Drυɴĸ oɴ Yoυ เมารักเราไงเล่า(เหล้า)

ตอนที่ 1 : Drυɴĸ oɴ Yoυ 1''

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ม.ค. 63

 

ครั้งสุดท้ายที่ไนท์เมาเละเป็นหมาจนหาทางกลับหอตัวเองไม่ได้คือเมื่อราวๆสามเดือนก่อน

ยังจำความรู้สึกปวดหนึบอย่างรุนแรงที่ศีรษะและความพะอืดพะอมอยากขย้อนของเก่าออกตลอดเวลาในตอนนั้นได้ดี เช้าหลังจากคืนวินาศสันตะโรผ่านไป ไนท์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่แย่ที่สุดในชีวิต แต่ภายในใจกลับรู้สึกอิ่มเอมจากฝันหวานแสนประหลาดที่เหมือนจริงอย่างเหลือเชื่อ ความรู้สึกและสัมผัสต่างๆยังคงอุ่นอวลอยู่ภายในราวกับไม่ใช่เพียงฝันไป แม้ส่วนลึกในใจจะอยากเชื่อเช่นนั้น แต่ไนท์ก็รู้ว่าฝันนั้นดีเกินกว่าจะเป็นจริงได้

ห้วงภวังค์ดำมืดกำลังจะดึงไนท์ให้จมดิ่งลงไปอีกครั้ง  ทว่ากลิ่นซิตรัสหอมสดชื่นและประกายวูบไหวจากเทียนหอมที่โต๊ะหัวเตียงหยุดเขาเอาไว้ เมื่อนั้นเองที่ห้วงภวังค์แปรเปลี่ยนเป็นเหวลึกที่กระชากให้ไนท์ตกลงไป เกิดความวูบโหวงอย่างรุนแรงในอกเมื่อสมองค่อยๆประมวลผลว่าโคมสีดำไฟรูปทรงประหลาดที่วางอยู่ข้างๆเทียนหอมกับวอลเปเปอร์สีเทาอ่อนนั้นไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ในห้องนอนของเขา แล้วความวูบโหวงก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกเมื่อไนท์ตระหนักว่าสิ่งเดียวที่เขาจำได้แม่นคือความฝันก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวตื่นเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วภาพเหตุการณ์อื่นๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็ช่างลางเลือนเหลือเกิน

หลังจากคืนนั้น ไนท์ก็สาบานกับตัวเองว่าจะไม่กินเหล้าอีกเด็ดขาด

 

ไนท์ผ่านเดือนแรกไปได้อย่างยากลำบาก 

แม้จะพยายามหลอกตัวเองว่าเขาไม่ได้ติดเหล้า แต่ช่วงเวลาที่ไนท์ใช้ผลาญเงินไปกับน้ำเมาแทนที่จะไปซ้อมเต้นนั้นก็นานมากพอที่จะทำให้ร่างกายเขาเคยชินกับการได้รับแอลกอฮอล์ทุกค่ำคืนเสียแล้ว นอกจากจะเสียเงินแล้วเขาก็ยังเสียเพื่อนอีกด้วย เพื่อนที่เต้นโคฟเวอร์ด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมพากันโกรธที่เขาไม่ไปโผล่หัวไปซ้อมเพื่อการแข่งรายการสำคัญ จนเพื่อนต้องวิ่งวุ่นหาคนมาเต้นแทนตำแหน่งของเขาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันแข่ง ยอมรับว่าตอนนั้นตัวเองโคตรจะนิสัยเสีย ไม่สนใจ ไม่เอาอะไรสักอย่างนอกจากเหล้า ตื่นไปเรียนพร้อมตัวที่มีแต่กลิ่นละมุดทุกวันจนเพื่อนในสาขาพากันยี้ เพื่อนสมัยมัธยมเลิกคบ เพื่อนร่วมสาขาก็ไม่อยากเสนาด้วย แต่ไนท์ก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่ยังมี ‘ต้น’ อยู่

