Vanilla Cola

ตอนที่ 16 : ฉาก : ซบซีน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61

      "มิเกลนายดีขึ้นหรือยังแฮงค์"

      "อือ พอได้มั้ง"

       "งั้นนายมานี่ ม่ะ เราจะติวให้นาย ทดแทนที่นายหายไปเป็นเดือนๆ เผื่อนายจะเรียนตามเพื่อนทัน เผื่อเราจะหายโกรธนาย เผื่อนายจะลืมเรื่องนั้น แล้วหันมาทำเรื่องนี้ เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น"กำแพงบอกกับมิเกลที่นอนแผ่อยู่บนเตียง

      "ม่าย!"มิเกลปฏิเสธความหวังดี ทันทีทันใด

      "ทำไมล่ะ"

      "นายก็รู้ เราเคยเรียนตามใครทันซะที่ไหน"

      "นั่นละเราถึงอยากติวให้นาย"

      "เรารู้ นายก็พูดไปงั้นๆ แค่แสดงความหวังดี จริงๆ นายไม่อยากทำหรอก เสียเวลาเปล่าๆ ถ้านายจะติวเพื่อแสดงน้ำใจ อย่าทำ"

      "มิเกลนายรู้ไว้ซะ นั่นมันเป็นสิ่งที่เราอยากทำกับนาย"






      กำแพงลากตัวมิเกลมาที่โต๊ะเขียนหนังสือจนได้ หยิบหนึ่งเล่มในกองหนังสือเรียนมาวางกางไว้บนโต๊ะ

      "นายอ่านหน้าที่เราเปิด อ่านซะ ห้ามดื้อ"

      ครืด!

กำแพงลากเก้าอี้จากมุมหนึ่งของห้องมานั่งข้างๆ มิเกล มิเกลวางมือไว้บนหน้าหนังสือ ที่กำแพงออกคำสั่งให้อ่าน กำแพงมองมือที่มิเกลวางไว้บนหน้าหนังสือ

      "นายลองอ่านบรรทัดนี้"

      นิ้วชี้ของกำแพงจ่อไปที่บรรทัดหนึ่งของหน้าหนังสือ มิเกลยังคงวางมือไว้ที่เดิมไม่สนใจตัวอักษรบนหน้ากระดาษ เบือนหน้าหนีหนังสือตรงหน้า เบนสายตาไปนอกหน้าต่าง ผ้าม่านแหวกไว้เปิดทางให้ลมผ่าน แสงภายนอกฉวยโอกาสเข้ามาระบายสีภายในห้อง
      แสงไฟย้อมค่ำคืนมืดมิดให้มีสีสัน แต่ความสวยงามนั้น มันพร่ามัวอยู่ในหัวใจมิเกล เมื่อกำแพงเห็นมิเกลออกอาการไม่ตั้งใจจะอ่าน จึงส่งสัญญาณเตือน

      "มิเกลขืนนายทำอย่างนี้ นายจะเรียนไม่ทันนะ นายช้ากว่าเพื่อนไปแล้ว"

มิเกลยังคงมองออกไปนอกหน้าต่าง มือยังคงวางไว้ที่เดิม นิ้วชี้ไม่ไปที่บรรทัดนั้น นิ้วมือมิเกลไม่ตอบสนองความต้องการของกำแพง

      "มิเกลนายเปิดหนังสือหน้าที่นายอยากอ่านก็ได้"

      "ปวดหัวอะ"

      มิเกลยกมือขวาที่พันด้วยผ้าก๊อซขึ้นกุมขมับ คิ้วบางบนหน้าเรียวขมวดยุ่ง กำแพงเขยิบเข้าไปใกล้มิเกล มองมือซ้ายที่วางไว้บนหน้าหนังสือ
      เล็บมิเกลถูกเคลือบทาด้วยสีดำ ตัดสั้นเสมอปลายนิ้ว แต่ตอนจิกข่วนเนื้อตัวกำแพง คมเล็บจิกลึกลงไปถึงหัวใจ

      มิเกลนายรู้มั้ย เราใจเต้นตึกตักทุกที ที่นายฝากรอยข่วน

      เล็บสีดำบนนิ้วขาว เรียกร้องความสนใจจากมือกำแพงให้อยากแตะสัมผัสมัน กำแพงค่อยๆ วางมือตัวเองลงบนมือมิเกล ที่วางไว้บนหน้าหนังสือ อีกมือโอบหัวมิเกลมาซบไว้กับไหล่กว้าง
      มิเกลหลับตาติดอยู่ในความฝัน นิ้วอุ่นของกำแพงเกี่ยวคางมิเกลขึ้นมา จูบนุ่มๆ แตะต้องริมฝีปากแผ่วเบา มิเกลสะดุ้ง! ตื่นลืมตาจากฝัน

      "กำแพง!"

