ONE PIECE : All Luffy Fiction

ตอนที่ 4 : Doflamingo x Luffy #4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    8 พ.ย. 63

                                                                                                    

                                                                                                                       #4

 

“ว่ายังไงนะ!! ลูฟี่ ที่หายไปทุกวันๆ นี่แกไปอยู่กับเจ้านั่นงั้นเหรอ!!” เสียงเข้มของปู่แสดงความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตากลมที่เคยประกายความสุขครั้งนี้กลับปิดสนิท เนื้อตัวสั่นเทาอย่างหวาดกลัว สองพี่ชายที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่กอดปลอบน้องแต่ไม่สามารถไปแทรกอะไรได้ เพราะ ครั้งนี้เองเขาก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับปู่ คนไม่น่าไว้ใจแบบนั้นไม่ควรที่จะมาอยู่ข้างน้องชายที่เป็นดั่งผ้าขาวเช่นนี้

“เจ้านั่นมันเป็นปีศาจโลกใต้ดิน อย่าไปยุ่งกับมันอีก” สำหรับเด็กน้อยอย่างลูฟี่เขาไม่เข้าใจหรอกว่าสิ่งที่ปู่ตนนั้นพูดหมายความว่าอย่างไร แต่สิ่งที่เขามั่นใจแน่ๆ ก็คืออีกฝ่ายกำลังจะบอกว่า ‘มิงโก้ไม่ใช่คนดี’ แน่นอน

“อย่ามาว่าลุงนกนะ!”

“นี่เจ้ากล้าขึ้นเสียงใส่ปู่ เพื่อปกป้องมันงั้นเหรอ!”

“ก็ปู่พูดไม่ดีนี่น่า! มิงโก้น่ะอย่างน้อยๆ ก็ไม่เคยผิดคำที่พูดไว้กับฉันก็แล้วกัน! ปู่น่ะวันๆ ก็เอาแต่สนใจหน้าที่ ส่วนเอสกับซาโบ้ก็หนีไปอยู่กันสองคน! แล้วฉันล่ะ! ฉันต้องอยู่คนเดียวมาตลอด จะพูดว่าเหงาออกไปก็ไม่ได้! ต้องอดทนเพียงลำพัง… ฮึก! อย่างปู่น่ะ ฉันเกลียดที่สุด!!”

เมื่อสิ่งที่กักเก็บอยู่ในใจได้รับการระบาย กำแพงกั้นก็เริ่มทลายลง ความรู้สึกอัดอั้นของเด็กน้อยถูกระบายออกผ่านหยดน้ำตาที่ไหลมาเป็นสาย ผู้ปกครองทั้งสามชะงักงันน้อยครั้งนักที่เด็กร่าเริงอย่างลูฟี่จะน้ำตานองหน้าได้เช่นนี้ คราวนี้กลับกลายเป็นคนเป็นปู่เองที่ทำตัวไม่ถูก ใจก็อยากปลอบแต่อีกใจก็ยังคุกรุ่นด้วยโทสะ

“ม—ไม่รู้ล่ะ ต่อจากนี้ไปเจ้าถูกกักบริเวณ! ห้ามออกมาจากห้องจนกว่าฉันจะอนุญาต!!”

“ปู่!!” คราวนี้เป็นพี่ชายที่ร้องท้วง พวกเขารู้ดีว่าการขังลูฟี่เอาไว้ไม่ต่างกับการทรมานน้อง เด็กที่ชอบซุกซนอยากรู้อยากเห็นอย่างลูฟี่เกลียดที่สุดคือการถูกจำกัดบริเวณ เสียงร้องงอแงทำพี่ชายแสนปวดใจ ที่เขามาบอกปู่เรื่องนี้ไม่ใช่เพราะอยากจะเห็นน้ำตาของน้องเสียหน่อย!!