ต้นคือเพื่อนในสาขาที่ไนท์ไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนจนกระทั่งเริ่มมาติดเหล้านั่นแหละ ไนท์เพิ่งจะได้มีโอกาสพบเจอและพูดคุยกับต้นบ่อยขึ้นเพราะอีกฝ่ายร้องเพลงประจำอยู่ที่ร้านเหล้าซอยโลกีย์ที่เขาชอบไป เรียกว่าเจอกันบ่อยและง่ายยิ่งกว่าเจอกันที่คณะซะอีก เหตุผลที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้เห็นหน้าค่าตากันเป็นเพราะไนท์กับต้นไม่ค่อยได้เรียนเซคเดียวกันเท่าไหร่ หากเจอกันที่คณะไนท์คิดว่าตัวเองคงไม่มีทางเดินเข้าไปพูดคุยทำความรู้จักกับต้นก่อนแน่ ด้วยลุคหนุ่มตี๋ผมยาวเซอร์ๆที่ดูเหมือนคนหงุดหงิดเพราะนอนไม่พอตลอดเวลาของมัน ดูเหมือนเด็กเรียนคณะสายอาร์ทสักคณะ แทนที่จะเรียนบริหารอย่างที่เป็น แต่ก็นั่นแหละ พอมีแอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยแล้ว อะไรที่ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น 

จากคนแปลกหน้ากลายเป็นเพื่อนสนิทภายในเวลาอันรวดเร็ว มิตรภาพในวงเหล้านี่มันสุดยอดจริงๆ

ช่วงที่กินเหล้าหนักๆก็มีต้นกินเป็นเพื่อน คอยเก็บซากร่างไปส่งหอตลอด (ยกเว้นคืนที่เมาเละสุดๆคืนนั้น)

ตอนเลิก ก็มีมันอีกนั่นแหละที่คอยช่วยอยู่ข้างๆ

ต้นรู้ว่าทำไมไนท์ถึงกินเหล้า แต่เหตุผลที่ทำให้เลิก ไนท์ไม่เคยบอก

 

ผ่านมา 3 เดือนแล้ว ไนท์ไม่ได้มีอาการลงแดงอยากกินเหล้าอย่างรุนแรงทุกคืนอีกต่อไป และนั่นก็เท่ากับระยะเวลาที่ไนท์ไม่ได้ย่างกรายมาเหยียบร้านเหล้าที่ต้นร้องเพลงอยู่เช่นกัน  สาเหตุหลักๆมีอยู่ 2 ข้อ

หนึ่ง ไนท์กลัวตัวเองจะอดทนต่อความเย้ายวนใจของแอลกอฮอล์ไม่ไหว

สอง เขากลัวว่าหากมาที่นี่ เขาอาจจะได้พบกับเจ้าของห้องสีทึบกรุ่นกลิ่นหอมสดชื่นนั้นอีกครั้ง... แม้ว่าความทรงจำเกี่ยวกับใครคนนั้นจะจางหายไปตามกาลเวลาจนแทบไม่หลงเหลืออยู่แล้วก็ตาม

ทั้งสองข้อเป็นเหตุผลที่หนักแน่นและดีพอที่จะทำให้ไนท์ไม่พาตัวเองเฉียดมาใกล้แถวนี้อีก (แม้ว่าเขาจะขับรถมาซื้อไส้ย่างจากร้านที่อยู่ตรงข้ามกลับไปกินที่หออยู่บ่อยๆก็ตาม) ทว่าคืนนี้ก็เป็นครั้งที่ห้าในรอบสัปดาห์แล้วที่ไนท์มาหาต้นที่นี่

เสียงเพลงและเสียงพูดคุยของผู้คนรอบข้างดังอื้ออึง บวกกับกลิ่นน้ำหอม บุหรี่และเหล้าที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกนั่นกำลังทำให้ไนท์เวียนหัว ไม่รู้เหมือนกันว่าก่อนหน้านี้ตัวเองมานั่งกินเหล้าที่นี่ได้ยังไงทุกคืนโดยไม่รู้สึกรำคาญการมีอยู่ของสิ่งเหล่านี้ เจ้าของร่างสูงในเสื้อยืดแขนยาวลายขวางสีเหลืองตัดดำกับกางเกงสกินนี่ยีนส์สีดำเข้ารูปดึงปีกส่วนหน้าของหมวกที่ใส่อยู่ลงต่ำ ขณะปรายตามองไปยังบริเวณเวทีที่มีวงดนตรีกำลังเล่นเพลงทำนองหนักหน่วงอยู่ในตอนนี้ มือกีต้าร์ มือเบส มือกลองนั้นไนท์คุ้นหน้าเป็นอย่างดี ทว่านักร้องนำ...ไม่ใช่ต้น

