ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 13 : คุณค่าของนางคณิกากับคุณค่าของวิหค 100% (แก้ชื่อตอน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 640 ครั้ง
    1 พ.ค. 60

        







         สองวันถัดมาท่านแม่ให้จินหรงรีบมาปลุกข้าไปที่เรือนหลักตั้งแต่ยามเฉิน(7.00น.-8.59น.) เนื่องจากท่านแม่อยากให้ข้าเปิดตัวในฐานะคุณชายรองอย่างงดงามที่สุด จึงให้ผู้จัดการและช่างจากร้านขายผ้าที่ดีที่สุดในแคว้นซึ่งเป็นร้านในเครือสกุลหลินมาวัดตัวและตัดชุดให้ข้า

        "วันงานเจ้าจะต้องใส่เสื้อผ้าสีเข้มกว่านี้เพื่อให้เห็นพลังของบุรุษ ตัวเจ้าซีดเซียวนักใส่สีอ่อนจะยิ่งดูบอบบาง" ท่านแม่ขมวดคิ้วมองขึ้นๆลงๆ ขณะที่บรรดาช่างยังคงวุ่นวายรอบๆ คนนึงวัดตัว อีกคนคอยเอาผ้าสีสันต่างๆทาบกับตัวข้าให้ท่านแม่ดู บ่าวไพร่อีกนับสิบกว่าชีวิตวิ่งวุ่นจดรายการและทำงานที่ท่านแม่สั่งเต็มเรือนหลักไปหมด

        "ที่จริงผิวขาวอย่างคุณชายจะสวมสีไหนก็งดงาม แต่ถ้าสีเข้มข้าน้อยขอเเนะนำเป็นสีคราม เพราะสีดำเกรงจะทำให้ดูดุดันเกินไปเจ้าค่ะ" สตรีซึ่งอายุไล่เลี่ยกับท่านแม่ที่เป็นผู้จัดการเอ่ยอย่างนอบน้อมแต่ซื่อตรง สมกับที่ได้รับความไว้วางใจยาวนาน
  
        "เช่นนั้นเอาเป็นสีคราม ส่วนหน้ากาก เจ้าไม่ยอมถอดมันมานานแล้ว แม่อยากให้คนเอาไปขัดทำความสะอาดสักหน่อย" คราวนี้ท่านแม่หันมาทางข้า แต่พอเห็นท่าทางนิ่งเฉยของลูกชายเมื่อนางพูดถึงส่วนประกอบสำคัญบนใบหน้า ก็ได้แต่ถอนหายใจปลดปลง
 
        นางบอกให้บรรดาช่างถอยออกไปแล้ว เดินมาจับแก้มข้าซึ่งปกปิดด้วยหน้ากากโลหะเย็นยะเยือก "หากวันนั้นแม่ดูแลเจ้าให้ดี เจ้าคงไม่เป็นลมตกน้ำจนป่วยเป็นโรคประหลาด ต้องสวมหน้ากากเช่นนี้ "

        วูบหนึ่งข้าเผลอกำหมัดแน่นแล้วคลายออกช้าๆ ข้ายกมือขึ้นทาบบนมือบางของมารดาแล้วบีบเบาๆ  "ท่านแม่อย่าได้กังวล ลูกเล่นซนไปเอง เรื่องหน้ากากไว้ให้ลูกจัดการเถิด"

        ตอนนั้นเองพ่อบ้านเฉินก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับสีหน้าแปลกๆที่ปิดไม่มิด
 
        "คุณชายครับ มีแม่นางน้อยมาขอพบท่าน"

        "เป็นลูกสาวบ้านใดรึ?" ท่านแม่เลิกคิ้ว ดวงตาคู่นั้นฉายแววตื่นเต้นปิดไม่มิด ข้าพอเดาความคิดนางได้ เนื่องจากนางเห็นข้าปฏิเสธทุกคนที่เทียบเชิญ ท่านแม่จึงสงสัยว่าข้ามีคนรักลับๆซ่อนอยู่มาตลอด

        "นางบอกว่านางชื่อเสี่ยวลี่ เอ่อ..." พ่อบ้านเฉินมีสีหน้าอึดอัด แต่เห็นท่านแม่จ้องเขม็งจึงต้องบอกออกมา "นะ นางเป็นผู้ช่วยผู้จัดการหอคณิกาบุปผาสวรรค์ขอรับ!"

        บรรยากาศจอแจเงียบสนิทชนิดที่ว่าเข็มตกยังดังก้อง บรรดาช่างรีบก้มหน้าก้มตาจัดของทำเป็นหูหนวกตาบอด บ่าวไพร่ลอบกลืนน้ำลาย

        "คุณชายรองติดพันนางคณิกาหรือ ข้าไม่เคยทราบมาก่อนเลย" เสียงกระซิบกระซาบจากสาวใช้ลอยเข้าหู พวกนางไม่ได้พูดเบานัก แม้แต่ท่านแม่ก็คงได้ยิน

