บุปผาซ่อนเล็บ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,845 Views

  • 11 Comments

  • 184 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    927

    Overall
    2,845

ตอนที่ 6 : นึกถึงอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 672
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    22 เม.ย. 62

        การเดินทางของคณะเดินทางมาสู่เมืองหลวงในยามสาย พระอาทิตย์ยังคงจะส่องแสงเจิดจ้า  

       นางที่ได้ยินเสียงโดยรอบพลันนึกย้อนไปถึงอดีต ความรักเปรียบดั่งวาสนาโชคชะตาพาลิขิตให้นางได้พบ บุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง เขามีนามว่า หานจื้อหง ที่ยามนั้นนางเป็นเพียงดุรณีวัยแรกแย้ม และเป็นบุตรสาวของของขุนนางฝ่ายกรมคลังขั้นที่หนึ่ง

          การเจอกันครั้งแรกของเขาและนาง ครั้งนั้นนางได้ทำปิ่นรูปผีเสื้อของขวัญชิ้นสำคัญในวัยปักปิ่นหายไป เขาเป็นคนนำมามอบให้แก่นาง เพียงสบตากันคราแรกเขาหันมายิ้มอย่างเป็นมิตร พลางยื่นปิ่นปักผมแก่นาง ไม่ทันทันที่นางจะขอบคุณสิ่งใด เขาก็เดินหายไปท่ามกลางฝูงชนอย่างไม่รอช้า แต่แล้วโชคชะตาพลันลิขิตราวกับเป็นวาสนา ภายหลังเขาได้เข้ามาเป็นบ่าวชายเลี้ยงม้าที่ท่านพ่อเพียงจ้างมาดูแลม้าเท่านั้น นางกับเขาจึงได้สนทนากันอีกหลายครั้ง ทำให้ความผูกพันระหว่างชายหญิงเกิดขึ้นแก่นาง

        สายลมหอมละมุดพัดผ่าน มวลบุปผาล้วนผลิบานในเดือนสามต้นฤดูใบไม้ผลิ ยามนั้นเขาได้กล่าวประโยคหนึ่งที่เป็นเครื่องหมายสลักสำคัญในใจนางเสมอมา

        “บุปผาล้วนเป็นโลกทั้งใบของตัวข้า”เขากล่าวด้วยเสียงเย็นเรียบนิ่ง สายลมพัดพานให้ผมเขาลอยละลิ่วไปตามลม ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียว

          “ท่านกล่าวอันใด”ในตอนนั้นนางที่มิรู้ความหมายถามเขาอย่างอดสังสัยมิได้

           “สรรพสิ่งล้วนว่างปล่าว แต่ข้าหาได้สนใจไม่ยามมีชีวิตก็เหมือนบุปผาดอกหนึ่ง ที่พื้นดินและแสงแดดต่างมีค่า”เขาส่ายหัวอย่างเชื่องช้าแล้วกล่าวอีกว่า “หากข้ามิมีท่าน มิรู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเดินทางเป็นเช่นไร”

              นางที่ยังเยาว์วัยจดจำคำพูดของบุรุษผู้หนึ่งอย่างโง่งม แต่แล้วกาลเวลาล้วนผันผ่านว่ากันว่าจิตใจบุรุษล้วนแปรผัน เขาได้สอบจอหงวนเข้าเป็นรองแม่ทัพ สตรีที่งดงามล่มเมืองที่อาศัยอยู่ในชนเผ่าได้เข้ามาแทนที่ในใจแทนนาง นางเองก็มิรู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ความสำคัญของนางได้สลายหายไปจากใจเขา

               หากลองย้อนนึกดูให้ดี นางเองที่โง่งมหลงเชื่อคำพูดบุรุษผู้หนึ่ง เขาอาจมิมีใจให้นางแต่แรก หรือไม่เขาอาจคิดกับนางเป็นเพียงสหายนางหนึ่งเท่านั้น

               นางเพียงถอนหายใจออกมาช้าๆ ไม่รู้กาลเวลาล่วงเลยถึงยามไหนก็พบชายฉกรรจ์นำเนื้อมามอบให้แก่นาง   เมื่อเห็นเนื้อความคิดในอดีตพลันหลุดจากหัวนางไปหมดสิ้น ก่อนที่จะลงมือกินมันอย่างไม่รอช้า

