Fic SF/ FS Reborn!!! Yaoi [XS BF 6927 1827 All27]

ตอนที่ 2 : Part 2 : คำสัญญา The End

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    6 ต.ค. 60

...ตั้งแต่วันที่คุณทิ้งผมไปมันผ่านมาแล้วกี่เดือนกันนะ.. 

   ...ตั้งแต่ที่คุณทิ้งผมไปผมเหงามากเลยล่ะ ไม่มีสักวันที่ผมจะลืมคุณ.. ไม่มี..

   ...เพราะงั้นได้โปรด.. กลับมาหาผมสักที..




   ...'นภาของผม'...







   ท่ามกลางแสงอรุณอันอบอุ่น ร่างของสายหมอกยังคงเงยหน้ามองขึ้นไปบนนภาที่โอบอุ้มทุกสิ่งเอาไว้เช่นเคย เวลาอันเงียบสงบยังคนผ่านไปไร้การเปลี่ยนแปลง เฉกเช่นกับหัวใจของเขาที่ยังคงเฝ้าคิดถึงแต่เพียงนภาผู้อบอุ่นคนนั้นที่วัน แม้แต่ในเวลานี้เขาก็ยังคงมาที่กลางป่าลึกนี่ทุกวันไม่เคยเปลี่ยนเพียงเพื่อเฝ้ารอวันที่ปาฏิหารย์จะเกิดขึ้น

   "วันนี้ร้อนมากเลยนะครับ สึนะคุง" 

   "...."

   "..วันนี้คุณก็ยังคงพักผ่อนสินะครับ" เขามักจะมานั่งคุยกับร่างบางนี่เสมอแม้ว่าเขาจะรู้ตัวดีว่าถึงอย่างไรนภาผู้นั้นก็ไม่มชสามารถตอบเขากลับได้ เขายันตัวลุกขึ้นเต็มความสูงเมื่อเขารู้สึกว่าตนมานั่งอยู่ที่นี่นานแล้ว

   "พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่นะครับ หวังว่าคุณจะตื่นแล้วนะครับ" เขาพูดคำนี้เช่นทุกวันแต่ทุกครั้งเมื่อเขากลับมาเขาก็มักจะเห็นภาพเดิมซ้ำๆ 

   "...."

   "ผมรักคุณครับ สึนะ" 








   "ตรู๊ดดด~ ตรู๊ดดด~????" เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสร้างความรำคาญให้กับสายหมอกที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงกว้างในฐานทัพใต้ดินของวองโกเล่ ความจริงเขาไม่ได้อยากจะอยู่ที่นี่เสียเท่าไหร่เมื่อมองไปทางไหนก็มีมาเฟียที่เขาเกลียดชัง แต่เขาก็เลือกที่จะอยู่ที่นี่เพราะเขาเชื่อว่าสักวันถ้าร่างบางฟื้นขึ้นมาที่นี่จะเป็นที่แรกที่อีกฝ่ายจะมา

   "อึก! ฮัสโหล ว่าไงครับโคลม" เสียงสะลึมสะลือของมุคุโร่ไม่ได้ลดเสียงและความตื่นเต้นจากปลายสายได้เลย หญิงสาวพยายามเอ่ยเสียงสั่นคล้ายกำลังร้องไห้แต่ทว่าในน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความดีใจนั้นยิ่งทำให้ร่างสูงรู้สึกงงเข้าไปใหญ่

   "ท..ท่านมุคุโร่ ช่วยรีบมา ฮึก! ช่วยมาที่ห้องโถงทีนะคะ รีบๆมาเลยนะคะ!!" สิ้นคำอีกฝ่ายก็ตัดสายทันที มุคุโร่ที่ไม่ค่อยจะสนใจเท่าไหร่ก็ยันตัวลุกขึ้นแต่งตัวทันที เพราะมันคงเป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆถึงขนาดที่โคลมสามารถออกคำสั่งกับเขา มุคุโร่ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยังห้องโถงของฐานทัพ

   เสียงโหวกเหวกโวยวายของคนในแฟมิลี่ดังมาแต่ไกลซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเสียงร้องไห้ทั้งนั้น ได้ยินดังนั้นมุคุโร่จึงเร่งฝีเท้าขึ้น เพราะเรื่องที่จะทำให้เจ้าพวกนั้นร้องไห้ได้ก็มีไม่ค่อยจะมาก ไม่แน่อาจจะเป็นเรื่องของ... 


