อุส่าห์ได้เกิดเป็นตัวประกอบ...แต่ทำไมต้องเป็นพี่ชายนางร้ายในเกมจีบหนุ่มด้วยล่ะ!!!

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,954
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 364 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

ตอนที่ 9 พบราชาครั้งแรก



ตอนนี้ไคลน์กำลังเดินทางไปที่พระราชวัง และเพราะการเดินทางมันค่อนค้างน่าเบื่อลูน่าในตอนนี้เลยนอนหนุนตักของไคลน์อยู่

"ท่านไคลน์ เห็นเมืองหลวงแล้วครับ"

คนขับรถม้าหันมาบอกกับไคลน์

"เป็นเมืองที่ใหญ่ดีนะ"

เมื่อได้ยินเขาจึงลองมองออกไปข้างนอก เมืองหลวงของราชอาณาจักรฟาร์น่า เมืองฟาร์น่า เป็นเมืองหลวงที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีผู้คนแออัดกันเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของขุนนางส่วนใหญ่อีกด้วย ทำให้มีพ่อค้าหลายคนมาขายของที่นี้เพื่อหวังเงินจากพวกขุนนาง

และก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่เมืองใหญ่แบบนี้กลับไม่มีสลัม เพราะแม้แต่เขตปกครองของไคลน์กว่าครึ่งเองก็เป็นสลัมโดยส่วนใหญ่ เพราะพ่อของเขาไม่ถนัดเรื่องการบริหาร


เมื่อเข้ามาในตัวเมืองเขาก็จะเห็นผู้คนเดินไปมาตลอดทาง ซึ่งเต็มไปด้วยความคึกครื้นและพงกเขาก็ดูมีฐานะที่มั่นคงแตกต่างจากเมืองของไคลน์เมื่อ 4 ปีก่อนอย่างมาก

ซึ่งมันเป็นตัวบ่งบอกอย่างว่าผู้ปกครองคนนั้นเป็นคนที่มีความสามารถจนถึงขนาดยกความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นได้

มันปฎิเสธไม่ได้ว่าราชาคนปัจจุบันนั่นเก่งกว่าไคลน์มาก เพราะที่ไคลน์ทำได้ขนาดนี้ก็เป็นผลมาจากความรู้สมัยใหม่ ซึ่งแตกต่างจากราชาคนปัจจุบันที่ไม่ได้มีความรู้สมัยใหม่แบบเขาแต่ก็ยังทำได้ขนาดนี้

ทันทำให้เขาให้เขาอดคิดไม่ได้เลยว่าถ้าราชาคนนี้ได้ไปอยู่ที่โลกของเขาแล้วเป็นนายยกแทนตาแก่จะทำให้ผู้คนมีความเป็นอยู่ดีขนาดไหน

"ว้าว~ ท่านลูน่าค่ะ ดูสิคะคนเดินเต็มไปหมดเลย แถมยังมีร้านแผงลอยเต็มไปหมดด้วยค่ะ"

เด็กสาวผมน้ำตาลหน้าตาหน้ารักผู้ปล่อยออร่าแห่งความสดใสที่ชวนให้พี่หมีอยากพาไปกินไอติมตาลุกวาวเป็นประกาย เธอหันไปเรียกลูน่าที่กำลังหลับปุ่ยบนตักของไคลน์ซึ่งพอมองดูแล้วก็ดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาเจ้าหญิงน้อยจริงๆ

"อืม~ มีอะไรหรอมาเรีย กำลังฝันดีอยู่เชียว"

ใช่ เด็กสาวผมน้ำตาลสุดร่าเริงคนนี้คือมาเรีย นางเอกของเกม(แต่ไม่ใช้ของนิยายเรื่องนี้)ผู้มอบจุดจบให้กับน้องสาวของเขา

หากถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ละก็ ต้องย้อนกลับไปเมื่อปีก่อนช่วงที่มาเรียอายุ 7 ปีซึ่งอยู่ในวัยกำลังซน เธอวิ่งไล่เหยี่ยวนกเขาท้องขาวที่เป็นสัตว์เลี้ยงของไคลน์จนหลงเข้ามาในคฤหาสน์ของไคลน์และไปจ๊ะเอ๋กับลูน่าที่ฝึกเวทมนต์กับอาริอยู่

