ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 18 : สิ้นสุดเหมันต์ ตะวันเคลื่อนคล้อย ย่างเข้าวสันต์ 100% + บทเสริม(อดีตสวามี)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 532 ครั้ง
    25 ส.ค. 60












           เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้ไม่ผิด วันถัดมาจินหรงที่ออกไปตะลอนๆทั่วเมืองกลับมาแจ้งข้าตั้งแต่เช้ามืดว่าข่าวการหมั้นของข้ากับชินอ๋องต่างแคว้นได้กระจายไปทั่วเมืองหลวงและแพร่กระจายไปยังนอกเมืองอย่างรวดเร็ว ตาเฒ่าชนชั้นสูงบางคนที่จ้องจะส่งลูกหลานมากดดันข้าให้แต่งงานกอบโกยผลประโยชน์เป็นต้องเก็บปากเงียบเพราะคงไม่มีใครกล้าเอาตัวไปแย่งชิงว่าที่ชินอ๋องเฟยกับมหาบุรุษจากแคว้นมหาอำนาจ

          เมื่อผนวกกับคำพูดของร่างสูงเมื่อคืนข้าก็เข้าใจทันที ที่แท้เป็นสิ่งที่ชินอ๋องเทียนฟงวางแผนไว้
 
           แม้ตัวจะอยู่ห่างไกล แต่การที่มีคำว่าคู่หมั้นของชินอ๋องแห่งช่างหยิงหนุนหลัง ย่อมทำให้ข้าสามารถทำการต่างๆได้สะดวกและปลอดภัยจากการถูกบังคับแต่งงานไปได้อีกนาน อีกทั้งหากวันหนึ่งการหมั้นหมายถูกยกเลิก ข้าที่เป็นบุรุษก็ไม่มีสิ่งใดเสียหายเท่าสตรีอยู่แล้ว

           นิยามของ 'การปกป้องแต่ไม่ผูดมัด' นี่สินะ สิ่งที่ท่านตั้งใจทำ...

           ส่วนทางวังหลวง สายข่าวภายในรายงานมาว่าทุกอย่างยังเงียบสนิททั้งที่คนของวังและองค์รัชทายาทน้อยไปกราบทูลฮ่องเต้ชิงหยวนต้าเทียนแล้วตั้งแต่หัวค่ำของเมื่อวาน

           เงียบสงบราวกับท้องทะเลก่อนพายุ...

          "ไป๋หยางอวี้กับคนรับใช้เป็นอย่างไรบ้าง"

          "คนรับใช้ทนพิษบาดแผลจากการสอบสวนไม่ไหวเมื่อค่ำวานก็สิ้นใจ ส่วนไป๋หยางอวี้กับคนสกุลไป๋ที่เหลือ เมื่อเช้ามีราชโองการให้โบยจนกว่าจะสิ้นใจและประหารเจ็ดชั่วโครต "

           คำว่าโทษประหารทำให้หัวใจข้าพลันเบิกบานขึ้น ในที่สุดนางอสรพิษก็สิ้นฤทธิ์เสียที แต่ก็เพียงครู่เดียว เมื่อกำหนดโทษออกมาเร็วเช่นนี้ดูท่าคนของฮ่องเต้ก็คงสาวไปไม่ถึงตัวคนเบื้องหลัง แต่คดีนี้มีขุนนางรู้มากเกินไปจึงต้องรีบปิดคดีก่อนจะกลายเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น

          "นายท่านจะทำเช่นไรต่อไปขอรับ" จินหรงยืนมองข้านิ่ง ไม่ทักท้วงที่กระดาษบทกลอนของข้าเริ่มชุ่มหมึกเพราะถูกพู่กันในมือข้าเเตะแช่ไว้นานเกินไป

          "อยู่เฉยๆ ปล่อยให้คนของเราที่นั่นจัดการตามขั้นตอน ระหว่างนี้ก็เตรียมการเดินทางไปชายแดน เมื่อขบวนทูตช่างหยิงจากไป พวกเราจะได้เดินทางทันที"

         จินหรงค่อมตัวรับคำแล้วเงียบไป ข้าที่รอฟังความเห็นอื่นๆจึงหันไปมองแล้วเลิกคิ้ว

          "เจ้ามีอะไรจะบอกข้าอีกหรือไม่"

          "...เมื่อวานไม่มีโอกาสได้บอก ข้าน้อยยินดีกับการหมั้นหมายของนายท่านด้วยขอรับ" จินหรง...ถึงเจ้าใส่ผ้าคลุมหน้าแต่ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังกัดฟันพูดน่ะ

          "เจ้าไม่จำเป็นต้องฝืน"

          "..." ร่างสูงเบนหน้าไปอีกทางแล้วไม่ได้กล่าวอะไรอีก จากนั้นจึงขอตัวออกจากเรือนไปทำงานเงียบๆ

