Vanilla Cola

ตอนที่ 18 : ทำใจให้ชิล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61

      "ในคืนที่ฟ้าสว่าง รักลอยผ่านทุกๆ อย่างที่เธอตามหา จบลงที่คำสัญญาที่เหลือแค่เพียงอากาศ"

      กำแพงแผดเสียงร้องเพลงคืนที่ฟ้าสว่างของ The Yers คลอไปกับเสียงคลื่น นิ้วมือเขียนชื่อมิเกลบนทราย 
      มิเกลนั่งมองตัวอักษรต่างไซส์ ที่กำแพงเขียนทิ้งไว้บนทรายด้วยปลายนิ้ว นิ้วมืออุดหูตัวเองป้องกันเสียงเพลงของกำแพง

            "นายอย่าทำร้ายเดอะเยอร์สของเรา ขอร้อง"

            "เราก็กำลังร้องไง"

            "ลมทะเลไม่น่าปลุกให้เราตื่นมานั่งคุยกับคนอย่างนายเลย เซ็ง"

            "งั้นเปลี่ยนเป็นนอนคุย เอาเปล่า"

            "อย่างแย่"

            "มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ"กำแพงก้มหน้าก้มตาเล่นทรายด้วยปลายนิ้ว

            "อือ มันแย่ เมื่อเราออกเรือ แต่ยังไงก็ไปไม่ถึงฝั่งสักที มันแย่มาก"มิเกลนั่งกอดเข่าหลวมๆ อดไม่ได้ที่จะแอบมองทะเลอีกฝั่ง

            "อะไรของนาย จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องคุย ย้ายมาโหมดหม่นหมองซะงั้น แต่ไงเราก็จะไปกับนายด้วย"กำแพงเลิกเล่นทราย หันมาเล่นหูเล่นตากับมิเกล มือคว้าหมับที่เอว

            "ไม่! เราไม่ให้ไป!"มิเกลดันตัวกำแพงออกไป

            "ทำไม"กำแพงดึงตัวมิเกลมากอด มิเกลปฏิเสธกอดของกำแพงด้วยการผลักไส

            "อย่ามายุ่ง! นายอย่าเข้าใกล้เรา!"

            "ทำไมล่ะ"

            "เราอาจจะติดโรคจากพวกมัน นายด้วย"มิเกลย่นคิ้ว หน้าเครียด

            "หืม พวกมันไม่ได้ใส่ถุงยาง"กำแพงสงสัย

            "จะบ้าเหรอ! พวกมันข่มขืนเรา"มิเกลเซ็งกับความสงสัย






            ลมทะเลพัดมาทักทายผิวหนังเรื่อยๆ ไม่ขาดระยะ มิเกลนั่งกอดเข่าแน่น ปกป้องตัวเองจากลมเย็นเยือก ข่มอาการหนาวสั่นหงึกๆ เอาไว้

            "มิเกลนายหนาวจนออกนอกหน้าขนาดนี้ อย่าฝืนดีกว่า มาให้เรากอดซะดีๆ"กำแพงดึงตัวมิเกลมากอด

           "เฮ้ย! ใครอนุญาตให้นายกอด อย่ามามั่วเดะ นายนี่มันแย่ชะมัด!"

            "แต่ที่แย่กว่านั้น คือตอนนี้เสืัอของเราสองคนมันหนีเที่ยวไปดำน้ำดูปะการัง ที่ซวยคือของเรามันเป็นเสื้อเชฟ แล้วก็ที่ซวยกว่าคือเราสองคนเหลือแต่กางเกงใน เอ๊ย! กางเกงยีนส์ติดตัว ฮะๆ!"มิเกลค้อนขำของกำแพง

            "นายอย่าขว้างค้อนเซ่ เรากลัวหัวแบะ"กำแพงยิ้ม อุ่นมิเกลด้วยกอด

            "กำแพงนายมันบ้า"

            กำแพงนายรู้มั้ย ตัวของนายบรรเทาอาการหนาวได้เป็นอย่างดี ถ้าวันไหนที่เราหนีออกจากบ้านอีก เราจะเอานายไปด้วย นายจะเป็นผู้ช่วยของเราตลอดการเดินทาง อือ เรามันบ้าไปแล้ว


            "เอาเป็นว่าเรื่องนั้นนายต้องพิสูจน์ เพื่อความสบายใจ นายต้องไปตรวจโรค"

            "ฮะ! ตรวจโรค!"

