[Fic]The guardian

ตอนที่ 1 : Mission:Battle in New York

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    3 ต.ค. 63

 

ณ เมืองนิวยอร์ก

เมืองที่ผู้คนควรจะใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขกลับกลายเป็นสนามรบระหว่างเอเลี่ยนจากนอกโลกที่เปิดประตูมิติบุกเข้ามา กับเหล่าอเวนเจอร์สและหน่วยชิลด์

โดยที่เหล่าอเวนเจอร์สมีหน้าที่ในการจัดการกับโลกิและหาวิธีปิดประตูมิติเหนือเมืองนิวยอร์ก ส่วนหน่วยชิลด์จะจำกัดพื้นที่ในการต่อสู้ให้อยู่ภายในเมืองแล้วช่วยเหลือพวกตำรวจอพยพประชาชน

และในจุดที่ห่างไกลออกไป มีชายคนนึงกำลัวเฝ้ามองเหตุการณ์นี้อยู่

"ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ว่า...มันคงไม่ง่ายแบบนั้นสินะ"

 

 

 

 

ตัดมาที่เมืองนิวยอร์ก

"คิดจริงๆเหรอว่าจะชนะข้าได้หน่ะ"

"ก็...ถ้าทั้งหมดของแกมีแค่นี้ละก็ ใช่ พวกเราชนะแน่"

"หึๆ ช่างปากดีเสียจริง งั้นมาดูกันสิว่าเจ้าจะทำยังไงกับสิ่งนี้"

"หมายความว่าไง?"

เมื่อได้ฟังดังนั้น โทนี่ถึงกับขมวดคิ้วสงสัยในคำพูดของโลกิทันที เพราะอีกฝ่ายดูเหมือนจะมั่นใจมากว่าตนเองยังไม่แพ้ มันเลยทำให้เขารู้สึกสงสัยว่าอะไรที่ทำให้เทพคนนี้ทั่นใจได้ถึงขนาดนี้

บึ้ม!!!

"อะไร?!"

"ฮ่าๆ มันจบแล้ว มันจบแล้ว!! ศึกในครั้งนี้ข้าเป็นฝ่ายชนะ! และพวกเจ้าทุกคนจะต้องมาอยู่ใต้อาณัติข้า! ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆๆ"

"ชิ"

โทนี่ที่รู้สึกสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่ข้างนอกก็รีบใส่เกราะแล้วออกไปดู ก็พบว่าในตอนนี้นอกจากพวกชิมิลีแล้วยังมีพวกหุ่นยนต์มาเสริมด้วย 

 

 

"ไอพวกนี้ มันอะไรกันน่ะ?"

โทนี่รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก ก่อนหน้าพวกเขายังควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อยู่เลย แต่มาตอนนี้กลับกลายเป็นฝ่ายที่ถูกไล่ต้อนซะงั้น

"โทนี่! มีแผนอะไรไหม?!"

"ถ้ามีชั้นคงบอกไปนานไปนานแล้ว"

"จำนวนของพวกมันเยอะเกินไป สายฟ้าของข้าจัดการได้ไม่หมดหรอก"

"อาวุธของชั้นก็ไม่ระคายผิวมันเลยสักนิด"

"ลูกธนูของชั้นก็แทบจะไม่เหลือแล้วด้วย"

"อ้าาาาา!! ฮัลค์ เกลียด พวดตาเดียว!"

