ริมฝั่งรัก

ตอนที่ 4 : บทนำ --- 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    16 ต.ค. 62


รูปนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ 555 ... แต่เอามาบอกว่าเป็นเค้ก HBD ของเค้าเมื่อวานค่า 555


“ไปเดินเล่นกันไหม” มือแกร่งที่จับสายจูงเจ้าข้าวตูยื่นไปดึงประตูปิด หันมองคนที่ยืนรอกันอยู่ไม่ไกล ในมือของเธอมีปิ่นโตเปล่าและถุงใส่กางเกงยีนของเขาอีกหนึ่งถุง

           “ก็ได้นะ เดินย่อยอาหาร”

           เธอเดินนำเขาไปตามถนนเส้นเล็กๆ ที่เลี้ยวไปอีกด้านกับทางกลับบ้านของตัวเอง เวลานี้แสงไฟจากบ้านเรือนส่องสว่างไปตามรายทาง เดินคิดอะไรไม่ทันพ้นนาที เจ้าสี่ขาตัวอ้วนฉุก็วิ่งแซงเธอขึ้นไป พุงกะทิของมันดูน่ารักน่าชัง เจ้าของที่รั้งสายจูงอยู่ในมือจึงคอยกระตุกน้อยๆ เตือนให้มันรู้ว่าไม่ควรวิ่งเกินขอบเขตไปไกลนัก

           “เพิ่งเห็นว่าข้าวตูอ้วนมาก ภูให้มันกินอาหารเยอะหรือว่าพันธุ์นี้อ้วนอยู่แล้ว”

           เจ้าของหมาพันธุ์อ้วนหัวเราะทันที จริงอย่างที่เธอว่า เจ้าปั๊กน้อยของเขาอ้วนขึ้นจริงๆ ดูท้องของมันกลมป๊อกจนเขาเองยังห้ามใจไม่ให้ฟัดมันเล่นวันละสามเวลาไม่ได้

           “อ้วนจริงแหละ กินอาหารเก่งมาก เดือนหน้าจะพาไปฉีดวัคซีน คงต้องถามหมอแล้วว่ามีโอกาสจะเป็นไขมันอุดตันรึเปล่า”

           เจ้าหน้ายู่แต่ความตัวกลมของมันช่างน่ารักหันมาส่งค้อนให้เจ้าของ ก่อนจะผ่อนฝีเท้ากลับเป็นเดินช้าๆ อย่างวางท่าทางว่ามันคือผู้นำ

           ยามค่ำแบบนี้ กลิ่นผืนน้ำและลมอุ่นๆ พัดมากระทบผิวกาย ภูเขาสาวเท้าก้าวขึ้นไปประชิดอีกคนเพื่อเดินเคียงกัน เขาเอื้อมมือไปคว้าปิ่นโตข้างที่เธอถืออยู่มาไว้ในมือตัวเอง แขนเล็กทำท่าจะยึดเอาไว้ แต่ก็รู้ดีว่าคนที่มีใบหน้ายิ้มกริ่มไม่เคยยอมอะไรง่ายๆ สิ่งที่เขาขอเข้ามามีบทบาทเธอจึงไม่มีโอกาสได้ดื้อดึงเลยสักครั้ง

           “ภูช่วยถือ”

           “ปิ่นโตเปล่า ไม่ได้หนักอะไร”

           “แต่ลินอุตส่าห์เอากางเกงไปซ่อมให้ภู เถอะน่า เอาเจ้านี่ไปจูงเล่นดีกว่า”

           เขายื่นสายจูงเจ้าข้าวตูส่งให้ หญิงสาวจึงเอื้อมมือมารับไว้ทันที โดยไม่ลืมยื่นอีกถุงที่มีคนรอช่วยหิ้วให้เขาเอาไปตามต้องการ

           ทั้งคู่พากันเดินมาจนถึงลานโล่งๆ ที่ทำเป็นทางยื่นกว้างๆ ลงไปในแม่น้ำ ที่นี่เป็นสถานที่จัดงานวันลอยกระทงของชุมชน เป็นมุมพักผ่อนดูเรือดูผืนน้ำยามเย็นของชาวบ้านแถวนี้

           “ไอ้เมธยังโทรมาอยู่มั้ย”

           พอได้ยืนสูดอากาศนิ่งๆ อยู่ข้างกันนานหลายนาที คนที่ตามองอีกฟากฝั่งไม่กะพริบก็เอ่ยปากถามเรื่องที่อีกคนไม่มีใจอยากจะตอบขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

           “หือ ภูว่าอะไรนะ”

           “ไอ้เมธยังโทรตื๊อลินอยู่หรือเปล่า”

           “ก็... ก็ไม่นะ”

           “ยังไงกันแน่... ไม่หรือว่าโทร”

           “ภู... ไม่เอาน่า ทำไมพูดเรื่องนี้อีกแล้ว” มีช่วงเวลาเดียวที่เมลินดาจะเห็นเขาทำหน้าตาจริงจัง นั่นก็คือการคุยกันเรื่องนี้เท่านั้น... เรื่องของผู้ชายที่ชื่อ ราเมธ

           “แบบนี้แสดงว่ามันต้องโทรมาแน่ๆ หรือว่ามันมาที่ร้าน” คนที่ไม่หยุดจินตนาการถึงผู้ชายที่เมลินดาพยายามจะดีดให้พ้นไปจากชีวิตโพล่งออกมาเสียงดังกว่าปกติ สายตาคมเข้มจ้องไปที่ใบหน้านวลละออยามต้องแสงจากโคมไฟที่สว่างอยู่รายรอบอย่างต้องการคำตอบ