   'หึ.. เป็นไปไม่ได้หร....!!!!!'


   มุคุโร่ชะงักไปเมื่อตนมาถึงหน้าประตู เนตรสองสีเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง เมื่อร่างของคนที่เขาเฝ้าอมาตลอดมายืนปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าตน เร็วเท่าความคิดเขารีบดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดทันที แรงกอดนั้นทำให้คนโดนกอดจำต้องขัดขืนเมื่อตนหายใจไม่ออก แต่แล้วเจ้าตัวก็ต้องนิ่งไปเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสอุ่นชื้นบริเวณไหล่ของตน

   "สึนะโยชิคุง.. สึนะโยชิคุง.." ร่างสูงยังคงพร่ำเรียกชื่อของร่างบางตลอดเวลาอย่างไม่สนสายตาใคร ตอนนี้เขาไม่สนอะไรหรือใครทั้งนั้นเขารู้เพียงแค่ตอนนี้เขามีความสุขเหลือเกินที่ได้เห็นนภาอันแสนอบอุ่นอีกครั้ง

   "น..นาย มุคุโร่หรอ?"

   "อา.. ผมคิดถึงคุณ"

   "เอ๊ะ!? ค..คือว่า.. 0/////0 " พวงแก้มบางขึ้นสีจัดเมื่ออยู่ร่างสูงก็มาพูดจาแปลกๆใส่ อีกอย่างที่เขาตั้งตัวไม่ทันน่ะก็เพราะเขา...





   ...พึ่งมาจากอดีตเองนี่น่าาาา!!!!!...





   "อ..เอ่อ คือมุตุโร่ฉันว่านายปล่อยก่อนดีกว่านะ(^^;;)" ร่างสูงยอมผละออกแต่โดยดีก่อนจะสังเกตเห็นถึงความผิดปกติแปลกๆที่ตอนแรกตนไม่สนใจเข้า

   "นี่คุณ.. ซาวาดะ สึนะโยชิ เมื่อ10ปีก่อนงั้นหรอ" สิ้นคำถาม ผู้พิทักษ์ทุกคนก็แทบอยากจะเอาตาหัวสัปปะรดนี่ไปจุ่มคอนกรีดให้ตายไปรู้รอดจริงๆ ดีใจจนไม่สนใจรอบข้าง 



...แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีล่ะนะ...



   "พึ่งจะรู้ตัวหรือไง!!! >////<"

   "งั้นหรอ.." ราวกับเนตรต่างสีหม่นลงไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบยืนยัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังดีใจที่ได้เห็นร่างบางอีกครั้ง แม้จะมาในสภาพที่ไร้ความทรงจำของพวกเขาก็ตาม...

   "ดีแล้วล่ะ" มุคุโร่ฝืนยิ้มออกมา ไม่รู้ทำไมเมื่อได้เห็นรอยยิ้มที่ดูผิดหวังเล็กน้อยนั้นที่อกด้านซ้ายเขาก็รู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมา แต่เพียงเสียววินาทีทุกอย่างก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม

   "ฮึก! รุ่นที่10 ขอโทษนะครับ เพราะผมมันไม่ได้เรื่องแท้ๆ รุ่นที่10ถึง...!!" โกคุเดระร้องไห้ออหมาอีกครั้งเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ในครั้งที่ผ่านมา สึนะที่ยังคงงงงวยอยู่นั้นเอื้อมไปลูบผมสีเงินเบาๆอย่างอ่อนโยน ไม่ว่าจะเพราะอะไรหรือเมื่อไหร่ ถ้าเพื่อนและคนสำคัญของเขาต้องเจ็บปวดและต้องร้องให้เขาก็พร้อมจะปกป้องและปลอบโยนเสมอ..