ประโยคของกำแพงทำลายความเพ้อของมิเกลจนพัง

            "ตรวจโรคเหรอ ถ้างั้นนายก็ต้องตรวจด้วย"มิเกลกัดปาก

            "จะตรวจทำไม ถ้านายติดโรค เราก็ติดด้วย ว่าแต่ตอนนั้นนายเจ็บไอ้นั่นมั้ย"

            "เราจำไม่ได้"

            "แล้วตอนที่เราทำนายเมื่อคืน นายเจ็บไอ้นั่นมั้ย"

            "ไอ้กำแพง! นายถามอย่างนี้คืออยากโดนใช่มั้ย!"

เล็บบนปลายนิ้วของมิเกล ค่อยๆ จิกลงบนแขนที่โอบกอด เป็นการส่งสัญญาณเตรียมพร้อมถล่มกำแพงครั้งยิ่งใหญ่ กำปั้นน้อยๆ อัดกำแพงไม่ยั้ง และไม่ลืมที่จะฝากรอยเล็บไว้บนแผ่นหลัง

            แควก!

            "เฮ้ย! เดี๋ยวเล็บนายก็สีลอกหรอก โอ๊ย!"

            "เราอยากจะบอกว่า ข่วนนี้ไม่มียั้ง"

            แควก!!!

            "โอ๊ย! โอ๊ย!!! ซาดิสม์ว่ะ ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก ซี้ด!!! แสบ!"

มิเกลเกือบหลุดขำออกมา ถ้าไม่มีอารมณ์สีเทาหม่นเมื่อกี้เข้ามาแทรกตรงกลางหน้าตาเฉย มิเกลหยุดข่วนเอาดื้อๆ เปลี่ยนเป็นหุ่นกระป๋องนั่งบื้อไร้ความรู้สึก

            "เป็นอะไรอีกล่ะ นายอย่าทำหน้าอย่างนั้นเดะ"กำแพงเการอยเล็บบนแผ่นหลัง

            "ให้ทำหน้าแบบไหนอะ"

นิ้วชี้กำแพงจิ้มไปที่เอวเจ้าของร่างน้อยตรงหน้า จนความจั๊กจี้ถามหา มิเกลปล่อยเสียงหัวเราะออกมาก่อนจะวิ่งหนี กำแพงรีบวิ่งไล่ตาม

            "นายก็ทำหน้าแบบนี้ไง!"กำแพงยิ้มปากกว้างก่อนตะโกนบอก

            "ยิ้มแบบซาลาแมนเดอร์เหรอ!"มิเกลตะโกนถาม

            "ใช่! อะไรก็ตาม นายต้องยิ้มให้ได้เหมือนกับซาลาแมนเดอร์! นายต้องทำใจให้ชิล!"

            "อือ! เราจะยิ้มแบบจิ้งจกน้ำเม็กซิกันให้ได้ แล้วเราก็จะสะเทินน้ำสะเทินบกด้วย อ่ะ เราแถมให้!"

มิเกลค่อยๆ คลี่กลีบดอกไม้ให้บานออกทั้งทุ่ง เมื่อรอยยิ้มโชว์เหล็กดัดฟันมาแทนที่สีหน้าไร้ความรู้สึกเมื่อกี้ รอยยิ้มนี้ทำเอากำแพงเคลิ้ม

            "ลาเวนเดอร์!!!"

           นั่นละ หน้าแบบนี้ของนาย ที่เราอยากได้ ยิ้มแบบนี้ของนายทำให้เราอยากเข้าไปเลียเหล็กดัดฟันเล่น ชักอิจฉาแปรงจัดฟันแล้วว่ะ

            พลั่ก!

มิเกลทำลายความคิดกำแพงลอยฟุ้งไปกับฝุ่นทราย

            "เฮ้ย! มิเกลนายเล่นทีเผลอ!"

            "ฮะๆ! นายอยากยืนมึนเองอะ! ฮะๆ!"

