ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 23 : ยืมมือฆ่าคน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 403 ครั้ง
    10 พ.ย. 60

          










          สงครามชายแดนครั้งนี้รุนแรงกว่าที่ผู้ใดจะคิด  แคว้นเยว่ที่สงบสุขมาช้านานหรือจะสู้แคว้นจ้าวที่เป็นดินแดนผู้ฝึกยุทธ เพียงสองเดือนจากวันที่ข้าพบฉูเกาหราน รัชทายาททรราชแคว้นจ้าวตัวปลอมและแม่ทัพทั่วป๋าคู่บารมีก็ตีเมืองชายแดนเพิ่มได้อีกสองแห่ง ประชาชน ไม่ว่าผู้ใดใครขัดขืน จะชายหญิงเด็กหรือแก่ล้วนถูกสังหารสิ้นเป็นที่น่าหวาดผวาไปทั้งเจ็ดแคว้น

         กระทั่งแม่ทัพใหญ่หวางก็ถูกฟันตกจากหลังม้าอาการสาหัส แม้สวรรค์เมตตาให้กระดูกสันหลังไม่กระแทกจึงไม่ถึงพิการดังชีวิตก่อน แต่แพทย์ก็ไม่อาจยืนยันว่าจะสามารถจับดาบรบภายในสองถึงสามเดือนนี้หรือไม่ ราชครูเฟิ่งที่ตามสหายไปเป็นกุนซือของกองทัพเยว่ได้แต่ออกคำสั่งให้ย้ายฐานที่มั่นหนีตามทางน้ำมาเรื่อยๆไม่อาจเสี่ยงเอาไพร่พลที่ขาดเสบียงและบาดเจ็บเข้าปะทะ

          ฮ่องเต้ชิงหยวนต้าเทียนวัยเพียงสามสิบกว่าชันษาเครียดจัดจนบางส่วนของพระเกศาหงอกเป็นสีขาว จดหมายความช่วยเหลือที่พระองค์พยายามส่งถึงว่าที่ชินหวางเฟยแห่งช่างหยิงไม่ได้รับการตอบกลับ ท้องพระโรงมีแต่ฎีกาไร้สาระจากพวกขุนนางกังฉินมากขึ้นทุกวัน จนสีพระพักต์ดำคล้ำไม่เว้นวัน

          ของานอภิเษกชายารองให้จวิ้นอ๋องเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ? ขอปรับภาษีจากประชาชนเพื่อสนับสนุนการทหาร? ของบประมาณสร้างเขื่อนที่พังเเล้วพังอีกเผื่อเป็นแหล่งน้ำสำรอง? เมื่อความอดทนถึงที่สุด ฮ่องเต้บันดาลโทสะต่อหน้าที่ประชุม โอรสสวรรค์กระอักพระโลหิตลมหลงสิ้นสติไม่อาจออกว่าราชการได้

          อดีตสนมฮวากุ้ยเหริน ซึ่งปัจจุบันเลื่อนมาเป็นฮวาเสียนเฟยปรากฏตัวขึ้นที่ท้องพระโรงในเช้าวันต่อมา ประกาศราชโองการลับขององค์ฮ่องเต้ สนมบ้านนอกจากตระกูลผู้ดีเก่าในสายตาหลายๆคนก้าวขึ้นมาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนรัชทายาทท่ามกลางข้อกังขาของขุนนางราชสำนัก แต่ไม่ช้าก็ต้องหุบปากเพราะสติปัญญาและกำลังพลของนาง

         บัดนี้สตรีผู้เป็นเหมือนของเล่น เป็นพลเมืองชั้นสองในสายตาตาแก่หน้าโง่ทั้งหลายในแคว้นเยว่ ได้กุมอำนาจในแคว้นไว้สิ้นแล้ว

         ในที่สุดแผ่นดินที่เน่าเฟอะจนลุกเป็นไฟนี้ จะถูกกลบพลิกหน้าดินใหม่เสียที

          ผู้อยู่เบื้องหลังเอนเท้าแขนกับตั่งกลางกระโจม หรี่ตาลงหัวเราะในลำอย่างมาดร้ายอย่างที่ชินอ๋องผู้เป็นคู่หมายบอกว่าคล้ายแมวป่า มืออีกข้างหย่อนกระดาษรายงานข่าวลงที่ตะเกียงที่ข้างตั่งไม้อย่างไม่แยแส ไม่ช้าก็มอดไหม้ไร้หลักฐาน

