาจปล่อยมือจากที่ท่านได้ หมู่บ้านมือสังหารไม่มีคำว่าครอบครัว เด็กที่เกิดมาหรือเด็กกำพร้าถูกพาตัวมาถูกเลี้ยงดูให้เป็นนักฆ่า ถูกเรียกด้วยหมายเลขของการฝึก" จินหรงแย้มยิ้มเหนื่อยล้า "ชีวิตมืดมัวของข้าเคยเป็นเพียงยาจกที่ถูกซ้อมปางตายเพื่อเศษอาหาร เป็นหนึ่งในมือสังหารนับร้อยที่ได้แต่ฆ่าคนตามคำสั่งไปวันๆ ลืมเลือนอดีต ไม่เฝ้าฝันอนาคร มีเพียงปัจจุบัน..."
         
          "มีเพียงท่านที่ตั้งชื่อให้ข้าทำให้ข้ามีตัวตน...มีเหตุผลในการต่อสู้"

           เป็นเงาที่ได้ใกล้ชิดแสงสว่างเช่นท่าน เป็นผู้ได้เฝ้ารักท่าน

           "จินหรงเอ๋ย จินหรง" ข้าเอื้อมมือไปแตะที่ซีกแก้ม กาลเวลาผ่านไปหลายปี ความทรงจำชาติก่อนเริ่มเลือนราง บางเรื่องก็ผิดเพี้ยนไปจนหมดสิ้น แต่หนึ่งสิ่งที่ข้ายังจำขึ้นใจในวันที่ข้าถูกประหาร

           ประโยคสุดท้ายที่ข้าอ่านจากปากของเจ้าและข้าไม่มีโอกาสได้ตอบรับ
        
           'ข้ารักท่าน...นายท่านของข้า'
 
           วันนั้นไม่มีโอกาส วันนี้กลับยิ่งไม่อาจตอบรับ
   
           "เจ้าดีต่อข้ามาชั่วชีวิตนั่นมากเกินพอแล้วสำหรับหน้าที่เงา ข้าจึงหวังให้เจ้ามีชีวิตต่อไปเพื่อตัวเจ้าเอง คำสั่งสุดท้ายของข้าผู้นี้นี้ อิสระนั้นที่ข้าไม่อาจไขว่คว้า เจ้าจงเสพสุขกับมันเผื่อข้าด้วย..." หางเสียงทิ้งท้ายเย็นชา พร้อมกับหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นส่งให้

           "นายท่าน..." จินหรงกุมมือข้าที่แนบแก้มเขาไว้ รับ 'แผนที่' นั่นไปเก็บแนบอก
แม้ข้าไม่พูดเขาหรือจะไม่เข้าใจความหมาย...


           
           พี่ใหญ่อุ้มตัวข้าขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว หากวันที่ฮองเฮาหนึ่งเดียวในรัชสมัยก่อนแต่งเข้ามาขบวนสินเจ้าสาวยิ่งใหญ่เพียงใด ขบวนของท่านชายหลินยังนับว่ายิ่งใหญ่กว่าหนึ่งถึงสองขั้น หางขบวนยาวจนสุดลุกหูลุกตา 

            การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสมรสระหว่างสกุลหลินพ่อค้าสามัญกับสตรีสักคนแต่เป็นการสมรสระหว่างสองแคว้น 
เป็นครั้งแรกที่หกแคว้นรอบข้างต่างหันมองแคว้นเยว่พี่ไม่เคยอยู่ในสายตาด้วยความพิศวง เหตุใดจักรวรรดิช่างหยิงที่โดดเด่นทางการสงครามจึงเลือกแคว้นลุ่มน้ำการค้าอย่างเยว่เพื่อผูกมิตร
   
            ข้ามองออกไปนอกหน้าต่างเกี้ยว ผ้าคลุมบางสีแดงที่คลุมเบื้องหน้าทำให้ทัศนวิสัยของข้าติดขัดไปเล็กน้อย แต่ยามที่ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีแดงปักหลายมังห้าเล็บบนหลังอาชาศึกสีดำสนิทขยับมาตรงหน้า ข้ากลับรู้สึกถึงเขาได้ชัดเจน

