Vanilla Cola

ตอนที่ 32 : ผัดกะเพรารวมฮิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    15 พ.ค. 62

         ชั้นสองของห้างสรรพสินค้า Purple Park ที่รวบรวมร้านอาหารหลากสไตล์หลายประเทศ โดนปรับอุณหภูมิให้หนาวเย็นดั่งยอดดอย เพื่อคงสภาพความสดของดอกไม้เมืองหนาว ที่เจ้าของกิจการสั่งตรงลงจากเครื่องทุกสัปดาห์ ความสวยของดอกไม้สดในแปลงประดับยาวไปจนสุดทางถึงห้องวีไอพีที่อยู่โซนท้ายสุด





        "คุณปาร์คจะใส่อะไรในอาหารให้ผมกินหรือเปล่าครับ คือผมหมายถึงยานอนหลับ"

ปาร์คหัวเราะหึหึในลำคอ"หึ หึ เปล่า ฉันไม่ได้ใส่สิ่งแปลกปลอมอะไรให้กิน แต่แค่ฉันอยากจะกินหนูครินต์"

        มิเกลเบนสายตามามองแก้วน้ำที่วางตรงหน้า แทนการสบตากับปาร์ค เมื่อน้ำในแก้วถูกดื่มจวนหมด อาหารในจานถูกชิมจนเลียบ ปาร์คต้อนรับการมาเยือนของมิเกลด้วยอาหารไทยในร้านชื่อดังที่สุดของชั้นสอง ตามคำสั่งของมิเกลที่อยากชิมอาหารตามสั่ง อาหารไทยรสจัดจ้านหลายจานถูกเสิร์ฟเรื่อยๆ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

        "นี่คือเมนูแนะนำของร้านนี้เชียวนะ ผัดกะเพรารวมมิตรทะเลที่ไม่ธรรมดา เพราะจานนี้คือเมนูสุดฮิตของร้าน ฉันสั่งทานทุกวัน สำหรับจานนี้ฉันเลยสั่งพิเศษเพื่อหนูครินต์โดยเฉพาะ"ปาร์คยิ้มให้ผัดกะเพราที่เหลือแต่ซากติดจานของมิเกล

        พนักงานค่อยๆ ประคับประคองอาหารที่เข็นมาเสิร์ฟอย่างระมัดระวัง เสิร์ฟของหวานบนโต๊ะอาหาร แล้วโค้งตัวลงรินน้ำเย็นจากเหยือกเติมในแก้วที่พร่อง

        "รับอะไรเพิ่มมั้ยครับ...มิเกลนายกินหมดเลยเหรอ"ร่างสูงโปร่งกระซิบถามเสียงเข้ม มองอาหารในจานมิเกลที่หายสาบสูญ

มิเกลตาค้าง แต่ยังคงเก็บอาการ"เปล่า เราแค่ชิม"

        "นายไม่กลัวมันใส่ยานอนหลับให้นายกินเหรอ เหมือนกับที่นายทำกับเราไง"

        "ไม่กลัว เพราะมันไม่ใช่ยานอนหลับ มันก็แค่ผัดกะเพรารวมฮิต!"

        "หืม.....เอาเหอะๆ แล้วก็ไม่ต้องถามนะว่าเรามาได้ยังไง เพราะไอ้คุณปาร์คมันเหล่มาทางนี้ละ"

        "ง่า"มิเกลยิ้มกลบเกลื่อน

        "ผมขอสั่งลูกชุบเพิ่มครับคุณปาร์ค"

        "ตามใจหนูครินต์ สั่งตามสบาย จะกินมากกว่าลูกชุบก็ได้"ปาร์คส่งสายตาฉ่ำยิ่งกว่าลูกชุบ กำแพงเหล่มองเจ้าของห้างสุดหื่นที่เหมือนอยากจะกินมิเกลมากกว่าอาหาร แล้วเสิร์ฟของหวานเพิ่ม

        "ลูกชุบครับคุณลูกค้า...นายระวังตัวด้วย"

มิเกลเผลอมองตามกำแพงที่ถอยหนึ่งก้าวไปยืนตัวตรงรอรับออเดอร์ข้างโต๊ะอาหาร

        กำแพงเราต้องพูดประโยคนั้นกับนายมากกว่า เพราะเราลากนายมาข้องเกี่ยวกับเรื่องที่นายไม่มีเอี่ยว


        "ครินต์!"