          ข้าอุส่าห์อยู่ไกลจากเมืองหลวงไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายสักนิด แค่เพียงช่วยแนะนำอำนวยความสะดวกเล็กน้อยอยู่ห่างๆ ให้ฎีกาที่ตาแก่หน้าโง่พวกนั้นร่างไว้บังเอิญผ่านตาฮ่องเต้ให้มากที่สุดเท่านั้น หวังหยอกเย้าให้ผู้ปัญหารุมเร้ามีอะไรแก้เบื่อ ไม่นึกว่าบุรุษห้าวหาญผู้นั้นจะถึงกับประชวรหนัก แล้วยังดัน 'คนของข้า' ขึ้นมาถึงจุดนี้ได้สำเร็จโดยง่าย

          สนมฮวามี่หมิง นายหญิงฮวาเหลียน

          สตรีสองคนที่ต่างใช้เเซ่ฮวาของขุนนางเก่าผู้แสนสัตย์ซื่อ 'ฮวาจงอิน' สหายวัยเยาว์ของไทเฮาผู้ล่วงลับ ผู้ถูกอนุภาพไหน้ำส้มจากอดีตฮ่องเต้จับย้ายไปดูแลเขตสัมปทานดอกไม้ ซึ่งครั้งนั้นเป็นเพียงดินทรายรกร้างภายหลังจากไทเฮาสิ้นใจ

          เพราะรักสามเศร้าในวัยหนุ่ม อนาคตในฐานะเจ้ากรมตุลาการผู้จงรักต้องจบลงช่างน่าเสียดายยิ่ง

         ข้าเผลอวางมือลูบรอยสักดอกโบตั๋นบริเวณสะโพกตนเองอย่างที่มักทำเวลาอารมณ์ดีมากๆ

          การกระทำอันโง่เขลาของอดีตฮ่องเต้ผู้มีรักแท้ ข้าจึงได้ขั้วอำนาจในแคว้นเยว่มาอีกหนึ่งกลุ่ม

          ไม่เสียแรงที่ข้าอุส่าห์ใช้ใบรับรองที่ขูดรีดจากราชครูเฟิ่งในคราวนั้นส่งเด็กน้อยฮวามี่หมิงเข้าวัง นางเป็นสตรีงดงามที่ข้าช่วยมาจากการขบวนค้าทาสเมื่อหลายปีก่อนและยังช่วยน้องชายผู้พิการของนางซึ่งกำลังจะถูกส่งไปเป็นทาสในเหมืองนรกไว้ด้วย นางจึงยินยอมอาสาเเฝงกายทำลายสวนสวรรค์ที่เรียกว่าวังหลวงอย่างเต็มใจ

          ไม่ช้าอำนาจในเยว่จะถูกกลืนกินจนสิ้น

          ระหว่างที่ข้ากำลังครุ่นคิดถึงแผนการต่อไป ร่างสูงใหญ่ขององค์รัขทายาทฉูตัวจริงที่คนในคาราวานเรียกติดปากว่าคุณชายเก้าก็ก้าวเข้ามา ร่างนักรบใหญ่โตสวมทับด้วยเกราะอ่อนสีดำที่ทำขึ้นใหม่ยิ่งชวนครั่นคร้ามเมื่อเปราะเปื้อนคราบโลหิตกลิ่นคาวคลุ้ง มือแกร่งโยนหีบขนาดกลางลงที่พื้น แรงกระแทกทำให้สลักเปิดออกเผยให้เห็นศรีษะของคนผู้หนึ่งที่เกราะกรังด้วยเลือด

          "หัวของ 'เสนาบดีไป๋' ที่เจ้าต้องการ" ยามไรผมหยักศกหลุดจากกวานปรกหน้าที่เริ่มมีไรเคราราวโจรป่าของรัชทายาทเช่นนี้ เมื่อปลายเท้าของอีกฝ่ายเขี่ยหีบอย่างกักฬละไม่เคารพคนตายก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกขัดตาเท่าใดนัก