มิเกลเรียกชื่อกำแพงในใจ ค่อยๆ หลับตาลงอีกครั้ง บอกกับตัวเองว่าพร้อมแล้ว ที่จะผจญภัยไปกับกำแพง

      "มิเกล!"

กำแพงเรียกชื่อมิเกลในใจ กำแพงไม่รู้หรอกว่าที่จูบมิเกล เพราะอะไร

      จูบ...
      เพราะสงสาร เพราะห่วงใย เพราะอารมณ์พาไป หรือเพราะมิเกลในตอนนี้ เกินเยียวยาด้วยคำพูดปลอบโยน มีเพียงหัวใจของกำแพงเท่านั้น ที่สามารถปลอบโยนมิเกลได้ หรือทั้งหัวใจของกำแพงมีมิเกลอยู่ในนั้น
      กำแพงยังคงจูบมิเกลอย่างต่อเนื่อง จากจูบนุ่มๆ กลับเพิ่มระดับความแรงกลายเป็นจูบหนักๆ มิเกลค่อยๆ อ่อนกำลังลง เมื่อกำแพงสอดลิ้นเข้าไปสัมผัสเหล็กดัดฟัน มันหอมหวานละมุน เหมือนรสวานิลลา

      อาาา...
      มิเกลที่สะบักสะบอม หลังจากที่นายผ่านความโชกโชนของชีวิตในช่วงหนึ่ง ที่ความร้ายกาจของมันรวมหัวกันรุมสกรัมนาย จนหัวใจทั้งดวงของนายร้าวเต็มไปด้วยรอยแผล
     มิเกลนายมีแผลฉีกขาดเป็นทางยาว เลือดยังคงไหลไม่หยุด เรามองไม่เห็นบาดแผลของนายที่หัวใจ เพราะมันอยู่ข้างใน แต่เรารู้ และเราจะยื่นมือเข้าไป ห้ามเลือดให้หยุดไหล เย็บแผล ดูแลอาการบาดเจ็บของนาย แม้ว่าการทำแผลให้นาย มีความเสี่ยงสูงที่แผลจะติดเชื้อ!






      มือของกำแพง ที่ยื่นเข้ามาปลอบโยนมิเกล ค่อยๆ สอดเข้าไปในเสื้อยืดตัวบาง ลูบไล้ไปตามแผ่นอก จนนิ้วมือสะดุดกับ...

      "ฮะ! อา"มิเกลเผลอครางออกมา

นิ้วมือของกำแพงค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปในซอกนิ้วของมิเกลสัมผัสกับอุณหภูมิอุ่นพอเหมาะของฝ่ามือ

      "โอ๊ย!"

มิเกลสะดุ้งโหยง เจ็บแปลบแผล เมื่อกำแพงบีบมือ

      "เฮ้ย! เราขอโทษ!"เสียงร้องของมิเกล สะกิดให้กำแพงรู้สึกตัว

ก่อนที่อารมณ์ และบรรยากาศจะพาไปมากกว่านี้ มือซนของกำแพงเมื่อกี้ ก็รีบจัดระเบียบเสื้อผ้าให้มิเกล

     "คืนนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้นายค่อยอ่านต่อ นายเหนื่อยมามากพอแล้วสำหรับวันนี้...นอนซะนะ"ประโยคทิ้งท้าย แผ่วเบาเหมือนกับกระซิบอยู่ข้างหู

กำแพงรีบหันหลัง ก้าวออกมาจากตรงนั้น เอามือขยี้ที่ปลายจมูกตัวเอง กลิ่นของมิเกลยังติดอยู่ที่ปลายนิ้ว

      หมับ!