“ฉันตัดสินใจแล้ว พวกแกพาลูฟี่เข้าห้องไปซะ แล้วคอยเฝ้าอย่าให้เจ้านั่นหนีออกมาล่ะ”

“ครับ!” ลูกน้องรับคำสั่ง แต่แม้จะอยากพาตัวไปอย่างไรหากแต่ก็ถูกขวางไว้ด้วยฝีมือของพี่ชาย นัยน์ตาของเอสวาวโรจน์คล้ายจะเตือนว่า ‘ห้ามมาแตะต้องน้องชายของตน’

“ฮึก! แงงง!!”

“โอ๋ๆ ลูฟี่ไม่ร้องนะ” ซาโบ้เองก็พยายามปลอบใจ เกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าดวงน้อยที่เคยสดใส

“นี่ปู่พูดอะไรเนี่ย! ลูฟี่ร้องไห้ใหญ่แล้วนะ!”

“นี่ก็เพื่อความปลอดภัยของเจ้าลูฟี่มันนะ! พวกเจ้าเองก็น่าจะรู้สึกไม่ใช่หรือไง”

…ปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะเจอกันสักกี่ครั้งผู้ชายคนนั้นก็เหมือนจะปล่อยจิตสังหารออกมาตลอดเวลา แม้ใบหน้ามันจะยิ้มแต่ก็เป็นยิ้มเหยียดที่มองทุกคนต่ำเสียยิ่งกว่าแมลง ดังนั้นแล้วถ้าทำได้พวกเขาก็ไม่ได้อยากให้มันมาเข้าใกล้ลูฟี่เช่นกัน …หากแต่เพื่อการนั้นเขาถึงกับต้องทำให้น้องชายที่เปรียบดั่งแก้วตาดวงใจคนนี้ร่ำไห้เชียวหรือ?

“…ลูฟี่ ขอโทษนะ”

“ช่วยอดทนหน่อยนะ ลูฟี่ แล้วพี่ชายจะรีบคุยกับปู่เอง”

เสียงร้องยังไม่สงบลง หลังจากที่น้องชายคนเล็กถูกพาตัวไปเสียงทอดถอนใจของปู่ก็แทรกขึ้น ความจริงเขาเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้ แต่จะให้เขาทำเช่นไรได้หากไม่เด็ดขาดเจ้าหลานดื้อก็คงจะพยายามที่ไปหาตัวปัญหาระดับบิ๊กบอสนั่นแน่ เผลอๆ ไม่แน่มันอาจจะทำให้หลานเขามีอันตรายไปด้วยก็ได้…

เห้อ… ทำไมการเป็นปู่มันถึงยากขนาดนี้กันนะ?

“นี่ ถึงฉันจะเห็นด้วยกับปู่แต่ฉันไม่โอเคกับวิธีนี้เลยนะ ทำให้ลูฟี่ร้องไห้แบบนี้ฉันไม่ชอบ!”

“ใจเย็นน่าเอส ปู่คงไม่มีทางเลือกอื่นใช่ไหมล่ะ?”

อืมหือ… พูดเหมือนจะเข้าข้างแต่สายตากลับดุดัน ถ้าจะทำตาขวางใส่ขนาดนี้บอกมาตรงๆ เหมือนเอสเลยก็ได้นะซาโบ้… เจ้าพวกสปอยน้องเอ๊ย!

 

 

 

บ่ายวันต่อมา… เจ้าของร่างสูงใหญ่ก็ยังคงมาในจุดนัดพบเดิมดั่งเช่นทุกวัน หากจะมีเรื่องที่แปลกไปก็คือวันนี้เขาไม่ได้พบกับเด็กชายตัวน้อยที่มักจะชอบวิ่งแจ้นมาหาเสมอ ถึงกระนั้นโดฟลามิงโก้ก็ยังเลือกที่จะนั่งลงบนพื้นหญ้าขจี

ทุกอย่างช่างเงียบสงัดมีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านผิวกายไป ปกติแล้วเวลาที่อยู่ที่นี่มักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอแต่ครั้งนี้กลับรู้สึกว่ามันเชื่องช้าเหลือเกิน เวลาเพียง 1 นาทีเขากลับรู้สึกเหมือนเวลามันผ่านไปมากกว่านั้น