            "เปิ่นหวางมารับเจ้าแล้ว แมวน้อยของเปิ่นหวาง"

              ขณะก้าวไปด้านหน้า ข้ามองทิวทัศน์ของเมืองหลวงที่แสนวุ่นวายผ่านผ้าคลุมเลือนลางเป็นคราสุดท้าย ชีวิตก่อนงานสมรสของข้าเป็นเพียงเกี้ยวไม้สีแดงที่นับว่าพอจะหรูหราอันหนึ่งพร้อมกับขันทีและทหารนำทางอีกเพียงหยิบมือ 

              แม้จะเป็นถึงสนมจักรพรรดิ์ แต่ก็เป็นเพียงการแต่งเข้าของสนมปลายแถวสำหรับสนมจากตระกูลพ่อค้าผู้หนึ่งของฮ่องเต้นั่นนับว่าให้เกียรติมากแล้ว

               ยามนั้นข้าที่ไม่ชมชอบงานฝีมือเช่นสตรี กลับถูกกูกูที่วังหลวงส่งมารับเคี่ยวเข็ญกึ่งบังคับให้ฝึกมารยาทและลงมือปักลวดลายบนผ้าคลุมหน้าและรองเท้าด้วยตนเองจนปลายนิ้วเต็มไปด้วยรอยเข็ม ชุดสนมจักรพรรดิที่วังหลวงส่งมาให้สวมใส่ยาวรุ่มร่ามจนข้าต้องระมัดระวังแม้กระทั่งน้ำชายังแทบไม่กล้ายกดื่ม แต่ครานี้ชุดที่สวมใส่ข้าได้เลือกเอง เป็นชุดแต่งงานบุรุษสีแดง มีผ้าคลุมไหล่ปักลายพยัคฆ์เย้ยจันทร์ อหังการเสียจนไม่คล้ายชุดแต่งงาน แม้กระทั่งขบวนผู้ติดตามยังเต็มไปด้วยกลุ่มบุรุษบนหลังม้าที่ติดตามมาจากหมู่ตึกมือสังหารหาใช้สาวใช้

                ชั่วลมหายใจนั้นเองที่ข้าตระหนักได้แล้วว่านี่คือวันแต่งงานของข้า งานที่เป็นของข้าจริงๆ

               พี่ใหญ่จับมือข้าไปยังเกี้ยว ใบหน้าที่มักมีแต่รอยยิ้มสบายๆของพ่อค้าหนุ่มดูจริงจังผิดเคย ยามเมื่อมองไปยังว่าที่สามีของข้า
     
              "ชินอ๋อง กระหม่อมฯมีน้องชายอยู่หนึ่งคน มีน้องสาวอยู่อีกหนึ่งคน ตลอดชีวิตได้ทำหน้าที่ปกป้องพวกเขา" มือหยาบกระด้างที่เกิดจากการตรากตรำทำการค้าตบหลังมือข้าเบาๆ "เสวียนเอ๋อร์ของเรานั้นเก่งกาจเกินใคร บางคราในฐานะพี่ข้าก็ดูห่างเหินและไม่จำเป็นสักเท่าไหร่นัก แต่ข้ายังจำวันที่เจ้ากับข้าวิ่งเล่นในจวนและนั่งหัดดนตรีเป็นเพื่อนน้องสามได้ดี เจ้าเด็กคนนี้ขี้เหงามากกว่าที่ใครเห็นภายนอก"

               "เปิ่นหวางทราบดี พี่ภรรยาไม่ต้องห่วง" คำว่าพี่ภรรยาทำให้ข้าลอบกรอกตา ยังไม่ได้กราบไหว้ฟ้าดินเข้าก็โมเมข้าเป็นภรรยาเสียแล้ว  