อเวนเจอร์สตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต พวกเขาไม่สามารถทำอะไรเจ้าหุ่นตาเดียวนี้ได้เลย คนที่สามารถรับมือกับหุ่นพวกนี้ได้มีเพียงฮัลค์ โทนี่ และธอร์เท่านั้น

กัปตันอเมริกาก็ขยับไปไหนไม่ได้เพราะโดนยิงกดเอาไว้ แต่ในตอนที่ทุกคนหมดหนทางแล้วนั้นเองก็ได้มีเสียงของใครบางคนดังขึ้น

"ถ้าไม่อยากโดนลูกหลงละก็อยู่นิ่งๆไว้จะดีกว่านะ"

ปิ้ว ปิ้ว ฟิ้วๆๆๆๆ

ตู้มๆๆๆๆๆๆๆๆ

สิ้นเสียงของเขา บีมและมิสไซล์ถูกยิงออกมาใส่พวกหุ่นยนต์ที่ล้อมรอบทีมอเวนเจอร์ส ทั้งบนพื้นและบนอากาศจนระเบิดหายไปจนหมด

กัปตันอเมริกาที่แม้จะยังงงอยู่แต่ก็ยกโล่ขึ้นมากันไว้ได้จึงทำให้เขาไม่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดมากนัก

และเมื่อเสียงของการระเบิดเบาลง เขาจึงค่อยๆมองไปยังจุดที่คิดว่าเป็นต้นกำเนิดของเสียง และก็พบเข้ากับหุ่นยนต์ติดอาวุธหนักยืนอยู่

 

(Veetwo gundam)

"โทนี่ นี้ใช่เพื่อนนายรึเปล่า"

นาตาชาที่เห็นหุ่นตรงหน้าก็หันไปถามกับโทนี่ เพราะเธอคิดว่าเขาน่าจะรู้จักกับคนที่สร้างหุ่นนี้ขึ้นมาหรือไม่ก็เป็นเขาเองที่สร้างขึ้นมาแล้วเอาไปให้คนอื่นขับ

"ไม่ลองถามหัวหน้าฟิวรี่ดูละ?"

"ถ้าเขารู้เขาคงจะส่งมันมานานแล้ว"

คลินต์ บาร์ตัน ได้ตอบกลับคำถามของโทนี่ เพราะจากประสิทธิภาพและพลังของมันที่แสดงให้เห็นนี้ หากฟิวรี่มีมันละก็เขาก็ไม่จะจำเป็นต้องมาพึ่งอเวนเจอร์สหรอก

"โลกิอยู่ที่ยอดตึกนั่นพร้อมกับคฑา ถ้าจะปิดประตูพวกนายก็ต้องใช้คฑาของโลกิ"

"แล้วพวกเราจะขึ้นไปยังไงล่ะ?"

เมื่อกัปตันอเมริกาถามออกมาแบบนั้นก็ได้มีเครื่องบินรูปร่างแปลกตาบินมาจอดอยู่ตรงหน้าพวกเขา

 

"มันจะพาพวกนายไปส่งถึงที่"

"ขอบคุณ"

เมื่อได้ยินดังนั้น กัปตันอเมริกาและแบล็ควิโดว์ก็ขึ้นไปนั่งข้างบนก่อนที่เขาจะบังคับให้มันไปยังจุดที่โลกิอยู่

"จริงสิ ชื่อของเจ้า"

ธอร์ได้ถามออกมา เพราะพวกเขายังไม่รู้ว่าจะเรียกเขาว่าอะไร

"คุงะ ฮิโรโตะ ก็แค่ไดเวอร์ที่ผ่านทางมาแค่นั้นแหละ"

ฮิโรโตะได้ตอบคำถามของไอรอนแมนด้วยเสียงที่เรียบนิ่ง

"คุงะ ฮิโรโตะเหรอ...คนญี่ปุ่นสินะ แล้วนายมีเป้าหมายอะไรล่ะ?"

คราวนี้เป็นฮอว์คอายที่ถาม

"เป้าหมาย? รู้ไว้แค่ว่ามันเป็นมิชชั่นก็พอ"

"แล้วเจ้าหุ่นที่นายขับล่ะ? มันมีชื่อไหม?"

"Core Gundam"

"Core Gundam? มีความหมายอะไรแอบแฟงไว้งั้นหรอ?"