   "ผมก็ไม่เข้าใจหรอกนะว่ามาที่นี่ได้ยังไงหรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างแต่ว่าอย่าร้องเลยนะ ...ผมเชื่อว่าตัวผมในยุคนี้ก็คงไม่อยากให้พวกนายร้องไห้เหมือนกัน"



   อา.. อ่อนโยนเหลือเกิน

 

  ...อบอุ่นจริงๆ



...ไม่ว่าเมื่อไหร่นภาแสนอ่อนโยนนี้ก็มักจะเข้ามาปลอบโยนในยามที่พวกเขาสิ้นหวังและไร้ซึ่งหนทางเสมอ..



   "ฮึก! ครับ! รุ่นที่10" โกคุเดระรับคำถึงกระนั้นหยดน้ำตาอ
แห่งความดีใจก็ยังไหลออกมาอยู่ดี

   "ฮ่าๆๆ ไม่เอาน่า~" 

   "แต่ว่า..."

   "ฮ่าๆๆ"



   เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวยังคงดังอยู่ในห้องโถงของฐานทัพ ผู้เป็นสายหมอกนั้นปลีกตัวออกมาอยู่คนเดียว ตอนนี้ในหัวเขามีแต่ความสับสน.. 

   ทั้งไม่เข้าใจว่าความปราถนาที่อยากจะเห็นรอยยิ้มของผืนนภานั้นก็กลายเป็นจริงแล้ว ..แต่ทำไมเขาถึงยังรู้สึกว่ามันยังไม่พอ..



   ...มันราวกับว่าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการจริงๆ...





    ...แล้วที่เขาต้องการมันคืออะไร...




   ไม่ทันรู้ตัวเขาก็พาร่างของตัวเองกลับมายังโลงกลางป่าของวองโกเล่อีกครั้ง เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆก่อนจะเอื้อมตัวไปเปิดฝาโลงออก 
  ภายนั้นเหลือเพียงความว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่างของนภาที่หลับไหลเช่นแต่ก่อน ตอนนี้นภาผู้นั้นได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้ว ตื่นมาแล้วจริงๆ...


   "แต่ถึงอย่างนั้น.. ในสายตาของคุณตอนนี้ก็ไร้ซึ่งร่างของสายหมอกอย่างผม.."

   "....."

   "...."

   "อ่ะ! เจอตัวแล้ว อยู่ที่นี่จริงๆด้วยอย่างที่พวกโกคุเดระคุงบอกเลย" เสียงหวานดังมาแต่ไกลเรียกสายตาของร่างสูงให้หันไปมองอย่างประหลาดใจ เขาคิกว่าเขาออกมาอย่างเบาที่สุดแล้วแต่เพียงไม่นานคนที่เขากำลังคิดถึงก็มาปรากฏตัวตรงหน้า

   "ทำไมถึง.."

   "ก็นายออกมาอยู่คนเดียวนี่น่า"

   "รู้ตัวด้วยหรอครับว่าผมออกมาแล้ว"

   "รู้สิ ก็ฉันมองนายอยู่ตลอดเวลานี่น่า^^" เนตรสองสีเบิกกว้างกับคำตอบของผู้เป็นนภา




   นั่นสินะ.. เขาจะไปกังวลทำไมกัน ทั้งๆที่เขาก็รู้ตัวดีอยู่แล้วว่ายังไง ซาวาดะ สึนะโยชิ ก็ยังเป็น ซาวาดะ สึนะโยชิอยู่ดี ๆม่ว่าจะนี้หรือยุคไหน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไหร่ เขาก็มักจะมีตัวตนอยู่ในสายตาของนภาผู้นี้เสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่.. ท้องฟ้าก็ยังเป็นท้องฟ้า



   "ผมกลายเป็นเหมือนคนโง่ไปเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณ" 

   "เอ๊ะ? ฉ..ฉันทำอะไรไปงั้นหรอ(^^;;)" ร่างสูงเอื้อมมือไปลูบผมสีน้ำตาลฟูฟ่องอย่างเบามือ อยู่ๆร่างบางก็รู้สึกว่าใบหน้าของตนมันเห่อร้อนขึ้นมาเสียเฉยๆ แต่ถึงกระนั้นร่างบางกลับไปไม่ปัดมีนออก เขารู้สึกว่าฝ่ามือของสายหมอกคนนี้อบอุ่น.. ช่างต่างจากเมื่อ10ปีก่อนที่ให็ความรู้สึกเย็นยะเยือกและว่างเปล่าราวกับเป็นคนละคน



   ...กาลเวลาเนี่ยมันเปลี่ยนคนได้ถึงขนาดนี้เลยงั้นหรอ...



