ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 33 : ปมที่รัดแน่นขึ้น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 263 ครั้ง
    1 เม.ย. 62





                 ข้ากับชินอ๋องก้าวเท้าไปพร้อมกันช้าๆ เมื่อใกล้ทางเข้าตำหนักเสียงเอะอะจากที่ไกลๆที่ข้าได้ยินจากพลังยุทธก็ยิ่งฟังชัดขึ้น ทำให้ข้าต้องรีบจัดการอารมณ์ของตนเองเพื่อรอรับการมาเยือนของท่านพ่อ 

                "เจ้าไหวแน่หรือ จะไม่ให้เปิ่นหวางไปด้วยแน่นะ" ชินอ๋องถามย้ำหลังข้ายืนยันกับพระองค์อีกครา ข้าพยักหน้ายิ้มๆ แม้ข้าจะไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงเพียงใดแต่ข้าก็ต้องผ่านมันไปด้วยตัวเอง


                เพียงมีพระองค์รออยู่ก็อุ่นใจพอแล้ว...


                 ชินอ๋องถอนหายใจเบาๆ ร่างสูงกว่าวางมือบนศรีษะข้าลูบเบาๆให้กำลังใจอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวกลับไปรอด้านในตามที่ข้าขอ ส่วนข้าก็รีบนำคนเดินออกไปที่กำแพงตำหนักทันที
         

                 "เข้าไม่ได้ขอรับท่านผู้เฒ่าหลิน!"

                  "ให้ข้าเข้าไปเถิดท่านทหาร ข้าต้องรีบไปเดี๋ยวนี้!"


                  "ท่านชายมีคำสั่งมิให้ผู้ใดเข้าพบ ท่านเป็นบิดาท่านชายอย่าให้ข้าลำบากใจเลย"

                   "ท่านทหารได้โปรดช่วยไปรายงานหลินอะ...ท่านชายหลินว่าบิดาต้องการพบ ได้โปรด!"


                    "ทราบแล้วๆ ข้าให้คนรีบไปรายงานท่านชายให้ว่าท่านมาแล้ว แต่ท่านผู้เฒ่าหลินโปรดใจเย็นก่อน"


                     ข้ารีบสาวเท้าออกไป ทั้งที่ที่ข้าออกมาจากห้องขบวนนางกำนัลจากหอบุปผาและองครักษ์ที่ไท่เฟยช่วยจัดหามาให้ก็รีบตามมา
   

                      ท่านพ่อผู้ชราของข้ากำลังพยายามฝ่าองครักษ์เผ้าตำหนักเข้ามา บ่าวชายอีกสองคนก็เช่นกัน แต่ทหารที่อารักขาตำหนักข้ามิใช่ทหารชนชั้นสามัญ เพียงคนเดียวมิต้องออกแรงก็สามารถขวางท่านพ่อไว้ได้ ส่วนท่านลุงเงานั้นเหมือนว่าถ้าท่านพ่อไม่ออกปากก็เพียงแค่พรางกายเฝ้าดูอยู่ห่างๆเท่านั้น

                    "ท่านพ่อมาหาลูกถึงที่นี่ได้อย่างไรขอรับ" ข้าตรงเข้าไปหาบุพการี แอบนึกไม่พอใจทหารเฝ้าประตูวังชั้นนอกอยู่ไม่น้อยที่สามารถปล่อยใครต่อใครเข้ามายังตำหนักข้าได้ง่ายดายนักเพียงเพราะใช้แซ่เดียวกับข้า เมื่อครู่ซูมี่ ยามนี้ก็ท่านพ่อ

                    ที่แท้วังหลวงมีการป้องกันหละหลวมเช่นนี้เอง


                    ท่านพ่อที่เห็นข้าเดินเข้าไปผละออกจากทหารยาม ชายที่ย่างเข้าวัยชราไม่ยอมตอบคำถาม ทันทีที่ข้ายืนอยู่ตรงหน้า เข่าสองข้างของผู้ให้กำเนิดก็ถูกทิ้งลงบนพื้น พร้อมศรีษะใกล้ขาวโพลนที่ก้มลงจะแนบพื้นตามลงไป หน้าผากที่เริ่มเหี่ยวย่นของผู้ชราโขกลงบนพื้นกระเบื้องจนทิ้งรอบถลอกไว้บนผิวจุดกระทบ

                      "เสวียนเอ๋อ! ได้โปรดไว้ชีวิตน้องด้วย!

