Identity v l [ The Ripper & Mercenary ] Don't Toy With Me.

ตอนที่ 16 : รักนิรันดร์ <ไม่เกี่ยวเนื้อหาหลัก>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    10 เม.ย. 63

นานมาแล้วมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาถึงคู่รักคู่หนึ่ง​ พวกเขาถูกเล่าขานถึงความรักของทั้งสองมาอย่างยาวนาน​ นับจนถึงปัจจุบัน​นี้

 

ฉันจะเล่าถึงเรื่องเล่านั้นให้เธอฟัง​ เรื่องมีอยู่ว่า


 

               กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.. ผู้คนต้องอาศัยอยู่กับเหล่าปีศาจต่างเผ่าพันธุ์​อยู่นานนับร้อยปี หมู่บ้านแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเหล่าป​ที่กระหายโลหิตของมนุษย์เป็นที่สุด​ ผู้คนต่างหวาดกลัวและได้แต่หลบอยู่ในที่พักอาศัยเพื่อหลบเงาของปีศาจเหล่านั้น

 

               วันวานได้ผ่านพ้นไปภายใต้ความหวาดระแวง​ จิตใจของผู้คนเริ่มดำดิ่งสู่ความมืดมิด​ ไร้ที่พึ่งพิง​ ไม่มีใครที่จะสามารถแก้ไขในเรื่องนี้ได้​ นับวันคนของหมู่บ้านนี้ก็เริ่มจางหายไปทีละคน​ ทีละคน..

 

               แต่แล้วคืนหนึ่ง​ ในขณะที่เหล่าผู้กระหายโลหิตกำลังออกล่าเหยื่อ​ พวกเขาก็ได้พบเจอกับกลุ่มบุคคลที่ถูกเล่าขานกันว่าเป็นผู้กล้าบ้างล่ะ​ นักบุญบ้างล่ะ​ นักกำจัดปีศาจบ้างล่ะ.. ในคืนนั้นเหล่าปีศาจได้ถูกกำจัดเป็นจำนวนมาก​ ผู้คนในหมู่บ้านต่างหลั่งน้ำตาแห่งความปิติยินดี​กันไม่ขาด พวกเขาดื่มฉลองกันราวกับได้รับการปลดปล่อยจากฝันร้าย

 

 

 

 

               “เหล่าพี่น้องของข้าเหตุใดพวกเจ้าจึงสลายกลายเป็นเถ้าเป็นฝุ่นเช่นนี้” ภายในป่าใหญ่ชายหนุ่มร่างสูงนั่งกอบโกยเศษขี้เถ้าของพรรคพวกพร้อมหลั่งน้ำตาแห่งความเครียดแค้น​ ไม่กี่คืนต่อมาหลังจากการจากไปของเหล่าผู้กล้า​ ปีศาจตนหนึ่งได้ออกอาละวาด​อย่างบ้าคลั่ง​ แต่ถึงกระนั้นครั้งนี้กลับไม่ได้ง่ายดายเหมือนครั้งก่อนๆ​ ก่อนที่เหล่าผู้กล้าเหล่านั้นได้จากไป​ พวกเขาต่างทิ้งสิ่งและวิธีที่จะต่อกรกับเหล่าปีศาจนั้นไว้

 

               ผลลัพธ์​ในครั้งนี้แม้หมู่บ้านจะเสียหายอย่างหนัก​ แต่ก็ใช่ว่าจะเสียอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป​ ครั้งนี้ชายหนุ่มในร่างปีศาจต้องกุมบาดแผลฉกรรจ์​ของตนมาพักพิงอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ในป่าลึก​ สภาพเช่นนี้จะให้เขากลับไปเองก็คงจะทนพิษของบาดแผลได้ไม่ไหว

 

               “เจ็บใจนัก.. เจ้าพวกมนุษย์​น่ารังเกียจ​ ข้าจะกำจัดพวกเจ้าในเร็ววัน

 

 

 

 

               “พี่ชาย.. พี่ชาย​ ตื่นเถอะ” เสียงเรียกของเด็กน้อยพร้อมแรงที่กำลังเขย่าตัวของชายหนุ่ม​ ปลุกให้เขาตื่นขึ้นจากนิทรา​ ชายหนุ่มปัดร่างของเด็กน้อยทิ้งจนร่างไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่อีกฝั่ง​ ร่างน้อยๆนั้นกุมร่างกายท่าทางดูเจ็บปวด​ ชายหนุ่มยันตัวขึ้นพลางมองเด็กน้อยด้วยความชิงชัง​ ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์​ จะหน้าไหนๆก็คงไม่ต่าง​ เขาคิดเช่นนั้น

