ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 35 : ความจริง (ตอนปลาย) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 313 ครั้ง
    4 ก.ค. 62




“ท่านพ่อ...”

“เสวียนเอ๋อร์ นั่นเจ้าหรือ...” แสงรำไรจากประตูที่เปิดออกทำให้ข้ามองแผ่นหลังงองุ้มของท่านพ่อได้ถนัด เก้าอี้ไม้ที่อีกฝ่ายใช้นั่งยังคงตั้งติดกับเตียงของซูมี่ไม่เคลื่อนไปจากเมื่อวันหรือสองวันที่ผ่านมา เช่นเดียวกับถาดอาหารกลางวันที่มีร่องรอยแตะต้องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“ลูกกำลังจะเข้าพิธีสมรสกับชินอ๋อง” ข้าสูดหายใจลึก เลือกที่จะหันหลังให้กับภาพที่ให้หดหู่ “หวังว่าอย่างน้อย ท่านจะอยู่ในวันที่ส่งข้าขึ้นเกี้ยว”

ไม่ว่าท่านจะให้อภัยข้าหรือไม่ บุตรคนนี้ก็ยังหวังท่านอยู่ด้วยในวันที่สำคัญที่สุด

“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง...นี่ก็ห้าปีแล้วหลังจากพิธีหมั้น” เสียงอ่อนล้าของท่านพ่อเอ่ยขึ้น “เจ้าคิดดีแล้วใช่หรือไม่เสวียนเอ๋อร์”

ข้าหลุบตาลงซ่อนความวิตกไว้เหมือนยามที่ท่านพ่อทวนถามบางสิ่งเมื่อข้ายังเด็ก “ลูกตัดสินใจดีแล้ว”

“เช่นนั้นบิดาก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก...” เสียงเก้าอี้ขยับเอี๊ยดอ๊าด พร้อมเสียงก้าวเดินของท่านพ่อใกล้เข้ามา จนมือเหี่ยวย่นที่ว่างลงบ่นไหล่ข้า “บิดาอยากไปสูดอากาศ เจ้าออกไปเดินเล่นกับคนแก่คนนี้สักหน่อยเถิด”

ข้าเก็บซ่อนความดีใจและแปลกใจในดวงตา หมุนกายกลับไปมองใบหน้าชายวันหกสิบที่ดูแก่ชราราวคนอายุจะร่วมร้อย สีหน้านุ่มนวลใต้หน้ากากพยัคฆ์แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ “บุตรย่อมยินดี”

คล้ายแววตาท่านพ่อจะผิดหวัง แต่ก็ยังคงขยับยิ้มให้ข้าบางเบา เราสองพ่อลูกจับประคองกันออกจากเรือนไปยังอุทยานเบญจมาศที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ข้าไม่อาจแสดงสีหน้าแท้จริงได้แม้แต่กับครอบครัวตนเอง

ข้าสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้ามารบกวน อุทยานแห่งนี้จึงมีเพียงข้ากับท่านพ่อที่เดินเคียงข้างกันเงียบๆ แม้แต่จินหรงล่านลุงเงาก็ทำด้เพียงเฝ้าระวังอยู่ห่างๆ ดอกโบตั๋นหลากสีสันชูช่อรับแสงแดดอุ่นสบายในฤดูใบไม้ผลิ เฉกเช่นที่มันทำมาตลอดปี

“เสวียนเอ๋อร์ เจ้าทำนิทานที่บิดาเล่าให้เจ้าฟังในตอนเด็กได้หรือไม่” ท่านพ่อเอ่ยขึ้นขณะที่เราก้าวเข้ามานั่งพักในศาลาหกเหลี่ยมใจกลางอุทยาน ข้าครางรับในลำคอพลางเทจอกชาที่อ่นร้อนเตรียมไว้ขึ้นรินลงในจอกทั้งสองใบ “บุตรย่อมจำได้ แต่ยามนั้นบุตรกลับชื่นชอบการอ่านพงศาวดารของซุนเจี๋ยที่เรารับซื้อมาจากสายรองตระกูลราชครูเฟิงมากกว่า””

ท่านพ่อมองท่วงท่าสวยงามรามศิลปินนักชงชาแล้วหัวเราะเบาๆอย่างอ่อนใจ “เสวียนเอ๋อร์ นั่นเป็นอีกอย่างที่ทำให้เจ้าไม่เหมือนบิดาเลยสักนิด”

กึก!