       "แต่คุณชายยังไม่เข้าพิธีสวมกวานเลยนะ" อีกนางหนึ่งแย้ง

       "หอคณิกาไม่จำกัดอายุลูกค้า บางทีคุณชายอาจจะแอบไปมาก็ได้ ข้าทราบมาจากพี่ชายที่ขายเหล้าอยู่แถวนั่นว่าหอบุปผาสววรค์ขายงานศิลปะ  สตรีที่นั่นงดงามเก่งกาจกว่าใครในแผ่นดิน คุณชายอาจจะชอบพอนางคณิกาก็ได้ ถึงได้ไม่เหลียวแลคุณชายคุณหนูที่มาทีไรก็ทำหน้าหยิ่งยโสพวกนั้น" นางคนที่สามรีบพูดอย่างภูมิใจที่ตนรู้มากกว่า

       "พวกเจ้า! นินทาเจ้านายให้มันเบาๆหน่อย" สาวใช้คนสนิททานแม่หันไปดุ สาวใช้ใหม่ทั้งสามรีบก้มหน้าทันที

       ข้ายิ้มนิดๆที่มุมปาก แสร้งทำน้ำเสียงยินดีผิดปกติ "เสี่ยวเอ๋อร์มาแล้วรึ? พ่อบ้านเฉินตามนางเข้ามา อากาศปลายเหมันต์หนาวนัก ปล่อยรอนานเกรงว่านางจะป่วยได้!"

       "ขอรับๆ" ท่านพ่อบ้านรีบวิ่งตึงตังจากไป ท่านแม่ยังมีสีหน้านิ่งเรียบ นางค่อยๆหันคอแข็งๆมาทางข้า "เจ้าไปรู้จักกับคณิกาได้อย่างไร ยิ่งเป็นคณิกาชั้นสูงของหออันดับหนึ่งที่ต้องจองตัวกันเป็นปีเช่นนั้น"

       สมกับเป็นท่านแม่ที่เชี่ยวชาญเรื่องสถานบันเทิงของบุรุษ (?)

       "ข้าพบนางตอนออกไปทำธุระ เจอนางถูกอันธพาลทำร้ายหมายชิงเงินเลยได้ช่วยไว้ ตอนหลังได้พูดจาแล้วถูกคอจึงตกลงคบหาเป็นมิตรสหาย พอนางทราบว่าข้าจะต้องแสดงความสามารถในพิธี ก็อยากมาช่วยฝึกซ้อมและเตรียมงาน" ข้าเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่มีพิรุธ ที่จริงเรื่องนี้มีความจริงเพียงครึ่ง

       เสี่ยวลี่อยากมาช่วยงานสวมกวานข้าเป็นความจริงที่นางและข้าบริสุทธิ์ใจ แต่ที่ปิดไว้คือนางไม่ใช่แค่สหายแต่ยังเป็นคนสนิทของข้า

       "ฟู่ว..."

       เสียงถอนหายใจจากหลายที่มาทำให้ข้าหัวเราะในลำคอไม่ได้ ตอนนั้นพ่อบ้านเฉินก็นำทางดรุณีน้อยในชุดคณิกาฝึกหัดก้าวเข้ามา แม้จะเป็นผู้ช่วยข้าแต่ตามธรรมเนี่ยม ดรุณีที่ยังไม่ปักปิ่นไม่สามารถเลื่อนเป็นคณิกาจริงๆได้ ท่านแม่พิจารณาครู่นึงแล้วพยักหน้ายิ้มๆอย่างพึงพอใจ ที่จริงสำหรับท่านแม่สตรีหอบุปผาสวรรค์นั้นต่างชั้นกับคณิกาขายเรือนร่างทั่วไป จึงไม่มีอคติกับเสี่ยวลี่

        "เสี่ยวลี่คารวะนายหญิงหลิน คารวะคุณชายรอง" เสียงลี่ย่อกายลงอย่างแช่มช้า แล้วปลดหมวกบังหน้าลง เผยให้เห็น ใบหน้างดงามน่ารัก ริวฝีปากบางและผิวขาวผ่องเจือเลือดฝาด ท่าทางอ่อนหวานคล้ายตุ๊กตากระเยื้องเคลือบทำให้นางดูไร้เดียงสาน่าทะนุถนอม เส้นผมที่ตัดสั้นแค่คางผิดจากสตรีทั่วไปประดับด้วยพู่ห้อยสีชมพูสวย ทำเอาบ่าวชายที่ยืนมองห่างๆบางคนแทบหยุดหายใจ

        นางเดินเข้ามาใกล้ๆ ย่อกายลงนั่งพลางเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดรองเท้าที่ข้าเพิ่งสังเกตุว่ามีรอยเปื้อนเล็กๆให้ข้าเบาๆจนสะอาดแล้วจึงถอยห่างไปยืนที่เดิมอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ท่าทางนั้นแทบจะแช่แข็งคนทั้งเรือน

        "เจ้าไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้..." ข้าเอ่ยนิ่งๆ เสมือนเป็นการเตือนนางกลายๆว่าสถานะของเราตอนนี้ การกระทำของนางไม่ค่อยปกติ ที่จริงข้าฝึกมารยาทนางแบบเดียวกับที่ฝึกนางสนมชั้นสูงเสียด้วยซ้ำ น้อยมากที่นางจะหลุดทำอะไรตามอารมณ์เข่นนี้

        "เสี่ยวลี่เพียงไม่อยากให้รองเท้าผู้มีพระคุณเปื้อนเจ้าค่ะ ขออภัยที่ทำกริยาไม่งาม" เด็กสาววัยสิบสามหรุบตาคู่งามลงต่ำเหมือนจะร้องไห้เมื่อรู้ตัวว่าผิด เป็นท่าประจำที่ข้าต้องตัดใจหายโกรธทุกครา