                      "ท่านพ่อ! ท่านทำอะไร!" ข้าร้องอย่างตกใจ รีบคุกเข่าลงไปประคอง พอผู้เป็นนายย่อต่ำ เหล่าบ่าวไพร่ก็ต้องรีบนั่งลงตาม ยามนี้จึงเป็นภาพกลุ่มคนนับสิบกว่าชีวิตนั่งคุกเข่าอยู่หน้าตำหนัก

                       "พอพ่อทราบว่านางเข้าวังมาหาเจ้าโดยพละการพ่อก็ไม่อาจนั่งรอที่จวนได้" ท่านพ่อคว้าแขนข้าไว้ "เสวี่ยนอะ... ไม่สิ ท่านชาย ถือว่าผู้ชราผู้นี้ขอร้อง อย่าทำอันใดน้องเลย ให้นางออกจากวังหลวงเถิด นางยังเยาว์นัก"

                       "ท่านพ่อ ข้าเป็นพี่ชายของนาง บุตรชายตนรองของท่าน มิใช่มารปีศาจที่ไหน ใยต้องหวาดกลัวเพียงนี้" ข้ามองท่าทางหวาดหวั่นของท่านพ่อด้วยดวงใจหนักอึ้ง
ท่านพ่อชะงัก สายตาหวาดหวั่นยำเกรงหรุบลง ไม่เอ่ยคำ แต่ท่าที่ยังหมอบค้างหมายถึงจะไม่ลุกขึ้นจนกว่าข้าจะกล่าวคำยืนยัน


                        ท่านพ่อ...นี่ท่าน

                        "มีข้าอยู่ นางจะปลอดภัย ข้าไม่มีวันทำร้ายนาง" ข้ากล่าว พยายามใช้นำเสียงที่นุ่มนวลที่สุด "ลุกเถิดท่านพ่อ อย่าก้มหัวให้ลูกผู้เยาว์เลย เท่านี้ลูกก็อกตัญญูแล้ว"
ท่านพ่อมองข้าราวขอคำยืนยัน เมื่อข้าพยักหน้าสำทับ ร่างผอมที่เเข็งเกร็งก็ค่อยยอมขยับลุกขึ้น แววตาที่มองข้ามีประกายยินดีเจือจาง แต่ก็มีแววตาละอายใจอยู่ในนั้น


                         "แดดเริ่มแรงเเล้ว เชิญท่านพ่อเข้าข้างใน" ข้าเบียงตัวเข้าไปยืนข้างๆโอบประคองร้างวาณิชผู้เฒ่าเข้าไปในเขตตำหนักช้าๆ

                          เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เราพ่อลูกได้เดินเคียงข้างกัน และเป็นครั้งแรกที่ไม่มีผู้ใดพูดอะไรกันก่อน ช่วงเวลานั้นจึงเป็นการเดินที่ยาวนานและอึดอัดในความรู้สึกเสียเหลือเกิน

                          เมื่อก้าวเข้ามาข้างในเรือนรับรอง เมื่อจัดการล้างแผลถลอกบนหน้าผากท่านพ่อแล้ว พวกเราก็พากันนั่งเงียบอยู่ในห้องรับรอง บ่าวไพร่ถูกไล่ออกไปจนสิ้น เราสองพ่อลูกนั่งลงบนเก้าอี้ ข้านั่งนิ่งรอจนอีกฝ่ายเปิดปากสนทนาก่อน "ท่านชาย...ได้โปรด ข้าทราบว่าซูมี่อุกอาจบุกเข้าวังหลวง นางยะ....."


                        "ข้าไม่ได้โกรธเคืองอันใด แล้วท่านพ่อก็ไม่จำเป็นต้องใช้สรรพนามห่างเหินเช่นนี้" ข้าเอ่ยแผ่วเบาตัดบท เสหน้าจิบน้ำชา "เพียงคิดถึงนางมาก จึงอยากให้นางอยู่ด้วยอีกสักหน่อย"

                         "ข้ามิใช่คนเขลา มีคนของอาถังไปแจ้งที่จวนว่า...ที่แท้นางวางยาเจ้า" ท่านพ่อหลับตาลง เม้มปากแน่น มือเหี่ยวย่นกำชายเสื้อไหม่สีน้ำเงินตรงหน้าตักจนเป็นรอยยับ "ซูมี่ทำเรื่องผิดมหันต์ นางไม่สมควรได้รับการอภัยจากเจ้า แต่ได้โปรดอย่าให้น้องเข้าไปในวังวนการเเย่งชิงนี้อีกเลย แค่เรื่องมารดานางก็ไม่อาจทนได้มากกว่านี้แล้ว"

