คัดลอกลิงก์เเล้ว

เด็กหนุ่ม mem B O S A

เรื่องสั้นของเด็กหนุ่มผู้ต้องการบุกตลาดธุรกิจออนไลน์

ยอดวิวรวม

18

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


18

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ต.ค. 60 / 01:50 น.
นิยาย ˹ mem B O S A เด็กหนุ่ม mem B O S A | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องสั้นของเด็กหนุ่มที่มีมุมมองแตกต่างออกไปกับโลกใบนี้ ไม่ว่าใครจะว่าเขายังไง จุดยืนของเด็กหนุ่มคือ พอเพียง ในแบบของเขา ในแบบนักธุรกิจออนไลน์ 

   mem B O S A studio.-

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ต.ค. 60 / 01:50


บทที่

เนื้อหา

1

      มันนี เด็กหนุ่มผู้ล้มเหลวชีวิตวนเวียนแต่เรื่องความรู้สึกพังทลาย เดินโตร่เตร่ไร้เรี่ยวแรงแถวทิ่จอดรอป้ายรถเมล์กลางเมืองกรุง เขาเริ่มออกอาการร้องไห้ฟูมฟายเมื่อเห็นเด็กนักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังคุยกันเรื่องวิชาทิ่เรียนและวีรกรรมอาจารย์ผู้สอนสุดเกรียนวันนิ้ เพราะความผิดพลาดในอดีตของเขา เมื่อ7เดือนที่แล้ว

 

2

     เมื่อ7เดือนที่แล้ว มันนีเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เขามีมุมมองที่แตกต่างต่อโลกใบนี้เรื่องเส้นทางชีวิตในอนาคต ด้วยความกล้า เด็ดเดี่ยว และเป็นคนที่คำพูดน่าเชื่อถือ เด็กหนุ่มได้ชวนเพื่อนที่สนิทที่สุดในวิทยาลัยอีก3คนมาลงทุนร่วมหุ้นธุรกิจออนไลน์ในยุค Thailand 4.0 กัน ด้วยตารางเรียนที่แน่นเต็ม6ใน7วัน เด็กกลุ่มนี้ตัดสินใจโดดเรียนเพื่อมาผลิตคอนเทนท์วิดีโอ ขายของออนไลน์ควบคู่ด้วยการนำของหัวหน้ากลุ่มมันนี แต่สิ่งที่หวังกับความเป็นจริงไม่เป็นไปตามคาด ผลประกอบการขาดทุนย่อยยับ ไม่มีสปอนเซอร์ใดสนับสนุนเพราะคู่แข่งของบริษัทมันนีทำผลงานดีกว่า ซ้ำร้ายยังถึงช่วงเวลาปิดเทอมพอดี ทั้งกลุ่มติดFทุกวิชา พ่อแม่รู้ความจริง ต่างรุมด่าทอและผิดหวังในลูกตัวเอง แต่ใครจะหนักเท่าเด็กหนุ่มมันนี ผู้สูญเสีย ความเชื่อใจ”  และถูก เพื่อนสนิท”  ตราหน้าเฉดหัวเขาออกจากชีวิตทุกคน

 

