ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 21 : คู่หมั้นของพ่อค้า ต้องเป็นสตรีผู้งดงาม(?) 100% (แก้ไขเนื้อหาเล็กน้อย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 445 ครั้ง
    22 ต.ค. 60

  









      สองวันผ่านไป กระโจมรัชทายาทแคว้นจ้าวยังไม่มีการเคลื่อนไหว ท่าทางกับดักที่ข้าหย่อนไว้คงทำให้ว่าที่จอมทรราชคิดมากพอดู แม้แต่จินหรงที่ก่อนหน้าพยายามหลบหน้าอีกฝ่ายยังต้องยอมแฝงตัวเข้าใกล้เพื่อสังเกตุการณ์ แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไร

       อีกฝ่ายคงกำลังตัดสินใจ....


        ข้าก้าวขามั่นคง มือขวาถือลูกคิด มือซ้ายขยับรูดคำนวน เบื้องหลังมีนักดาบชาวเผ่าที่คอยระวังภัยและหัวหน้าสาขาแคว้นซานของร้านค้าสกุลหลินที่ถือสมุดพู่กันเดินตาม เมื่อพบความผิดพลาดทั้งจากคนหรือสินค้า ข้าก็เอ่ยปากจัดการโดยไม่ลังเล เมื่อเดินผ่านคนงานและผู้ติดตามต่างก้มหัวเคารพไปตลอดทาง

        หยาดเหงื่อที่ซึมขมับและชุดเสื้อคลุมแลกมาด้วยภาคภูมิใจ พรุ่งนี้คาราวานของข้าจะเดินทางไปยังเมืองหลวงแคว้นซาน เพื่อทำการค้าและเจรจาขออนุญาตขนส่งสินค้าระหว่างแคว้นกับท่านข่านที่วังหลวง เป็นภารกิจสุดท้ายในฤดูกาลค้านี้

       แม้ท่านข่านเซกัลซาจะรวมชนเผ่าเข้าเป็นแคว้นแคว้นซานได้สำเร็จ แต่เพราะยังไม่ถึงสิบปีแคว้นนี้จึงหาได้เป็นปึกแผ่นมากมายอะไร ภายในยังมีการแบ่งการปกครองให้ข่านของแต่ละเผ่าแยกย่อยลงไปอีก หากจะทำการค้าร่วมจึงต้องนำเรื่องเข้าไปให้ท่านข่านเซกัลซาก่อน แล้วจึงจะมีการออกหนังสืออนุญาตไปยังเผ่าต่างๆอีกครั้ง

       "นายท่าน มีคนมาขอพบเจ้าค่ะ" สาวใช้นางหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาข้า ข้าพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ มองผ่านไหล่นางไปยังบุรุษผิวสีน้ำตาลแทนที่สวมชุดคลุมสีเนื้ออ่อนโพกผ้าพันศรีษะ ใบหน้าหล่อคมแปลกตาด้วยไรเคราจางๆเผยรอยยิ้มเจิดจ้าไม่เก็บอาการ

       "องค์ชายจิวซา?" ข้าอุทานเบาๆ พอก้าวเข้าไปหาก็ถูกมือหยาบดึงรั้งมาโอบกอดทักทายแล้วตบไหล่แรงๆจนร่างสั่นอย่างยินดี คนผู้นี้คืออีกหนึ่งสหายและพันธมิตรคนสำคัญของข้า ทั้งยังเป็นเจ้าของตัวลั่วทัวที่ข้ามักใช้ขี่อยู่ในปัจจุบัน เขาเป็นองค์ชายคนโตของมหาราชาแคว้นเหลียนฉิว แต่มีมารดาเป็นน้องสาวท่านข่านแห่งแคว้นซาน สองแคว้นเกื้อหนุนกันและกันมานาน จิวซาจึงเป็นเชื้อพระวงศ์สองสายโลหิตที่น่าจับตามองที่สุดในดินแดนตะวันออกกลางอันร่ำรวยด้วยทองคำแต่ห่างไกลแห่งนี้

       ใบหน้าจริงใจยู่ลงเล็กน้อย ร่างสูงเอ่ยดุอย่างไม่จริงจังนักด้วยภาษาเยว่คล่องปากที่เรียนจากข้า "ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกจิวซาก็พอ พวกเราเป็นสหายกันนะ"

       "แล้วท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ส่งข่าวมาก่อน" ข้ายันตัวออกจากอ้อมแขนกว้างแล้วถามสิ่งที่ตนสงสัย ถึงแคว้นซานจะไม่ไกลจากแคว้นเหลียนฉิวมาก แต่การผ่านทะเลทรายซีหนูต้องใช้เวลาเดินทางอย่างต่ำถึงสองสัปดาห์ด้วยกัน

       "ข้ามาที่นี่ได้สองวันแล้ว มาท่องเที่ยวน่ะ" ใบหน้าคมเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

      ข้าขมวดคิ้ว "ท่องเที่ยว? ทั้งที่...จะเข้าพิธีสำคัญในอีกไม่กี่เดือน?"