 

               “พี่ชาย​ บาดแผลเต็มตัว— เจ็บหรือเปล่า” เด็กหนุ่มยังคงถามไถ่​ แม้ว่าตัวเขาเองก็จะมีบาดแผลทั่วร่างกายไม่แพ้กัน​ ชายหนุ่มที่ยืนมองบาดแผลเหล่านั้น​เขามั่นใจว่าไม่ใช่จากฝีมือเขาเมื่อครู่แน่

 

               “ถ้าไม่อยากตาย​ ก็รีบไสหัวไปซะ

 

               “ผมเข้าใจแล้ว​ นี่คือแอปเปิ้ลที่ผมเก็บมาจากในป่า​ ผมให้พี่ชายไว้นะ” เด็กน้อยเอ่ยเช่นนั้นก่อนจะเดินจากไป​ ชายหนุ่มล้มตัวลงนั่งอีกครั้งด้วยท่าทางเหนื่อยล้า​ บาดแผลที่ควรสมานกันแล้วในตอนนี้กลับหายช้าเหลือเกิน​ ร่างกายเขาขาดเลือดมากเกินไป​ เขาต้องการเลือดเพื่อจะรักษาบาดแผลในตอนนี้​ หากถามว่าทำไมเขาถึงไม่กินเด็กคนนั้นเข้าไปซะ​ เขาก็คงจะตอบไปแบบง่ายๆว่าอีกฝ่ายนั้นยังเด็กเกินไป​

 

               “แต่รู้อย่างนี้น่าจะกินๆไปซะ

 

 

 

               ในเช้าวันต่อมา​ ท่ามกลางป่าใหญ่​ ณ​ สถานที่เดิมก็ยังคงมีชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหน พร้อมกับเด็กน้อยคนเดียวกันยืนฉีกยิ้ม​ ยื่นแอปเปิ้ลลูกใหญ่มาให้เขา​ เนื้อตัวของเด็กน้อยมีบาดแผลมากกว่าเมื่อวานจนเขาสังเกตได้​ แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็มิได้เอ่ยถามอะไรออกไป​ เขาเมินเด็กน้อยที่ทำหน้าสงสัยเต็มที่​เด็กน้อยคนนี้ท่าทางฉลาดดนัก​ เขาวางแอปเปิ้นในมือลงใกล้ชายหนุ่มก่อนจะเดินออกไปทางเดียวกับเมื่อวาน​ แน่นอนว่าเขาไม่คิดแตะต้องมันรวมถึงแอปเปิ้ลที่รับมาเมื่อวานนี้ด้วย

 

               ในวันต่อๆมาเหตุการณ์​นี้ก็ยังคงดำเนินไปเหมือนเดิม​ แอปเปิ้ลลูกใหญ่เพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกๆวันจากหนึ่งกลายเป็นสอง​ จากสองกลายเป็นสามจนตอนนี้มันมีมากมายกองเป็นภูเขา​ นานนับอาทิตย์​ที่เด็กหนุ่มมาที่นี่พร้อมกับแอปเปิ้ลและบาดแผลตามร่างกาย​

 

               ตอนนี้บาดแผลของชายหนุ่มได้หายสนิท​ แต่เขาก็ยังอดที่จะสงสัยตัวเองไม่ได้ว่าเหตุใดทำไมเขาถึงยังคงนั่งอยู่ที่นี่​

 

               “เจ้าน่ะ ทำไมถึงมาที่นี่ได้ทุกวันนะ” นับเป็นครั้งที่สองที่พวกเขาเอ่ยสนทนา​กัน​ เด็กหนุ่มที่กำลังจะเดินจากไปอย่างปกติหันกลับมาพร้อมตอบคำถาม

 

               ”ก็พี่ชายยังอยู่ที่นี่นี่ครับ

 

               “แล้วข้าไปเกี่ยวอะไรกับเจ้า​ เด็กน่ารำคาญอย่างเจ้าข้าเห็นแล้วอยากกำจัดทิ้งไปให้พ้นๆลูกตา

