ONE PIECE : All Luffy Fiction

ตอนที่ 2 : Doflamingo x Luffy #2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    3 พ.ย. 63

#2

           

              ในวันเดียวกัน​ เวลาได้ผ่านพ้นล่วงเลยไปนานเกือบครึ่งวันตั้งแต่ลูฟี่ตื่นขึ้นมา​ เจ้าตัวไม่ได้เอ่ยถามถึงสาเหตุเลยว่าทำไมตนถึงได้มาอยู่ที่นี่​จนใครๆต่างก็แปลกใจเพราะมันดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก​ เมื่อเบบี้5เอ่ยถามเขาก็ทำเพียงหัวเราะและยิ้มอยู่ตลอดเวลา​ ดูราวกับว่าไม่ได้กังวลเลยสักนิดว่าตนนั้นจะเป็นเช่นไรต่อไป

              “ค่ำแล้ว​ ลูฟี่ไปนอนเถอะ”

              “นอนหรอ? แต่ฉันยังไม่ง่วงเลยนะ​ ปกติเวลานี้ฉันยังเล่นกับเอสแล้วก็ซาโบ้อยู่เลย”

              “งั้นเธอจะทำอะไรล่ะ? ฉันอยู่เป็นเพื่อนก่อนได้นะ”

              “ไม่เป็นไร​ ฉันไม่หนีไปไหนหรอกน่า​ ชิชิชิ” ลูฟี่หัวเราะจนตาหยี​ เพราะเขาคิดว่าการที่เมดสาวคนนี้ตามติดเธอมาตลอดทั้งวันก็เพื่อจับตาดูไม่ให้เขาหนีกลับไป  แต่อย่าว่าแต่จะให้หนีกลับไปเลยที่นี่คือที่ไหนเขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ

              “ไม่ใช่นะลูฟี่!”

              “ชิชิชิ​ งั้นหรอ​ ถึงงั้นก็ไม่เป็นไรหรอก​ ฉันว่าจะอยู่รอเจอดอฟฟี่ของพวกเธอสักหน่อย​ เธอบอกว่าหมอนั่นพาฉันมาแต่ตั้งแต่ฉันตื่นมายังไม่เจอหมอนั่นเลยนี่น่า” เบบี้5แสดงสีหน้าเป็นกังวล​ เธอไม่รู้ว่านายน้อยของตัวเองนั้นคิดอะไรหรือจะทำสิ่งใด​ โดยเฉพาะเรื่องในครั้งนี้​เพราะเหตุใดอีกฝ่ายถึงกล้าที่จะกระตุกเสือด้วยการลักพาตัวเด็กหนุ่มคนนี้มาเช่นนี้​ และก็ไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกดีกับลูฟี่เหมือนอย่างที่พวกเธอรู้สึกหรือเปล่า…

              “ฉันไม่ค่อยแนะนำหรอกนะ…”

              “ทำไมอะ?”

              “เรื่องนั้น…”

              “เอาเถอะ! ถ้าเธอยังไม่อยากให้เจอวันนี้งั้นฉันก็จะไม่เจอ​ ยังไงถึงไม่เจอวันนี้วันอื่นก็ต้องได้เจออยู๋ดี​” เบบี้5ยิ้มรับ เวลาที่ลูฟี่ไม่ดื้อรั้นก็เป็นเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง​

              “ขอบใจ”

              “ชิชิชิ​ ก็เราเป็นเพื่อนกันนิ!! เพื่อเธอฉันทำได้อยู่แล้ว” รอยยิ้มจริงใจที่ส่งมาพลันให้ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงฝาด​ เนื้อตัวบิดไปมาอย่างเขินอาย

              “ท—ทำเพื่อเรา​ ลูฟี่ชอบเราสินะ​ อ๊ายยย!! /////”

              “หือ? ต้องชอบสิ​” คราวนี้เบบี้5ยิ่งใจเต้นรัวเข้าไปใหญ่​ รอยยิ้มสวยแย้มบานไม่ยอมหุบ​ นานเกือบ​ 2​ เดือนแล้วที่ไม่มีคนบอกรักเธอเช่นนี้​ เพราะ​ ว่าที่สามีคนที่หกของเธอพึ่งจะโดนนายน้อยประจำตระกูลที่เธอรับใช้สังหารไป​ แต่ก็มั่นใจได้ว่าคำว่าชอบของลูฟี่เป็นคนละความหมายกับเมดสาวแน่นอน..

