Vanilla Cola

ตอนที่ 4 : ครั้งแรกของเราเหรอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    25 ม.ค. 62

      มิเกลปล่อยเวลาของวันหยุดทั้งวันให้หมดไปกับการนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์
 
      "เฮ้อ! ไม่มีเธออยู่ในจอ"มิเกลถอนหายใจยาว

      "ทำไม น้ำไม่ออน"

นิ้วมือจิ้มลงไปที่ตัวอักษรพีบนคีย์บอร์ด เปลี่ยนไปเล่น Ameba Pigg เกมออนไลน์จากญี่ปุ่นแทน เมื่อน้ำออฟไลน์






      "อาหารในวันทัศนศึกษา ก็หนีไม่พ้นข้าวกล่อง"มิเกลนิ่วหน้า มองก้อนเมฆบนฟ้าผ่านหน้าต่างรถ

      "ทำไม นายกินไม่ได้เหรอ ไม่กินก็เตะโด่งมาทางนี้ เรารับได้"

      "ถ้าเอี๊ยมมาด้วย นายไม่ได้มานั่งเสนอหน้าอยู่ตรงนี้หรอกนะ อย่ามาพูดเล่น ไม่ใช่เพื่อนเล่นโว้ย แค่นั่งรถเฉยๆ ก็เมื่อยจะแย่อยู่แล้ว"

      "ฮะๆ! นั่นเดะ นี่เรามาไกลถึงบางปูเลยนะ เมื่อยก้นฉิบหาย"กำแพงยักคิ้วข้างเดียวให้มิเกล

      "โดนด่าแล้วยังไม่สะอึกอีก"มิเกลหน้าหงิก



      ขบวนรถบัสค่อยๆ เคลื่อนเข้าจอด นักศึกษาต่างทยอยกันลงจากรถ มิเกลสะกิดหลังกำแพงที่เดินนำหน้าลงมาก่อน

      "เอานี่ไปสิ จะได้ไม่หลงทาง นายอะเพิ่งมาจากต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอ"มิเกลส่งเข็มทิศกับข้าวกล่องให้กำแพงส่งๆ

      "หืม นายทำอย่างกับตัวเองเป็นคนที่นี่"

      "นายจะกินมั้ยล่ะ ถ้าไม่กินจะเทให้หมา"

กำแพงรีบคว้าของจากมือมิเกล แล้วเดินยิ้มร่า

      "จะให้ดีๆ ก็ได้ ต้องทำเป็นมีฟอร์มด้วย"กำแพงงึมงำ

      "ฮะ! นายว่าอะไรนะ"มิเกลขยับปีกหมวกแก๊ป

      "เปล่า ก็แค่พึมพำงึมงำไปตามประสา"

      "งั้นเราคงต้องแยกกันไปคนละทางแล้วแหละ"มิเกลเดินไปหาอีกกลุ่มหนึ่ง ยิ่งทำให้กำแพงขำคิก




      กลุ่มเด็กประถมเดินสวนมา มิเกลไม่ทันมอง ทำให้ชนเข้าอย่างจัง เด็กผู้ชายตัวอ้วนกลมล้มลงไปนั่งกับพื้น

      "ขอโทษครับน้อง!"มิเกลรีบประคองร่างอ้วนจ้ำม่ำให้ลุกขึ้น ปัดฝุ่นให้อย่างเบามือที่หัวเข่า

      "เจ็บมั้ยครับ"

       "ม่ายยย"เด็กน้อยส่ายหน้า ยิ้มตาหยี สีชมพูระบายบนแก้มใส ใบหน้าโชกเหงื่อ

      "ทำไมน้องไม่ใส่หมวกล่ะครับ"

      "ผมทำหายครับ"

      "งั้นเอาของพี่ไปใส่"มิเกลดึงหมวกออกจากหัวตัวเอง แล้วสวมมันลงบนหัวเด็กตัวน้อย

      "ร้อนแย่เลยถ้าไม่มีเจ้านี่"

      "ขอบคุณครับ พี่ชื่ออะไรครับ"

      "พี่ชื่อมิเกลครับ"มิเกลยิ้มกว้างอวดเหล็กดัดฟัน

      "ผมชื่อซ็อง พี่ใจดีจัง ขอหอมที"

      "หืม..."มิเกลยิ้ม ย่อตัวลงให้เจ้าตัวน้อยหอมแก้ม

      "ซ็อง! ไปได้แล้ว"กลุ่มเพื่อนตะโกนเรียก

      "บ๊ายบาย!"เด็กชายตัวกลมหันมาโบกมือให้มิเกล

มิเกลยิ้มให้คำอำลา เงยหน้ามองฝูงนกนางนวลบินโชว์ มันเหมือนฝูงบินอากาศยาน ที่พร้อมทะยานพุ่งชน

      ปึ้ก!

