บุปผาซ่อนเล็บ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,861 Views

  • 11 Comments

  • 184 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    943

    Overall
    2,861

ตอนที่ 3 : พบพานมนุษย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    14 เม.ย. 62

          ในป่ากว้างใหญ่วังเวงไร้ผู้คน นางมีนามว่าหมิงฮวา กว่าจะรู้ตัวชั่วชีวิตก็ผ่านไปเก้าร้อยกว่าปี นานวันเข้านางก็เริ่มหลงลืมวิธีการใช้ชีวิตแบบมนุษย์ ให้ตายเถอะสวรรค์ นางเป็นเสือถึงเก้าร้อยกว่าปี เป็นมนุษย์แค่เพียงสิบเจ็ดปี สิ่งใดคือวิถีชีวิตหน้าจดจำกว่ากัน

      พระอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้านางบิดตัวอย่างขี้เกียจ หลังจากนั้นก็ย่องเดินไปตรงบริเวณผนังถ่ำ ใช้กงเล็บอันแหลมคมขูดลงเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าวันคืนได้ผันผ่าน ยามเป็นเสือก็มีช่วงเวลาหน้าจดจำไม่ต่างกับการเป็นมนุษย์ เริ่มแรกนางที่มิอยากปรับตัวแต่เพื่อปากท้อง ไฉนเลยจะอยู่ได้ นางเริ่มล่าสัตว์ชนิดเล็กอย่างพวกกระต่ายป่า วันเวลาผ่านไปการออกล่าสัตว์แต่ละครั้งจึงได้เนื้อสัตว์ใหญ่มามากมาย นางจึงอดภูมิใจไม่ได้แม้ช่วงชีวิตการเป็นเสือมิรุ่งโรจน์ แต่ก็สงบร่มเย็น

           นางที่อายุมากขึ้นถึงเก้าร้อยกว่าปียังจดจำอดีตสามีนาง หานจื้อหง ผู้เป็นเอกบุรุษบู๊และบุ๋น อีกทั้งเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรสยบใต้หลา นางรักมั่นเพียงเขาแต่ความรักที่ให้ไปทั้งหมดมันคือเศษธุลีดิน เขาไม่มีเยื่อใยต่อนางเลยสักครั้ง.... หากย้อนเวลากลับไปแล้วนางหาได้เสียใจการกระทำทั้งหมด นางเชื่อมั่นในตนเองว่าที่ผ่านมาคือสิ่งที่ถูกต้อง อย่างไงเสียไม่จากกันสักวันก็ต้องจาก ทั้งมารดาและบิดาเช่นกัน

           “โครม!” นางที่นั่งเหม่อลอยโดยไม่สนสรรพสิ่งรอบตัวพลันได้ยินเสียงราวกับหินถล่ม แม้จะขี้เกียจและเบื่อหน่ายนางก็ควรออกไปดูเสียหน่อย

           ขณะกำลังเดินย่องออกมาจากถ่ำ ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านางชัดเจน ใช่ชัดเจนมาก มนุษย์ เหตุใดมนุษย์ถึงมาอยู่ในป่าที่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้ จากที่คิดจะเดินหนีนางจึงเดินไปใกล้ ภาพที่เห็นชัดเจนขึ้นร่างบอบบางตัวเล็ก แก้มแดงระเรื่อ ใส่ชุดบุรุษดูมีภูมิฐาน แต่ร่างกายดูเล็กนิดเดียว นางจึงลองใช้จมูกสัมผัสร่างกายบุรุษน้อยตรงหน้า กลับได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วบาง จึงพลางโล่งอกหากคนตรงหน้าไม่มีชีวิตแล้วนางเองก็ไม่รู้จะทำเช่นใด

            เมื่อเด็กน้อยตรงหน้ายังมีชีวิตนางก็หาได้สนใจไม่ ในป่านี้ไม่มีสัตว์กินเนื้อนอกจากนาง อยู่อีกวันสองวันก็คงไม่ตาย นางไม่อยากวุ่นวายกับพวกมนุษย์อีกแล้วจริงๆ

            ระหว่างที่นางกำลังเดินจากไป ก็ได้ยินเสียงไอถี่ๆ ของเด็กน้อยจากข้างหลัง นางที่นับพอมีเมตตาอยู่บ้างจึงหันหลังกลับไปมอง แต่ดูเหมือนนางจะลืมตัวไปหน่อยว่าตนเป็นเสือ เด็กน้อยที่เห็นนางตรงหน้าพลันตื่นกลัว ราวกับว่านางจะกินเขาเสียอย่างงั้ง