มิเกลดึงเสื้อกำแพงไว้ กำแพงหันกลับไปตามแรงดึง

      "กำแพง..."

กำแพงรู้สึกวาบ เมื่อสบตา ตัวชา มือเย็น ใจเต้นตึกตัก

      หืม มิเกลนายจะพูดอะไรต่อ?

กำแพงรอลุ้นประโยคต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ มิเกลเม้มปาก มือซ้ายยังคงกำชายเสื้อกำแพงไว้แน่น

      "คืนนี้ เราขอซุกนายทั้งคืนเลยนะ"

มิเกลไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป แต่รู้ว่าถ้าไม่ได้รับสิ่งที่ร้องขอจากกำแพง มิเกลคงคลั่งตาย

      "ไม่!"

      "นะ กำแพง"

      "เราบอกว่าไม่ไง"

      "กำแพง ถ้านายไม่ เราคงต้องขาดใจตาย ตอนนี้เลย!"






      ว้าก!

กำแพงฟาดไปเต็มแรง

      เพล้ง!

กระจกใสบานใหญ่ ที่กำแพงสร้างไว้ป้องกันมิเกลให้อยู่ในระยะปลอดภัย แตกละเอียด ไม่มีสิ่งกีดขวางระหว่างเพศ เป็นอิสระ จะบินไปด้วยกันที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะบนท้องฟ้าสูง หรือว่าใต้ท้องทะเลลึก






      "มิเกลเราบอกว่าไม่ แต่นายทำให้เราเปลี่ยนใจ นายทำให้เราแหกกฎ เราเหยียบมิดทั้งๆ ที่ติดสัญญาณไฟแดง และแล้วเราสองคนก็เริ่มต้นที่เตียง"



      สัมผัสของกำแพงเร่าร้อน แต่อ่อนโยน แขนแกร่งกอดร่างน้อยๆ บอบบางอย่างเบามือ

      กำแพงลูบไล้มิเกลไปทั่วทั้งตัวด้วยปลายลิ้น ปลายนิ้วค่อยๆ ไต่ลงไปที่ระดับต่ำกว่าลำตัว แล้วสอดนิ้วเข้าไปข้างใน นั่นเป็นสิ่งที่กำแพงมอบให้มิเกล

      จังหวะรักเริ่มร้อนแรงเป็นจังหวะร็อค เพราะอารมณ์ที่กำแพงเก็บสะสมไว้ข้างใน มันถูกปลดปล่อยออกมาข้างนอกร่างกาย ซึมหายเข้าไปในตัวมิเกล

      "เจ็บ! กำแพง อย่า!"มิเกลปล่อยหยดน้ำตาเปียกผ้าปูที่นอน

      "อาาา...มิเกลเราจะละลายเข้าไปในตัวนายแล้วนะ"กำแพงครางเสียงแผ่วข้างหู

เล็บที่ปลายนิ้วมิเกลขยี้ต้นคอกำแพง ทั้งจิก ทั้งข่วน ฝังรอยเล็บไว้บนผิวหนัง

      "มิเกล เราขออยู่ในตัวนายทั้งคืนเลยได้มั้ย มิเกล...เรารักนาย"กำแพงกระซิบบอกร่างน้อยๆ ที่หลับใหล แล้วซุกหน้าไว้กับซอกคอขาว






      "กำแพง เราปล่อยตัวปล่อยใจจนได้ สุดท้ายเราสองคนก็จบลงที่เตียง"

ใบหน้าเรียวของมิเกล ยังคงซบอยู่กับแผ่นอกกว้างของกำแพง แต่ความรู้สึก มันลุกพึ่บขึ้นมาจากเตียงแล้ว

      "กว่าเราจะหายเมา นี่เราเอาอีกแล้วเหรอ ครั้งแรกที่กำแพงข่มขืน เรายังไม่เข็ดใช่มั้ย ครั้งนี้เราเลยยอมให้กำแพงขืนใจด้วยความยินดี"มิเกลนอนขดตัวอยู่ในร่างหนาๆ พ่นลมหายใจใส่แผ่นอกกำแพง ที่หลับไม่รู้เรื่อง

      "เราวิปริตเข้าขั้นวิกฤตเหรอ เรานอนกับผู้ชายด้วยกันหน้าตาเฉย"มิเกลหลับตาปี๋ ยังซุกหน้าไว้ที่เดิม