มิเกลยังไม่ทันหันไปหาเสียงเรียกชื่อจริง ฝ่ามือเจ้าของเสียงก็อยู่ในระยะประชิดตัว รวบใบหน้าเรียวเอาไว้อยู่หมัด

        "ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ดูสกปรกจังว่ะ ม่ะ ทำความสะอาดให้"พายุขยี้จูบลงบนริมฝีปากมิเกลเหมือนหมาหิวโซ

        "เฮ้ย!"กำแพงอ้าปากกว้างตาค้าง ตรงเข้าไปกระชากร่างผอมกะหร่องออกจากมิเกล

        "มึงทำอะไรของมึงวะไอ้สัตว์! มึงมีสิทธิ์อะไร!!!"พายุเสียงกร้าว

        "ก็คุณมึงไม่มีสิทธิ์ทำอะไรตามใจชอบอย่างนั้น"กำแพงโต้กลับ

        "กูจูบกับเด็กกู มึงมันแค่พนักงานเสิร์ฟ มาเสือกอะไร ทำงานของมึงไปสิวะ"

        "ใครคือเด็กของมึง แล้วมึงมีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับ เอ่อ...ลูกค้า มึงก็พนักงานเหมือนกันไม่ใช่เหรอวะ!"

        "จุ๊ๆ จุ๊!"เสียงจุ๊ปากปรามจากปาร์ค ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดต้องหดตัว"นี่เป็นห้องวีไอพี ทำตัวกันให้เหมาะสมกับความ VIP หน่อย"

        "คุณปาร์ค ก็มัน..."ปาร์คส่งสัญญาณเตือนพายุด้วยสายตาพิฆาต ทำเอาพายุฤดูร้อนอ่อนกำลังลง"ลูกเห็บไม่ตกในห้องนี้"ปาร์คส่ายนิ้วชี้

        "ก็ได้"พายุเดินทอดน่องออกไปจากห้องอย่างว่าง่าย

        "เอ่อ คุณปาร์คครับ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำ"มิเกลลุกพึ่บจากเก้าอี้ตรงไปที่ห้องน้ำในห้องวีไอพี รีบล็อคประตู

       "ฮู่ววว!!!"ลมหายใจถูกถอนทิ้งเฮือกใหญ่ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาบนหน้าผาก ร้อนเหมือนนอนอาบแดดทั้งๆ ที่แช่อยู่ในแอร์เย็นเฉียบ

        "เกือบไปแล้ว ถ้าคุณปาร์คจับได้มีหวัง...อุ๊ก! น็อคเอาท์ หลับสบายนอนตายกลางอากาศ"มิเกลยังคงร้อนรนอยู่ภายในห้องน้ำ ทิ้งปาร์คกับกำแพงไว้ที่โต๊ะอาหารสองต่อสอง


        "เด็กเสิร์ฟนายมากับครินต์เหรอ มาด้วยกันก็ยอมรับมาเถอะ ว่าแต่ มาในสถานะอะไร บอดี้การ์ด รูมเมท หรือคนรู้ใจ"

ปาร์คมองร่างสูงโปร่งหัวจดเท้า สายตาแทะโลมตลอดตัว ชุดพนักงานเสิร์ฟสีดำทั้งชุดตัดกับผิวขาวของชาวเหนือ ไรผมสีโคล่าแลบออกมาจากผ้าโพกผมสีดำที่ซ่อนความคูลไว้ไม่มิด

        "เด็กเสิร์ฟนายสนใจผู้ชายที่ส่วนสูงเท่ากันหรือเปล่า หรือว่า นายชอบแบบตัวน้อยๆ น่าทะนุถนอมอย่างครินต์ สำหรับครินต์ฉันยกให้เป็น Taeyang Doll เพราะบอดี้ของครินต์ฉันสำรวจมาหมดแล้ว แบบว่าโดนเก็บรายละเอียดทุกซอกทุกมุมเชียวละ หึ หึ"





        มิเกลมองหน้าตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ หยดน้ำเกาะปลายผม ค่อยๆ ไหลย้อยจากหน้าผากสู่ปลายคาง

        "เราต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อจบเรื่องนี้แบบ Happy Ending!"