และด้วยความใส่ซื่อบวกกับความอยากรู้อยากเห็นเธอจึงเข้าไปถามลูน่าด้วยความตื่นเต้นจนในที่สุดทั้งสองคนก็กลายเป็นเพื่อนกัน

"มีแต่ของที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งนั้นเลย ท่านไคลน์ค่ะ! หนูขอไปเดินดูรอบเมืองได้ไหมค่ะ!?"

"หนูเองก็ขอด้วยคนนะค่ะท่านพี่"

มาเรียและลูน่าหันมาขอร้องกับไคลน์ผู้ที่เป็นผู้ปกครองของทั้งสองคนในตอนนี้

ก่อนจะออกจากเมืองมาเรียมาขอให้ไคลน์พาเธอไปด้วย ช่วงแรกๆเขาก็ปฎิเสธไป แต่พอโดนขอมากๆเข้าจึงยอมให้มาด้วนภายใต้กฎที่ว่าต้องเชื่อฟังเขาด้วย

"เอาไว้หลังพี่เสร็จธุระแล้วจะพาเดินรอบเมืองแล้วกันนะ ตกลงไหม?"

"ค่ะ"×2



เมื่อมาถึง ไคลน์ อลิซ ลูน่าและมาเรียก็ลงจากรถม้าและเดินเข้าไปข้างใน

และระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั่นก็ไปสะดุดตาเข้ากับกลุ่มเด็ก 4 คนที่เป็นชาย 3 หญิง 1 ซึ่งเด็กชายทั้งสามคนนี้คือเหล่าองค์ชายเจ้าปัญหาที่เป็นเป้าหมายจีบผู้รอคอยให้นางเอกอย่างมาเรียมาแก้ปัญหาชีวิตจนดูสมกับเป็นเจ้าชายขึ้นมาจริงๆ

และไอ้ความเจ้าปัญหานี้ก็ไม่ใช่เล่นๆ เพราะนอกจากปัญหาชีวิตแล้วยังไร้ประโยชน์ หน้าด้าน หัวแข็ง หยิ่ง อวดดี แถมยังโดนพวกขุนนางหลอกใช้เอาง่ายๆ เรียกได้ว่าเป็นองค์ชายที่มีดีแค่หน้าตาจริงๆ

ถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากให้ลูน่าไปแต่งงานกับคนแบบนั้นหรอก แค่ให้หมั่นก็ไม่อยาก เป็นไปได้ก็อยากให้เป็นแค่เพื่อนถ้าเจ้าพวกนั่นมันเหมือนกับในเกมล่ะนะ

ส่วนผู้หญิงอีกคน-

"พวกนายมาทำอะไรที่นี้งั้นหรอ? หรือว่าคุณพ่อของพวกนายก็โดนท่านพ่อเรียกมาเหมือนกัน"

เจ้าชายลำดับที่สอง ลุกซ์ ฟาร์น่า เดินเข้ามาหาพวกไคลน์

"อา ใช้แล้วละ"

ไคลน์ตอบออกไปก่อนที่เขาจะคิดอะไรได้

"จริงสิ! ลูน่า มาเรีย ระหว่างที่ชั้นไม่อยู่ก็ไปเล่นกับพวกเขาก็แล้วกันนะ อลิซ ฝากดูแลทั้งสองแทนผมทีน่ะ"

"ค่ะ"×3

ในระหว่างที่ไคลน์กำลังคุยกับทั้งสามคนอยู่ก็มีอัศวินคนนึงเดินเข้ามา

"ท่านไคลน์ เชิญทางนี้ครับ"



"โอ้ มาแล้วหรอ?"

"ในที่สุดก็มาได้สักทีน่ะ"

"..."