 

               “ถ้านั่นเป็นความต้องการของคุณ​” เด็กน้อยคลียิ้ม​ ก่อนจะหยิบมีดที่ตนพกติดตัวมาจ่อที่ลำคอเล็กพร้อมที่จะกดคมมีดลงไปตลอดเวลา​ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็อดที่จะตกใจไม่ได้​ เขารีบเข้าไปปัดมีดในมือเด็กน้อยทิ้งทันที​ หัวใจเต้นระรัวจนคนเป็นเจ้าของยังแปลกใจ

 

               “เจ้าทำบ้าอะไร!”

 

               “ก็คุณบอกว่าอยากกำจัดผม​ ผมก็กำลังจะกำจัดตัวเองทิ้งไปยังไงล่ะครับ?” เด็กน้อยเอียงคอตอบ​ นัยน์ตา​ใสซื่อ​เป็นหลักประกันว่าเด็กน้อยตรงหน้านี้เอาจริง​ เขาตั้งใจที่จะตายจริงๆ

 

               “เจ้ามันบ้าไปแล้ว​ ไม่เสียดายชีวิตหรือไง​ ใครบอกให้ทำอะไรก็ทำงั้นสิ

 

               “มันแปลกหรอครับครอบครัวของผมยังชอบให้ผมไปกระโดดลงมาจากที่สูงๆ​ หรือไม่ก็ทิ้งผมไว้ในป่า​ แล้วก็จะชอบทุบตี​”

 

               “แบบนั้นมันไม่เรียกว่าครอบครัวหรอก

 

               “เพราะผมทำให้น้องสาวตาย​ ผมเป็นเด็กที่เขาเก็บมาเลี้ยง​แต่ดันไปทำลูกเขาตาย​ เพราะงั้นไม่เป็นไรหรอก” เด็กหนุ่มเล่าด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเศร้าสร้อย​ ตอนนี้ชายหนุ่มเข้าใจแล้วถึงสาเหตุของบาดแผลเหล่านั้น

 

               “เจ้าชื่ออะไร

 

               “ผมชื่อ​ ไนบ์’ พี่ชายล่ะ” เด็กน้อยยิ้มแย้ม​ นานนับอาทิตย์​ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายสนใจที่จะสนทนากับเขา


               “ ‘แจ็ค’ เธอเรียกแบบนั้นก็ได้...”

 

               “อื้ม!​ ยินดีที่ได้รู้จักนะแจ็ค!!” ท่าทางร่าเริงของไนบ์​ ทำให้แจ็คหลุดรอยยิ้มบางๆออกมา​ ก่อนที่เขาจะรีบหันหลังให้เพื่อปกปิดมันจากสายตาเด็กข้างหลัง

 

               “น่ารำคาญจริงๆ​ รีบๆไปได้แล้วไป” เด็กน้อยขานรับก่อนจะวิ่งเต้นอย่างเริงร่า​ แต่เพียงแค่เด็กน้อยก้าวห่างออกไปได้ไม่นานเสียงเรียกจากด้านหลังก็หยุดฝีเท้าของเด็กหนุ่มไว้

 

               “พรุ่งนี้จะมาหรือเปล่า

 

               “อื้มมาสิ!​ แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะแจ็ค!” ไนบ์วิ่งหายไปจนลับตา​ วันนี้อีกฝ่ายร่าเริงเสียจนคนอย่างเขายังอดยิ้มตามไม่ได้​ แจ็คมองกองแอปเปิ้ลกองใหญ่พลางนึกไปถึงใบหน้าของคนที่เอามันมา​ แจ็คตัดลินใจหยิบมันขึ้นมาหนึ่งลูก​พลางเพ่งมองมันอย่างพิจารณา​ก่อนจะกัดมันเข้าปากไปคำเล็กๆ

 

               “…หวาน

 

               ในวันต่อมาแจ็ครอแล้วรอเล่า​ ตั้งแต่พลบค่ำของวันหนึ่งจนถึงอีกวัน​ ไนบ์ก็ยังไม่มา​ แจ็คยังคงรออีกฝ่ายจนตะวันชี้กลางหัว​ด้วยความร้อนใจอันไม่รู้สาเหตุทำให้แจ็คตัดสินใจเดินไปในทางที่ไนบ์มักจะเดินออกไปเป็นประจำ​ แต่ยังไปได้ไม่ถึงไหนเสียงเรียกที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาเสียก่อน​ ชายหนุ่มตั้งใจที่จะหันไปเพื่อต่อว่าที่อีกฝ่ายผิดสัญญาแต่กลับต้องชะงักไป​ เขารู้สึกได้ว่าหัวใจเขาถูกสุมด้วยไฟแค้นอีกครั้งเมื่อได้เห็นร่างกายเล็กที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล

 

               “มันเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า..”