      "เป็นเพราะร่างกายของเรามันปฏิเสธคนอื่น แต่มันไม่เคยปฏิเสธกำแพง เอ่อ ไม่ว่าจะเป็นความสูงของกำแพง เสียงของกำแพง แขนของกำแพง กอดของกำแพง จูบของกำแพง...มือของกำแพง ที่ยื่นเข้ามาปลอบโยน แล้วก็นิ้ว...ลิ้น เฮ้ย! ไปกันใหญ่แล้ว! เราเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า กำแพงไม่ได้คิดอะไรกับเรา ในเมื่อยังมีจี๊ดอยู่ทั้งคน กำแพงก็แค่อยากปลดปล่อย"






      กลิ่นของมิเกลทำให้กำแพงไม่อยากลุกขึ้นจากเตียง ทั้งๆ ที่เป็นเช้าของวันทำงาน

      "ไม่อยากไปทำงานเลยอะ เมื่อคืนก็ทำงานหนัก"กำแพงบ่นอุบ บิดขี้เกียจ ทั้งๆ ที่ยังหลับตา

      "มิเกล แล้วนายล่ะ เป็นไง เราจัดหนักไปมั้ย"กำแพงยังคงงัวเงีย มือควานหาร่างมิเกลที่กอดไว้แนบตัวทั้งคืน

      "เฮ้ย! มิเกลหาย"กำแพงลุกพึ่บขึ้นจากเตียง

      "นายไปไหนแล้วล่ะ เมื่อกี้เรายังกอดอยู่เลย หรือว่าเราฝัน"






      มิเกลนั่งกอดเข่า ซุกตัวตรงซอกตู้เสื้อผ้า กำทิชชู่ไว้ในมือแน่น

      "นี่มันคือร่องรอยของเมื่อคืน ไม่ใช่ ไม่รู้ตอนไหน เพราะมันยังคงเปียกชื้นไม่ใช่คราบ"มิเกลฟุบหน้าลงกับเข่า เอามือขยี้ผมจนยุ่งเหยิง

      "เรามั่วได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ!"

      "มิเกลนายกำลังสับสน"กำแพงตรงมายังร่างที่กำลังค้นหา ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ โอบกอดร่างน้อยๆ ไว้หลวมๆ

      "นายมาแอบตรงซอกตู้ทำไม"

      "เราอยากจะอ้วก"

มิเกลวิ่งเข้าห้องน้ำ รีบเปิดฝารองนั่งชักโครก โก่งคออ้วก

      "โอ้ก!"

กำแพงเดินตามมาลูบหลังให้มิเกล ที่กำลังเค้นอ้วก

      "อย่ามายุ่ง!"มิเกลหันมาตวาดกำแพง แล้วหันไปก้มหน้าก้มตาอ้วกต่อ

      "เฮ้ย! นี่มันครั้งแรกเอง เราทำนายท้องแล้วเหรอ"กำแพงหยอก มือยังคงลูบหลังมิเกล

      "ครั้งแรก!"มิเกลหยุดอ้วก

      "มันหมายความว่าอะไรกำแพง ครั้งแรกของนายมันหมายความว่ายังไง"มิเกลเค้นคำอธิบายจากกำแพง

      "ซวยเลยกู แทนที่จะเปลี่ยนบรรยากาศ กลายเป็นทำให้บรรยากาศเปลี่ยน เลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่"กำแพงเกาหัวแกรก

      "กำแพง! นายก็แค่อธิบาย!"มิเกลโวยวาย

      "นายตั้งใจฟังให้ดีนะ คือวันนั้น เราไม่ได้มีอะไรกัน"กำแพงทำหน้าจริงจัง

      "ไม่อะ ไม่เชื่อ"มิเกลส่ายหน้า

      "นายแก้ผ้าเรา แล้วก็ลงมือข่มขืน"

      "ไม่ใช่นะมิเกล นายถอดเสื้อเอง นายบ่นว่าร้อน วันนั้นนายเมามาก ขนาดควบคุมตัวเองไม่ได้"

      "แล้วรอยจ้ำสีแดงตามตัวเราล่ะ เราทำตัวเองเหรอ"

      "นั่นมันคือรอยที่นายแพ้แอลกอฮอล์"

      "ฮะ!"มิเกลกัดฟันกรอด

      "แล้วทำไมนายไม่บอกเราตั้งแต่วันนั้น"

      "เราพยายามอธิบายแล้ว แต่นายก็ไม่เคยจะฟัง นายมัวแต่คิดเอง เออเอง"

      "นายจะบอกว่าเราไม่เคยเข้าใจอะไรเลยใช่มั้ย! ไอ้กำแพง!"