3

      แม้พ่อแม่ของมันนีจะพาเขาสมัครมหาลัยที่ใหม่และพึ่งเปิดเรียนได้ไม่กี่วัน มันนียังคงลบภาพความผิดพลาดสุดรุนแรงออกจากชีวิตไม่ได้ ถึงกระนั้น มันนีไม่ได้รู้สึกว่าเขาสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิตไปแล้ว เขาแค่ความเชื่อมั่นในตัวเอง เขาไม่กล้าที่จะทำอะไรบางอย่างต่อ เขากลัว กลัวว่าเขาจะทำให้ทุกอย่างมันพังไปกว่านี้ ทำให้ทุกวันนี้เขารู้สึกขาด เขาทำได้เพียงแต่มองคนอื่นกำลังมีสิ่งๆนั้น สิ่งที่เขาอยาก ทุกเช้าทุกเย็น มันนีกลายเป็นเด็กที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิต เขาเพียงแค่เล่นเกม MOBA ในคอมสุดโปรดเพียงเพื่อให้ผ่านพ้นไปวันๆ ( ปล. เกมแนวโมบ้าในมุมมองผู้แต่งนั้น คือเกมที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกถึงการมีคุณค่า มีตัวตนได้ง่ายมาก แต่ก็แค่ชั่วคราว )  หลังจากเปิดภาคเรียนแรกที่ใหม่มาได้อาทิตย์กว่า ต่างคนต่างเริ่มรู้จักเพื่อน ในบ่ายวันนั้นเอง ครูประจำวิชาได้ประกาศว่ามีวิทยากรจากบริษัทดังๆมาชี้แนะเรื่อง Thailand 4.0  แผนกเราโดยเฉพาะแทนคาบวิชานี้ รุ่นนี้มีกัน100คน ให้ไปนั่งอย่างน้อยครึ่งนึง ไม่อย่างนั้นครูจะหักคะแนนทั้งชั้นเพราะถือว่าพวกเธอไม่ให่เกียรติ! และระหว่างทางเดินขึ้นห้องประชุม นักศึกษาแทบจะครึ่งหนึ่งของรุ่นรีบโกยฝีเท้ากลับบ้านกันอย่างไว แม้คุณครูจะพยายามกักกันเด็กให้เข้าห้องประชุมให้มากที่สุดแล้ว ( หัวข้อนี้ใครมันจะทนฟัง! )  มันนีแม้จะพึ่งรู้ว่าจะมีวิทยากรมาวันนี้เพราะตัวเองปิดหูปิดตาไม่ยอมรับฟังอะไร แต่ก็ต้องถูกกลุ่มเพื่อนสนิทลากเข้าห้องประชุมอย่างไม่เต็มใจ

