Vanilla Cola

ตอนที่ 21 : เซปักตะกร้อ (เซมา โดนซบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    2 มี.ค. 62

        "มิเกล!"

        "ฮะ!" เจ้าของลุคเซอสะดุ้งเฮือก หยุดคอนเวิร์สอยู่กับที่

        "แผลที่มือนายหายดียัง อีกไม่กี่อึดใจ ก็จะถึงวันแข่งเซปักตะกร้อของสถาบันแล้ว อย่าลืมว่านายต้องลงแข่ง"

        "ตอนนี้มันก็แค่หน่วงๆ แต่มันไม่สำคัญหรอก เพราะเราใช้ขา แถมเป็นแค่ตัวสำรอง"

        "ถึงนายจะเป็นแค่ตัวสำรอง แต่นายสำคัญกับเรา แล้วก็..."

        "แล้วก็อะไรอะ ทำไมนายไม่ไปต่อล่ะ"

        "แล้วก็...ขอบใจสำหรับแผ่นเจลลดไข้กับพลาสเตอร์ลายพราง ขอบคุณสำหรับขนมปังปิ้ง และโกโก้ร้อนของนาย มันหวานเลี่ยน จ๊าดลำ"น้ำเสียงกำแพงละมุน

        "ไม่จำเป็น!"มิเกลออกตัววิ่ง ทิ้งกำแพงไว้ตรงจุดสตาร์ท





      "เมื่อสถาบันวานิลลาเต็งหนึ่งเซปักตะกร้อทั้งทีมเดี่ยว และทีมชุดจับคู่กับนักกีฬาเซปักตะกร้อดีเด่น แล้วใครล่ะจะอดใจไหววะ มีแต่คนถล่มแทงสถาบันวานิลลาทีมต่อ ฮะๆ! ทีมรองใครจะโง่แทง และแล้วเมื่อไอ้กำแพงล้มตะกร้อ เจ้ามือก็คือรับเละ! ฮะๆ! ฮะ!"เชมแผดเสียงหัวเราะสะใจอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา ที่ถูกรมด้วยควันบุหรี่

      "แล้วท่านผอ. พ่อมึงล่ะ ขัดข้องมั้ย"กู๊ดจ๊อบข้องใจ

      "ไอ้รุ่นพี่จ๊อบ เงินรางวัลทีมแชมป์หนึ่งแสนกับเงินพนันมหาแสน มึงจะเลือกอะไรครับ"

      "ฮะๆ! ฮะ! ฮะๆ!"กู๊ดจ๊อบรัวเสียงหัวเราะกลั้วควันโขมง

      "เดี๋ยวก่อน! ไอ้กำแพงมันไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยกับเงินพนัน แล้วถ้ามันไม่รักษาสัญญาล่ะวะ"

      "สัญญาลูกผู้ชาย หึ ถ้ามันไม่รักษาสัญญามันก็เป็นไอ้ลูกหมา ฮะๆ ฮะ!"

      "ฮ่าๆ เออ กูว่ามึงเมายาได้ที่เลยว่ะเชม"

      "เออ กูโคตรสะใจเลยว่ะไอ้รุ่นพี่จ๊อบ ศึกครั้งนี้ กูจะเผยให้โลกรู้ไปเลยว่า ไอ้กำแพง! นักกีฬาดีเด่น ยี่ห้อไม่ได้การันตีคุณภาพ วะ! ฮะๆ!"ควันบุหรี่สีขาวลอยม้วนชวนให้คนทั้งคู่เคลิบเคลิ้ม





      ปี้ด!!!

