ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 16 : พิธีสวมกวาน...การเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริง 100% (แก้คำผิดบางจุด)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,008
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 665 ครั้ง
    30 มิ.ย. 60

 










        "เสวียนเอ๋อร์ลูก ตื่นเสีย นี่วันสำคัญของเจ้านะ"

        คล้ายเสียงมารดาจะดังจากที่ไม่ไกล ข้าขมวดคิ้วเล็กน้อยกับฝันแปลกๆในความมืดจนกระทั่งอีกเสียงตามมาพร้อมแรงเขย่า

        "นายท่าน...นายท่าน ตื่นเถิดขอรับ!"

       นี่มัน....ไม่ใช่ความฝัน!


       ข้าลืมตาสะดุ้งพรวด ผุดลุกขึ้นนั่งหลังตรง ที่ข้างเตียงมีท่านแม่กับจินหรงยืนอยู่ พอท่านแม่เห็นว่าข้าตื่นแล้ว นางจึงส่ายศรีษะปลงๆแล้วเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง ทิ้งข้าที่ยังสับสนไว้กับเงาของตน

         ..... พวกเขาเข้ามาได้อย่างไรโดยที่ข้าไม่รู้ตัวกัน!?


        ข้าตวัดสายตาไปทางคนสนิท จินหรงมีสีหน้าราบเรียบติดเคร่งเครียดขณะเอ่ยบอกเบาๆด้วยพลังยุทธ

        "เมื่อยามเหม่า(05.00น.-06.59น.) พอกลับจากงานที่ท่านสั่งข้าก็รีบมาปลุกท่าน แต่ในห้องกลับมีกำยานกลิ่นหอมประหลาดคละคลุ้ง ข้าคิดว่ามีคนลอบเข้ามาในห้องท่านเกรงว่าท่านจะมีอันตรายจึงรีบตรวจอาการท่านแล้วนำกำยานไปให้คนในหมู่ตึกมือสังหารช่วยตรวจสอบ แต่น่าแปลก..." ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กๆขณะล้วงอกเสื้อเอาห่อผ้าเช็ดหน้าที่มีผงกำยานสีขาวถูกห่ออยู่ให้ข้าดู "ทั้งแพทย์และผู้ใช้พิษต่างยืนยันว่ามันเป็นแค่ยาหอมที่ช่วยคลายเครียดธรรมดา นำเข้าจากต่างแคว้น หาซื้อได้ตามตลาดชายแดน กับคนธรรมดามันจะไม่มีผลอะไรแต่จะมีผลรุนแรงกับคนที่มีความเครียดสูง ได้ยินว่าทางการแพทย์ใช้รักษาคนที่มีอาการผวากลางดึก"

        "....เป็นสาเหตุให้ข้าหลับสนิทจนสัญชาติญานป้องกันตัวไม่ทำงานสินะ"

        ข้าพูดพลางขมวดคิ้วเรื่องเหล่านี้ยิ่งฟังยิ่งประหลาดนัก ใครกับที่จะมาหวังดีลอบเข้าห้องข้าเพื่อวางยาคลายเครียดให้? ข้าได้แต่กุมขมับพยายามประติดประต่อเหตุการณ์แต่กลับไม่มีอะไรปรากฏขึ้นในหัว ต่างคนต่างเงียบไปครู่หนึ่งจนกระทั่งสติกลับมาครบถ้วนข้าจึงนึกเรื่องสำคัญอีกเรื่องได้

       "จินหรง! ท่านแม่! หน้ากากขะ..." ข้ารีบเอามือจับที่ใบหน้า แต่กลับพบว่ากลับมีหน้ากากสวมทับอยู่แล้ว

       จินหรงขมวดคิ้ว "ข้ามาถึงมันก็สวมอยู่ก่อน เดิมทีคิดว่าท่านสวมไว้เอง แต่หากไม่แล้ว..." เงาของข้ามีท่าทางร้อนรนแปลกๆ เหมือนสีหน้านั้นจะมีความหงุดหงิดไม่พอใจที่ข้าไม่อาจเดาสาเหตุปนอยู่ด้วย "นายท่าน....เป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้ที่ลอบมาหาท่านเมื่อคืนจะเป็นเทียนฟะ..."