        กำแพงมองผู้ชายวัยเฉียดสามสิบกว่าๆ ที่ความสูงและความหล่อจัดว่าพอตัวสำหรับวัยขึ้นเลขสาม ผิวพรรณบ่งบอกว่าเกิดมาไม่เคยลำบาก หล่อ รวย แต่อาจจะซวยตรงที่ปากหมา เพราะประโยคห้ำหั่นหัวใจนั่นมันทำให้กำแพงต้องกำหมัดแน่น เป็นการส่งสัญญาณเตือนตัวเองว่าอย่าเพิ่งร้อนวิชา

        ใจเย็นๆ ไว้ไอ้กำแพง จงหยุดรอสัญญาณไฟแดง ทั้งๆ ที่อยาก
        แย็บ!
        ฮุคซ้าย!
        อับเปอร์คัทขวา!
        ต่อยหน้า!
        เตะปลายคาง!
        จระเข้ฟาดหาง! ปิดท้าย 
        แต่เอาจริงๆ สารเลวและสารรูปแบบนี้มันน่าจะตายตั้งแต่โดนแย็บแล้ว


        "ตาแก่ชอบกินเด็ก"

        "เด็กเสิร์ฟ นายว่าอะไรนะ ฉันฟังไม่ถนัด"ปาร์คซักถามประโยคที่กำแพงพูดขึ้นมาลอยๆ

        "เปล่าครับ เอ่อ ผมไม่ได้มากับ...คุณลูกค้า"เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นมาทั่วใบหน้า มุดออกมาจากผ้าโพกผม กำแพงรีบปาดมันออกจากหน้าผาก

         "ร้อนเหรอ ถอดผ้าโพกผมออกก็ได้ หรือจะถอดให้หมดเลยก็ได้"ปาร์คยิ้มมุมปาก"อยากเปลี่ยนอาชีพจากเด็กเสิร์ฟมาเป็นเด็กของฉันมั้ย สำหรับนายฉันยกให้เป็น BJD Doll ไซส์ตุ๊กตายาง เพราะนายมัน Very Big!"

กำแพงรีบกลั้นคำที่มันอาจจะหลุดพึมพำออกมา เพราะกลัวเสียแผน

        ให้ตายเหอะ ไอ้คุณปาร์ค นายนี่มันน่าโดนถีบจริงจังว่ะ

        "ขอโทษครับคุณปาร์คที่ทำให้รอ"กำแพงหันขวับตามเสียงมิเกลที่ดิ่งตรงมายังโต๊ะอาหาร เป้าหมายคือเจ้าของห้างสรรพสินค้า Purple Park เพราะยิ้มโปรยเหล็กดัดฟันที่กำแพงค่อนข้างหวงนั่นมันเป็นยิ้มอ่อยเหยื่อ

         "คุณปาร์คครับ ที่ผมมาในวันนี้เพื่อจบเรื่องคลิป ที่เราคุยกันคร่าวๆ ทางอีเมล์ และต่อจากนี้ผมจะเริ่มลงรายละเอียดเลยแล้วกัน คือผมไม่มีเงินสดมาแลกกับคลิป แต่ผมมีอย่างอื่นมาแลกแทนเงินสด"มิเกลวางเบ็ด

        "หึๆ บัตรสะสมแต้มงั้นเหรอ"ปาร์คยิ้มมุมปาก เตรียมฮุบเหยื่อ

        "ไม่ใช่ แต่ก็ไม่เชิงครับ"มิเกลยิ้มเข้ม

        "ผมขอชำระแบบผ่อนเป็นงวดๆ ด้วยการทำงานใช้หนี้โดยหักจากเงินเดือน  แต่ถ้าคุณปาร์คจะขอให้ผ่อนด้วยเงินสด ผมขอแบบปลอดดอกเบี้ย และมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า"

        "อะไรคือเงื่อนไข"ปาร์คเลิกคิ้ว

        "เงื่อนไขคือ ผมไม่ต้องการคลิปแล้ว แต่ผมจะขอเปลี่ยนเป็นการปลดหนี้ให้คุณยายคนสวนแทน นั่นละครับไคลแมกซ์ของผม"

        "เฮ้ยยย!!!"ประโยคของมิเกลเกือบทำให้กำแพงที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ชักกระตุกก่อนตั้งสติ"เอ่อ คุณลูกค้ารู้เหรอครับว่าคุณยายคนสวนเป็นหนี้เท่าไหร่ ถ้าคุณยายเป็นหนี้สิบล้านล่ะครับ"