ข้าเผลอวางกาน้ำชากระแทกโต๊ะจนเกิดเสียง หากเป็นในวังคงมีสายตาตำหนิจากพวกขุนนางชนชั้นสูงว่าไร้มารยาท แต่ต่อหน้าคนสามัญบิดากลับเป็นเรื่องที่ไม่น่าใสใจ ข้าคลี่ยิ้มกลบเกลื่อนอารมร์ประหลาด ส่งจอกชามู่ลี่หอมอ่อนจากแดนใต้ให้อีกฝ่าย พลางเอ่ยเสยเจือขัน

“ท่านพ่อล้อข้าเล่นแล้ว” ท่านพ่อหัวเราะตอบ เอื่อมมือมารับจอกชาไปถือไว้แต่ไม่ได้ยกขึ้นจิบมันแต่อย่างใด

“อย่าได้อ้อมค้อมอีกเลยบุตรข้า เจ้าไม่ใช่อยากรู้เรื่องที่คุยกันค้างไว้หรอกหรือจึงได้มาพบบิดา” แววตาของอดีตพ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดผู้หนึ่งทำให้รอยยิ้มการค้าของข้าค่อยๆหุบลง

ข้าโยกจอกชาไปมา มองดอกโมลี่ที่ลอยอยู่ในน้ำชาด้วยแววตาว่างเปล่า บรรยากาศระหว่างเราคล้ายอยู่ในสนามการค้ามิใช่ศาลาสวยงาม

“เสวียนเอ๋อร์ เจ้าเกิดมามีดาวพยัคฆ์ประจำกาย เจ้าเป็นผู้นำ กล้าหาญ เฉลียวฉลาด ยุติธรรม โหดเหี้ยม และทะเยอทะยาน หมดนี้มิควรเป็นนิสัยของคหบดีแต่เป็นคุณสมบัติที่ดีของขุนนางหรือเชื้อพระวงศ์” ท่านพ่อพูดยืดยาวอย่างที่ไม่ได้ทำบ่อยนัก ร่างผอมเหม่อมองไปยังดอกดอกโบตั๋นสีแดงสดที่ขึ้นอยู่ตรงตีนบันไดศาลา “บิดาพยายามซ่อนเจ้าให้มิด หลีกหนีจากความเป็นไปได้ทั้งหมดที่จะพาเจ้ามายังจุดนี้ แต่สุดท้ายวงล้อแห่งโชคชะตาก็ยังคงหมุนไป...”

“ท่านพ่อ ท่านบอกว่ามิให้บุตรกล่าวอ้อมค้อม” ข้าตัดบทแล้วยกจอกชาขึ้นจิบช้าๆ แล้วเอ่ยต่อ “เช่นนั้นโปรดบอกความจริงกับบุตรตามตรงเถิด”

นับแต่ชีวิตใหม่ที่ข้าได้กลับมา คำที่ข้าเกลียดที่สุดคือคำว่าโชคชะตา

ข้าผู้นี้ไม่กราบไหว้ทวยเทพ ไม่เคารพในองค์พระโพธิสัตว์ สิ่งที่ข้าเชื่อมีเพียงตัวตนของข้าเองเท่านั้น

       ท่านพ่อจิบชาบ้าง หลับตาลงช้าแล้วเอ่ยแผ่วเบา...

        

       "ถ้าจะเริ่มเรื่อง ต้องย้อนไปในคืนหนึ่งที่หิมะโปรยปราย..." ท่านพ่อยกจอกชาขึ้นจิบและเริ่มเล่าช้าๆ "ตั้งแต่ฮูหยินคลอดพี่ใหญ่ของเจ้า นางก็กลายเป็นคนขี้โรคป่วยสวยกระเสาะกระแสะมาตลอด ปีนั้นอากาศหนาวจัดทำให้อาการของนางทรุดหนัก หมอทั้งเมืองหลวงต่างพากันส่ายหน้า เชื่อว่าที่นางอยู่มาหลายปีนี้ล้้วนเป็นพรจากสวรรค์แล้ว บัดนี้ไม่อาจยื้อเวลาได้อีก"