4

      ณ ห้องประชุม ก้นเด็กหนุ่มแตะเก้าอี้ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ช่างแม่ง ช่างมัน และไม่นาน วิทยากรจากบริษัทก็เดินทางมาถึงห้องประชุม และมีเลขาคนสวยก้าวขาออกมากลางเวทีพร้อมทั้งแนะนำตัว มินกี คอร์เปอเรชั่น ... ชื่อบริษัทเหรอ เห้ออ ก็ตลกดี แม้ท่าทางเด็กหนุ่มจะไม่สนใจโลกใบนี้แต่เขาก็ปฎิเสธส่วนลึกตัวเองที่จะอยากรู้ชื่อบริษัทไม่ได้ สิ่งที่องค์กรทำ อิมแพ็คต่อกลุ่มลูกค้า มันนีจึงเผลอเอนใจฟังหัวข้อ thi-4.0สักหน่อยแม้เพื่อนรอบๆตัวเขาจะเล่นเกมส่งสัญญาณตีป้อมในโทรศัพท์กัน  เลขาคนสวยแนะนำตัวได้พักนึงหน้าจอมอนิเตอร์ใหญ่ก็ปรากฎใบหน้าของ CEO ชายวัยกลางคนขึ้น จากนั้นเลขาคนสวยก็เดินชิดขอบเวทีไป แม้เสียงชายหนุ่มหลายๆคนที่ไม่ได้ฟังอะไร ส่งเสียงนินทาไล่ceoชายให้พูดจบเร็วๆจนเริ่มดังแซกมากขึ้นถึงขั้นเลขารู้ตัว แต่แววตามันนีกลับลุกโชน หัวใจเด็กหนุ่มกระพือตุบตับๆ ceoคนนี้คือคู่แข่งในอดีตเมื่อ7เดือนที่แล้วที่ชนะการผลิตคอนเท้นในกลุ่มเป้าหมายเขา ถึงอย่างนั้น เด็กหนุ่มก็ค่อยๆสงบสติอารมณ์ลงและจับใจความสิ่งที่ชายในจอยักษ์พูด ชายคนนั้นพูดถึงหลักการความสำเร็จ การไปให้ถึงเป้าหมาย พัฒนาการอัตราการว่างงาน ความมั่งคั่งทางการเงิน ล้วนแล้วแต่เป็นหัวข้อที่เด็กหนุ่มหลงไหลทั้งนั้น แต่แล้ว เด็กหนุ่มได้ถูกประโยคๆหนึ่งแทงใจดำลึกลงไปในขั้วจิตใต้สำนึก นั้นคือ   1.ความสำเร็จมาจากการปล่อยวางไม่ใช่ยึดติด 2.ความรู้เท่าทันในขีดลิมิตของสรรพสิ่ง 3.จงรู้ตัวว่าอีโก้ตัวเองเริ่มสูงเมื่อคุณเริ่มรีบรนเกินไป และข้อสามมันจะเชื่อมกับข้อหนึ่งนะ”  ด้วยประโยคนี้ Flash back (ภาพในอดีต) พุ่งทะยานขึ้นมาในหัวเด็กหนุ่มอีกครั้ง ทุกการตัดสินใจในตอนนั้นช่วงนั้น ทั้งหมดเกิดมาจากการเป็นผู้นำที่เลวล้มเหลวในตัวเขา เขามีกำแพงอีโก้ที่สูงเพราะเขาเกลียดคำพูดคนอื่นที่มาขัดหูขัดแผนเขา และเขา รีบ เกินไป อีโก้ทำให้เขาทำอะไรโง่ๆ อีโก้ทำให้เขารีบจนรน และอีโก้ที่สูงเกินไปก็ทำลายชีวิตเขาและคนรอบข้าง  หลังจบการสัมมนาในห้องประชุมเสร็จ บรรยากาศเริ่มเข้าช่วงเย็น มันนีนั่งครุ่นคิดอยู่คนเดียว เขา เปิดใจ เขากลับมาเคลียร์กับตัวเองอีกครั้ง เขาค่อยๆชื่นชมตัวเอง นึกถึงความสำเร็จในอดีตขึ้นมาทีละนิดๆ เขานึกถึงพ่อแม่ของตัวเองที่มีอิสรภาพทางการเงิน ไม่ต้องเป็นหนี้ใคร อยากซื้ออะไรก็ซื้อ อา.. 7เดือนแล้วนะที่ไม่ได้รู้สึกแบบนี้ ความรัก.. เห้ .. เห้มันนี ชั้นรักนายว่ะ ชั้นเชื่อนายนะเว้ยกำลังใจของเด็กหนุ่มผู้ซึมเศร้ารื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มค่อยๆเงยหน้า ลุกขึ้นยืน อ้าแขนสูดอากาศรับอิสระภาพที่มีในชีวิตอย่างเต็มปอด ทันใดนั้น ไอเดียการทำเงินต่างๆเริ่มผุดคลั่งพรั่งพรูเข้ามาในหัว เด็กหนุ่มรีบลงมือหยิบสมุดจับปากกาขึ้นมาจดไอเดียทำเงินเหล่านี้ พร้อมทั้งโน้ตใส่หน้าปกตัวใหญ่ๆว่า ครั้งนี้เขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเองอีกแล้ว ธุรกิจคือการแก้ปัญหาให้คนอื่นต่างหาก!