          ข้าอุทานอย่างตื่นเต้นแล้วตบมือช้าๆสามสี่ครั้ง "โอ้! ทรงทำกระหม่อมแปลกใจยิ่ง นึกว่าท่านจะลงมือเฉยๆเสียอีก ไม่คาดจะหอบศรีษะนี้กลับมาให้ชมถึงที่"  แม้จะเรียกว่าฝ่าบาทแต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นคารวะ ก่อนนี้เขาเป็นเเขกและเป็นลูกค้า จ่ายเครื่องประดับมีค่าแทนการขอพักอาศัย แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป เขาต่างหากที่ต้องพึ่งพาข้า

           "ที่นี้เจ้าก็ทำตามที่ตกลงกันไว้ได้แล้ว" มือแกร่งล้วงกระดาษที่พับไว้อย่างดีในอกเสื้ออกมา แล้วเดินข้ามซากศรีษะนั้นมานั่งอีกฟากของตั่ง

          ข้ายังคงตีสีหน้าปลาบปลื้มกับผลงานแต่มือขยับเบาๆให้จินหรงที่ลบตัวตนอยู่ในห้องรีบปรากฏตัวออกมาแล้วเอาศรีษะนั้นไปจัดการแล้วชวนสนทนา

          "นึกว่าฝ่าบาทจะตกใจที่เห็นเขาโผล่มาจากอากาศ"

          ดวงตาจอมพยัคฆ์ที่อ่อนลงเมื่อมองแผ่นหลังกว้างของจินหรงพลันขุ่นขวางอย่างไม่สบอารมณ์ "น้องจินบอกข้าแล้วเรื่องตำแหน่งเงา..." มุมปากหยัดกดเป็นรูปคว่ำ ก่อนถ้อยค่ำด่าทอนิ่งๆจะไหลตามมาอย่างต่อเนื่อง "แต่เจ้าอย่าคิดว่าเขาเป็นของตายของเจ้า ที่น้องจินยอมให้เจ้าเพราะเขาเเค่ทำตามหน้าที่ บุรุษตัวซีดอ่อนแอราวกับกิ่งหลิว ใบหน้าอัปลักษณ์จนต้องสวมหน้ากาก ทั้งยังใจคอดำมือราวอสรพิษเช่นเจ้าไม่มีดีอะไรเพียงนั้น ข้าต่างหากที่เเข็งแกร่งพอจะปกป้องดูแลเขาได้!"

           ...นี่แสดงว่าที่ผ่านมา ท่านคิดมาตลอดคนอย่างจินหรงปรารถนาให้ข้าปกป้องเขาน่ะ!?
         
          ข้าแทบอย่าเอาหัวโขกเสากระโจมกับตรรกะพิลึกของคนตรงหน้า แต่ภายนอกแสร้งหัวเราะในลำคอแล้วรีบยกมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ ปากยังไม่วางสวนกลับออย่างเป็นธรรมชาติราวเซียนกระบี่ที่ฟันศัตรูมาไม่รู้กี่พันครั้ง "แต่เขายามนี้ก็ยังเลือกเป็นคนของข้าไม่ใช่หรือ"

          "หึ แค่ตอนนี้เท่านั้น" ร่างแกร่งพ่นลมจากจมูกระบายความหงุดหงิด "เลิกไร้สาระเสียที ข้าทำตามที่ตกลงแล้ว เจ้าต้องให้กองกำลังลับสามร้อยคนกับข้าโดยไม่มีเงื่อนไข"

          นึกว่าชวนคุยนอกเรื่องขนาดนี้จะลืมไปแล้วนะ ข้าคงประมาทสมาธิของจอมทัพมากเกินไป ชิ

          "เห ฝ่าบาททรงทำตามข้อตกลงแน่หรือพะย่ะค่ะ" ข้ายิ้มมุมปาก ประสานมือตั้งศอกบนโต๊ะแล้ววางคางลงก่อนเอียงคอน้อย "ในสัญญาบอกว่า พระองค์ต้องสังหารเสนาบดีไป๋ด้วยมือตนเองแล้วรีบกลับมารายงานผลภายในยี่สิบวัน ในสัญญาหมายถึง...ฝ่าบาทต้องสังหารด้วยมือตนเองจริงๆนะพะย่ะค่ะ"