        "ใช่ มูลค่าหนี้สินของคุณยายคือ...สิบล้านนน..."ปาร์คเขย่าเสียง

        "นายรู้มั้ย หนี้สินของคุณยาย...สิบล้าน"กำแพงก้มลงกระซิบข้างหูพร้อมของเสิร์ฟ

        "นายก็แค่ช่วยเราเขียนไปรษณียบัตรทายผลฟุตบอล"มิเกลกระซิบกลับ

        "ครับ! รับไปรษณียบัตรเพิ่มอีกหนึ่งที่ครับ เฮ้ย!"กำแพงเผลอโพล่งออกมา

        "คุณลูกค้าต้องการรับน้ำใบบัวบกเพิ่มนะครับ"กำแพงกัดฟันกรอด

        ให้ตายเหอะ วางเบ็ดให้ปลาฮุบนายไปจนได้ ถ้ากลับถึงห้องเมื่อไหร่ เรากับนายจะได้เห็นดีกัน งานนี้มีช้ำ!

กำแพงไม่ลืมที่จะยืนครุ่นคิดต่อ

        หนี้ห่ะอะไรวะ ตั้งสิบล้าน คุณยายเป็นแค่คนแก่ธรรมดาๆ จะมีหนี้สินอะไรกันนักกันหนาตั้งสิบล้าน หรือว่า...

        "ลูกชายของคุณยายเป็นหนี้พนัน เล่น BJ จนหมดตัว คุณยายเสนอตัวเองใช้หนี้แทน เพื่อให้พ่อ แม่ ลูก อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะคุณยายห่วงว่าหลานจะขาดความอบอุ่น"ปาร์คไขข้อข้องใจภายในใจกำแพง

         ไอ้คุณปาร์คมันตอบโจทย์ของเราได้หมดจด และถูกเผง โพยนั่นที่เราค้นเจอในสโตร์ที่เราแอบย่องเข้าไปและออกมาอย่างไวว่องราวกับละคร ที่พระเอกไม่มีทางโดนผู้ร้ายจับได้ไล่ทันในทุกกรณี
        โพยนั่นคือรายชื่อของนักพนันที่เสียท่าบ่อนของคุณปาร์คที่แอบเปิดบริการในห้างนี่เอง
         อา...พัชรา นั่นคือชื่อจริงของคุณยาย พัชราที่มีหนี้สินสิบล้าน ตัวเลขนำโด่งกว่าใคร ตามติดตูดมาด้วยรายชื่อที่มีนามสกุลคุ้นๆ อืม รายนั้นเป็นหนี้หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน

        "งั้นผมขอท้า!"เสียงมิเกลกระตุกกำแพงให้ตื่นจากห้วงความคิด

         "ถ้าผมชนะ BJ คุณปาร์คก่อนสามครั้ง คุณปาร์คต้องปลดหนี้คุณยายตอนนี้เลย สำหรับหนี้สินของคุณยาย ผมขอสัญญาลูกผู้ชายว่า ผมจะรับผิดชอบด้วยตัวของผมเอง"ปาร์คมองมิเกลตาเป็นมันกับประโยคนั่น หลังจากนั้นดีดนิ้วดังเป๊ะ ห้องวีไอพีก็เปลี่ยนเป็นบ่อนเต็มรูปแบบ

        เป๊ะ!

        ปาร์คดีดนิ้วอีกครั้ง"หนูครินต์นี่เหมาะสมกับอะไรที่ไม่คู่ควรสินะ นายก็ควรจะไปหาอะไรที่ไม่คู่ควรลองดูบ้างนะเด็กเสิร์ฟ"ปาร์คหันมาหากำแพงที่ยืนอ้าปากค้าง

        "Are You Ready?"ปาร์คยิ้มมุมปากให้กำแพงก่อนหันมาจ้องของหวานตรงหน้าตาเป็นมันวาว

        "Ya..."เสียงตอบรับสั่นหงึกๆ จนต้องรีบหลบตาปาร์คซ่อนความออกอาการ มิเกลค่อยๆ หลับตา มือกำหมัดแน่นเรียกพลังสมาธิ

        เราคือผู้ท้าชิง เราต้องข่มขวัญคู่ต่อสู้สิ ไม่ใช่มาสั่นตั้งแต่ยังไม่ได้สู้
        อืมมม...เมื่อเราหลับตา เราไม่รู้เลยว่าในดวงตาของเรามีเงาของคุณปาร์คอยู่หรือเปล่า แต่เรามั่นใจว่าในดวงตาของคุณปาร์คมีเงาของเราอยู่ในนั้น

มิเกลลืมตาจ้องหน้าปาร์ค"Yup! เดิมพันคือสิบล้านของคุณยายวางบนโต๊ะ!"