เสียงเป่านกหวีดหยุดเวลาห้านาที

      "...และสถานการณ์ล่าสุดสำหรับเซปักตะกร้อทีมเดี่ยวชาย สถาบันวานิลลาสามารถเอาชนะมาได้ในเซ็ตแรก 21 : 16 ส่วนเซ็ตที่สองนี้เป็นที่น่าเสียดายค่ะ ที่สถาบันวานิลลาซึ่งนำอยู่ 19 : 18 แต่จังหวะลงสู่พื้นที่ผิดพลาดเมื่อขึ้นฟาดตะกร้อ ทำให้กำแพงนักกีฬาตัวทำแต้มเสียการทรงตัว ข้อเท้าพลิกมีอาการบาดเจ็บ จนต้องออกจากการแข่งขัน สถาบันวานิลลาจึงมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็น ครินต์ แซ่เจี่ย หมายเลข 6"เชียร์หน้าเสียแต่ยังคงบรรยายเสียงใส





      เอี๊ยมกับเวเฟอร์นั่งดูการถ่ายทอดสดผ่านเคเบิลทีวีท้องถิ่นบนจอขนาดมหึมในศูนย์อาหารสถาบัน ที่คับคั่งไปด้วยนักศึกษาร่วมและต่างสถาบัน

      "ไม่เอาโว้ย! ชิ่วๆ!!! ถ้าเอาไอ้นี่ลงแทน แม่งก็เหมือนแพ้ตั้งแต่ยังไม่แข่ง ฉิบหายแล้วเงินกู!"

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกอาการไม่พอใจ ตามด้วยเสียงโห่ไล่ ทำให้เอี๊ยมสะอึก

      "เวเฟอร์! เธอคิดว่าไง มิเกลจะไหวมั้ย"เอี๊ยมออกอาการสั่นหงึกๆ

      "ไหวดิ เรามั่นใจ มิเกลไหวชัวร์ แต่นายน่ะไม่ไหวเลยอะนะ ดูดิตัวสั่นอย่างกับมือถือ"เวเฟอร์หันไปจดจ่อจ้องจอต่อ





      "ครินต์ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมา จะเสิร์ฟลูกชี้ชะตา ลงเส้น! ตรงเส้นพอดีเป๊ะ! รองเท้าผ้าใบของครินต์ลงตรงเส้นพอดี ส่วนลูกตะกร้อเฉี่ยวเส้นออก ทำให้คะแนนเป็น 19 : 19"เชียร์บรรยายเรียกเสียงฮาจากกองเชียร์ของทีมคู่แข่งต่างสถาบัน

      "ฮ่าๆ! ส่งไซส์มินิมาแจกแต้ม!"

อาจารย์โชผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันเอามือปิดหน้า กองเชียร์ของสถาบันวานิลลาเอามือปิดตา

      "นี่มันเข้าข่ายทำร้ายคู่ต่อสู้ชัดๆ"กำแพงส่ายหน้า

      ปี๊ดดด!!!

เสียงนกหวีดกรีดร้องขอเวลานอก มิเกลเจ้าของร่างน้อยเดินใจลอยออกจากสนาม นั่งเหม่อกับเวลานอกหนึ่งนาที

      "เฮ้ย! อะไรวะ!"มิเกลรีบชักขากลับ เมื่อมีมือลึกลับยื่นมาจับข้อเท้า

      "กำแพง!"

ร่างสูง 183 cm เงยหน้าขึ้นมาสบตา ส่งกำลังใจผ่านรอยยิ้ม

      "ถ้าเป็นแบบนี้ เราต้องแพ้แน่ มันตื่นสนาม"มิเกลมีอาการวิตกกังวลแบบจัดเต็ม

      "แต่นายก็ต้องสู้กับมัน"

      "สู้ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีทางชนะ"มิเกลออกอาการอ่อนแอ

      "ใช่ นายต้องรู้ว่าคู่แข่งที่น่ากลัว มันคือตัวนายเอง ถ้านายสู้กับตัวเองไม่ได้ นายจะพ่ายแพ้ มิเกลนายต้องสู้ นายต้องกล้าที่จะก้าว แม้ว่าก้าวของนายจะทำให้ขาสั่นหวั่นใจ แต่นายก็ต้องก้าวต่อไปเพื่อไปต่อ"กำแพงผูกเชือกรองเท้าผ้าใบให้แน่น

      "ในสนามเซปักตะกร้อ วงกลมเสิร์ฟให้รัศมี 30 เซนติเมตร และในวงกลมนั่นนายเป็นคนลงมือเอง เหมือนกับตอนที่นายร่างใบหน้าในวงกลมตอนวาดภาพ"กำแพงบีบหน้าแข้งมิเกล

      "ในที่สุดภาพวาดของนายก็สมบูรณ์แบบด้วยฝีมือของนายเอง"

      ปี๊ด!

