Vanilla Cola

ตอนที่ 19 : บิงซูทุเรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61

            ความเงียบปลุกให้กำแพงตื่นจากหลับปุ๋ย เมื่อไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของคนที่นอนอยู่ข้างๆ เมื่อกำแพงควานไปเจอหมอนข้างเต็มๆ
             เท่านั้นเอง ร่างสูงโปร่งรีบลุกจากเตียง เดินฝ่าความมืด มือคลำหาสวิตซ์ไฟข้างผนัง

            พรึ่บ!

เมื่อมือที่ลูบไปตามผนังสัมผัสกับสวิตซ์ไฟ จุดความสว่างให้ห่อหุ้มไปทั่วห้องมืด

            "ว่าแล้วนายต้องอยู่ที่เดิม"

มิเกลนั่งกอดเข่าฟุบหน้าในท่าเดิม ซุกตัวตรงซอกตู้เสื้อผ้า กำแพงนั่งลงข้างๆ ท่อนแขนโอบกอดแมวซนตัวน้อยเอาไว้หลวมๆ ลูบผมเล่นเบามือ

            "ซอกนี้มันกลายเป็นที่ประจำของนายไปแล้วเหรอเมี้ยว"

            "อย่ามายุ่ง"มิเกลปัดมือกำแพงออก

            "นายบอกว่าอย่ามายุ่ง แต่นายยอมให้กอด"

มิเกลไม่ตอบสนองต่อประโยคกวนของกำแพง ปล่อยให้กำแพงเล่นผมตามใจชอบ

            "หือ เชื่องนี่หว่า ไม่เหวี่ยงเหมือนตอนอยู่บนเตียง"

มิเกลไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ ปล่อยให้กำแพงกอดแน่น ปลายจมูกไต่ไปตามเส้นผม

            "นายนี่มันหอมขึ้นเรื่อยๆ หอมจนอดใจไม่ไหวแล้ว"กำแพงกระซิบข้างหู

            "เงียบ ไม่มีสัญญาณมือถือ งอนอะเดะ"กำแพงปัดเส้นผมที่สะเปะสะปะบนหน้าผากมิเกลออก

            "เราทำแรงเกินไปเหรอ เฮ้ย! หลับนี่หว่า ฮะๆ! หลับก็บอกกันก่อนเดะ นายเล่นให้เราพูดคนเดียวเหมือนคนบ้าาา"ร่างสูงโปร่งดึงร่างน้อยๆ มาซบแผ่นอก สัมผัสได้กับความอุ่น

            "หืม ตัวอุ่นๆ นายมีไข้นี่"กำแพงเอามืออังหน้าผากมิเกลสลับกับหน้าผากตัวเอง

            "มิเกลตื่น! มากินยา นายมีไข้"

กำแพงเขย่าร่างกะทัดรัดเบาๆ จนมิเกลลืมตาขึ้นมองคนตรงหน้า

            "กำแพง ทำไมนายมีหลายคน ทำไมอะ โอ๊ย! ปวดหัว ปวดดด!"มิเกลออกอาการเบลอ






            กำแพงช้อนร่างน้อยขึ้นอุ้ม วางลงบนเตียง รู้สึกเหมือนได้อุ้มลูกแมวซน
            มิเกลที่นอนแผ่บนเตียงต้องสะดุ้งเฮือกกับความเย็น เมื่อผ้าขนหนูชุบน้ำแข็งบิดหมาดถูกลูบไปมาตามแผ่นอกใต้เสื้อนอนตัวบาง 

            "เฮ้ย! ไม่เอา หนาว!"

            "ไม่เช็ดไม่ได้ นายตัวร้อน!"

"ไม่เอา! ไม่เช็ด! มันมึนจนหัวหมุนขนาดนี้ เหมือนโดนต่อยลงไปน็อค แถม..."

            ...แถมจมูกไม่ได้กลิ่นอะไรเลย นอกจากกลิ่นของนาย

            "อ๊ะ!"

