Vanilla Cola

ตอนที่ 20 : ขนมปังปิ้ง ฟีทเจอริ่ง โกโก้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    28 ธ.ค. 61

           หมูทอดแมวไทยพันธุ์ขาวมณีนอนหมอบใต้โต๊ะเขียนหนังสือ ข้างตัวมีชามนมวานิลลาเย็นชืด
      มิเกลวางหนังสือการ์ตูน หยิบหนังสือเรียนมากาง อ่านเก็บรายละเอียดของตัวอักษร ขีดเส้นด้วยปากกาแดงใต้หัวข้อ และหัวใจสำคัญ จุดที่คิดว่ามันจะแปลงร่างเป็นข้อสอบ จดบันทึกมันลงสมุดอีกรอบ
      ลมทะเลพัดผ้าม่านแกว่ง พาไอฝนมาฝาก

      เปรี้ยง!

      "ว้าก!"

มิเกลสะดุ้งเฮือก รีบยกมือขึ้นปิดหู 

      "เพราะไอ้เรื่องเลวๆ นั่นเลย ที่มันทำให้เรากลัวเสียงฟ้าร้อง เฮ้ย!"

      ครืน!

เสียงฟ้าผ่าลงมาอีกเปรี้ยง ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวไม่ยั้ง

      ก๊อกๆ! ก๊อก! ก็อกๆ! ก๊อก!

มิเกลจ้องประตูห้อง

      "ใคร"มิเกลถามตัวเอง

      ก๊อกๆ! ก๊อก!

      "มิเกล!"

      "เสียงกำแพง"

มิเกลกระโดดไปที่ประตู ปลดล็อคลูกบิด ซ่อนอาการดีใจไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย

      "ใส่หน้ากากอีกแล้วนาย กลัวก็บอกมาเหอะ ดูเหงื่อเดะ โชก"

      "เป็นชั่วโมงๆ ที่นายหายไป นายช้อปที่เซเว่นนานไปมั้ย"มิเกลมองหาบิงซูทุเรียนในมือกำแพง ว่างเปล่าเหมือนกำแพงเล่นกลซ่อนมันไว้

      "แค่ก! แค่ก!"

      "เสียงไอนั่น คือนายกำลังเรียกร้องความสนใจ"

      "อือ ไหนล่ะบิงซู"

      "คือ เราขอโทษ สารภาพเลยแล้วกัน เราลืมเติมน้ำมัน กะว่าจะขับไปจนถึงปั๊ม แต่มันไปไม่ถึง เลยต้องตากฝนเข็นรถกลับคอนโด"

      "แล้วน้ำล่ะ โกโก้สักแก้วนายไม่คิดจะซื้อติดมือมาเหรอ"

      "กินน้ำเราไปก่อนได้เปล่า"

     "ไอ้กำแพง!"

      "เรามีโคล่า"

      "ไม่เอาโว้ยยย! นี่เหรอสัญญาลูกผู้ชาย นายโกหก! กำแพงนายมันไอ้ลูกหมา!!!"

      บูม!!!

มิเกลระเบิดเสียงใส่ห้อง 26 ตารางเมตร ผนังห้องสะท้อนเสียงมิเกลเข้าสู่รูหูกำแพงเต็มๆ

      "นายหรี่เสียงลงหน่อยได้มั้ย!"กำแพงเอานิ้วอุดหู

      "อย่ามายุ่ง! ถ้าคุณย่ายังอยู่ นายจะไม่มีทางทำอย่างนี้กับเรา ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางทำกับเราอย่างนี้ คุณย่าไม่มีวันยอม!"มิเกลกัดปากจนเจ็บแปลบ

      "แม่จะไม่มีวันทำให้เราเจ็บปวด และเราจะไม่มีวันเจ็บปวดเพราะแม่ ถ้าคุณย่ายังอยู่ แต่! แต่เราเป็นคนทำให้คุณย่าหายไป ถ้าวันนั้นเราไม่ออกนอกเส้นทางกลับบ้าน คุณย่าคงไม่..."

      "นายจะบอกว่าที่คุณย่าเสียมันเป็นเพราะนายใช่มั้ย"

      "เออ! เราเป็นฆาตกรฆ่าคุณย่า กว่าเราจะเห็นคุณย่าสำคัญก็ตอนที่คุณย่าตายแล้ว เรามันเห็นแก่ตัว!"มิเกลกำหมัดแน่น

      "คุณย่าเสีย ทั้งๆ ที่มันเป็นอุบัติเหตุ แต่นายโทษตัวเองเพื่อขยายบาดแผล เหรอ!"