       "ช่างเถิด"

       ข้าเอ่ยขัดแล้วเอียงศรีษะไปอีกทางเป็นการจบบทสนทนา หากรวมกับเรื่องเสียงแปลกๆที่ไล่ฝันร้ายเมื่อคืนนี้ แน่นอนใบหน้าของชินอ๋องต่างแคว้นย่อมปรากฏขึ้นในหัวข้าเช่นกัน

       ...แต่สุดท้ายข้ากลับส่ายศรีษะอย่างไม่มั่นใจ


      ชินอ๋องเทียนฟง คนผู้นั้น...หายไปตั้งนานจนป่านนี้ยังไม่โผล่ศรีษะมาเลย จะเป็นเขาไปได้อย่างไร

      
       "เสวียนเอ๋อร์ จวนจะได้ฤกษ์แล้ว มาแต่งตัวเถอะลูก!" เสียงท่านแม่ตะโกนขัดบรรยากาศอึมครึม ข้าลอบถอนใจสะบัดศรีษะไล่ความคิดไร้สาระออกจากหัวแล้วค่อยๆลุกจากเตียงไปยังต้นเสียง
     
         โชคดีที่ข้าไม่ใช่ดรุณีไม่เช่นนั้นการแต่งตัวคงวุ่นวายมากนัก ในเรือนข้ายามนี้ สุดท้ายจึงมีเพียงท่านแม่กับจินหรงที่มาช่วยกันแต่งตัวให้ ชุดที่ดูรุ่มร่ามไปสักนิดถูกวรยุทธขั้นสูงผนวกกับความคล่องแคล่วส่วนตัวของชายหนุ่มชุดดำสวมใส่ให้ด้วยเวลาอันสั้น ส่วนเส้นผมข้าก็มัดมวยไว้อย่างเรียบง่ายรอการสวมกวานโดยท่านแม่

       "อันนี้แม่กับน้องเล็กช่วยกันปักให้เจ้านะ..."

       สตรีผู้ให้กำเนิดข้า ค่อยๆเอาผ้าเช็ดหน้าปักไหมสีน้ำเงินปักลายพยัคฆ์ในดงบุปผาสอดลงในอกเสื้อให้ข้าเบาๆ มือที่เริ่มเหี่ยวย่นลงเล็กน้อยลูบซ้ำบนแผ่นอกข้า ก่อนที่ดวงตาที่ทอประกายอ่อนโยนจะช้อนขึ้นมองข้า

      อ่า...ข้าพึ่งสังเกตว่าท่านแม้ตัวเล็กและบอบบางถึงเพียงนี้ ชีวิตที่แล้วข้าทิ้งนางไปอยู่ในวังเป็นปีๆได้อย่างไรกันนะ

      "เสวียนเอ๋อร์ เจ้าจะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะ ต่อไปเจ้าต้องรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี ชีวิตลูกต่อจากนี้แม่คงไม่สามารถไปปกป้องดูแลได้อีกแล้วรู้ไหม" ท่านแม่ดูมีความสุข นางยกมือขึ้นจับแก้มข้าแล้วใช้ปลายนิ้วลูบเบาๆ ครั้งงานพี่ใหญ่แววตานางดูเต็มไปด้วยความภูมิใจปนคาดหวัง แต่พองานข้าสายตานางกับเต็มไปด้วยความเอ็นดูและห่วงใย เหลือบไปอีกทางก็มีสายตาของจินหรงที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น จนข้าอดรู้สึกยืดตัวฉีกยิ้มตามไม่ได้ แม้ถ้าจากความทรงจำนี่จะเป็นพิธีสวมกวานครั้งที่สองแล้วก็ตาม

      ข้ากุมมือท่านแม่ เอียงศีรษะออดอ้อนซึบซับสัมผัสนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงประคองนางออกมานอกเรือน

      ที่หน้าเรือนที่มักเงียบสงบเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งครอบครัวและบ่าวไพร่ในจวนสกุลหลินที่มาร่วมยินดี ท่านพี่เดินมาตบไหล่ข้า ด้านหลังมีน้องเล็ก ว่าที่พี่สะใภ้คนงามเจ้าของผิวสีขาวมุกที่เพิ่งมาจากต่างเมือง ท่านอาและอาสะใภ้ทั้งสาม ทุกคนต่างยืนส่งยิ้มบางๆให้

        แต่ยังขาดใครบางคน....