            เสียงหัวเราะเยาะของมิเกลดังลั่นกลบเสียงคลื่นซัดหาด กำแพงปาดทรายออกจากเส้นผมสีโคล่า มิเกลกำทรายอีกก้อนพร้อมปาให้ตรงเป้าหมาย กำแพงหลบรวดเร็วพร้อมปาทรายคืนมิเกล
            เสียงหัวเราะของทั้งคู่ ดังแข่งกับเสียงคลื่นของทะเลตอนเช้า ที่ดวงอาทิตย์เพิ่งจะเงยหน้ามองโลก






            มิเกลชวนกำแพงนั่งพักบนทราย มองแผ่นน้ำ ที่สะท้อนสีฟ้าน้ำทะเลของตอนเช้า เมื่อดวงอาทิตย์ไต่ระดับเกินเส้นขอบฟ้า
            ฝูงนกนางนวลบินโฉบบนผิวน้ำ โต้คลื่นล้อเล่นกับลมทะเล

            "นั่น! ฝูงนกนางนวลอพยพ มันบินหนีความหนาวมาพึ่งพาความอุ่นของดวงอาทิตย์ ที่ตรงขอบฟ้าโน่น มันคงเหนื่อย มันคงเหงา"มิเกลหน้าหงอย

            "มันไม่มีบ้าน"มิเกลพึมพำกับกำแพง

            "ถ้างั้น เรามาสร้างบ้านให้นกนางนวลกัน"กำแพงนำเสนอความคิด

            "บ้านนกนางนวล ความคิดนายเจ๋ง!"มิเกลยิ้มกว้างให้กำแพงก่อนหุบยิ้ม

            "เราก็ไม่มีบ้าน เหมือนนกนางนวล"

            "เพราะนายมีปัญหากับแม่"กำแพงวางมือไว้กับเข่ามิเกลตรงรอยยุ่ยของยีนส์ สอดนิ้วเข้าไปในรอยขาด

            "แม่กับเรามีรอยปรุมาตั้งแต่วันนั้น วันที่เราโดนแม่ทิ้ง มีแค่คำว่าแม่กับคำว่าลูก แต่ไม่มีความผูกพัน เมื่อวันนี้มาถึง แม่คงฉีกเราออกตามรอยปรุนั่นแล้ว"เหมือนมิเกลกำลังคุยกับทะเล

            "มิเกล นายมีอะไรที่อยากจะเล่า หรืออยากระบายออกมั้ย เรารอรับฟังอยู่"

            "อือ เราคงไปเดินเล่นที่ทะเลอีกฟากได้ด้วยตา ไม่ใช่ขา เราคงไปไม่ถึงฝั่ง"

            "เมี้ยว!"

            "หือ"สายตามิเกลยังคงจับภาพทะเลในโหมดพาโนรามา

            "เมี้ยว เราจะสร้างบ้านให้นายเอง"

            "ฮะ!"

มิเกลเบิกตากว้างกว่าทะเล

            "นายจะสร้างบ้านให้เรา!"

            มิเกลเกี่ยวแขนกำแพงมาเขย่าแรงๆ ออกอาการดีใจ จนซ่อนไว้ไม่ได้

            "จริงเหรอกำแพง! ที่นายจะสร้างบ้านให้เราจริงๆ"

            "ใช่ เพราะตอนนี้เรากำลังคบเด็กสร้างบ้านอย่างนาย"

            "ไอ้กำแพง นายไปตายซะ"มิเกลชูนิ้วกลาง

            "ให้เหรอ เราเอาจริงนะ"กำแพงขำคิก

            "อารมณ์ของนายมันเปลี่ยนแปลงบ่อย นายมันเฮี้ยนเหมือนอากาศแปรปรวน"



            ลมทะเลพัดแรงขึ้น เมฆสีคล้ำซ่อนดวงอาทิตย์ คลื่นม้วนตัวตีฝั่งดังโครม! ฟ้าครึ้มสีเทาของฝนตั้งเค้าย้อมสีทะเลอึมครึม เม็ดฝนหล่นผล็อยจากเมฆสีหม่น