 

               “ไม่มีอะไรหรอกครับ แผลพวกนี้ผมซุ่มซ่าม​เอง​ ฮ่าๆ” เด็กน้อยยังคงทำท่าทางปกติ​ ท่าทางที่เหมือนยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นง่ายๆสร้างความไม่ชอบใจให้ชายหนุ่มเป็นอย่างมาก​ และเพราะความโกรธในครั้งนี้บรรยากาศรอบๆป่าเริ่มหนักอึ้ง​ ลมหายใจเริ่มติดขัดเป็นผลให้เด็กหนุ่มต้องทรุดลงไปกุมอก​

 

               “ไนบ์!” เมื่อได้เห็นสภาพดังนั้น​ ก็ราวกับชายหนุ่มได้ตัวตนของตนคืนมา​ ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง​ แจ็คก้มลงคว้าตัวไนบ์ให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขน​ ท่าทางทรมาน​เมื่อครู่สงบลง​เขาจึงค่อยโล่งใจ

 

               “แค่กๆ​ เป็นอะไรไปครับ?” เด็กน้อยย้อนถาม​ แม้สภาพตนจะย่ำแย่กว่าเขาก็อดที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้​ รอยยิ้มจางๆของเด็กตรงหน้าค่อยๆปัดเป่าความขุ่นมัวในใจออกไป​ ชายหนุ่มกอดเด็กน้อยแน่น เขาได้ตัดสินใจแล้ว​ ไม่ว่าจะยังไงเขาจะไม่มีทางปล่อยเด็กน้อยคนนี้ให้ห่างกายไปอีกเป็นอันขาด

 

               แม้ความรู้สึกของชายหนุ่มจะยังไม่แสดงถึงความมั่นคง​ แต่เขามั่นใจว่าเขาคงทนเห็นสภาพที่กายเต็มไปด้วยบาดแผลแบบนี้อีกไม่ไหว​ แม้วันหนึ่งเขาอาจจะหันมาทำร้ายเด็กน้อยคนนี้เองก็เป็นได้

 

               “ไนบ์​ ไปกับข้าเถอะ​ อยู่ด้วยกันกับข้า

 

               “แต่ว่า—”

 

               “เจ้ารังเกียจข้าหรือ

 

               “ไม่ใช่นะครับ!​ ถ้าผมรังเกียจคุณผมจะมาที่นี่ทำไม!”

 

               “ถ้าเช่นนั้น​ ก็อย่าปฏิเสธข้า

 

               “อยากให้ผมอยู่ด้วจริงๆหรอ..”

 

               “ใช่

 

               “จะไม่ไล่ผมออกไปใช่ไหม

 

               “ใช่

 

               “ฮึกครั้งแรกเลย​ ที่มีคนบอกว่าต้องการผม” เด็กน้อยเอื้อมกอดอีกฝ่ายแน่น​ หยาดน้ำตาใสรินไหลอาบใบหน้าหวาน​ นี่เป็นครั้งแรกที่แจ็คได้เห็นไนบ์ร้องไห้ออกมา​ ปกติแล้วอีกฝ่ายมักจะคงไว้ท่าทางยิ้มแย้มตลอดเวลา​ ไนบ์ร้องไห้ออกมาไม่หยุดราวกับเป็นการปลดปล่อยความรู้สึกที่เก็บมาทั้งหมดอย่างยาวนาน

 

               “ร้องออกมา​เด็กดีๆ​ เรากลับบ้านของเรากันเถอะ

 

               ‘บ้าน.. ครั้งแรกเลยที่ได้สัมผัสกับคำๆนี้เหมือนคนอื่นๆ

 

               “ครับ!”