      "พี่ใหญ่ ท่านพ่อล่ะ"

        ท่านพี่มีสีหน้าขบขัน ร่างสูงพยักเพยิดไปยังมุมเสาข้างๆเรือน ข้าเลิกคิ้วแล้วตัดสินใจเดินไปดู

         ท่านพ่อกับท่านลุงเงายืนอยู่ริมเฉลียงทางเดิน ท่านพ่อหันหลังให้ข้า ไหล่ที่ไม่ใคร่กว้างขวางงุ้มลงและสั่นเทา ศรีษะที่เริ่มปรากฏเส้นผมสีขาวโพลนซบลงกับแผ่นอกของชายร่างใหญ่กว่าในชุดสีดำปกปิดหน้าตา

        "ฮึก อาถัง ดะ เด็กน้อยของพวกเราโตขึ้นแล้วนะ ข้ายังไม่ทัน... ตะ ตั้งตัวเลย" ท่านพ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น ท่านลุงเงาที่ท่านพ่อเรียกว่า 'อาถัง ' เอามือตบไหล่เบาๆเป็นเชิงปลอบ ก่อนเสียงทุ้มต่ำดุที่นานที่ปีหนจะได้ยินสักครั้งจะเอ่ยปลอบสหาย "เจ้าเลี้ยงเขามาดี..."

         "จริงเหรอ...ขะ ข้ากับฮูหยินกลัวมาตลอดว่าจะเลี้ยงเขาได้ไม่ดีพอ ข้าไม่กล้าไปดูลูกแต่งตัว มะ มันตอกย้ำว่าเขาจะต้องเดินหน้าลำพัง ต่อไปนี้ข้าจะปกป้องเขาอย่างไรดี แล้วถ้าวันนึงเขา...." ชายวัยกลางคนพึมพำซ้ำๆไปมา บางประโยคก็เบาจนเหมือนจะเงียบไปดื้อๆ จนแม้ข้าที่มีวรยุทธยังหาจับใจความได้ไม่

          ตอนนั้นท่านลุงถังเหมือนจะรู้สึกได้ว่ามีคนจับจ้อง  ดวงตาคมดุสีน้ำหมึกของท่านลุงเงาตวัดขึ้นจ้อง ครู่แรกมันเต็มไปด้วยจิตสังหารจ้าพุ่งตรงเสียบตัวข้าแทบทะลุ แต่พลันเห็นว่าเป็นใครก็อ่อนแสงลงทันใด ร่างใหญ่โตพยักหน้าเบาๆให้ข้าเป็นเชิงให้เข้ามารับตัวบิดาที่ทำตัวโยเยเหมือนเป็นเด็กสิบหกเสียเอง

         "ท่านพ่อ..." ข้าทำทีเป็นเพิ่งเดินมาถึง ท่านพ่อผู้ไร้วรยุทธสะดุ้งเฮือก ร่างสันทัดที่ยังมีเค้าความหล่อในวันวานรีบปาดน้ำตา ใบหน้าที่เริ่มปรากฏริ้วรอยชัดพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม น้ำเสียงที่ติดสั่นๆเล็กเอ่ยรับ "ว่าอย่างไรลูก พร้อมแล้วหรือ"

           ข้าลอบสบตากับท่านลุงเงาแล้วหันมาฉีกยิ้มให้ทั้งปากและตา แม้จะถูกปิดบังด้วยหน้ากาก

           "ข้าพร้อมแล้ว"

           พร้อม....สำหรับการเผชิญหน้ากากชีวิตใหม่ที่แท้จริง


     

        ....แต่ข้าไม่พร้อมกับการห้ามมวย!!!