ไนท์สบตากับพี่ดิวที่มาร้องเพลงแทนต้นในคืนนี้ รอยไม่พอใจฉายชัดในดวงตากลมโต หญิงสาวผายมือไปทางเคาน์เตอร์บาร์ด้านขวาทั้งๆที่ยังร้องเพลงอยู่ ร่างสูงมองตาม ก่อนจะเห็นภาพผู้ชายไหล่กว้างๆตัวโตอย่างกับหมีนั่งฟุบเอาหน้าแนบกับเคาน์เตอร์จนหน้าบี้ สิ้นสภาพนักร้องสุดฮอตประจำร้านเหล้าซอยโลกีย์ไปจนหมด เห็นแล้วก็ทั้งสงสารทั้งทุเรศลูกตา มองไกลๆก็รู้ว่ามันเมาเป็นหมาอีกแล้ว

 

คนเมามีอยู่ 2 ประเภท

ไม่เมาเหล้า ก็เมารัก

 

จะเมาแบบไหนก็ไม่น่าอภิรมย์ทั้งนั้นสำหรับเขา เมาเหล้าอาจดีกว่าหน่อยตรงที่อ้วกออกก็หายแล้ว แต่เมารัก...ทำยังไงก็ไม่หาย

                

ที่โคตรซวยคือไอ้ต้นแม่งเสือกเมาทั้งคู่

 

ต้นเพื่อนรัก กูควรจะทำยังไงกับมึงดีนะ

 

ใจนึกอยากจะตบกะโหลกเรียกสติมันสักทีสองทีให้หายเมา แต่พอนึกได้ว่าตัวเองก็เคยมีสภาพไม่ต่างกัน(เผลอๆอาจแย่กว่าด้วยซ้ำ) ไนท์ก็ทำได้แค่เดินไปหย่อนตัวลงนั่งข้างๆคนเมาอย่างเสียไม่ได้ ไนท์ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเรื่องเวรกรรมเท่าไหร่นัก แต่สิ่งที่เขาต้องประสบพบเจอในช่วงนี้ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าหรือตอนนี้กรรมกำลังตามสนองเขาอยู่กันนะ ตอนเป็นไอ้ขี้เหล้าคงทำแสบกับไอ้ต้นไว้เยอะ ตอนนี้เลยโดนมันเอาคืนด้วยการเป็นคนเมาให้เขาคอยเก็บซากบ้าง

ต้นมองมาทางเขาด้วยแววตาล่องลอย ราวกับไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา ไนท์มองตอบและถือโอกาสนี้สำรวจสภาพของเพื่อนไปพร้อมๆกัน ผมยาวที่ปกติจะถูกปล่อยให้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงอยู่เสมอของอีกฝ่ายถูกเฮดแบนด์สีดำรวบขึ้นไม่ให้ปรกหน้าผาก ในขณะที่ผมบริเวณกลางศีรษะถูกมัดเป็นจุกเล็กๆ ส่วนที่เหลือก็ปล่อยทิ้งไว้ให้ระต้นคอ ไนท์ไล่สายตาขึ้นไปเห็นเบียร์ 3 ขวดวางอยู่เหนือศีรษะที่ฟุบลงกับเคาน์เตอร์ของต้น ปริมาณแค่นั้นน่าจะทำให้มันแค่เริ่มกรึ่มๆแต่ยังไม่ถึงกับเมา แต่ไนท์มั่นใจว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง สภาพไอ้ต้นวันนี้มันดูเปื่อยมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา

“เฮ้ย”

ไนท์ยกมือขึ้นโบกไปมาตรงหน้าร่างที่ไร้จิตวิญญาณของต้นแล้วก็ได้เพียงความว่างเปล่ากลับมา

“ต้น”ตบไหล่เบาๆก็แล้ว

“...”