 


 

 

 

               “แจ็ค​ กลับมาแล้วนะ!” หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านล่วงเลยมาถึง​ 12​ ปี​ ในขณะนี้เด็กน้อยได้เติบใหญ่จนอายุ​ 19​ แล้ว​ ทุกวันที่ได้ล่วงเลยไปล้วนมีแต่ความสุข​ แม้บาดแผลในสมัยเด็กจะทิ้งร่องรอยของอดีตไว้แต่ส่วนที่ได้ถูกเติมเต็มจนถึงปัจจุบัน​ก็ทำให้เขาก้าวข้ามมันมาได้

 

               “เงียบจังนะ​ แจ็คอยู่ไหนน่ะ​ นอนอยู่หรอ?” ไนบ์ไปเปิดไปยังห้องต่างๆที่คาดว่าอีกฝ่ายจะอยู่จนไปถึงห้องสุดทางเดินซึ่งก็คือห้องนอน​ที่พวกเขานอนด้วยกัน​ ใช่.. เธอฟังไม่ผิด​ กาลเวลาผ่านไปความรู้สึกคนเราก็เปลี่ยนตาม​ มันก็ไม่แปลกไม่ใช่หรือไง?

 

               “อยู่นี่จริงๆด้วย​ ทำไมได้นั่งหลบมุมอีกแล้วล่ะ?”

 

               “อย่ามาใกล้นะ” แจ็คนั่งกอดตัวเองอยู่กับพื้นพร้อมเอ่ยเสียงสั่น​ เนื้อตัวสั่นเทา​ นัยน์ตา​เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มน่าพิศวง​ แต่ไนบ์ก็ยังหัวเราะพลางเดินเข้าไปใกล้อย่างไม่หวั่นเกรง

 

               “ผมรู้น่า​ วันนี้น่ะฟ้าโปร่งดีนะ​ ดูพระจันทร์​นั่นสิส่องแสงสีแดง​ …เหมือนนัยน์ตา​ของคุณเลย” ไนบ์กอดแจ็คแน่นพลางจูบลงที่เปลือกตาของเขา​ แจ็คลืมตาขึ้นมามองไนบ์นิ่ง​ เหงื่อเม็ดเล็กจากการอดกลั้นอาบใบหน้าคม

 

               “หิวใช่ไหมผมอยู่ตรงหน้าคุณนะ​ กินผมสิ

 

               “อย่ามาพูดบ้าๆนะ” เขาอุตส่าอดทนได้มาตลอด​ 12​ ปี​ รักษาและถนุถนอมอย่างดี​ จะมาให้เขาทำลายลงเองได้ยังไง

 

               “แจ็ค​ ผมรักคุณ” ไนบ์ก้มลงจูบอีกฝ่าย​ ลิ้นเล็กตวัดไปมาในโพรงปากจนไปเกี่ยวกวัดเข้ากับเขี้ยวคมกริบ​ เลือดรสหวานกระจายเต็มโพร่งปาก​ สติที่คงไว้จนถึงเมื่อครู่ใกล้สะบั้นลง​เต็มที​ แจ็คกดไนบ์ลงกับพื้นห้องขึ้นคร่อมไว้และลิ้มรสเลือดแสนหวาน​ ไนบ์คลียิ้มเล็ก​ เขาใช้รอบแขนคล้องคออีกฝ่ายไว้ไม่ให้ถอนรสจูบออก

 

               “อื้มจุ๊บ​

 

               “หยุดนะ​ ฉันกำลัง-- จะทำร้ายเธอแล้ว​

 

               “ไม่เป็นไร​ เร็วสิ​ ผมต้องการคุณนะ” ไนบ์ดึงปกเสื้อลงโชว์ให้เห็นถึงลำคอระหง​ กลิ่นหวานกระทบเข้าโสทประสาท​ ตัดสามัญ​สำนึกทุกอย่างจนสิ้น​ คมเขี้ยวกดลงเข้าที่ลำคอ​แต่ก่อนที่เลือดจะกระจายออกมา​แจ็คก็ดูดดื่มมันเข้าไปเสียก่อน​ เขาดื่มมันราวกับคนเสียสติ​ ไนบ์รู้สึกได้เลยว่าเลือดในกายเขากำลังหายไปเรื่อยๆในตอนนี้​ มันทั้งเจ็บและทรมาน​ ร่างกายรู้สึกหนักอึ้ง​ นัยน์ตา​พล่ามัว​ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังกอดคนรักไม่ห่าง​

 

               “รักนะครับ

 

               “!!!!”