      ร่างสูงอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างจนใจที่ไม่อาจปิดบังข้าได้

      "รู้ดีสมกับเป็นเจ้า ที่จริงข้ามาติดต่อเรื่องการสมรสนั่นละ งานใกล้เข้ามาทุกที ข้ายังอยากครองโสดไปอีกสักพักแต่ท่านพ่อไม่ยอม" สีหน้าที่เปลี่ยนเป็นเหมือนโลกจะถล่มเมื่อเอ่ยถึงพระบิดาทำให้ข้าอดหัวเราะไม่ได้

        "ก็ยังดีแล้วนี่ขอรับ" ข้าแกล้งยกยิ้มมุมปาก "ข้าน้อยขอแสดงความยินดี ในที่สุดคนที่รักอิสระเช่นท่านก็มีครอบครัวที่สมบูรณ์เสียที"

        องค์ชายหนุ่มถอนใจ "เรื่องแต่งงานการเมืองข้าพอรับได้เพราะเป็นหน้าที่ แต่ปัญหาคือเจ้าสาว.." จิวซามีสีหน้าอัดอั้น "ข้าไม่รู้ข่านของเผ่านั้นคิดยังไงจึงให้บุตรสาวรีบแต่งงานขนาดนั้น ดูยังไงก็เด็กสิบสอง ส่วนเว้าส่วนโค้งก็ไม่มี จะยิงธนูขี่ม้าก็ทำไม่ได้เสียด้วยซ้ำ สตรีที่ดีต้องรูปร่างอวบอิ่ม ใจคอเปิดเผยห้าวหาญเป็นแม่เสือสาวสิจึงจะถูก!"

       ข้าได้แต่ยิ้มรับบางๆไม่รู้จะพูดอะไร กับท่าทางมุ่งมั่นในสาวงามตามอุดมคติ

       รสนิยมของบุรุษชาวนอกด่านช่างต่างแตกต่าง...

       หากจิวซาไปเจอคุณหนูในห้องหอของแท้ที่แคว้นเยว่ ต่อให้พวกนางเป็นโฉมงามสามยอดพธูก็คงถูกองค์ชายนักผจญภัยตำหนิว่าเป็นเพียง 'ไชเท้าจืดชืด' เป็นแน่

  
        พอเป็นปฏิกิริยาว่างเปล่าของข้า สหายตัวก็สูงเบ้ปากอย่างขัดใจ แต่ไม่นานก็กลับมารื่นเริงเช่นเดิม "ว่าแต่เจ้าเถอะ เจ้าก็ไม่ยอมส่งข่าวบ้างเลยว่ามีคู่หมายแล้ว กว่าข้าจะรู้ข่าวก็ผ่านมาเป็นปี เสียดายที่ไม่ได้ไปงานหมั้นเจ้า ทั้งข่าวที่รู้ยังขาดๆหายๆ" ร่างสูงก้มลงเอามือป้องปากถามอย่างตื่นเต้นตามประสาบุรุษเจ้าสำราญ "เจ้าเป็นสหายที่ระเบียบจัดและเลือกมากที่สุดที่ข้ารู้จัก สตรีของเจ้าคงเป็นผู้ที่งามพร้อม ใจกว้าง และสมบูรณ์แบบมากเป็นแน่ เสียดายข้าไม่ได้พบนางตัวเป็นๆ"

       "ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่มีดสั้นท่านที่ส่งมาให้ข้าก็ดีใจมากแล้ว" ข้าบอกปัดๆ ไม่แก้ความเข้าใจผิดเรื่องคู่หมั้น "ท่านจะเข้าไปเมืองหลวงแคว้นซานพร้อมข้าใช่หรือไม่"

       "ใช่ ต้องไปพบท่านลุ..." คนพูดเก่งเตรียมจะลากเสียงต่อ แต่เมื่อเหลือบไปด้านหลัง ก็นิ่งไป