“กลับมั้ย เดี๋ยวกูไปส่ง” ตบแก้มเบาๆอีกสองทีก็แล้ว เจ้าของดวงตาเรียวยาวชั้นเดียวนั่นก็ไม่แม้แต่จะกระพริบตา แววตาว่างเปล่ายังคงทอดมองตรงมาทางเขา แต่เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วเรียบร้อย

ร่างสูงนิ่วหน้า เขาไม่ใช่คนความอดทนต่ำ แต่อาการของต้นในตอนนี้มันผิดปกติเกินไป  ไนท์เคยเห็นมันเมาหลายที ต้นมันเป็นพวกเมาแล้วเพ้อ พูดมากเลอะเทอะ ตอนโดนพี่ดิวโทรตาม เขาเตรียมใจมารับมือกับไอ้ต้นแบบที่เมาแล้วพูดจ้อไม่หยุด ไม่ใช่ซึมเป็นหมาแบบนี้

เป็นอะไรของมันวะ

ไนท์ยกมือขืนขึ้นเท้าคางขณะจ้องมองใบหน้าบูบี้ที่แนบอยู่กับเคาน์เตอร์ของต้น มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมไปคว้าขวดเหนือหัวเพื่อนที่มีเบียร์เหลืออยู่ในนั้นนิดหน่อยมายกดื่มอย่างลืมตัว ขณะพยายามคิดว่าอะไรคือสาเหตุของอาการหมดอาลัยตายอยากของมันกันแน่...

 

เรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นเมื่อราวๆ 1 เดือนก่อน เมื่อ ‘เซ็กเธาว์’ แมวบ้านลายสลิดวัยขวบครึ่งของไอ้ต้นที่ได้ชื่อตามสุดยอดม้าจากเรื่องสามก๊ก (แต่ด้วยความที่เจ้าแมวนั้นมีหัวกลมโตและน้ำหนักที่เกินเกณฑ์ไปมาก แถมยังมีนิสัยขี้เกียจและเชื่องช้า ขัดกับชื่อม้าเทพที่ปราดเปรียวว่องไวในวรรณกรรม ไนท์เลยชอบที่จะเรียกแมวของเพื่อนว่า ‘สีเทา’ หรือ ‘บักเทา’ มากกว่า) ได้เกิดหายไปจากห้องต้นอย่างไร้ร่องรอย สาเหตุหลักๆคาดว่าน่าจะมาจากอาการฮีทของแมวหนุ่ม ซึ่งพ่อบักเทาเคยบ่นไว้นานแล้วว่านอนแทบไม่ได้ เพราะลูกชายสุดที่รักร้องโหยหวนทั้งวันทั้งคืน พอคิดจะหาแฟนให้ลูกชาย ’บักเทา’ก็ดันมาชิงหายไปซะก่อนเสียนี่

ดูจากลุคแล้ว ใครเลยจะคิดเลยว่าหนุ่มหน้าตี๋ท่าทางติสต์ๆอย่างต้นจะเป็นคนรักสัตว์ โดยเฉพาะแมว เรียกว่าเป็นทาสแมวเต็มตัวเลยน่าจะดีกว่า ถึงหน้าตาจะดูเหมือนคนที่ไม่น่าเลี้ยงอะไรให้มีชิวิตรอดได้ แต่เห็นอย่างนี้ ต้นมีแมวที่เลี้ยงไว้ที่บ้านถึง 4 ตัว เวลามาเรียนก็อยู่หอ จึงไม่สามารถนำแมวจากที่บ้านมาเลี้ยงได้ แต่โชคชะตาก็พาต้นมาเจอไอ้เซ็กเธาว์นอนโง่ๆรอให้รถเหยียบอยู่กลางถนนระหว่างทางที่กำลังขับมอเตอร์ไซด์คู่ใจไปคณะ ตอนแรกก็แค่ตั้งใจช่วยออกมาจากตรงนั้นให้รอดตายก่อน แล้วกะจะค่อยหาบ้านให้ทีหลัง แต่ไปๆมาๆก็กลายเป็นแอบเลี้ยงที่หอจนทุกวันนี้

เซ็กเธาว์หายไป ต้นกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่เกือบสัปดาห์