เสียงนกหวีดเรียกให้กลับเข้าไปในสนาม มิเกลลุกจากม้านั่งยาว สบตาคนตรงหน้า

      "เมี้ยว นายก็แค่..."

      "หืม"

      "นายก็แค่เจาะหน้าขวา!"





      กำแพงกะเผลกกลับมานั่งลงกับพื้น จี๊ดที่นั่งอยู่ก่อนแล้วลุกพึ่บขึ้นยืน

      "มึงนั่งอยู่นี่ก่อน เดี๋ยวกูมา แวบไปดูทีมชุดแพล็บ"

      "เฮ้ย! จี๊ด เชือกรองเท้ามึง"





      มิเกลกระชับผ้าโพกผมลายหัวกะโหลกสีขาวบนผืนผ้าสีดำ หายใจเข้าลึกที่สุด ก้าวลงสู่สนามแข่งด้วยแข้งที่มุ่งมั่น ประสานสายตากับทีมคู่แข่ง

กรรมการผู้ตัดสินขานคะแนน ทีมคู่แข่งเสิร์ฟเต็มแรง ลูกตะกร้อเฉี่ยวเส้นออก

      "โอกาสกลับมาเป็นของสถาบันวานิลลาอีกครั้งค่ะ อีกแต้มเดียวเท่านั้น ทีมเซปักตะกร้อของสถาบันวานิลลาจะคว้าชัยชนะ"เสียงผู้บรรยายต่างสถาบันเรียกเสียงเฮจากเหล่ากองเชียร์สถาบันวานิลลา



      "เอาวะ! ไม่ถึงตายน่า อย่างดีก็แค่หกล้มหัวเข่าแตก เพราะรองเท้าของเราคงไม่ทรยศหรอก ในเมื่อกำแพงผูกเชือกรองเท้าให้เราแล้ว"

มิเกลหันหลังกลับไปมองกำแพงอีกครั้งเพื่อความหวัง และกำลังใจ ภาพที่เห็นคือกำแพงกำลังผูกเชือกรองเท้าให้จี๊ดเต็มตา มิเกลรีบสลัดภาพติดตาทิ้ง

      "สถาบันวานิลลา ทางเลือกอิสระ เซตพอยต์! แมทซ์พอยต์! แชมเปียนชิปพอยต์!"

กรรมการผู้ตัดสินขานคะแนน

      ผัวะ!

มิเกลหวดลูกตะกร้อเต็มเหนี่ยว เสิร์ฟจี้ไปที่หน้าขวา

      ว้าก! ไอ้กำแพงไปตายซะ!





      "ครินต์ซัดเต็มที่ ลูกเสิร์ฟเร็วแรงจัด เจาะหน้าขา! คู่แข่งยืนเท้าตายหมดสิทธิ์รับ ทีมเซปักตะกร้อของสถาบันวานิลลาเป็นฝ่ายชนะ ชนะแล้ว! กรี๊ดดด!"เชียร์โผเข้ากอดผู้บรรยายต่างสถาบัน

      ปี๊ด!!! 

เสียงนกหวีดยุติการแข่งขัน กรรมการผู้ตัดสินขานคะแนน 21 : 19



      "จบลงไปแล้วนะคะกับการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อระดับสถาบัน สรุปผลการแข่งขัน สถาบันวานิลลาสามารถเอาชนะไปได้ทั้งประเภททีมเดี่ยว และทีมชุด สามารถครองแชมป์อีกสมัยค่ะ สำหรับการถ่ายทอดสดผ่านเคเบิลทีวีท้องถิ่นต้องยุติลงแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณผู้สนับสนุน และขอบคุณที่ติดตามรับชมค่ะ"เชียร์กล่าวสวัสดีพร้อมกันกับผู้ร่วมบรรยาย





      "กูบอกแล้วว่ามิเกลมีแวว"ร่างสูงโปร่งโอบไหล่หนาของจี๊ดเอาไว้

      "เออว่ะ ว่าแต่มึงไปเห็นแววมันตอนไหนวะ"

กำแพงสะอึกกับคำถามของจี๊ดก่อนหัวเราะออกมาฮาลั่น

      "ฮะๆ!"