มิเกลสะดุ้งอีกเฮือก เมื่อโดนผ้าขนหนูเย็นเฉียบลูบไปมาบนใบหน้า

            "มากินยาซะดีๆ เลยนาย ลุก!"พาราเซตามอลในมือกำแพงถูกยื่นมาจ่อตรงปาก

            "ม่ายยย!"มิเกลส่ายหน้า เม้มปากแน่น

            "ไม่กินไม่ได้ นายต้องกินยา ตอนนี้นายตัวร้อนจี๋"

กำแพงเอาผ้าขนหนูลงชุบในน้ำแข็ง แล้วโปะผ้าขนหนูลงบนหน้าผากมิเกล

            "โปะเหม่ง"

            "เฮ้ย! นายเอาผ้าอะไรมาเช็ดหน้ามาเช็ดตัวให้เราอะ"มิเกลปัดมือกำแพงออกจากหน้าผาก คุ้นๆ กับลายพิมพ์บนผ้า

            "ก็ผ้าขนหนูลายลิขสิทธิ์ของนายไง"

            "เฮ้ย! แต่นายเอาของเราไปใช้แล้วอะ ผ้าเช็ดตัวมันห้ามใช้กันมั่ว นายไม่รู้เหรอไงไอ้หิด!"

            "มิเกลตอนนี้เราสองคนเป็นอะไรที่มากกว่าหิด"กำแพงยื่นหน้ายื่นตา

            "หุบปากนายซะ!"มิเกลตวาด

            "เราไม่ได้เป็นอะไรกัน อะไรก็ตามที่มันเคยเกิดขึ้นให้คิดว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น มันก็แค่ความฝัน"

            "ทำไมอะ"

มิเกลยันตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง

            "ไม่รู้ เราตอบนายไม่ได้ นายอย่าถาม เอาเป็นว่ามันจะไม่มีเหตุการณ์บ้าๆ แบบนั้นเกิดขึ้นอีก"

มิเกลดึงผ้าขนหนูจากมือกำแพงมาแปะบนหน้าผาก กดผ้าไว้ด้วยมือซ้าย

            "ซี้ด! มันปวดหัวมากกก"

            "มิเกล เอ่อ คือว่า"

กว่ากำแพงจะรวมคำให้เป็นประโยค มิเกลรีบหยิบยาลดไข้ยัดเข้าปาก ดื่มน้ำตามลงไป มุดตัวในผ้าห่ม

            "มันเพลียจนตาใกล้จะปิดละ อยากจะนอนยาวๆ"มิเกลงึมงำ






            เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นบนใบหน้าขาวซีด กำแพงคอยซับมันออกด้วยผ้าขนหนูผืนเดิม 
            มิเกลในผ้าห่มชุ่มไปด้วยเหงื่อโชก ปลุกให้ต้องตื่นขึ้นมาจากอาการไข้

            "เป็นไงมั่ง นายดีขึ้นยัง"กำแพงเอามืออังหน้าผากมิเกล วัดอุณหภูมิอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ตรวจตลอด

            "หิวข้าวอะ"มิเกลยังมีอาการมึน






            กำแพงใช้กรรไกรตัดซองโจ๊กกึ่งสำเร็จรูป รสหมูสับ เทใส่ชาม

            "รอให้น้ำเดือดแพล็บ"ร่างสูงโปร่งหันมาบอกกับมิเกล ก่อนหันกลับไปจัดการกับโจ๊กรสหมูสับต่อ

            "ถ้ามีโจ๊กรสหมูทอดที่นายชอบมันน่าจะดีกว่านี้ เฮ้ย! เดี๋ยวเราไปทอดหมูให้นายดีกว่า มันก็กินกับโจ๊กได้อยู่"กำแพงจัดแจงทอดหมู






            "กว่าจะได้กินก็หายป่วยละ"มิเกลรับชามโจ๊กพร้อมชิ้นหมูทอดในชาม

            "อืม รสชาติน่าจะดูดีกว่าเชฟ"มิเกลทำปากยื่นใส่กำแพงที่ยืนยิ้มมุมปาก

            "ว้าก!"

มิเกลปล่อยช้อน หลังจากตักโจ๊กเข้าปาก

            "ร้อนอะ! ร้อน!!!"

            "เป่าก่อนเดะ ม่ะ เป่าให้"กำแพงแย่งชามโจ๊กจากมือมิเกลมาเป่าด้วยปาก

            ฟู่!!!

            "กำแพงเป่าโจ๊กเดะ! ห้ามเป่าปากเรา!"มิเกลโวยวาย

            "ดูเดะ ลิ้นพองหมดเลย นายแกล้งเราใช่มั้ย"มิเกลเลียเหล็กดัดฟัน

            "ไหนมาพิสูจน์เด๊ะว่าลิ้นพองแค่ไหน"

            "อย่ามายุ่ง!"

กำแพงหยิบช้อนขึ้นมาเป่าโจ๊ก ป้อนใส่ปากมิเกล

            "ไม่เอา เราไม่หิวแล้ว"มิเกลส่ายหัว

            "นายต้องกิน เพราะนายต้องกินยาลดไข้"

            "ม่าย! เราไม่กินยา!"