        ข้ารู้ดีว่าเสี่ยวลี่ยึดติดข้าเป็นทุกอย่างในชีวิต นางจึงเคารพและเกรงใจข้ามากไปด้วย ใช่ นางเป็นเด็กดี น่าเศร้าที่ที่ผ่านมาโชคชะตากลับทำร้ายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งพ่อแม่ถูกโจรปล้นฆ่า บ้านถูกไฟไหม้ ต้องกลายเป็นขอทานเร่ร่อน แล้วยังถูกพ่อค้าทาสจับไปขายในตลาดมืดอีก ที่เลวร้ายที่สุดคือนางเกือบถูกแม่เล้าใจโหดประมูลไปยังหอคณิกาชั้นต่ำ แต่เพราะดวงตาคู่สวยที่ฉายแววอาฆาตไม่จำนนต่อโชคชะตาคู่นั้นกระมัง ข้าที่ปลอมตัวดูงานอยู่จึงตัดสินใจทุ่มเงินหลายร้อยตำลึงทองไถ่ตัวนางมาเลี้ยงดูเอาไว้

        ท่านแม่มองข้าและเสี่ยวลี่กลับไปกลับมา สุดท้ายนางก็หันไปหาเสี่ยวลี่แล้วเอ่ยอย่างอ่อนโยน "เจ้า...เสี่ยวลี่ใช่ไหม เห็นว่าจะมาช่วยงาน"

        เสี่ยวลี่หันไปทางท่านแม้แล้วเอ่ยตอบอย่างรักษากริยา แต่ยังมีสีหน้าหงอยๆ "เจ้าค่ะ...ข้าน้อยทราบว่าคุณชายจะมีงานมงคล จึงอยากเป็นกำลังช่วยเหลือ"

        "แล้วเจ้าทำสิ่งใดได้บ้างล่ะ เอ่อ..." พอเห็นท่าทางซึมหนักของเสี่ยวลี่ ท่านแม่ก็รีบแก้คำ "ข้าไม่ได้จะดูถูกเจ้านะ แต่ข้าไม่ทราบจริงๆว่าเจ้าทำอะไรได้บ้าง นอกจากเรื่องดนตรี"

        พอเห็นท่าทางกังวลจริงๆของท่านแม่ เสี่ยวลี่ก็คลายท่าทางเศร้าลง นางเอ่ยตอบอย่างฉะฉานอย่างที่นางทำเสมอเมื่อต้องจัดการงานที่หอ "ข้าน้อยเชี่ยวชาญดนตรีทุกชนิด  สามารถทำอาหารคาวหวานได้หลายอย่าง งานเขียนอักษรกับจัดดอกไม้ข้าน้อยทำบ่อยเวลามีงานที่หอ อ้อ แล้วข้าน้อยก็รู้จักกันดีกับเจ้าของร้านเครื่องหอมและเครื่องประดับด้วยเจ้าค่ะ"

        ท่านแม่พยักหน้ายิ้มๆ หันไปสั่งคนสนิทให้ไปเอารายการดอกไม้ในงานมาให้เสี่ยวลี่ดู เด็กสาวอ่านแล้วครุ่นคิดครู่เดียวจากนั้นก็นำเสนอตำแหน่งและวิธีการจัดดีๆมามากมายเล่นเอาพวกบ่าวไพร่จดตามแทบไม่ทัน

       "เจ้าดูจะเอ็นดูนางมาก ไม่ดุหรือบ่นว่านางวุ่นวายสักนิด ปกติแม่คงคิดว่าเจ้าชอบนาง แต่สายตาเจ้าเหมือนกำลังมองน้องสาวหรือบุตรสาวเสียมากกว่า" ท่านแม่เอ่ยลอยๆ ข้าเพียงลอบยิ้มนิดๆ อย่างภูมิใจ

       แน่ล่ะนางเป็นเหมือนลูกสาวที่ข้าเลี้ยงดูฝึกสอนมากับมือนี่!

      




       หลังจากช่างตัดเสื้อจากไปพร้อมรายการยาวเหยียด รถม้าจากวังหลวงก็มาจอดที่หน้าจวน เทพรักษาหมิงจื้อก้าวลงมาจากรถแล้วตรงดิ่งมาที่เรือนหลักด้วยสีหน้าไม่ไม่สบอารมณ์ แต่ที่ข้าแปลกใจกว่าคือผู้ที่ตามมาด้านหลัง

        นั่นไม่ใช่องค์รัชทายาทน้อยชิงหยวนต้าหลาง หรอกรึ!?

       "ท่านพี่นกกระเรียน รอข้าด้วย!!" ร่างเล็กของเด็กชายวัยเจ็ดขวบในชุดปักหรูหราพยายามวิ่งไล่ตามชายชุดขาวสุดแรงเท่าที่ขาสั้นๆนั้นจะทำได้ โดยมีขันทีวัยยี่สิบกลางไล่ตามร่างนั้นอีกที เป็นภาพประหลาดของคนทั้งจวน

        สุดท้ายรัชทายาทก็สะดุดแล้วล้มลงหน้าทิ่ม ทำให้คนเป็นหมอชะงักยืนนิ่งแต่ไม่ได้หันกลับไปมอง

        ร่างเล็กสะบัดมือห้ามขันทีประจำตัวไม่ให้เข้ามาพยุง เด็กชายค่อยๆยันตัวขึ้นยืน แล้วตะโกนเรียกคนที่ยืนหันหลังด้วยสีหน้ามุ่งมั่นทั้งที่น้ำตาคลอเพราะแขนถลอก

         "ท่านพี่นกกระเรียน ข้าชอบท่านมาก โตขึ้นข้าจะแต่งกับท่าน!!"
  