เซ็นส์ของโทนี่มันบอกกับเขาว่าชื่อนี้มันต้องมีอะไรแอบแฝงไว้อยู่อย่างแน่นอน

ในระหว่างที่พวกเขากำลังคุยไปพลาง กพจัดชิทอลีและพวกโมบิลสูที่อยู่พอดีที่ไปพลางอยู่นั้น เซนเซอร์ของวีทู กันดั้มก็ตรวจจับวัตถุกำลังพุ่งมาทางนี้ ซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันคือนิวเคลียร์ที่ยิงมาเพื่อหวังจะจัดการพวกชิทอลี

'มาแล้วสินะ'

เมื่อพบว่าสิ่งที่ตนเองรอคอยได้ถูกยิงมาแล้วนั้นเขาก็บินเข้าไปหามันทันที พร้อมกับเรียกยานบินที่เขาใช้ส่งกัปตันและแบล็ควิโดว์มา

"Core change. Venus to Earth!"

 

(Earthree gundam)

"ก็คิดอยู่ว่าดีไซน์ยานนั่นมันแปลกๆ ที่แท้ก็เป็นอาร์เมอร์งั้นเหรอเนี่ย"

ไอรอนแมนที่เห็นฉากเปลี่ยนอาร์เมอร์ของเขาก็พูดออกมาเหมือนกับว่าได้คำตอบที่ค้างคาเอาไว้แล้ว

ฮิโรโตะได้ไปคว้าเอานิวเคลียร์ที่กำลังจะโหม่งนิวยอร์กนั้นหักโค้งเข้าไปในประตูมิติที่โลกิใช้เรียกกองทัพจากต่างดาวลงมายังนิวยอร์ก และก็ต้องขอบคุณโลกิที่ช่วยขยายขนาดของประตูให้จนกันดั้มของเขาสามารถผ่านมันไปได้

เมื่อเขาผ่านเข้ามาในประตูมิติก็พบกับอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล เบื้องหน้าของเขานั้นมีกองทัพเอเลี่ยนและโมบิลสูทรอยู่

"เอาหล่ะ โมบิลสูทจะสามารถทนแรงระเบิดของนิวเคลียร์ได้รึเปล่าน่ะ"

เขาได้เปลี่ยนโหมดของไรเฟิลไปเป็น "Blast shooting mode" แล้วเอาโล่ไปเชื่อมต่อกับตัวไรเฟิลเพื่อจ่ายพลังงานให้กับการยิงในนัดนี้

ปิ้ว~  บึ้ม!!!!!

บีมถูกยิงไปที่นิวเคลียร์อย่างแม่นยำและได้เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ในความเป็นจริงเขาจะใช้จูปิเตอร์ อาร์เมอร์ ที่เป็นอาร์เมอร์สำหรับต่อสู้บนอวกาศก็ได้

แต่เพราะเขาไม่ได้คิดที่จะไปปะทะกับพวกมันที่มีอยู่เป็นแสนตัวจึงเลือกอาร์เมอร์นี้แทน

เมื่อชมผลงานจนพอใจเขาก็ได้กลับรีบกลับมาที่โลกทันทีเพราะประตูมิตินั้นยังคงเปิดอยู่ เห็นได้ชัดว่าพวกอเวนเจอร์สกำลังรอให้เขากลับไป

"ตอนนี้แหละ ปิดเลย!"

เมื่อเห็นว่าหุ่นยนต์ที่เรียกว่า คอร์ กันดั้ม กลับมาแล้ว กัปตันอเมริกาก็สั่งให้แบล็ควิโดว์ปิดประตูมิติทันที

และพอถึงพื้น คอร์ กันดั้ม ก็ได้สลายกลายเป็นละอองแสงก่อนจะมารวมตัวกันที่กำไลในมือขวาของเขา ซึ่งพวกอเวนเจอร์สที่ได้เห็นตัวนักขับกันดั้มนั้นก็อึ้งกันไปตามๆกัน เพราะคนที่เห็นตรงหน้ายังเป็ยเพียงแค่เด็กอายุราวๆ 16-18 ปีเอง