 
        ข้ายืนยิ้มค้างประสานมือรับของกำนัลและแขกเหรื่อที่ทยอยกันมาคับคั่งด้วยกริยาเป็นธรรมชาติ แม้จะลอบกลอกตาไปหลายครั้งเมื่อมีตัวแทนแขกผู้มีเกียรติมาถึงพร้อมกันที่หน้างานจนเกิดปรากฏการณ์เกทับกันเช่นตอนนี้

       "ข้าเป็นตัวแทนจากจวนแม่ทัพปราบอุดร ท่านแม่ทัพฝากเยี่ยมเยียนคุณชายรองและหวังว่าจะได้ประหมากกันอีก ทางจวนแม่ทัพส่งกระบี่หยกขาวมาให้เป็นของนับขวัญด้วย" ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดรองแม่ทัพอุดรเต็มยศพูดด้วยรอยยิ้มหวานขัดกับหน้าโหดๆให้ข้า แต่เมื่อเสียงนุ่มๆของคนข้างๆดังขึ้น ใบหน้าเถื่อนเคราครึ้มก็เผลอกระตุก

       "ข้าเป็นตัวแทนจากสำนักศึกษาหลวง ขอแสดงความยินดีกับคุณชายในพิธีวันนี้ ท่านอาจารย์ใหญ่ฝากตำรากวีที่ท่านถามถึงมาด้วยขอรับคุณชาย" ใบหน้าจืดชืดนิ่งสงบแต่แววตาเจือความเจ้าชู้กรุ้มกริ่มของบุรุษเจ้าสำอางค์ศิษย์เอกของเจ้าสำนักศึกษาหลวงจงใจทอดมาที่ข้าทำเอาข้าแอบขนลุกไม่ได้ ข้ากล่าวอย่างเกร็งใจแล้วผายมือไล่แขกทั้งคู่เข้าไป

        ท่านพ่อที่ยืนข้างๆลอบถอนใจเมื่อได้ยินแขกที่ผละไปทั้งคู่ทั้งสองเริ่มปะทะฝีปากกันแว่วๆ ชายกลางคนเรียกพ่อบ้านเฉินให้เอารายชื่อแขกที่เหลือมาให้ดู ก่อนที่สีหน้านั้นจะหลุดเบ้ออกมา ข้าแอบเห็นท่านพ่อลอบนับนิ้วตามแขกที่เสี่ยงจะมาประลองฝีมือทางวาทะศิลป์ในงานอยู่จนหมดนิ้วมือ 

        ชีวิตก่อนงานของข้าก็คึกคัก แต่ไม่ถึงกับวุ่นวายเช่นนี้ อาจเพราะตอนนั้นทุกคนรู้ว่าข้าคือว่าที่พระสนมที่ฮ่องเต้ตั้งใจดึงมาเป็นพวก แม้มีอำนาจมากแต่ด้วยตำแหน่งนั้น ข้าย่อมไม่อาจขยับตัวทำอะไรได้นอกจากในวังหลังมากนักหากฮ่องเต้ไม่ทรงอนุญาติ 

        แต่ยามนี้ข้าเป็นเพียงลูกพ่อค้าที่กำลังมีอำนาจในราชสำนัก หากดึงไปเข้าฝ่ายตนได้ย่อมมีประโยชน์ หึ คนเรามันก็แค่นั้น

      




       ข้ากับท่านพ่อช่วยกันรับแขกอยู่นาน จนกระทั่งถึงแขกคนสุดท้ายตามกำหนดการ

       "องค์รัชทายาทเสด็จ!!"

       เสียงท่านขันทีหนุ่มตะโกนขึ้นพร้อมกับขบวนรถม้าหรูหรารายล้อมด้วยองครักษ์หลวงหลายสิบคนวนมาถึงหน้าเรือน ข้ากับท่านพ่อและบรรดาบ่าวไพร่ต่างรีบคุกเข่าลงประสานมือถวายพระพรอย่างถูกต้องตามมารยาท ชาวบ้านที่ลอบมองอยู่จากนอกเขตประตูจวนต่างรู้สึกขนลุกกับความสง่างามเกินสามัญของครอบครัวตระกูลหลิน เพราะแม้แต่บ่าวไพร่ยังคงท่วงท่าที่ดูก็รู้ว่าถูกฝึกฝนมายิ่งกว่าบ่าวไพร่ขุนนางใหญ่เสียอีก

      แน่ล่ะ! ข้าเคยรั้งตำแหน่งพระพันปีและราชครูของรัชทายาทเชียวเลยนะ ถ้าฝึกบ่าวไพร่แค่นี้ยังทำไม่ได้จะนับเป็นอันใดได้!