            “นี่! เจ้าเข้าไปเปิดผ้าซะสิ”เสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ

           ผ้าสีทึบเนื้อหยาบค่อยๆถูกเปิดออกมาอย่างเชื่องช้า นางที่พบเห็นมือขาวเนียนละเอียด นึกได้ทันที่ว่าเป็นเด็กน้อย จึงใช้หัวสัมผัสไปที่มืออย่างไม่ทันระวัง

         “เจ้าไม่กลัวมันกัดรึ”เด็กหนุ่มเดียวตาเรียวเล็กท่าทางดูเจ้าเล่ห์ชี้มือไปมา

         “มันไม่กัดหรอก”หยี่ซินหันไปยิ้มให้เพื่อนสองคนข้างๆ

          “เจ้ามั่นใจได้เยี่ยงไร”คราวนี้เด็กน้อยแววตากลมโตดูสดใสเอ่ยขึ้นสมทบ

          “เสือตนนี้ช่วยชีวิตข้า”

          “เสือช่วยชีวิตคน!”ทั้งสองคนอุทานกันอย่างมิได้นัดหมาย

          “สติเจ้าฟั่นเฟืองไปแล้ว”เด็กหนุ่มแววตาเรียวเล็กส่ายหัวอย่างไม่เชื่อสายตา

           “เสือตนนี้ พวกเจ้าดูสิมันไม่มีท่าทีดุร้ายใส่ข้า ทั้งยังเอาขนมาคลอเคลีย ข้าว่าท่านพ่อคงชอบมัน”เด็กน้อยยกยิ้มหวานราวกับ พระอาทิตย์รุ่งอรุณทำเอาตานางพล่ามัว

           เหตุใด เด็กคนนี้ถึงมีรอยยิ้มที่มีเสน่ห์เยี่ยงนี้ โตไปคงเป็นบุรุษรูปโฉมงดงามเป็นแน่ นางกล่าวกับตนเองในใจก่อนที่เด็กแสบสองคนจะเอ่ยพร้อมกันอีกครา

              “เจ้าเจอมันที่ใด”

             “ข้าก็เจอมันพร้อมพวกเจ้า”หยี่ซินตอบกลับอย่างง่ายดาย ทำให้เด็กเจ้าของดวงตาเรียวเล็กไม่พอใจ

             “เจอพร้อมกัน ทำไมมันถึงเชื่องเพียงแต่เจ้า”

             “ใจเย็น ก่อนน่า”เจ้าของแววตากลมโตพลางห้ามศึก

             แต่ดูเหมือนเขาจะห้ามเพื่อนตนสายไปเสียแล้ว เด็กหนุ่มแววตาเรียวเล็กใช้มือลูบเข้าไปที่ขนเสือขาว นางที่มิอยากมีเรื่อง จึงนั่งนิ่งให้เด็กหนุ่มผู้นั้นลูบขนนางอย่างใจเย็น

             “เห็นไหมมันไม่เชื่องแค่กับข้า”เด็กน้อยพลันทำหน้าละห้อยส่งมาหานาง

              นี่ ไม่ใช่ความผิดนางนะ ผู้ใดกันจะหาเรื่องอันตรายมาใส่ตน นางกัดมีหวังชีวิตดวงน้อยๆของนางคงอยู่ไม่เป็นสุข

           “ข้าชื่อเฉินเม่า เป็นนายเจ้า”เด็กหนุ่มแววตาเรียวที่ชื่อเฉินเม่ากล่าวอย่างเอาแต่ใจ

           “เรียนคุณชายเราจะออกเดินทางกับเมือง”หย่งคังเมื่อเห็นคุณชายทั้งสามเดินหายไปนานจึงเข้ามาตาม ก่อนที่จะจัดขบวนออกเดินทางกลับอย่างเร่งรีบ

            “ข้าไปก่อนนะ”เด็กน้อยเอ่ยลากับนาง แล้วเดินตามเด็กทั้งสามออกจากห้องไป

              ทิ้งนางให้เหลือตัวคนเดียวในกรงที่ว่างเปล่า ....


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ไรท์พยายามแต่งอาจจะงงๆ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #4 aminidecor (@aminidecor) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 23:49

    น่าติดตามค่าาาา
    #4
    0