              “งั้นฉันไปนอนแล้วนะ​ ฝันดีนะเบบี้”

              “…ค่ะ อ๊ายยย!! /////” จากนั้นเธอก็รีบวิ่งหนีไปพร้อมกับความเขินอาย​

 

 

 

              “อะไรของยัยนั่นนะ​ ถึงจะตลกดีก็เถอะ” ลูฟี่ฉีกยิ้มหัวเราะ​ แต่เมื่อครั้งที่ต้องอยู่คนเดียวรอยยิ้มสดใสกลับค่อยๆจางลง​ ความเงียบที่เข้าปกคลุมเริ่มทำให้เด็กหนุ่มเริ่มจะไม่สบายใจ​ จริงๆที่เขาพยายามยิ้มและหัวเราะมาตลอดทั้งวันก็เป็นเพียงการกลบเกลื่อน​ความไม่สบายใจของตนเท่านั้น​ ดังนั้นเขาไม่ใช่คนที่เข้มแข็งขนาดที่มาอยู่ในที่ๆไม่รู้จักกับคนที่ไม่แม้แต่จะคุ้นหน้าแล้วจะไม่กังวล

              “เอส.. ซาโบ้​ ปู่”

              “…ร้องไห้อยู่หรือไงเจ้าหนู” เสียงอันไม่คุ้นเคยดังขึ้น​ ลูฟี่จึงรีบหันมองทันทีอย่างนึกหวั่นเขาคิดว่าตนเองนั้นค่อนข้างมั่นใจว่าเขาเดินมาถูกห้องตามที่เมดสาวนำทางมาแน่นอน​ คนเบื้องหน้านั้นเป็นบุรุษตัวสูงใหญ่​ที่มาพร้อมกับเสื้อประหลาดและขนเฟอร์​สีชมพูน่ารักซึ่งดูจะไม่เข้ากับผู้สวมใส่เอาเสียเลย​ อาจจะเพราะความไม่แมชกันอย่างแรงนี้ทำให้ลูฟี่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

              “ฮ่าๆๆ​ นกยักษ์​ล่ะ!!”

              “ไอ้เด็กบ้า” ร่างสูงเอ่ยเสียงเรียบแต่ไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองหรือใส่อารมณ์​ใดๆออกไป​ เห็นดังนั้นลูฟี่จึงค่อยสบายใจเพราะอีกฝ่ายดูทรงแล้วน่าจะเป็นพวกอารมณ์​ร้าย​และน่ากลัว

              “นายเป็นนกงั้นหรอ”

              “นกบ้านแกมันพูดได้หรือไง?”

              “ชิชิชิ​ จริงด้วยเนอะ​ งั้นลุงเป็นใครอะ?” เป็นคำถามที่ทำให้คนฟังนิ่งไป​ ลูฟี่ที่รอคำตอบอยู่นั้นได้แต่สงสัยว่าตนนั้นได้พูดอะไรที่ผิดหูอีกฝ่ายไปหรือเปล่าแต่แค่ถามว่าเป็นใครเนี่ยมันต้องทำหน้าน่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือเนี่ย?

              “แก.. ไอ้เจ้าเด็กสมองกลวง” เขาไม่ตอบ​ กลับกันยังต่อว่าเด็กหนุ่มซ้ำ​ ลูฟี่ได้แต่เอียงคอนึกสงสัยสาเหตุ​ที่ทำให้เขาต้องโดนคนตรงหน้าว่าว่าเป็นพวกเด็กสมองกลวง​ ก็ยอมรับแหละนะว่าเวลาเรียนเขาก็เฉียดตกตลอดแต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้เรื่องนี้ด้วย

              “ลุงรู้ได้ไงอะว่าฉันเรียนไม่เก่ง​ โห! สุดยอดเลย!​ เป็นพลังหยั่งรู้ของนกงั้นห​รอ!” มันพูดอะไรของมัน? พลังหยั่งรู้เนี่ยนะ? นี่สรุปเขาพาเด็กสมองแค่สิบขวบมาหรือไง?

              “แกคิดว่าไงล่ะ?”

              “เอ.. ไม่รู้สิ เพราะไม่รู้ฉันถึงถามลุงไม่ใช่หรือไง?” ช่างเก่งนักเรื่องยอกย้อน

              “ขืนแกเรียกฉันว่าลุงอีกครั้งแกตาย​ เรียกว่าคุณโดฟลามิงโก้ซะ”

              “แหยะ​ คุณหรอไม่เอาอะ​ แล้วชื่ออะไรนะ​ โด—โด โอ้ย! เรียกยาก​งั้นเอาเป็นมิงโก้ไปก็แล้วกันนะ​ ฉันไม่เก่งเรื่องยากๆอะ​ แล้วชื่อนายมันก็ยากไปด้วย​ โอเคนะ! มิงโก้! ชิชิชิ” ลูฟี่รวบรัดไม่ฟังคำโต้แย้งใดๆ​ และร่างสูงเองก็คิดแล้วว่าถึงเขาจะแย้งสิ่งใดไปก็คงไม่ช่วยให้อะไรมันดีขึ้นแน่​

              “แล้วแต่แกแล้วกัน” 