         ข้าหันไปมองตาม  'คู่หมั้นผู้งดงามและสมบูรณ์แบบ' ตามคำของจิวซาเดินตรงเข้ามาช้าๆ อาภรผ้าฝ้ายสีขาวสลับครามพลิวตามลม เส้นผมสีทองยาวและไอปราณธรรมชาติที่คล้ายจะมองเห็นได้ดวงตาเปล่าเมื่อโดนแสงสุริยะ ทำให้อีกฝ่ายดูราวกับไม่ใช่มนุษย์

        ทว่าดูอย่างไร ทั้งสรีระ ส่วนสูง หรือโครงหน้า ก็ล้วนห่างไกลจากความงดงามอ่อนหวานของสตรีไปคนละโลก...

        ชินอ๋องไม่ทราบถึงสายตาประเมินของข้า บุรุษต่างแดนคลี่ยิ้มบางเบา และยังเผื่อแผ่ไปยังคนข้างๆข้าอย่างไร้อารมณ์ ประกาศความเป็นศัตรูเงียบๆ

         จิวซาดูจะไม่เข้าใจกับสงครามเย็นที่ไร้สาเหตุ แต่คงทราบได้ว่าอีกฝ่ายไม่น่าใช่คนธรรมดา จึงค่อมศรีษะลงเป็นเชิงทักทายตามประสาคนมองโลกในแง่ดี

         ชินอ๋องเทียนฟงผงกศรีษะรับนิ่งๆ ร่างสูงละความสนใจหันมาทางข้าอีกครั้ง ทั้งยังใจก้มตัวมากระซิบใกล้เกินพอดี

        "คุณชายเก้าตามหาเจ้าน่ะ คงจะตัดสินใจได้แล้ว" ปรายตามาทางสหายผิวเข้ม น้ำเสียงต่ำลง "ว่าที่พระชายาเปิ่นหวางช่างมีสหายมากมาย อยากให้ว่าที่สวามีร้อนใจตายไปจริงๆใช่หรือไม่"

        นี่หรือสตรีผู้ใจกว้าง งดงาม...

        บรรยากาศกดดันขึ้นทันตา ข้าลอบกลืนน้ำลาย พยักหน้ารับค่อยๆหันคอแข็งๆ สบตาสหายที่ยืนเงียบอยู่ "จิวซา นี่เทียนฟง เป็น...สหายข้าจากช่างหยิง เขามาช่วยข้าดูแลขบวน"
 
        ข้าฝืนยิ้มทั้งที่บรรยากาศจากคนข้างๆชักน่าขนลุกขึ้นทุกที เมื่อข้าแนะนำตัวอีกฝ่ายว่าเป็นเพียงเพื่อน ถึงจะเป็นสิ่งที่ตกลงไว้แล้วก็ตาม "เทียนฟง นี่องค์ชายจิวซา สหายเก่าข้า"

        "แคว้นท่านปิดตัวจากโลกภายนอกมานาน ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้พบ วันนี้ได้พบถือเป็นประสงค์จากสวรรค์" จิวซาวางมือทาบอกแสดงความจริงใจตามแบบชาวทะเลทราย เทียนฟงแม้แปลกใจแต่ก็กระทำตอบจิวซา ทำให้ว่าที่มหาราชายกยิ้มผ่อนคลายมากขึ้น

         เมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายทักทายกับพอหอมปากหอมคอ ข้าจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง "คุณชายเก้าอยู่ที่ใด"

         "รอที่นอกเขตกระโจมตะวันตก" หันมาตอบกลับเสียงอ่อน เงาสะท้อนในดวงตามีใบหน้าข้าฉายชัด เปิดเผยความนัยจนขนกายข้าลุกชัน เมื่อก่อนตอนเจอกันใหม่ๆข้ารู้สึกว่าน่ารำคาญ ต่อมารู้สึกหวาดระแวง บัดนี้แทนที่จะชาชินกลับรู้สึกแปลกๆยิ่งกว่าเดิม

         จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ... อืม หน้าร้อน จั๊กจี้ ขนลุก มวนท้อง ประมาณนั้นกระมัง

         "อะ อืม" แล้วข้าจะเสียงสั่นทำไม ข้าขมวดคิ้วใต้หน้ากากแล้วเบี่ยงหน้าไปยังอีกคน "ท่านก็มาด้วยกันสิ ข้านำสุราดอกเหมยกุ้ยแรกฤดูมาจากแคว้นเยว่" ไม่ลืมหันไปหาสหายอีกคนที่เป็นนักดื่มตัวยง