          เมื่อเห็นท่าที 'รู้เท่าทัน' ของข้า แววตาดุดันก็ไหววูบ "เจ้าต้องการจะบอกอะไร"

          "อดีตเสนาบดีไป๋ตัวจริงถูกพวกเดียวกันลวงไปฆ่าปิดปากตั้งแต่บุคคลลึบลับพาหนีออกจากเยว่เมื่อสองปีก่อน จากที่ข้าสืบได้ว่าถูกจับถ่วงน้ำป้องกันศพลอยไปติดที่ฝั่งป่านนี้คงเหลือแต่กระดูกจมอยู่ในแม่น้ำเเยงซี ตอนร่างสัญญาข้ายังคิดเล่นๆว่าหากทรงมาบอกว่าสามารถสังหารได้จริงข้าจะทำอย่างไรต่อ" ข้ายกมือซ้ายขึ้นปิดหน้าซีกหนึ่งแล้วเริ่มหัวเราะ มือขวาเลื่อนแตะบนมือแกร่งที่วางบนโต๊ะก่อนจะแกล้งใช้นิ้วเคาะเบาๆ "ไม่คิดว่าพระองค์ปรีชาถึงกลับสามารถเอาหัวศพที่ยังมีเลือดมาให้ข้าได้เช่นนี้"

          "เจ้า!" ร่างกายว่าที่ทรราชสั่นเทิ้ม ไอโทสะพวยพุ่งจนติดเพดาน มือหนาข้าที่อยู่ใต้มือข้าสะบัดอย่างแรงราวกับถูกของร้อน "หลินหลี่เสวียน! กำเริบนัก บังอาจหลอกลวงเบื้องสูงมีโทษสมควรตาย!"

          "ผู้ใดกันแน่ที่ผิดสัญญา" ข้าไหวไหล่ "ที่จริงผู้น้อยเพียงอยากทราบนิสัยใจคอท่านในฐานะสหายของจินหรง หากพระองค์ทราบว่าเสนาบดีไป๋ตายแล้วรีบแล่นกลับมาทวงสัญญา ผู้น้อยอาจไม่ลังเลที่จะยกกองกำลังให้และจะไม่ขัดขวางฝ่าบาทกับจินหรงอีกต่อไป เพราะอย่างน้อยท่านก็ไว้ใจได้..."

           "แต่นี่พระองค์กลับนอกเกมเอาหัวใครก็ไม่รู้ทราบมาให้กระหม่อม ก็ถือว่าที่แล้วมาเป็นโมฆะ หวังว่าจะทรงเข้าใจ"
          
          ข้าไม่สนใจใบหน้าแดงก่ำของคนที่คล้ายอยากจะกระโจนข้ามตั่งมากระชากคอ ก่อนล้วงสัญญาฉบับใหม่ออกจากแขนเสื้อด้วยความรื่นรมยิ่งกว่าการนั่งฟังดนตรีผิงไฟช่วงหน้สหนาว "นี่เป็นสัญญาใหม่ แต่คราวนี้เพื่อความยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย กระหม่อมจึงเปลี่ยนมันเป็นสัญญากู้ยืม"

           แม้ร่างกายจะสั่นด้วยโทสะแต่อีกฝ่ายก็รีบไปอ่านช้าๆอย่างมีสติสมเป็นเชื้อพระวงศ์อันดับหนึ่ง สักพักสีหน้าก็พลันสับสนขึ้น "...ให้กู้ยืมกองกำลังลับหนึ่งพันนายในการบุกยึดค่ายชายแดน และจะให้กู้ยืมงบประมาณอีกสามพันตำลึงทองเพื่อเป็นทุนยึดบัลลังค์แลกกับราชโองการที่จะไม่เป็นปฏิปักษ์กับเจ้าทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกสามสิบปี...นี่มันสัญญาคนบ้าชัดๆ!" 

          "แต่น่าสนใจใช่ไหมพะย่ะค่ะ" ข้าผายมือยิ้มระรื่น "แบบนี้ฝ่าบาทก็จะได้พระราชอำนาจคืนมา ส่วนผู้น้อยเช่นกระหม่อมก็จะไม่ต้องระแวงว่าวันไหนพระองค์จะย้อนกลับมาอีก"

          ดวงตาคมมองข้าสลับกับกระดาษในมืออย่างไม่วางใจ "หากข้าไม่ทำตามสัญญา?"