         "โธ่ ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ" ขันทีทำท่าจะร้องไห้เมื่อรัชทายาทผู้คลั่งไคล้นกประกาศออกมาเช่นนั้น

          หมิงจื้อที่ตอนแรกเหมือนเริ่มสงสารเด็กกลับมีสีหน้าดำทะมึน ข้าที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบก้าวออกจากเรือน โดยมีท่านแม่ และบ่าวไพร่หญิงบางคนเดินตามหลัง

           "ข้าหลินหลี่เสวียน ขอเป็นตัวแทนครอบครัวสกุลหลินถวายพระพรองค์รัชทายาท" เนื่องจากเป็นการมากระทันหัน ข้าจึงต้องทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านคุกเข่าถวายความเคารพแทนท่านพ่อ

           รัชทายาทน้อยเพียงพยักหน้าให้ลุกขึ้น โดยที่ยังไม่ละสายตาจากคนที่หันหลัง

           ขันทีหนุ่มที่น่าสงสารค่อยๆขยับกายมาทางข้า พลางป้องปากกระซิบเบาๆ "หลังจากได้ท่านเทพรักษาช่วยไม่ให้ตกสระน้ำหลังตำหนัก องค์รัชทายาทก็โปรดท่านเทพรักษามาก พอรู้ว่าท่านเทพรักษาจะมาจวนของคุณชายหลิน ก็ทรงรบเร้าฮ่องเต้อยากจะตามมาด้วยให้ได้"

          ข้าเลิกคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์เล็ก แต่สีหน้ายังเรียบเฉย "ทรงไม่ทราบหรือว่าข้าต้องเก็บตัวเข้าพิธีสวมกวาน เหตุใดจึงทรงอนุญาตให้รัชทายาทมากระทันหันนัก" เนื่องจากก่อนหน้านี้ข้าได้ทูลเกริ่นเรื่องงานนี้ไว้แล้ว และชิงหยวนต้าเทียนก็ดูจะเข้าใจแล้วไม่ได้เร่งรัดให้พระโอรสมาศึกษาอย่างจริงจังมากนัก เพราะจริงๆคนผู้นั้นแค่ต้องการรั้งข้าให้ทำงานให้ราชสำนักมากกว่า

          ขันทีหนุ่มมีสีหน้ากล้ำกลืน "ทีแรกก็ทรงไม่อนุญาต แต่เพราะองค์รัชทายาทกล่าวว่าจะร้องไห้ให้น้ำท่วมตำหนัก ฝ่าบาทเกรงว่าองค์ชายน้อยจะทำจริงจึงทรงอนุญาต แล้วยังฝากกำชับให้คุณชายช่วยดูแลองค์รัชทายาทด้วย"
  
         ข้ากระตุกยิ้มมุมปาก มองอดีตเด็กในการปกครองของตัวเองเมื่อชีวิตที่แล้วอย่างไม่อยากเชื่อ และที่ไม่อยากเชื่อยิ่งกว่าที่ฮ่องเต้นั้นจะหลงตามใจพระโอรสได้ถึงเพียงนี้

         มนุษย์ที่ไหนในโลกสามารถร้องไห้จนน้ำตาท่วมตำหนักได้กันเล่า!

         "กระหม่อมไม่คิดจะอยู่ในวัง ขอให้พระองค์โปรดเข้าใจด้วยพะย่ะค่ะ" แพทย์ล้ำเลิศปรายตามองร่างเล็กๆอย่างดุๆเหมือนเวลาที่มองเด็กเอาแต่ใจ

         "ข้ารู้ แต่ข้ามั่นใจว่าต่อไปท่านต้องชอบข้าได้แน่!" เด็กชายเถียงกลับอย่างเอาเป็นเอาตาย ดวงตามังกรมีเพียงความชื่นชอบอย่างบริสุทธิ์ใจยิ่ง

         ท่านแม่ที่ยืนเยื้องไปด้านหลังข้าแม้ทีแรกจะตกใจ แต่สุดท้ายนางก็คลี่ยิ้มนุ่มนวลแกมเอ็นดู นางก้าวออกมาแล้วเอ่ยกับรัชทายาทอย่างผู้ใหญ่ใจดีผู้หนึ่ง "ฝ่าบาทเพคะ ทำไมพระองค์ไม่ไปทำแผลแล้วค่อยคุยกับท่านหมอหมิงจื้อในเรือนเล่าเพคะ ถ้าแผลของฝ่าบาทเกิดติดเชื้อขึ้นมา ฮ่องเต้อาจจะไม่ให้พระองค์มาเฝ้าท่านหมอก็ได้นะเพคะ"

         ชิงหยวนต้าหลางได้ฟังก็เม้มปากก้มหน้า ดวงตากลมกรอกไปมาอย่างครุ่นคิดแล้วก็ยอมพยักหน้า พอท่านขันทีเห็นดังนั้นก็รีบกระวีกระวาดเข้าไปอุ้มพาเด็กชายตามข้ากับท่านแม่เข้าไปในเรือนรับรอง ส่วนองครักษ์ที่ติดตามมาก็กระจายตัวอยู่รอบนอก