                         ข้าลอบแค่นยิ้ม มิใช่ว่าเรื่องราววุ่นวายมากเกิดขึ้นเพราะมือที่คิดว่าอ่อนแอคู่นั้นหรอกหรือ


                         ข้าทำเพื่อให้ครอบครัวเรายิ่งใหญ่ เพื่อให้ไม่ต้องกลายเป็นเพียงมดปลวกอ่อนแอให้ต้องถูกกำจัดทิ้ง เหตุใดจึงกลายเป็นว่าข้าคือคนโฉดที่คิดจะเอาน้องมาหาผลประโยชน์...


                        "ในเมื่อท่านพ่อรู้แล้วว่านางทำอะไรลงไป ท่านน่าจะรู้ดี ว่านางเป็นกุญแจเชื่อมโยงสู้คนที่จะวางแผนฆ่าข้า และโทษที่สังหารท่านชายตราตั้งและว่าที่เปิ่นหวางเฟยช่างหยิงโทษหนักเพียงใด" เผลอใช้น้ำเสียงเย็นชาออกไป "นางจะไม่ได้ไปที่ใดทั้งนั้น"


                        "เสวียนเอ๋อร์...." ท่านพ่อครางเสียงแหบโหย ร่างชราค่อยๆไถตัวลงจากเก้าอี้อีกครั้ง "เสวียนเอ๋อร์ พ่อขอ...ปล่อยน้องไปเถิด โทษทัณฑ์ทั้งหลาย ให้เป็นบิดาผู้นี้รับไว้แทน"

                         น้องสาวพยายามฆ่าพี่ชาย จนบิดาต้องมาคุกเข่าก้มหัวขอร้องบุตรชายให้ไว้ชีวิต

                        นี่หรือซูมี่ ที่เจ้าบอกว่าบิดาไม่รักเจ้า ไม่เชิดชูเจ้า

                        บางทีท่านพ่ออาจะรักเจ้ายิ่งกว่าข้า...และชีวิตตนเองเสียอี


                        อภัย หรือ ลงโทษ


                        แล้วข้าควรทำเช่นไรกัน....


                        คงเพราะภาพน่าอดสูนั้น ทำให้ท่านลุงเงาอดไม่ไหวที่จะแสดงตัวออกมาจากเงามืด ร่างสูงใหญ่นั้นตระหง่านขวางหน้าข้าและท่านพ่อเอาไว้

                        "พอเถิดนายท่าน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบขณะชันเข่าประคองท่านพ่อให้ลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้เช่นเดิม "นายน้อยรองมิใช่เด็กน้อยคนเดิมเมื่อป่วยหนักสิบปีก่อนอีกแล้ว เขาแข็งแกร่ง เก่งกาจ โหดเหี้ยมและเด็ดขาดเหมือน 'คนผู้นั้น' ราวกับพิมพ์เดียว ท่านน่าจะรู้แก่ใจตั้งแต่วันที่นายน้อยสั่งโบยบ่าวทรยศอาการปางตาย ว่าต่อให้ท่านเลี้ยงดูเขาอย่างอ่อนโยนเช่นใดก็ไม่อาจลบล้างความจริงนี้ได้"

                        ข้าหัวใจกระตุก...

                        ข้าเหมือนกับ 'คนผู้นั้น' 

                        หมายความว่าไร?

                        คนผู้นั้น...เป็นใคร ใช่คนเดียวกับที่ข้าคิดหรือไม่ง

                         ทำไมคำๆนี้ถึงออกจากปากท่านลุงเงา

                         มีเรื่องอะไรที่ข้ายังไม่รู้....

                         ท่านพ่อก้มหน้านิ่ง ท่านลุงเงาจึงเคลื่อนสายตามายังข้า "ท่านจะทำอย่างไรกับคุณหนู นายน้อยรอง"

                        "ข้าเพียงอยากให้นางอยู่ที่นี่ไปสักระยะ"

                        "ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนหรือ" เป็นท่านพ่อที่ถาม

                        "จนกว่าจะควานหาตัวคนบงกา..."