           ข้ามองผ่านไหล่อีกคนไปที่ทางเข้ากระโจม นับหนึ่งถึงสามในใจบุรุษผมสีทองก็ก้าวเข้ามาด้วยกลิ่นน้ำส้ม สงสัยคงมีลิ่วล้อจากหอโบตั๋นไปบอกว่าฉูเกาหรานกับข้าปิดกระโจมคุยกันสองต่อสองกระมั่ง "หากพระองค์ละเมิดสัญญา เห็นทีคงต้องเจรจากับว่าที่สวามีของกระหม่อมเอาเอง"

           คนมาใหม่แม้ไม่ทราบว่าพวกเราคุยอะไร แต่เมื่อได้ยินคำว่าสวามี ดวงตาสีอ่อนก็เปล่งประกายระยิบระยับแต่สีกน้ายังเรียบนิ่ง

           "เสวียนเอ๋อร์คุยอะไรอยู่หรือ" ไม่พูดเปล่า ร่างสูงยังถือโอกาสนั่งลงด้านหลังข้าแล้วโอบเอวจนแนบชิดไปพร้อมกัน
 
            ข้าเพียงคลี่ยิ้มตอบอย่างเป็นธรรมชาติราวกับเด็กหนุ่มบริสุทธิ์

          "ข้อตกลงทางธุรกิจพะย่ะค่ะ" ในเมื่อมีเพียงสามคนไม่ต้องปกปิดฐานะ ข้าจึงลงหางเสียงอย่างเชื้อพระวงศ์กับชินอ๋อง แต่ร่างสูงก็เหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรอยู่แล้ว

          "แล้วเรียบร้อยดีหรือไม่" ทรงช่วยปัดปอยผมที่ระหน้ากากไปทัดหูให้อย่างเอ็นดู

          "องค์รัชทายาทน่าจะตกลง ข้อเสนอของกระหม่อมดียิ่ง" ข้าพูดเองเออเองกับชินอ๋องเหมือนคนที่ถูกพูดถึงไม่ได้นั่งห่างไปไม่ถึงสามช่วงแขน ก่อนจะเอ่ยลอยๆยาวๆอย่างจงใจปั่นประสาทบุคคลที่สาม "กระหม่อมกำลังรอองค์รัชทายาทลงพระนาม แต่กระหม่อมยังมีงานอื่นยุ่งมาก ถ้าขืนองค์รัชทายาทคิดช้า กระหม่อมก็จะถือว่าพวกเราไม่เคยสนทนากันเรื่องนี้นะพะย่ะค่ะชินอ๋อง"

         เทียนฟงเงียบ สักครู่ก็ครางอืมในลำคอเป็นเชิงตอบรับ ราวกับเรากำลังคุยกันเพียงสองคน

         "ชินอ๋องแห่งช่างหยิง ข้าขอเตือนด้วยความหวังดี บุรุษน่ารังเกียจผู้นี้คงทำเสน่ห์ใส่ท่านเป็นแน่ ระวังตัวไว้เถิด" 

         ฉูเกาหรานเอ่ยรอดไรฟัน สีหน้ายังเป็นสีแดงเขียวม่วงสลับกันจากการถูกหยามศักดิ์ศรี เขาสบถในลำคอแล้วลงนามแล้วประทับตราหยกประจำตัวลงไปในสัญญาทั้งสองฉบับ ก่อนจะผลุนผลันจากไป ก่อนไปไม่วายส่งเสียงอาฆาตดังสนั่น "รอหมดสัญญาเมื่อไหร่ คนแรกที่จะสับเจ้าเป็นชิ้นๆก็คือข้า จำไว้หลินหลี่เสวียน!"