       หลายสิบปีก่อน สกุลหลินกำลังมีอิทธิพลมากขึ้นในเมืองหลวงจากพื้นเพเดิมเป็นคนชาวเจียงหนานถนัดการค้าทางเรือและยังมีเส้นสายในทุ่งหญ้า นายผู้เฒ่ามี 'หลิงตง' บุตรชายคนโตผู้เฉลียวฉลาดและซื่อสัตย์ เขาเเต่งงานกับฮูหยินที่หมั้นหมายแต่วัยเยาว์ขึ้นเป็นผู้นำตระกูล มีบุตรชายน่ารักหนึ่งคน ผู้คนกล่าวว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่โชคดี แต่สำหรับหลินตงนั่นคือคำสาปที่ต้องแลกมาด้วยฮูหยินที่เจ็บป่วยเรื้อรังน่าเวทนา 

        กระทั่งเมื่อเดือนที่ผ่านมาอาการของนางทรุดลงจนเหลือเพียงร่างที่หลับใหลกับลมหายใจที่พร้อมจะขาดห้วง หลินตงผู้เคยเยือกเย็นลนลานกระวนกระวายแทบบ้า เขาทิ้งงานทุกอย่างไว้ให้น้องชายดูแล ขึ้นเหนือล่องใต้ เสาะแสวงหาเซียนแพทย์หลากหลายสำนักหวังให้มารักษาภรรยา แม้แต่ต้องเดินทางผ่านหุบเขาสูงในคืนที่พายุหิมะตกก็ไม่หวั่น 

       เมื่อเวลาของคนรักน้อยลงทุกที

       รถม้าเรียบๆไม่สะดุดตารายล้อมด้วยขบวนม้าของคนคุ้มกันเคลื่อนตัวไปช้าๆ ไฟจากตะเกียงหน้ารถแกว่งไปมา พ่อค้าหนุ่มนั่งใคร่ครวญถึงข่าวลือเรื่องเซียนโอสถซึ่งมีสำนักอยู่บนยอดเขาห่างออกไปจากเมืองหลวงหลายร้อยลี้ ภาวนาให้ตนเองเดินทางไปเชิญอีกฝ่ายมาช่วยคนรักได้ทันกาล

       "นายท่าน เส้นทางข้างหน้าเป็นช่องเขาหิมะท่วมสูง โปรดระวัง" เสียงเงาดังขึ้นแผ่วเบา แม้ไม่เห็นตัวแต่หลินตงก็ทราบว่าอีกฝ่ายไม่ได้ไปไกลจากตัวเขามากนัก มือที่เคยจับแต่พู่กันกับลูกคิดของชายท่าทางอ่อนแอจึงขยับไปจับกระบี่ที่พกติดตัวเสมอ เตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

       จู่ๆรถม้าก็หยุดลงดื้อๆ ตอนนั้นเสียงบ่าวที่ทำหน้าที่ขับรถม้าก็ดังขึ้น

       "นะ นายท่านขอรับ" เสียงอาเฉินดังจากนอกรถ เมื่อเลื่อนแผ่นไม้ตรงช่องหน้าต่างดู เด็กหนุ่มที่มารดาเขารับมาเป็นพ่อบ้านและเสมียนช่วยจัดการงานออกอาการสั่นและตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด "มะ เมื่อครู่คนคุ้มกันที่ล่วงหน้าไปก่อนไปเจอสตรีนางหนึ่งนอนสลบขวางทางอยู่ จะ ตัวนาง มะ มีแต่เลือดเต็มไปหมดเลยขะ ขอรับ!"

        ใบหน้าใจดีของพ่อค้าแซ่หลินมีสีหน้าเคร่งเครียด "ที่นี่เป็นหุบเขาสูงทางเข้าออกทางเดียว เป็นไปได้ที่จะมีโจรผู้ร้ายปลอมมา"

         พ่อค้าหนุ่มดึงกระบี่ออกจากฝักและลงจากรถม้าไป ส่วนพ่อบ้านหนุ่มก็รับหน้าที่ยืนเฝ้าหน้าประตูรถม้าซึ่งบรรจุสินค้าไว้

         หลินตงกุมกระบี่ก้าวย่ำหิมะสีขาวไปเบื้องหน้าช้าๆ สำหรับตัวเขาที่มีเงาคุมครองย่อมไม่มีทางเป็นอะไรไปโดยง่าย