      "ใช่ นายเข้าใจผิด"

      "ฉากซบเมื่อคืน มันก็เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดเหรอ"

      "เอ่อ..."

      "เออ! เราเข้าใจผิดไปเองทุกเรื่องเลย ไอ้บ้ากำแพง! นายไปตายซะ!"

มิเกลดันตัวกำแพงออกมาจากห้องน้ำ กำแพงรีบคว้าแขนมิเกล แต่ไม่ทัน ประตูห้องน้ำถูกปิดใส่หน้ากำแพงเสียงดังโครม พร้อมกับเสียงมิเกลตะโกนฝาก

      "นายไปให้พ้นเลย! อย่ามายุ่ง!"

      ปังๆ! ปัง! กำแพงเคาะประตูห้องน้ำไม่ยั้ง

      "มิเกลนายเปิดประตูก่อน! ออกมาคุยกับเราดีๆ ได้มั้ย!"

      ปังๆ! ปัง!

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากมิเกล ไม่ว่ากำแพงจะเคาะรัวๆ หรือจะใช้สารพัดคำพูด มิเกลยังคงเงียบฉี่อยู่ในห้องน้ำ กำแพงจำเป็นต้องทิ้งมิเกลไว้อย่างนั้น เพราะเข้าสู่เวลาทำงานตามปกติของทุกวัน จำใจต้องปล่อยมิเกลไป

มิเกลทิ้งตัวเองไว้ในห้องน้ำ รู้สึกล้มทั้งยืน

      "ทุกๆ เรื่องแย่ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะเราแค่เข้าใจผิดไปเอง...รวมทั้งเรื่องเมื่อคืนด้วย มันน่าเจ็บใจตัวเองชะมัด!"มิเกลกำหมัดแน่น อยากจะชกหน้าตัวเองสักหมัด ถ้ามือข้างถนัดไม่เจ็บ

      จริงๆ ตอนนี้ร่างกายของเราก็โคตรสกปรก เพราะพวกมัน แต่เราก็ไม่อยากรวมกำแพงเข้าไปด้วย เรามันบ้า น่าขยะแขยง อยากจะอ้วก!

      "โว้ย!"มิเกลยกมือขึ้นปิดหูสองข้าง ไม่อยากได้ยินเสียงความคิดของตัวเอง

      "เราไม่อยากจะนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อคืนเลยว่ะ ฮะ! เหตุการณ์เมื่อคืนเหรอ ทำไมเราจำเหตุภาพการณ์เมื่อคืนไม่ได้ทุกช็อตวะ ทั้งๆ ที่มันเพิ่งผ่านมาเมื่อคืน"มิเกลเอามือกุมขมับ

      "เหมือนกับเหตุการณ์วันที่เราโดนกำแพงข่มขืน เราจำอะไรไม่ได้เลยนอกจาก อ้อมกอดอุ่นของนาย กำแพงที่เราจำอะไรไม่ได้ เพราะเราเมาใช่มั้ย"มิเกลทรุดตัวลงนั่งในห้องน้ำแคบๆ ฟุบหน้าลงกับเข่า

      "แต่เมื่อคืน เหมือนเราจะได้ยินนายบอกรักเรา...ถ้ามันไม่ใช่ความเข้าใจผิด"มิเกลบอกกับตัวเองเบาๆ






      เพล้ง! แกร๊ง! เมี้ยว!

