ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 3 : ทุกการตัดสินใจย่อมมีผลต่ออนาคต 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,002 ครั้ง
    24 ธ.ค. 59

        







           หลังจากจัดการเรื่องราวต่างๆที่หอบุปผาแล้วข้าสั่งให้เทียนฟงกับเสี่ยวลี่คอยดูแลความเรียบร้อยต่อ ก่อนที่ข้ากับจินหรงจะปลอมตนปะปนกับเด็กรับใช้กลับไปย่านคนจนแล้วรีบหลบมาที่จวน

           ข้าใช้ทางลับที่ทำขึ้นลอบเข้ามาในจวนอย่างเงียบเชียบ จวนสกุลหลินตั้งอยู่ชานเมืองหลวง กินอาณาเขตกว้างขวางเกือบสี่สิบไร่ ภายในประกอบด้วยเรือนรับรองที่โอ่อ่า ใช้รับแขกหรือลูกค้า รวมถึงเรียกประชุมงานต่างๆ ด้านหลังเป็นเรือนกลางของครอบครัวที่เชื่อมกับเรือนของท่านพ่อท่านแม่ข้า และเรือนเก่าของท่านแม่รอง

           ข้าลืมเล่าไป ท่านแม่รองของข้า นางเป็นภรรยาต่างชาติของท่านพ่อ สกุลหลินมักแต่งงานกับต่างชาติเพื่อความร่วมมือทางการค้า ท่านแม่รองดีกับข้าและพี่ใหญ่มาก นางเป็นผู้สอนการใช้สมุนไพรและยาพิษแก่ข้า น่าเศร้านักที่นางสิ้นลมไปหลายปีแล้ว เรือนของนางนั้นจึงตกเป็นเรือนของลูกสาววัยสิบหนาว น้องเล็กของข้า

         ใกล้ๆกันนั้น มีเรือนใหญ่โตของพี่ชายใหญ่ เรือนของท่านอากับบรรดาภรรยาทั้งสาม และเรือนของข้า ทั้งหมดรายล้อมด้วยสวนดอกไม้งดงาม ที่ไกลออกไปก็มีโรงครัว โรงนอนบ่าวไพร่ คอกม้า และโกดังกักตุนสินค้า
         
         เรือนของข้าตั้งอยู่ในบริเวณที่ค่อนข้างสงบเงียบ ก่อนหน้านี้มันตั้งอยู่ติดกับเรือนท่านพี่ แต่หลังข้าตื่นมามีชีวิตใหม่ ข้าก็ขอท่านพ่อจัดการรื้อถอนและสร้างใหม่ให้ห่างออกมาเล็กน้อย อ้างว่าเพื่อความสงบในการท่องตำรา โดยใช้เงินสะสมจากร้านค้าที่ข้าเป็นผู้ควบคุมจัดการมาสร้าง

         ไม่เพียงท่านพ่อไม่ตำหนิ ท่านยังออกทุนสนับสนุนให้กว่าร้อยตำลังทอง! ด้วยหวังว่าการที่ข้าสามารถท่องตำราได้อย่างสงบจะทำให้ข้าคิดแผนการค้าใหม่ๆให้แก่สกุลหลินได้

         ที่จริงแผนงานเหล่านั้น ข้าเพียงเอาข้อได้เปรียบที่ล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคตจากชีวิตที่แล้วมาใช้ต่างหาก!

          ข้าอาจรู้สึกผิดที่โกหก เพราะแท้จริงแล้ว ข้าเพียงต้องการความสะดวกในการทำการลับต่างๆต่างหาก แต่ก็ช่างเถิด ข้าจะถือว่าท่านพ่อให้ทุนข้ามาสร้างตัวแล้วกัน!

          เฮ้อ ทุกครั้งที่มองหินสลักรูปพยัคฆ์จากหยกน้ำงามที่หน้าประตูห้องนอน ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่านี่เป็นการประกาศความร่ำรวยของสกุลหลินโดยไม่ต้องใช้วาจาโดยแท้!

          พอลอบเข้าเรือนตัวเองได้สำเร็จข้าก็ลงแช่น้ำที่เตรียมไว้นานจนเริ่มเย็น แต่งกายลวกๆ จิบชาร้อนที่จินหรงเอามาวางไว้แล้วรีบเข้านอน

         คืนนั้นข้าฝันถึงอะไรบางอย่างจำไม่ได้มากนัก เพียงรู้ว่ามันทำให้ข้ารู้สึกสบายใจยิ่ง

          ช่างเป็นคืนที่ดีนัก...