          ข้ารู้ว่าจินหรงมีข้าเป็นโลกทั้งใบ พวกเราอยู่ร่วมกันมานานตั้งแต่ยังจำความแทบไม่ได้ นั่นคงทำให้เขา 'คิดว่า' ตนเองรักข้าและอยากปกป้องข้าตลอดไป แต่ข้าก็รู้เช่นกันว่าบางครั้งสายตาที่จินหรงมองข้ามันคล้ายกับมองผ่านข้าไปยังใครอีกคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ เพราะการคัดเลือกเงาจะต้องหาเงาที่เหมือนกับตัวเรามากที่สุด ดังนั้นหากมีคนกล่าวว่าข้าและจินหรงดูเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมา น้องสาวฝาแฝดผู้แสนอ่อนแอซึ่งได้ล่วงลับแล้วของอีกฝ่ายก็คงเป็นเงาสะท้อนของข้าบนผืนน้ำ

         ข้ามองตามแผ่นหลังอ้างว้างแล้วถอนหายใจ

         บางทีข้าได้แต่ภาวนาให้เพื่อนและพี่ชายคนนี้รู้ตัวและเปิดใจแก่ใครบางคน แม้ว่ามันอาจจะยาวนานชั่วชีวิตข้าก็ตาม
        
          ข้าลุกจากโต๊ะเอากระดาษที่เปื้อนหมึกไปจ่อเทียนจนไหม้หมด แล้วลุกออกมานอกเรือน 

          "เสวียนเอ๋อร์..." หมิงจื้อที่(ทำเป็น)บังเอิญเดินผ่านระเบียงทางเดินของเรือนเอ่ยทัก ข้าเพียงยืนนิ่งแต่ไม่ได้หันไปมอง เพราะเกรงว่าจะต้องสบเข้ากับดวงตาที่เจือรอยเว้าวอนจากใบหน้าที่มักเรียบเฉยจนดูยโสนั้น

         'นายท่านเจ้าคะ เกี่ยวกับที่องค์รัชทายาทน้อยไม่พอใจหม่อมฉัน.. ' เสียวสี่ที่ปักชายเสื้อเข้าพิธีให้ข้าเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบของศาลา

         'หึๆ อะไรกับเสี่ยวลี่ เรื่องผ่านมาหลายวันแล้ว เจ้าเพิ่งจะนึกได้ว่าควรไม่พอใจหรือ?'

         'มิได้เจ้าค่ะๆ!' นางส่ายศรีษะคอแทบหลุดพลางโบกไม้โบกมือน่าขัน พอเห็นว่าข้าไม่ได้แกล้งแล้วจึงอ้อมแอ้มกล่าวต่อ

         'ขะ ข้าน้อยคิดว่าท่านเทพรักษาอาจจะมีใจให้ท่านเจ้าค่ะ นั่นจึงเป็นสาเหตุให้รัชทายาทหงุดหงิดที่ท่านเทพรักษาจะมาที่เรือนท่าน และดึงดันจะตามมาให้ได้...พระองค์คงรู้สึกได้ว่าท่านหมิงจื้อกำลังคิดถึงใครที่นี่เป็นแน่ เพียงแต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร'

         ตอนนั้นข้าเห็นเป็นเรื่องขบขัน จนเมื่อวานหลังการปรากฏตัวของชินอ๋อง จากท่าทางอารมณ์ดีก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา อีกฝ่ายก็เพียงฝากของขวัญไว้กับพี่ใหญ่จากนั้นก็ขอตัวไปพักที่เรือนรับรอง และไม่ได้กลับเข้ามาร่วมงานเลี้ยงอีกเลย ข้อสังเกตุที่เสี่ยวลี่เคยตั้งไว้ตอนมาช่วยงานจึงยิ่งชัดเจน

         "เหมือนไม่เจอกันนานเลยนะ..." เป็นอีกฝ่ายที่เอ่ยต่อบทสนทนา "ทั้งที่ได้มากลับอยู่ใกล้ๆแล้วแท้ๆ แต่เหมือนข้าคงไม่อาจเอื้อมมือถึงเจ้าได้อีกต่อไป เสวียนเอ๋อร์ผู้อ่อนโยนเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและสง่างามอย่างที่ข้าไม่เคยนึกฝันจริงๆ"

        
         "อย่างไรมิตรภาพระหว่างเราก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง หมิงจื้อยังต้องดูแลน้องคนนี้ไปอีกนาน" ข้าเเสร้งยิ้มโง่งม เทพรักษาหนุ่มเม้มริมฝีปากแล้วถอนหายใจ ดวงตาสีเข้มสั่นเป็นระรอก