   "อุ่นจังเลย.." ริมฝีปากบางเผลอหลุดคำ เจ้าตัวตะคลุบปิดปากตนทันทีเมื่อรู้ตัวว่าตนได้เผลอพูดจากแปลกๆออกไป

   "อ..เอ่อ ขอโทษนะที่พูดเรื่องแปลกๆ" สึนะเกาแก้มตัวเองแก้เก้ออย่างอายๆ เขายันตัวลุกขึ้นก่อนจะหันตัวกลับไปยังทางที่เขาเดินมา แต่แล้วร่างกายก็ต้องล้มลงอีกครั้งเมื่อแขนเรียวถูกกระชากลงไป แถมไม่ใช่แค่นั้น!! เพราะตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่บนตักของผู้เป็นสายหมอก ซ้ำยังอยู่ในอ้อมกอดของเจ้าตัวด้วย!!

   "เอ๊ะ!? อ..เอ่อคือ.. @/////@"

   "ขออยู่แบบนี้สักพักนะครับ สึนะ" สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้หัวใจดวงน้องของนภาต้องสั่นไหวอย่างน่าประหลาด เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนแม้แต่ตอนที่ได้อยู่กับผู้หญิงที่ชอบก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแบบนี้เลยสักนิด

   "ไม่ขัดขืนหน่อยหรอครับ" 

   "เอ๊ะ!? คือ.. คือว่า" ท่าทางไร้เดียงสาที่แสดงออกมาเรียกรอยยิ้มบางจากผู้สวมกอด มุคุโร่กอดร่างของนภาแน่นขึ้นก่อนจะจุมพิษลงที่เส้นไหมสีน้ำตาลฟูฟ่อง

   "ช่างมันเถอะครับ.. ผมแค่อยากแกล้งคุณ"


   ไร้คำพูดใดๆต่อจากนั้นความอ่อนโยนและความอบอุ่นที่ผืนนภาได้รับจากสายหมอกอันเย็นเฉียบนั้นทำให้ตนรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆที่เมื่อสิบก่อนคนๆนี้มักเป็นคนที่ทำให้เขาต้องหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลาแท้ๆ แต่ตอนนี้กละบเป็นคนที่มอบความอบอุ่นให้เขาเสียอย่างนั้น ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านใรร่างกายทำให้เปลือกตาบางเริ่มปิดลง เจ้าตัวพยายามเต็มที่ไปไม่ให้สติหลุดไป ผมสีตาลสะพักหงกไปครู่หนึ่งเรียกให้เนตรต่างสีตัวก้มดู

   "ถ้าง่วงจะนอนก็ได้นะครับ"

   "อืม~ งั้นไม่เกรงใจล่ะนะ~" สิ้นคำร่างบางก็ฟุบหลับไปในทันทีจะเรียกว่าหลับง่ายหรือไม่รู้ยจักระวังตัวดีนะ 

   "เชื่อใจผมมากนักหรือไงครับ"

   "อืม~ เชื่อสิ" ไม่รู้ว่ายังตื่นอยู่หรือแค่ละเมอกันแน่แต่มันคงไม่สำคัญหรอกในเมื่อนภาคนนี้คือ 'ซาวาดะ สึนะโยชิ' นี่น่า นภาที่ยากแท้หยั่งถึง 