ที่ทุกวันผ่านไปได้อย่างรวดเร็วคงเพราะเขามีมันอยู่ข้างๆ เวลามีเจ้าเด็กนั่นอยู่ข้างกายเวลาก็จะผ่านไปรวดเร็วเสมอจนเขาใจหาย

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เขาเริ่มคุ้นชินกับการมีเสียงหัวเราะกับหน้าโง่ๆ ของมันกลายเป็นสิ่งที่เมื่อขาดไปก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรสักอย่างไปเช่นนี้ …ไม่ชินเลย การที่ไม่มีมันข้างๆ มันเงียบจนน่ากลัวขนาดนี้เชียว?

“…ลูฟี่ แกผิดคำสัญญากับฉันแล้วนะ”

“มาที่นี่จริงๆ ด้วย” เสียงเด็กดังขึ้นคล้ายหาเรื่อง แต่นัยน์ตาใต้กรอบแว่นทรงประหลาดก็ได้หันไปมองตามแต่อย่างใด เขารู้อยู่แล้วถึงการมีตัวตนของเจ้าเด็กนั่นบริเวณรอบๆ นี้ ไม่เว้นแต่เด็กอีกคนที่เขาจำได้ว่าเป็นพี่ชายของหนูนั่นที่แอบซุ่มอยู่ด้วย หึ แต่ก็ต้องยอมรับล่ะนะว่ามีความสามารถจนถึงขั้นอยากจะเอามาเป็นคนในแฟมิลี่เชียวล่ะ

“ก็ฉันสัญญากับน้องแกไปแล้ว”

“คนอย่างแกเนี่ยนะ จะรักษาสัญญาปากเปล่าด้วย?”

ไอ้เด็กเวร… ปากดีสมเป็นหลานไอ้แก่นั่นจริงๆ มันคงรู้ประวัติเบื้องลึกเบื้องหลังเขามามากพอสมควรเลยสินะ

“แน่นอน แต่คนที่เป็นฝ่ายผิดคำพูดคือเจ้าหนูนั่น น้องชายแกต่างหาก”

“หมอนั่นจะไม่มาที่นี่อีก”

“ว่าไงนะ...” รอยยิ้มอย่างผู้อยู่เหนือคลายลง ใบหน้าที่แสดงถึงโทสะที่เริ่มคุกรุ่นสร้างความกดดันไม่น้อยให้กับเด็กๆ เอสสามารถพูดได้เลยว่าเจ้านี่แหละที่เป็นปีศาจอย่างแท้จริง..!

“หมอนั่นจะไม่มาเจอแกอีก ดังนั้นหยุดมาที่นี่ซะ! อย่าทำอะไรที่มันไม่มีประโยชน์กับตัวแก สำหรับแกลูฟี่ไม่ได้มีค่ามากถึงขนาดนั้นหรอก” ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาคงจะเห็นด้วยกับที่เจ้านี่มันพูดไปแล้วและคงจะยินดีมากๆ ที่ไอ้เด็กหมวกฟางนั่นมันหายไปจากชีวิตเขา แต่ตอนนี้มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น สำหรับโดฟลางมิโก้ในตอนนี้ลูฟี่มีค่าราวกับเป็นแฟมิลี่คนสำคัญ

“แกรู้ได้ยังไงว่าสำหรับฉันมันไม่มีค่า? มันอยู่ที่ไหน?” โดฟลามิงโก้ถามเสียงต่ำ

“ถ้าคิดจะบุกเข้าไปเพื่อเจอลูฟี่ รับประกันได้เลยว่าตลอดชั่วชีวิตนี้แกจะไม่ได้เจอเด็กนั่นอีก” นับว่าเป็นเด็กที่ฉลาด…