        ใบหน้างดงามติดเย่อหยิ่งของอีกคนเบนออกไป พลางเอ่ยอย่างเลื่อนลอยเหมือนรำพึงกับตัวเอง "หากข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ชอบพอสตรี หากเมื่อสิบปีก่อนข้ามิห่างหายไปอาศัยยังตำหนักเซียนโอสถ หรือหากเมื่อปีก่อนข้ากลับมาจากการเดินทางได้เร็วกว่านี้ ได้อยู่รักษาเจ้าจนหายดี บางทีน้ำหนักข้าในใจเจ้าคงมากกว่านี้" ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบตึงราวกับเหยียดหยันตนเอง ใบหน้าที่มักหยิ่งทระนงคลี่ยิ้มอ่อนๆอย่างอบอุ่นให้ข้าเช่นทุกคราวไม่สอดคล้องกับแววตาที่ขุ่นมัวปนเศร้า "หากเป็นเช่นนั้น บางทีชินอ๋องผู้นั้นคงไม่อาจแย่งชิงหัวใจเจ้าไปได้ง่ายดาย"

       "ผิดแล้วหมิงจื้อ" ข้าท้วง ลมหายใจสะดุด หากเป็นไปได้ข้าก็มิได้อยากทำร้ายจิตใจพี่ชายผู้นี้เลย แต่เพื่อยับยั้งความคิดผิดๆข้าจำเป็นต้องทำ "ข้ามิได้เลือกชมชอบสตรีหรือบุรุษ สำหรับข้าชีวิตรักไม่อาจเอาเพศมากำหนดได้ และแม้ไม่มีชินอ๋องเทียนฟง ความรู้สึกที่ข้ามีต่อท่านก็เป็นเพียงพี่ชาย เเละสหายที่ดีที่ไม่อาจหามาทดแทนได้อีก" ดูอย่างชีวิตที่แล้วสิ ขนาดหมิงจื้อไม่ได้จากข้าไปต่างแคว้น และข้าไม่รู้จักเทียนฟง ท้ายที่สุดข้าก็แต่งไปเป็นสนมฮ่องเต้อยู่ดี

        อา...บางที เพราะความรู้สึกที่อีกฝ่ายมีให้ข้า ทำให้ชีวิตที่แล้วหลังเข้าวังข้าก็เเทบไม่ได้พบหมิงจื้ออีกเลย ทั้งที่ด้วยวรยุทธของเขา จะเจ้าจะออกวังง่ายดายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก

        "นั่นสินะ..." ดวงตาคู่คมเบนกลับมา น้ำเสียงถือตัวเอ่ยออกมากอย่างไม่มั่นใจเช่นเคย "เช่นนั้น...ข้าก็มิได้พ่ายแพ้แก่เขาใช่หรือไม่"

        "ใช่..." ข้าพยักหน้ารับรัว"ท่านเป็นเหมือนพี่ชายข้า ความสำคัญย่อมต่างกัน และไม่มีผู้ใดด้อยกว่าแน่นอน!"

        ร่างสูงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา "เสวียนเอ๋อร์ยังช่างเจรจาเหมือนเคย เรื่องนี้ข้าคงต้องยอมเจ้า" มือขาวซีดจะเอื้อมมาแตะที่มือข้า แต่ข้าพลันขยับหลบโดยสัญชาติญาณจนอีกฝ่ายชะงัก

        "ห่ะๆ ข้าลืมไป" หมิงจื้อเอ่ยล้อด้วยน้ำเสียงแห้งแล้งแต่ก็ดีกว่าตอนแรกมาก ดูเหมือนบรรยากาศขะมุกขมัวจะค่อยๆจางหายไปอย่างช้าๆ "เสวียนเอ๋อร์โตจนมีคู่หมั้น สหายเช่นข้าแตะตัวคงไม่เหมาะแล้ว"

       ข้าเพียงหัวเราะเบาๆ แล้วไม่ได้เอ่ยอะไรอีก สุดท้ายหมิงจื้อก็ขอตัวจากไป เหมือนว่าเขาตั้งใจจะมาลาข้ากลับหอกระเรียนอยู่แล้ว ยามที่รถม้าจากหอกระเรียนเคลื่อนจากไป ข้าทำได้เพียงมองส่งเงียบๆ นิ้วมือซ้ายขยับเบาคำนวนฟ้าดินแล้วเผลอยิ้มบางๆออกมา

        แม้จะยังไม่ถึงเวลาฟ้าลิขิตให้ได้มาเคียงคู่ แต่อย่างน้อยๆอีกฝ่ายก็ได้พบคู่หยวนหยางของตนเองแล้ว

        ที่เหลือคงต้องพึ่งเพียงวาสนาของทั้งคู่แล้ว...