      เสียงจานแตกดังเพล้งควบกับเสียงถาดสแตนเลสกระดอนกับพื้นดังแกร๊ง ตามด้วยเสียงแมวตัวปลอมร้องเมี้ยว ปิดท้าย
      ลูกค้าในร้านอาหารบางคนวางช้อน หันมองตามที่มาของเสียง เมื่อไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว จึงหันกลับไปลงมือกับอาหารตรงหน้าต่อ


      "ไอ้กำแพงมึงเป็นอะไรของมึง มือไม้อ่อนแต่เช้า ถือถาดแค่นี้ทำเป็นทำหล่น"จี๊ดเจ้าของเสียงแมวปลอมตัวเมื่อกี้ ตั้งคำถามด้วยความสงสัย

      "เรื่องของกู"

      "ที่กูถามก็เพราะความเป็นห่วง"จี๊ดตบไหล่กำแพง

      "ฮะๆ! มึงคงเป็นเอามากจริงๆ ดูป้ายชื่อมึงเดะ กูต้องโก้งโค้ง หรือว่าตีลังกาอ่านดีวะ ไปมึงไปเหอะ"จี๊ดไล่

      "ไปไหนวะ"

      "ไปให้ไกลๆ กูไง ฮะๆ! ฮะ!"จี๊ดขำคิก

กำแพงก้มมองป้ายชื่อที่อกข้างซ้าย มันถูกติดสลับกลับหัว ตัวอักษรกำลังหงายท้องตามที่จี๊ดบอก






      ร่างสูงใหญ่ไซส์นักกีฬาในชุดสีดำทั้งชุด เดินมาถึงห้องน้ำชาย ลองมองสำรวจตัวเองคร่าวๆ ในกระจกเงา เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว เสื้อเชฟกับกางเกงยีนส์เปียกโชก ทั้งๆ ที่แช่อยู่ในแอร์ แต่เหมือนแช่อยู่ในน้ำ กำแพงดึงผ้าโพกผมออก ก้มลงล้างหน้าลวกๆ สายตาสะดุดกับรองเท้าผ้าใบยี่ห้อคอนเวิร์สสีดำที่สวมใส่

      "นี่มันรองเท้าของนาย ที่โดนเราปล้นมาหน้าตาเฉย"

กำแพงยิ้มให้รองเท้า จัดการติดป้ายชื่อใหม่ ตัวอักษร Kampang P. กลับมายืนตัวตรงอีกครั้ง

      "เฮ้อ! กูนี่มัน"

กำแพงก้มหน้าก้มตาลงล้างหน้าอีกครั้ง ใช้น้ำช่วยเรียกสติให้ตื่น ที่อ่างล้างหน้าข้างๆ จี๊ดกำลังยืนล้างแก้วกาแฟ เหล่ตามองรอยที่คอกำแพง

      "รอยข่วนสีแดงลากเป็นทางที่คอ มึงอย่าบอกนะว่ามึงโดนไอ้หมูทอดมันข่วนมา"จี๊ดทัก

กำแพงเอี้ยวคอมองรอยข่วนในกระจก

      เฮ้ย! นี่มันรอยเล็บของมิเกลเมื่อคืน ตอนที่...มีอะไรกัน

กำแพงเอามือลูบน้ำบนใบหน้า เรื่อยลงมาจนถึงรอยเล็บที่คอ ในสมองมีแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืน

      "มึงอย่าบอกนะว่ามึงโดนไอ้หมูทอดมันข่วนมา เพราะมึงดูคลิปเลยเย่อกับแมวที่ห้อง ฮะๆ!"จี๊ดสลัดน้ำจากแก้วกาแฟกระเซ็นใส่กำแพง

      "ไอ้รอยข่วนนี่หรือเปล่า ที่ทำให้มึงล่องลอย"จี๊ดเดินจากไปปล่อยให้กำแพงยืนจ้องรอยเล็บที่คอในกระจก






      มิเกลมองรอยจ้ำที่คอในกระจก ยังคงขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำแคบ ภายในห้องของคอนโด

      "รอยจ้ำสีแดงนี่เรายังพอจะเอาผมปกปิดต้นคอ ปิดบังว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน อือ แค่คิดว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

มิเกลรีบถอดเสื้อออกรวดเร็ว ภาพในกระจกสะท้อนให้เห็นรอยจ้ำอีกหลายรอยส่งตรงจากปากกำแพง ฝากไว้บนแผ่นอก