        เสี่ยวลี่ที่ยังวุ่นกับการตรวจสอบเครื่องดนตรีเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่อย่างงุนงง แต่พอเดาได้ว่าเด็กชายเป็นใคร ครู่เดียวนางก็คุกเข่าทำความเคารพได้อย่างเป็นธรรมชาติ

        "หม่อมฉันเสี่ยวลี่ ถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ"

        "เสี่ยวลี่?" หมิงจื้อทวนชื่อที่ไม่คุ้นเคยซ้ำอย่างสงสัย เสี่ยวลี่จึงรีบหันไปแนะนำตนเอง

        "ข้าน้อยชื่อเสี่ยวลี่เป็นผู้ช่วยเจ้าของคณิกาบุปผาสววรค์ ก่อนนี้ได้คุณชายหลินช่วยไว้จึงขออนุญาตนายหญิงออกมาช่วยงานเจ้าค่ะ" นางตอบฉะฉานพร้อมกับคลี่ยิ้มสดใส จนหมิงจื้อคลายความหงุดหงิดปานทะเลเดือดจากเด็กเอาแต่ใจอีกคนลง

         แต่พอข้าเหลือบมองเด็กชายก็พบว่าใบหน้าเล็กๆนั้นเริ่มยับยู่ยี่เตรียมจะเป่าปี่เสียแล้ว

         "เป็นแค่นางคณิกาชั้นต่ำ อย่าบังอาจมายิ้มให้ท่านพี่นกกระเรียนของข้านะ!" 

         เสียงเล็กนั้นแผดขึ้นอย่างเอาแต่ใจ ท่านแม่และท่านขันทีมีสีหน้าตกใจ ข้าขมวดคิ้วก้าวมายืนขวางหน้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

         "หมิงจื้อเจ้าช่วยทำแผลให้ฝ่าบาท แล้วช่วยพาเข้ามาที่ศาลาบัวขาวทีนะ"

         "ได้สิ" หมิงจื้อพยักหน้า ข้าจึงสะบัดชายเสื้อ แล้วเรียกเสี่ยวลี่ให้ตามออกมา

          พวกเราเดินออกมาเงียบๆจนถึงศาลาบัวขาวท้ายจวน ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ รวมถึงวิหคนานาพันธ์
 
         เสี่ยวลี่เอาไม้กวาดมากวาดใบไม้ให้แล้วนั่งลงที่พื้นในตำแหน่งของบ่าว พอทันทีที่ข้าทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ วิหคตัวน้อยก็บนลงเกาะที่มือขวา  เอียงตัวให้ข้าเอาปลายนิ้วซ้ายลูบบนหัวและใต้คางอย่างพอใจ

        "เจ้าเสียใจหรือไม่ที่ต้องมาเป็นคณิกา" ข้าเปรยขึ้นลอยๆ

        เสี่ยวลี่ยิ้มส่ายศรีษะจนกระดิ่งบนพู่ห้อยกระทบกันกรุ้งกริ้ง "ไม่เจ้าค่ะ การที่เสี่ยวลี่ได้พบท่านเป็นวาสนาสูงสุดแล้ว" จู่ๆนางก็มีสีหน้าอึดอัด "นายท่าน เมื่อข้าเห็น...ท่านหมิงจื้อกับฝ่าบาทมีบางอย่างเชื่อมโยงถึงกัน ข้าเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น...."

        ข้าชะงักอึ้ง นึกถึงความเป็นไปได้ขึ้นมาเพียงอย่างเดียว "หรือว่าเจ้าเหมือนเทียนฟง สีตาจริงๆของเจ้าที่ข้าเคยเห็นว่าไม่ใช่สีดำ..."

        นางเม้มปากผงกศรีษะช้าๆ พึมพำเบาๆ "ฝ่าบาทเทียนฟงคงบอกท่านเรื่องความลับนี้แล้ว ที่ผ่านมาท่านอ๋องกำชับให้ข้าปิดเป็นความลับ เพราะความสามารถของข้าอาจนำภัยมาให้ท่าน เสี่ยวลี่อกตัญญูแล้ว"
         
       "เช่นนั้นเอง เจ้าหมาป่าน่าตายนั่น หึ ช่างเถิด...." ข้าไม่ได้กล่าวอะไรต่อเพียงแต่ในหัวยังคงคิดบางอย่างถึงเจ้าของดวงตาสีเทา แม้ในยามที่หมิงจื้อกับท่านขันทีพารัชทายาทมาส่งก็ยังไม่พูดอะไร ข้าปล่อยให้เด็กชายยืนอยู่สักพักจนใบหน้านั้นเริ่มหงิก จึงเปิดปาก

        "วิหคน้อยตัวนี้ ฝ่าบาทคิดว่าเป็นอย่างไร"

        เด็กชายขมวดคิ้ว มองนกสีฟ้าอ่อนตัวน้อยแล้วตอบเสียงขุ่น "แค่นกธรรมดา ในวังข้ามีพญาเหยี่ยวจากต่างแคว้น สง่างามกว่านี้มาก"

        ข้าพยักหน้า แล้วถามต่อ "ข้าได้ยินเรื่องนกทรงเลี้ยงนั้นมาบ้าง จึงใคร่ขอทราบว่าพญาเหยี่ยวของพระองค์ทำอะไรได้บ้าง"