      ร่างเล็กของเด็กชายก้าวลงจากรถม้า เนื่องจากวันนี้มีขุนนางมาร่วมงานมากมาย ใบหน้าที่ฉายเค้าความองอาจดั่งพระบิดาจึงเรียบนิ่งน่าเกรงขามสมกับที่ราชครูเฟิงอบรมมารยาทมาเป็นอย่างดี แม้แต่วิธีการพูดก็ดูเป็นทางการกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด "พวกเจ้าไม่ต้องมากพิธี วันนี้เป็นพิธีสำคัญของท่านอาจารย์ ขอให้ท่านอาจารย์ทำตัวตามสบาย"

      "ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ" ข้าประสานมือรับ แล้วรีบลุกขึ้นเชิญฝ่าบาทน้อยเข้าด้านใน ตามธรรมเนียมแคว้นเยว่หากมีเเขกที่เป็นเชื้อพระวงศ์มาที่งาน เชื้อพระวงศ์ผู้มียศถาบรรดาศักดิ์มากที่สุดในงานนั้นจะได้เป็นประธานในพิธีโดยปริยาย แต่หากเชื้อพระวงศ์ผู้นั้นยังไม่ถึงวัยปักปิ่นหรือสวมกวาน เจ้าภาพจะจัดที่นั่งให้เชื้อพระวงศ์ผู้นั้นในที่นั่งของประธาน แต่บิดามารดาของเจ้าภาพจะเป็นคนกำกับดูแลงานตามเดิม

      "ท่านอาจารย์" รัชทายาทน้อยเอียงคอมาทางข้าง แล้วเอ่ยกระซิบ ดวงตาที่พยายามมองตรงไหวระริก"ท่านพี่นกกระเรียน...อยู่ที่ใด"

      ข้าอมยิ้มน้อยๆ  เอ่ยตอบเบาพอๆกัน "เรือนรับรองพะย่ะค่ะ"

       ศรีษะเล็กผงกเบาๆ เมื่อร่างเล็กก้าวขึ้นนั่งบนเก้าอี้ประธาน เหล่าแขกเหรือรวมถึงท่านแม่และญาติพี่น้องข้าที่อยู่ในงานก็คุกเข่าคำนับถวายพระพรกันกึกก้อง ซึ่งเด็กชายก็เพียงส่ายหน้าไม่ให้มากพิธีเช่นเคย แล้วพยักพเยิดให้ท่านพ่อข้าเข้ามาจัดการพิธีต่อ ซินแสที่ท่านพ่อเชิญมาช่วยงานก้าวเข้ามาประกาศต่อหน้าแขกในงาน

       "ฤกษ์ยามเหมาะสม ฟ้าดินเป็นพยาน คุณชายหลินหลี่เสวียนแห่งสกุลหลินเข้าพิธีสวมกวาน เติบใหญ่เป็นบุรุษผู้พรั่งพร้อม บัดนี้จะเริ่มพิธีแล้ว!!!"

       ท่ามกลางผู้คนมากมายและกลีบดอกไม้สีขาวที่โปรยรับขวัญ ข้าก้าวเข้าไปในงานด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง แว่วเสียงขลุ่ยทำนองเชื่องช้าอย่างมีมนต์ขลัง ข้าจุดธูปกราบไหว้ฟ้าดิน กราบไหว้บิดามารดา แล้วจึงคุกเข่าลงหน้าป้ายหยกบรรพชนบนโต๊ะพิธีการที่ท่านพ่อให้คนนำจัดไว้ พ่อบ้านเฉินเดินไปหยิบกล่องเล็กประดับอัญมณีเล็กออกมาส่งให้ท่านพ่อ พร้อมๆกับที่บ่าวไพร่ยกฉากกั้นสีขาวมาบังให้ชั่วคราว

       เมื่อไม่มีสายตาแขกเหรื่อจับจ้อง ท่านพ่อเผยสีหน้าอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม ชายวัยกลางคนนั่งลงด้านหลังข้า เปิดกล่องหยิบกวานสีเงินประดับอัญมณีสีดำและปิ่นหยกมันแพะสีขาวที่ดูสวยงามสูงค่ายิ่งออกมา มือที่ตรากตรำสร้างรากฐานครอบครัวจนมั่นคงนั้นค่อยๆรวมเส้นผมสีดำขลับมันเงาขึ้นให้ช้าๆ