         อาชาสามสี่ตัวของคนคุมกันคือสิ่งแรกที่ชายหนุ่มเห็น เมื่อเดินเข้าไปใกล้อีกนิด ชายตัวโตจากหมู่บ้านมือสังหารที่ถูกเชิญให้มาช่วยคุ้มกันหันมาประสานมือคารวะง่ายๆอย่างไร้อารมณ์ ก่อนจะยักพะเยิดไปทางร่างสตรีที่นอนอยู่

         พ่อค้าหนุ่มมองตาม เมื่อเห็นสภาพนางชัดๆ เเม้เป็นบุรุษก็เผลอผงะถอยหลัง

         ร่างสตรีตรงหน้าผู้นี้มีผิวกายกายซีดเซียวผิดมนุษย์ราวกับสีของหิมะ เส้นผมสีดำสนิทตัดกันกับผิวและชุดขาวบางๆที่สวมราวกับหมึกบนแผ่นกระดาษ ทั่วร่างของนางมีรอยแผลถูกกรีดแทงมากมายนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะช่วงข้อมือจนถึงก่อนข้อพับแขนที่มีรอยกรีดทั้งแผลสดและแผลเป็นที่เกิดจากการถูกรักษาเเบบลวกๆ ตรงข้อเท้าของนางข้างหนึ่งมีโซ่สีดำถ่วงตุ้มตรวนที่เต็มไปด้วยอีกขระประหลาด ซึ่งแผลเหวอะหวะซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดบนร่างของนางน่าจะมาจากรอยบาดและรอยเนื้อพองไหม้น่ากลัวตรงตรวนที่ข้อเท้านี่เอง

          ไม่ทราบว่านางลากมันเดินมาไกลเพียงใดกว่าจะล้มลงที่นี่

           พ่อค้าธรรมดาอย่างเขาไหนเลยจะคุ้นชินกับภาพน่าสยดสยอง มือที่กุมกระบี่เผลอสั่นด้วยความพรั่งพรึง 

           ...ต้องเป็นคนเช่นใดกันที่สามารถทารุณสตรีได้โหดเหี้ยมเช่นน

           "อะ แอ๊...แอ๊"

           เสียงเล็กเหมือนลูกแมวดังแผ่วเบา หลินตงก้มมองในอกเสื้อของนาง ทารกน้อยวัยไม่ถึงสองขวบปีในห่อผ้าหนาที่เปราะโลหิตกำลังส่งเสียง ปากน้อยๆเป็นสีม่วงเพราะหนาวเย็น

           "ช่วย...ช่วยลูกข้า" เสียงแหบพร่าดังขึ้น หลินตงและคนคุ้มกันมองหน้ากันทันทีราวกับสอบถามว่าได้ยินเช่นเดียวกันใช่หรือไม่

            "นางยังไม่ตาย" เงาประจำตัวเขาเอ่ยขึ้นขณะที่เดินเข้าดูร่างที่แน่นิ่งของนาง แต่ก็ต้องผงะเมื่อดวงตาที่คล้ายปิดสนิทของนางกลับลืมขึ้นช้าๆ

             สตรีผู้นี้มีนัยต์ตาสีแดงราวกับโลหิต!

             "เหวอ!" ทุกคนถอยหลังกันเกินครึ่งก้าว แม้แต่บ่าวชายที่ตัวใหญ่โตยังหลุดเสียงร้องออกมา

             "ปะ..ปีศาจ!" เสียพึมพำพร้อมกับคมอาวุธที่ชี้ตรงไปยังร่างของนางทันที เพียงแต่หลินตงรีบยกมือห้ามไว้

             "พวกเจ้าหยุดก่อน! ในอกเสื้อนางมีทารกนะ!" เขาที่เป็นพ่อคน ไหนเลยจะทนเห็นแม่ลูกอ่อนถูกสังหารได้

             "นายท่านหลินอย่าได้หลงกล มันอาจเป็นปีศาจที่แปลงมา" หัวหน้าคนคุ้มกันประสานมือเอ่ยเสียงกร้าว "อักขระบนตุ้มเหล็กที่ขานางคงเป็นยันต์ที่นักบวชสะกดพลังมารไว้ ถ้าไม่ชิงฆ่านางตอนนี้เกรงจะสายเกินไป!"