   เวลาผ่านไปนานราวกับเป็นเรื่องโกหกเมื่อผู้พิทักษ์ทั้งหมดจากอดีตมาปรากฏตัวตรงหน้าของเขา(ยกเว้นมุคุโร่) เมื่อเวลาผ่านไปสึนะยอมรับเลยว่าเขารู้สึกดีกับร่างสูงสายหมอกจริงๆ ถึงจะชอบจิกเขาอยู่บ้างแต่เอาจริงๆอีกฝ่ายนั้นกลับอ่อนโยนมาก ...สมกับที่เป็นสายหมอกไม่สามารถจับต้อง และไม่สามารถรู้ได้ว่าสิ่งใดที่อยู่ภายในหมอกทึบนั้น แต่เขาก็เชื่อว่า.. นภาอย่างเขาจะต้องได้สัมผัสกับตัวตนที่แท้จริงของสายฟมอกอย่างแน่นอนและในที่สุดสถาการณ์เดิมก็หวนกลับมาอีกครั้งเมื่อคราวนี้พวกร่างบางนั้นจะต้องต่อสู้กับมิลฟิโอเร่อีกครั้ง 

   ความกลัวเก่าของสายหมอกเริ่มหวนกลับ เมื่อนึกไปถึงสภาพก่อนหน้าจากการต่อสู้ครั้งก่อน ภาพของนภาที่หลับไหลอยู่ในกล่องโลงสีดำฉายขึ้นในความคิด เขาอยากจะเอื้อมมือออกไปไขว่คว้าตัวของผู้เป็นนภายิ่ง หากแต่เขาก็รู้ตัวดีว่าใยนภาที่สูงศักดิ์จะต้องมองลงมาหาสายหมอกเช่นเขาด้วย จนถึงตอนนี้เขาก็ยังสงสัยว่าเหตุใดใยจึงมีเพียงสายหมอกเท่านั้นที่ไม่ได้อยู่เคียงคู่กับนภา ดังเช่นเมฆาหรือแสงอรุณบ้าง


   เมฆานั้นล่องลอยอยู่บนฟ้า เพื่อเคียงคู่นภา

   แสงอรุณนั้นฉายแสงเจิดจ้า เพื่อให้ฟ้ายิ่งสดใส

   หยาดพิรุณนั้นโปรยปรายจากฟ้า เพื่อความชุ่มฉ่ำ

   วายุนั้นเกิดจากนภา เพื่อปกป้องฟ้าจากทุกสรรพสิ่ง

   สายอัศนีนั้นฟาดฟันลงมาจากนภา เพื่อปัดเป่าศัตรู




   ...แล้วสายหมอกเช่นเขาเล่า...



   ...สายหมอกเช่นเขายังคงมีความจำเป็นสำหรับผืนฟ้านั้นอยู่หรือ...




   ...ไม่ได้เกิดจากนภา...

 
   ...ไม่ได้ส่องแสงเพื่อให้ผืนฟ้าดูสดใส


   ...ไม่ได้อยู่เคียงคู่กัน


   ...ไม่ได้อยู่เพื่อปกป้อง


   ...ไม่ได้อยู่เพื่อทำลายวิ่งอันตรายเพื่อนภา...



   ...สายหมอกนั้นไร้ตัวตนและไร้ค่า...



   ...ไม่จำเป็นที่ผืนฟ้าต้องหันมอง..








   'มุคุโร่ ฉันเชื่อใจนายนะ'



   'มุคุโร่ สนุกหรือเปล่า^^'



   'แล้วเรามาด้วยกันอีกนะมุคุโร่..'



   'ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะบอกนายด้วยนะ'



   '...มุคุโร่...'



   'มุคุโร่^^..' 


   ภาพของผู้เป็นนภาไม่ว่ายุคนี้หรือเมื่อ10ปีก่อนฉายย้อนเข้ามา รอยยิ้มพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างประหลาด เขาหัวเราะในลำคอตนเบาๆ ทั้งๆที่เขาก็รู้จักนภาผู้นั้นดีอยู่แล้วแท้ๆ ไม่น่ามาเสียเวลาหาเหตุผลสำหรับตัวตนของตัวเองแบบนี้เลย เพราะถึงยังไง.. ท้องฟ้าผืนนี้ก็ไม่เหมือนผืนฟ้าอื่นอยู่แล้ว สำหรับผืนฟ้านี้เขามักจะมีตัวตนเสมอ...