       "เสวียนเอ๋อร์..." น้ำเสียงที่เคยคุ้นเอ่ยเบาๆ ขณะที่บรรจงหวีผมให้ข้า

       "ขอรับ?" ข้าทวนคำ

       "จากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...พ่ออยากให้ลูกเข้มแข็งและกล้าหาญให้มาก" กวานถูกสวมลงบนศรีษะ พร้อมกับปิ่นที่ถูกเสียบทับ "พ่อเชื่อว่าลูกจะต้องมีชีวิตที่ดี"

        ตอนนั้นข้ารู้สึกได้ถึงหยดน้ำอุ่นที่หยดลงบนต้นคอ

        อ่า ท่านพ่อของข้าช่างขี้แยนัก....


        ท่านพ่อนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับฉากกั้นที่ถูกยกออก ซินแสที่ยืนรออยู่ประกาศก้อง

        "คุณชายน้อยหลินผ่านครบสิบหกหนาว เป็นบุรุษเต็มตัว ขอทุกท่านเป็นพยาน!"

         เสียงตบมือและเสียงร้องอวยพรดังอื้ออึงทั่วงาน ข้าลุกขึ้นหันใบหน้าที่ถูกครอบทับด้วยหน้ากากออกสู่สายตามวลชน แล้วประสานมือค่อมตัวลงอย่างสง่างาม

         แม้ใบหน้าซีกหนึ่งจะถูกกล่าวขานว่ามีบาดแผล แต่เงินทองและอำนาจของข้าก็คงดึงดูดใจผู้คนไม่น้อย ในหูจึงได้ยินเสียงทอดถอนใจจากบุรุษและสตรีในงานเมื่อเห็นข้าในภาพนี้

         ทันที่ที่โต๊ะพิธีถูกยกออกไป บรรยากาศก็กลายเป็นงานรื่นเริงเต็มรูปแบบ ตามปกติเป็นงานของหากคุณชายบ้านอื่น คงมีสหายมากมายนั่งร่ำสุราร่วมโต๊ะ ชักชวนกันลอบมองคุณหนูที่สวมผ้าบางปิดหน้าที่นั่งรวมกันกับครอบครัวพวกนางอีกฝั่ง แต่ในงานข้ากลับ...

         โต๊ะกลมขนาดใหญ่ที่จุคนนั่งได้สิบคนกลับมีเพียงข้าที่นั่งจิบชา แต่รอบกายกลับรายล้อมด้วยบุรุษจำนวนมาก ที่เด่นสุดคงเป็นคุณชายเจ้ากรมโยธาที่มีท่าทีเกี้ยวพาจนน่ารำคาญยิ่ง

                 "คุณชายหลิน ข้าบุตรชายเจ้ากรมโยธาชื่นชมท่านมาตั้งแต่สมัยเรียนที่สำนักศึกษา หากคุณชายยังมิได้ปลงใจกับผู้ดะ..." ไม่ทันที่บุรุษตรงหน้าจะพูดจบ ชายหนุ่มสูงใหญ่อีกคนในชุดทหารที่ข้าพบก่อนเข้างานก็เดินมาเบียดชายคนแรกออกไป พอชายคนแรกจะหันมาต่อว่าก็จำต้องหดคอไปรวมกับคุณชายอีกหลายคนเมื่อสบตากับรองแม่ทัพหนุ่ม เมื่อเห็นว่าไม่มีใครขัดแล้ว เสียงทุ้มจึงเอ่ยกับข้า
    
         "ท่านคงจำข้าได้ เราพบกันหน้างานแล้ว ข้าเป็นตัวแทนท่านแม่ทัพทักษิณ ที่จริงคราก่อนในงานประลองยุทธข้าเห็นท่านแสดงฝีมือ เพลงกระบี่ของท่านน่าสนใจนัก เสียดายที่ข้ามีราชกิจด่วนไปชายแดนเลยมิได้มีโอกาสประมือ ถ้าท่านพอมีเวลาข้าจะชวนทะ.." ร่างสูงเอื้อมมือมาจะแตะที่ไหล่ข้า แต่เสียงประกาศจากหน้าประตูจวนกลับดังขึ้นเสียก่อน

         "ขบวนราชทูตและชินอ๋องช่างหยิงเทียนฟงแห่งช่างหยิงเสด็จ!!"