             หลินตงเม้มปาก มือกำแน่นอย่างชั่งใจ ทุกคนต่างเงียบแม้ไม่ลงมือก็ไม่มีท่าจะลดอาวุธ

             "ท่าน ดะ ได้โปรด ช่วยลูก...ข้า" เสียงแผ่วของ 'นางปีศาจ' ทำให้พวกเขาต้องหันกลับไปมองนางอีกครั้ง นางขยับกายเบาๆเผยให้เห็นใบหน้าเล็กจ้อยของทารกน้อย ดวงตากลมโตสีดำลืมขึ้นปรือปรอยมองบุรุษสูงใหญ่ที่รายล้อมมารดาตนอย่างไร้เดียงสา "ได้โปรด...ชะ ช่วยเขาที"

              น้ำตาสายเล็กไหลจากดวงตาของนางปีศาจหยดลงในหิมะ และรินลงกระทบความเมตตาในใจของหลินตง

              "นายท่านระวัง อย่าเข้าไป!"

              ไม่ฟังเสียงทัดทานพ่อค้าหนุ่มทรุดกายชันเข่าลง ค่อยๆประคองเอาห่อผ้าออกจากอกเสื้อของหญิงสาว โอมอุ้มเจ้าเด็กไร้เดียงสาไว้แนบอก

               "ข้าจะพาเจ้ากับเขาไปรักษา" พ่อค้าหนุ่มเอ่ย ยิ้มให้นางบางๆราวกับกำลังปลอบประโลมน้องสาว "ข้าไม่สามารถรับเลี้ยงทารกที่ไม่รู้ที่มาได้ เข้าต้องอยู่เพื่อเล่าทุกอย่างกับข้า"

               "ขอบคุณท่าน...ที่เมตตา" นางมารยิ้มออกมาทั้งน้ำตาแล้วหมดสติไป

               "นางบาดเจ็บสาหัส" เงาของเขาเอ่ยขึ้นด้วยแววตาว่างเปล่า

               "พานางขึ้นรถม้า เราต้องเร่งเดินทางแล้ว" หลินตงยืดกายขึ้น ก้มมองใบหน้าน้อยในห่อผ้า ความรู้สึกเอื้อเอ็นดูปรากฏขึ้นในใจ

                นางมารถูกพาตัวขึ้นไปรักษายังสำนักเซียนโอสถระหว่างที่เซียนโอสถหาทางรักษาฮูหยินใหญ่ของพ่อค้า น่าเศร้าที่บาดแผลจากอาคมที่ข้อเท้าของนางมารนั้นไม่อาจรักษาได้ด้วยยา เหล่าแพทย์แห่งหอกระเรียนยื้อชีวิตนางได้เพียงสามราตรี เพียงพอให้นางเล่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวนางและบุตร เพียงพอให้ความ 'รู้สึกพิเศษ' งอกเงยขึ้นในใจของพ่อค้าหนุ่มและนางมารแม่ม่าย

                แต่ไม่เพียงพอให้นางรอดชีวิต...

                กระนั้นก่อนตาย นางได้มอบขวดเลือดของนางให้หนึ่งจอกเพื่อนำไปผสมกับยาของเซียนโอสถที่จะมอบให้ฮูหยินใหญ่ของพ่อค้า แลกกับคำขอให้เขาช่วยพิทักษ์บุตรชายของนางตราบจนวันสุดท้าย


                ท่านพ่อทอดสายตาไปยาวไกล คอยผุดลุกขึ้นหันมองออกไปยังทิวทัศน์นอกศาลา แผ่นหลังงุ้มงอลง หลายสิบปีที่จมจอมกับความผิดบาปที่มีต่อภรรยาเอกผู้เฝ้ารอตน แต่กลับเผลอตกหลุมรักคนที่ไม่สมควรรักที่สุด แม้จะเป็นความรู้สึกที่แสนสั้นและแผ่วเบาราวกับแมลงปอโผแตะยอดหญ้า ก็นับว่าได้กระทำผิดต่อคนรักไปเสียแล้ว