       "นายท่าน สัมภาระทั้งหมดใกล้พร้อมแล้ว คนของเราก็เช่นกันขอรับ" จินหรงปรากฏตัวขึ้นเงียบๆ ข้าพยักหน้ารับ มองจวนที่ทั้งตัวเองในชีวิตก่อนและตอนนี้อยู่มาหลายปีก็รู้สึกใจหายเล็กน้อยในสิ่งที่จะทำ แต่เพื่อขยายเส้นสายและความปลอดภัยของตระกูลหลินในอนาคต มันก็คุ้มค่ายิ่ง
  
       "ดี ถ้าจัดการทางนี้จบเราจะได้เดินทางทันที"

       "ขอรับ" จินหรงรับคำหนักแน่น

       "คุณชายเจ้าคะ!!!" เสียงตะโกนของสาวใช้ตัวน้อยของมารดาดังมาแต่ไกล ข้าแอบเห็นสหายนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะความแหลมเล็กราวกับเข็มปักผ้า

        "มีอะไร" ข้าเลิกคิ้ว มองใบหน้าธรรมดาที่ฉายแววตื่นเต้นปิดไม่มิดของนางอย่างขบขัน

        "มีราชโองการมาที่จวนเจ้าค่ะ!"

        ม่านตาข้าขยายเล็กน้อย ภาพใบหน้าฮ่องเต้หน้าตายปรากฏขึ้นในหัว

         ข้ากับจินหรงสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย ในหัวมีแต่ความกังวลขณะสาวเท้าเร็วจนแทบวิ่งเพื่อไปยังเรือนรับรอง

         ท่านขันทีจี้กงยังวางมาดเช่นจิ้งจอกเฒ่าหน้ายิ้มเช่นเคย ทันทีที่ข้าปรากฏตัว ชายชราพยักหน้าทักทาย ดวงตาที่เริ่มมีชั้นหนังตาห้อยมาปิดมองข้าด้วยอารมณ์อ่านยาก แล้วประกาศราชโองการโดยไม่รั้งรอ

         "คุณชายรองหลินหลี่เสวียนแห่งสกุลหลิน มีความสามารถเป็นเลิศทั้งศาสตร์ศิลป์ ทั้งยังอุปนิสัยอ่อนน้อม หนักแน่น กิริยาท่าทางสง่างาม ดำรงตำแหน่งผู้แปลสารในฮ่องเต้และราชครูพิเศษขององค์รัชทายาท ภายหน้าเป็นว่าที่ชินอ๋องเฟยแห่งช่างหยิง ทำคุณประโยชน์แก่บ้านเมือง นำความยินดีแก่แคว้นเยว่และช่างหยิง เพื่อเป็นเกียรติแก่คุณชายรอง ฮ่องเต้มีราชโองการแต่งตั้งคุณชายรองหลินขึ้นเป็นท่านชาย มีบรรดาศักดิ์เทียบเท่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสาม อนุญาติให้ลาออกจากภาระแต่งตั้งทั้งหมด และมอบทองคำสามสิบหีบกับผ้าไหมสามสิบม้วนเป็นของกำนัลการหมั้นหมาย จบราชโองการ"

        ข้าและคนในครอบครัวก้มหัวรับ  แม้ตอนยืนส่งท่านขันทีไปครึ่งธูปแล้ว ก็ยังรู้สึกว่ที่ฮ่องเต้ไม่ขัดอะไรเช่นนี้ดูง่ายดายจนเกินไป ลึกๆข้าทั้งไม่ไว้ใจและยินดี

        แต่อย่างน้อยข้าก็ไม่ต้องหวนกลับไปเป็นสนมของคนผู้นั้นอีกแล้ว...

       อ๊ะ!?


       น่าแปลกใจ สองปีที่ผ่านมา ยามใจอดประหวัดนึกถึงอดีตสวามีผู้นั้น มันจะบีบรัดจนหายใจแทบไม่ออก แต่คล้ายยามนี้ข้ากลับพบว่าไม่มีความรู้สึกเศร้าและโหยหาอดีตนั้นอยู่เท่าใดแล้ว อาจจะเจ็บเสียดอยู่บ้างแต่เวลาคงจะทำให้แผลนั้นค่อยๆจางไปได้สักวัน

       จากนี้ระหว่างเขากับข้า สิ่งที่จะให้ระลึกถึงคงมีเพียงการช่วงชิงอำนาจและความเกลียดชังที่ฝังลึกและขับเคลื่อนอยู่เท่านั้น

        กลีบดอกเหมยที่ประตูจวนร่วงลงบนศรีษะ ข้าหลุดจากพะวัง มือค่อยๆหยิบมันมาพลางข้าเงยหน้าขึ้นมองต้นเหมยที่ปลูกอยู่หน้าจวนกำลังค่อยๆผลิดอกบ้านต่อสู้กับหิมะที่กำลังจะละลายหายไปในไม่ช้า

      เหมันต์อันเหน็บหนาวใกล้จากไปแล้ว วสันต์อันอบอุ่นและสงครามชายแดนจะเปิดฉากขึ้น

      'แผนการใหญ่' ของข้ายังไม่สมบูรณ์ แม้ไป๋หยางอวี้จะเป็นนักโทษประหารไปแล้ว แต่ตาเฒ่าไป๋และ 'พวกมัน' ยังลอยนวลอยู่

      แต่อีกไม่นาน...ไม่นานหรอก! สิ่งที่ข้าทุ่มเทมาจะสำเร็จ ข้าจะไม่หยุดจนกว่าความแค้นที่ข้าเผชิญจะถูกสะสาง!