                         "นายท่าน! คุณหนูกระอักโลหิตจากทวารทั้งห้า ตอนนี้หมดสติไปแล้วขอรับ!" เสียงร้องของจินหรงที่โผล่พรวดพลาดเข้ามาทำให้ข้าและทุกคนรีบผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเคร่งเครียดของจินหรงที่หมุนตัวทะยานนำไปโดยไม่แม้หยุดทักทายอาจารย์ ทำให้ข้ารีบวิ่งตามออกไปตามด้วยท่านลุงเงาที่หิ้วท่านพ่อทะยานตามมาติดๆ 

                          โยนเรื่อง 'คนผู้นั้น' ที่รบกวนใจออกจากสมองชั่วคราว

                          ยิ่งเข้าใกล้เรือนรับรอง ศพนางกำนัลที่วางเรียงรายกระจัดกระจายทำให้ข้าหนาววูบ จินหรงที่แม้สีหน้ายังราบเรียบยังปรากฏรอยหวาดหวั่นในดวงตา เมื่อตอนที่เขาออกจากเรือนปีกนี้ไปหานายท่านทุกอย่างยังปกติ

                          ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจ ศัตรูก็สามารถสังหารคนได้มากมายเท่านี้เเล้ว โดยที่เขาไม่ได้ทันตั้งตัว

                           ทันทีที่เห็นประตูเรือนมืดสลัวเปิดค้าง ข้าพุ่งตัวเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต หากเเสงสะท้อนวาบขออาวุธที่พุ่งสวนออกทำให้ข้าต้องรีงตีลังกาหลบอย่างเฉียดฉิว กระบี่สั้นที่ถูกซัดพุ่งปักลงที่พื้นปูนด้านหลังจมไปหนึ่งในสามส่วนบ่งบอกความรุนแรงของผู้ที่ใช้มันได้อย่างดี


                           ข้าดีตัวกลางอากาศถอยไปอีกสามช่วงขา เท้ายังไม่ทันได้แตะพื้น กระบี่อีกสามเล่มก็พุ่งตามมาราวกับคนเฝ้ารอจังหวะ ทำให้ข้าต้องรีบชักกระบี่ออกมาปัดป้องจนกระเด็น

                            แต่ทว่ากระบี่สามเล่มทั้งหมดกลับสามารถลอยกลับขึ้นมาต่อสู้กับข้าได้ราวกับมีชีวิต แม้แต่ปักอยู่ที่พื้นก็เช่นกัย

.                           "มีผู้บุกรุก!" เสียงตะโกนของจินหรงพร้อมด้วยกระบี่อีกห้าเล่มที่พุ่งตามมา ทำให้แม้แต่ท่านลุงเงาก็ต้องปล่อยท่านพ่อให้หลบไปซ่อนอีกทาง ก่อนจะชักอาวุธเข้าร่วมวงฟาดฟันด้วย

       .                  ข้าโดดเหยียบบนด้ามกระบี่ที่พุ่งออกมาเพื่อเป็นฐานม้วนตัวหลบการโจมตีของอีกสามเล่มที่เหลือ ข้าหาทางวิ่งเข้าไปในเรือนอีกคราแต่ราวกับกระบี่มีชีวิตเหล่านี่พยายามไล่ต้อนทุกคนให้รวมกันอยู่ใจกลางวงล้อม


                           "วิชาชักใยกระบี่" ท่านลุงเงาเอ่ยเสียงเข้ม ต่างฝ่ายต่างยืนคุมเชิงกันและกัน ยามนี้กระบี่นับร้อยลอยล้อมด้านบนในทิศที่พร้อมจะพุ่งตรงใส่เราได้ทุกเมื่อ "มันเป็น
วิชาลับที่เกิดจากการหลอมรวมกวนวิชากวนอิมพันมือของพรรคธรรมะ เเละวิชาชักใยของพรรคมาร เข้ากับวิชาท่าเท้ากระบี่ประหารจากเซียนกระบี่ ทำให้สามารถควบคุมกระบี่จากระยะไกล มั่วแผ่นดินมีน้อยคนที่สืบทอด"


                            "ท่านอาจารย์ มีวิธีแก้ไขหรือไม่" จินหรงหันไป การที่ยอดฝีมือเช่นพวกเขาตกในวงล้อมของกระบี่ลอยได้เช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจได้เลย คนจากหอบุปผาที่ตามมาสบทบก็ยังไม่สามารถเข้าถึงตัวผู้ที่หลบอยู่ในเงามืด แม้คู่ต่อสู่จะมีเพียงหนึ่ง แต่ด้วยจำนวนกระบี่ผีสิงพวกนี้ทำให้เหมือนเป็นการต่อสู้ระหว่างคนเพียงหยิบมือกับหนึ่งกองร้อยไม่มีผิด