         จะว่าไปที่ข้ารู้จักองค์ชายจิวซาก็เพราะเหล้านี่

         "โอ้ ไม่ล่ะๆ พวกเจ้าไปคุยกับแขกเถอะ พวกทหารองครักษ์ที่ตามข้ามาคงรอรากงอกแล้วเช่นกัน" องค์ชายผู้ร่าเริงโบกไม้โบกมืออย่างรวดเร็ว แล้วพยักพเยิดไปทางกลุ่มชายฉกรรณ์เครางามโพกผ้าบนหลังม้าสี่ห้าคนที่ข้าเพิ่งสังเกตุว่ารออยู่ห่างๆนอกเขตกระโจม "ข้ามีธุระต้องไปจัดการ หลังจากพวกเราเข้าเฝ้าท่านลุงที่เมืองหลวงแล้วค่อยมาดื่มกัน..."

        จบคำ จิวซาก็ผิวปากเบาๆ อาชาสีน้ำตาพวงพีฝีเท้าเยี่ยมวิ่งมาหานายของมันอย่างรู้งาน ร่างสูงโยนตัวขึ้นหลังม้า กุมบังเหียนแล้วหันมาขยิบตาตะโกนเสียงดังก้อง "ข้าจะพาพวกเจ้าไปร้านเหล้าที่ดีที่สุดในแคว้นซาน ถึงตอนนั้นเจ้าห้ามหนี ไม่เมาไม่เลิกราฟ้าไม่สว่างคาตาไม่ยอมให้กลับเด็ดขาด!!"

         "ได้! ไม่เมาไม่เลิกรา!" ข้าเผลอขานรับ กว่าจะรู้ตัว ก็ได้แต่มองคนหัวเราะร่าควบพาหนะจากไป

         ให้ตายสิน่า เผลอรับปากไปอีกแล้ว

         ข้ากุมขมับปลงๆ ใครว่าว่าที่มหาราชาผู้นี้เล่นง่าย คิดผิดคิดใหม่ได้เลย คนโผงผางจนน่าอ่อนใจเช่นนั้นมีวิธีให้คนอื่นทำตามใจเสมอนั่นล่ะ

         สงสัยต้องให้คนเตรียมสมุนไพรแก้เมาค้างไว้มากๆหน่อย

         จู่ๆคางได้รูปวางบนลาดไหล่ข้า แผ่นหลังข้าถูกดึงแนบกับแผ่นอกหมาป่าหนุ่ม แขนแกร่งรัดรอบชัวไหล่ราวปราการเหล็ก

         ความคิดในหัวฟุ้งกระจาย เหมือนเป็นหมอกควันไปในพริบตา
        
         "เหตุใดรอบกายเจ้าแมวดุของเปิ่นหวางจะมีแต่เป็นบุรุษและสตรีรูปงาม...หืม?" เทียนฟงกดจมูกลงข้างขมับข้า หัวใจอุ่นวาบคล้ายถูกราดด้วยน้ำอุ่นเมื่อคนตัวโตพร่างพรูคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองอย่างเสียอาการ "จินหรงก็ใกล้ชิดเจ้าเป็นเงาตามตัว เสี่ยวเอ๋อร์ที่เจ้าดูแลอย่างดีมาแต่เด็ก ฮ่องเต้แคว้นเยว่ที่คอยสอดส่องเจ้าไม่ห่าง เทพรักษาหมิงสหายวัยเยาว์ที่ชอบส่งสมุนไพรมาให้ สัปดาห์ก่อนมีรัชทายาทแคว้นจ้าวที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ นี่ล่าสุดเจ้ายังจะไปดื่มกับองค์ชายจิวซา!"

                  "ท่านจะเสียงดังไปแล้ว..แล้วก็ปล่อยข้าด้วย"ข้าบ่นอุบอิบ ตรงนี้ใช่จะไม่มีผู้คนเสียเมื่อไหร่ ถึงพวกลูกน้องจะทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แต่การพยายามยืนหันหูมาใกล้ที่สุดนั่นไม่น่าชมยิ่ง

         "ไม่ปล่อย...คู่แข่งมากมายเช่นนี้ขืนปล่อยคงถูกเจ้าได้แล้วทิ้งขว้างเข้าจริงๆ เสวียนเอ๋อร์แมวน้อย เจ้าจะใจร้ายกับทาสของเจ้าเกินไปแล้วนะ" หางเสียงเซื่องซึมจนน่าสงสาร

        "ข้าไม่ใช่แมว! แล้วใครได้ใครแล้วทิ้งกัน!" ความสามารถพิเศษของบุรุษผู้นี้คือยั่วประสาทผู้คนหรืออย่างไร!