            "นายไม่กินยา แล้วเมื่อไหร่นายจะหายล่ะ ถ้านายไม่หายป่วย นายก็ไปเรียนไม่ได้"

เมื่อกำแพงเอาเรื่องเรียนมาอ้าง มิเกลจำเป็นต้องตกอยู่ในสภาพจำยอม

            เอื๊อก! 

มิเกลหน้ายุ่ง กลืนโจ๊กลงคออย่างยากลำบาก

            "เจ็บคออะ เหมือนโดนมีดโกนบาด"

            "ไหนมาให้หมอตรวจซิ"กำแพงขอตรวจ มิเกลอ้าปากกว้างอย่างว่าง่าย

            "เราว่านายคงต้องไปคลินิกกับเราแล้วแหละ"

            "ตอนนี้เลยเหรอ"

            "ใช่"กำแพงทำตัวเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

            "อืม เพราะจากผลการวินิจฉัยโรคของเรา นายน่าจะมีอาการของทอนซิลอักเสบ"






            มิเกลมองถุงยา ที่วางบนเตียงอย่างเขย่าขวัญ ในนั้นมียาแก้อักเสบชนิดแคปซูล ที่ต้องกินยาติดต่อกันจนหมด เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา

            "เชื้อดื้อยาเหรอ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราต้องกินยาแก้อักเสบหลังอาหารแทนขนม"

            "ที่นายไม่ยอมกินยาอะ นายดื้อกว่าเชื้ออีก"

            "นอกจากไอ้อาการหนาวๆ ร้อนๆ ยังจะอุตส่าห์มีเสียงบ่นของนายอีก รำคาญ!"มิเกลลุกขึ้นจากเตียง สลัดผ้าห่มออกจากตัว

            "อืม เรามีอิทธิพลกับนายพอประมาณ"กำแพงเข้าชาร์จ เอามืออังหน้าผาก แล้วเลื่อนมือลงมาจับปลายคางมิเกล

            "ลมหายใจของนายร้อน"กำแพงประกบปากกับปาก แล้วดูด มิเกลตาค้าง ฝ่ามือผลักหน้ากำแพง ออกอาการผะอืดผะอม

            "ขากกก!!!"

            "เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งถุย"กำแพงยกมือขึ้นห้าม 

            "เราก็แค่รักษานายอะ ลมหายใจร้อนๆ ของนายผสมกับลมหายใจเย็นๆ ของเรา กลายเป็นลมหายใจอุ่นๆ นายจะได้หายจากอาการหนาวๆ ร้อนๆ"

            "คลื่นไส้ชะมัด เราป่วยอยู่นายก็รู้"

            "งั้นนายก็ต้องกินยาแก้อักเสบด่วน"กำแพงหยิบซองยาขึ้นมาอ่านรายละเอียด

          "แบบอีซี่ กินเช้าสองเม็ด เย็นสองเม็ด แบบสโลลี่ กินเช้า กลางวัน เย็น และสำหรับยาก่อนนอน เดี๋ยวเราป้อนนายเอง"

            "ไม่กินยา! จะเวลาไหนก็ไม่กิน! โว้ย!!!"

กำแพงหมดความอดทน แบกมิเกลขึ้นไปวางบนโต๊ะเขียนหนังสือ ร่างสูงใหญ่นั่งลงที่เก้าอี้ เงยหน้ามองร่างน้อยๆ

            "แล้วจะกินอะไร"กำแพงเน้นเสียงเข้ม ทำหน้าโหด

            "เราอยากกินบิงซูทุเรียน!"

            "มิเกลนายอารมณ์ไหนวะ"

            "อยากกินตอนนี้เลย!"

            "แต่นายป่วยอยู่นะ!"

            "บิงซูทุเรียนเป็นไคลแมกซ์ของเราตอนป่วย"

            "ดึกขนาดนี้ นายจะให้เราไปซื้อบิงซูที่ไหน"

            "ก็ร้านสะดวกซื้อไง"

            "อืม มันมีเหรอวะครับ คืนนี้เซเว่นปิด เอาเป็นพรุ่งนี้นายค่อยกินแล้วกัน เอ่อ ว่าแต่นายจะเอาทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ก้านยาว พวงมณี หรือชะนีไข่"

            "เอามาทั้งสวนเลย และนายต้องไปซื้อให้เราตอนนี้ นี่คือการขอร้องแกมบังคับ"มิเกลจ้องเขม็ง ไม่ยอมความง่ายๆ

            "ตอนนี้เลย!"