          และ
ยามเช้าของข้าในวันใหม่คงรื่นเริงกว่านี้ หากพ่อบ้านเฉินไม่มาปลุกข้าตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า พร้อมกับคำทักทายที่ราวกับฟ้าผ่าลงกลางหัว

         "นายน้อยรองขอรับ ท่านมหาขันทีมาขอรับ กำลังสนทนากับนายท่านที่เรือนรับรอง นายท่านให้ข้าน้อยมาตามท่านไปพบด้วยขอรับ"

          นี่มันตลกร้ายอันใดกัน!

          เป็นครั้งแรกที่ข้าอยากตะโกนร้องไปให้ถึงชายแดนแคว้นเยว่ ร้อยวันพันปี ท่านมหาขันทีผู้มิเคยไปไหนไกลฝ่าบาทเกินร้อยก้าว กลับมาโผล่ในจวนข้า ทั้งยังให้ท่านพ่อเรียกข้าเข้าไปพบอีก

         เป็นเหตุให้ข้าที่สวมหน้ากากสีเงินต้องมายืนเกร็งจนแทบเป็นตะคริวอยู่นี่อย่างไรเล่า....

         "หลินหลี่เสวียนคารวะท่านมหาขันที" ข้าประสานหมัดก้มตัวลง เป็นท่านจะกลัวหรือไม่ หากคนที่สอนท่านทุกเรื่องในวังหลวง หนึ่งในกลุ่มคนเพียงน้อยนิดที่ช่วยกันกับข้าทำงานลับให้ฝ่าบาท ทั้งยังเป็นคนที่ท่านเคยสนิทสนมราวกับอาจารย์ท่านหนึ่งมาเยี่ยมถึงบ้าน!


         ถึงในชีวิตนี้เขาจะเพิ่งเจอข้าครั้งแรกก็ตามเถิด แต่ชายแก่ที่นิสัยเจ้าเล่ห์พอๆกับข้าผู้นี้ก็ยังเป็นถึงคนสนิทของฝ่าบาทงี่เง่าอยู่ดี สัญชาติญานของข้าร้องเตือนว่า ความซวยคงจะตกถึงข้าในไม่ช้า...


    


        "ท่านคงเป็นคุณชายรองอัจฉริยะที่ร่ำลือกัน" ท่านมหาขันทีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงข้ามท่านพ่อเอ่ยด้วยรอยยิ้มใจดี

         "ท่านมหาขันที กล่าวหนักไปแล้วขอรับ ผู้น้อยยังเป็นเพียงทารกหัดเดินผู้หนึ่งเท่านั้น" ข้ารีบประสานมือตอบ เหลือบเห็นท่านพ่อพยักเพยิดให้ข้านั่งลงเก้าอี้อีกตัวที่ว่าง ข้าจึงขยับตัวนั่งลง

         "คุณชายรองช่างเป็นผู้ถ่อมตัวนัก ทารกหัดเดินอย่างนั้นหรือ คนที่ข้าเจาะจงมาพบจะเป็นเพียงทารกหัดเดินได้อย่างไร" ใบหน้าเหี่ยวย่นแย้มยิ้มกว้างกว่าเดิม แต่ความนัยนั้นจดใจสาดโคลนมาใส่ข้าเต็มๆ

        คำพูดนั้นไม่ต่างกับจะบอกว่า ข้ากำลังดูถูกเขาที่ดั้นด้นมาพบทารกหัดเดินนั่นแหล่ะ
    
        ท่านพ่อคงสัมผัสได้ได้เช่นกัน ขมับที่เริ่มมีผมขาวจึงมีเหงื่อไหลซึมๆทั้งๆนี่เพิ่งเข้าฤดูใบไม้ผลิ


         บัดซบ! ดอกนี้ข้าพลาด


        "หามิได้ขอรับ เพียงแปลกใจที่ท่านมหาขันทีจี้กงต้องลำบากมาถึงจวนข้า ท่าทางกิจครั้งนี้คงสำคัญมาก ..จนไม่อาจไว้ใจผู้ใด" ข้าพลิกลิ้นพลางฉีกยิ้มเย็น ความนัยของข้าก็คือ คิดจะมาให้ข้าทำงานอะไรให้ล่ะสิ เช่นนั้นอย่ามากดดันข้า!

        "คุณชายเป็นคนหลักแหลม..." ชายชราหุบยิ้มลงหนึ่งส่วน ดวงตาที่โค้งหยี่อย่างใจดีกลับเปิดนิ่ง นี่แหล่ะคือตัวจริงของมหาขันทีจี้กง ขันทีผู้มีอำนาจมากที่สุดในวังหลวง ฉายา 'อสรพิษเฒ่าหน้ายิ้ม'

        ร่างผอมบางในชุดขันทีสะบัดตัวลุกขึ้น ท่วงท่าคล้ายฉุนเฉียวทำให้ท่านพ่อที่นั่งมองข้าสลับกับอีกฝ่ายอยู่นานผวาแทบตกเก้าอี้ ถึงเป็นผู้นำสกุลหลินที่ร่ำรวยที่สุดในสามแคว้น แต่คนของเชื้อพระวงศ์ก็ไม่ใช่ชนชั้นที่เราอยากมีปัญหานัก

          อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นท่านพ่อในอีกห้าปีข้างหน้า  ท่านจี้กงคือสหายสนิทท่านหนึ่ง ที่ท่านพ่อฝากฝังให้ดูแลข้าตลอดเวลาที่พำนักอยู่ในวัง  ทั้งยังเป็นคู่ประชันหมากล้อมที่เก่งกาจ หลายครั้งยามที่ท่านพ่อไปเยี่ยมข้าที่ตำหนัก ท่านจี้กงกับฝ่าบาทก็จะแวะมาทักทายเสมอ


        เฮ้อ น่าเสียดายที่ภาพเหล่านั้นคงไม่เกิดขึ้นอีก เพราะในชีวิตใหม่นี้ ข้าไม่มีทางเข้าวังอีกแล้ว...


        "อีกราวสองสัปดาห์ ราชทูตแคว้นช่างหยิงจะมาถึงเมืองหลวง ฝ่าบาทได้ยินว่าคุณชายรองมีความสามารถทางภาษาหลากหลาย จึงใคร่ขอให้ท่านไปเป็นล่ามให้กับเราตลอดหนึ่งเดือนที่พวกเขาพำนักที่วัง" ท่านจี้กงยิ้มมุมปาก หันมาเผชิญหน้ากับข้าอีกครั้ง

         "แคว้นช่างหยิง อย่างที่เราทุกคนทราบดี เป็นแคว้นใหญ่ที่อยู่ห่างไกลไปในอีกฟากของแม่น้ำหวงยี่ มีกองทัพซึ่งมีแสนยานุภาพเป็นที่พรั่นพรึงของทั้งเจ็ดแว่นแคว้นในแผ่นดินต้าไห่ ทั้งยังเชี่ยวชาญการค้าข้ามโพ้นทะเล หากท่านสามารถช่วยให้เราเจรจาพันธมิตรกับพวกเขาได้ นับเป็นการแทนคุณแผ่นดินอย่างยอดยิ่ง" ท้ายประโยคจงใจหันไปมองใบหน้าที่เริ่มชราเล็กน้อยของท่านพ่อ 


         จงใจบังคับพ่อข้าทางอ้อม โดยใช้คำว่า 'แทนคุณแผ่นดิน' มาบังหน้าสินะ สมเป็นท่านมหาขันที...


        "ท่านจี้กงกล่าวหนักไปแล้ว ข้าน้อยเป็นพ่อค้าผู้หนึ่ง มิใช่ขุนนาง เชื่อว่าราชสำนักคงมีผู้เก่งกาจมากมายนัก" ข้ารีบลุกขึ้นประสานมือก้มศรีษะ ขยับกายมาขั้นกลางระหว่างท่านจี้กงกับท่านพ่ออย่างแนบเนียน

         ความจงรักภักดีต่อฝ่าบาทผู้เป็นอดีตสวามีและนายเหนือหัวนั้น ข้าถือว่าข้าได้ทดแทนไปเมื่อชีวิตก่อนจนหมดสิ้น จากนี้ข้าจะทำเพียงสิ่งที่ข้าพอใจเท่านั้น

         ข้าเน้นหนักว่าตนเองเป็นพ่อค้าไม่ใช่ขุนนาง หมายความว่าให้ทำงานเปล่าข้าไม่เอา แต่หากมีผลประโยชน์แลกก็อีกเรื่อง
 
         อ้อ ข้าได้บอกหรือยังว่าหลังจากมีชีวิตใหม่ ข้าก็เลิกให้ท่านพ่อบริจาคเงินเข้าคลังหลวงมานับปีแล้ว แค่ค่าจ่ายภาษีรายปีก็เกินพอ!


        "....เพราะท่านเป็นพ่อค้าอย่างไรเล่า"

       
         ท่านจี้กงยังคงพูดอย่างนุ่นนวล ดวงตาฉายแววซับซ้อนบางอย่างที่ข้าอ่านไม่ออก "ข้าทราบว่าหัวหน้าราชทูตแคว้นช่างหยิงนั้นยังกินตำแหน่งเป็นถึงองค์ชายรัชทายาท ทรงเก่งกาจทั้งบุ๋นบู๊ ทั้งยังเชี่ยวชาญการค้าเช่นกัน หากท่านได้พูดคุยอาจจะได้เส้นทางติดต่อค้าขายใหม่แก่สกุลหลิน นั่นยอมเป็นประโยชน์แก่เราทั้งสองฝ่าย จริงหรือไม่"

