Vanilla Cola

ตอนที่ 23 : มันเป็นความบังเอิญโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือมันคือความตั้งใจแบบไม่บังเอิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    15 ม.ค. 62

        "เฮ้ย เวเฟอร์ เลิกเรียนแล้วไปเยี่ยมพี่กำแพงกัน เห็นพี่กำแพงโพสต์ในเฟซว่า กินแต่โจ๊กอะนะ มาหารกันซื้อของเยี่ยมไข้ไปฝากเหอะ"เชียร์ถามเพื่อนสนิท แล้วหันไปถามเพื่อนในห้อง

        "มีใครจะไปเยี่ยมพี่กำแพงมั้ย!"

        "เอาไงดีล่ะ จะพูดประโยคปฏิเสธ ก็ดูจะใจดำเกินไป เอาเป็นว่าหาข้ออ้างว่าไม่ว่างดีกว่า"มิเกลงึมงำ

        "พี่กำแพงงกขนาดนั้น แต่ยังไม่มาทำงานเลย น่าจะอาการหนัก มิเกล! ไปมั้ย"

        "ไปเดะ อ้าว เฮ้ย!"มิเกลตอบรับคำชวนของเชียร์อย่างไม่ทันระวังตัว





        ระหว่างทางเดินไปปลายทะเลคอนโดมิเนียม เพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเชียบ เชียร์ชวนมิเกลคุยสัพเพเหระ

        "และแล้ว ก็เหลือเราแค่สองคน ไม่มีใครว่างเลย แถมฝากของเยี่ยมไข้ให้เราหิ้วอีก พวกเราบริการดีขนาดนี้คงต้องเรียกเก็บเงินปลายทางจากพี่กำแพงแล้วแหละ"

        "อือ"มิเกลเออออตามนั้น

        "มิเกลเราก็เคยถูกรถชน"

        "หืม"

        "มันเป็นสถานการณ์คล้ายๆ กับที่พี่กำแพงถูกชนเลย รถที่ชนพี่กำแพงในลานจอดรถ อ้างว่าลูกศรชี้บอกทางสีซีดจาง หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุแล้ว นั่นละเราจะได้กลิ่นสีใหม่ทาทับลูกศรเดิม มันก็คล้ายกับที่เราเคยประสบอุบัติเหตุ เราถูกรถชนที่หน้าโรงเรียนตอนประถม หลังจากนั้นป้าย School Zone ก็ถูกติดตั้งไว้หน้าโรงเรียน คอยกะพริบไฟเตือนให้รถลดความเร็ว ในครั้งต่อไป ถ้ามีใครก็ตามถูกรถชนอีก ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นแบบไหน แต่อุบัติเหตุในครั้งนั้นของเรามันทำให้แม่สูญเสียความทรงจำ เพราะหลังจากที่เราถูกรถชน เราก็ไม่มีตัวตน แม่เชื่อว่าเราตายแล้ว ทั้งๆ ที่เรารอด แต่แม่ไม่รอด แม่ต้องได้รับการบำบัด เราเลยต้องไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า"

        "แล้วพ่อของเธอล่ะ"

        "แม่บอกกับเราว่า พ่อตายแล้ว ทั้ง ๆ ที่พ่อยังมีชีวิตอยู่"

เชียร์สบตากับทางม้าลาย มิเกลเผลอสูดควันจากท่อไอเสียเข้าไปเต็มๆ

        "ตอนเช้าเราเร่งรีบ บีบแตร แซงซ้าย เบียดขวา ปาดหน้า เพื่อไม่ให้ไปเรียน หรือไปทำงานสาย เรามัวแต่รักษากฎที่นั่น จนลืมรักษากฎที่นี่ มันยังไม่สายเกินไปใช่มั้ย ถ้าเราจะไม่แหกกฎจราจร"เชียร์นับเลขถอยหลังในใจตามสัญญาณไฟจราจร

        "รักษากฎ ลดอุบัติเหตุรัก"

        "หืม ก็นะ"เชียร์พยักหน้าเห็นด้วย

        LINE!

สมาร์ทโฟนดึงเชียร์ออกมาจากสี่แยกไฟแดง เมื่อเปิดอ่านข้อความแล้ว เชียร์หันมายิ้มแหยให้มิเกล

        "พอดีมีพนักงานลาป่วย เพราะประสบอุบัติเหตุนิดหน่อย นายคงต้องไปคนเดียวละนะ เอาเป็นว่าเราฝากยาทาให้พี่กำแพงด้วย"เชียร์ยื่นของเยี่ยมที่ช่วยกันหิ้วมาให้มิเกลถือทั้งหมด

        "หนักนิดนึง เดี๋ยวก็ถึงห้องพี่กำแพงแล้ว"เชียร์ยิ้มชูสองนิ้ว

        "มิเกลสู้!"