                ท่านยังเป็นแค่ว่าที่ต่างหาก ว่าที่น่ะ

                ท่านพี่ขำออกมาเบาๆ เพราะขนาดคุยอยูากับเขาคนผู้นี้ยังแสดงความเป็นเจ้าของข้าได้ "ฮ่าๆ เช่นนั้น แต่นับจากวันนี้คงต้องฝากท่านแล้ว"

               "โมเมเอาเองไม่มีเปลี่ยน" ข้าเอ่ยเบาๆ ผ้าคลุมโปร่งไม่ได้ทำให้ผู้มีวรยุทธฟังยาก อีกคนจึงเผยรอยยิ้มงดงามจนคนที่มาร่วมงานตาพร่า กับคำกล่าวนั้น 
ก่อนจะสะบัดบังเหียนพาตัวไปอยู่หน้าขบวน

               จากนั้นก็เป็นตามธรรมเนียมทั่วไป ท่านพี่ส่งข้าก้าวขึ้นเกี้ยว ปกติแล้วเจ้าสาวจะขึ้นเกี้ยวไปทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินที่บ้านสามี แต่เพราะเป็นการสมรสระหว่างแคว้น ข้าจึงต้องไปทำพิธีสมรสที่ช่างหยิงแทน การขึ้นเกี้ยวเช่นนี้เป็นเสมือนการส่งตัวออกเดินทางเท่านั้น

                ยามเมื่อขบวนค่อยๆเคลื่อนตัวข้ามองไปนอกหน้าต่างจึงเห็นจินหรงกับเสี่ยวลี่ยืนอยู่ไกลออกไปปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชนในชุดชาวบ้านสามัญ ทั้งสองโน้มศรีษะโค้งให้ข้าอย่างงดงามก่อนพริบตาจะหายไป

                ข้านึกไปถึงตอนที่ข้าบอกข่าวการแต่งงานของข้ากับเสี่ยวลี่ นางดูลนลานคิดสาระตะเรื่องชุดและงานพิธีจนน่าขัน ทั้งยังแอบโวยวายที่ข้าแต๋งกระทันหันเหลือเกิน แต่เพราะความช่วยเหลือของนางกับสตรีที่หอบุปผา ทำให้ทุกอย่างตระเตรียมได้ทันการในช่วงเวลาที่ท่านแม่ไม่อยู่ที่จวนเช่นนี้

               "เจ้าว่าทำไมเชื้อพระวงศ์ถึงไม่มาร่วมงานสักคน ทั้งที่คุณชายหลินเป็นถึงราชครูพิเศษขององค์ฮ่องเต้" เสียงชาวบ้านที่อยู่ไม่ไกลขบวนลอยเข้าหูข้า ต้องโทษพลังปราณของข้าที่ทำให้หูดีเกินไปกระมัง

               "ข้าได้ยินมาว่าเพราะคุณชายหลินจริงๆแล้วเป็นชู้รักลับๆของฮวาไท่เฟยนะสิ น้องสาวข้าเป็นนางกำนัลห้องเครื่องของพระนาง นางเล่าว่าตอนมีราชโองการสมรสออกมา พระนางถึงกับตรอมใจไม่ยอมดื่มกินอะไรไปหลายวัน ข้าว่าต่อให้พระนางมีอำนาจเพียงไรก็คงไม่กล้าขัดสมรสพระราชทานหรอก ทั้งยังเป็นสมรสพระราชทานที่สร้างผลประโยชน์แก่แคว้นเราอย่างมหาศาลเช่นนี้"

               "เช่นนั้นเรื่องที่ฮ่องเต้น้อยเกรงกลัวอำนาจช่างหยิงที่หนุนหลังคุณชายหลินอยู่ก็เป็นเรื่องจริงนะสิ!"

               "เพ่ย! พวกเจ้าอยากหัวหลุดจากบ่าหรือไร โทษดูหมิ่นเชื้อพระวงศ์เรื่องเหล่านี้ต่อให้เจ้ามีกี่หัวก็ไม่เพียงพอ!"