 

               “อึก!” เสียงเรียกนั้นช่วยดึงสติเขาให้กลับมา​ แจ็ครีบถอนคมเขี้ยวออก​ แรงกระชากทำให้ไนบ์เจ็บมากขึ้น​ แจ็คนิ่งไปดูช็อก​กับภาพตรงหน้า​ ภาพของคนรักไปอาบไปด้วยเลือด​ ปลายลิ้นยังคงจดจำรสชาติหวานละมุนนั้นได้ดี​ สมองเองก็ยังคงจำเหตุการ​ณ์ที่เกิดขึ้นได้

 

               “ไนบ์..”

 

               “ครับ?”


               “ขอโทษ​ ข้าขอโทษ​ ข้าไม่ได้ตั้งใจ

 

               “อย่าพูดแบบนั้นสิครับ​ ผมบอกแล้วว่าผมต้องการคุณ​ ถ้าคุณหลบหน้าผมแบบนี้​ผมก็แย่สิ” ไนบ์เอื้อมสัมผัสใบหน้าใบหน้าหล่อเหลาเบาๆพร้อมรอยยิ้ม

 

               “แต่ข้าอาจจะฆ่าเจ้า

 

               “อย่างน้อยตอนนี้ผมก็ยังไม่ตาย​ เห็นไหม​

 

               “อืม.. ข้าขอโทษ

 

               “แจ็ค​ ผมรักคุณ​ ถ้าเพื่อคุณชีวิตนี้ผมก็ยกให้ได้

 

               “ข้าก็รักเจ้า​ ถ้าเจ้าตาย​ ข้าก็จะตายไปพร้อมกับเจ้า​ ห้าร้อยปีที่ผ่านมาของข้ามันไร้ค่าไปหมดเมื่อพบเจ้า

 

               “แต่สำหรับชีวิตเพียง​ 19​ ปีของผมตอนนี้​ มันมีความหมายมากๆ​ เพราะผมได้อยู่กับคุณ​

 

               “ข้าจะไม่ยกเจ้าให้ใคร

 

               “ฮึฮึ​ ผมรู้ (^^)​”

 

 

 

 


               แต่ในทุกๆเรื่อง… มีจุดเริ่มต้นก็ต้องมีจุดจบ​ ในตอนที่ฉันได้ยินเขาเล่าต่อกันมาฉันยังติดว่ามันเพ้อเจ้อเลย​​ แต่ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพอได้ยินเรื่องนี้แล้ว​ ฉันถึงคิดว่าดีจริงๆนะที่ฉันได้ฟังเรื่องของพวกเขา… อ่ะขอโทษนะ​ ฉันยังเล่าไม่จบเลยนี่น่า​ เธออยากฟังต่อหรือเปล่า?  แต่เอาเถอะ​ถึงไม่อยากฟังฉันก็จะเล่า​ งั้นเล่าต่อล่ะนะ

 

 

               และแล้ววันหนึ่งในขณะที่ไนบ์เดินเข้าไปในป่า​เพื่อหาอาหาร​ เขาเลือกที่จะเดินไปใกล้หมู่บ้านเล็กน้อย เขาได้เจอกับกลุ่มคนที่เคยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันและเป็นคนที่ชอบรังแกเขาในสมัยเด็กอยู่บ่อยๆ​ แน่นอนว่าเขาไม่ได้โกรธแต่ถ้าถามว่าอยากพบเจอกันอีกไหมก็คงตอบว่า  ‘ไม่

 

               ไนบ์เห็นดังนั้นเขาจึงรีบเดินหนีไปอีกทางเพื่อตัดปัญหา​ แต่เขาก็ดันไปได้ยินถึงหัวข้อการสนทนา​เข้าเสียก่อน​ และเขาก็ได้รู้เรื่องมาอย่างหนึ่งนั่นก็คือการบุกโจมตีคฤหาสน์ของคนที่หมู่บ้าน​ โดยปกติแล้วคฤหาสน์​ของแจ็คจะถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกจนคนภายนอกมองอะไรแทบไม่เห็น​ ดังนั้นจึงไม่น่ามีใครพบเจอได้

 