      "พอเหอะ เรื่องห่วยๆ ของเรา พล่ามไปก็เท่านั้น มันไม่มีอะไรดีขึ้น"

      "เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้นมากกว่า ถ้านายจะเล่าเรื่องของนายต่อ ระบายมันออกมาบ้าง สิ่งตกค้าง อย่าปล่อยให้มันรก เราจะนั่งฟังนายพล่ามอยู่ตรงนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบตอน เอาเป็นว่าเราจะอยู่ข้างๆ นาย จนถึงตอนจบ"

กำแพงตัวชุ่มฝนนั่งบนเตียง มิเกลทรุดตัวตรงเก้าอี้ที่โต๊ะเขียนหนังสือ มองดวงดาวสีขาวลอยอยู่เหนือทะเลสีดำภายนอกกรอบหน้าต่าง

      "อือ"

      มิเกลสบตากับแสงไฟด้านนอก มันทะลุผ่านม่านหน้าต่าง เข้ามาด้านใน เดินเล่นในห้องอย่างไม่เกรงใจใคร
      กำแพงรอฟังเรื่องราวของเจ้าของต้นคอขาวน่ากัด ที่นั่งหันหลังให้ อย่างใจจดใจจ่อ
      
      "อือ เรื่องมันจบแล้ว ตั้งแต่แม่แยกทางกับพ่อ หลังจากพ่อไปทำงานที่ญี่ปุ่น แม่มีครอบครัวใหม่ มีลูกใหม่ แล้วทิ้งเราไว้กับคุณย่า แค่นั้นเอง เรื่องราวของคนสองคนที่ช่วยกันเขียนมันขึ้นมา แล้วปล่อยเราทิ้งไว้คนเดียวกับตอนจบห่วยๆ"

      Bad End!






      "แม่ก็แค่กลับมาล่าสมบัติของคุณย่า"

      "หืม นายหมายความว่า"

      "ภาพวาดของแม่ ที่เราวาดไว้ในจินตนาการ แม่ไม่ต่างอะไรจากฮีโร่ แม่จะคอยปกป้องเราต่อจากคุณย่า แต่แล้วเราต้องลบภาพนั้นทิ้ง เพราะเราวาดภาพรูปธรรม ทั้งๆ ที่มันเป็นภาพนามธรรม นั่นละความหมาย"

      "เหรอ"

      "อือ สำหรับพ่อที่เราร่างภาพไว้คร่าวๆ  เราไม่กล้าซ้ำเส้น มันยังคงเป็นภาพร่าง วางดินสอ เลิกวาดต่อ เพราะกลัวผิดหวังกับคำว่าพ่อ"

      "พ่อ"กำแพงพึมพำ

      "หนาว"มิเกลบ่นอุบเบาๆ กอดตัวเองด้วยท่อนแขน

      "ลมเย็นข้างนอก พัดเอาความเหงาเข้ามาในห้องจนได้"กำแพงไม่พูดพล่ามต่อ ลุกจากเตียง หยิบเสื้อฮู้ดที่พาดไว้กับพนักพิงเก้าอี้ที่มิเกลนั่งมาคลุมตัวให้มิเกลอุ่นขึ้น 

      "อย่างนี้ต้องกอดทับอีกชั้นเพื่อกันหนาว"กำแพงกอดมิเกลจากด้านหลังทั้งเก้าอี้

      "คืนนี้ไม่มีอะไรติดค้างแล้ว"กำแพงลูบผมสีดำสนิท

      "นายจบเรื่องเศร้า แล้วมาต่อเรื่องของเราเหอะ"

      "ฮะ นายว่าอะไรนะ"

      "เปล๊า! ก็แค่ ที่ยังค้างอยู่ คือการนอน ป่ะ เราไปนอนกัน แต่นายต้องกินยาก่อนนอน"

      "ตายห่ะ"มิเกลหน้าเหวอ



      "ฮะ...ฮะ ฮัดเช้ย!"

      "ฮะๆ! ใครกันครับ ที่ต้องกินยา นายเป็นหวัดแล้วกำแพง"

      "เป็นเพราะใครล่ะ ซู้ดดด!"กำแพงซูดน้ำมูก

มิเกลหยิบผ้าขนหนูลาย Big Hero 6 ลิขสิทธิ์จากดิสนีย์ มาเช็ดเส้นผมสีโคล่า

      "อย่ามาโทษเรา เพราะนายนั่นแหละ ไม่เช็ดผมให้แห้ง"มิเกลเช็ดผมจนหัวกำแพงโยกไปมา

      "เฮ้ยๆ เบาๆ หน่อยเดะ หัวคนนะครับ ไม่ใช่หัวหมู"