   "คุฟุฟุฟุ นี่ผมคิดเรื่องอะไรกันเนี่ย รู้สึกจะได้นิสัยคุณมากเกินไปจริงๆ" 




   "ผมจะ.. ปกป้องคุณเอง"



   ราวกับเป็นช่วงเวลาแห่งฝันร้าย การต่อสู้ที่หนักหนาสากันขนาดที่พวกตนไม่เคยได้รับมาก่อน ทั้งต้องฝึก ไหนจะต้องได้รับการยอมรับการรุ่นแรก แต่ถึงจะลำบากแต่ก็แลกมาด้วยชัยชนะแม้จะต้องสูญเสียเพื่อนทั้ง2ไป


"ในที่สุดพรุ่งนี้ก็จะได้กลับไปแล้วนะสึนะโยชิคุง" เสียงอิริเอะดังขึ้นเรียกความสนใจจากสึนะที่กำลังมองหาใรบางคน นัยน์ตาสีน้ำตาลเลิกลักไปทั่วห้องแต่ก็ไร้วี่แววของบุคคลที่ต้องการ

   "อ..อืม"
 
   "เสียงฟังดูเหมือนจะไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่เลยนะ" 

   "ป..เปล่าสักหน่อยฉันดีใจนะที่จะได้กลับอดีตน่ะ"

   "งั้นหรอ.. ถ้ามองหาคุณสายหมอกล่ะก็คงจะอยู่ที่นั่นนะ"อิริเอะเอ่ยขึ้นพวงแก้มขาวนวลขึ้นสีทันทีอย่างเขินอาย 

   "ฉ..ฉันไม่ได้มองหามุคุโร่สักหน่อย!!" ท่าทางนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากคู่สนทนา 

   "แต่ผมว่าเขาคงจะรอคุณอยู่นะครับ" สิ้นคำร่างบางก็ก้มหน้างุดทันที ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปอย่างอายๆ

   "ง..งั้นฉันไปเดินเล่นหน่อยนะ! ฝากทางนี้ทีนะโชอิจิคุง!" ว่าจบเจ้าตัวก็รีบวิ่งออกไปทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ

   "อืม^^"

   "...."

   "เห้ออ~ ..อิจฉาคุณสายหมอกจังเลยน้าา~ ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันก็ได้หัวใจของนภาเสมอ ..โชคดีนะทั้งสองคน"







   "แฮ่กๆ มาอยู่นี่จริงๆสินะ" เสียงหอบหายใจดังขึ้นถี่แสดงถึงความเหนื่อยอ่อนจากการที่วิ่งมาในระยะทางที่ค่อนข้างไกลพอสมควร

   "คุฟุฟุฟุ กำลังรออยู่เลยครับ" 

   "นี่พรุ่งนี้ฉันจะกลับแล้วนะ ก่อนที่ฉันจะไปเลยคิดว่าต้องมาบอกเรื่องสำคัญกับนายก่อนให้ได้เลย"

   "พูดเหมือนคุณในยุคนี้เลยนะครับ" 

   "ฮะๆ งั้นหรอ.. ก็เป็นคนเดียวกันนี่เนอะ เอาเถอะ.. ที่ฉันอยากบอกนายมีอยู่2เรื่อง.." ร่างบางเริ่มเข้าหัวข้อทันที น้ำเสียงที่ดูจริงจังขึ้นเล็กน้อยเรียกให้มุคุโร่ต้องเงียบและหะนมาสนใจ

   "เรื่องแรกพวกอัลโกบาเลโน่บอกว่าหลังจากพวกเรากลับไปเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหมดในครั้งนี้ทุกอย่างจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น.."

   "เอ๊ะ? หมายความว่ายังไงกันครับ" มุคุโร่ถามออกไป หัวใจเขากระตุกวาบหลังจากที่สึนะพูดจบ แต่ตอนนี้เขาอยากได้คำขยายความ เพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าสิ่งที่เขาเข้าใจนั้นไม่ใช่เขาคิดไปเอง

   "หมายความว่าทุกคนที่ตายจากศึกครั้งนี้ก็จะฟื้นขึ้นมา รวมถึงตัวฉันในยุคนี้ที่นายรอด้วย.." สายหมอกเบิกตากว้าง ความดีใจที่ปกปิดไม่มิดนั้นทำให้นภาอดไม่ได้ที่ยิ้มตาม 

   "อีกเรื่องหนึ่ง ..เป็นเรื่องที่ฉันคิดมาตั้งนานแล้ว ไม่รู้ว่าตัวฉันในยุคนี้จะเคยบอกนายหรือยัง.." คำพูดชวนงงนั้นทำให้อีกฝ่ายเริ่มไม่เข้าใจ สึนะเขยิบเข้าไปใกล้ก่อนจะดึงปกเสื้อของมุคุโร่ลงมา แล้วระกบริมฝีปากของตนกับอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ก่อนจะละออกมาช้าๆ..