โดฟลามิงโก้หัวเราะเสียงต่ำ เป็นความฉลาดที่น่าโมโหเหลือเกิน ฉลาดเกินไปจนรกหูรกตา

“…ก็ได้ แต่ฉันจะรอเขาที่นี่ทุกวันจนกว่าเด็กคนนั้นจะมา” แผ่นหลังพิงกับต้นไม้ใหญ่เพื่อผ่อนคลาย พร้อมกับใช้เงาไม้หลบแสงแดดจ้าที่พาลให้เกิดความหงุดหงิด เขาเริ่มเกิดความสงสัยว่าทุกๆ วันตนเองนั้นทนกับความร้อนจากดวงอาทิตย์นี้ได้อย่างไร

 “ลูฟี่ไม่มาหรอก เสียเวลาเปล่า”

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่แกจะมาตัดสิน”

 

 

จากเช้ากลายเป็นพลบค่ำและกลับคืนสู่เช้าวันใหม่ วันเวลาผ่านไปเช่นนี้เรื่อยๆ จนเข้าสู่อาทิตย์ที่สองตั้งแต่เขาได้ไปกลับที่นี่เพื่อเจรจา เจ้าเด็กโง่นั่นไม่มาตามสัญญาจริงอย่างที่พี่มันว่า แต่เขาเองก็ไม่ใช่คนโง่ถึงกับจะไม่รู้ถึงสาเหตุ คงเป็นเพราะปู่กับพี่ชายของมันล่ะมั้ง อย่างเด็กนั่นเพียงแค่เห็นเงาก็รีบวิ่งแจ้นมาหามีหรือจะผิดสัญญาที่ให้ไว้กับเขา

“หึ วันนี้แกก็ยังมาสินะ”

“แน่นอน ก็แกยังไม่คืนตัวลูกน้องฉันมานี่น่า” แล้วก็ยังไม่ได้เจอหน้าหลานแกด้วย…

“วันนี้ฉันจะคืนให้ แล้วแกอย่ามาเหยียบที่นี่อีก” การ์ปเอ่ยเสียงต่ำ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลาไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามลดลงสักเพียงนิด มุมปากที่เคยยกยิ้มเหยียดกดลงต่ำไม่พอใจ บรรยากาศยะเยือกชวนให้ขนลุกเป็นที่สุด การ์ปมองนิ่งเขาไม่คิดว่าเวลาเพียงแค่ 1-2 อาทิตย์จะทำให้ผู้กุมอำนาจใต้ดินอย่างโดฟลามิงโก้ยึดติดกับหลานชายตัวน้อยของเขาขนาดนี้…

“ไปพาตัวลูกน้องเจ้านี่มา”

“ครับ!”

“ส่วนแกก็รออยู่ที่นี่มันมาเมื่อไหร่ก็ไสหัวไปได้เลย” สิ้นคำการ์ปก็เดินหายไป ปล่อยให้แขกยืนกัดฟันกรอดพยายามควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ให้ไปเผลอหักคอมันเสียก่อน สำหรับโดฟลามิงโก้ตอนนี้แล้วเขาเริ่มไม่มั่นใจในจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ที่นี่เสียแล้ว…

 

 

 

 

“ลูฟี่… นี่ผ่านมาอาทิตย์หนึ่งแล้วนะ ให้พวกพี่ชายเข้าไปหน่อยได้ไหม?”

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ! ฉันก็อยู่แค่ในห้องตามที่พวกนายต้องการแล้วไง!”

“ลูฟี่พวกเราเป็นห่วงนายนะ อาหารนายก็กินน้อยลงแบบนี้จะไม่ให้ยุ่งได้ยังไง? ปู่เองก็ทุกข์ใจเหมือนกัน ตาแก่ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะลูฟี่ แต่หมอนั่นมันเป็นคนไม่ดีจริงๆ นะ---”

“เอส!!”

“อะ.. โทษที”

เอสและซาโบ้สมองตื้อไปหมดราวกับว่าเจอกับกำแพงที่ชื่อว่าน้องชายตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าและไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถจะปีนข้ามมันได้อีก หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาลูฟี่ไม่แม้แต่จะออกมาให้พวกเขาเห็นหน้า นึกแค้นใจเจ้าคนน่าสงสัยนั่นที่ทำให้ลูฟี่ที่คอยเดินตามหลังพวกเขาต้อยๆ กล้าแสดงกิริยาเช่นนี้

“นี่ลูฟี่ถ้าพี่พาออกไปนายจะหายโกรธพวกเราหรือเปล่า?”