        ข้านิ่งคิด ในชีวิตที่แล้วไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับรัชทายาทแคว้นช่างหยิงหรือขบวนราชทูตมาก่อน ตั้งแต่ข้ารู้จักฮ่องเต้จนถึงวันที่ข้าตาย แคว้นเยว่นอกจากศึกชิงชายแดนกับแคว้นจ้าวที่ประทุอยู่เนืองๆ ก็ไม่มีอันใดพิเศษอีก แคว้นช่างหยิงเป็นเพียงพญาราชสีห์แดนไกลแห่งมหาแผ่นธรณีต้าไห่ที่ทั้งแคว้นเยว่อีกหกแว่นแคว้นหวาดกลัวเท่านั้น สกุลหลินเองก็ยังมีเส้นสายไปไม่ถึง

        การทำการค้ากับช่างหยิงเป็นโอกาสอันดียิ่ง แม้จะมาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องพบอดีตพระสวามีงี่เง่าก็ตาม


        ยอมรับว่าข้อเสนอนี้ทำข้าลังเลอยู่ไม่น้อยเลย...


        "...อีกสองวันข้าจะให้รถม้าหลวงมารับคุณชายที่จวน อนาคตของแคว้นฝากไว้แด่ท่าน" ท่านจี้กงไม่สนว่าข้าจะปฏิเสธ บางทีการนิ่งเงียบของข้าคงทำให้เขาเดาคำตอบได้แล้ว

        ข้าและท่านพ่อออกมาส่งท่านมหาขันทีขึ้นรถม้า ยามมองส่งรถเทียมม้าคันโตขับไปตามทาง ข้ายังคงเงียบ สมองครุ่นคิดไม่หยุด



        หรือว่าการที่ข้าเปลี่ยนแปลงเรื่องราวของตัวเองจะให้ให้อนาคตที่ข้ารู้ค่อยๆเปลี่ยนไปกันนะ...

        



         เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก วันนี้ยามสายคณะราชทูตแคว้นช่างหยิงจะมาถึง ข้าถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอาบน้ำลอยกลีบบุปผาแต่เช้า ก่อนจะถูกลากไปเรือนรับรอง เพื่อสวมชุดผ้าไหมสีขาวชั้นดีที่ท่านพ่อร่วมกับวังหลวงให้ช่างตัดเสื้อจากร้านดังที่สุดของแคว้นซึ่งอยู่ในเครือกิจการสกุลหลินตัดให้อย่างประนีต เส้นผมสีดำยาวถูกดึงไปรวบมัดอย่างงดงามแบบบุรุษ ประดับด้วยปิ่นหยกสวยงาม

           ระหว่างที่ถูกท่านพ่อบังคับให้นั่งนิ่งๆเพื่อให้สาวรับใช้วัยเดียวกับท่านแม่ถึงหกนางช่วยแต่งกาย ข้ายังอดคิดไม่ได้ว่าการเข้าเฝ้าฮ่องเต้ครั้งนี้ท่านพ่อทุ่มสุดตัวราวกับจะส่งลูกสาวไปดูตัว(?)อย่างไรไม่ทราบ

           ยิ่งไปกว่านั้น พอท่านพ่อเห็นริมฝีปากใต้หน้ากากของข้าบิดลงอย่างหงุดหงิดเต็มขั้น แม้แต่ท่านลุงเงาของท่านพ่อและพ่อบ้านเฉิน ยังถูกขอให้ช่วยเฝ้าหน้าห้องไว้เพื่อกันไม่ให้ข้าหลบหนี งานนี้จินหรงก็ช่วยอะไรข้าไม่ได้เพราะ ท่านลุงเงาของท่านพ่อคืออาจารย์ของจินหรง ร่างสูงจึงได้แต่ส่งสายตาให้กำลังใจมาจากในมุมมืด


          ข้าอยากถามท่านพ่อจริงๆ ว่าจะกลัวอะไรถึงเพียงนั้น!  ในเมื่อหลังจากสองสัปดาห์ก่อนที่ท่านจี้กงมาที่จวน ข้าก็ถูกส่งไปเขตราชฐานชั้นนอกเพื่อพูดคุยเรื่องราวรายละเอียดต่างๆกับท่านจี้กงอยู่หลายครั้ง เมื่อวานยังมีราชโองการตามมาเสร็จสับแล้ว ถ้าข้าหนีก็เท่ากับขัดราชโองการ ข้าไม่ได้กลัวอดีตพระสวามีงี่เง่านั้นจนต้องเอาคอตัวเองไปวางบนเขียงหรอกนะ!