   "ฉันชอบนายนะ^^" ว่าแล้วก็อดเขินไม่ได้ นี่เขาทำไมถึงกล้าไปจูบชายคนนี้กันนะ /////

   "คุฟุฟุฟุ คิดว่าแค่นี้จะพอกับการที่ให้ผมรอมาตลอดหรือไงครับ" ร่างสูงยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ความรู้สึกเสียวสัณหลังวาบเกิดกับสึนะอีกครั้งเจ้าตัวพาร่างแสนบอบบางขยับออกห่างโดยอัตโนมัติ แต่แขนเรียวนั้นก็ถูกรั้งตัวเข้าหาอกแกร่งของอีกคน

   "กลับไปแล้วช่วยบอกผมทางฝั่งนู้นด้วยนะครับว่าให้แกล้งคุณให้เยอะๆหน่อย" ร่างสูงว่าก่อนจะขำออกมาเล็กน้อย พลางกระชับกอดให้แน่นขึ้น ร่างบางเองก็ตอบอีกฝ่ายตอบเช่นกัน

   "ปกตินายก็แกล้งฉันอยู่แล้ว"

   "หึหึ นั่นสินะครับ พรุ่งนี้ไว้ผมจะไปส่งคุณแน่นอน" 

   "ไม่ต้องเลย" ร่างบางรีบสวนขึ้นทันควัน 

   "ทำไมล่ะครับ?"

   "ก็ถ้าเห็นหน้านายมันจะรู้สึกไม่อยากกลับนี่น่า ก็นายทางฝั่งนั้นคิดแต่จะยึดร่างฉันอย่างเดียว..."

   "...."

   "..อีกอย่างนายน่ะรอรับตัวฉันที่กำลังจะฟื้นขึ้นมาดีกว่านะ พอตื่นมาก็คงอยากจะเห็นหน้านายเป็นคนแรกแน่นอน" 

   "คุฟุฟุฟุ คุณคงคิดถึงผมแย่เลยนะครับ"

   "นั่นสินะ ขอบคุณนะ" 

   "ยินดีครับ" ริมฝีปากประกบคู่กันอีกครั้งอย่างเผาเบา เนตรทั้งสองประสานกันอย่างสั่นไหวพร้อมกับความรู้สึกท้วมท้นออกมา

   "ลาก่อนนะ"

   "โชคดีนะครับ"











   "พร้อมกันหรือยังทุกคน" อิริเอะเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเหล่าวองโกเล่จากอดีตยังคงร่ำลากับสัตว์กล่องของตนไม่จบไม่สิ้นเสียที 

   "อืม อ..เอ่อโชอิจิคุง คือว่า.."

   "ขอบคุณนะ"

   "เอ๊ะ?"

   "โชคดีนะทุกคน"

   "อืม ลาก่อน" 




   "พอพวกนั้นหลับไปทุกคนจากยุคนี้ที่หลับไหลก็กลับมากันสินะ" เหล่าผู้เกี่ยวพันกับวองโกเล่ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ที่แห่งนั้นกลับไร้ร่างของผู้เป็นนภาเสียนี่

   "รุ่นที่สิบล่ะ?"