            "เหมือนฝนจะตก"กำแพงมองท้องฟ้า

            "พายุมากกว่า"มิเกลมองทะเล

            ลมทะเลแรงจัดพัดผมยุ่งจนไม่เหลือซากของทรงผม คลื่นคลุ้มคลั่งก่อนฝนเทลงทะเลหนักเม็ด
             ลม และฝนหอบเอาคนสองคนมาวางไว้บนเตียงเพื่อหลบฝน ไม่ต่างกับดวงอาทิตย์ ที่หลบซ่อนตัวในตอนนี้ รอจนเม็ดฝนผ่านพ้นค่อยออกมาคลอเคลียท้องฟ้า






            เมื่อพายุฝนหยุดการกระทำของมัน แต่ภายในห้อง 26 ตารางเมตร ยังคงได้กลิ่นดินชุ่มฝนลอยมาเตะจมูก แรงลมจากใบพัด 16 นิ้ว เป่าผ้าม่านพลิ้ว
            ฝนมาทักทายท้องฟ้าแบบเบาๆ ฝนหยุดเมื่อยามสายของวัน แสงแดดออกจากที่ซ่อนหลังก้อนเมฆ แอบมุดผ้าม่านเข้ามาแลบลิ้นเลียผิวของคนทั้งคู่ ที่นอนเบียดกันอยู่บนเตียงแคบ แดดแรงหลังฝนปลุกให้ต้องลืมตาตื่นขึ้นมา เพราะความเร่าร้อน

            "มิเกล นายพอจะมีพลังงานสำรองมั้ย"กำแพงไต่นิ้วไปบนผิวหนัง

            "เราไม่รู้จักพอ"กำแพงขยับร่างหนาของตัวเอง ที่ทับร่างน้อยอยู่

            "กลัวนายจะหายใจไม่ออก แต่นายก็เกือบทำเราหายใจไม่ทัน"กำแพงดึงมิเกลมากอดหลวมๆ

            "เราไม่อยากหายใจ ถ้านายหายไป"

กำแพงบอกกับตัวเองอย่างนั้น เพียงแค่มิเกลขยับตัวในอ้อมกอด ไหล่กว้าง และสองแขนก็รวบร่างน้อยเข้ามาแนบแผ่นอก

            "นายจะไปไหน"กำแพงกระซิบถามทั้งๆ ที่ยังหลับตา

            "ห้องน้ำ"มิเกลตอบห้วน

            "ไม่ให้ไป"กำแพงกระชับมิเกลแน่นในอ้อมกอด ปล่อยลมหายใจอุ่นรดต้นคอ

            "อย่ามายุ่ง!"

            "ไม่ให้ยุ่งแล้วยอมให้กอดทำไม"กำแพงบดปากกับซอกคอขาว

            "เฮ้ย! ปล่อย!"มิเกลเหวี่ยงใส่กำแพง ฟาดหัวฟาดหางจนเต็มพื้นที่เตียงแคบ

            "นายอย่ามาเหวี่ยงใส่ นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ที่เราตัวติดกันหนึบบนเตียง ผ้าห่มผืนเดียวห่มเราสองคนไว้ด้วยกัน ใช่มั้ยลูกแมวซนๆ ของเรา"

            "เราไม่ใช่ของนาย!"

            "มิเกล"

            "เรียกทำไม!"

            "อยากจะเรียกอะ เราจะเรียกชื่อนายอย่างนี้ ทั้งวันทุกคืนเลย"

            "ไอ้บ้า!"มิเกลลุกพึ่บจากเตียงหนีจากอ้อมกอดนั้น แต่โดนท่อนแขนนั่นดึงกลับเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้ง






            "เราจะเริ่มแล้วนะ"กำแพงส่งสัญญาณเตรียมพร้อม

            "Are You Ready?"

            "Yes!"มิเกลตอบว่าใช่อย่างเลี่ยงไม่ได้

            เมี้ยว!

หมูทอดขึ้นไปยืนอยู่บนขอบหน้าต่าง ท้องฟ้าครึ้มอีกครั้ง ฟ้าผ่าเสียงดังเปรี้ยง ตามด้วยเสียงฝนลงเม็ด มิเกลไม่ได้ยินเสียงฟ้าเสียงฝน แค่เสียงหัวใจเต้นตึกตักของกำแพงเท่านั้นที่มิเกลกำลังรับฟัง






            เมี้ยว!