      "เสวียนเอ๋อร์..."


      เสียงเรียกทุ้มนุ่มของใครบางคนดังขึ้น ข้าละสายตาจากต้นเหมย ชินอ๋องเทียนฟงทรงแย้มยิ้มอ่อนอยู่อีกฝั่งถนน มือหนายื่นส่งมาให้

      ข้ากระตุกยิ้มน้อยแล้ว ก้าวเดินไปหามือนั้น...

      กว่าจะถึงตอนนั้น เวลาสั้นๆระหว่างนี้ข้าขอให้โอกาสตนเองและชินอ๋องหมาป่าผู้นี้ก่อนแล้วกัน

      
     ปีรัชสมัยชิงหยวนต้าเทียนที่เก้า คณะราชทูตแคว้นช่างหยิงเดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรี ฮ่องเต้มีราชโองการแต่งตั้งคุณชายรองแซ่หลินผู้มากความสามารถเป็นนักแปลสาร ภายหลังได้อวยยศเป็นท่านชายตราตั้งคนแรกในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ หมั้นหมายกับชินอ๋องเทียนฟงราชทูตช่างหยิง ผู้คนสรรเสริญคุณธรรมความสามรถ นับเป็นหนึ่งในยอดคุณชายแห่งเมืองหลวง

       




บทเสริม
 


       ไกลจากจวนหลินชานเมืองหลวง ในรั้ววังหลวงอันยิ่งใหญ่แห่งเเคว้นเยว่ ฮ่องเต้หนุ่มวัยยี่สิบปลายประทับจิบชาในศาลามุขวิจิตร ท่ามกลางสวนดอกไม้งดงาม ไร้ซึ่งเงานางกำนัลขันทีให้รกหูรกตา มีเพียงองครักษ์คนสนิทที่ยืนใกล้ๆ และองครักษ์คนอื่นกระจายตัวอยู่ห่างๆ

        เมื่อสามชั่วยามที่ผ่านมา พระองค์เพิ่งมีราชโองการประหารหญิงสาวแซ่ไป๋และคนในตระกูลไป๋อีกเจ็ดชั่วโครตข้อหากบฏลอบปลงพระชนม์ ทำให้ขุนนางต่างพรั่นพรึง ไม่มีผู้ใดกล้าเสนอหน้ามาเข้าเฝ้าอีก

       'ไป๋หยางอวี้'
แรกพบพระองค์รู้สึกว่านางงดงามและคล้ายฮองเฮารักที่จากไปยิ่งนัก จนกำแพงในหทัยที่ชืดชาแทบสั่นสะเทือน...

       แต่สุดท้าย นางก็มิได้ต่างจากบรรดาดอกไม้พิษนับพันในวังหลังของพระองค์ งดงามอ่อนโยนแต่เพียงนอกกาย ภายในเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม

      ผิดกับเด็กหนุ่มผู้ต้องปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ร่ำลือว่าอัปลักษณ์ด้วยหน้ากาก เด็กหนุ่ม...ที่พระองค์ก็เพิ่งประกาศราชโองการแต่งตั้งยศให้ เพื่อให้อีกคนได้มีหน้ามีตามีเกียรติยศสูงส่งพอ หากวันหนึ่งต้องไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง

      จู่ๆมือที่ถือพู่กันชุ่มหมึกก็ตระะหวัดบนกระดาษบนตั่งตรงหน้าเป็นภาพหน้ากากพยัคฆ์และใบหน้างดงามเพียงซีกเดียวที่ยังตราตรึงในความทรงจำ

      'หลินหลี่เสวียน'

      พระองค์ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงถูกชะตากับเด็กน้อยที่เดิมหมายเอามาเป็นเครื่องมือคานอำนาจผู้นี้นัก บางทีอาจเป็นท่าทางสุภาพแต่แข็งกร้าวและดวงตางามที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความรู้สึกที่ตกตะกอนอยู่ เด็กหนุ่มมิเคยแสดงท่าทีประจบสอพลอหรือเป็นปฏิปักษ์ มีเพียงท่าทางเรียบเฉยและเว้นระยะห่างอย่างชัดเจน แตกต่างจากทุกคนที่พระองค์พบมาชั่วชีวิต ทำให้พระองค์รู้สึกสบายใจยามได้พบ อีกทั้งความสามารถที่ภายหน้าหากมาเป็นคนของพระองค์จะทำคุณแก่แคว้นเยว่ได้ไม่รู้เท่าใด