                ข้าเอนหลังพิงพนักรถม้าอย่างเกียจคร้าน ปิดเปลือกตาและประสาทสัมผัสลงในจังหวะนั้น

                 เกรงกลัว...คำนั้นก็ดูไม่เลวเลย 
          
      

.............30%
ขอโทษทุกคนมากๆครับ ขอโทษที่หายไปนาน ขอโทษที่ทิ้งปมไว้ให้ทุกคนเยอะเหลือเกิน ปีสองคณะสถาปัตย์เป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตผมเยอะมากๆ ทั้งการจัดตารางเวลาทั้งงานที่มหาลัย ซึ่งนั้นทำให้ผมประสบปัญหาสุขภาพหลายอย่าง รวมถึงความเครียดสูงด้วย แต่การได้เห็นทุกคนยังรักและรอเรื่องนี้อยู่ทำให้ผมดีใจมากเลย คุ้มค่ากับการพยายามทำตรงนี้มากๆ อีก70%ที่เหลือจพรีบมาให้ครบในอีกไม่นานครับ

ปมสุดท้ายของเรื่องนี้คือเรื่องคนเบื้องหลังและการไปช่างหยิงครั้งนี้เพื่อจุดประสงค์นั้นครับ รวมแก้ปมถึงเรื่องที่น้องเสวียนย้อนเวลาได้ด้วย
จำที่น้องเสวียนเคยบอกได้มั้ยครับ น้องไม่นับถือทวยเทพ ไม่บูชาพระโพธิสัตว์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นชะตาน้องจะเลือกเอง
นั่นแหล่ะครับ...คีย์สำคัญ-- ฮ่า เผลอสปอยด์

.......................100%
หายไปนานมากกกกกก ขอโทษทุกคนจริงๆนะครับ หวังว่าจะยังตามกันอยู่ ช่วงที่หายไปชีวิตผมเจอกับเรื่องหนักๆเยอะมากๆ ทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงด้านการเรียน สุขภาพและครอบครัว โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพของผมที่แย่ลงมาก แต่ตอนนี้ผมกลับมาฟิตมากจึ้นแล้วล่ะ จะลงจนจบให้ได้ 

ราวๆปลายๆปีนี้ผมจะลองยื่นเรื่องนี้ไปยังสนพ หวังว่าทุกคนจะยังสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ผมกับการทำงานนี้ต่อไปนะครับ





ปล. เนื่องจากมีนักอ่านหลายๆคนติงว่าเนื้อเรื่องมันชักจะดิ่งดาร์กเกินไปแล้ว นี่น้องย้อนเวลามาทำไมกันแน่ ทำไมไม่เห็นมีความสุขจริงๆเลย คือผมขอชี้แจงว่าเรื่องนี้เขียนตามลักษณะนิสัยของตัวละครมากกว่าความคิดว่าเรื่องจะต้องเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ เป้าหมายของคุณชายเราคือการไม่ตายและช่วยครอบครัวให้ได้ รวมถึงได้แก้แค้นคนที่ทำชีวิตเขาพังเมื่อชีวิตก่อน เเละจากนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบตัวร้ายลาสบอส น้องจะทำยังไงล่ะ?

ใช่ครับ ทำตามเป้าหมายจนถึงขอบนรก ไม่เคารพข้า ไม่ยอมพ่ายแพ้ให้ข้า ก็ไม่ต้องสรรเสริญข้า ข้าจะทำให้ทุกคนสยบลงเอง นั่นคือคีย์ของคำว่า ลุกขึ้นเถิดข้าไม่อยากอายุยืนขนาดนั้นนั่นเองครับ และนั่นไม่ได้มีคำว่าจะมีชีวิตเพื่อมีความสุขอยู่เลยไงล่ะครับ

แต่ไม่ต้องห่วงครับว่าน้องจะเทิร์นดาร์กจนกู่ไม่กลับ เพราะชีวิตนี้น้องไม่ได้เดียวดายขนาดนั้น น้องยังมีคนที่รักน้องอย่างไม่มีเงื่อนไขอย่างเทียนฟงอยู่