มิเกลหลุดปากเอ่ยประโยค"แค่นี้เองเบาหวิว"ออกไป แต่ใจหนักอึ้ง





        มิเกลยืนจินตนาการอยู่หน้าประตูห้องก่อนเคาะประตู

        "ถ้ากำแพงเปิดประตูออกมาเราจะทำหน้ายังไง อืม เราก็แค่หาข้ออ้าง เราไม่ได้มาเยี่ยม แค่เอาของเยี่ยมมาให้ เราไม่ได้เป็นห่วง แค่อยากมาหา เฮ้ย ไม่ใช่ เราแค่ผ่านมา"มิเกลรวบรวมความกล้าไปไว้ที่กำปั้น

        ก๊อกๆ ก๊อก

เสียงเคาะประตูเบาเหมือนเสียงกระซิบ

        "ทำไมไม่มีสัญญาณตอบรับจากกำแพงล่ะ"





        "เบื่อว่ะ! อยากออกไปนอกห้องบ้านี่เต็มทีละ เมื่อไหร่จะไปทำงานได้วะ วันละสี่ร้อยสี่สิบบาทโบยบิน"กำแพงบ่นอุบ หยิบมือถือขึ้นมาสไลด์หน้าจอ อ่านสเตตัสที่เคยโพสต์ลงบนไทม์ไลน์ของตัวเอง

         ผมป่วย ๆ เหลือแต่โจ๊กถ้วยเป็นที่พึ่ง

        "โพสต์ไปก็เท่านั้น แค่นี้มันเรียกร้องความสนใจจากนายไม่ได้หรอกว่ะ เมี้ยวนายใจร้าย"

กำแพงเซ็งโยนมือถือลงบนเตียง

        "หาอย่างอื่นทำแก้เซ็งดีกว่า"

กำแพงมุดตัวลงตรงซอกเตียง สอดแขนเข้าไปใต้เตียงให้ลึกที่สุด มือควานหาหนังสือที่ซ่อนไว้

        "อึ๊บ! เกือบได้แล้ว แม่งสิงสู่อยู่นานจนเกือบต้องจุดธูปอัญเชิญออก อุตส่าห์หิ้วของไอ้จี๊ดมาอย่างหนัก ยังอ่านไม่จบสักเล่ม ถือซะว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะได้อ่านการ์ตูนวายแล้วกันวะ"





        มิเกลลองหมุนลูกบิดดู ประตูไม่ได้ล็อค

        "กำแพง"

มิเกลเรียกชื่อกำแพงเสียงเบา สลับกับมองสำรวจ บนเตียง ที่โซฟา ตรงโต๊ะเขียนหนังสือ ในห้องน้ำ ไม่มีร่างสูงโปร่งของกำแพง

        "กำแพง! นายอยู่ไหน! กำแพง!!!"





        "ฮึ๊บบบ!"

กำแพงทุลักทุเลยันตัวขึ้นมาจากซอกเตียง แขนข้างเดียวค่อยๆ พยุงตัวขึ้นมาอย่างยากลำบากสำหรับส่วนสูง 183 cm ในซอกแคบ

        "กำแพง!"

มิเกลปล่อยสมุดโน้ตลอยคว้างกลางอากาศ วิ่งถลาถึงตัวกำแพง กอดแน่นที่สุดเท่าที่เคยกอด

        "กำแพงทำไมนายเป็นแบบนี้ล่ะ"

หนังสือการ์ตูนวายที่เพิ่งโดนกำแพงดึงออกมาถูกเขี่ยเข้าไปที่เดิม กำแพงหมดอารมณ์อ่าน มีอารมณ์อื่นมาแทนที่

        "โอ๊ยยย!"