               "เลือดของมารโลหิตมีค่ายิ่งกว่าทองพันชั่ง ว่ากันว่าหากคนป่วยได้ดื่มกินสักช้อนจะหายวันหายคืน หากคนตายได้ดื่มสักจอกจะฟื้นขึ้นจากขอบนรก บาดแผลใดล้วนรักษาได้ทั้งสิ้น เป็นยาอายุวัฒนะที่มีจริง" ท่านพ่อหลับตาลง "ในอดีตผู้คนทั่วหล้าตามล้วนเชื่อคำเล่าลือ ไล่ล่ามารโลหิตจนพวกเขาต้องหลบลี้ไปยังดินแดนไกลโพ้น กาลเวลาล่วงเลยจนผู้คนลืมเลือนเรื่องราวของมารโลหิต อวี้หลัน...สตรีผู้นั้นได้พบรักกับมนุษย์เข้า มนุษย์ผู้สืบเชื้อสายจากเทพมังกร ทั้งสองฟันฝ่าอุปสรรคจนได้ครองรักท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของผู้คน ทว่า...ตอนจบที่แท้จริงของนิทานกลับหาได้สวยงามไม่"

               ข้าบีบขอบมนของที่วางแขนเก้าอี้ นึกเกลียดความรู้เท่าทันเกินไปของตนเองขึ้นมาครามครัน

               "คนผู้นั้นโหดเหี้ยมและทะเยอทะยานเกินกว่าที่นางคิด เขาไม่ได้ต้องการเพียงได้อยู่กับนางอย่างสงบสุข แต่ต้องการครอบครองใต้หล้าโดยใช้คำสัญญาที่ล่อลวงกับนางว่าเพียงนางมอบโลหิตอันมีค่ากับเขา เขาจะสร้างที่ๆไม่ว่าผู้ใดก็จะไม่เดียดฉันท์มารเช่นนางขึ้นมา..."

                ข้ามิใช่คนโง่งม เด็กที่เกิดจากมารผู้นั้น เด็กที่ถูกรับเลี้ยงมาเพื่อแลกกับเลือดของมารโลหิตผู้เป็นมารดา เพื่อยื้อชีวิตฮูหยินเอกจะเป็นใครกันเล่า

                เมื่อสกุลหลินมีบุตรชายเพียงสองเท่านั้น

                ข้าอาจดูอกตัญญูหากจะบอกว่าลึกๆเรื่องของนางมารอวี้หลันคล้ายกับเหมือนนิทานเรื่องเล่า ช่างไกลตัวเสียจนเหมือนเป็นคนอื่นสำหรับข้า สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นเสียงดังในหัวใจที่เต็มไปด้วยทิฐิ และอยากจะร้องตะโกนถามออกไปมีเพียงสิ่งเดียว

                "ท่านพ่อ..."

                "..."

                "เช่นนั้น เหตุใดท่านแม่ พี่ใหญ่ และคนในจวนถึงดีต่อข้า ทั้งที่รู้ว่าข้า..." ไม่ใช่บุตรชายของท่านพ่อท่านแม่ เป็นเพียงลูกครึ่งมารที่เกิดจากสตรีม่ายที่ท่านพ่อช่วยไว้

                "เจ้าเป็นคนฉลาดเสวียนเอ๋อร์ บิดาเชื่อว่าคงฉลาดเหมือนคนผู้นั้นจากช่างหยิงที่ให้กำเนิดเจ้ามา  ดังนั้นเจ้าคงพอเข้าใจว่าสำหรับหลายคนในจวนหลินเจ้าคือผู้ต่อลมหายใจให้ฮูหยินเอกผู้เป็นที่รัก" ท่านพ่อหันมองข้า แววตานั้นยังคงอ่อนโยนเช่นบิดามองบุตรอย่างที่คุ้นเคย "แต่สำหรับบิดามารดาเจ้าคือบุตรชายคนรองของเรา และเป็นเช่นนั้นเสมอมา"

                "เพราะเหตุนี้ท่านจึงไม่ไว้วางใจชินอ๋อง"

                "แม้เจ้าจะไม่มีส่วนใดเหมือนอวี้หลันหรือชาวช่างหยิง แต่เจ้ายังมีสายเลือดมารโลหิตอยู่ในตัว ไม่มีใครทราบว่าชะตาจะเล่นตลกได้อีกเพียงใด" ท่านพ่อเอ่ยอย่างอ่อนล้า เมื่อเขาหันมองเป็นเชิงเรียก ข้าจึงได้ขยับกายเข้าไปยืนข้างๆ มองสระบัวที่ยังคงงดงามจับตา