          ข้าเพียงส่ายศรีษะระอา กว่าจะหมดสัญญาพันธมิตรสามสิบปี ฉูเกาหรานวัยยี่สิบแปดคงกลายเป็นชายชราวัยใกล้หกสิบ
 
          อยากรู้เหมือนกันว่าจะมีแรงยกกระบี่ไหวหรือไม่

          "แมวดื้อของเปิ่นหวางนับวันยิ่งมีลูกเล่นแพรวพราวขึ้นเรื่อยๆ ทาสผู้นี้จะจับได้ไล่ทันอีกนานเท่าไหร่กันหนอ" ปลายจมูกโด่งซุกลงที่กลุ่มผมข้า น้ำเสียงชวนวูบวาบเอ่ยตัดพ้อปนหยอกเย้า

          "พระองค์ยังไม่ชราถึงเพียงนั้น วัยยี่สิบปลายคือวัยแห่งบุรุษฉกรรจ์" ข้าเอียงหน้าสบตาสีโลหะแล้วยกมือวางแปะบนซีกแก้มที่เริ่มมีไรเคราสีทองจางๆดูอบอุ่นราวแสงแรกบนยอดเขา

          "ใครบอกเจ้า?" คราวนี้ชินอ๋องผละออก ใบหน้าดูเคร่งเครียดขึ้น "ปีนี้เปิ่นหวางสามสิบสองแล้วนะ น้องข้าหยางหรงต่างหากที่อายุพอๆกับเจ้า เราอยู่กันมาสามปีเจ้าไม่ทราบจริงๆหรือ?"

          "..."

           ...!

         


         


          กองกำลังโบตั๋นและบางส่วนจากหอบุปผาต่างมารวมตัวกันทุกผู้สวมอาภรณ์ดำปิดหน้าตากระจายกำลังกันไปตามเงามืดรอบๆป่าในค่ายทหารแคว้นจ้าวที่การคุ้มกันหละหลวมเพราะกำลังเฉลิมฉลองกับชัยชนะที่เพิ่งได้รับจากการตีเมืองหน้าด่านแคว้นเยว่ เพลิดเพลินกับสุราและนารีเชลยที่ฉุดคร่ามาได้ บางคนเมาหลับนอนสลบกองบนพื้น ไร้ซึ่งระเบียบวินัยหรือจรรยาบรรณในฐานะทหารหาญ

         ข้าในชุดสีเดียวกันยืนสังเกตุการณ์อยู่บนกิ่งต้นไม้ เทียนฟงและฉูเกาหรานก็เช่นกัน ต่างทอดสายตามองลงเบื้องล่าง ภาพที่เห็นอยู่นี้ไม่ต่างกับกองโจรขนาดใหญ่ไร้อารยะ

          "นี่หรือกองทัพกระดูกแห่งแคว้นจ้าวอันมีเกียรติ" ข้าเลิกคิ้ว มองรัชทายาทจ้าวที่กัดฟันมองภาพตรงหน้าอย่างเคียดแค้น ดูเหมือนเกือบสามเดือนที่พระองค์หายไป การปกครองในค่ายจะเลวร้ายมากขึ้น

          "ไม่...กองทัพกระดูกเป็นยอดยุทธที่ข้าชุบเลี้ยงมาเอง" มือแกร่งกำแน่น "สวะพวกนี้แค่ทหารชั้นเลวที่อ้างชื่อ"

          "เข้าใจล่ะ" ข้าพยักหน้าส่งๆ สายตาเลื่อนที่หัวโต๊ะตัวยาวมีร่างสูงใหญ่กำลังดื่มกินสุราอย่างเพลิดเพลินไม่รู้สึกรู้สากับความเน่าเฟะของกองทัพ ใบหน้าคมเรียบนิ่งดูสะดุดตา

          "ทั่วป๋าไท่ ไอ้สวะคนทรยศ!" โอ้ ชายที่ดูดีกว่าคนอื่นๆเล็กน้อยคือแม่ทัพทั่วป๋าในตำนานนั่นเอง

          "ฉูเกาหรานตัวปลอมพักอยู่ที่กระโจมรัชทายาท ไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยง" จินหรงปรากฏตัวเงียบแล้วเดินออกจากความมืด ดวงตาที่มักไร้อารมณ์เหลือบไปทางคนที่ตัวโต ลังเลชั่วครู่แล้วยกมือตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ อย่างไม่คุ้นเคย ฉูเกาหรานสะดุ้งหันมองแล้วแย้มยิ้มบางอย่างรักใคร่

           ข้าขมวดคิ้วกับท่าทางนั้นแล้วตัดสินใจแกล้งเดินเข้าไปแทรกกลางอย่างจงใจ พอคนถูกขัดจังหวะจะเอ่ยปากก็รีบกล่าว"ท่านจะลงมือเมื่อไหร่ก็เชิญจัดการ แต่อย่าลืมว่านี่เป็นแค่การยืมตัวชั่วคราว ดังนั้นคนของข้าต้องไม่ตายเปล่าจากแผนท่านและจะไม่สละชีพเพื่อท่าน"

           คิดจะเกี้ยวเงาของข้า ผู้เป็นนายแห่งกองกำลังลับบุปผาและนายแห่งหอคณิกาอันดับหนึ่ง ด่านรักแค่นี้มันยังน้อยไป!