      แต่คิดได้เท่านั้น ฮ่องเต้ชิงหยวนต้าเทียนถอนหายใจออกมาและนำกระดาษรูปนั้นไปจอไฟเทียนเผาจนสิ้น ถึงจะเสียดายอยู่บ้าง แต่พระองค์ลงมือช้าไปเอง ยามนี้เด็กคนนั้นได้พบคู่ของตนก็นับเป็นวาสนาของเขาแล้ว และอีกอย่างการหมั้นของทั้งคู่ก็เป็นประโยชน์มากกว่าโทษต่อเเคว้นเยว่ โดยเฉพาะข้อตกลงลับที่รัชทายาทของฝ่ายนั้นเสนอมา การประกาศราชโองการสนับสนุนงานมงคลเช่นนี้นับว่าคุ้มนัก

       หวนคิดถึงฮองเฮาของพระองค์ สตรีดุร้ายแต่บอบบางผู้นั้น หัวใจรักเดียวของพระองค์จากไปแล้ว มีเพียงองค์รัชทายาทน้อยที่ยังอยู่ ดังนั้นแม้ว่าจะต้องทำสิ่งใด จะต้องทำร้ายใครอีกเท่าใด เพื่อโอรสและแผ่นดินนี้พระองค์ทำได้ทุกอย่าง

      จะว่าไปตระกูลไป๋ล่มสลายเช่นนี้ พระองค์ก็จำต้องดึงตระกูลอื่นขึ้นมาคานอำนาจ ปล่อยราชสำนักสงบนิ่งนานมากคงไม่ดี

      "ขันทีจี้กงกลับมาจากบ้านสกุลหลินหรือยัง" ร่างสูงเอ่ยขึ้นลอยๆ

      "กลับมาตั้งแต่ช่วงสายแล้วพะย่ะค่ะ" เป็นซื่อหม่า ผู้เป็นทั้งสหายแต่วัยเยาว์และองครักษ์กล่าวตอบ

      "ตามเข้ามา" ฮ่องเต้หนุ่มที่มักแสดงท่าทางขี้เล่นเสียงรับสั่งสั้นๆ ไม่ถึงครึ่งธูป องครักษ์หนุ่มก็พามหาขันทีเฒ่ามาถึงศาลา

       "ฝ่าบาทต้องการรับสั่งอะไรกระหม่อมหรือพะย่ะค่ะ" ชายชราที่ดูแลพระองค์มาแต่เสด็จพ่อเอ่ยอย่างขึงขัง

       "เอาป้ายสนมมา เจิ้นจะเลือกป้ายตอนนี้" น้ำเสียงนิ่งเรียบเอาแต่ใจของเจ้าอยู่หัว ทำให้ท่านมหาขันทีต้องรีบร้องสั่งขันทีผู้น้อยให้รีบนำป้ายออกมาให้เร็วที่สุด

       ไม่นานบนตั่งและพื้นที่โดยรอบเบาะนั่งของฮ่องเต้ ก็เต็มไปด้วยป้ายของสนมทั้งชายและหญิงหลายร้อยอันให้ฮ่องเต้เลือกไปเจอในคืนนี้ แม้ในวังหลังจะมีสนมมากมายกว่านี้มาก แต่ใช่ว่าป้ายของทุกคนจะมีโอกาสได้ผ่านตาฮ่องเต้ หากสนมผู้นั้นถูกคุมขังตำหนักเย็น อยู่ระหว่างการถือศีล เป็นสนมที่พระองค์รับเข้ามาด้วยเงื่อนไข หรือเดินทางไปจัดการงานต่างๆให้ราชสำนัก มหาขันทีก็จะนำป้ายออกโดยทันที

        ดวงตามังกรกวาดเร็วๆ ก่อนจะไปสะดุดกับป้ายหยกเงางามชิ้นหนึ่ง พระองค์อาจจะจำสนมไม่ได้ทุกคน แต่ชื่อสนมผู้นี้ไม่คุ้นหูสักนิด โดยเฉพาะสนมที่ใช้ป้ายหยกย่อมมีศักดิ์กุ้ยเหริน ตำแหน่งนี้ไม่นับว่าต่ำต้อยเลยในรัชสมัยของพระองค์ที่สนมเลื่อนขั้นยากนัก

       'ฮวามี่หมิง'

       แซ่แปลว่าดอกไม้ ชื่อแปลว่าช่วงชีวิตที่ลึกลับ...

       ขันทีเฒ่าผู้รู้ข้อมูลวังหลังทุกซอกมุม เมื่อเห็นร่อยรอยแปลกใจของฮ่องเต้จึงเอ่ยอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องร้องขอ
  
       "ฮวากุ้ยเหรินมาจากตระกูลขุนนางเก่าตั้งเเต่อดีตฮ่องเต้ บิดาของนางทำคุณประโยชน์ไว้มากจึงได้รับสัมปทานไร่ดอกไม้ตอนเหนือหลายพันไร่ นางเพิ่งเข้าวังมาตามราชโองการคัดเลือกสนมเมื่อช่วงก่อนเทศกาลล่าสัตว์ เห็นว่านางมีหนังสือผ่านการสอบวัดความรู้จากราชครูเฟิงจึงได้ยศกุ้ยเหรินพะย่ะค่ะ"

      บุตรสาวขุนนางเก่าแก่ที่ได้รับการรับรองจากราชครูเฟิง...