          คนน่าตายผู้นั้น!?

          ข้าชะงักมือที่ยกจอกน้ำชา ละความสนใจจากคนตรงหน้าโดยสิ้นเชิง เช่นเดียวกับทุกคนในงาน ทุกสายตาต่างมองไปที่ประตู รอบด้านพลันเงียบกริบ

          ครั้งแรกที่ชินอ๋องปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนด้วยฐานันดรแท้จริง...

          ร่างสูงก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าดุดันสมเป็นสายเลือดมังกร อาภรงดงามสีดำสนิทยิ่งขับเส้นผมสีสว่างให้ดูโดดเด่น ดวงตาที่เป็นสีเทานั้นทำให้ร่างสูงคล้ายปิศาจจิ้งจอกจำแลงมามากกว่ามนุษย์ เช่นเดียวกับข้าราชบริพารที่ตามหลัง ทุกย่างก้าวแฝงไว้ด้วยพลังล้ำลึกที่หาพบได้ไม่ในเจ็ดแว่นแคว้น

          ชินอ๋องหนุ่มแสดงธาตุแท้ของชาวช่างหยิงออกมาอย่างเต็มที่ แม้มิได้ดูบริสุทธิ์คล้ายเทพเซียนเท่าองครัชทายาทผู้เป็นพระญาติ แต่ก็ดูน่าเกรงขามไม่ต่างกัน

          เหล่าสตรีในห้องหอที่เพิ่งเคยพบบุรุษจากต่างแคว้นครั้งแรก มีสีหน้าทั้งหลงใหลและหวาดกลัว เหล่าขุนนางและบรรดาบุรุษต่างลอบสบตากันอย่างครุ่นคิด แต่ชายหนุ่มกลับมิได้ใส่ใจ ดวงตาคู่นั้นยังจ้องมาที่คนผู้เดียว...

          ....ข้าเอง


          เทียนฟงสะบัดมือเบาๆให้หนึ่งในราชองครักษ์นำหีบของรับขวัญส่งให้กับพ่อบ้านเฉิน ก่อนที่จะก้าวเข้ามาใกล้ เพียงตวัดหางตา รองแม่ทัพที่ยืนขวางอยู่ก็จำต้องถอยห่าง

          ข้าเสตาหลบคนที่หายหน้าไปหลายวัน ยกจอกชาที่รินค้างไว้ขึ้นจิบ

          ยิ่งร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้เท่าไร ท่านพ่อยิ่งมีท่าทีหวาดหวั่น แต่ก็ฝืนใจขยับกายมาใกล้ข้าด้วยใจอยากปกป้อง ตอนนั้นร่างสูงจึงยอมละสายตาจากข้า หันไปประสานมือค่อมหัวน้อยๆให้ 

           พร้อมกับเอ่ยประโยคที่คล้ายแช่เเข็งคนทั้งงาน....

        
  "ยินดีที่ได้พบอย่างเป็นทางการท่านว่าที่พ่อตา หากข้าจะเจรจาขอหมั้นคุณชายหลี่เสวียนในวันนี้ หวังว่าท่านจะไม่คิดว่าฉุกละหุกเกินไปนะ"

           "แค่กๆๆๆๆ"

           แล้วข้าก็สำลักน้ำชา....

        
         

        



         

        
         

       

       
       








       
 ..................50%
มาช้าๆตอนดึกๆหลังจากอ่านหนังสือยาวๆครับ คำผิดจะแก้หลังรีไรท์นะครับ ม.6แล้ววุ่งมากจริงๆ แต่จะรีบมาต่อให้จบนะครับ^^

ปล.วางพล็อตจนจบไว้แล้ว แค่ไม่มีเวลาพิมพ์ ขอบคุณทุกท่านที่อดทนรอครับ


....................100%
จบตอนแล้วววววว ขอโทษที่หายไปครับไรท์ไม่สบายสองอาทิตย์แล้ว แถมลาสุดประสบอุบัติเหตุแขนเจ็บเลยไม่ได้มาพิมพ์ ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วจะรีบมาอัพให้ครบสองตอนภายในเดือนนี้นะครับ TT ขอบคุณที่ทุกท่านยังติดตามนะครับ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 665 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,166 ความคิดเห็น