      กูอยากจะบอกว่า ก็ตอนที่ลูกเสิร์ฟตะกร้อตำเข้าเบ้าตากูเต็มๆ ที่ชายหาดนั่นไง กูเลยเห็นแววซะเต็มตา

      "ฮะๆ! กูไม่อยากจะคุย กูนี่แหละคือผู้ค้นพบพรสวรรค์ แบบว่ามันเข้าตากรรมการ"

      "เออ มึงเจ๋ง"

      "ใช่ เป็นไงไอ้จี๊ด แผนกู"กำแพงยักคิ้วข้างเดียว

      "เกือบตายไงมึง"จี๊ดประคองร่างสูงโปร่งอย่างทุลักทุเล

      "กูก็กะจะลงสู่พื้นอย่างพอเหมาะ แต่แม่งพลาด จากเจ็บปลอมเลยกลายเป็นเจ็บจริง"

      "มึงเลยได้ล้ม เซ ปักตะกร้อ สมใจอยาก สมน้ำหน้ามึง ฮะๆ!"จี๊ดหัวเราะสะใจ

หลังจากที่อดทนมานานกับการแอบฟังบทสนทนาของคนทั้งคู่อยู่ห่างๆ มิเกลรีบเสียบตัวเข้าประคองปีกกำแพงอีกข้าง

      "ไหวเหรอ แห้งซะขนาดนี้ เดี๋ยวคนที่บาดเจ็บก็เปลี่ยนเป็นนายหรอก"กำแพงยิ้มยียวนให้ร่างน้อยกะทัดรัด

      "เออใช่ นายมันชอบของใหญ่ บิ๊กไซส์ ชอบมากใช่มั้ยขาอ่อนแฟนนายอะ อย่าสำคัญตัวเองผิด นายมันก็แค่ไอ้หื่นที่เที่ยวผูกเชือกรองเท้าให้คนนั้นคนนี้ไปทั่ว"

      "หึงเหรอ"

      "เฮ้ย!"มิเกลเบิกตากว้าง กระทืบนันยางลงไปบนเท้าไซส์ 44 ข้างที่บาดเจ็บ

      "โอ๊ย! โอ๊ย!!!"

      "เฮ้ย! กำแพง!"จี๊ดรีบดึงร่างกำแพงที่เสียหลักหวิดล้มเอาไว้

      "ฮู่ววว! เกือบไปแล้วไง!"จี๊ดถอนหายใจยาว

      หนอยหนอย! ห่วงกันขนาดนั้น

มิเกลกัดฟันกรอด

      "เชิญซบกันให้หนำใจเลย!"มิเกลรีบวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้น


      "มันเป็นอะไรของมันวะ"

      "มันไม่เป็นอะไรหรอก แต่กูสิ แม่งกระทืบตีนกูซะเจ็บแสบ ซี้ดดด!"





      มิเกลแอบหันหลังกลับไปมอง จี๊ดค่อยๆ ประคองกำแพง

      "มันดูอาการหนักมากสำหรับผู้ชายตัวโตอย่างนาย ขนาดที่ก้าวขาไม่ออก นายคงเจ็บข้อเท้าอย่างแรง หรือไม่ก็สำออยให้แฟนโอ๋"มิเกลมองแผ่นหลังของกำแพงที่ค่อยๆ ไกลออกไป

      แปลบ!

มิเกลเอามือกุมแผ่นอก มองแผ่นหลังกำแพงที่มีจี๊ดประคับประคอง

      "ทำไมรู้สึกวาบที่หัวใจล่ะ จะบ้าเหรอวะ กำแพงเป็นแค่ไอ้หื่นชอบฉวยโอกาส เราห้ามเผลอไปรู้สึกอะไรกับมันเด็ดขาด!"มิเกลกัดปากข่มอาการเจ็บแปลบของหัวใจ

      "ไอ้หื่น! นายรู้มั้ยว่าตอนนี้เราก็เจ็บพอๆ กันกับนาย แตกต่างตรงที่ นายเจ็บที่ข้อเท้า แต่เราเจ็บที่ความรู้สึก"






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

8 ความคิดเห็น