"ขอบคุณที่มาช่วยนะ ฮิโรโตะ"

กัปตันอเมริกาได้เดินเข้ามาหาฮิโรโตะเพื่อขอบคุณและยื่นมือมาทางเขา ฮิโรโตะเลือกที่จะหันหลังแล้วเดินไปยังซากโมบิลสูทที่พังแล้วนอนอยู่บนพื้นพร้อมกับก้มลงไปตรวจสอบ ทางกัปตันอเมริกาที่โดนเมินนั้นก็คิดว่าอีกฝ่ายคงยังไม่ไว้ใจจึงไม่คิดอะไร

"เจ้านั่น...เธอรู้หรอว่ามันคืออะไร?"

"มันเรียกว่าโมบิลสูท เป็นสิ่งที่ถูหสร้างขึ้นมาเพื่อทำสงครามโดยเฉพาะ ปกติมันจะต้องมีคนคอยบังคับอยู่ในตัวหุ่น แต่เจ้านี้กลับเป็นปัญญาประดิษฐ์"

"แล้วใครเป็นคนสร้างมันขึ่นมากันล่ะ?"

"พวกนายไงล่ะ"

"ห๊ะ!?"

"มนุษย์อย่างพวกนายเป็นคนสร้างมันขึ้นมาในอนาคตข้างหน้านี้เพื่อทำสงครามกันไงล่ะ"

พวกอเวนเจอร์ต่างพากันตกใจเมื่อฮิโรโตะตอบไปว่าเป็นมนุษย์อย่างพวกเขาที่สร้างขึ้นมา และยิ่งตกใจกว่าเดิมเมื่อเขาพูดว่า อนาคต

"เดี๋ยวก่อนนะ เธอมาจากอนาคตงั้นเหรอ?"

"เปล่า ชั้นมาจากโลกที่แตกต่าง ถึงจะบอกว่าอนาคตแต่มันก็คงจะอีกสักร้อยปีหรือมากกว่านั้น และกว่าพวกมันจะถูกสร้างขึ้นมามนุษย์คงหนีไปอยู่ดาวอังคารกันแล้วล่ะนะ"

"ดาวอังคาร? ห๊ะ! เห้ย! เดี่ยว!"

ฮิโรโตะที่ไม่อยากจะเสียเวลาอยู่คุยต่อก็ได้สาปหนีทันทีซึ่งโทนี่ก็กำลังจะพูดให้อีกฝ่ายอยู่ต่อแต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว

"กะว่าจะชวนไปกินชาวามาร์ที่ร้านตรงหัวมุมแล้วถามเรื่องโมบิลสูทอะไรนั้นเพิ่มอีกสักหน่อยแท้ๆ"

 

 

 

ณ สถานที่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

ฮิโรโตะได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มีหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าไม่ต่างจากฐานทัพลับใต้ดินขององค์กรต่างๆที่เห็นในหนังพร้อมใช้นิ้วจิ้มไปมาบนอากาศ

Mission:Avenger.

Complete.

Reward:P 5,000, ตั๋ว(Marvel)×1.

Total Points:56,700

ท่านต้องการใช้ตั๋วหรือไม่

ใช้ ไม่ใช้

แลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น

ท่านได้รับ พิมพ์เขียว Arc Reactor

"ที่เหลือก็แต่อัปโหลดพิมพ์เขียวลงคอมพิวเตอร์ของเราก็เป็นอันเสร็จ"

จากนั้นเขาก็ลงมือดาวโหลดพิมพ์เขียวลงคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ตรงหน้า ซึ่งหน้าจอแสดงผลก็ได้แสดงข้นมาว่า Success 100%