        "แล้วไงต่อ"ปาร์คยิ้มเย็นเยือก

        "คุณปาร์คเป็นเจ้ามือ ใครชนะก่อนสามครั้ง นั่นคือผู้ชนะ ถ้าผมแพ้ผมจะทำตามสัญญาไม่เบี้ยวแน่นอน ในเมื่อสัญญาลูกผู้ชาย"มิเกลตอกย้ำสัญญากับปาร์ค

        "นายเล่นเป็นเหรอไง"กำแพงกระซิบถาม

        "ไม่เห็นจะยากตรงไหน บ่อยไป ชู้วับๆ ใน Ameba Pigg นายรู้มั้ยในเกมออนไลน์นั่นเราได้การ์ดดำ"มิเกลกระซิบตอบ

        "นั่นมันเกมออนไลน์ แต่นี่มันชีวิตนาย"

        "ชู่ว! เงียบเหอะ เราต้องใช้สมาธิ"

        แจกไพ่ครั้งแรก

        "เฮ้ย! แค่ 16 แต้ม เป็นบ้าอะไรของนาย ทั้งๆ ที่มันน่าจะ hit แต่นายกลับ stay"กำแพงกระซิบ

        "ไพ่เจ้ามือเกิน 21"มิเกลกระซาบ

        แจกไพ่ครั้งที่สอง

        "เฮ้ย! ทำไมนาย hit มันมีแนวโน้มว่าเกิน 21"กำแพงเอามือกุมขมับ แต่เมื่อเจ้ามือหงายไพ่ ปาร์คเป็นฝ่ายพ่ายด้วยแต้มที่เกิน 21

        "เป็นไงล่ะ"มิเกลยักคิ้วให้กำแพง

        แจกไพ่ครั้งที่สาม

        กำแพงลุ้นตัวโก่งกับไพ่ของทั้งสองฝ่าย

        "โอ๊ะ โยะ โย๋!"ปาร์คอุทานแบบโนริมากิ อาราเล่ เมื่อมิเกลหงายไพ่ในมือ

        BLACKJACK


         ฮะ! มิเกลชนะได้ยังไง ไม่น่าเชื่อ"นายเฮงว่ะ"กำแพงกระซิบ

        "ไม่หรอก เราแค่..."แค่มองตาคุณปาร์คก็รู้ไปถึงใจ มิเกลกระซาบ

        แปะๆ! เสียงปรบมือตามด้วยประโยคบอกเล่าจากปาร์ค ทำเอามิเกลกับกำแพงสะอึก

        "หนูๆ แพ็กคู่ ไม่ต้องกระซิบ ไม่ต้องกระซาบ ฉันรู้อยู่แล้วว่ามาด้วยกัน แล้วนายตัวสูงก็ไม่ใช่พนักงานเสิร์ฟของห้าง เพราะที่นี่ไม่มีร้านอาหารวานิลลา เฟลเวอร์
        และที่สำคัญ ฉันไม่รู้เรื่องคลิปอะไรนั่น แต่ฉันแค่อยากเจอหนูครินต์เท่านั้น เลยเออออสมยอม"

        "เฮ้ย! พลาด ลืมไปเลยว่า วานิลลา เฟลเวอร์เป็นแค่ร้านอาหารไทยในวานิลลา ซูเปอร์มาเก็ตเท่านั้น มันไม่มีสาขา"กำแพงพึมพำ

        "แล้วตอนที่ผมโทรคุยกับคุณปาร์คเรื่องคลิปด้วยประโยคบอกเล่า ทำไมคุณปาร์คไม่ตอบผมเป็นประโยคปฏิเสธล่ะ"มิเกลงึมงำ