 

5

          มันนีเริ่มต้นชีวิตใหม่นับตั้งแต่วันนั้น เขายึดถือ CEO ที่พูดผ่านจอคนนั้นเป็นไอดอลในดวงใจ ที่เขาทำได้เพราะเขายอมลดอีโก้ตนเองลง เปิดหูเปิดตารับทัศนคติใหม่ๆ ไม่มีประโยชน์ที่เขาจะแค้นชายคนนั้น ให้คู่แข่งในอดีตคนนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิตของเขา เขากลับมาพร้อมเริ่มธุรกิจ คอนเท้นท์วิดิโออีกครั้ง โดยในคราวนี้เขาเปลี่ยนหัวข้อเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่โดยเลี่ยงจากคู่แข่งเดิมเพราะเขาค้นพบว่า เขาไม่ได้ถนัดแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเสียหน่อย  และถ้าจะทำในหัวเรื่องเดิมคงต้องฟันฝ่ายากลำบากกับกลุ่มธุรกิจที่รายเก่าอีกเด้ง เขาตั้งชื่อกลุ่มธุรกิจใหม่ชื่อ mem B O S A ( เมม โบ ซ่า ) เขาศึกษากลุ่มลูกค้า ความรู้ด้านบัญชีอย่างละเอียด มันนีเริ่มกลับมาแต่งตัว ปรับลุคเซ็ตผมเป็นสไตล์นักธุรกิจที่เขาชอบ มันนีเชิญชวนกลุ่มเพื่อนสนิทตามความสามารถที่เขาต้องการที่มหาลัยอีกครั้ง แต่ในคราวนี้ เขาไม่ได้ชวนเพื่อนโดดเรียน ปลุกปั่นโหมอารมณ์เพื่อนให้เร่งเคลียร์สินค้าในสต๊อคเหมือนครั้งอดีต เขาแบ่งเวลา กลุ่มลูกค้าชัดเจน และเปิดอกตกลงกับทีมใหม่ของเขาว่า  พวกเราจะเติบโดไปด้วยกัน เราจะไม่โดดเรียนมาทำธุรกิจนี้ เพราะพวกเราแบ่งเวลาเป็น เราต้องคุยกันในยามที่ความเห็นไม่ลงตัว ถึงฉันจะอยู่ในฐานะหัวหน้าเพราะทุกระบบสังคมองค์กรต้องมีผู้นำ แต่ฉันก็คือเพื่อนพวกนายอยู่ดี    และพวกนายต้องตระหนักไว้ด้วยว่า ธุรกิจไม่ใช่การยัดเยียดสินค้าที่เราอยากขายให้ลูกค้า แต่คือการ ให้  .. ให้สิ่งที่เขาอยากได้ เรามาเพื่อให้ ความรวยเป็นแค่ผลพลอยได้ โอเคมั๊ย!!”  หลังจากนั้น เนื้อเรื่องก็จะดำเนินผ่านในแต่ละวันอย่างรวดเร็ว พร้อมพัฒนาการของบอสมันนี ที่หลายครั้งตัวเองจะเอาเงินกองกลางของสตูดิโอก้อนใหญ่ไปลงทุนแต่ก็ยับยั้งการตัดสินใจของตัวเองทัน ก่อนจะขยายธุรกิจไปทางไหนเด็กหนุ่มจะค่อยๆศึกษาอย่างละเอียดจริงๆก่อน เขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เขามีหน้าที่คือหาสิ่งที่ดีที่สุดต่อ ทีม และลูกค้าทุกคน ที่สำคัญอีกอย่างนึงคือ หนึ่งในสตูดิโอสาขาย่อยของCEOไอดอลของมันนีได้ตีตลาดเข้ากลุ่มลูกค้าเดียวกันกับ mem B O S A ในคราวนี้เด็กหนุ่มไม่หวั่นไหว เขาพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าอะไรจะเข้ามาเขาจะฝ่าฟันไปได้ และถ้าเขาสามารถชนะไอดอลตัวเองได้มันคงเป็นความภาคภูมิใจไม่น้อย!  *โดยในระหว่างนี้ จะมีการแทรกข่าวการว่างงานของคนจบป.ตรีหรือตกงานบริษัทเยอะมากเพราะนวัตถกรรมใหม่ๆที่ผุดขึ้นมาบนโลกอย่างไม่หยุด มันนีเองก็ไม่ได้สนใจมากแต่ถึงอย่างนั้นก็แอบสงสารคนว่างงานเหล่านี้อยู่ดี ทำไมพวกเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้นะ