          ปากหนาหุบฉับ ท่าทางหวานๆชวนหมั่นไส้จางไป เหลือเพียงบรรยากาศเยือกเย็น ร่างแกร่งนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วตอบเรียบๆ "อีกครึ่งชั่วยาม ข้าจะบุกเข้าไปที่กระโจมเขาด้วยตัวเอง หากไม่จำเป็นจะไม่ใช้คนของเจ้า" เมื่อเหลือบมองทหารด้านล่าง ไอโทสะก็กรุ่นยิ่งในแววตา "เจ้าบอกคนของเจ้าด้วยแล้วกัน อย่าให้ทหารจ้าวล้มตายโดย 'ไม่จำเป็น' เด็ดขาด"
         
          แม้จะเป็นการบุกยึดค่าย แม้จะไม่พอใจ แต่ก็ไม่ต้องการให้ลงมือรุนแรงจนจ้าวสูญเสียไพร่พลระหว่างสงคราม เป็นเชื้อพระวงศ์ต้องคิดเผื่อบ้านเมืองเสมอ น่าปวดหัวยิ่งนัก

          สิ้นคำ ทุกคนเงียบลง เร้นกายสู่เงามืด เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

         ไม่มีใครรู้ว่าข้ากำลังพอใจ พอใจอย่างยิ่ง ลงมือคราวนี้ไม่เพียงได้ทาสการเมืองอย่างฉูเกาหราน ยังสามารถบีบคั้นชิงหยวนต้าเทียนและพวกคนเบื้องหลังนั่นได้ทางอ้อม

         ทั้งศึกภายในและภายนอกแคว้นเยว่ ไม่ช้าหมากดำของข้าจะกลืนกินทั้งกระดาน!

        

         








...............100%
จบตอนจ้า มาช้าดีกว่าไม่มา(?)ครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ ตอนหน้าจะยิ่งเข้มข้นไปอีก


        

        
        

           
          

          

            
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 403 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,167 ความคิดเห็น