      "เล่นเป็นเด็กประถม"เชมเดินชนไหล่บางของมิเกล

      "น้ำ!"มิเกลมองมือของน้ำที่จับกับเชม

      "น้ำหายไปไหนมาอะ เฟซก็ไม่เล่น"

      "ก็อยู่กับกูนี่ไง เป็นแฟนกูก็ต้องอยู่กับกู"เชมให้คำตอบ

      "น้ำเคยบอกว่านายไม่ใช่แฟน แค่สนิทกันเท่านั้น ตอนนี้น้ำเป็นแฟนเรา น้ำคบกับเราอยู่"มิเกลโต้กลับ

      "เข้าโรงหนังก็บ่นว่าหนาว พาเข้าแต่ร้านหนังสือ ดูแต่หนังสือไม่ยอมดูหนัง แล้วจะไปเป็นแฟนกันได้ยังไง คนอย่างนายน้ำไม่คบหรอก ไม่รู้ว่าเผลอไปคุยกับคนที่ดูดีแค่หน้าตา เสื้อผ้าหน้าผม แต่นิสัยน่าเบื่อได้ยังไง"

      "หือ นี่ขนาดยังไม่คบ อย่าให้รู้นะ"เชมเขย่าหัวน้ำเบาๆ แล้วพาเดินออกจากตรงนั้น

      "เดี๋ยวก่อนสิน้ำ"มิเกลดึงแขนน้ำ

      "น้ำจะเลิกกับเราเหรอ เลิกทั้งๆ ที่ยังคบกันอยู่ น้ำยังไม่ได้บอกเลิกเราสักคำ เราไม่ยอมเลิกง่ายๆ หรอก น้ำมาหลอกให้รัก แล้วจะทิ้งเราเหรอ ไม่มีทาง!"

มิเกลไม่พูดเปล่า ดึงตัวน้ำมาจากเชม ประกบปากลงไปบนริมฝีปากนุ่ม ทำเอาน้ำตาออกอาการตัวแข็งทื่อ ตาค้าง

      เพียะ! 

เสียงฝ่ามือปะทะกับใบหน้าเรียว

      พลั่ก! 

ตามด้วยเสียงหมัดกระแทกจนใบหน้าสะบัด มิเกลร่วงลงไปกองกับพื้น
กลุ่มนักศึกษาเฮเข้ามามุงดูกันเต็ม

      แปะ!

นกนางนวลบินผ่าน ขี้ใส่หัวมิเกลพอดิบพอดี เรียกเสียงฮาจากกลุ่มเพื่อนนักศึกษา

      "อยากจะถุยน้ำลายใส่หน้ามันมากกว่า"เชมหันไปพูดกับน้ำ

      "ไอ้มิเกล มึงลดดีกรีความซ่าลงหน่อยก็ได้นะมึงอะ"เชมแย่งโคล่าจากมือเพื่อนมาเทราดลงบนหัวมิเกล

      "กูล้างให้แล้ว มึงชอบไม่ใช่เหรอน้ำอะ มึงเสือกจูบน้ำก็ต้องเจอแบบนี้ ทีหลังอย่าสะเออะ ไอ้หน้าปลาตีน!!!"

      มิเกลเช็ดเลือดจากมุมปาก แรงหมัดกระแทกได้แผลแตก ปวดแสบปวดร้อน แต่ยังไม่เจ็บเท่ากับที่โดนน้ำทิ้ง 
      มิเกลมองน้ำเดินจากไป สลับกับมองตะวันจมดวงอยู่ในมวลเมฆสีหม่น บรรยากาศยามเย็นของบางปูเรียกหยดน้ำตาได้เป็นอย่างดี น้ำตาผสมกับโคล่าไหลเข้าปาก ได้รสชาติความเจ็บปวดสุดซาบซ่า