5.1 (พาร์ทเสริมสั้นๆ)

           ธุรกิจเติบโตพร้อมทัศนคติของผู้นำในตัวมันนี 3เดือนแล้วกับความสำเร็จในธุรกิจของเขาและทีม mem B O S A นั่นทำให้มันนีมีเงินพอค่าเดินทางค่าที่พักต่างๆมากพอ มากพอที่จะกลับไปขอโทษ ช่วยเหลือ เพื่อนร่วมทางที่เขาเคยทำลายชีวิตมา เด็กหนุ่มเดินทางไปทั้งสามจังหวัดของคนสามคน แม้ว่าพ่อแม่ของทั้งสามในแต่ละจังหวัดจะกีดกันเขาจนถึงขั้นพ่นคำหยาบใส่ มันนีไม่แคร์อะไรทั้งนั้น วันนี้ผมมีหลักฐาน หลักฐานความสำเร็จเป็นรูปร่างแล้ว ผมมาที่นี่เพื่อจะมาช่วยเขา ผมไม่เคยลืมพวกเขา และจะไม่มีวันลืมเด็ดขาด เมื่อพ่อแม่ทุกฝ่ายยอมให้เด็กหนุ่มผ่าน เด็กหนุ่มก็ได้พบเจอ คนซึมเศร้ารุนแรงทั้งสาม คนนึงซึมเศร้าไม่ยอมโพสอะไรลงโซเชียลอีกเลยนับแต่วันนั้น คนนึงเปลี่ยนไปเป็นคนฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด ส่วนอีกคนกลายเป็นคนเก็บตัวปิดเฟสลบไลน์ไม่ขอเอาหน้าไปให้ใครเห็นอีก ไม่ว่าแต่ละคนจะด่าทอทุบตีขับไล่มันนียังไง เด็กหนุ่มก็เข้าไปโผกอดเพื่อนทั้งสามทั้งน้ำตาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยแม้ว่าทั้งสามจะขัดขืนเขามากเพียงไหน เด็กหนุ่มค่อยๆอธิบายและให้เวลากับเพื่อนเก่า จนทั้งสามสภาพจิตใจกลับมาปกติอีกครั้งและพร้อมจะเดินทางร่วมกับสตูดิโอ mem B O S A

 