กำแพงเล่นบทผู้ป่วย ออกอาการบาดเจ็บสาหัส

        "เราพยายามเอื้อมหยิบขวดน้ำทั้งๆ ที่เจ็บแขน เลยตกเตียง"

        "นายเจ็บมั้ย"

        "ไม่เจ็บ ถ้านายกอดแน่นขนาดนี้ เราไม่เจ็บเลย"

        ฮะ! นี่เรากำลังกอดกำแพง แถมกอดแน่นอีกต่างหาก

มิเกลผละออกจากกอดที่เผลอมอบให้กำแพง แล้วทำไม่รู้ไม่ชี้

        "เอ่อ คือ เราขอโทษ เราแค่แวะเอาของเยี่ยมไข้ ที่เพื่อนฝากมาให้นายแค่นั้นเอง แต่เราดันเผลอกอดนายจนได้ เอ๊ย! ไม่ใช่ เราไม่ได้หมายความตามนั้น เฮ้ย! เอาไงดีวะ "

        "ตกลงนายหมายความตามไหน แล้วไหนล่ะของเยี่ยมไข้ของนาย"กำแพงยิ้ม

        "หืม ของเราเหรอ"มิเกลอึกอัก

        "เอ่อ คือ เราตั้งใจเอาสมุดโน้ตมาให้ ไม่ๆ! เราแค่ผ่านมาเท่านั้น มันเป็นทางผ่าน พอดีเลย คือเราจะไปร้านหนังสือ งั้นเราไปละ"มิเกลรีบหันหลังกลับ กำแพงรีบคว้าข้อมือขาว รวบร่างกะทัดรัดมากอดไว้

        "มิเกลนายอย่าเพิ่งไป นายอยู่ต่ออีกได้มั้ย เราหนาว"

        "หือ หนาวเหรอ เราไม่รู้สึกหนาวเลย ทำไมนายหนาว หรือว่านายจะมีไข้"มิเกลเอามืออังหน้าผากเพื่อตรวจ

        "ใช่เลย เรารู้สึก หนาวๆ เหมือนอยู่ขั้วโลก ขอกอดนายให้อุ่นหน่อยสิ"

กำแพงกอดมิเกลแน่น ได้โอกาสฉวยโอกาส

       "นายไม่เป็นไร พระเจ้าจะดูแลนาย พระเจ้าจะอยู่กับนาย"ปลายนิ้วมิเกลเขี่ยเส้นผมที่ท้ายทอยกำแพงเล่น

        "หายเร็วๆ นะ นายอะ"

        "มิเกล เมื่อเรากอดนายแล้ว เราหายหนาว มันดีขึ้น เหมือนเราได้ดื่มนมวานิลลาอุ่นๆ"กำแพงได้โอกาสอ้อน

        "อือ เอาวานิลลา โคล่ามั้ย เราหยิบติดเป้มาด้วย เดี๋ยวเราไปอุ่นให้"

        "ไม่เอา! ตอนนี้ทิชชู่ในห้องน้ำหมด แถมน้ำไม่ไหล ขอเป็นอย่างอื่นได้มั้ย"

        "งั้นเอาเป็นนมวานิลลาอุ่นๆ สักแก้วแล้วกัน"





        มิเกลงัดฝากระป๋องนมด้วยด้ามช้อน ได้กลิ่นวานิลลาส่งตรงถึงจมูก

        หืม ว่างเปล่า ว่าแล้วนายต้องแอบชงนมผงของหมูทอดกินหมด แถมนายยังชอบฉกแซนวิชทูน่าไปต่อหน้าต่อตาด้วย ทั้งๆ ที่หมูทอดมองนายอย่างเอือมระอา

        "มิเกล"

        "หือ"

        "นายกำลังยืนเหม่ออยู่รู้ตัวเปล่า"

        "อือ นมผงหมด"

        "อ้าว งั้นเอาเป็นโกโก้ร้อนก็ได้"





        เสียงช้อนสแตนเลสดังกระทบกับแก้วที่เปี่ยมโกโก้เข้มๆ มิเกลบีบซอสช็อกโกแลตจากหลอดลงไปในโกโก้ของกำแพงที่เพิ่งชงเสร็จหมาดๆ ตามด้วยลงมือชงโกโก้ของตัวเองต่ออีกแก้ว มิเกลรีบปาดซอสช็อกโกแลตเยิ้มยืดจากปลายหลอดด้วยปลายนิ้วเข้าปากก่อนที่มันจะหยดลงพื้นห้อง หันไปบอกกับคนที่นั่งรอเครื่องดื่มอุ่นๆ

        "รอแพล็บนะนาย"

กำแพงยิ้มหวานให้คราบช็อกโกแลตติดมุมปากมิเกล จนทำให้มิเกลรู้สึกระแวงขึ้นมาเฉยๆ

        จะมีอะไรจู่โจมจากข้างหลังเราหรือเปล่า?