            "โอเค! ได้! แต่นายต้องสัญญาก่อนว่านายจะกินยาหลังจากที่กินบิงซูทุเรียน"กำแพงยกมือขึ้นยอมแพ้ จากนั้นจับเท้ามิเกลมาวางไว้บนตัก

            "และนายต้องรักษาสัญญาด้วย"

            "อือ สัญญาลูกผู้ชาย"

มิเกลชูนิ้วก้อยให้กำแพงเกี่ยว กำแพงชูนิ้วก้อยขึ้นมาเกี่ยวกับนิ้วที่มีขนาดเล็กกว่า แต่ยังไม่ทันที่นิ้วก้อยจะเกี่ยวกัน นิ้วของกำแพงก็เปลี่ยนใจไปเกี่ยวขอบกางเกงนอนของมิเกลแทน

            "ถ้านายไม่ทำตามสัญญา นายจะเจอของแข็ง"

กำแพงรวบของบนโต๊ะเขียนหนังสือไปไว้อีกมุม ผลักมิเกลลงไปนอนราบกับโต๊ะ ดึงกางเกงนอนลงมาถึงเข่า แยกขามิเกลออก

            "ไอ้กำแพง! นายจะทำอะไร!"มิเกลสยอง

            "ถ้านายผิดสัญญา เราจะเปลี่ยนจากนิ้วก้อยเป็นเสียบก้นนายด้วยนิ้วนี้!"กำแพงชูนิ้วกลาง

            "เฮ้ย! นายมันหยาบคาย ปล่อยโว้ย! ปล่อย!"

มิเกลเหวี่ยงใส่ ตัวเกือบพลิกตกโต๊ะ กำแพงรีบคว้าด้วยท่อนแขน มิเกลในอ้อมกอดกำแพง ผลักไสร่างสูงใหญ่ออกไปให้พ้น รีบยันตัวขึ้นจากโต๊ะ

            "นายทำบ้าอะไรวะ!"

มิเกลผละออกมาจากระยะอันตราย เว้นระยะห่างระหว่างกำแพงให้อยู่ในระยะปลอดภัย กางเกงนอนยังคาอยู่ที่ขา

            "นายไปได้แล้ว"มือสั่นหงึกๆ ค่อยๆ ดึงกางเกงนอนขึ้น หันไปสบตากำแพง

            "หวาดหวั่นชะมัด"

            "อะไรจะหวาดกลัวได้ขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่หวั่นไหว"กำแพงอมยิ้มให้อาการสยองขวัญที่มิเกลมอบให้

            "นายรีบไปตายซะ"มิเกลรีบดันตัวกำแพงออกไปจากห้อง

            "ระหว่างรอนายห้ามหลับ ถ้านายหลับ เรากลับมาเมื่อไหร่จะเอานิ้วเสียบก้นนายเมื่อนั้น"กำแพงหันมายิ้ม ส่งตาเยิ้ม

            "แล้วก็ ขอแนะนำ นายไม่ควรสวมบ็อกเซอร์นอน"

            ปัง!

มิเกลปิดประตูห้องใส่หน้ากำแพง ล็อคประตู รีบวิ่งมาที่โต๊ะเขียนหนังสือ คว้าการ์ตูนบนโต๊ะมาเปิดหน้าที่อ่านค้างไว้ แต่มันไม่สามารถเก็บอาการใจเต้นรัวๆ ได้

            "ทำไมออกอาการวะ"มิเกลปาดเหงื่อบนหน้าผาก

            "ที่เรามีอาการ เพราะกำแพงจะเสียบก้นเราด้วยนิ้วกลาง เฮ้ย!!!"มิเกลหน้าแดงถึงใบหู อาการอายทวีดีกรี



"แล้วเมื่อกี้เราเผลออ่อนแอให้กำแพงเห็นหรือเปล่าวะ
...อ่อนแอ ที่ฉันคิดถึงเธอ และอ่อนแอ ทุกครั้งที่ได้เจอ"

มิเกลเผลอครางเพลง"ความอ่อนแอ (FEELING)" ของ Lomosonic










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 00:17

    บิงซูทุเรียน แซ่บแล้วเปลี่ยน

    #4
    1
    • #4-1 Andy Ryu (@Pigg-hiro-6) (จากตอนที่ 19)
      17 ธันวาคม 2561 / 02:04
      บิงซูมังคุด
      #4-1