      ร่างน้อยๆ โดนแสงสีของค่ำคืนนี้ลูบไล้ มิเกลนั่งเมาอยู่ในร้านอาหารไทยไร้สติ หน้าฟุบหลับกับโต๊ะ

      "มึงดูมันเมาคอพับคออ่อน แบบนี้กลับบ้านไม่เป็นแน่มึง ไอ้กำแพงมึงรู้จักบ้านมันใช่มั้ย มึงช่วยสงเคราะห์มันหน่อย เดี๋ยวกูให้ยืมมอ'ไซค์พามันไปส่งซิ กูจะสงสาร หรือจะสมเพชมันดีวะ"จี๊ดบ่นยาว






      กำแพงค่อยๆ ประคองมิเกลขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ ขี่ช้าๆ ระมัดระวังคนที่นั่งซ้อนท้ายอยู่ข้างหลัง

      "ที่ไหน ถึงไหนแล้ว อยากกลับบ้าน!"มิเกลเมาได้ที่

      "เฮ้ย! ถ้าไม่เลิกโวยวายจะทิ้งนายไว้ข้างทาง"มิเกลเงียบกริบอย่างว่าง่าย วางคางไว้บนไหล่กำแพง

      "เออ เชื่องดี ถ้านายเป็นน้องชายนะจะตีให้เข็ดเลย เป็นเด็กเป็นเล็กริอ่านดื่ม"กำแพงส่ายหัว หวนนึกไปถึงตอนเริ่มเป็นวัยรุ่น

      อืม ตอนนั้นเราก็ไม่แพ้เจ้านี่หรอกมั้ง พี่อิฐกับเราแอบซื้อเหล้าจะเอามาลองชิม แต่พ่อจับได้ก่อน เกือบโดนพ่อตีแล้ว แต่พ่อมีเหตุผลเสมอ เลยแค่โดนสั่งสอน มีแค่เรื่องเรียนของเรานี่ละ ที่พ่อเอาแต่ใจไร้เหตุผล เราถึงต้องหนีออกจากบ้าน

มิเกลหลับ มือที่โอบรอบเอวกำแพงไว้ค่อยๆ เลื่อนลงมาตรงเป้า

      "เฮ้ย!"กำแพงเสียวสันหลังวาบ หยุดคิดเรื่องพ่อต่อ

      "ที่เงียบไปคือหลับนี่หว่า"กำแพงรีบแกะมือมิเกลออกจากตรงนั้น แต่ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อสัมผัสกับมือเย็นเฉียบ

      "ตายแล้วมั้ง มือเย็นขนาดนี้"

      กำแพงดึงมือมิเกลมาซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อฮู้ดสถาบัน แต่มันไม่ทำให้ดีขึ้น มิเกลยังคงมือเย็นเป็นน้ำแข็ง 
      กำแพงจอดข้างทางตรงที่มีไฟถนน ลงจากมอเตอร์ไซค์ มิเกลยืนเองไม่เป็น กำแพงต้องประคองไว้ควบคู่ไปกับถอดเสื้อฮู้ดสวมทับให้ร่างน้อยๆ หายหนาว กำแพงค่อยๆรูดซิปขึ้น แต่ซิปติดผ้า มือหนึ่งแงะซิป อีกมือต้องประคองตัวมิเกลเอาไว้อย่างไม่ถนัด มิเกลทรุดฮวบ กำแพงรีบคว้ามิเกลมาไว้ในอ้อมกอด

      "เฮ้ย! ผู้ชายกอดกันกลมกลางถนน ไม่แคร์สายตาผู้คนเลยโว้ย"มอเตอร์ไซค์ที่ขี่ผ่านไปตะโกนแซวพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก

      "มิเกลนายฟื้นได้แล้ว"กำแพงกระซิบเสียงเข้ม

      "อือ"มิเกลพยักหน้ารับ

      กำแพงจับมิเกลขึ้นนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ แล้วไปต่อ ผู้ชายสองคนเบียดกันบนเบาะ ค่อยๆ ขี่ไปเรื่อยๆ จนผ่านปลายทะเลคอนโดมิเนียม 
      มิเกลกอดเอวกำแพง พาดคางไว้บนไหล่กว้าง อ้วกใส่กำแพงไม่ยั้ง

      "Be lLike That!"กำแพงหัวเสีย รีบเลี้ยวรถกลับ

      "ไม่ต้องปงไม่ต้องไปมันแล้วบ้านนาย ให้ตายเหอะวะ!"

กำแพงจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ใต้ตึก แบกมิเกลขึ้นห้อง โยนร่างตัวปัญหาลงบนโซฟา

      "เอาไว้ตรงนี้แหละ อยากซ่าสร้างปัญหาให้คนอื่นดีนัก"

      กำแพงหายเข้าไปในห้องน้ำ ทำความสะอาดอ้วก เดินออกมาหยิบเสื้อตัวใหม่ในตู้เสื้อผ้า เท้าไปสะดุดกับกระเป๋าเป้ใบกะทัดรัดของมิเกล 
      กำแพงหยิบมันขึ้นมา ซิปเปิดอ้าอยู่ ฉวยโอกาสเสียมารยาทแอบดูของข้างในนั้น ล้วงหนังสือเล่มหนาขึ้นมาพลิกไปพลิกมาจนโดนราคาทิ่มจึกเข้าอย่างจัง

      "เล่มละสี่ร้อยสี่สิบบาท นี่มันค่าแรงของเราทั้งวันเลยนะ"

มิเกลค่อยๆ ยันตัวขึ้นนั่ง พาดคอกับโซฟา

      "น้ำ"

      "สงสัยจะหิวน้ำ"กำแพงละสายตาจากหนังสือ หันไปสนใจร่างน้อยๆ บนโซฟาแทน

      "น้ำ!"

      "หรือว่าคิดถึงแฟนวะ เออมันเพิ่งเลิกกันเมื่อกี้นี้ นี่คือเหตุผลที่มันเมาเหมือนหมา"

กำแพงตรงไปที่ตู้เย็น หยิบโคล่าออกมาเปิดดื่มเอง หยิบน้ำผลไม้เผื่อมิเกลอีกกระป๋อง เดินตรงมานั่งลงที่โซฟา เปิดกระป๋องเสียงดังแกร๊ก

      "อ่ะ ดื่มนี่ซะ เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น"กระป๋องน้ำผลไม้ถูกยื่นมาจ่อตรงปากมิเกล

      "สกปรก! ล้างปากกระป๋องก่อนเหอะ ใครจะไปกินลง"มิเกลปัดกระป๋องกระเด็น

      ฟิ้ว!

กระป๋องหมุนคว้างกลางอากาศ ม้วนตัวลังกาหลังเกลียวครึ่งรอบ ก่อนลงสู่พื้น

      "ซะไกล"กำแพงเดือดปุด

      "งั้นนายเอาไอ้นี่ไปแทน"กำแพงหยิบขวดน้ำขึ้นมายัดปากขวดเข้าปากมิเกล

      "เฮ้ย! อึก!"มิเกลพ่นน้ำพุ่งปรี๊ดออกจากปาก

      "ถุย!"

      "เป็นไงเก๊กฮวย มันมีสีสันพอๆ กับคามิคาเซ่ของนายมั้ย"

มิเกลชี้หน้าเตรียมรุกต่อ กำแพงเตรียมตั้งรับ แต่แล้วจู่ๆ ร่างน้อยๆ โงนเงน ความมึนเมาทำเอาวูบสลบเหมือดคามือกำแพง

      "อ้าว เฮ้ย ร่วงเอาดื้อๆ หวุดหวิดรับไม่ทัน ไม่งั้น"กำแพงส่ายหัวกับร่างน้อยในอ้อมแขน

      "ไอ้แสบ ชอบทำตัวเหมือนเชือกรองเท้า ไอ้เด็กมีปมเอ๊ย!"

      "โอ้ก!"มิเกลปล่อยอ้วกพุ่ง เสียงดังโอ้กอ้าก

      "เฮ้ย! ให้ตายเหอะนายเป็นห่ะอะไรวะ"

กำแพงสลัดมิเกลออกจากตัว เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งมิเกลให้นอนจมกองอ้วกบนโซฟา

      "โซฟาเลอะ ไอ้เมี้ยวจอมข่วนเละ"กำแพงถอดเสื้อโชกอ้วกทิ้งลงพื้นห้องน้ำ

      "แล้วมันก็มาลงที่กู เลอะเทอะเละเทะ!"ร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยบ็อกเซอร์ตัวเดียว