            หมูทอดส่งเสียงร้องเหมียวมาจากขอบหน้าต่าง ยังคงยืนอยู่ท่าเดิม เหมือนกับถูกสตัฟฟ์
            เมื่อฝนลงเม็ด สาดเข้ามาทางหน้าต่าง จนคนบนเตียงเปียกโชก

            "เมี้ยว เราไม่ไหวแล้วนะ"กำแพงฟุบหน้ากับซอกคอขาว

            "เมี้ยวนายหอมจัง ขอหอมนะ..."กำแพงหลับคาประโยค


            มิเกลมองผ่านหมูทอดที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง สายตาแตะต้องกับท้องฟ้า ที่ตอนนี้ก้อนเมฆเป็นรูปทรงอะไรมิเกลไม่อยากเดา
            ปลายนิ้วของมิเกลค่อยๆ เขี่ยรอยเล็บของตัวเองบนคอกำแพงเล่น

            "ลึก"

            นี่เราเผลอฝังเล็บลงบนคอนายอีกจนได้ มันเป็นรอยลึกขนาดนี้เลยเหรอ จะกลายเป็นแผลเป็นมั้ย กำแพงเราขอโทษ เราไม่ได้ตั้งใจ แล้วนายล่ะตั้งใจมั้ยที่ทำกับเราอย่างนี้ ลึกซึ้ง หรือว่าแค่อารมณ์หื่นพาไป

 มิเกลเดาว่ากำแพงคงหลับอีกยาว เพราะกำแพงนอนอยู่บนตัวมิเกล

            "กำแพง เรากลายเป็นเตียงนุ่มของนาย นายกลายเป็นผ้าห่มอุ่นของเรา"

ฝนเหยาะเม็ด แสงแดดอ่อนของตอนบ่ายระบายสี มีลายรุ้งพ่นบนท้องฟ้า มิเกลหลับตา พึมพำข้างหูกำแพง

            "อือ วันนี้เป็นวันที่อุ่นที่สุดในวันฝนตก"มิเกลหลับไปกับฝัน






            LINE!

            มิเกลตื่น ยกมือขึ้นขยี้ตา ถอนหายใจยาวๆ ออกมาจากแผ่นอก

            นี่เรายังนอนอยู่บนเตียงใต้ผ้าห่มผืนหนา เราหลับคาหนังสือหน้าที่อ่านค้างไว้ เราอ่านไปได้แค่ไม่กี่บรรทัด แล้วเราก็ปิดหนังสือ

            "อือ ไม่ใช่แค่นั้น ฉากรักริมทะเลมันไม่ใช่ความฝัน"

            LINE!

            มิเกลดึงมือถือที่ซุกตัวอยู่ใต้หมอนออกมาสไลด์หน้าจออ่านข้อความ
            ฮานะส่งภาพก้อนเมฆแปลงร่างเป็นรูปหัวใจ มิเกลยิ้มมุมปาก แล้วหลับตาลง ค่อยๆ ฝังตัวในความฝันใต้แผ่นอกกำแพงที่นอนอยู่บนตัว

            "กำแพง คือเรามีเรื่องจะสารภาพกับนาย ก่อนที่เราจะหลับ นายตั้งใจฟังให้ดีๆ คือเรา..."มิเกลงึมงำกับกำแพงที่ยังหลับอยู่

            "เราให้นายหมดตัวเลยกำแพง ตัวของเราที่กลายเป็นของนาย นายอย่าลืมแบ่งความรักให้เรามั่ง ไม่ต้องมากหรอก เราขอแค่นายรักเราเท่าฟ้าก็พอ"มิเกลหลับปุ๋ยคาความในใจ

            เมื่อฝนซาเม็ด บนฟ้าบ่ายระบายรุ้ง แต่บนเตียง มิเกลยังคงถูกห่อหุ้มด้วยเมฆฝนสีหม่น 
            มวลเมฆสีขาวขุ่นข้นยังคงโอบกอดมิเกล จนกว่าจะตื่นขึ้นมา ลืมตาจากฝัน












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

8 ความคิดเห็น