        เด็กชายยิ้มนิดๆ รีบกล่าวอย่างภูมิใจ "พวกมันบินได้นับพันลี้ เสียงร้องดังลั่นทั่วท้องฟ้า พวกข่านจากเผ่าในทุ่งหญ้ามักใช้ส่งสาร นำทาง และล่าสัตว์ ข้าเลี้ยงมันในกรงขนาดใหญ่ตั้งแต่มันยังเป็นลูกนก"

       ได้ยินเช่นนั้น ข้าจึงหันมามอง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

       "นั่นแสดงว่าตั้งแต่มันยังเล็ก มันไม่เคยบินได้พันลี้จริงๆเลยสักครั้ง ไม่เคยร้องเสียงดังเพื่อข่มขวัญใคร... เช่นนั้นมันจะสมเป็นพญาเหยี่ยว ไม่สิ...สมเป็นวิหคได้อย่างไร"

       ชิงหยวนต้าหลางชะงักอึ้ง เหมือนเข้าจะไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลย

       ข้าหัวเราะในลำคอ สะบัดมือเบาๆ วิหคน้อยที่ดูธรรมดาก็โผบินขึ้น เผยให้เห็นเส้นขนสวยงามนับสิบสีที่ซ่อนอยู่ใต้ปีกสีฟ้าจางและปลายหางยาว มันเปิดปากร้องเพลงด้วยเสียงไพเราะจับใจ สะกดทุกคนให้มองตามจนบินลับหายไปในป่า

       "นะ...นั่นมันนกอะไรกัน งดงามมาก ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย" องค์รัชทายาทน้อยมองตามอย่างตกตะลึง

       "เป็นนกป่าพะย่ะค่ะ กระหม่อมก็ไม่ทราบว่ามันชื่ออะไร รู้แต่มันชอบมาบินอยู่ใกล้ๆจวนนี้ตั้งแต่กระหม่อมยังเด็ก" ข้าตอบยิ้มๆ

        "ทำไมนกป่าธรรมดาจึง..." เด็กชายมีสีหน้าจับต้นชนปลายไม่ถูก ข้าจึงเริ่มอธิบาย

       "ฝ่าบาท ในโลกกว้างนี้มีนกมากมายหลายสายพันธุ์ แต่ละพันธุ์ย่อมมีรูปลักษณ์หรือความสามารถที่ต่างกันไป เหยี่ยวทรงเลี้ยงของพระองค์นั้นเป็นสัตว์นักล่า เเข็งแรง มีความสำคัญสูงส่ง ซึ่งนกน้อยของกระหม่อมมิอาจเทียบได้ ทว่านกน้อยของกระหม่อมเป็นนกสวยงาม มีเสียงไพเราะ สามารถโผบินได้อย่างเสรี ช่วยขับกล่อมผู้คนให้สุขใจได้"

         ข้าผายมือไปยังเสี่ยวลี่ที่ตอนนี้นั่งก้มหน้าอยู่กับพื้น "เสี่ยวลี่เป็นนางคณิกาที่เคยเดินทางไปทั่วแคว้นเพื่อขายเสียงเพลง นางก็เหมือนนกน้อยแสนสวยในป่า" ข้าผายมือไปทางเด็กชาย "ฝ่าบาทก็เป็นดั่งพญาอินทรี ทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชา อาศัยในตำหนักใหญ่"

       ข้ามองเด็กชายที่อยู่ในหัวความคิด ไม่เหลือทางเกรี้ยวกราดด้วยรอยยิ้ม "นกก็เหมือนมนุษย์ นอกจากความดีในจิตใจแล้ว ไม่มีสิ่งใดสามารถนำมากดให้ใครต่ำกว่าใครทั้งนั่น เราต่างมีคุณค่าในตัวเอง"

        "ฝ่าบาท หากแคว้นเยว่ไม่มีราษฎร แล้วจะมีกษัตริย์ได้อย่างไร ในฐานะรัชทายาท กระหม่อมหวังว่าต่อไปฝ่าบาทจะเห็นคุณค่าของผู้คนมากกว่านี้นะพะย่ะค่ะ"

        "คุณชายหลิน..." ท่านขันทีครางพลางมองหน้าข้าอย่างไม่อยากเชื่อ ที่ผ่านมาทุกคนเกรงฐานะรัชทายาทที่เกิดแต่ฮองเฮาผู้ล่วงลับ จึงไม่ไม่ใครกล้าดุว่า ราชครูเฟิงก็สอนเพียงวิชาความรู้และมารยาทที่เด็กชายพึงกระทำ รัชทายาทน้อยทำทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบ แต่พอออกนอกห้องเรียนและมิได้อยู่ต่อหน้าเชื้อพระวงษ์หรือขุนนาง ก็กลับเป็นเด็กเอาแต่ใจเช่นเดิม

        ข้ามองใบหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ของรัชทายาทหนึ่งเดียวของแคว้น คำพูดของข้าคงแทงใจร่างเล็กๆนั้นไม่น้อย จากที่ข้าเคยเลี้ยงดูเขามาในชีวิตก่อน ข้าย่อมรู้ว่าแม้องค์ชายน้อยจะเอาแต่พระทัย แต่ก็เป็นเด็กฉลาดและมีเหตุผลพอที่จะเข้าใจในคำสอน 