         "เสร็จแล้วเจ้าค่ะนายน้อยรอง" สาวใช้รุ่นแม่ทั้งหกประสานเสียงกัน ก่อนจะละออกจากตัวข้า ข้าบิดคอเล็กน้อยอย่างปวดเมื่อยจนไม่ทันเห็นสายตาของบุรุษอีกสามคนที่อยู่ที่นี่


          "สะ เสวียนเอ๋อร์ลูกพ่อ...." ท่านพ่อเดินมาจับมือข้า ด้วยมือไม้ที่สั่นเทา "อ่า ...จะ เจ้าช่างสง่างามนัก" ใบหน้าที่ยังเห็นเค้าความหล่อเหลาแย้มยิ้มอย่างยินดี น้ำตาคลอประหนึ่งเห็นบุตรสาวในชุดแต่งงาน โดยมีพ่อบ้านเฉินพยักหน้าถี่ๆเป็นลูกคู่ พอข้าหันไปทางจินหรง คนสนิทข้าก็จ้องมองข้านิ่งเหมือนเป็นใบ้ ...


           อ่า ไม่นับท่านลุงเงาร่างยักษ์ที่ยืนนิ่งเหมือนไม่มีตัวตนมาตลอดน่ะนะ...


           ข้ากรอกตาใต้หน้ากาก เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

          "ข้าไปก่อนนะขอรับ" ว่าพลางขยับตัวไปที่ประตูเรือน เมื่อเปิดออกก็พบรถม้าคันใหญ่แต่เรียบง่ายเทียมด้วยอาชาสีดำถึงสี่ตัวจอดรอท่าต่างจากวันก่อนๆที่เป็นรถม้าขนาดเล็ก ฮ่องเต้คงตั้งใจไม่ให้สะดุดตาแต่รวดเร็วสะดวกสะบายที่สุดกว่าวันอื่น ป้องกันเหตุไม่คาดฝันจากผู้ไม่หวังดี


          "ข้าน้อยเป็นองครักษ์หลวง ทำหน้าที่เป็นพลขับให้ท่าน คุณชายรองเชิญขึ้นรถม้าขอรับ" คนขับรถม้าในชุดธรรมดาที่แท้จริงน่าจะกินตำแหน่งราชองครักษ์ขั้นเจ็ดเป็นอย่างต่ำประสานมือ ข้าพยักหน้าแล้วก้าวขึ้นรถม้าอย่างคล่องแคล่ว พยักหน้าให้จินหรงรีบตามมา ร่างสูงขยับตัวเพียงเเผ่วเบา ก็แฝงกายหลบซ่อนบนหลังคารถม้าอย่างแนบเนียน


          เมื่อประตูรถม้าปิดลง ข้าที่นั่งอยู่ในรถม้าถอนหายใจเบาๆ มองมือตัวเองที่เผลอกุมกันแน่นจนเห็นรอยเล็บจิกอย่างจนใจ


          ขอให้ยามที่พบฮ่องเต้ ข้าจะไม่หลุดทำอะไรวิปลาสเกินปกติออกไปเท่านั้น...





           รถม้าวิ่งออกจากบ้านสกุลเหวินผ่านถนนสายนอกของตัวเมือง ข้าเปิดช่องหน้าต่างเพื่อสอดส่องเส้นทางไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพียงสองเค่อก็ถึงกำแพงชั้นนอกสุดของวังหลวง แค่คนขับรถยืนตราประจำตัวให้ดู นายทหารชั่นล่างที่คุมประตูก็รีบลนลานเปิดทางให้อย่างรวดเร็ว


           ข้าเลิกคิ้ว แค่เห็นป้ายทหารยศใหญ่กว่าก็ปล่อยให้เข้าง่ายๆเพียงนี้ ที่แท้การคุ้มกันวังแคว้นเยว่กลับหละหลวมนัก ชีวิตที่แล้วข้ามิเคยสังเกตุเรื่องนี้เลย
    

           รถม้าวิ่งต่อจนมาหยุดถึงเขตพระราชฐานชั้นกลาง คนขับโดดลงจากที่นั่งแล้วเดินมาเปิดประตูรถม้า


           "คุณชายรองขอรับ จากนี้ไปรถม้าและตัวข้าที่มียศน้อยไม่สามารถผ่านเข้าได้ ฝ่าบาทให้คนเตรียมรถม้าไว้แล้ว ขอเชิญท่านขึ้นมาต่อไป ท่านองครักษ์ท่านนี้จะเป็นผู้นำทาง" ข้าพยักหน้าลงจากรถ เหลือบไปมองจินหรงส่งสัญญาณให้เขาหลบไปก่อน ซึ่งร่างสูงกว่าก็เข้าใจเป็นอย่างดี คนขับรถม้าค่อมกายให้ชายในชุดเครื่องแบบมือปราบขั้นสูงก่อนจะขึ้นขับรถม้าจากไป