      ตระกูลฮวา เคยได้ยินว่าถอนตัวจากเมืองหลวงไปนานแล้ว แต่ใต้เท้าฮวา อดีตตุลาการผู้ซื่อตรงก็ยังเป็นที่เคารพของชนชั้นสูงไม่น้อย....เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจยิ่ง

     "เจิ้นเลือกป้ายของนาง"

    

    








..........................................100%
ลงรวดเดียวจบครับ ช่วงนี้เรียนหนักงานหนัก น้ำตาจะไหล TT

ตอนนี้ไม่ใช่ตอนจบเรื่องนะครับ เป็นแค่ส่วนตัดของพาร์ทแรก เรื่องนี้มีกรอบของเรื่องซับซ้อนและรายละเอียดเยอะมากครับ ผมเลยแบ่งคราวๆเป็นสามพาร์ท พาร์ทแรกนี้จะโฟกัสที่การกำจัดไป๋หยางอวี้และสร้างฐานอำนาจในเมืองหลวงครับ ทีแรกเสวียนเอ๋อร์เกลียดไป๋หยางอวี้มากเพราะรู้สึกว่าเป็นผู้อยู่หลังการตายในชีวิตก่อน แต่พอได้สืบลึกๆจนรู้ว่าจริงๆศัตรูหมายเลขหนึ่งอาจเป็นแค่หมากของใครบางคน ก็เลยไม่ได้ดีใจมากที่รู้ว่าถูกประหารครับ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดเหมือนกัน แค่สะใจนิดๆ ส่วนฮ่องเต้ก็ยังคงวุ่นวายกับวังหลังตัวเองต่อไป 55

เจอกันตอนหน้าครับผม จะมาให้เร็วที่สุดเท่าที่เวลาจะอำนวยครับ ^^
    
  



       
     
      

      
        


           
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 532 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,161 ความคิดเห็น

  1. #2156 ความกาวในตัวคุณ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 15:49
    เอากรรมไปตกที่คนอื่น เฮ้อ
    #2,156
    3
  2. #2137 first_m16 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 14:53
    คนของน้องสินะ
    #2,137
    0
  3. #2086 tk.7719 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 20:43
    อดแอบคิดไม่ได้เลยว่า ฮาเร็มก็ดี
    ฮ่องเต้เอย ชินอ๋องเอย องค์รักษ์อีกคนหนึ่งด้วย หมอเทวดา
    #2,086
    0
  4. #2007 nicharipaen04 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 23:02
    เครียดดดด มันเข้มข้นขึ้นอีกแล้ววว
    #2,007
    0
  5. #1799 นมชาเขียว (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 00:21
    ตอนแรกก็เสียดายฮ่องเต้มาก เพราะที่น้องเล่าๆมาก็เออ เขาก็รักกันดี แอบคิดเข้าข้างต้าเทียนด้วยว่าโดนพิษนั่นแหละถึงทำกับน้องแบบนั้น แต่ใจฮ่องเต้ยากแท้หยั่งถึง สุดท้ายก็ไม่เป็นแบบนั้น นอกจากฮองเฮาที่ตายไปแล้วก็คงไม่รักใครอีกแล้วล่ะมั้ง ในแง่ของฮ่องเต้ก็คือถูกแล้ว รักประชาชนรักแผ่นดินรักลูกและรักเมียหลวง
    #1,799
    0
  6. #1770 PaulaPum (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 14:27
    สนุกมากค่ะ แต่คำผิดเยอะอยู่นาา
    #1,770
    0
  7. #1752 AwkorMZ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 02:33
    รู้สึกว่าบรรยากาศเรื่องเครียดขึ้นเรื่อยๆ เฮ้อ สงสารน้องเสวียน เหมือนน้องจะเป็นหมากของต้าเทียนมาตลอด จนชาตินี้เทียนฟงกันตำแหน่งสนมออกไปได้อย่างนึง สงสัยว่าฮ่องเต้เคยรักน้องบ้างมั้ย หรือแค่เห็นว่าน้องเป็นเด็กดีที่รักตัวเองหน้ามืดตามัวท่าทางใช้งานง่าย คิดแล้วเศร้า
    #1,752
    0
  8. #1751 chocolato.p (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 22:17

    คุณหมอออ แงงงง ชอบคุณหมอออ แต่เอ๊ะมีหนังสือรับรองจากราชครูเฟิง คุ้นไม่คุ้น



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 ธันวาคม 2561 / 22:18
    #1,751
    0
  9. #1729 Midories (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 00:42
    มาละจ้าตัวละครใหม่ ร้ายมั่ยร้ายรอติดตามยาวๆไปจ้า
    #1,729
    0
  10. #1700 trp1021 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 04:10