                              "ทางเดียว....คือต้องจับตัวคนชักใยกระบี่ให้ได้" ท่านลุงว่า

                              "เช่นนั้นคงต้องฝ่าวงล้อมออกไป" ข้าเอ่ยเสียงเคร่ง หลับตาซัดพลังปราณขั้นสิบที่ซุกซ่อนออกไป คลื่นพลังแผ่เป็นวงกว้างกวาดเอากระบี่นับร้อยกระจายออกไป เพื่อจัดการพวกมันข้าปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาอย่างเต็มที่ 

                               เวลานั้นข้าไม่ได้สนใจว่าสายตาทุกคนมองข้าอย่างไร ข้าพุ่งตัวเข้าไปในเรือนที่มืดมิดอย่างไม่คิดชีวิต

                               พวกมันมาปิดปากซูมี่จริงๆอย่างที่คาดไว้

   

                              วูบ


                             เสียงลมที่ผ่านหูพร้อมกับชายชุดคลุมสีดำที่ผ่านห่างตาทำให้ข้าขมวดคิ้วเร่งพลังปราณออกมา แสงสลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างและพลังปราณที่เปิดเผยออกอย่างไม่คิดกักเก็บทำให้รับรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีกำลังไม่แพ้กัน

                             ปราณขั้นสิบอีกคนในแคว้นเยว่...

                            ฆ่าคนมากมายเช่นนี้คงไม่ต้องมานั่งถามให้เสียเวลาว่าจะปล่อยตัวซูมี่หรือไม่

.                           ข้าขยับท่าเท้าก้าวพริบตาไปยังร่างในชุดคลุมดำพร้อมวาดกระบี่เต็มแรง ร่างนั้นไม่แม้แต่ตกใจกับการโจมตีกะทันหันแต่ใช้ความเร็วพุ่งเข้าใส่ข้าเช่นกัน

                           เคร้ง!

                           คนผู้นี้...แข็งแกร่ง

                           ข้ายกกระบี่ขึ้นกัน อาวุธที่มันใช้เป็นกระบี่สีดำส่งกลิ่นไอสาปความชั่วร้ายรุนแรง โลหะกระทบกันเป็นประกายไฟ  แรงกดมหาศาลของมันทำให้ข้าต้องเร่งพลังเพื่อยันให้ออกห่าง

                          หางตาเหลือบไปทางตั่งนอน ซูมี่ที่มีเลือดไหลออกทั้งตาจมูกปากหูรวมถึงอวัยวะอื่นราวกับปีศาจที่ผุดจากทะเลเลือด เล็บจิกผ้าห่มจนฉีกขาด ร่างของนางกระตุกช้าๆอย่างทรมาณ

                           ต้องรีบแล้ว...

                           ข้าดีดตัววิ่งกระโดดถีบเสาแล้วพุ่งตัวกลับไปใส่ร่างของมัน ร่างชุดดำเหมือนจะคาดเดาการเคลื่อนไหวได้ล่วงหน้าจึงหายตัวไปจากครรลองสายตาอีกครั้ง
มาจากข้างหลัง

                           ข้าตัดสินใจเบี่ยงท่าซัดกระบี่ไปด้านหลัง กระบี่อัดพลังปราณเข้มข้นพุ่งเสียบไหล่ขวาของร่างที่แฝงกายกับความมืดจนถูกดึงไปตรึงอยู่เสาด้านหลังทำให้กระบี่ในมือข้างเดียวกันของมันกระเด็นหลุดจากมือไปด้วย

                           ข้าเตรียมจะพุ่งตามเข้าไปจัดการให้จบ ทว่ากระบี่อีกเล่มกลับลอยมาวางทาบที่ลำคอข้าเสียก่อน

                            สมผู้ชักใยกระบี่

                            "หยุดมือเท่านั้นเถิดท่านชาย..." เสียงทุ้มต่ำของผู้ที่ถูกตรึงด้วยกระบี่ดังขึ้น มันยกมือข้างที่ไม่บาดเจ็บจับที่ด้ามกระบี่ของข้าแล้วกระชากออกจนโลหิตพุ่งทะลักออกจากปากแผล ไม่มีเสียงร้องของความเจ็บปวด ไม่มีท่าทียี่หร่ากับแขนที่กระตุกเพราะอาการเสียเลือด

                            ราวกับไม่ใช่ร่างกายของมันเอง

                            หรือว่า...