        เฮ้อ เนื้อมนุษย์มันไม่น่าลองหลอกนะ เพราะนางเองก็เคยเป็นมนุษย์จะกินมนุษย์ไปไย เด็กน้อยที่ตัวสั่นเทาราวกับลูกหมาตกน้ำ นางจึงนึกเวทนา ค่อยๆใช้จมูกสัมผัสที่เด็กคนนั้นอีกครั้งเพื่อเป็นการสร้างความไว้ใจ เด็กคนนั้นเมื่อเห็นนางไม่จ้องจะกิน ก็ลดอาการตื่นกลัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะใช้มือมาสัมผัสตรงคอที่นุ่มนิ่ม จะว่าไปนางไม่เคยให้ผู้ใดสัมผัสตรงคอ พลันรู้สึกเคลิ้มแบบบอกไม่ถูก ในไม่นานเด็กน้อยตรงหน้าจึงเผลอยิ้มออกมา

        รอยยิ้มที่งดงาม สว่างไสวราวกับรุ่งอรุณ ความรู้สึกที่แตกต่างทำให้นาง นึกถึงชิงหนี่ว์สตรีงามล่มเมืองที่นางนึกชิงชังเมื่อครั้งอดีต ถึงจะเกียจมากเพียงใดแต่เด็กน้อยตรงหน้าหาใช่คนเดียวกันไม่ นางจึงไม่สนใจแล้วลงไปคลอเคลียเด็กน้อยหวังให้เขาลูบขนนางอีก

       “ข้าชื่อ หานหยี่ซิน”เด็กน้อยเอ่ยนามตน ทำให้นางที่กำลังคลอเคลียหยุดชะงั้ก แซ่หาน มารดามันเถอะ! เหตุใดคนตระกูลหานถึงโผล่ในชีวิตนางบ่อยนักเล่า

          นางที่รู้ว่าเด็กน้อย คือผู้ใดจึงเดินหันหลังจากไป ในขณะที่นางกำลังเดินออกห่างเด็กน้อยตรงหน้า อยู่ๆเขาก็ลุกขึ้นเดินตามนางอย่างไม่หยุดหย่อน ขาเล็กนั้นก็เต็มไปด้วยรอยบาดแผลถลอกตามร่างกายเพิ่มขึ้นอีกหลายจุด นางที่นึกสังเวรใจจึงหยุดเดินแล้วหันหลังไปหาเด็กน้อย

         “เจ้า จะหนีข้าไปไย”อยู่ๆเด็กน้อยตรงหน้าก็ทำหน้าเศร้าขึ้นมาอีก เพ่ย สวรรค์กลั่นแกล้งข้าในรอบร้อยปีหรือไงกัน

           นางที่ไม่รู้ว่าจะทำสิ่งใด จึงค่อยๆใช้ร่างกายสัมผัสตามตัวเด็กน้อยอีกครั้ง หวังทำให้ใจเย็นลง ได้ผลเด็กน้อยหันมายิ้มอ่อนโยนให้นางอีกครั้ง ก่อนที่นางจะเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า เพื่อรอเด็กน้อยเดินตามมา ระหว่างที่เดินผ่านต้นไม้ไปหลายต้นก็พบถ่ำขนาดใหญ่ ที่เป็นที่อยู่ของนาง แล้วพาเด็กน้อยนั่งลงบนโคกหิน เลียตามร่างกายตามสัญชาตญานของเสือ

        “ข้าหนาว”เสียงแผ่วบางราวกับเบาลม เด็กน้อยที่นั่งใช้มือลูบตามร่างกายตนเอง

          นางที่เห็นเป็นดังนั้นจึงนอนลง และพยักหน้าเป็นเชิงให้เด็กน้อยนอนลงข้างๆ ในเวลาไม่ช้านานเด็กน้อยที่ได้รับไออุ่นจากขนอันนุ่มฟูก็พลอยหลับไป

            เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้าดวงจันทร์เขามาแทนที่ หมู่ดาวยังคงสุกสว่างกระจ่างใส นางไม่รู้จริงๆเหตุใดเด็กตัวเล็กเช่นนี้ถึงหลงทางอยู่กลางป่า ถึงจะเกียจขี้หน้าบรรพบุรุษเด็กน้อยเพียงใดนางก็ไม่อาจทอดทิ้งได้ลงคอเพราะยังไงนางก็ยังถือว่าเด็กคนนี้คือเพื่อนร่วมชะตาอันสั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

0 ความคิดเห็น