เมื่อเขามองไ

ปที่นาฬิกาก็พบว่ามันดึกมากแล้วเขาจึงเดินออกจากฐานแล้วขึ้นลิฟท์มายังชั้นบน เมื่อลิฟท์เปิดออกก็พบว่าอยู่ในห้องนอน จากนั้นเขาก็เดินไปที่เตียงแล้วนอนทันที

ณ ตอนเช้า

ฮิโรโตะได้ตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันอย่างอาบน้ำทำอาหารและเปิดทีวีดู

ฮิโรโตะไม่ใช่คนของโลกนี้ และเขาก็ไม่ใช่ฮิโรโตะของ Gundam build diver re rise ด้วย

เป็นใครสักคนที่ได้มายังโลกนี้ และก็ได้รับร่างกายนี้มา เขาได้มาถึงโลกนี้เมื่อประมาณ 1 ปีก่อนพร้อมกับระบบ G.S.S

G.S.S หรือ Guardian support system

เท่าที่เขารู้มันก็คือระบบที่จะช่วยเหลือกาเดี้ยนในทุกๆด้าน และกาเดี้ยนคนนั้นก็คือเขาเอง

และอีกอย่างที่เขารู้ก็คือ เรื่องทั้งหมดนี้มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีใครบางคนเป็นคนสร้างเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้นมา ทั้งตัวเขา ระบบนี้ และก็โลกใบนี้

ตามที่ระบบได้บอกมา ใครคนนั้นได้เลือกให้เขาเป็นกาเดี้ยน และมอบภารกิจมาให้เขาทำเพื่อปกป้องมิติต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นภารกิจก่อนหน้านี้ที่มีโมบิลสูทมาอยู่ในโลกมาเวลเองก็เป็นภารกิจที่ได้รับมาเพื่อปกป้องมิตินั้นด้วย

แต่ถึงจะรู้จุดประสงค์ของนั้น แต่เขาก็ยังสงสัย ทำไมต้องเป็นเขา? ทำไมเขาถึงได้รับร่างกายของ คุงะ ฮิโรโตะ? มันคือเรื่องที่เขาสงสัยมากที่สุด

ตื้ด~

เขานำโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นการแจ้งเตือนจากแชทกลุ่ม

ไม:วันนี้มีนัดประชุมสภา อย่าลืมมากันล่ะ

'ประชุมเหรอ? เรื่องอะไรกันนะ'

ห้องสภานักเรียน

ภายในห้องตอนนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 คน ได้แก่

ปี 1 ห้อง A มิโดริยะ อิซุคุ

ปี 2 ห้อง A ยูกิโนะชิตะ ยูกิโนะ

ปี 2 ห้อง B ฮิคิกายะ ฮาจิมัง

ปี 3 ห้อง A ซากุระไม่

และสุดท้ายคือเขา ปี 2 ห้อง B คุงะ ฮิโรโตะ

"แล้ว...เรื่องที่จะประชุมคือเรื่องอะไรหรอค่ะ?"ยูกิโนะ

"เกี่ยวกับเรื่องงานโรงเรียนในอีก 1 เดือนข้างหน้าน่ะ"ไม

"แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ? ถ้าพวกชมรมเราก็แจ้งไปหมดแล้วนี่"ฮาจิมัง

"ระ หรือว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอครับ?"อิซุคุ

"อืม...ปัญหาใหญ่เลยล่ะ"ไม

ทุกคนต่างรอฟังถึงปัญหาที่ไมบอกว่าเป็นปัญหาใหญ่

"ทางโรงเรียนต้องการให้เราจัดการแสดงขึ้นมานะ"ไม

"ห๊า?"ฮาจิมัง

"ไม่ใช่ว่าพวกเราต้องคอยตรวจดูความเรียบร้อยงั้นเหรอ?"ฮิโรโตะ

"ถ้าตามปกติละก็...ใช่ แต่ทางโรงเรียนเห็นชอบว่าแค่สารวัตรก็เกินพอ เลยให้พวกเราจัดการแสดงหน่ะ"ไม