                            ข้าพยายามเพ่งมองใบหน้าใต้หน้าผ้าคลุมดำ แต่พบเพียงความมืด

                             "หากท่านไม่อยากตาย เพียงท่านยอมร่วมมือ ท่านผู้นั้นยอมยินดีจะให้เจ้าได้ปกครองดินแดนนี้ต่อไป สตรี อำนาจ เงินทองที่ท่านต้องการจะคงเดิม ส่วนน้องสาวไม่รักดีของท่านจะหายไปตลอดกาล"

                            แผนปล่อยข่าวเป็นคนชั่วของข้าคงไปถึงพวกมันอยู่ไม่น้อย มันจึงคิดว่าที่ข้าทำไปไม่ใช่เพราะเพื่อแผ่นดินสินะ จึงคิดจะหลอกใช้ข้าแทนซูมี่ที่ใกล้ตาย

                            "เพ่ย! ได้ข่าวว่าพวกเจ้าป็นคนส่งนางมากำจัดข้า จะให้ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะปล่อยข้าไป?" ข้าแสดงสีหน้าเหยียดหยาม รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นเมื่อรวมกับหน้ากากพยัคฆ์ทำให้ดูราวสัตว์ร้ายกำลังออกล่า "แล้วอำนาจอะไรนั่นมันจะต่างอะไรกับที่ข้ามีในปัจจุบันเล่า"

                              "เรื่องยาพิษในชานั่นมันก่อนที่เราจะได้สนทนากัน ท่านชาย" ร่างนั้นแค่นยิ้ม "ลือว่าท่านชายเป็นว่าที่ไท่เฟยของชินอ๋องช่างหยิง แต่กลับมีอนุภรรยางามล่มเมืองนับสิบคนและมีสายสัมพันธ์อันดีกับฮวาไท่เหย เห็นทีการหมั้นหมายพระราชทานเมื่อหลายปีก่อนคงทำให้บุรุษอกสามศอกเช่นท่านอึดอัดไม่น้อย..." มันเอ่ยขณะที่เรียกกระบี่ที่คอข้าให้ลอยกลับไปอยู่ในมือมัน "หากนายท่านลงมือสำเร็จ ไม่ช้ามหาแผ่นดินต้าไห่จะเปลี่ยนการปกครอง ท่านไม่จำเป็นต้องแต่งให้บุรุษอีกต่อไป และจะได้เป็นฮ่องเต้ได้โดยไร้เสียงครหา"

                           "เจ้าหมายความว่า..."

                            "จักรวรรดิช่างหยิงจะตกอยู่ในมือนายท่านของข้าไม่...อีกไม่ช้านี้แล้ว"


                            แม้มองไม่เห็นหน้า แต่ข้าเชื่อว่ามันต้องกำลังกรีดยิ้มอยู่แน่นอน

                            ข้านิ่งเงียบ...และเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด

                            หากเป็นไปตามเรื่องราวในชีวิตที่แล้ว หลังจ้าวหรงจินเทียนฮ่องเต้อยู่กับไป๋หยางอวี้ได้ไม่นานก็จะตายเพราะยาพิษ สี่เสาหลักที่เหลือมหาขันทีเพียงคนเดียวย่อมต้านทานคลื่นลมไม่ไหว แคว้นที่ไร้ผู้นำจะล่มสลายและถูกหลอมเข้ากับแคว้นศัตรูคู่อาฆาตอย่างแคว้นจ้าวที่ปกครองโดยองค์ชายแฝดน้องซึ่งสวมรอยพี่ชายขึ้นครองราชย์ทางดินแดนทะเลทรายการลอบสังหารองค์ชายจิวซาและพระชายาของพวกมันจะก่อชนวนสงคราม เมื่อสามแคว้นทะเลทรายทำสงครามกันจนอ่อนแอก็ง่ายต่อการถูกยึดครองจากแคว้นอื่นๆอีกสองแคว้น


                             หากข้าคาดเดาไม่ผิด ไม่แน่อีกสองในเจ็ดแคว้นทางตอนเหนือก็ไม่น่ารอดจากการแทรกแซงของพวกมันเช่นกัน