  1. #2012 nicharipaen04 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 23:42
    กินเด็กมากๆเลยนะเนี่ย555
    #2,012
    0
  2. #1987 Muk Musa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 17:54
    แค่กๆๆ 32 กับ 16
    #1,987
    1
    • #1987-1 Night Blue Demon(จากตอนที่ 23)
      2 เมษายน 2563 / 15:21
      ตอนนี่19แล้ว(มั้ง) สวมกวาน16 อยู่ด้วยกัน3ปีน่าจะ19......มั้งนะ
      #1987-1
  3. #1952 jkooktaev (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 16:18
    เสวียนเอ๋อร์ ทำไมเจ้าถึงไม่รู้อายุของเปิ่นหวาง นี่เราอยู่ด้วยกันมาสามปีแล้วนะ ...// เทียนฟงทำไมน่ารักงี้5555
    #1,952
    0
  4. #1855 _Guardian._ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 01:59
    ไม่รู้สิเราว่านายเอกกำลังแค้นผิดจุดนะ...คือเข้าใจนะว่านางแค้นฮ่องเต้แคว้นนางแต่ฮ่องเจ้ไม่รู้นิ อีกอย่างน้องก็ไม่รู้ด้วยว่าคนที่เป่าหูฮ่องเต้คือคนที่หน้าเหมือนกับฮองเฮาองค์ก่อนถ้าน้องรู้คงไม่แค้นมั่วซั่วแบบนี้แน่
    #1,855
    1
    • #1855-1 _Guardian._(จากตอนที่ 23)
      11 เมษายน 2562 / 01:59
      หงุดหงิดนายเอกตรงที่แก้แค้นไม่ดูอะไรนี่แหละ
      #1855-1
  5. #1758 Cho_co_late (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 18:16
    จะแก้แค้นทั้งทีค้องวางแผนระยะยาวแบบนั้แหล่ะ ล้มมันทั้งหมดเลย ถอนรากถอนโคน
    #1,758
    0
  6. #1549 Phatranooch Piyanirun (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 10:18
    ขอบคุณ​ค่ะ
    #1,549
    0
  7. #1469 fanggg- (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 10:42
    ร้ายจริงๆ
    #1,469
    0
  8. #1360 Think_out (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 01:42
    โอ๊ย นางแค้นแบบสุดๆไปเลย 5555 ชอบความฉลาดของนางยิ่งนัก แง
    #1,360
    0
  9. #1338 เพลงรักตัวเล็ก (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:38
    ท่านอ๋องจะเป็นอมตะอ่ะเนาะ ... ห่างกันตั้งรอบกว่า 555555555
    #1,338
    0
  10. #1308 เต่าน้อยอารมณ์ดี (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 16:23
    คำว่า เกม มันดูขัดกับตีมนิยายมากอะ เปลี่ยนเป็นเล่นนอกบท หรือเล่นนอกกฏอะไรแบบนี้ดีกว่าไหม
    #1,308
    0
  11. #1282 Namdang (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 06:53
    เเมวดื้อเก่งมากๆเลยยย~~
    #1,282
    0
  12. #1280 94Pu[244] (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 18:40
    ต๊ายยยยย มิน่าสวามีหล่อนถึงเป็นอมตะที่แท้ก็กินเด็กนี่เอง
    #1,280
    0
  13. #1279 Zoul_Zap (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 20:14
    คัดเลือกสามีให้ลูกต้องเอาดีๆ. 555
    #1,279
    0
  14. #1278 ang_9potion (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 01:56
    เกือบจะเป็นพ่อลูกเลยทีเดียว
    #1,278
    0
  15. #1272 แบมของมัคคึ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 19:47
    สามสิบ สามสิบ ยังแจ๋วววววว//โดนลากไปเก็บ
    #1,272
    0
  16. #1271 Agmn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 13:02
    เเผนการท่าช่างเเยบยล
    #1,271
    0
  17. #1270 Meihwa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 23:32
    ท่านอ๋องกินเด็ก..! ถถถถ เสวียนเอ๋อร์ก็เหมือนกัน รีบๆยอมให้เขากินเถอะลูกกก ยังไงท่านอ๋องก็แก่แล้ว นานกว่านี้ระวังท่านอ๋องไม่มีแรงยก"กระบี่"มาฟันนะเออ---
    #หลบเท้าชินอ๋องแปบ
    #1,270
    0
  18. #1268 janeicelet (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 13:19
    ชอบบบบบ
    #1,268
    0
  19. #1267 Chëetαн´ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 23:42
    อยู่มาสามปีเพิ่งรู้อายุสามีตัวเอง555555555555
    #1,267
    0
  20. #1266 แมวแสนเศร้า (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 18:30
    จินหรงน่ารักอ่ะน่ากินมากด้วยอยากปั้นเป็นก้อนแล้วเอาเข้าปากเลย//โดนลากไปเก็บ
    #1,266
    0
  21. #1264 ....DisPlay.... (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 10:25
    เมื่อไรเสวียนเออร์จะแต่งงง สงสารชินอ๋อง
    #1,264
    0
  22. #1263 Mermaidtears (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 00:03
    แต่งๆไปเถอะเสวียนเออร์ เดียวชินอ๋องจะตะบันน้ำกินเอานะ555+มันแก่แล้ว
    #1,263
    0
  23. #1262 คุณหญิง Ma-E (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 21:25
    ไม่เป็นไรเน้อเทียนฟง เราเชื่อว่าถึงจะ30(นิดๆ)ท่านก็ยังแจ๋วอยู่ ถถถถถถ
    ปล1. อยากเห็นคุณชายเก้า(ท่านฉู)จีบจินหรงอีก~~~~~
    ปล2. เนื้อเรื่องเจ้มจ้นมากๆ
    #1,262
    0
  24. #1261 M.D. MayDay (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 20:47
    สนุกมากกกกก
    #1,261
    0
  25. #1260 Whatever it is (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 20:04
    ขอบคุณค่ะ
    #1,260
    0