               ในวันนั้นไนบ์กลับบมายังคฤหาสน์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ถ้าจะไม่ให้ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ ตอนนี้คนที่หมู่บ้านรู้แล้วว่าที่อยู่ของพวกเราไม่ได้อยู่ห่างจากหมู่บ้านมากขนาดนั้นอาจจะบุกมาตอนไหนก็ได้ พวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างสงบมาได้ตั้งสิบกว่าปี เขาไม่อยากให้แจ็คต้องฆ่าใครอีก ถ้าเขาบอกเรื่องนี้ไปอีกฝ่ายคงไปถล่มที่นั่นก่อนแน่และไม่แน่ก็จะได้บาดแผลกลับมาอย่างคราวนั้นอีกด้วย

 

               “ไนบ์เป็นอะไรไป?”

 

               “เปล่าหรอก ผมก็แค่คิดถึงเมื่อก่อนตอนที่ผมอยู่ที่หมู่บ้าน”

 

               “จะไปคิดถึงมันทำไม! อดีตที่ไม่น่าจดจำน่ะลืมมันไปซะ เจ้าน่ะมีแค่ข้าคนเดียวก็พอแล้ว!!” แจ็คดูโกรธมากเมื่อเขาพูดถึงพอดีต แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับดีใจที่อีกฝ่ายให้ความสำคัญตัวเองมากถึงขนาดนี้

 

               “ผมมีแค่คุณคนเดียวมาตลอดอยู่แล้ว”

 

               “อย่าพูดถึงเรื่องพวกนั้นอีก ความทรงจำของเจ้ามีแค่ตอนอยู่กับข้าก็พอ”

 

               “ฮ่าๆๆ เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว” ไนบ์ยิ้มบางตอบกลับไป  แต่ท่าทีก็ยังคงติดอยู่ภวังค์​ของตนอยู่ดี นิสัยเสียตั้งแต่เมื่อก่อนของเด็กคนนี้ก็คือการที่มักจะไม่พูดในสิ่งที่ตนกลัดกลุ้ม​อยู่ในใจ​ ทั้งที่มักจะสั่งสอนเขาในเรื่องการพูดคุยกัน

 

               ไนบ์

 

               หืมอืม!” แจ็คประกบริมฝีปากเข้าทันทีที่อีกฝ่ายหันมา​ ก่อนจะผละออกช้าๆพร้อมยิ้มมีเลศนัย​ส่งไป

 

               เป็นไงบ้าง?”

 

               ทำอะไรของคุณเนี่ย​ //// ”

 

               ชอบไหม?” ไนบ์หน้าขึ้นสี​ ช่างเป็นคำถามที่สมกับที่คนหน้าด้านเป็นคนถามเสียจริงๆเลย!!

 

               ชอบสิ​ //// ”

 

               [แต่เอาเถอะ.. เพราะผมก็ไม่ได้รังเกียจสักนิด​ ดีจริงๆที่มีคนๆนี้อยู่ข้างๆ]

 

               นี่แจ็ค​จะเป็นไปได้ไหม ถ้ามนุษษ์จะรู้ว่าเราอยู่ที่นี่

 

               หืมเป็นไปได้สิแต่ก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น​ นั่นสินะถ้ามีนักพยากรณ์​อยู่ล่ะก็เรื่องมันก็จะง่ายขึ้น

 

               นักพยากรณ์?”

 

               ก็พวกที่มองเห็นอนาคตหรือภาพนิมิตอะไรพวกนี้ไง​ แต่ยุคนี้นักพยากรณ์​ไม่น่าจะมีเหลือแล้วล่ะมั้ง​ ถ้ามีก็คงเป็นหนึ่งในล้าน​ไม่สิหนึ่งในสิบล้าน​ แล้วเจ้าถามทำไม?” แจ็คร่ายยาว​ ก่อนจะวกกลับมาถามไนบ์​

 

               เปล่าหรอกแค่สงสัยน่ะ

 

               เจ้าน่ะชอบทำเหมือนข้าไม่รู้อะไรอยู่เรื่อย…”

 

               เอ๊ะ?”