                            "ที่นายท่านส่งข้ามาเพื่อมาแนะนำให้ท่านกลับไปคิดให้ดี พวกช่างหยิงคิดว่ามันสูงส่ง แต่แท้จริงแล้วมันกับนายข้าก็ไม่ต่างกันนักหรอก" น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง "โอกาสเช่นนี้ไม่มีมามากนักนะท่านชาย เลือกจะอยู่ข้างนายข้าร่วมกันสร้างยุคใหม่หรือตายไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ คนฉลาดเช่นท่านคงเลือกได้"

                            ข้าแสร้งยิ้มออกมา เชิดหน้าขึ้น "บังเอิญว่าข้าเป็นคนฉลาด" เอียงคอส่งสัญญาณไปทางร่างที่หายใจรวยริน "ส่วนเรื่องนางข้าจะจัดการเอง...ยังไงนางก็เป็นน้องข้า"

                             "ฮ่าๆ เช่นนั้นก็ดี! จากนี้จงใช้ความเป็นว่าที่เปิ่นหวางเฟยล้วงข้อมูลออกมา" มันว่า ก่อนจะหายตัวมาโผล่ตรงหน้า ตอนนั้นข้างจึงได้สบตาสีดำไร้ตาขาวราวกับเหวลึกของมัน "แต่หากนายท่านรู้ว่าท่านชายโกหกหรือตุกติก..."

                             "ข้ารู้ดีว่าข้ากำลังทำอะไร"

                             "ดี!" มันว่าก่อนที่ร่างนั้นจะพุ่งหายไปทางหน้าต่างพร้อมกับกองทัพกระบี่ที่สลายไปราวกับหมอกควัน

                              ข้ารีบเดินไปสกัดจุดห้ามเลือดให้ซูมี่ แล้วค่อยๆช้อนร่างนางขึ้น ลมหายใจของนางขาดห้วงเเละชีพเจ้าอ่อนลงเรื่อยๆ ดูท่าผลกระทบจากการใช้ดอกลำโพงปรุงยามาหลายปีคงสร้างภาระให้กับร่างกายนางไม่น้อย ไม่แน่พวกมันอาจให้นางวางระเบิดเวลาตัวเองเอาไว้แล้วและส่งคนมาเผื่อลงมือปิดปากอีกรอบ


                             นึกถึงเรื่องที่ท่านลุงเงาเกริ่นไว้เรื่องข้ากับใครบางคน รวมกับเรื่องที่คนผู้นั้นที่พวกนักฆ่าเอ่ยถึง ลางสังหรณ์ของข้าบอกว่าเรื่อวราวที่หนักหนากว่าเรื่องซูมี่กำลังจะตามมาในไม่ช้า

                             

                             จินหรงก้าวเข้ามาทันเห็นชายชุดคลุมของนักฆ่า "นายท่านจะให้ตามไหมขอรับ"


                             "ไม่ต้อง นั่นเป็นเพียงร่างหุ่นเชิด" ดวงตาสีดำไร้ตาขาวเช่นนั้น บวกกับอาการบาดเจ็บที่กระบี่ตัดเส้นเลือดใหญ่ ร่างนั้นคงใช้การได้อีกไม่นานแล้ว


                            สามารถสะกดจอมยุทธระดับนี้ให้เป็นร่างหุ่นเชิดได้ ดูท่าคนที่คิดและทำการใหญ่เช่นนี้ได้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา...


                            เหมือนว่าปมแห่งชะตาที่มัดพวกเราไว้ด้วยกัน กำลังคลายออก


                            เพื่อรัดแน่นกว่าที่เคย...








......................100%

ปมเรื่องคนเบื้องหลังเริ่มเปิดเผยแล้วครับ ลุ้นต่อตอนหน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 263 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,158 ความคิดเห็น

  1. #1971 กอลลิล่าแพนแพน (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 06:02
    ยัยน้อง เธอกำลังทำอะไรอยู่ ไปพัวพันกับอะไรร
    #1,971
    0
  2. #1900 kumaaye (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 00:20
    ไใ่ใช่ว่าเป็นชินอ๋องนะแงงงงงงง
    #1,900
    0
  3. #1860 I'indy Aw (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 21:34
    แบบว่าเรื่องเหนือการคาดเดา555555 อต่พอเดาๆได้แหละว่าน้องจะไม่หักหลังคนพี่
    #1,860
    0
  4. #1858 ..BBooKK.. (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 22:01
    ขอแค่จินหลงกับท่านอ๋องอย่าหักหลังน้องเลย สงสารรรรร :(
    #1,858
    0
  5. #1854 M.D. MayDay (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 02:24
    ไว้มจใครไม่ได้เลยจริงๆ
    #1,854
    0
  6. #1851 Iovely39 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 10:56