"ขอโทษครับ พอดีนี้เป็นครั้งแรกที่มา"

"หึ"

เมื่อเข้ามาในห้องนี้ก็จะพบกับคน 4 คนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะกลมในห้องกันคนละมุม ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ดยุกใหญ่แห่งฟาร์น่าและราชาคนปัจจุบัน

1.ราชากาเซล ฟาร์น่าที่ 4

2.1 ใน 4 ขุนนางใหญ่ คิวธิส คามายด์

3.1 ใน 4 ขุนนางใหญ่ พาร์ คริสเตียน

4.1 ใน 4 ขุนนางใหญ่ อัลลิโก้ มัลโก้

และสุดท้าย 1 ใน 4 ขุนนางใหญ่ ไคลน์ ฟรอนเทียร์

 และทางซ้ายมือของไคลน์ก็จะมีเก้าอี้ว่างอยู่

"เอาล่ะ ในเมื่อมากันครบแล้วเราก็มาประชุมกันเถอะ"


"เมื่อไม่กี่วันก่อนที่เขตของของบารอนทัส คาร์บาลถูกโจมตีโดยกองทัพที่คาดว่าน่าจะเป็นของอาณาจักรบูลเลอร์น่ะ"ราชากาเซล

"แล้วผลล่ะ เป็นไง?"คิวธิส

"ถึงจะปกกันได้สำเร็จแต่ตัวเมืองก็เสียหายนัก ส่วนพวกเชลยศึกเอง ทันทีที่โดนจับก็ตายทันที คงจะเป็นเวทย์คำสาป"ราชาการเซล

"งั้นหรอ"คิวธิส

"จะว่าไปแล้วทางดยุกฟรอนเทียร์ล่ะ? เป็นไงบ้าง?"อัลลิโก้

"คนของผมจับนักฆ่าได้คนนึง ตอนนี้ก็คุมตัวไว้อยู่ที่เมือง ถ้าต้องการจะลองสอบปากคำดูมั้ยครับ?"ไคลน์

"งั้นเดี๋ยวข้าจะส่งคนไปดู"ราชากาเซล

"ครับ"ไคลน์

"แล้วเจ้าล่ะ พาร์"ราชากาเซล

"ของผมมีรายงานมาว่าพบทหารของจักรวรรดิ์ในดินแดนใกล้เคียงเป็นครั้งคราว เจ้าพวกนั้นคงจะพยายามขโมยข้อมูลและตัดกำลังรบของพงกขุนนางอยู่ ที่เขตของผมเองพักหลังมานี่ก็เริ่มเกิดเรื่องแปลกๆขึ้นเรื่อยๆ"

"งั้นหรอ เจ้าเองก็กำลังลำบากสินะ"ราชากาเซล

"เอ่อ...คือ ขอผมพูดอะไรหน่อยได้ไหม?"ไคลน์

"หืม? ได้สิ ว่ามาเลย"ราชากาเซล

"อ่า คือ เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน คนของผมได้บังเอิญไปเห็นพวกจักรวรรดิบูลเลอร์ส่งคนเข้ามายังดินแดนของปีศาจซึ่งเป็นบริเวณที่ใกล้เคียงกับเขตของผมน่ะ"ไคลน์

"ว่าไงน่ะ! แดนปีศาจ เจ้าพวกนั้นมันไปทำอะไรที่นั่น!?"ราชากาเซล

"เกี่ยวกับเรื่องนั่น หลังตรวจสอบมาก็พบว่าพวกมันเอาทาสไปทิ้งไว้ที่นั่น แต่ว่า ที่เกาะนั่นมีปีศาจอยู่ครับ"ไคลน์

"ไม่ใช่ว่าพวกปีศาจถูกกำจัดไปหมดแล้วหรอ?"คิวธิส

"ผมก็เคยคิดแบบนั้น แต่พวกมันคงหลบซ่อนตัวและหาจังหวะจัดการพวกเรา ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าพวกมันกำลังร่วมมือกับจักรวรรดิอยู่และคิดจะบุกอาณาจักรนี้ครับ"