       ข้ามองไปทางหมิงจื้อ พอวิหคสีรุ้งบินกลับมา ข้าก็คว้าจับมันไว้แน่น

       "เหนืออื่นใด หากฝ่าบาทมีจิตใจที่ชื่นชอบวิหค การกักขังสิ่งที่ท่านชมชอบ คือการแสดงความรักหรือพะย่ะ" ข้าส่ายศีรษะ "ท่านปราถนาให้วิหคตัวนั้นไม่อาจบินได้ต้องติดอยู่ในกรงตลอดไปหรือพะย่ะค่ะ"

       "ไม่...ข้าไม่เอาแล้ว" 

       ร่างเล็กก้มหน้า หลังจากยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ไม่มีใครคิดว่าเด็กชายจะเดินไปหน้าเสี่ยวลี่แล้วเอ่ยวาจาที่เต็มไปด้วยความเสียใจ 

       "...ข้าขอโทษ" น้ำตาสายเล็กๆไหลผ่านซีกแก้มของสายเลือดมังกร เสี่ยวลี่มีสีหน้าตกใจ แต่สุดท้ายนางก็คลี่ยิ้ม แล้วก้มศรีษะ

       "ไม่เป็นไรเพคะ"

       เด็กชายเม้มปากเอ่ยขอบคุณเบาๆ ดวงตาคู่คมที่มองผ่านม่านน้ำตาหันไปทางพี่ชายชุดนกกระเรียนสวยงามที่พระองค์ชื่นชอบตั้งแต่แรกพบ
        
        "ขะ ข้าอยู่ในวังเหงามากๆ สิ่งเดียวที่ทำให้ข้ามีความสุขคือนกที่ท่านแม่เคยชอบ พอท่านพี่นกกระเรียนมาช่วยข้า พูดคุยกับข้า ข้าก็คิดว่าในที่สุดข้าก็ไม่ต้องเหงาจนไม่อยากให้ท่านพี่ไป แต่ถ้าท่านพี่ไม่ชอบข้าตอนนี้ ข้า ขอโทษ...ฮึก จะไม่ทำให้ท่านพี่โกรธแล้ว ฮือ" พูดจบเด็กชายก็ปล่อยโฮ เล่นเอาท่านขันทีรีบปลอบแทบไม่ทัน

       ข้ามองสหายที่ทำตัวไม่ถูกอย่างกดดัน จนหมิงจื้อส่ายศรีษะปลงๆ ยอมย่อตัวลงแล้วเอามือนุ่มที่จับแค่สมุนไพรกับเข็มเช็ดน้ำตาให้เด็กขี้แง

      "หม่อมฉันไม่โกรธแล้วพะย่ะค่ะ"

       ข้ายังคงตีสีหน้าเรียบเฉย นกสีรุ้งที่ข้าสร้างจากพลังยุทธบินร่อนรอบๆศาลาพร้อมส่งเสียงร้องขับกล่อมให้เบิกบาน



       เสี่ยวลี่ลอบมองเสี้ยวหน้าของนายท่านแล้วเผยยิ้มบางๆ นางหันไปทางมือของท่านหมอหมิงจื้อกับรัชทายาท 

       ฉับพลัน ดวงตาคู่สวยที่คนมักเห็นเป็นสีดำแต่ที่แท้เป็นสีม่วงเข้มจัดอย่างมารดาที่มาจากแคว้นช่างหยิงก็เปลี่ยนเป็นประกายระริก ความสามารถพิเศษที่นางเพิ่งใช้เป็นตอนพบกับฝ่าบาทเทียนฟง ผู้ที่เผยตัวกับนางว่าเป็นอ๋องจากแผ่นดินแม่ของนางและเป็นคนสนิทอีกคนของนายท่าน

      ....นางมองเห็นด้ายแดงเชื่อมวาสนาของท่านหมิงจื้อและรัชทายาทที่ผูกโยงกันไว้อย่างแน่นหนา

       
     





      

        

             

......................50%
งานอัพถี่ต้องมา 55555 ช่วงนี้มีเวลาจะพยายามพิมพ์ลงให้มากที่สุดนะครับ เนื่องจากหลังจากนี้น่าจะเริ่มยุ่งก่อนเปิดเทอมแล้ว ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

....................100% 
เป็นพิมพ์ที่ยาวมากกกก เมื่อเสวียนเอ๋อร์สอน(อดีต)ลูกชายบุญธรรม 55555 พ่วงด้วยการแอบจับคู่เล็กๆให้ท่านหมอหมิง #รัชทายาทน้อยกับหมอนก เเถมด้วยการเซอไพรท์เรื่องความสามารถของเสี่ยวลี่ นางมีที่มาไม่ค่อยธรรมดานะ ถ้าตาเป็นสีต่างๆแล้วมีความสามารถพิเศษทุกคนคงพอเดาได้ว่าแม่ของนางที่ตายไปมาจากแคว้นไหนใช่มั้ย? ตอนนี้อาจจะยังไม่มีฉากเสวียนเอ๋อกับเทียนฟงนะครับ ให้ไปรอดูตอนพิธีสวมกวานทีเดียว 555
   

ปล.ตอนนี้อาจจะรู้สึกว่าทำไมถึงเล่าเรื่องเสี่ยวลี่เยอะ เพราะนางจะเป็นตัวแปรสำคัญในอนาคตครับ แต่ในทางไหนต้องรอดูกัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 640 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,163 ความคิดเห็น