หลักจากพยายามโพสต์ประกาศตามหาทางโซเชียล รวมถึงติดประกาศตามสถานที่ต่างๆในรัศมีใกล้เคียงหอพักของต้น เช้าวันที่ 6 ที่บักเทาหายไป ก็มีสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกมาถึงต้น คนปลายสายบอกว่าเจอแมวอ้วนลักษณะคล้ายกับในประกาศตามหา ไม่แน่ใจว่าใช่ตัวเดียวกันมั้ย แต่เขาได้จับน้องเอาไว้แล้วเพราะกลัวว่าน้องจะหนีหายไปที่อื่นซะก่อน หากต้องการคุณเจ้าของสามารถแวะมาดูที่ห้องของเขาได้ว่าใช่ ‘เซ็กเธาว์’ หรือไม่

ต้นไม่รอช้า รีบรุดไปยังที่พักของอีกฝ่ายทันที 

และแน่นอน ว่าไนท์ก็ไปด้วย (อย่างเสียไม่ได้)

โชคดี’น้อง’ที่อีกฝ่ายเจอคือบักเทาจริงๆ ไปติดสาวลายส้มแถวหอพักที่อยู่ห่างออกไปสามซอย แม้ว่าตามร่างกายจะมีร่องรอยของการต่อสู้ให้เห็นประปราย (ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการต่อสู้กับแมวเจ้าถิ่น) แต่โดยรวมแล้วก็ปลอดภัยดี ไนท์ไม่แน่ใจว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของต้นได้แฟนตามที่อุตส่าห์ตั้งใจหนีออกจากบ้านมาไกลรึเปล่า แต่มีอย่างหนึ่งที่ไนท์ค่อนข้างจะแน่ใจ หลังจากได้เห็นสีหน้าของต้นตอนเจอพลเมืองดีผู้ช่วยจับลูกชายไว้ให้

ดูท่าว่าต้นจะเปลี่ยนใจมาหา ‘แม่’ ให้เซ็กเธาว์แทน ‘เมีย’ ซะแล้ว

 

ในช่วงแรกนั้นทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวย ทางนั้นก็ดูเหมือนจะตอบรับ’มิตรภาพ’จากต้นเป็นอย่างดี มีการแลกคอนแทคกันอย่างเป็นทางการ นอกจากจะตอบรับคำชวนเลี้ยงข้าวขอบคุณของต้นหลังจากโดนคะยั้นคะยออยู่นานแล้ว เจ้าของดวงตาเรียวสวยเหมือนอัลมอนต์ที่แนะนำตัวว่าชื่อ ‘เจตน์’ ก็ยังเอ่ยปากขอเจอเจ้าเซ็กเธาว์บ้างหากต้นไม่ว่าอะไร ซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสที่จะได้เจอกันอีกในอนาคต

โคตรเข้าทางไอ้ต้นจนไนท์นึกหมั่นไส้

ทว่านั่นก็เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ไนท์ได้เจอว่าที่แม่ใหม่ของบักเทา หลังจากนั้นไอ้ต้นมันไปคุยไปจีบพี่เจตน์อีท่าไหนเขาก็ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรด้วยอีก (ไนท์เพิ่งรู้จากต้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่าพี่เจตน์อยู่ ปี3 มนุษย์อิ้งค์) ต้นไม่ได้เล่า เขาเองก็ไม่ใช่พวกประเภทที่ชอบถามเรื่องส่วนตัวของคนอื่นก่อนหากอีกฝ่ายไม่เอ่ยปากเล่าเอง ทั้งหมดที่ไนท์พอจะรู้จึงมีแค่ถ้อยคำละเมอเพ้อพกกึ่งๆตัดพ้อถึงพี่เขาที่ไอ้ต้นมันพูดบ่อยๆเวลาเมาเท่านั้น

“ไนท์ กูโคตรชอบเขาเลยอ่ะ กูหยุดคิดถึงเขาไม่ได้เลย”

“กูไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครอ่ะ ไม่เคยมีใครทำให้กูรู้สึกได้มากขนาดนี้ มึงเข้าใจความรู้สึกกูมั้ยไนท์”

“จริงๆนะ กูชอบเขามากจนแทบบ้า แต่กูไม่รู้เลยว่าเขาคิดยังไงกับกู... กูอ่านเขาไม่ออก”