      "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้งที่ว่าแซบแล้ว ยังต้องเรียกไอ้แสบนี่ว่าพี่ แสบตั้งแต่วันแรกที่เจอกันจนถึงวันนี้เลยนะ นายอะ"

มิเกลโงนเงนลุกขึ้นนั่ง ปล่อยโฮร้องไห้ คว้าขวดสปาย ไวน์คูลเลอร์ขึ้นมากระดกดื่ม กำแพงหิ้วปีกมิเกลขึ้นมาโยนลงไปบนเตียง

      "นายอะ นอนได้แล้ว เมาอย่างหมา ยังจะบ้าดื่มเข้าไปอีก เราจะให้เวลานายเสียใจ แค่วันนี้นะ หลังจากนั้น ถ้านายยังเศร้า นายยังฟูมฟายร้องไห้ ไม่ได้สติ นั่นก็แปลว่านายจมปลัก นายก็จะไม่ต่างอะไรกับควาย ชอบใช้แรงงานเหรอ หัดใช้สมองเดะ"กำแพงกระชากสปาย ไวน์คูลเลอร์ ขวดสีฟ้าจากมือมิเกลมาดื่มอึกใหญ่

      "ก่อนหน้านี้ก็ซดเบียร์สดไปตั้งหลายแก้วแล้ว ยังจะกระเดือกเข้าไปอีก"กำแพงรู้สึกยัวะ

      "ทำตัวไม่น่ารัก แบบนี้ใครจะไปรักลง ผู้หญิงที่ไหนจะมามองนายล่ะ ไอ้ขี้เมา!"

      "แล้วต้องทำตัวแบบไหนล่ะถึงจะรัก ให้ทำแบบนี้มั้ย!"มิเกลกระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียง โถมทั้งตัวเข้าใส่ กอดกำแพงเอาไว้แน่น

      "เฮ้ย! นายทำบ้าอะ..."กำแพงตาค้าง

มิเกลปิดทับคำพูดของกำแพงด้วยจูบ สอดลิ้นเข้าไปในปาก จูบดูดดื่ม ก่อนถอนริมฝีปากออก

      "เป็นไงน้ำ จูบของเราเร่าร้อนถึงใจมั้ย"มิเกลสบตาซึ้ง ทำเอากำแพงรู้สึกวูบวาบ

      "ร้อน! ร้อนโว้ย!"

มิเกลถอดเสื้อออก ปลดกระดุมกางเกงยีนส์เม็ดแรก ตามติดด้วยกระดุมเม็ดที่สอง ล้มตัวลงนอนบนเตียง ดึงกำแพงลงมานอนด้วย

      "ฟี้!"ตามด้วยเสียงกรน ปล่อยให้กำแพงว้าวุ่นใจกับจูบแรก

      ว้าก! จูบแรกของเรากับผู้ชาย รู้ถึงไหนอายถึงนั่น จูบแรกของเราไม่ใช่กับเจดา แต่เราจูบกับนาย

      Be Like That!

      กำแพงข่มเหงตาตัวเองให้หลับ แต่มันกลับขัดขืน เพราะมีร่างน้อยกอดก่ายอยู่บนตัว กอดแน่นราวกับกลัวกำแพงหายตัว
      มิเกลหลับคาเตียงไปแล้ว แต่กำแพงยังตาแข็งทื่อ เพราะภาพมิเกลยังคงคาตา รสชาติของเหล็กดัดฟันยังคงติดลิ้น

      "ทำเอากูหลับไม่ลง มึนงงไปถึงเช้าแน่งานนี้"






      อา...หัวหมุนติ้วเหมือนโลลี่ป๊อป...เรายังไม่อยากตื่น...นอนต่ออีกดีกว่า...
      อ๊ะ! แล้วคนที่นอนกับเราเป็นใคร ใครนอนกอดเรา เราอยู่ในอ้อมกอดใคร มือที่มีขนาดใหญ่กว่ามือของเราเล็กน้อย ท่อนแขนแข็งแรงทั้งสองข้าง แผ่นอกกว้างขวาง เนื้อแน่นเด้งดึ๋งยิ่งกว่าปลาแมกเคอเรลในกระป๋อง ตัวขาวจั๊วะ นอนถอดเสื้อ ไม่กลัวเป็นหวัด อือ ไม่เห็นเป็นไร ไม่ต้องกลัวเป็นหวัด เพราะเราก็ถอดเหมือนกัน