                          "...ชื่อของข้า" ข้าใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งถึงได้กล้าเอ่ยถาม "ใครเป็นคนตั้ง"

               "เป็นนาง..." สัมผัสอุ่นไหลผ่านแผ่วเบาเมื่อท่านพ่อวางมือลงบนไหล่ของข้า "อวี้หลัน มารดาเจ้าเล่าว่าหลินหลี่เสวียน คือ เหตุผลที่ลึกลับ"

                เด็กที่เกิดมาพร้อมคำถามที่ไร้คำตอบของภรรยาที่มีต่อสามี ผู้จับนางถ่วงด้วยตุ้มเหล็กลงอาคม กักขังทรมาณนางไว้เพื่อกรีดเค้นนำเลือดของนางมาใช้ควบคุมคน จนนางต้องแลกชีวิตเพื่อหนีออกมา

                หากไม่รัก จะปล่อยให้นางคลอดบุตรผู้นี้มาเพื่อเหตุใด หรือหากรักเหตุใดจึงหลอกลวงทำร้ายกันถึงเพียงนั้น

                "คนผู้นั้น ท่านพ่อทราบหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาหลังจากมารดาสิ้นใจ"

                "บิดาทราบเพียงว่าช่างหยิงเกิดสงครามภายในอยู่หลายปี จากนั้นก็ไม่ได้ข่าวคราวอะไรอีก ดินแดนอีกฟากของมหาสมุทรนั้นเป็นดินแดนลี้ลับมายาวนาน สิ่งที่บิดาและท่านลุงเงาของเจ้ารู้ก็มีเพียงเท่าที่อวี้หลันเล่าเท่านั้น"

               ความเงียบปกคลุมศาลาอีกครั้ง เงาแห่งความสับสนทอดยาว

               ท่านพ่อมิได้เล่าอะไรต่ออีก เพียงแค่ยืนมองออกไปนอกศาลาเสียเฉยๆ สามวันที่สำนักเซียนโอสถคงมีความหมายในความทรงจำของผู้ชราไม่น้อย หลายสิ่งหากเล่าไปแล้วคงทำให้ข้าต้องรับรู้สายสัมพันธ์และความเจ็บปวดของสตรีผู้นั้น จึงเลือกที่จะไม่เอ่ยถึงอีก

               "บิดา ข้าเชื่อท่านเสมอ แต่ข้าไม่เชื่อเพียงเรื่องเดียว" ข้าหลับตาลง "ท่านบอกว่าไม่เคยพบคนผู้นั้นเพียงฟังที่มารดาอวี้หลันเล่ามา แต่ท่านกลับรู้แก่ใจและหลุดปากออกมาหลายครั้งว่าข้าเหมือนเขามากเพียงใด" 

              

               ท่านพ่อ...สุดท้ายท่านก็เลือกที่จะไม่พูดความจริงทั้งหมดกับข้า 


              




...........30%

เพิ่งกลับจากไปดูงานที่ตปท รีบมาอัพทันทีเลย ตอนนี้จะยาวหน่อยเพราะเป็นตอนจบของเฟสสอง ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามนิยายรายเดือนเรื่องนี้นะครับ TT



............100%

เป็นตอนที่เขียนยากที่สุดตั้งแต่แต่งนิยายมาเลย คือมันต้องหน่วงมาก ขณะเดียวกันก็ต้องเล่าเรื่องให้หมด สรุปไม่สามารถจบเฟสสองในตอนนี้ได้จริงๆครับนื้อหาเข้มข้นและยาวจัด ต้องตัดไปตอนหน้า 

เอาจริงๆผมกังวลมากเลยว่าคนอ่านจะเบื่อกันก่อนมั้ยกับการรอผมอัพนานๆ เนื้อเรื่องยังสนุกสำหรับทุกคนมั้ย ตอนนี้ผมใช้เวลาพอมพ์แล้วลบนานมาก กลัวมันจะออกมาไม่สมูทอย่างที่คิด กลัวจะเผลอทำน้องเเมวOCC กังวลไปหมด การสวมตัวตนเป็นคนซับซ้อนแบบหลี่เสวียนดึงพลังงานผมมากๆ ตอนแต่งคือต้องกลั้นใจพิมพ์ทุกครั้งเลย ฮืออออ


ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามกันนะครับ คอมเม้นท์ติชมกันด้วยนะ ผมจะพยายามปรับปรุงให้ดีที่สุดนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 313 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,165 ความคิดเห็น

  1. #2021 tan-ta-lum (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 22:01

    ถ้าอ่าน ต้องค้างแน่ๆ

    #2,021
    0
  2. #1988 nunnun101 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 18:41
    รอไรท์อยู่นะคะ
    #1,988
    0
  3. #1981 NRAI (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 09:06

    ตอนนี้เดาไม่ถูกเลย ใครคือคนนั้น ซึ่งจากที่อ่านมาหลี่เสวียนน่าจะรู้จักดี ฮือออออ~ ไม่อยากสงสัยใครเลย

    #1,981
    0
  4. #1979 Rainnieme (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 18:34
    มันเข้มข้ม สนุกมากค่า
    #1,979
    0
  5. #1957 LitalyyDelilah (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 13:43
    สนุกมากเลยค้า ภาษาไรท์ดีมากกก รีบๆมาต่อนะคะ
    #1,957
    0
  6. #1956 elleeee.ee (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 20:40
    อ่านรวดเดียวสนุกมากๆเลยค่ะ รอมาต่อนะคะ
    #1,956
    0
  7. #1937 น่องขาหมู (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 18:12

    อ่านมาถึงตรงนี้แบบรวดบาว ต้องขอบอกว่า สำนวนภาษาไรท์มันดีมาก เหมือนเราอ่านบันทึกสักเล่มที่ เป็นเรื่องราวของคนๆหนึ่งจริงๆ แบบมันคือจีนมาก เป็นนิยายจีนที่หาอ่านสำนวณแบบนี้ยากจริงๆ จะบอกว่าชอบมาก ชอบไม่ไหวแล้วอยากได้รูปเล่มมาอ่านวนสักล้านรอบให้ชื่นใจ แงงง ปมยังไม่หมดเลยยย รอนะคะะะะ!!!!!!! สนุกมากกกก มากกกกกก ชอบมากเช่นกัน
    #1,937
    0
  8. #1927 N\'noey Butter (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 08:22

    งื้อออ สู้ๆ นะคะ
    #1,927
    0
  9. #1926 ChatchayaNB (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 07:11
    ดีใจที่มาต่อค่ะ
    #1,926
    0
  10. #1924 หนอน น้อย (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 20:22
    รอค่าาาา
    #1,924
    0
  11. #1923 Whatever it is (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 08:29
    ยังคงรออ่านอยู่จ้าาาา ขอบคุณค่ะ
    #1,923
    0
  12. #1922 sukanyaza (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 08:26

    พีคคคคคค
    #1,922
    0
  13. #1921 ฟูจินางะ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 08:08

    สุดท้ายท่านก็ไม่ต่างจากคนอื่นท่นพ่อ

    #1,921
    0
  14. #1920 STI .45 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 04:51
    รอน้าาา
    #1,920
    0
  15. #1919 polypoll (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 01:28
    บีบหัวใจตรงที่นายเอกเราถูกปิดบังความจริงมาตลอดเนี่ยแหละ
    #1,919
    0
  16. #1918 BTkorn08 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 22:45
    ไม่เบื่อนะคะรอได้เสมอออออ
    #1,918
    0
  17. #1916 shenqingqiu (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 22:33
    รออยู่เสมออออ
    #1,916
    0
  18. #1915 vviiwwyy (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 22:22
    ไรท์มาต่อแล้วววว
    #1,915
    0
  19. #1914 GM_Molly (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 21:25
    พออ่านตอนนี้จบแล้ว คำแรกที่ออกมาจากใจเลยคือ "หาา?"
    #1,914
    0
  20. #1913 supamas1845 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 20:41

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!! ไม่น้าาาา ค้างงงงงงงงงงงง
    #1,913
    0
  21. #1911 Omma1991 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 15:51
    เกิดอะไรขึ้นนนน
    #1,911
    0
  22. #1908 Whatever it is (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 10:15
    รอจ้าาา
    #1,908
    0
  23. #1907 Worada Ray (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 17:48
    รออ่านคะ
    #1,907
    0
  24. #1906 STI .45 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 14:54
    รอน้าาา
    #1,906
    0
  25. #1905 bbgle (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 14:18
    รออยู่เสมอน้า
    #1,905
    0