อะไรประมาณนี้

ไนท์ไม่ได้อยากตัดสินความรู้สึกของต้น เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในความสัมพันธ์ของเพื่อนกับพี่คนนั้น แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าอาการเพ้อจนกินไม่ได้นอนไม่หลับของต้นนั้นเป็นความหลงไหลที่ค่อนข้างฉาบฉวย นั่นยังไม่นับที่ไนท์รู้สึกว่าเหมือนเพื่อนเขาจะเป็นฝ่ายเข้าหาและอยากสานสัมพันธ์เพียงฝ่ายเดียว มีหลายครั้งที่ร่ำๆอยากจะพูดเตือนสติต้นด้วยความเป็นห่วง แต่ก็นั่นแหละ พอคิดว่าก่อนหน้านี้ตัวเองก็กินเหล้าเมาเป็นหมาอยู่ทุกวันด้วยเหตุผลคล้ายๆกัน ต่างกันแค่ว่าอาการเมารักของเขามันเกิดขึ้นตอน ‘รักร้าง’ ในขณะที่ของต้นเป็นตอน ‘แรกรัก’ เท่านั้น พอคิดได้อย่างนั้นเขาก็ได้แต่ปิดปากเงียบและเลือกที่จะคอยจับตาดูเพื่อนอยู่ห่างๆแทน

 

“ไนท์ กูแพ้แล้วว่ะ”

 

เสียงทุ้มแหบโหยดึงไนท์ออกจากห้วงความคิด ต้นไม่ได้พูดดังเลย และเสียงเพลงรอบข้างก็ดังมากเสียจนเขาไม่แน่ใจว่าตัวเองหูแว่วไปเองรึเปล่า แต่ไม่รู้ทำไม พอมองสีหน้าต้นในตอนนี้ไนท์กลับมั่นใจว่าเขาได้ยินถูกแล้ว

 

“มึงว่าไงนะ” แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถามซ้ำอีกทีเพื่อความชัวร์

 

“...” คนถูกถามถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะพูดซ้ำด้วยเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย “กูแพ้แล้ว... แพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม”

 

ไนท์เลิกคิ้ว รอฟังว่าต้นจะพูดอะไรต่อ แต่บทสนทนาระหว่างเขากับต้นก็จบลงเพียงเท่านั้น มันยื่นมือมาดึงขวดเบียร์จากมือเขาไปยกกรอกปาก ก่อนจะส่งเสียงสบถออกมาไม่เบานักเมื่อพบว่าไม่เหลือเบียร์สักหยด เจ้าของแผ่นหลังกว้างในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงท่าทางหงุดหงิด ต้นสั่งเบียร์เพิ่มกับพี่พนักงานที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ไม่ไกลนัก ก่อนที่มันจะหันหลังให้เขา

“อ้าว จะไปไหน กลับมาเล่าต่อให้จบก่อนสิวะ” เขาไม่ได้สนใจอยากรู้รายละเอียดอะไรขนาดนั้นหรอก เพียงแค่เป็นห่วงและอยากรู้ให้แน่ใจว่าเพื่อนไม่ได้คิดจะไปทำอะไรสุ่มสี่ยง แต่คำถามนั้นเป็นดั่งน้ำมันที่ราดลงกองไฟที่กำลังโหมกระพือในใจคนถูกถาม ต้นจึงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงห้วนจัดและอาการที่เกือบจะเรียกได้ว่าตะคอก

“จะไปเยี่ยว ทำไม? จะไปด้วยเหรอ แล้วกูก็ไม่มีอะไรจะเล่าแล้ว ที่พูดไปก็คือมีเท่านั้นแหละ มันจบแล้ว พอใจยัง?” พูดจบก็หันหลังเดินหายไปในกลุ่มคนที่เพิ่งเดินออกมาจากทางไปห้องน้ำทันที ทิ้งให้ไนท์ได้แต่นั่งงงอยู่คนเดียว

อะไรของแม่งวะ

ถึงจะงงๆนิดหน่อยที่โดนโมโหใส่ แต่ไนท์ก็ไม่ได้ถือสาอะไรเพื่อน พอจะเดาได้จากคำพูดของต้นว่าน่าจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเกี่ยวกับพี่เจตน์แน่ๆ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร คงต้องรอให้ต้นมันใจเย็นลงกว่านี้ก่อนค่อยหาจังหวะตะล่อมถาม