  1. #2153 tunty0505 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2564 / 15:15
    คุรพี่55555555
    #2,153
    0
  2. #2136 first_m16 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 14:40
    กลับไปวางแผนนี้เอง
    #2,136
    0
  3. #2051 Angzaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 16:56

    wow!!!
    #2,051
    0
  4. #2005 nicharipaen04 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 22:46
    ที่หายไป คือไปเตรียมตัวสินะ

    อลังสุด ปังมากเพคะ555555555
    #2,005
    0
  5. #1977 wiliwrrnnnthkal (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 03:31
    พี่อลังมาก เอาไปเลย
    #1,977
    0
  6. #1975 Earnny69 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 21:34
    55555555 เอาใจพี่ไปเล๊ยยยยย !!!!!!!!!!
    #1,975
    0
  7. #1974 bophobia (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 18:41
    ประโยคเดียวอึ้งกันทั้งงาน55555
    #1,974
    0
  8. #1955 lIXXXBIIBLACKXXXIl (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 11:00
    บ่ได้เลยคนบ่ได้555555555 ตรงชิบ
    #1,955
    0
  9. #1948 jkooktaev (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 23:54
    บอกได้คำเดียวเลยว่า 'คนจริง'
    นี่มันไม่ใช่ขบวนมาแสดงความยินดี มันคือขบวนที่ขนมากดดันเรื่องการหมั้นนน โอ้ยยย จะฟินก็ฟินไม่สุดมันตลกอ่า55555
    #1,948
    0
  10. #1931 tangmo_univers (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 17:35
    บักผีปอบบบบ55555
    #1,931
    0
  11. #1876 Omma1991 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 01:32
    อ้ายยยยยยย หวัง กับ ชิน อ๋อง ผู้ นี้ มา กก กก555. อย่าฮาเรมนะคะ
    #1,876
    0
  12. #1856 นักอ่านผู้ผ่านทางมา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 17:19

    จัดมาเลยท่านอ๋อง อั๊ยยยยยย >w<

    #1,856
    0
  13. #1849 axaum (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 22:21

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด โบกป้ายไปเชียร์เทียนฟง

    #1,849
    0
  14. #1841 realtoey (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 09:43
    คนจริงเว้ยเห้ยยยยยย
    #1,841
    0
  15. #1823 Red_Bunny (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 10:38
    รุกหนักมากค่ะพี่ขา ชอบคนแบบนี้ (ขอญาตแอบขำแรงๆด้วยค่ะ 55555555555)
    #1,823
    0
  16. #1787 Iovely39 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 14:51
    ซิทคอมมากค่ะ
    #1,787
    0
  17. #1768 PaulaPum (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 12:54
    มั่นมาก แต่ชอบเว่ยย55555
    #1,768
    0
  18. #1749 chocolato.p (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 22:00

    น่าตายนัก!!!!!! หลี่เสวียนไม่ได้กล่าวไว้ แต่น่าจะคิดอยู่ในใจ 55555555

    #1,749
    0
  19. #1733 got7bam1a (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 15:51

    กริ้ดดดดเเเเดดดดดี่่นยส่ักกนยสย

    #1,733
    0
  20. #1727 Midories (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 00:16
    คนนี้สิมาแรงงงง โอ้ยพี่จ๋าเรือฉิวติดลมไปแล้ว
    #1,727
    0
  21. #1698 trp1021 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 03:40

    ตรงไปตรงมาจริงๆ 55555555

    #1,698
    0
  22. #1673 dreamtime24647 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 17:46
    ไม่พูดเยอะ

    เจ็บคอ
    #1,673
    0
  23. #1650 _Daonuea_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 12:13
    ให้มันได้อย่างนี้555555
    #1,650
    0
  24. #1640 HANAKO (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 23:59
    โอ้โหวววววววว มาทีเดียวตู้มเดียว ไม่รุกหนักเล้ยยยยย
    #1,640
    0
  25. #1632 dewwiizodiac (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 23:08
    รุกหนักมากกกกก
    #1,632
    0