    ส่วนชาตินี้ก็ถึงคราวฮวามี่หมิงสินะ จะมาแนวไหนล่ะเนี่ยราชวงศ์นี้

    #1,700
    0
  11. #1643 ZiNE-Nw (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 03:54
    แสดงว่าชาติที่แล้วฮ่องเต้ก็ไม่ได้ชอบน้องเลย มีคนรักอยู่แล้ว แต่เอาน้องมาคานอำนาจ? ดี! ปล่อยน้องไปกับเทียนฟงนั่นล่ะดีแล้ว! ยิ่งคิดยิ่งเกลียดฮ่องเต้
    #1,643
    0
  12. #1627 Hummai (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 12:32
    อย่าบอกนะว่าฮ่องเต้คู่กับคนนี้น่ะ??
    #1,627
    0
  13. #1536 คิเซริ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 19:17
    โอ้โหหหหหหห
    สนมเป็นร้อยเลย
    #1,536
    0
  14. #1465 fanggg- (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 09:42
    เป็นฮ่องเต้นี่ก็ลำบากเหมือนกันนะเนี่ย
    #1,465
    0
  15. #1306 nuang1 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 08:13
    คนของเสวียนเอ๋อร์
    #1,306
    0
  16. #1276 ang_9potion (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 00:45
    เป็นฮ่องเต้แท้จริงแสนลำบาก
    #1,276
    0
  17. #1238 ISponynow (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 13:17
    เหมือนฮ่องเต้ไม่เคยรักเลย
    #1,238
    0
  18. #1235 mituwa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 00:35
    ฮวานี่คือสิ่งที่เสวียนเอ๋อร์ปลูกเอาไว้ใช่มั้ย555555
    #1,235
    0
  19. #1179 l'hiver (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 09:55
    อ้าววว งั้นตอนนั้นที่ฮ่องเต้เลือกเสวียนเอ๋อร์เป็นสนมก็แค่เลือกแบบตัวเลือกอ่ะดิ เจ็บใจจรุม
    #1,179
    0
  20. #1118 zilva (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 10:17
    สนมฮวานี่คนของเสวียนเอ๋อร์รึเปล่าที่ส่งเข้ามา??
    #1,118
    0
  21. #1100 Bybe@BB (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 05:40
    มันยังไม่สุดค่ะไรต์!! อีฮ่องเต้ยังโดนไม่สมกับที่เคยทำไว้ในอดีต!!! เอาให้มันเจ็บช้ำกว่านี้!!!แง่งวงงงงงง(แยกเขี้ยว)
    #1,100
    0
  22. #1099 P-nam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 03:05
    หายไปนานเลยค่ะ นึกว่าทิ้งกันไปแล้ว
    #1,099
    0
  23. #1098 Mermaidtears (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 16:18
    นึกว่าจบสะแล้ว รอๆ
    #1,098
    0
  24. #1088 Ahe215 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 09:58
    ขอบคุณค่ะ
    #1,088
    0
  25. #1087 Sayday RK (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 12:59
    รอเลยคะ ชอบมาก
    #1,087
    0
  26. #1086 เอลิสเซีย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 02:11
    อ่านรวดเดียว คลายมาเกือบหมดแล้ว โดยเฉพาะความจริงของอดีตสามี คิดไว้ไม่ผิดเลย ฮ้องเต้ไม่มีรักมาแต่แรก จึงฆ่าได้โดยไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น และอีกความคิด เรื่องใส่ความ เราคิดถึงขั้นว่าเป็นฝีมือฮ้องเต้ด้วยซ้ำเป็นคนทำ เพราะเสวียน เริ่มมีอำนาจเหนือรัชทายาทมากขึ้นเรื่อยๆ เอาไว้ไม่ได้ ว่าที่พระพันปีหลวง แค่ฝันลมๆ แล้งๆ ที่ฮ้องเต้อุปโลคข่าวลือให้ดีใจปลื้มปริ่มก่อนประทานยาพิษให้มากกว่า ถึงจะเห็นเป็นสหาย แต่ถ้าขวางทางบารมีลูกรัก ยังจะนับเป็นอะไรได้ (หมายถึงถ้าเป็นเรานะ ถ้ามันถืออำนาจสูงจนแทบจะกลายเป็นหอกข้างแคร่ สู้ตัดไฟแต่ต้นลมไม่ดีกว่าเหรอ)
    #1,086
    1
    • #1086-1 nooparnkiss(จากตอนที่ 18)
      22 ตุลาคม 2560 / 21:31
      ถูกใจคห.นี้ คิดเหมือนกันเลย
      แล้วคิดว่า กลัวลูกชายจะกลายเป็นหุ่นเชิดด้วยเพราะเสวียนเลี้ยงมายังไงก็เชื่อฟังมากกว่า
      #1086-1