  1. #2155 ความกาวในตัวคุณ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 11:08
    กังวลเรื่องอายุมากเลย ยิ่งห่างกันมากยิ่งจากกันง่าย ถ้าคนที่แก่กว่าตายไปแล้ว คนเด็กกว่าก็ต้องเหงาไปอีกหลายปี
    #2,155
    0
  2. #2134 first_m16 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 14:26
    เป็นแม่สื่อหาคู่ได้เลย
    #2,134
    0
  3. #2088 þ姆êl (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:31
    จะกินเด็กหรือโดนเด็กกินกันนะ อุ๊ปส์!!!
    #2,088
    0
  4. #2068 ชิน เรย์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 08:06
    เด็กกินสินะ.....
    #2,068
    0
  5. #2049 Angzaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 15:43
    เยี่ยมไปเลย เห็นด้ายแดงของนายท่านกับใครกันนะ
    #2,049
    0
  6. #2003 nicharipaen04 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 22:32
    กรี๊ดดดดดดด

    กินเด็กหรือโดนเด็กกินกันนะ
    #2,003
    1
    • #2003-1 Night Blue Demon(จากตอนที่ 13)
      1 เมษายน 2563 / 18:43
      น่าจะโดนกิน.....
      แต่ถ้าเป็นฝ่ายกินก็น่าสนุก55555
      #2003-1
  7. #1983 Goukaze (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 22:15

    หมอระวังโดนเด็กกินนะเออ
    #1,983
    0
  8. #1946 jkooktaev (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 23:21
    รัชทายาทน่ารักอ่ะ เวลามีคนสั่งสอนก็รับฟังแถมยังนำมาปฏิบัติด้วย เสี่ยวลี่ตอนนี้เราสงสัย(อยากรู้)เหลือเกินว่าใครกันที่ผูกด้ายแดงกับหลี่เสวียนกันนน~
    #1,946
    0
  9. #1794 ภิมนารา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 03:41
    เสี่ยวลี่ดูด้ายแดงของน้องให้ด้วยสิ อยากรู้ว่าตกลงแล้วน้องคู่กับใคร
    #1,794
    0
  10. #1767 PaulaPum (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 01:01
    เอ็นดูไท่จื่อออ
    #1,767
    0
  11. #1746 chocolato.p (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 21:39

    คุณหมอคือสิ่งที่ดีงามของเรื่องนี้ค่าาา เลิ้บคุณหมอ ทำไมเลือดเนื้อเชื้อไขของคนน่าหมันไส้ถึงได้อขงดีไป //ยกไหน้ำส้มสายชูขึ้นดื่ม คุณหมอเป็นของข้า!!

    #1,746
    0
  12. #1732 got7bam1a (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 15:21

    ขนลุกเลยอะตอนพูดถึงด้ายแดง

    #1,732
    0
  13. #1726 Midories (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 23:50
    อุ้ยตาย มีเรือใหม่ผุด ก็น่าเชียร์อยู่นะคะ
    #1,726
    0
  14. #1695 trp1021 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 03:01

    แล้วแต่กรรมที่ทำร่วมกันแล้วล่ะ ท่านหมอ องค์รัชทายาท

    #1,695
    0
  15. #1642 ZiNE-Nw (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 03:13
    เสี่ยวลี่ช่วยดูให้หลี่เสวียนด้วยสิ เลือกเรือไม่ถูกแล้ว55555
    #1,642
    0
  16. #1599 KmowmaybeCH (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 18:02
    ดื้อนะแต่น่ารักอ่ะเด็กที่สอนแล้วฟังคือเด็กน่ารักต้องโตไปเป็นรัชทายาทที่ดีนะเพคะ ส่วนคำสอนน้องหลินก็ดีงามมาก เข้าใจว่าทำไมเสี่ยวลี่รักแบบถวายหัวเลยอ่ะ
    #1,599
    0
  17. #1568 MIN&FRONG (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 19:46
    กี๊ดดดดดดด แหล่มค่าาาาา
    #1,568
    0
  18. #1531 คิเซริ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 17:44
    เฒ่าจันทราหลี่เสวียนนนนนนนน
    ปล.ขอให้ขุ่นหมอโดนเด็กกินด้วยเถ๊อะ เพี้ยงงงงงง
    #1,531
    0
  19. #1503 √169=? (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 14:34
    แล้วเห็นด้ายแดงจองหลี่เสวียนมั้ยอะ มันผ๔กกับใครหรอ?
    #1,503
    0
  20. #1499 Tangmo KiD4869 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 23:33
    งานเลี้ยงต้อยต้องมาจ้า
    #1,499
    0
  21. #1480 -yumiko- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 16:46
    จะกินเด็กหรือจะโดนเด็กกินกันแน่นะ555
    #1,480
    0
  22. #1478 ศฐาพรonTheWar (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 15:40
    ขึ้นถูกเรือ5555555555555555555555555555555
    #1,478
    0
  23. #1461 fanggg- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 09:11
    หมอนกจะกินเด็กหรือโดนเด็กกินนะ ฮื่อ~
    #1,461
    0
  24. วันที่ 26 เมษายน 2561 / 12:59
    น่ารักกกกก คุกๆ..
    #1,418
    0
  25. #1398 artiannie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 23:25
    น่ารักอัะ
    #1,398
    0