ทว่าไนท์ก็ไม่ต้องรอนานเลย เมื่อพี่พนักงานบาร์ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีโน้มตัวข้ามเคาน์เตอร์มากระซิบบอกสิ่งที่เขากำลังอยากรู้พอดี

“อาการหนักเลยคืนนี้” เป็นอันรู้กันว่าเรื่องราวรักๆใคร่ๆของต้นไม่ใช่ความลับ อย่างน้อยก็กับพี่ๆที่ร้านทุกคน

“ทำไมเหรอพี่ เกิดอะไรขึ้น”

“ตอนแรกก็ดีๆอยู่ อารมณ์ดีมาเลยแหละ เห็นว่าเขานัดไว้ว่าจะมาดูต้นร้องเพลง”

“อ้าว เหรอพี่ พี่เจตน์มานี่เหรอ” เวลามีอะไรดีๆไม่เคยคิดจะบอกกันหรอก ไอ้เพื่อนเวร

“ใช่ ตัวจริงน่ารักมากเลย เข้าใจเลยว่าทำไมต้นถึงชอบ แต่แบบ ไม่อยากจะเม้าท์ ลิสท์เพลงวันนี้มีแต่เพลงรักจ้า หวานมาก”

ไนท์ฟังพี่สาวพนักงานบาร์เม้าท์อาการยิ้มหน้าบานออกหน้าออกตาของไอ้ต้นอีกสองสามประโยคอย่างตั้งใจ เผื่อว่าเขาจะพลาดตรงไหนไป แต่เท่าที่ฟังมาทุกอย่างก็ดูจะเป็นไปด้วยดี แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหนกันล่ะ

ราวกับจะล่วงรู้ถึงความคิดของเขา หญิงสาวหยุดไปชั่วอึดใจ ก่อนจะปรายตาไปทางห้องน้ำ ดูจนแน่ใจว่าต้นยังไม่ออกมาถึงค่อยพูดต่อด้วยเสียงที่เบาลงกว่าเดิม

“แต่กำลังนั่งฟังเพลงเคลิ้มๆอยู่ดีๆ แฟนก็มาตามกลับไปเฉย ต้นหน้าเสียเลย”

ข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รู้ทำให้ไนท์หูพึ่งตาโต เก็บความประหลาดใจเอาไว้ไม่อยู่ หญิงสาวมองอาการนั้นของร่างสูงด้วยความเอ็นดู จึงแกล้งพูดให้คนอ่อนกว่านั่งไม่ติดยิ่งกว่าเดิม

“น่าจะลุ้นไม่ขึ้นแหละ แฟนเขาสวยมากเลยนะ ตัวเล็กๆ หน้าสวยๆ” ขนาดใส่เสื้อฮู้ดตัวโคร่งคลุมผมไว้เห็นแต่หน้าเล็กๆปากแดงๆ แค่นั้นก็รู้ว่าสวยมาก 

ต้นกำลังเดินตรงมา หญิงสาวขยับตัวออกห่างพร้อมกับยกเบียร์จำนวนสองขวดมาวางบนเคาน์เตอร์ตรงหน้าไนท์ ก่อนจะใช้ที่เปิดขวดจัดการเปิดขวดเบียร์ทั้งสองอย่างคล่องแคล่ว แล้วเอ่ยเบาๆทิ้งท้ายให้ได้ยินกันสองคน             

“ดูต้นให้ดีๆแล้วกัน เพราะทางนั้นเขาก็ท่าทางเหวี่ยงวีนเอาเรื่องอยู่”

ต้นกระแทกตัวลงนั่งข้างเขา ก่อนจะยกขวดเบียร์ขึ้นกรอกปากราวกับของเหลวที่อยู่ภายในขวดนั้นเป็นน้ำเปล่าไม่ใช่เบียร์รสชาติขมปร่า

ไนท์สบตากับหญิงสาวภายใต้บรรยากาศมืดสลัวของร้าน ก่อนจะเบนสายตาไปมองเพื่อนอย่างกังวล

 

 

 

 

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น