      "อ่ะ เรายกให้นายเลย เราไม่เอาแล้ว"มิเกลยื่นผ้าขนหนูให้ กำแพงดึงผ้าขนหนูจากมือมิเกลมาเช็ดผมต่อ

      "นายไม่เสียดายมันเหรอ อุตส่าห์ซื้อมาแพงๆ แล้วมายกให้เราฟรีๆ ถ้าเราทำมันเน่าล่ะ"

      "ไม่อะ เรายกให้แล้ว จะเอาไปทำอะไรก็ตามใจนาย"

      "หืม..."กำแพงอมยิ้ม เช็ดผมต่อ จากนั้นโยนผ้าขนหนูใส่หัวมิเกล

      "อ่ะ ฝากตากด้วย"

      "เฮ้ย! เป็นห่ะอะไรวะไอ้หิด!"

มิเกลเหวี่ยงผ้าชื้น ลงไปกองกับพื้น ผละออกจากพื้นที่ปลอดกำแพง

      "ก็นายบอกเราจะเอาไปทำอะไรก็ได้"กำแพงรีบดึงตัวมิเกลกลับเข้าที่

      "ม่ะ ทายาแก้หิด"

      "อย่ามาตบหัวแล้วลูบหลัง"

      "นายอย่างอนเหมือนเด็กๆ เดะ"

      "ไม่ได้งอน แค่หงุดหงิด"

      "นายเป็นวันนั้นของเดือนเหรอ"

      "นาย-ไป-ตาย-ซะ"

      "ถ้าตายในอ้อมกอดนาย เรายอมตาย ฮะๆ! ฮะ!"

      "นายหัวเราะห่ะอะไรวะ"มิเกลหน้ายุ่ง

      "หน้างี้งอเหมือนปลาทูทอดในกระทะ เดี๋ยวจับคลุกข้าวให้หมูทอดกินซะเลย"กำแพงหัวเราะหน้างอของมิเกล ปลายนิ้วเขี่ยเส้นผมสีดำสนิทให้ออกไปให้พ้นจากหน้าผาก

      "เปิดเหม่ง ฮะๆ"

      "นายอย่ามายุ่งกับเหม่งของเรา"

      "เราขอโทษ"

      "ไม่ยกโทษให้"

      "จะเอาอะ จะทำไม ไม่ให้ก็จะเอา"

กำแพงหยิบขวดเปปเปอร์มินท์ออยสีเขียวเข้มขึ้นมาหมุนฝาเกลียว ส่งกลิ่นมินท์เย็นบาดจมูก ค่อยๆ หยดเปปเปอร์มินท์ออยบนปลายนิ้ว ป้ายลงไปบนผิวหนัง วนนิ้วมือเป็นวงกลมตรงขมับ

      "จงหายๆ"กำแพงจิ้มปลายนิ้วลงบนหน้าผาก

      "เด็กดื้ออย่างนายก็มีเรื่องให้คิดหนักด้วย เครียดทำไม จะเอาอะไรกับมัน ชีวิตก็แค่นั้น คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ เอาเป็นว่าถ้านายย้อนอดีตเศร้าๆ เคล้าน้ำตาอีก เราจะเอานิ้วโป้งปาดน้ำตานาย จะเอานิ้วชี้จิ้มที่หน้าผาก ส่วนนิ้วกลาง..."

      "นายไปตายซะ"มิเกลหักนิ้วกำแพงดังกร๊อบ

      "อย่าบังอาจคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แล้วมาสั่งสอน ที่นายได้เปรียบมันก็แค่ตัวใหญ่ไซส์นักกีฬา"

      "อย่าลืมเดะ นายก็เป็นนักกีฬาเหมือนกัน ขนาดเป็นนักกีฬาก็ยังอุตส่าห์ไซส์มินิ ฮะๆ"

      "แต่ไซส์เท้าไม่มินิโว้ย ลองมั้ยล่ะ"

      "ฮะๆ! เด็กๆ"กำแพงขำคิก

ปลายเล็บมิเกลค่อยๆ จิกผิวหนังฝังเล็บลงไปในเนื้อ

      "โอ๊ย!!!"กำแพงโอดโอย

      "เมี้ยว! นายมันสัญชาตญาณแมวชัดๆ!"

      แคว่ก!

มิเกลข่วนซ้ำ เพิ่มเติมรอยเล็บ





      กำแพงบรรจงแปะแผ่นเจลลดไข้ลงไปบนหน้าผากมิเกล นิ้วชี้เคาะลงบนแผ่นเจล

      "แปะไว้ เพื่อป้องกัน เผื่อนายไข้ขึ้นอีก  เผื่อเราหลับยาวเดี๋ยวไม่มีคนเช็ดตัวให้นาย เผื่อ..."