 

-------60%------

 

“ค—คุณหนูซาโบ้!” เมื่อได้ยินเช่นนั้นขายสองคนที่มีหน้าที่เฝ้าประตูถึงกับชะงักไป

“เงียบซะ” ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรชายทั้งสองก็ถูกเอสโจมตีจนสลบไป เอาจริงเขาก็หวั่นๆกับความคิดบ้าระห่ำนั้นอยู่พอควร ถ้าปู่รู้เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ลูฟี่แต่พวกเขาคงมีโดนหางเลขไปด้วยแน่นอน

…แต่เรื่องพวกนั้นจะไปสำคัญเท่าน้องชายเขาได้ยังไง?

“พวกพี่จัดการทุกอย่างให้แล้ว… ยกโทษให้พี่นะลูฟี่” ทุกอย่างเงียบลง ไม่มีวี่แววการตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้มีความกังวลเลยสักนิด เพราะเขารู้นิสัยของน้องชายดีไงล่ะ…

ประตูบานใหญ่ค่อยๆ แง้มออกเผยร่างเด็กชายตัวเล็กที่น้ำตาไหลพราก ใบหน้ายับเยินจากความตื้นตัน

“…เอส ซาโบ้ แงงงง!!” ลูฟี่วิ่งเข้าไปสวมกอดพี่ชายทั้งสองเต็มรัก ความโกรธเคืองหายไปจนหมดสิ้นเมื่อได้เห็นสิ่งที่พี่ชายยอมทำเพื่อตนเอง มือของพี่ชายคอยกอดปลอบพลางใช้มืออีกข้างปาดเกลี่ยน้ำตาให้ออกไปจากใบหน้าซื่อ

“เอาล่ะเลิกร้องได้แล้ว ป่านนี้คุณลุงนกคงจะบินกลับไม่รอแล้วล่ะมั้ง”

“อื้ม! ขอบคุณนะ! ฉันรักเอสกับซาโบ้ที่สุดเลย” ในที่สุดรอยยิ้มสดใสก็กลับคืนมา สองเท้าเล็กวิ่งเตาะแตะออกไปจนลับตา เอสที่ยืนยิ้มโบกมือส่งน้องชายหันมองตัวต้นคิดอย่างไม่เข้าใจ ไอ้ที่มันทำให้รอยยิ้มของน้องรักกลับมาได้นั่นเขาก็ดีใจอยู่แต่ลึกๆ ก็ไม่ชอบใจอยู่ดี

“หมายความว่าไงน่ะ”

“เปล่านิ แค่ได้ยินมาว่าวันนี้เจ้านกนั่นจะมาเป็นวันสุดท้ายแล้ว ก็เลยจะให้น้องอำลามันหน่อย ลูฟี่จะได้หายโกรธเราด้วย”

โอเค... ตอนแรกไอ้เขาล่ะคิดว่าห่วงน้อง ที่ไหนได้ในความห่วงของมันดันคิดเอาผลประโยชน์ด้วย ไอ้หมอนี่มันร้ายไม่เหมือนหน้ามันเลย

“ลูฟี่ชักจะน่าห่วงแล้วแฮะ…”

“นั่นสินะ ตามไปดูน้องหน่อยดีกว่า”

ไม่ใช่แค่มัน แกด้วยนั่นแหละ! …เอสแต่เก็บงำสิ่งที่คิดนั้นไว้ในใจ

 

 

 

“แฮก ๆๆ คุณลุง?” สองขาเล็กรีบวิ่งมายังสถานที่นัดพบ ถึงกระนั้นเบื้องหน้ากลับว่างเปล่าไร้ร่างของคุณลุงที่ตัวเองตามหา ลูฟี่หันซ้ายแลขวาแต่สิ่งที่พบเห็นก็มีแค่สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นเช่นนั้นน้ำตาใสก็คล้ายจะคลออีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่

“นี่แกร้องไห้อีกแล้วงั้นเหรอ?”