ตอนหน้าไปช่างหยิง ไขเงื่อนสุดท้ายของเรา โปรดติดตาม



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,161 ความคิดเห็น

  1. #2151 Pranaiya Suksawad (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 22:08

    คนไม่สงสัยกันบ้างเลยหรอ พ่อแม่ยังไม่ตายแต่ไม่มาร่วมยินดีกับงานแต่งลูกเลยสักคน

    เอิ่ม... งง
    #2,151
    0
  2. #2146 PP2545 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 12:39
    รอออออออออออออ
    #2,146
    0
  3. #2106 Pierce (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 13:17

    นางย้อนเวลามา ไม่ได้มาแก้ไข แต่มาแก้แค้น แล้วจะเผ็นสุขได้ยังไง เราก็เช่นกัน เอาเลยน้อง เผามันให้ราบ เอามห้สุดๆปดล้ยยย

    #2,106
    0
  4. #2104 ทูลหัวของข้า (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 02:17
    เย้ รออยู่นะคะ
    #2,104
    0
  5. #2103 Lukiris Tink (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 08:40

    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #2,103
    0
  6. #2100 jitnakpleng (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 06:49

    อัปสักที น้ำตาจิไหล
    #2,100
    0
  7. #2097 M.D. MayDay (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 20:46
    รอติดตามค่า
    #2,097
    0
  8. #2096 Dreammyypieee (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 19:38
    เพิ่งมาอ่านครั้งแรกค่ะ เนี้อเรื่องดีมากๆเลยค่ะ ชบมากๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #2,096
    0
  9. #2067 มิวมิว (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 20:49

    หน่วงมากค่ะ อ่านแล้วปวดตับอย่างแรง จินหรงงง แง้ เกิดใหม่อีกละไปคู่กันเถอะะะ //ไรท์ทำเราปวดตับ

    #2,067
    0
  10. #2066 chanthirachana2 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 17:44
    ปมเยอะมั่กๆเลยยย เมามันมาก รักษาสุขภาพด้วยนะคะ คิดถึงอยู่ตลอดค่ะ
    #2,066
    0
  11. #2062 Ppillow_ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 00:47
    เรายังรออยู่เสมอค่ะ ไม่ทิ้งคุณไรท์แน่นอน!
    #2,062
    0
  12. #2060 กอลลิล่าแพนแพน (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 14:24
    ไรท์กลับมาแล้ว ดีใจมากๆเลยค่ะ ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆนะคะ รักนะ
    #2,060
    0
  13. #2044 #Whale23# (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 01:03
    คิดถึงนะคะ ขอบคุณที่มาอัพให้อ่านค่ะ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
    #2,044
    0
  14. #2041 RETHAN_05 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 16:01
    กลับมาแล้ววดีใจ แอบลืมเนี้อเรื่องแล้วอ่านใหม่แปป!
    #2,041
    0
  15. #2040 BTkorn08 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 01:03
    ไรท์กลับมาแล้วเราแบบดีใจมากๆๆๆๆๆร
    #2,040
    0
  16. #2039 TherainStar (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 23:34
    ดีใจค่ะ ยินดีที่กลับมานะคะ ยังรอเสมอ ไรท์รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #2,039
    0
  17. #2037 Miss Glue (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 20:05
    หืมมมม ปีละตอนก็จะรอ
    #2,037
    0
  18. #2036 ปลาเนื้ออ่อน (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 18:56
    แง คิดถึง
    #2,036
    0
  19. #2035 'Oil'sang' (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 18:43
    เย้ กลับมาแล้วว
    #2,035
    0
  20. #2034 Night Blue Demon (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 16:15
    หรือแมวน้อยเสวียนจะมีพลังวิเศษแบบพี่ฟงเทียน?
    #2,034
    0
  21. #2032 Yellow-GG (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 12:42
    OMG 😮 แงงงงง
    #2,032
    0
  22. #2030 ตุ๊กตาต้องสาป (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 11:40

    โอ้ยมาแล้ววววว
    #2,030
    0
  23. #2029 Bf desu♡ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 11:33
    หายไปนานเลยนะคะ
    #2,029
    0