เสียงช้อนสแตนเลสกระทบแก้วดังถี่ขึ้น มิเกลคนช็อกโกแลตจนกระฉอกออกจากแก้ว เมื่อกลิ่นของกำแพงใกล้เข้ามาทุกทีแทนที่กลิ่นช็อกโกแลต

มิเกลปล่อยช้อนสแตนเลสเกลียวครึ่งรอบก่อนลงสู่พื้นด้วยท่าสวย กำแพงรวบตัวมิเกลจากด้านหลังด้วยแขนข้างเดียว วาดริ้วรอยสีแดงบนต้นคอขาวด้วยปาก มิเกลทรุดฮวบ

        SHOCK!

        ทำไมเราเสียท่ากำแพงง่ายๆ หรือว่าเราต้องยอมรับว่าเรารู้สึกกับกำแพงมากกว่าเพื่อน มันไม่ใช่แค่อารมณ์พาไป มันไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ ตอนโดนกำแพงกอดมันวาบไปทั้งตัว โดยเฉพาะตรงหัวใจ มันโคตรเสียว เฮ้ย!

กำแพงกระชับร่างกะทัดรัดด้วยท่อนแขนข้างเดียว

        จริงๆ แล้ว เราอยากให้กำแพงกอดใช่เปล่า

กอดที่กำแพงมอบให้มิเกลแนบแน่นจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน

        จริงๆ แล้ว เราอยากให้กำแพงจูบใช่เปล่า จากจูบที่ต้นคอก็ไล้ลิ้นลงมาเรื่อยๆ จนมาถึงมุมปาก ปลายลิ้นเลียคราบช็อกโกแลตที่เลอะ เหวอ!

        "เราขอชิมช็อกโกแลตในปากนายนะ"

        ฮะ! มันเป็นเรื่องยากสำหรับเรา ที่จะต้านทานความหวั่นไหวของหัวใจ

กำแพงสอดลิ้นเข้าไปตรงมุมปาก ปลายลิ้นแตะสัมผัสเหล็กดัดฟัน

        แต่! สำหรับกำแพง มันเป็นเรื่องง่ายดาย ที่ผีเสื้อจะชิมน้ำหวานจากทุ่งลาเวนเดอร์

        "ปล่อย!"

มิเกลหันหลังไปผลักแผ่นอกกำแพงเต็มแรง ถีบตัวเองออกจากภาวะวิกฤต วิ่งจากไป ทิ้งโกโก้ร้อนไว้ให้กำแพงดูต่างหน้า

        "มิเกล!"

เจ้าของต้นคอขาวๆ วิ่งหายวับไปกับตา ไม่มีทางคว้าร่างนั่นไว้ทัน กำแพงค่อยๆ ทรุดลงไปกองกับพื้นแบบสโลลี่

        "นี่เราทำอะไรลงไป เราถึงลงมากองอยู่กับพื้นห้อง"กำแพงคว้าผ้าผืนที่อยู่ใกล้มือ เช็ดคราบช็อกโกแลตบนพื้นที่กระฉอกออกจากแก้ว ผ้าสีเทาค่อยๆ ซับคราบช็อกโกแลตสีเข้ม เหมือนกับกำลังซับน้ำตา

        "เราเห็นน้ำตานาย เราทำให้นายร้องไห้ นี่นายกลัวเราขนาด หรือนายไม่ได้กลัว แต่รังเกียจ"





        มิเกลหยุดยืนอยู่หน้าห้อง ออกอาการทำอะไรไม่ถูก ไปไม่เป็น

        "ทำไมจูบของนายทำให้เราควบคุมร่างกายไม่ได้ ดันเผลอปล่อยเสียงครางออกมาอีก แถมน้ำตาไหลพรากออกมาหน้าตาเฉย ขืนให้นายจูบต่อ มีหวัง เราต้องสลบคานาย ไอ้อาการสาหัสอย่างนี้มันเป็นอะไรกันแน่ มันเป็นความบังเอิญโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือมันคือความตั้งใจแบบไม่บังเอิญวะ"มิเกลขยี้ผมจนยุ่งเหยิง

        "หรือว่า นี่เราตกหลุมรักกำแพงเข้าแล้วเหรอนั่น"





        พรวด!

กำแพงพ่นโกโก้พุ่งฟิ้ว ตามด้วยเสียงไอแค่กๆ

        "เมี้ยวทำไมโกโก้ของนายมันขมขนาด ขณะนี้นายคงกำลังโคตรขมขื่น"

กำแพงวางแก้วโกโก้ร้อน ลงมือเช็ดคราบบนพื้นห้องต่อด้วยผ้าผืนเดิมที่โชกไปด้วยช็อกโกแลต แล้วหยิบมันขึ้นมาพินิจพิจารณาความเลอะ

        "หืม นี่มันอันเดอร์แวร์กูนี่เอง"






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

8 ความคิดเห็น