“---คุณลุง!”

“แกให้ฉันรอนานมาก ปกติฉันไม่มีทางมานั่งรอใครแบบนี้หรอกนะดีใจซะด้วย”

“อื้ม!”

“แล้วแกก็ต้องกลืนเข็มพันเล่มด้วยนะ”

“พ— พันเล่ม”

“หึ ฉันล้อเล่น” รอยยิ้มถูกประดับขึ้น หากแต่ลูฟี่กลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่มันต่างจากเดิม ปกติรอยยิ้มที่ชายคนนี้ชอบส่งมาให้เขาคือรอยยิ้มแห่งความเย้ยหยันและหยอกล้อ แต่รอยยิ้มครั้งนี้มันกลับดูเศร้าและเหงาจนเด็กอย่างเขายังพลอยหดหู่ไปด้วย

“…เหงาหรอ? ผมขอโทษนะ” เด็กน้อยหน้าเศร้า มือเล็กเอื้อมไปเกลี่ยใบหน้าร่างสูงอย่างที่พี่ชายชอบทำกับตน แม้ใบหน้านั้นจะไม่มีน้ำตาแต่เด็กน้อยก็หวังว่ามันจะพอเยียวยาความเศร้าได้บ้าง

“…คงงั้น แต่มันไม่ใช่ความผิดของแก"

“งั้นทำไมต้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อย่างนั้นล่ะ?”

…เขาน่ะเหรอจะร้องไห้…?

ไอ้เด็กนี่ตามันคงบอดไปแล้ว…

ทั้งที่ควรเป็นแบบนั้น แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกโหวงในใจแปลกๆ อย่างนี้นะ

“นี่คงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ฉันจะมาหาแก เพราะฉันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาที่นี่อีก”

“เอ๊ะ!?”

“ลูฟี่”

“หืม?”

“แกน่ะ.. อยากไปอยู่กับฉันหรือเปล่า”

“หมายถึงแต่งงานน่ะเหรอ?” มันฟังยังไงถึงกลายเป็นคำขอแต่งงานไปได้ฟ่ะ? แล้วปกติเด็กตัวแค่นี้มันรู้จักคำพวกนี้แล้วงั้นเหรอ?

“เอสกับซาโบ้บอกมาว่าการที่จะไปใช้ชีวิตอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัวได้จะต้องแต่งงานกันก่อน” พวกแกเองหรอกเหรอ!? “…แล้วผมก็ยังไม่อยากแต่งงานด้วย”

“นี่คือคำตอบของแกสินะ”

เด็กน้อยนิ่งไป ก่อนที่รอยยิ้มบางจะประดับบนใบหน้าอีกครั้ง “แต่ผมต้องเหงาแน่ๆเลยล่ะ ถึงอย่างนั้นผมก็ไปกับคุณไม่ได้หรอก แล้วผมก็ไม่อยากแต่งงานกับนกด้วย แต่ว่านะ ถ้าเกิดอีกสัก10ปี ยังไม่มีใครอยุ่กับคุณ ไว้ถึงตอนนั้นผมจะอยู่ข้างๆคุณเองนะ เหมือนกับที่คุณอยู่กับผมไงล่ะ ชิชิชิ”

“แกพูดแล้วนะ ลูฟี่”

“อื้ม!!”

“งั้นไว้ถึงตอนนั้นฉันจะมารับแกอีกครั้ง …แน่นอน

 

------100%------

 

ครบแล้วจ้า ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ><

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #10 Pattysm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 11:44

    รออ่านอยู่นะคะ
    #10
    0
  2. #8 MitsukiCarto (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 11:17
    ป๋าเป็นโชตะค่อนสินะ~
    #8
    0
  3. #3 Portgas D Ace ^_^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 22:20

    รออ่านนะคับสนุกมาก
    #3
    1