              “ชิชิชิ​ แล้วทำไมนานมาอยู่ห้องนี้ล่ะ​ เบบี้บอกว่าระหว่างนี้จะให้ฉันอยู่ที่นี่ไปก่อน​รอให้ดอฟฟี่อะไรนี่แหละมาตัดสินใจเอา” ลูฟี่อธิบายยาว​ โดยไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าดอฟฟี่ที่เขาพูดถึงก็คือคนที่อยู่ตรงหน้าตนในตอนนี้​ คนถูกพาดพิงก็เพียงแค่นั่งฟังสิ่งที่ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากเล็กนั่นเท่านั้น​ นานเข้าเรื่องที่คุยกันก็เปลี่ยนไป​เป็นเรื่องสัพเพเหระต่างๆไป​

              เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเห็นพระจันทร์เต็มดวง​ผ่านหน้าต่างบานใหญ่เป็นตัวบอกเวลา​ แม้จะรู้ว่ามันดึกมากแช้วแต่ก็ไม่อยากให้เวลาที่ผ่อนคลายขนาดนี้ต้องจบไป​ ลูฟี่รู้สึกสบายใจมากที่ได้พูดคุยเรื่องต่างๆแม้ฝ่ายผู้รับสารจะเพียงแค่นั่งฟังอยู่เงียบ​ๆ บ้างก็มีการย้อนถาม​หรือแซวให้นึกโมโหเป็นบางครั้ง

              “ดึกขนาดนี้แกควรจะนอนได้แล้ว”

              “ฉันไม่ง่วงสักหน่อย” โดฟลามิงโก้นึกตลกกับคำพูดนั้น​ แม้ปากจะบอกว่าไม่ง่วงแต่ตามันสิจะปิดแหล่มิปิดแหล่อยู่แล้ว

              “แต่ตาแกจะปิดแล้ว” ร่างสูงแย้มยิ้มอ่อนโยนกับท่าทางที่แสนขัดแย้ง​ นิ้วเรียวยกเกลี่ยใต้ตาของคนตัวเล็กเบาๆ​ และเพราะความเย็นที่ฝ่ามือก็ยิ่งกระตุ้นให้ความง่วงทวีมากขึ้นไปอีก

              “ฉันไม่ง่วง.. ซะหน่อย​ ฟี้~”

              “ดื้อไม่เข้าเรื่องจริงๆ”

              โดฟลามิงโก้จัดท่าให้ลูฟี่นอนสบายที่สุด​ ร่างสูงเมียงมองคนที่นอนหลับอย่างสบายใจข้างๆเตียงใหญ่​ นัยน์ตาที่แสนอ่อนโยนใต้กรอบแว่นทรงประหลาดนี้ต่อให้โลกใบนี้ต้องแตกสลายก็คงไม่มีผู้ใดที่จะรับมันอีกนอกจากเด็กคนนี้เป็นแน่​ เขาเป็นชายที่สามารถฆ่าได้แม้แต่คนสนิทข้างกายถ้ามันทรยศ​ เป็นผู้ถือครองแอำนาจในโลกมืดทั้งหมด​ เพียงแค่ได้ยินชื่อก็ราวกับเป็นมัจจุราช​ให้ผู้คนหวาดกลัว​ แต่กลับจมปลักกับความรู้สึกในครั้งอดีต​จนแทบจะทานทนไม่ได้

              “ไม่ว่าจะทำอะไรฉันไม่เคยที่จะไม่วางแผนก่อนลงมือ​ หากมันไม่มีประโยชน์​ฉันก็จะไม่ไขว่คว้า​ แต่กับแกฉันถึงกับลงทุนเอาหัวไปวางบนเขียงของไอ้แก่ปู่แกเชียวนะ…” 

              “แต่แกกล้ามากนะที่มาลืมฉันแบบนี้​ ลูฟี่…” ถึงจะไม่ชอบใจอยู่บ้าง​ ก็คงจะไปใส่อารมณ์​หรือโกรธเด็กนี่ไม่ได้​ เพราะมันดันเป็นเรื่องเมื่อ​ 13​ ปีก่อน​ เจ้าเด็กนี่ยังเป็นแค่เด็กตัวกระเปี๊ยก​ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่เลย… แต่คำสัญญาที่มันเคยพูดออกมาแล้วถึงมันจะจำไม่ได้แต่มันก็ต้องรับผิดชอบที่ทำให้เขารอมันมาถึงตอนนี้อยู่ดี

              “คนที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนมันเป็นแกเองนะ… เตรียมใจรับผิดชอบกับสิ่งที่แกพูดด้วยล่ะ”

 

 

----- 100% -----

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #6 MitsukiCarto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 10:48
    งุ้ย~ จะให้เด็กรับผิดชอบล่ะ~
    #6
    0