"แล้วทำไมต้องการแสดงด้วยล่ะ?"ยูกิโนะ

"เพราะส่วนใหญ่มีแต่เมดคาเฟ่ ร้านอาหารกับพวกบ้านผีสิงนะสิ พวกอาจารย์เลยอยากจะให้มีอะำรใหม่ๆบ้าง ชั้นก็เลยคิดว่าถ้าเป็นการแสดงก็คงจะตอบโจทย์ได้"ไม

"ปัญหาก็คือ จะแสดงอะไรสินะ"ฮาจิมัง

"งั้น! ถ้าเป็นฮีโร่ต่อสู้กับเหล่าร้ายดีไหมครับ!?"

อิซุคุได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ดูตื่นเต้นสุดๆ ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนในห้องหันไปมองอิซุคุพร้อมกับสงสายตาประมาณว่า เอาจริงดิ ด้วย

"เราต้องการอะไรที่มันดึงดูดผู้คนได้เป็นอย่างดี และชั้นก็ไม่คิดว่านั้นจะดึงดูดคนได้มากเท่าที่ควรหรอกนะ"ไม

หลังจากที่ไมพูดออกมาแบบนั้น อิซุคุก็ตัวแข็งข้างไปทันที

"ดึงดูดเหรอ...ถ้าไมซังไปแต่งชุดบันนี่เกิร์ลคงจะดึงดูดคนได้เยอะสุดๆไปเลยล่ะนะ"ฮิโรโตะ

ทันทีที่เขาพูดออกมาแบบนั้น ไม่ก็ได้หรี่ตามองฮิโรโตะ แน่นอนว่าเธอรู้สึกเคืองที่อยู่ดีๆเขาก็เสนอออกมาแบบนั้น

"ล้อเล่นน่ะ ที่จะเสนอคือนี้ต่างหาก"

ฮิโรโตะได้หันหน้าจอโน๊ตบุ๊คไปให้ทุกคนดู ซึ่งมันก็แสดงให้เห็นถึงภาพคอนเสิร์ตร้องเพลง

"ถ้าจะให้ไปแสดงละครน่ะมันนานเกินไป นอกจากจะทำให้เวลาในการเดินชมงานลดน้อยลงแล้ว มันคงจะทำให้คนอื่นๆเบื่อกับงานไปด้วย"ฮิโรโตะ

เมื่อเขาบอกถึงเหตุผลออกไปทุกคนก็ดูจะเห็นด้วย

"อืม งั้นก็เอาตามนี้เลยละกัน"ไม

"แล้วเรื่องเพลงล่ะ?"ฮาติมัง

"ถ้าเรื่องนั้นก็ให้คนเสนอเป็นคนจัดการสิ คงไม่มีปัญหาน่ะ?"ไม

“เข้าใจแล้วครับ”ฮิโรโตะ

 

 

 

 

จบไปแล้วสำหรับตอนแรกแบบรีไรท์ อย่างที่บอกไปว่าเนื้อเรื่องมันจะเปลี่ยนไปมากถึงขนาดที่มันเหมือนนิยายเรื่องใหม่มากกว่า ส่วนตอนต่อไปก็อาจจะมาอาทิตย์หน้า ส่วนตอนนี้ขอตัวไปฟาร์มเพชรเปิดหาโอคิตะซังก่อนล่ะ! บาย~~

สามารถติดตามการดองงานของไรท์ได้ที่เพจ นักเขียนนิยายผู้อยากไปต่างโลก

https://www.facebook.com/นักเขียนนิยายผู้อยากไปต่างโลก-110310124152135/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #8 X-yz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 16:25
    รอต่อไป
    #8
    0
  2. #3 2377nithi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 20:46

    น่าสนใจดีนะครับ

    #3
    0
  3. #2 Extra (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 18:48

    น่าสนใจจริงๆ

    #2
    0