            "คาวะคุณชายรองหลิน ข้าซื่อหม่า รับหน้าที่เป็นผู้นำทางท่านไปพบฮ่องเต้ที่ท้องพระโรง" ท่านซื่อหม่าก้าวเข้ามาพร้อมม้าสองตัว ร่างสูงกำยำเจ้าของใบหน้าที่รอยแผลเป็นบากที่ข้างแก้มประสานมือคำนับอย่างห้าวหาญ ข้าพยักหน้าช้าๆ ยิ้มอ่อนประสานมือตอบนอบน้อม แม้ขมับจะเขม็งตึงเมื่อได้ยินคำว่าฮ่องเต้ก็ตาม


            "ข้าน้อยหลี่หลินเสวียนขอคารวะ ครั้งนี้ต้องรบกวนท่านราชองครักษ์แล้ว" ข้าเงยหน้าขึ้น "ไปกันเถิดขอรับ" 


             ท่านซื่อหม่าพยักหน้าให้ข้า พอเห็นข้าโดดขึ้นหลังม้าได้แล้วร่างสูงก็โหนขึ้นม้าอีกตัวก่อนจะกระทุ้งเท้าออกเดินทางสู่ท้องพระโรง


             ขณะที่ม้าสองตัวควบผ่านตำหนักต่างๆ ข้ามองแผ่นหลังของท่านซื่อหม่า ริมฝีปากที่แต้มรอยยิ้มสุภาพหุบลง ภาพอดีตไหลผ่านรอบข้างราวกับสายน้ำไหล...

             

           "พี่หลี่เสวียนข้าจะทำอย่างไรดี ข้า...รักท่านซื่อหม่าเข้าเสียแล้ว..."

           ในสวนของตำหนักพิรุณโปรยซึ่งเป็นที่พำนักของพระสนมวัยสิบเจ็ดหนาว รอบกายพวกเราเงียบสงัดปราศจากนางกำนัล เพราะเจ้าของตำหนักเอ่ยปากต้องการความเป็นส่วนตัว 


            ข้าในวัยสิบเก้านั่งบนเก้าอี้ประดับมุกเพียงทอดถอนใจ มองสตรีรูปร่างโปรงบางที่หันหลังยืนเหม่อมองไปยังทิศเดียวกับตำหนักองค์ฮ่องเต้


            แต่ข้ารู้ดี ว่านางกำลังคำนึงถึงใครบางคนที่อยู่ข้างกายพระองค์ต่างหาก...


           "เจ้าก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ เจ้า...เป็นสนมของฝ่าบาท" ข้าเอ่ยรียบๆ มองร่างน้อยที่สั่นเทาอย่างน่าเวทนา ในฐานะสหายผู้พี่ ข้าย่อมจนใจกับปัญหาที่นางเผชิญ


            ตัวข้าแม้เข้าวังมาเพื่อผลประโยชน์ส่วนหนึ่งเช่นกัน แต่บุรุษเช่นข้า นอกจากไม่ต้องปรณนิบัติฝ่าบาทหากไม่จำเป็นต่อการเมืองแล้ว ถ้ามีความรู้ความสามารถช่วยแบ่งเบาราชกิจใดๆได้ก็ยังได้รับพระเมตตาดั่งสหายผู้หนึ่ง ทว่าสตรีนั้นมีชีวิตที่ยากลำบาก หากไม่มีโอรสธิดาแก่ราชวงศ์ ก็มิได้รับการเหลียวแล ในรัชสมัยก่อนๆ สนมมากมายต้องอยู่อย่างนกน้อยในกรงทองไปจนสิ้นอายุขัย


            คนตรงหน้าข้าก็เป็นเช่นนั้น แม้นางมาจากตระกูลใหญ่และเคยมีบุญคุณช่วยชีวิตฝ่าบาท แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแออีกทั้งเยาว์วัย นับแต่เข้าวังมาพร้อมข้าฮ่องเต้ไม่เคยแตะต้องนางเกินเลยแม้ปลายก้อย ต่อมาหลังผ่านไปสองปีฮ่องเต้ก็เสด็จมาพบนางน้อยลงๆ จนเหลือเพียงเดือนครั้ง นอกจากนั้นก็เพียงฝากข้ากับท่านซื่อหม่ามาเยี่ยมและมอบของกำนัลให้บางตามสมควร


            ลิขิตสวรรค์ช่างซับซ้อน การพบกันของทั้งคู่ ทำให้สตรีผู้นี้...เกิดรักต้องห้ามกับองครักษ์ของฝ่าบาท ทั้งยังเป็นรักเพียงข้างเดียว


            "ข้ารู้ พี่หลี่เสวียน ข้ารู้" เสียงน้อยๆนั้นรันทดท้อ "ท่านซื่อหม่าไม่เคยคิดกับข้าเกินเลยใดๆ เพราะตัวข้ามีคำว่า 'คนของฝ่าบาท' สลักอยู่บนใบหน้า แต่ข้าก็ยังเฝ้าฝัน จินตนาการถึงโลกที่ข้าเป็นเพียงคนธรรมดา หรือนางกำนัลน้อยๆ โลกที่ข้ามีสิทธิได้รักใครสักคนจนหมดหัวใจ และได้อยู่กับเขาไปจนสิ้นอายุขัย" น้ำตาหยดเล็กๆหยาดริน