   "ก็คงจะอยู่ที่นั่นล่ะมั้ง" 

   "นั่นสินะ"






   "กลับมาแล้ว" เสียงหวานเอ่ยขึ้นยกยิ้มเมื่อเมี่ยนมองตรงหน้าตน ร่างของผู้เป์นสายหมอกนั้นกำลังยืนพิงต้นไม้ใหญ่เพื่อรอรับการตื่นมาของร่างบาง 

   "ช้ามากนะครับ ..สึนะ"

   "อืม ขอโทษนะที่ปล่อยให้อยู่คนเดียว" ร่างบางขยับเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะรับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย

   "ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณด้วยนะครับ"

   "เดี๋ยวสิ ให้ฉันพูดก่อนสิ"

   "อะไรกันผมเป็นผู้ชายผมต้องได้พูดก่อนครับ"

   "ฉันก็เป็นผู้ชายนะ! ..เอาเถอะงั้นมาพูดพร้อมกันมั้ย" 

   "ก็ดีนะครับ"

   "งั้น1 2 3!!"

   "ฉันชอบนาย/ผมชอบคุณนะครับ" สิ้นคำเนตรทั้งสองก็สอดประสานกันก่อนที่จะเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแห่งความสุขจากร่างทั้งสอง

   "ฮ่าๆๆ ขอบคุณนะ"

   "หึ คบกับผมไหม" 

   "ไม่น่าถามนะเจ้าบ้า-/////-" ริมฝีปากประกบกันเพียงแผ่วเบาก่อนที่ผละออกมา 







   ใครว่าสายหมอกจะเคียงคู่นภาไม่ได้...



   ใครว่าสายหมอกจะปกป้องผืนฟ้าไม่ได้...



   ใครว่าสายหมอกจะต้องผิวหวัง...



   ในเมื่อสิ่งที่ปกป้องทุกสรรพสิ่งก็คือสายหมอกที่บดบังทางศัตรู..



   แม้จะสัมผัสไม่ได้หรือมองไม่เห็น...






   ...เขาก็จะเป็นคนแรกที่ปกป้องผืนนภาที่เขารักตลอดไป....













    ◆ แถม..◆

   เขากลับมาอดีตแล้ว...


   แต่ว่า...!!!!

   
   แล้วเขาจะกล้าไปเจอหน้ามุคุโร่ในยุคนี้ได้ยังไง >////<


   "กำลังรออยู่พอดีเลยครับ ..วองโกเล่" เสียงทั้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง น้ำเสียงที่ฟังดูมีแต่ความเท็จดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ สึนะสะดุ้งโหยงก่อนจะรีบออกตัววิ่งทันที 

 
   ก็ใครมันจะไปกล้าสู้หน้าเล่า!!!!!


   แต่แขนเรียวก็ถูกกระชากกลับทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหยียดขึ้นบนใบหน้าคม เหงื่อเม็ดน้อยเม็ดใหญ่ไหลคลุมใบหน้าหวานราวน้ำตกที่ไหลเชี่ยว 

   "เรามาทำความรู้จักกันหน่อยดีไหมครับ ..คุณภรรยา"


   "!!!!!"

   "พ..พ..พูดอะไรน่ะ 0////0" 

   "ก็คุณขโมย Frist kiss ผมไปแล้วนิครับ" 

   "ต..ตอนไหน!!"

   "ในอนาคต..."

   "นายอาจจะไปจูบกับใคนก่อนแล้วก็ได้นิ!!"

   "ไม่มีทางหรอกครับ เพราะว่าผมน่ะสนใ...." ร่างสูงชะงักเมื่อกำลังพูดในสิ่งต้องห้าม

   "สนอะไรน่ะ"

   "ม..ไม่มีอะไรครับ!! หูฝาดแล้ววองโกเล่!! ถึงยังไงคุณก็ต้องมากับผม มานี่!!!.." มุคุโร่รีบหันหลังลากสึนะออกไปทันที แต่ถึงอยากนั้นมันก็คงจะปกปิดใบหูที่แดงซ่านนั่นไว้ไม่ได้หรอก... สึนะยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะตามไปโดยไม่ได้ขัดขืน








   ผมจะไม่มีวันบอกคุณ... ว่าตลอดมานี้ผม ..สนใจแต่เรื่องของคุณมาตลอดน่ะสิ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #2 Asuka! (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 12:19
    โอ้ยยยย โดนมดกัดTT ชอบมากเลยค่ะ สนุกสุดๆ ชูป้าย 6927! ขอรีเควสคู่ 1827 ได้ไหมคะ? เราแล้วแต่ไรต์สะดวกเลย สู้ๆนะคะๆ
    #2
    0