      "เผื่ออะไรอีกล่ะ"มิเกลพูดแทรก

      "เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น เมื่อนายนอนหลับฝันถึงเรา"

      "เป็นคืนที่ฝันร้ายชะมัด"มิเกลหลับตาปี๋

      "ฝันดีนะครับนาย"กำแพงจูบลงบนแผ่นเจลลดไข้

      "นายห้ามให้ใครจูบแบบนี้ นอกจาก...เรา"

      "นายมีสิทธิ์อะไรมาห้ามเรา"มิเกลต่อว่า รีบซ่อนตัวในผ้าห่ม แอบอาการอาย

       เออ นั่นสิ เรามีสิทธิ์อะไร เรามีสิทธิ์อะไร เรามีสิทธิ์อะไร

กำแพงเอคโค่

      "มิเกลตอนนี้นายนอนอยู่บนเตียงของเรา ที่เป็นสิทธิ์ของเรา"ร่างสูงโปร่งขึ้นไปนอนเคียงข้างมิเกลบนเตียง ค่อยๆ สอดตัวเข้าไปในผ้าห่ม





      มิเกลกินยาตามสัญญา ซุกตัวในผ้าห่ม อุ่นตัวเองจนหายป่วย หลับสบายแข้งก่ายกำแพงแทนหมอนข้าง

      "เมี้ยวนายหลับไปแล้ว แต่นายยังอุตส่าห์ทำให้เรานอนไม่หลับ ที่ทำได้คือ สอดมือเข้าไปในกางเกงนอนของตัวเอง แล้วก็ประคับประคองส่วนที่มันไม่ยอมหลับไปจนกว่าตาจะหลับ"





      "ฮื่อออ...ฮื่อ!"

มิเกลสะดุ้งเฮือกเสียงบิดขี้เกียจ มันปลุกให้มิเกลตื่น กำแพงตั้งใจบิดขี้เกียจให้แขนพาดมาโดนใบหน้าเรียว

      "น่ารำคาญชะมัด!"มิเกลปัดแขนกำแพงออก

      "ทีนายล่ะ นอนดิ้นพราด ทั้งเตะ ทั้งถีบ ขาก่ายมาที่คอ แถมละเมออีก"

      "แต่นั่นเราไม่ได้ตั้งใจ เราหลับนายก็รู้ แต่นี่นายตั้งใจ นายตื่นแล้ว นายมันแย่ชะมัด"

กำแพงยิ้ม

      "นายยิ้มทำไม เราด่านาย ไม่ได้ชม"

      "ก็เช้าแล้ว ได้เวลาตื่น เราก็แค่ปลุกนาย"

      "แต่เราไม่ชอบวิธีปลุกของนาย"

      "แล้วจะให้เราปลุกยังไง"

      "ยังไงก็ได้ ที่ไม่ใช่อย่างนี้"

      "งั้นเอาอย่างที่เราอยากจะทำกับนาย"

กำแพงกดตัวมิเกลกับเตียง ล็อคไว้ไม่ให้ดิ้นหลุด

      "เฮ้ย! กำแพงนายคิดจะทำอะไร อย่าาา นะ โว้ยยย!!!"





      ท้องฟ้าสีหม่นถูกควบคุมด้วยเม็ดฝน ละอองฝนแทรกซึมผ่านผ้าม่าน ความชื้นปกคลุมไปทั่วห้อง นำความเย็นมาสู่ร่างกายไปจนถึงระคายเคืองจมูก

      "ฮะ ฮะ ฮัดเช้ย!"

มิเกลสะดุ้งเฮือกเสียงจาม ลุกพึ่บจากเตียง

      "ฮู่ว! มันเป็นแค่ความฝัน"ลมหายใจถูกถอนออกไปจนโล่ง

มิเกลมองกำแพงที่นอนหลับอยู่ข้างๆ เผลอจ้องร่างสูง 183 cm ที่นอนน้ำลายยืดอย่างลืมวางตา

      "นายรู้มั้ย เมื่อกี้นายเข้ามาอยู่ในความฝันของเรา เอ่อ ตอนที่นายหลับงี้ ก็ดูน่ารักดี เปลือกตาบังแววตาขี้โกงของนายหมดจด จนมองไม่เห็นมาดกวนให้ต้องเกา..."