      "เฮ้ย!"มิเกลตกใจ กระเด้งตัวขึ้นจากเตียง

      "โอ๊ย! มึนตึ้บ"กำแพงรีบคว้าร่างโงนเงนเอาไว้

      "จะไม่ให้มึนได้ยังไง ก็นายดื่มเข้าไปซะขนาดนั้น"

      "ดื่ม"มิเกลก้มลงมองสำรวจตัวเอง ทั้งตัวมีแต่รอยจ้ำสีแดง

      "แล้วนี่มันรอยอะไร นายทำอะไรเรา"มิเกลเบิกตากว้าง

      "ฮะ! เมื่อคืนนายข่มขืนเรา!"มิเกลผลักอกกำแพง ลนลานลงจากเตียง

      "ไอ้หื่น! นายมันหื่นกว่าที่คิด ไว้ใจไม่ได้ ชอบฉวยโอกาส ไอ้บ้ากำแพง ไปตายซะ!"

มิเกลคว้าข้าวของของตัวเองมากอดไว้ รีบวิ่งไปที่ประตู มีกำแพงวิ่งตามติด

      "เฮ้ย! ฟังคำอธิบายก่อนเดะ"กำแพงรีบคว้าแขนเล็กๆ เอาไว้ มิเกลสะบัดหลุด หันมาตวาด

      "อย่ามายุ่ง! ไปให้พ้น!"มิเกลปิดประตูใส่หน้ากำแพงเสียงดังปัง






      มิเกลเห็นกำแพงเดินมาแต่ไกล กำลังตรงมาทางนี้

      ตายห่ะ! วันนี้วันพุธ วันหยุดของกำแพงนี่หว่า เฮ้ย! จะหลบยังไงดีล่ะเรา เราต้องแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น

มิเกลรีบแย่งมือถือจากเอี๊ยมมาก้มหน้าก้มตาเดินจิ้มจอจนชนกับ...

      "กำแพง!"มิเกลสะดุ้งเฮือก

      "มีเรื่องจะคุยด้วย มากับเราซิ"กำแพงทำหน้าจริงจัง

      ไอ้หื่น

มิเกลขยับปาก แต่ไม่เปล่งเสียง รีบวิ่งหนีเร็วจี๋ เข้ามานั่งหอบแฮกในห้องเรียน ครูประจำคาบวิชาเดินเข้ามาในห้องเรียน เขียนบนไวท์บอร์ด

      "วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องเพศศึกษา"

เมื่อครูพูดจบประโยค มิเกลลุกพึ่บจากเก้าอี้ รีบเดินออกจากห้องทันที






      "ชุดชั้นในสีดำกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้จริงเหรอ เอี๊ยมนายใส่สีอะไร"เอี๊ยมก้มหน้าก้มตาอายหน้าแดง เมื่อโดนเวเฟอร์ตั้งคำถาม

      "เชียร์มีประจำเดือนตอนอายุเท่าไหร่ เรามีตอนสิบสอง"

      "อืม ตอนสิบเอ็ดมั้ง"

      "เอี๊ยม แล้วนายล่ะมีประจำเดือนตอนอายุเท่าไหร่"เชียร์หัวเราะเอี๊ยมที่หน้าแดงแล้วหน้าแดงอีก เพราะเวเฟอร์ผู้หญิงที่เอี๊ยมแอบชอบ

      "เอี๊ยมไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันอะ นายต้องรู้ดีดิเพราะนายมีไข่"เวเฟอร์เอามือปิดปากหัวเราะคิก

      "หนวกหู! หุบปากซะ!"มิเกลตวาด

      "ทำไมไม่คุยเรื่องเรียน คุยแต่เรื่องไร้สาระ รำคาญ!"มิเกลเดินกระทืบเท้าปึงปังออกจากกลุ่มเพื่อน

      "เฮ้ย! เราไม่คุยเรื่องเรียนตรงไหนวะ เราเพิ่งเรียนเพศศึกษามาเมื่อกี๊นี้เอง!"เชียร์เสียงสูง

      "สงสัยมิเกลมันเป็นวันนั้นของเดือนมั้ง"เวเฟอร์กับเชียร์หัวเราะคิกคัก เอี๊ยมหัวเราะไม่กั๊ก










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

8 ความคิดเห็น