      'ส่องกระจกเห็นเงา ทำให้เรารู้ว่าหน้าตาของเราเป็นอย่างเงา กระจกสะท้อนภาพของเราที่ส่อง เราทำท่าทางอย่างไร กระจกก็จะสะท้อนออกมาอย่างนั้น ยากที่จะปิดบัง
     ถ้าเราทำความชั่วมันจะปรากฏเป็นเงาตามตัว ถ้าเราทำความดีก็จะมีคนเห็น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเป็น มันจะสะท้อนออกมาให้โลกเห็น เหมือนเราส่องกระจก'คำสอนของคุณย่าค่อยๆ ซึมเข้ามาในความรู้สึกผิด จนมิเกลน้ำตาซึม



      "เราได้ยินเสียงสะท้อนคำสอนของคุณย่าอยู่ในกระจกเงา ที่สะท้อนภาพของเรา เราทำเรื่องเลวๆ ลงไป เพราะเราอยู่ในอาการเมา"มิเกลพูดกับกระจกเงา

      "คุณย่าครับ ผมสัญญาว่าต่อไปผมจะไม่แตะต้องแอลกอฮอล์ สิ่งที่มันทำให้ผมไร้สติ"มิเกลพูดกับเงาของตัวเองในกระจก






      "ไอ้กำแพงมึงจะสแกนอีกนานมั้ย นิ้วกลางมึงอะ แม่งหดหมดแล้ว"

      "อ้าว! นี่กูสแกนนิ้วกลางอยู่เหรอ กูนี่มันเออเร่อกว่าเครื่องสแกนนิ้วอีก"กำแพงเสียบนิ้วชี้เข้าไปแทนที่นิ้วกลาง






      "เอี๊ยมๆ!"

เอี๊ยมหยุดเล่นตะกร้อ วิ่งมาหา

      "มิเกล เอ่อ มาเรียนมั้ย"

      กำแพงกุกกักกับคำถาม แต่ก็ยังได้คำตอบจากเอี๊ยมว่ามิเกลกลับไปแล้ว ไม่อยู่ซ้อมตะกร้อต่อ เหมือนทุกเย็นหลังเลิกเรียน
      กำแพงเดินลากเท้าไปเรื่อยๆ หยุดกึก! ก่อนถึงห้องเรียน

      "จี๊ด กูไม่เข้าเรียนอะ จู่ๆ กูก็รู้สึกเปื่อย"

      "อีกแล้วมึงไอ้กำแพง ขนาดมึงมาถึงสถาบันแล้วนะ ทำไมมึงไม่คิดให้เร็วกว่านี้วะ"

      "เออ กูฝากมึงลาให้กูด้วย จะลากิจ หรือลาป่วย แล้วแต่มึงเลยอะ แต่ตอนนี้กูลาก่อน"

      "เออ เดี๋ยวกูลาตายให้ แล้วถ้ามึงกลับไปถึงห้อง มึงอย่าลืมกินยาแล้วค่อยเขย่าขวด มึงจะได้หายไปจากโลกนี้ไวๆ"

      "เออ ขวดนั้นคือยาถ่ายพยาธิของมึงไงไอ้จี๊ด"






      กำแพงวิ่งเหยาะๆ จากสถาบันวานิลลา จนใกล้จะถึงปลายทะเลคอนโดมิเนียมเข้าไปทุกที มีภาพมิเกลใกล้เข้ามาทุกขณะ



      ก๊อกๆ!

      "มิเกล!"

ประตูห้องล็อค ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ จากข้างในห้อง

      "มิเกลนายจะทิ้งเราให้ยืนเอามือกำลูกบิดแน่นอยู่ข้างนอกห้องอย่างนี้เหรอ"กำแพงปลดล็อคประตู

      "ใช่อย่างที่เราเดา นายกลับไปแล้ว และนายจะหายไปจากเรา"

      กำแพงกวาดตามอง ไม่มีมิเกลนอนอยู่บนเตียง ไม่มีมิเกลนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงโต๊ะเขียนหนังสือ แต่หนังสือเล่มที่มิเกลเพิ่งซื้อยังอยู่ มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าๆ วางไว้บนปกหนังสือ
      กำแพงรีบตรงไปสำรวจข้าวของ เสื้อเชิ้ตลายกะโหลก กางเกงยีนส์เดฟขาดๆ ยังอยู่ในตู้เสื้อผ้า เสื้อยืดตัวเมื่อคืนลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในตะกร้า
      ถุงเท้าถูกม้วนเป็นก้อนกลมยัดไว้ในรองเท้าผ้าใบยี่ห้อคอนเวิร์สคู่เซอ กระเป๋าเป้ยังซุกอยู่ตรงซอกตู้