6

       4เดือนผ่านไป การแข่งขันของแบรนด์ mem B O S A กับไอดอลของเด็กหนุ่มได้ถึงจุดทิ้งห่างโดยทีมงานของมันนีมีชัยเหนือกว่าเพราะเขาสามารถผลิตคอนเท้นท์ที่โดนกลุ่มตลาดและถูกใจสปอนเซอร์มากกว่าคู่แข่งตัวฉกาจอย่างไอดอลของเขาที่ก้าวตามหลังเขาหลายขุมนัก โดยวันนี้ บอสมันนีพาลูกทีมของเขามากินเลี้ยงช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า ห้างนี้ดังมากและคนพลุกพล่านเยอะ ท่ามกลางเสียงผู้คนเพ่นพ่านจอแจ มันนีเหลือบไปเห็นกลุ่มคนใส่เสื้อผูกเน็คไท้คอตกจับกลุ่มกอดคอคุยกับเพื่อนถึงเรื่องชีวิตที่แสนยากลำบาก พวกเขาไม่ถูกใครจ้างงานทั้งๆที่เรียนจบจากคณะดังๆ กลุ่มเด็กหนุ่มเดินสวนไปอีกไม่กี่ก้าวก็เจอเด็กชายในชุดนักเรียนกำลังถูกแม่ด่าทอเรื่องผลการเรียนในวันนี้ "อีกแค่ปีเดียว ยังเล่นถ่ายวิดิโอเล่นเกมนั่นอีกเหรอ ถ้าไม่ติดหมอรึวิศวะล่ะก็ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!! เป็นเด็กมันจะไปเข้าใจผู้ใหญ่อะไร!!!"  สิ้นเสียงตะหวาดของผู้เป็นแม่ ลูกชายของเขายืนตัวสั่นกำหมัดแน่นหันหน้าวิ่งหนีแม่ตัวเองออกไป หรือกระทั่งภาพหดหู่ของชายในชุดนักเรียนใส่เสื้อคลุมเก่าๆได้แต่ยืนมองเสื้อผ้ากระเป๋าที่แบรนด์แพงๆแต่ไม่กล้าจับ หรือคนวัยทำงานที่คุยกันเรื่องช็อตเงินเดือนเป็นเรื่องตลก แต่มันนีไม่ตลกเพราะเขาซีเรียสกับเรื่องการเงินมาก  “ทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงเห็นเรื่องเงินเดือนหมดเป็นหนี้บัตรเครดิตเป็นเรื่องตลกธรรมดาๆแล้วก็ไปปลูกฝังใส่รุ่นน้องสายรหัสในมหาลัยต่อนะ ชิ”  เด็กหนุ่มได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่กับสิ่งที่เด็กรุ่นใหม่ต้องเจอ  “เห้ มันนี ดูนี่สิ ข่าวใหญ่เต็มเฟสเต็มไลน์ปะโคมข่าวกันทุกสำนักเลยเพื่อนสาวคนหนึ่งจับโทรศัพท์ขึ้นจ่อหน้ามันนี เด็กหนุ่มรีบจับโทรศัพท์ของเพื่อนมาดู ระหว่างนั้น เสียงของเพื่อนรอบข้างต่างตกใจกับเนื้อหาในข่าว เห้ย!! นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ!! มันนีรวบรวมสติขยับสายตาไปตรงหัวข้อข่าว และกดดูวิดิโอ  ถึงว่าไม่เคยเห็นตัวจริง ล้ำกว่าคน!  ข่าวช็อควงการโลก CEOเครือข่ายธุรกิจราชาคอนเท้นของประเทศไทยเป็นปัญญาประดิษฐ์ ( AI ) มีผลประกอบการล้ำหน้ากว่าผู้ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ สามารถทำงานในบางส่วนแทนผู้จบการศึกษาใหม่ได้หลายสิบ ร้อยเท่าเพราะสามารถรันข้อมูลทุกอย่างในอินเทอร์เน็ตมาประมวลผลว่าสิ่งไหน  ต้องทำ ตามคำสั่งที่คีย์ไว้ในไม่กี่วิและประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมอีกด้วย ทั้งนี้ เลขาที่คอยเคียงข้างเขาเป็นเพียงผู้จัดการการติดต่อประชาสัมพันธ์กับลูกค้าและคอยดูแลเรื่องการเข้าพบCEOตัวจริงที่ในห้องเป็นห้องขนาดใหญ่และมีกลุ่มวิศวะคอยดูแลตรวจสอบระบบตลอดเวลาโดยไม่มีผู้ใดยุ่งเกี่ยวกับอัลกอริทึ่มความคิดอ่านบริหารเรื่องธุรกิจของ AI แม้แต่น้อย แม้จะมีหลายคนพยายามทำข่าวเรื่องฮือฮานี้ อย่างไรก็ตาม ทีมผู้พัฒนาอัลกอริทึ่มของ AI ตัวนี้ยังไม่เป็นที่เปิดเผยแต่อย่างใด  นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ!! คุณCEO minkee corporation… ไอดอลของฉัน..”  มันนีขาอ่อนทรุดลงกับพื้นแต่ดีที่เพื่อนของเขามารั้งไว้ได้ทัน   “ถ้าเรื่องบ้าบอนี่เป็นเรื่องจริง งั้น ที่ผ่านมา ชั้นกำลัง แข่งกับ AI งั้นเหรอ..”  มันนีตบหน้าตัวเองส่ายหัวไปมา ตั้งสติกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น แล้วเขา ก็ค่อยๆยืนขึ้น  เด็กหนุ่มค่อยๆเดินตรงไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ เขาไม่ได้ยินเสียงเพื่อนเขาที่คอยตะโกนเรียกถามเขาว่า นายจะไปไหน เขาเพียงแค่เดินตรงไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้น ภาพเหตุการณ์การตกงานสุดหดหู่ การถูกเงินมากำหนดชีวิตของใครหลายคนฉายเป็นสไลด์ในหัวเขาเรื่อยๆ กระทั่งผ่านไปไม่กี่นาทีจนใบหน้าเด็กหนุ่มมาตั้งขนานกันกับกำแพงกระจกใสชั้นสามของห้างที่สามารถมองเห็นวิวข้างนอกได้  เห้ มันนี นายเป็นอะไรไปเพื่อนชายหนึ่งในกลุ่มด้านหลังตะโกนถาม พวกแก พวกแกคิดยังไงกับ AI ในข่าวล่าสุดล่ะ”  เสียงจริงจังของเด็กหนุ่มเปลี่ยนบรรยากาศของทีม mem B O S A studio ให้กลายเป็นบรรยากาศสุดตึงเครียด ทุกคน เงียบก่อนเด็กหนุ่มพูดประโยคสงบบรรยากาศขึ้นท่ามกลางเสียงของเพื่อนอีก6คนโดยที่ใบหน้าเขายังคงมองผ่านกระจกออกไป  มันนี เราลุยงานด้วยกันมาเกือบปี คุยกันได้ทุกเรื่องแล้ว แกบอกพวกเรามาตรงๆเหอะ แกอยากจะทำอะไรกันแน่เพื่อนสาวคนหนึ่งพูดตรงๆออกมา ใช่แล้ว คุณบอสมันนี มีอะไรก็บอกพวกเราเถอะน่า พวกเรายินดีรับฟังนายอยู่แล้ว” “ใช่ๆๆเพื่อนในกลุ่มคนอื่นเห็นด้วยและคล้อยตามกัน ในตอนนี้พวกเขาเพียงต้องการรับฟังความปรารถนาต่อผู้นำของเขา   ขอโทษนะที่ทำให้ทุกคนคิดมาก แต่ชั้น..และทันใดนั้น มันนีค่อยๆหันหน้าเอียงกลับมาหาเพื่อนที่อยู่ด้านหลัง