        "ฉันก็บอกไปแล้วไงว่า ฉันอยากเจอหนูครินต์ จับพลัดจับผลูฉันยังได้เด็กเสิร์ฟเป็นของแถมอีกด้วย"ปาร์คตอบประโยคงึมงำพึมพำของมิเกลกับกำแพง

        เมื่อมิเกลกับกำแพงรู้ตัวแล้วว่า แผนพัง พลาดพลั้งครั้งยิ่งใหญ่ ต่างคนต่างมองตากัน ต่างคนต่างสะกดคำในภาษาไทย ต่างคนต่างเข้าใจคำว่า วิ่ง!
        มิเกลคว้าข้อมือกำแพง วิ่งออกจากห้องวีไอพี แต่กำแพงดึงร่างมิเกลเอาไว้จนเซกลับมาซบแผ่นอก

        "หยุด! นายอย่าเพิ่งขยับ อย่าลืมว่าเรามาเพื่อเคลียร์เรื่องคลิป อุตส่าห์มาถึงที่นี่ทั้งที เรื่องนี้ต้องจบ เราต้องหาตัวคนร้ายให้ได้!"

        "อือ ก็ถูกของนาย แล้ว...ใครล่ะคนร้าย"มิเกลย้อนถาม


        "กูเอง"

        "เค! ยะ...ยังไม่ตาย"มิเกลหันขวับกลับมาสบตากับร่างไม่สมประกอบที่กะโผลกกะเผลกออกมายืนขวางประตูทางออก

        "เออ กูยังไม่ตาย กูต้องอยู่เพื่อให้มึงชดใช้ ที่ทำให้กูกลายเป็นไอ้เป๋ ขาพิการ"

        "เป๊ะเลย!"กำแพงดีดนิ้ว"เข้าข่ายคนชั่วทำตัวเอง แล้วแม่งโทษมั่วซั่ว เหมือนผู้ร้ายทั่วๆ ไป"

        "แล้วมึงเสือกอะไร ไอ้สัตว์!"

        "ถ้าผมเป็นสัตว์ แล้วพี่คุยกับสัตว์รู้เรื่อง พี่คงไม่ใช่คน แล้วก็เผอิญกูเสือกทุกเรื่องแหละ"

        "สัตว์ มึงกวนส้นตีนกู"

เคยกมือขึ้นกระดิกนิ้ว เท่านั้นเอง บุคคลในซอกหลืบก็ถลาออกมาจากที่ซ่อนโชว์แผลเป็นกลางหน้าผาก

        "ไอซ์! ผะ...แผลเป็นบนหน้าผากนั่นมันเหมือนกับ สคอล ในไฟนอล แฟนตาซี 8 มะ...มันคือผลข้างเคียงจากไม้หน้าสามของคุณยาย"มิเกลหน้าซีดเสียงสั่น

        "เฮ้ย! มึง!"

กำแพงสบตากับร่างเล็กที่ระดับส่วนสูงเตี้ยกว่า แล้วรีบดึงตัวมิเกลมาไว้ข้างหลัง แขนทั้งสองข้างกางออกเพื่อปกป้อง เหมือนกับพ่อนกกางปีกปกป้องลูกของมันเมื่อมีภัย มิเกลมองกำแพงอย่างน่าทึ่ง แผ่นหลังของกำแพงมันราวกับภูเขาแกร่งกลางทะเล ที่ยืนปะทะคลื่นลมแรง เพื่อปกป้องเรือลำเล็กไม่ให้ถูกเกลียวคลื่นกลืนกิน

        "เอิ๊กกก!"เสียงเรอเอิ้กทำลายภาพท้องทะเลในจินตนาการของมิเกลจนป่น

        "เอิ้ก"เสียงเรอซ้ำตามด้วยประโยคคำถาม"เออกู มึงข้องใจอะไรกู"

        "มึง! ไอ้หัวขโมยกระชากกระเป๋า มึงฉกกระเป๋าเป้ของกูไปต่อหน้าต่อตา"

        "ความจำมึงดี หรือว่ากูเป็นที่น่าจดจำ แต่เสียใจด้วยไอ้สัตว์ที่กูจำมึงไม่ได้ ลูกค้ากูเยอะแยะ ทั้งเด็ก คนชรา หรือสตรีมีครรภ์ กูก็ไม่เว้น เพราะกูเป็นคนชอบเอื้อเฟื้อ"