      "แปรงจัดฟันยังวางอยู่ที่เดิม แต่...แต่แล้วกูลืมซื้อยาสีฟัน"กำแพงแง้มประตูห้องน้ำ

      "ของทุกชิ้นของนาย ไม่ได้หายไป พวกมันยังคงอยู่ แล้วนายล่ะอยู่ไหน หรือว่านายอยากเล่นซ่อนหา"






      "มิเกลเพิ่งออกไปเมื่อกี๊นี้เอง"เชียร์เสียงสูงปรี๊ด

      "เชียร์พอจะรู้มั้ยว่ามิเกลจะไปไหนต่อ"

      "มิเกลเข้ามาอ่านหนังสือแค่แพล็บเดียว อ่านแล้วก็เดินออกไปจากร้าน ไม่ได้คุย แค่ยิ้มให้กัน อืม ทำไมพี่กำแพงไม่โทรเข้ามือถือมิเกลล่ะ"

      "เปล๊า! ไม่มีอะไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญ"กำแพงยิ้ม เคาะนิ้วชี้ลงบนหน้าผากเชียร์เบาๆ

      "ขอบใจ พี่ต้องไปแล้ว"

เชียร์เดินไปส่งกำแพงด้วยรอยยิ้มถึงหน้าประตูร้าน พร้อมกล่าวคำอำลาสั้นๆ

      "แล้วเจอกัน"






      "อืม แล้วเจอกัน...ที่ไหนล่ะ มิเกลเราจะหานายเจอได้ที่ไหนอีก นอกจากร้านหนังสือนี่"

      กำแพงวิ่งไปตามถนนเลียบริมทะเล ขวามือคือหาดทราย ซ้ายมือคือวานิลลาซูเปอร์มาเก็ต ที่กำแพงเพิ่งจากมา
      กำแพงวิ่งไปเรื่อยๆ จนขวามือคือวานิลลาซูเปอร์มาเก็ต ซ้ายมือคือชายหาด

      "เราต้องวิ่งวนอยู่บนถนนอีกนานแค่ไหน นายถึงจะออกมาปรากฏตัวตรงหน้า"

กำแพงลดความเร็วฝีเท้า ก้าวอ้อยอิ่งเชื่องช้า ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี

      "ถ้าเราวิ่งผ่านป่าสนตรงนี้ไปได้ ก็จะถึงคอนโด อาจจะเจอมิเกลรออยู่ที่ห้อง"กำแพงออกตัววิ่งเร็วราวกับจะทำลายสถิติเอเชียนเกมส์

      "โว้ย! กูเป็นบ้าอะไรวะ! เลิกบ้าได้แล้วไอ้กำแพง!"

กำแพงหยุดวิ่ง ก้มลงหอบแฮ่กหายใจทางปากเพิ่มอากาศเข้าปอด ลากลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออกช้าๆ ระบายมันออกมา แล้วเงยหน้ามองบนฟ้า

      "บางทีดวงอาทิตย์สีส้ม ดวงกลมๆ นั่น มันอาจจะทำให้เราหายคลั่ง หันไปมองท้องฟ้ามั่ง เบี่ยงเบนความสนใจไปไว้กับเม็ดทรายมั่ง"กำแพงมองแผ่นฟ้าสลับกับผืนทราย

      "อืม เม็ดทรายละเอียดนุ่มเท้าสีขาว ขาวเหมือนผิวของคนที่นั่งอยู่บนหาดเลย คนๆ นั้นผิวขาวเหมือนเม็ดทรายน่าซบ"กำแพงเคลิ้ม ก่อนนึกอะไรขึ้นได้

      "เฮ้ย! ผิวขาวเหมือนเม็ดทรายนั่นมันนายนี่หว่า!"กำแพงป้องปากตะโกนเสียงดังแข่งกับเสียงคลื่น

      "น่าฟัด!!!"










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

8 ความคิดเห็น