    ระแวงไปหมดเลยจ้าตอนนี้ แก้ปมไม่ถูกเลยมัดแน่นจัง5555
    #1,851
    0
  7. #1850 realtoey (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 10:23
    สลับซับซ้อนมากเลยแม่จ๋าาาา
    เอาใจช่วยน้องอยู่นะ
    #1,850
    0
  8. #1845 Zinezynner (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 20:25
    พอจบตอนนี้ แหกปากกรี๊ดเลยค่ะ มะรุมตุ้มอะไรน่าปวดหัวเนี่ย ที่ว่าเหมือนคนนั้นนี่เป็นใครน้องเป็นลูกบุญธรรม? หรือเหมือนปู่เหมือนย่า เหมือนญาติฝั่งไหน +เรื่องทางฝั่งทะเลทราย กำลังสนใจเด็กผู้ชายที่แอบมองแผ่นหลังน้องก็ดูจะมีบทบาทสำคัญในอนาคต บทที่ชินอ๋องพูดว่าคนที่รักทรยศอาจหักหลังน้องอีก ก็เสียวเป็นชินอ๋องเองไม่ก็จินหลง ระแวงหมด5555 ปล.ชื่อตอนเข้ากับเนื้อหาเวอร์วังค่ะ
    #1,845
    1
    • #1845-1 Night Blue Demon(จากตอนที่ 33)
      2 เมษายน 2563 / 21:23
      คิดเหมือนกันว่าอาจเป็นลูกบุญธรรม ส่วนชินอ๋อง.....ขอเข้าข้างว่าที่รู้อาจเพราะพลังเพื่อฮีลใจตัวเองแค่นี้ก็ปวดใจแล้ววว
      #1845-1
  9. #1842 STI .45 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 09:55
    รอน้าาา
    #1,842
    0
  10. #1840 ฟูจินางะ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 08:30

    เรื่องวุ่นเยอะจริง

    #1,840
    0
  11. #1839 saitgong (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:48
    กลับมาอ่านใหม่อีกรอบ จำไม่ด้ายยย
    #1,839
    0
  12. #1838 Konrafah (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:15
    ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากค่ะ อ่านไปกลั้นหายใจำไป
    #1,838
    0
  13. #1837 Whatever it is (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:58
    จำปมมะได้ 555
    #1,837
    0
  14. #1836 Nicefox (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:45
    ปมเยอะจน งง ไปหมดแล้วพี่จ๋า
    #1,836
    0
  15. #1835 sukanyaza (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 20:39
    ตื่นเต้น
    #1,835
    0
  16. #1834 hikarunogo51 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 15:38

    เรื่องนี้ดราม่าครอบครอบซะบิดาท่านช่างโง่เคลา น้องสาวไร้สติปัญญา

    ผู้รับใช้แทบใช้การไม่ได้ พระเอกหายหัว นายเอกเรื่องนี้เด่นสุดมากๆๆๆๆ พระเอกค่าตัวเยอะเนอะ

    แทบหาโมเม้นต์ฟินๆแบบนับมือได้อ่ะ เปลี่ยนแนวเป็นกำลังภายใน ดราม่าเลย

    #1,834
    0
  17. #1833 PAirinwan_0923 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 14:49
    เรารู้สึกว่าพระเอกกลิ่นทะแม่งๆเราคิดว่านางต้องมีเอี่ยวกับคนนั้นแน่ๆเลยอ่ะ(รึเราคิดไปเอง)
    ปล.เราลืมเนื้อเรื่อง&ตัวละครไปหมดแล้ววว​ เราขอโทษน้าาาา
    #1,833
    0
  18. #1832 navinavy (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 13:01
    ประทับใจในการผูกปมของไรท์มากๆ แงงงง ตอนนี้คือให้กำลังใจน้องอย่างเดียวเลย สู้ๆค้าบแงงงงงง อย่าเป็นอะไรไปเลยน้าน้องงงฮืออออ ขอฉากสวีทนิดนุงได้มั้ยเครียดมากตอนนี้ฮืออออ ปมใหญ่จะมาแล้ว พระเอกของเราก็ค่าตัวแพงมากตัวประกอบสุดๆ ฮืออ สู้ๆนะคะไรท์<3
    #1,832
    0
  19. #1830 sir_chad (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 10:59

    รอตอนต่อไปค่ะ

    #1,830
    0