        "กูเป็นเจ้าของรองเท้าผ้าใบในกระเป๋าเป้ที่มึงกระชากไป รองเท้าคู่นั้นพ่อกูซื้อให้ กูกะจะเอาไว้นอนกอดเป็นกำลังใจตอนที่อยู่ห่างไกลบ้าน แต่มึงทำให้กูฝันสลาย กูเลยจำมึงได้ขึ้นใจ เพราะทุกครั้งที่กูถอดรองเท้า ใบหน้าของมึงก็ผุดขึ้นมาพร้อมกลิ่นเท้าของกู"

        "อ้อ เป็นมึงนี่เอง ไอ้หน้าส้นตีนที่เสือกเอาเกือกมาให้กูวิ่งตาม กูก็โง่เสือกวิ่งตามเกือก อย่างนี้ต้องเสียบให้หายแค้น"แววตาโหดถูกส่งให้มิเกล"ครินต์!"

        "คุทสึ!"มิเกลอุทานพร้อมผวากับเสียงเหี้ยมที่เรียกชื่อจริง มือรีบคว้าหมับชายเสื้อกำแพงมากำไว้แน่น

        "มาเป็นของกันและกันเหมือนกับวันนั้นเหอะ เพราะยังไงซะวันนี้ไอ้ลูกหมาตัวที่ยืนข้างๆ ครินต์ มันก็ไม่รอด"ยิ้มแสยะถูกส่งให้กำแพง

ร่างสูงโปร่งที่มีร่างกะทัดรัดแอบไว้ข้างหลัง ปรี่เข้าหาร่างเตี้ยกว่าตรงหน้าเหมือนอยากหาเรื่อง

        "กำแพง! อย่า!"มิเกลดึงเสื้อกำแพงไว้ใบหน้าซีดเผือด ส่วนกำแพงเลือดขึ้นหน้า

        "อย่าแตะต้องของของกู!"กำแพงกระแทกเสียงใส่

        "ของของมึง ที่เคยเป็นของกู"ยิ้มแยะเย้ยถูกส่งตรงถึงกำแพงอีกครั้ง

จู่ๆ มิเกลก็มีอาการผะอืดผะอมขึ้นมาจนอยากปล่อยอ้วกพุ่ง"ยะ...อยากจะอ้วก"

        "หยุดเห่าหอนซะ เก่งจริงก็เข้ามา"กำแพงท้าทาย

        "เอาสิวะ!"ไอซ์ถอดรองเท้า ฟาดไปที่ใบหน้ากำแพง"เอาเกือกของมึงคืนไปไอ้ห่ะ!"

        หมับ! กำแพงรับรองเท้าในมือของร่างเตี้ยเอาไว้ได้ก่อนที่จะปะทะกับใบหน้า กระชากมันออกมาจากมือไอซ์ แล้วส่งให้มิเกลที่ถอยหลังไปตั้งหลักรับโดยสัญชาตญาณของนักกีฬาเซปักตะกร้อ

        "เจาะหน้าขา!"กำแพงกำกับ

กำแพงส่งรองเท้าขึ้นไปลอยคว้างกลางอากาศให้มิเกลเสิร์ฟ มิเกลเล็งตรงหน้าขา แต่พลาดเป้า รองเท้าเปลี่ยนทาง แปะลงบนกลางหน้าผากไอซ์พอดิบพอดี

        "อาาา...มิเกล นายแม่นเสมอ"

        Kutsu





        ไอซ์โมโหสุดขีด ควักมีดออกมา มิเกลรีบกระโดดกลับเข้าที่ เกาะหลังกำแพงติดหนึบเหมือนกับจิ้งจก

ใบมีดขาววาววับกับปลายแหลมคมกริบ เมื่อใดที่มีดในมือไอซ์ขยับมันกระทบกับแสงไฟวับวาวจนแสงสะท้อนบนใบมีดจ้าบาดตา 

มิเกลหน้าซีดเหงื่อแตกซิก ความรู้สึกคลื่นไส้ทวีคูณ"กะ...กำแพง...มะ...มีด...มันเรืองแสง เหมือนกับดาบเลเซอร์ของอัศวินเจได ในสตาร์ วอร์ส"

        "มันมีมีด เราก็มีมือ นายไม่ต้องกลัวเลยมิเกล เราเคยขึ้นชกมวยไทย ไปจนถึงมวยสากลสมัครเล่น ที่ฝีมือไม่ใช่เล่น"