    “ ชั้นว่าพวกเรามาเพิ่มคอนเท้นท์ใหม่กันเถอะ เรื่อง Thailand 4.0 กับ การตื่นตัวของสภาวะอิสรภาพทางการเงิน และ การรู้และตามทันนวัตถกรรมใหม่บนโลกที่จะมาแย่งงานมนุษย์ในภายภาคหน้า

 

    “ เพราะชั้น ไม่อยากเห็นหลายแสนหลายล้านชีวิตตกงานขาดสภาพคล่องทางการเงินเพราะประมาท ยึดติดกับอะไรเดิมๆอีกแล้ว!  “

 

 

จนถึงช่วงชีวิตหนึ่งฮอร์โมนจะแสดงถึงความเป็นคุณอย่างเต็มที่  ชีวิตของคนเมื่อถึงจุดหนึ่งทุกคนจะตั้งคำถามกับชีวิตตัวเองว่าฉันมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร คำตอบนั้นสามารถหาได้จากตัวอย่างของบุคคลระดับโลกทุกคน ท้ายที่สุดคนเราก็เกิดมาเพื่อสร้างคุณค่าต่อโลกใบนี้ไม่ว่าจะผ่านทางไหน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ข้าตงฟาง จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 02:41
    wtf ending แบบนี้ก็ได้เหรอออ
    #1
    0