      "ฮัดเช้ย!!!"กำแพงจามตัดบท จนมิเกลหายคัน

ผมสีโคล่าบนหน้าผากกำแพง โดนนิ้วมือมิเกลเขี่ยเล่น มิเกลเลื่อนนิ้วมือลงมาเขี่ยขี้ตาให้หลุดออกจากขนตา

      "กึ๋ย! อยากจะอ้วก"

มิเกลทาบมือลงบนหน้าผากกำแพง แตะสัมผัสตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย

      "อืม ตัวอุ่นๆ"มิเกลลอกแผ่นเจลลดไข้ แปะลงไปบนหน้าผากกำแพง

      "กำแพงเราขอโทษ ที่เรายังอุตส่าห์เข้าใจผิดนาย ทั้งๆ ที่เรายังติดแหง็กอยู่ในความฝัน"

มิเกลแปะพลาสเตอร์ยาลายพรางลงบนแขนกำแพงนับแผ่นไม่ถ้วน

      "ฮื่อ...กี่โมงแล้วอะ ทำไมนาฬิกาไม่ปลุก"กำแพงพ่นคำพูดผ่านเสียงงัวเงีย

เงียบกริบ กำแพงไม่ได้ยินเสียงเข็มวินาทีดังถี่ยิบ เมื่อมิเกลแอบเก็บนาฬิกาปลุกเอาไว้อย่างเงียบๆ

      "กำแพงนายนอนต่อเหอะ นายป่วย ไปทำงานไม่ไหวหรอก แล้วก็อย่าลืมกินยาด้วย เราไปเรียนแล้วนะ"กำแพงได้ยินเสียงกระซิบบอก

      "เออ วันนี้ไม่ต้องไปทำงาน"กำแพงตอบกลับเสียงกระซิบก่อนเสียงประตูห้องถูกปิด

      ปัง!

      "งาน!"กำแพงลืมตาโพลง

      "ฉิบหายแล้วเจ็ดโมงเช้ายังวะ"

กำแพงพรวดพราดจากเตียง สลัดคราบเจ้าชายนิทรา โยนชุดนอนลงตะกร้าผ้า สวมชุดเชฟอยู่ในคราบพนักงานเสิร์ฟ ยัดของจำเป็นลงเป้ ไม่ลืมที่จะจิ๊กแซนวิชทูน่าของหมูทอดกับหยิบนมกล่องยูเอชที ที่วางบนโต๊ะกินข้าวตัวเล็กตรงมุมห้อง ทำให้จ๊ะเอ๋กับแขกไม่ได้รับเชิญ

      "โกโก้ร้อนๆ ฟิทเจอริ่ง ขนมปังปิ้งสองแผ่น"กำแพงดึงกระดาษโน้ตจากถ้วย อ่านออกเสียงข้อความสั้นๆ นั้น

      "โกโก้ถ้วยนี้ปลอดภัย ดื่มได้!"

      กำแพงยิ้มให้เบย์แม็กซ์บนแผ่นขนมปังปิ้งที่มิเกลวาดมันด้วยซอสช็อกโกแลต ก่อนเขมือบแผ่นขนมปังพร้อมซดโกโก้ตาม
      จากนั้นออกตัววิ่ง เหมือนอยู่ในสนามแข่ง ทำลายสถิติของตัวเอง



      "ต้องทำเวลาสแกนนิ้วให้ดีกว่าเมื่อวาน"กำแพงแปะนิ้วชี้ที่เครื่องสแกนนิ้ว

      "ขณะนี้เป็นเวลาหกนาฬิกาห้าสิบหกนาที มาทำงานเกือบสายไปแล้วนะมึงไอ้กำแพง"จี๊ดทักทาย

      "แต่กูสแกนนิ้วก่อนมึง"

      "เหรอวะ แล้วไอ้แขกรับเชิญที่เกาะอยู่บนหน้าผากมึงอะ มันสแกนนิ้วก่อนหรือหลังกูวะ"

      "เฮ้ย มันมาได้ยังไงวะ"กำแพงรีบลอกแผ่นเจลลดไข้ออกจากหน้าผาก

      "ฮะๆ! แล้วก็ พลาสเตอร์ลายพรางติดเต็มตัวมึงเลย กูมองแล้วตาลายว่ะ ตอนนี้มึงกำลังอยู่ในสนามรบ ฮะๆ! ฮะ!"

      "ทั้งหมดนี่ต้องเป็นฝีมือไอ้เมี้ยว"

      "แล้วมึงไปพลาดท่ามันตอนไหนวะ ฮะๆ ฮะ!"

      "ไอ้จี๊ดมึงอย่าติดแฮชแท็กหัวเราะหนักมาก ยังไงกูไม่ปล่อยมันไว้หรอก แค้นนี้ต้องเอาคืน!"










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

8 ความคิดเห็น