มิเกลตัวสั่นหงึกๆ หลับตาปี๋ มือขยำเสื้อกำแพงยับยู่ยี่"มะ...มีอะไรที่ ผะ...ผู้ช่วยอย่างเรา พะ...พอจะช่วยนายได้มั้ย"

        "ไม่มีอะไรที่ยากสำหรับพระเจ้า นายแค่ช่วยท่อง I believe in God and I Love You...นายแค่บอกรักเราเท่านั้นละ"

มิเกลจ้องมองต้นคอโชกเหงื่อ ปลายผมสีโคล่าที่โผล่พ้นผ้าโพกผมสีดำเปียกชุ่ม

        ผมของนายยาวขึ้น โคนผมเริ่มเป็นสีดำธรรมชาติ เราไม่อยากให้นายตัดผม ฮะ! นั่นตอผมสีดำเพิ่งขึ้นบนท้ายทอย ค่อยๆ ไล่ลงมาตัดกับต้นคอขาวน่ากัด"กำแพง...นายแอบไปไถผมมา"มิเกลงึมงำ มือยังคงกำชายเสื้อกำแพงเอาไว้แน่น

        "นายสู้ไม่ได้หรอก มือกับมีด มันสู้กันไม่ได้"

กำแพงจ้องอริตรงหน้าตาไม่กะพริบ ยังคงตั้งการ์ดปกป้องมิเกล"สู้ได้ สู้ไม่ได้ ก็ตายกันไปข้างนึงไงที่รัก"

มิเกลจิกเสื้อกำแพง ฝังเล็บลงไปในเนื้อผ้า"ไม่! เราไม่ยอมให้นายตาย"

        "โห่! ฮี๊! โห่! กูคือทาร์ซานเอ๊ย! ซาตาน กูมาเพื่อปล้นชีวิต ปลิดวิญญาณ ฮิ้ววว!"มีดในมือแกว่งไปมารอท่ากรีดคม

        "หืม มึงคือซาตาน มาเพื่อกระชากวิญญาณเหรอครับ ไอ้ซาตานกระชากกระเป๋า มึงอะก็แค่โจรกระจอกหน้าด้านไม่ทำงานสุจริต มึงน่าจะปลิดชีวิตตัวเองมากกว่า"กำแพงยกแขนขึ้นตั้งรับ ยกขาขึ้นเตรียมรุก

        "ตายซะเถอะมึง!"มีดในมือไอซ์ปรี่เข้าหาร่างที่สูงกว่า ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป อะไรๆ จะเลวร้ายไปกว่าที่เป็น มิเกลกระโดดเข้ามาขวางทางมีด กางแขนออกปกป้องกำแพง เหมือนกับลูกนกกางปีกปกป้องพ่อของมัน

        "ไอซ์! อย่า!"

        "ไอ้หยา!"ปาร์คตาค้าง ส่งเสียงอุทานออกมาเป็นภาษาต่างประเทศ

         สวบ!

เสียงปลายมีดดังแหวกอากาศ ร่างน้อยร่วงผล็อยลงไปกองกับพื้น ราวกับนกโดนหนังสติ๊กยิงจนปีกหัก

        "มิเกล!"กำแพงตาค้าง





        แปล่บ!

        โอ๊ย! ไอซ์กระชากไส้เราขาดติดมือเหมือนกับกระชากกระเป๋า มันเจ็บแปลบไปทั่วทั้งท้อง สิ่งที่รู้สึกคือความเจ็บปวดทะลุผ่านฝ่ามือของเราที่กุมท้อง ภาพที่มองเห็นคือสีดำที่ทาบนเล็บมือของเราหลุดลอก

        "มิเกล! มิเกล...มิเกล..."

เสียงที่ได้ยิน เป็นเสียงเรียกชื่อเรา มันเป็นเสียงของกำแพงที่ค่อยๆ เบาลง เหมือนกับที่ตัวของเราเบาหวิวในตอนนี้

        กำแพง! นายได้ยินเรามั้ย! ทำไมเรามองไม่เห็นนาย ทำไมเราไม่ได้ยินเสียงนายล่ะ หรือว่า เราตายแล้ว...เราโดนแทงด้วยมีดที่ท้อง...หรือว่า...






         
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

8 ความคิดเห็น