           “ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย เขาไม่ได้มาแล้วก็ไม่ได้โทรด้วย ภูคิดมากไปแล้ว” เธอถลึงตากลับไป แสดงอาการเบื่อที่จะอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าให้เขาได้รู้

           “ก็ภูถามถึงมันทำไมลินต้องอ้ำอึ้งล่ะ”

           “ลินแค่ไม่อยากให้พูดถึง ลินไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ภูไม่เข้าใจหรือไง”

           ความรู้สึกของคนฟังในตอนนี้เหมือนได้ปลดปล่อยความกังวลบางอย่างออกไป... มันโล่งอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินอีกคนพูดประโยคนี้

           “อ้อ... ก็ ก็รู้ แต่แค่ไม่อยากให้มันมาวุ่นวายกับลินไง มันไม่โทรมาก็ดีแล้ว ภูจะได้สบายใจ” ภูเขารู้สึกว่าน้ำเสียงของตัวเองดูตะกุกตะกักชอบกล ขนาดลิ้นที่อยู่ในปากยังพันกันจนเขาต้องสูดหายใจและพยายามตั้งสติเพื่อแก้ตัวกับอีกฝ่ายถึงเจตนาอันดีที่มีต่อเธอ

           “เขาไม่มายุ่งกับลินหรอก ลินดูแลตัวเองได้ ภูไม่ต้องห่วง”

           จะไม่ให้เขาห่วงได้ยังไง... คนมันห่วงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จะให้เลิกห่วงได้ง่ายๆ เลยหรือ

           เขาทำไม่ได้

           “ถ้ามีอะไรบอกภูคนแรกนะลิน ลินก็รู้ว่าภูอยู่ข้างๆ ลินเสมอ... เพื่อนคนนี้เรียกง่ายใช้คล่องตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เมมโมรีเอาไว้นะครับ” เขาปรับอารมณ์กลายเป็นหยอกเธอเสียอย่างนั้น เมลินดาส่ายหน้ายิ้มกับตัวเองน้อยๆ

           “แต่ถ้ายังคิดเองเออเองแบบเมื่อกี้อีก ต่อไปลินจะไม่เย็บกางเกงให้อีกแล้วนะ เอาไปให้ร้านซ่อมในเมืองโน่นเลย” แก้มแดงแกล้งพองแล้วส่งสายตาดุๆ ไปที่อีกฝ่าย เขายิ้มแล้วแสร้งทำหน้าสลด จนเจ้าข้าวตูหันมามองนายของมันแล้วเชิดหน้าใส่คนที่ท่ามากอย่างหมั่นไส้

           “โธ่! ลินคนดี ภูจะไม่ปากมากแบบเมื่อกี้นี้อีก ภูสัญญาคร้าบผม”

 

สวัสดีค่า ... คืนนี้มาพบกันอีกแล้วน้า >< ใครคิดถึงเค้าบ้างงงงง

 

เมื่อวานเป็นวันเกิดครบรอบยี่สิบเจ็ดปีของเค้าเองค่ะ (บอกใครอ่ะ) 555 เลยทำให้ไม่ได้มาอัปนิยายตั้ง 1 วัน

 

เค้าจะมาแจ้งความคืบหน้านิยายเรื่อง หัวใจธารา ด้วย ... วันนี้เค้าได้ดูปรู๊พคร่าวๆ ที่กำลังจะตีพิมพ์แล้วนะคะ เย้ๆ อีกไม่นานแน่นอน หนังสือราคาประมาณ 265 บาทค่ะ เกียมเงินกันไว้น้า 5555

 

ปล. เดี๋ยวไรท์จะไปอัพ (หัวใจธารา) ต่อ ถ้าหนังสือพิมพ์เสร็จพร้อมจำหน่ายนะคะ ...

 

เรื่องนี้ติชมได้เลยเด้ออออออ

 

ฝันดีนะค้า

 

... ภณิตา ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

219 ความคิดเห็น

  1. #149 MinneeDee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 08:59

    ชอบมากๆค่ะ สบายอารมณ์ดีไม่เครียด
    #149
    0
  2. #22 Witchy_k (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 11:20
    ชอบค่ะ น่ารัก อ่านแล้วผ่อนคลายสบายใจ
    #22
    1
    • #22-1 PaniWinn(จากตอนที่ 4)
      17 ตุลาคม 2562 / 14:36
      ขอคุณมากนะคะ ดีใจที่ชอบน้าาาาา
      #22-1
  3. #20 ondara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 23:21
    เกียมจนไหม้แล้วเงินน่ะ ป๋าพร้อมเปย์มาก
    #20
    1
    • #20-1 PaniWinn(จากตอนที่ 4)
      17 ตุลาคม 2562 / 14:36
      ทาง สนพ.เปิดจองแล้วค่า ^^ เดี๋ยวมาบอกอีกทีนะคะ
      #20-1
  4. #19 aod1234 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 23:18
    รอติดตามนะคะไรท์
    #19
    1
    • #19-1 PaniWinn(จากตอนที่ 4)
      17 ตุลาคม 2562 / 14:35
      ขอบคุณมากนะคะ
      #19-1