         ก่อนที่จะถกเถียงกันไปกว่านี้ จินหรงที่มีท่าทางตื่นๆก็พุ่งตัวเข้ามา ใช้วิทยายุทธบางอย่างแงะตัวข้าออกจากอุ้งมือหมาป่าได้สำเร็จ พอข้าหลุดออกมาได้เทียนฟงก็ยืนยิ้มบางๆกอดอกมองข้ากับจินหรงสลับไปมาอย่างสุขุมใจเย็น ทั้งที่ดวงตาเป็นประกายไฟท่วม

        บางคราข้าก็สงสัยว่าแท้จริงอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไรกันแน่ ถึงสามารถยิ้มทั้งที่กำลังจมทะเลน้ำส้มเช่นนั้น

        "คุณชายเก้าเห็นเทียนฟงมาตามท่านนานแล้ว จึง...ขอร้องให้ข้ามาดูพวกท่าน" จินหรงรายงาน ข้าเลิกคิ้วไม่เชื่อ จินหรงกลายเป็นคนมีน้ำใจรับการขอร้องของผู้อื่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

       "เขาขอร้อง?" ข้าถามย้ำ คนไม่ชอบโกหกแต่ชอบเลี่ยงคำตอบอย่างจินหรงกลับหลบสายตา

       แปลกจริงๆ...





................100%
จริงๆตอนนี้ยาวมากครับ เลยตัดสินใจแบ่งครึ่งเป็นสองตอนย่อย ขอบคุณที่ติดตามครับ

       
**** แก้ไขเล็กน้อยครับ
          
        
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 445 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,163 ความคิดเห็น

  1. #2010 nicharipaen04 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 23:27
    โฮ น้ำส้มหกเป็นทะเลสาบไปแล้วน่ะ

    ไฟลุกท่วมตาแล้ว55

    มันยังไงนะจินหรง
    #2,010
    0
  2. #1950 jkooktaev (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 23:31
    อู้วววว~ มันต้องมีอะไรในกอไผ่
    รัชทายาทแคว้นจ้าวxจินหรง
    ใชม่ะ?? ฟีลลิ่งมันได้
    #1,950
    0
  3. #1880 Omma1991 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 19:53
    ยังไงเนี่ย55
    #1,880
    0
  4. #1703 trp1021 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 04:55

    อะไรๆๆๆๆ

    #1,703
    0
  5. #1539 คิเซริ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 15:29
    มันยังไงกันแน่คะลูกจินหรงงงงง
    #1,539
    0
  6. #1384 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 01:01
    คุณชายเก้านี่สามีน้องหรงของแม่ใช่มั้ย กรี๊ดดดด บ้าจริง
    #1,384
    0
  7. #1327 angle-wing (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 11:39
    จินหรงจะได้คู่จริงๆใช่มั้ย?
    #1,327
    0
  8. #1230 Think_out (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 23:08
    จินหรงหนีมาแน่เลย ขำ 55555
    #1,230
    0
  9. #1216 Raina. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 19:55
    ท่านเทียนฟง ยอมให้เจ้าแมวน้อยมีคนรูปงามล้อมรอบไปเถอะ เพราะคนอ่านชอบและฟิน 555 // เจอคำผิด สังเกตุ -> สังเกต
    #1,216
    0
  10. #1204 rinnarinrin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:26
    ยัยแมวดุเอ้ย ประโยคยาวๆประโยคนั้นมันเท่ากับคำๆเดียวเองนะ คำว่า"เขิน"อ่ะ 
    #1,204
    0
  11. #1203 pinglang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:24
    จินหรงหนีใครมาหรือเปล่าน่ะ 5555+
    #1,203
    0
  12. #1202 Power (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:24
    เชียร์จินหรงได้มั้ย?
    #1,202
    0
  13. #1201 Notty Kero (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:02
    แน่ะๆๆๆๆๆ
    #1,201
    0
  14. #1200 RajitpitSupo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 14:57
    หึงละสิ ข้ออ้างมากกก
    #1,200
    0
  15. #1199 Dragrol's (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 14:46
    จรินหลงกับองชายเก้า นี่มันมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า..... .... -///-
    #1,199
    0