 

               ช่างมันเถอะ​ อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด​ แต่ข้าอยากให้เจ้ารู้ไว้​ ไม่ว่าทุกอย่างจะเป็นยังไงข้าจะปกป้องเจ้า​ ด้วยชีวิตของข้า” เพียงเท่านั้นแจ็คก็เดินจากไป​ ด้วยประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวกลับทำให้ไนบ์สบายใจได้อย่างถึงที่สุด​ ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายจะปกป้อง​แต่มันรู้สึกดีที่รู้ว่ายังไงก็ไม่ได้มีแค่เขาเท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับอีกฝ่าย​

 

               [พอมีคนที่รักเราเนี่ย​ ..มันรู้สึกดีจริงๆเลยนะ]

 


 

 

 

               คืนวันหนึ่งหลังจากวันนั้นเพียงไม่นาน​ เหตุการณ์​ทุกอย่างที่คิดเอาไว้มันก็เริ่มต้นขึ้น​ น่าแปลกที่แม้พวกเขาจะรู้ว่าจะต้องมีวันนี้แต่พวกเขาก็ไม่คิดที่จะหนีไปที่ไหน​ ยังคงใช้ชีวิตอย่างปกติในทุกวันอยู่ด้วยกัน​ กินข้าวด้วยกัน​ บอกรักกัน​

 

               “เพราะที่นี่คือจุดเริ่มต้น​ ดังนั้นมันก็ควรที่จะเป็นจุดจบของเราด้วย​ เพราะข้าเจอเจ้าที่นี่​ หัวใจของข้าอยู่ที่นี่แล้วตัวข้าจะไม่อยู่ที่นี่ด้วยได้อย่างไร​ ถ้าเรารอดเราก็แค่อยู่ต่อไป​ หากเราตายที่นี่คงดีที่สุด” แม้ในยามนี้จะมีศัตรู​อยู่ด้านนอกมากมาย​แต่แจ็คก็ยังคงพล่ำบอกรักคนที่อยู่ในอ้อมแขนไม่รู้จบ​ บนเตียงกว้างไม่ควรเป็นสถานที่ที่พวกเขาจะอยู่ในตอนนี้​ ทั้งสองยังคงยิ้ม​และอยู่ด้วยกันจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายที่เหล่ามนุษย์​ผู้โง่เขลาบุกเข้ามาถึงตัวคฤหาสน์ใหญ่

 

               “เราไปกันเถอะ​ ไปตัดสินชะตาชีวิตของพวกเรา

 

               “ผมรักคุณครับ

 

               “ข้าก็รักเจ้า

 


 

 

               “สุดท้ายแล้วพวกเขาทั้งสองก็จบชีวิตลงที่นั่น​ ตามที่แจ็ตได้บอกไว้เขาละทิ้งชีวิตหลายร้อยปีที่ผ่านมาเพื่อคนรัก​ซึ่งเป็นมนุษย์ที่เขาเคยเกลียดชังด้วยการโอบกอดร่างของคนรักที่ปกป้องเขาจนตัวตายไว้ในอ้อมแขน​ ส่วนไนบ์เขาก็อุทิศ​ทั้งชีวิตเพื่อปกป้องคนที่เขารักเหมือนกัน​เพราะธนูดอกสุดท้ายที่ปลิดชีวิตเขาตรงดิ่งมายังกลางใจของคนรัก​ …เป็นเรื่องที่ฟังดูบ้าบอ​ใช่ไหม?​ แต่สำหรับฉัน​ ฉันค่อนข้างชอบมันนะอย่างน้อยๆในตอนจบพวกเขาก็ยังได้อยู่ด้วยกัน​แม้จะเป็นในปรโลก​ก็เถอะ​ แต่ก็นะต่างคนก็ต่างใจ​ เธอจะคิดยังไงก็ไม่ผิด​ ฉันเพียงแค่อยากเล่าให้เธอฟัง

 

               “หืมแล้วคนทีาเช่าคนแรกรู้เรื่องนี้ได้ยังไงงั้นหรอโธ่เรื่องพันนั้นอย่าไปสนใจมันเลย​ มันจะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้!”

 

               “ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะ​ เธอคิดว่าเรื่องเล่าเรื่องนี้เป็นยังไงก็อย่าลืมบอกฉันให้ได้รู้ด้วยล่ะ บ๊ายบาย(^^)​”


TB

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

193 ความคิดเห็น

  1. #179 Red_Rose. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 01:00
    แง ไรท์กลับมาแล้วคิดถึงงง ยังแต่งได้ดีเหมือนเดิมเลย><
    #179
    1