           "ทำไมตอนนั้นข้าถึงยอมแต่งเข้ามาในวังหลังง่ายๆกันนะ" ข้าลุกขึ้นแตะไหล่บาง เอ่ยกับนางได้เพียงแผ่วเบา

 
           "ท่านซื่อหม่าต้องรับรู้ความรักเจ้าได้แน่ แม้เจ้าจะไม่ได้แต่งกับเขาก็ตาม"

          


           "คุณชายรอง ตรงนี้คือด้านหลังท้องพระโรง ฝ่าบาทรอท่านอยู่ที่โถงรับรอง" 

            เสียงท่านซื่อหม่าปลุกข้าให้ตื่นจากพวังค์ ร่างสูงที่เห็นข้านิ่งไปนานมองอย่างกังวล ข้าคลายมือที่กำบังเหียนม้าแน่นจนเป็นรอยเส้นเชือกอย่างเลื่อนลอย


            "ท่านเป็นอะไรหรือไม่ขอรับ" เพราะข่าวลือเรื่องที่ข้าป่วยด้วยโรคประหลาดจนต้องปกปิดใบหน้า ผนวกกับผิวกายขาวซีดเห็นเส้นเลือดจากการที่ข้าสำเร็จพลังยุทธขั้นสูง ทำให้คนทั่วไปคิดว่าข้านั้นสุขภาพไม่ดีมาตลอด จนแม้แต่งานเลี้ยงต่างๆที่ข้าไป เจ้าภาพล้วนจัดชุดน้ำชาอย่างดีให้แทนโดยไม่มีสุรากระเด็นมาสักหยด เป็นที่รู้กันดีในชนชั้นสูงทั่วเมืองหลวง
         

             ท่านซื่อหม่าคงพอได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง 


            "ข้าไม่เป็นไร เพียงรู้สึกเหนื่อยบ้างเท่านั้น" ข้ายิ้มบางๆ ละสายตาจากคนที่ทำให้ข้านึกถึง 'นาง' อย่างช้าๆ "ข้าเพิ่งเข้าวังครั้งแรก ไม่ทราบว่าโถงรับรองไปทางไหน" ข้าแสร้งปดไปตามเรื่อง อยู่ในวังมาห้าปีหลับตาเดินก็ไม่มีทางหลง

            "ข้าจะนำท่านไปเอง ท่านราชองครักษ์ ฝ่าบาทให้ท่านไปจัดการเรื่องอื่นต่อได้" ท่านมหาขันทีเดินมาตามระเบียงทางเท้า เบื้องหลังมีขันทีและนางกำลังติดตามหกคน ประโยคแรกเอ่ยกับข้า อีกประโยคเอ่ยกับร่างใหญ่บนม้าอีกตัว ท่านซื่อหม่าเห็นดังนั้น จึงประสานมือคาวระท่านจี้กงและข้า ก่อนจะควบม้าออกไปอย่างรวดเร็ว

             "ขออภัยที่ทำให้คุณชายรองต้องยุ่งยากในการเดินทาง" ชายชรายิ้มพลางก้มศรีษะ "ฝ่าบาทเกรงจะมีอันตรายแก่ท่านระหว่างทาง จึงจำเป็นต้องให้ท่านมาอย่างเงียบที่สุด" ข้าที่ลงจากหลังม้าแล้วเผยยิ้มประสานมือตอบ


             "มิได้ขอรับๆ ฝ่าบาททรงพระเมตตา ได้ตอบแทนคุณบ้านเมืองเช่นนี้นับเป็นเกียรติ"


              "แคว้นเราโชคดีที่มีคนเช่นคุณชาย" ท่านกงๆยิ้มตอบ ผายมือไปยังทางเดินที่ตกแต่งด้วยหินหยกสลักสวยงาม


            "โปรดตามข้ามาทางนี้เถิด"
  

            "ลำบากท่านแล้ว" ข้าสูดลมหายใจ พลางก้าวเดินไปข้างหน้า

 

            อดีตพระสวามีหูเบา ดูเหมือนเราจะได้พบกันเร็วกว่าชีวิตที่แล้วหลายเดือนเลยทีเดียว หากนี่เป็นราคาที่ข้าต้องจ่ายเพื่อการพยายามเปลี่ยนอนาคต เช่นนั้นข้าก็ขอพลิกวิกฤตินี้มาใช้ให้คุ้มค่าเลยแล้วกัน....

           เส้นทางการค้าสู้แคว้นช่างหยิง กระหม่อมขอรับไว้แทนคำขอบพระทัยเถิด!


 


          

   
  

           
        

   



.....................................25%
ไรท์กำลังคลานมาช้าๆ


.......................................50%
มาอีกห้าสิบเปอร์ครับ


..................................100%
ครบแล้วนะครับ ตอนหน้ารออีกไม่เกินสามวัน ^^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.002K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,166 ความคิดเห็น

  1. #2126 first_m16 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 13:05
    หวังว่าจะไม่ใช่คนที่ทรยศนะ
    #2,126
    0
  2. #2076 Nadia. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 19:32
    สามีใหม่ เพี้ยง
    #2,076
    0
  3. #1992 nicharipaen04 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 18:03
    ขอให้น้องได้สามีใหม่ เพี้ยงๆ
    #1,992
    0
  4. #1958 bophobia (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 00:15
    หาสัมมีย์ใหม่ดีกว่าเนอะช่างฮ่องเต้ไป
    #1,958
    0
  5. #1761 PaulaPum (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 13:43
    ใครเป็นพระเอกกันแน่หนอออ
    #1,761
    0
  6. #1736 chocolato.p (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 20:01

    เจอกันจะเป็นยังไงน้อ

    #1,736
    0
  7. #1713 9494 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 15:46
    เราว่านายเอกคงฝังใจกับอดีตสามีไม่น้อย ในประโยคที่มีการกล่าวถึงฮ่องเต้ของนางต้องเป็นอดีตพระสวามี อดีตๆๆๆๆๆๆๆๆ คือต้องฝังใจสุดติ่งกระติ่งแมวว่าผู้ชายคนนั้นเคยเป็นสามี ไม่ได้ฝังใจในเชิงประทานยาพิษบลาๆนะ แต่น่าจะฝังใจเรื่องที่เป็นสามีอ่ะ
    #1,713
    2
    • #1713-1 รุ่งอรุณที่ไร้แสง(จากตอนที่ 3)
      20 เมษายน 2562 / 17:48
      อิอิ หนูเห็นด้วย
      #1713-1
    • #1713-2 tunty0505(จากตอนที่ 3)
      7 ตุลาคม 2562 / 17:59
      จริง ดูย้ำมาก
      #1713-2
  8. #1684 trp1021 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 00:32

    ดูท่าจะมีอะไรเปลี่ยนไปเยอะ แต่นายน้อยรอบคอบจริง นับถือๆ

    #1,684
    0
  9. #1575 TamanegiJa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 18:28
    สังเกต*
    #1,575
    0
  10. #1521 คิเซริ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 11:17
    จะได้เจอกันแล้วสินะ
    #1,521
    0
  11. #1451 fanggg- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 07:53
    ฮ่องเต้พระเอกมั้ย หรือใครกัน
    #1,451
    0
  12. วันที่ 26 เมษายน 2561 / 10:36
    ขอให้ฮ่องเต้ไม่ใช่พระเอกกก
    #1,410
    0
  13. #1374 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 04:59
    พระเอกต้องคนแคว้นนู้นนะเจ้าคะ ฮาเร็มเลยยิ่งดี5555555
    #1,374
    0
  14. #1332 หลานเทียน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 12:38
    ขอให้ฮ่องเต้ไม่ใช่พระเอกกกกก
    #1,332
    0
  15. #1233 Gabino4 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 23:54
    อยากเจอพระสวามีหูเบาล้าวว หวังว่าจะไม่ใช่พระเอกนะ ขอเป็นคนของแคว้นนู้นดีกว่า555
    #1,233
    0
  16. #927 Pa'yom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 20:39
    หวังว่าจะเป็นแค่อดีตนะ ไรท์ใช้คำทำเราเกรงว่าจะเป็นสามีอีกชาติ #เราอ่ะคิดมาก - -
    #927
    0
  17. #883 tungminpe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 11:47
    จะไปเจอโจทย์เก่าแล้วสิน...
    #883
    0
  18. #826 Mongmong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 23:43
    มีความเจ้าเล่นะเนี่ย
    #826
    0
  19. #774 Teoy0330 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 10:14
    คงทำใจเจอกับคนที่สั่งฆ่าเราได้ลำบากนะ
    #774
    0
  20. #711 PU SU (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 22:26
    อดีตที่เลวร้ายให้มันจบไป เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า
    #711
    0
  21. #710 PU SU (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 22:26
    อดีตที่เลวร้ายให้มันจบไป เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า
    #710
    0
  22. #695 KuppaKP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 14:47
    ชอบอ่า
    #695
    0
  23. #642 จางเสวี่ยจิน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 20:38
    สนุกมากๆครับ
    #642
    0
  24. #621 123doubleJ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 15:33
    ขอบคุณมากค่ะ
    #621
    0
  25. #619 ambrosia3 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 15:27
    สนุกมากค่าา
    #619
    0