"คิดว่าชั้นจะเชื่อคำพูดของเด็กรึไง"อัลลิโก้

"ผมเข้าใจดีว่าพวกคุณอาจจะไม่เชื่อ แต่ผมลองให้คนของผมเข้าไปตรวจดูแล้วไม่ผิดแน่นอน เจ้าพวกนั้นคิดจะบุกอาณาจักรนี้แน่ๆ ส่วนเรื่องที่ร่วมมือกับปีศาจจริงรึเปล่านั่นยังยืนยันไม่ได้ครับ"ไคลน์

หลังจากรายงานของไคลน์ทุกๆคนก็เริ่มที่จะแสดงสีหน้าลำบากใจ

"ทำไงดีล่ะ ลำพังแค่ทหารของจักรวรรดิก็รับมือยากแล้ว ถ้าเรื่องที่มันร่วมมือกับปีศาจเป็นเรื่องจริงละก็ พงกเราแย่แน่"อัลลิโก้

ราชากาเซลกล่าวออกมาอย่างวิตกกังวล

"และเพราะแบบนั้นผมเลยพัฒนาอาวุธชนิดใหม่ขึ้นมาครับ"ไคลน์

"อาวุธใหม่?"

ราชากาเซลพูดออกมาอย่างสงสัย

จากนั้นไคลน์ก็เอากระดาษสองม้วนออกมา ม้วนแรกเป็นวิธีทำดินปืน ส่วนอันที่สองก็เป็นปืนไรเฟิลแบบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นฉบับสมบูรณ์ไม่เหมือนกับที่พวกจักรวรรดิได้ไป ที่นอกจากจะไม่สมบูรณ์แล้วยังล้าหลังด้วย

"นี่มัน..."ราชากาเซล

"อาวุธสงครามที่จะช่วยให้เราชนะไงละ"ไคลน์

"ช่วยให้ชนะหรอ? ไอผงประหลาดๆ กับแท่งไม้ติดท่อเหล็กเนี้ยจะช่วยให้เราชนะพวกจักรวรรดิได้ยังไงกัน?"อัลลิโก้

"ผมก็คงพูดว่าให้เชื่อไม่ได้ แต่ ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้จัดการกับศัตรูจากระยะไกล แม้ว่าพลังทำลายจะต่ำแต่จุดเด่นของมันคือพลังในการทะลุทะลวงที่แม้แต่เกราะเหล็กก็ไม่อาจต้านทานได้"

แล้วไคลน์ก็หยิบม้วนกระดาษอีกอันขึ้นมาก่อนที่มันจะค่อยๆไหม้ไปแล้วกลายเป็นปืนไรเฟิล

"โฮ่ คัมภีร์เก็บของรึ"คิวธิส

"จะให้แบบกอาวุธเข้าพระราชวังมันก็ไม่ได้ผมเลยต้องเก็บมันไว้ในนี้แทน"ไคลน์

"งั้น ไปทดสอบสมรรถภาพของมันกันเลยไหม?"คิวธิส

"อืม นั่นสินะ"ราชากาเซล




ไคลน์และคนอื่นๆลงมายังลานกว้างภายในเขตปราสาทซึ่งเป็นที่ฝึกของพวกองค์ชาย

"ถ้างั้น คุณคิวธิส ช่วยเป็นคนทดสอบทีนะครับ"

จากนั้นคิวธิสก็รับเอาปืนจากไคลน์ไป สาเหตุที่ไคลน์ต้องให้คิวธิสเป็นคนยิงเพราะเขาตัวเล็กเกินไป

หลังอธิบายวิธีใช้คร่าวๆเขาก็เล็งไปที่ชุดเกราะที่ตั้งอยู่ห่างออกไป 10 เมตร

ปัง!!!

ทุกๆคนในที่นั้นยกเว้นไคลน์ตื่นตระหนกตกใจและยกมือขึ้นมาปิดหู

ลืมบอกว่ามันเสียงดังเลยแหะ...

แต่ก็น่าตกใจที่คิวธิสไม่สะทกสะท้านอะไรเลย

"เป็นอาวุธที่น่ากลัวจริงๆ"

คิวธิสพูดออกมา ส่งให้ทุกคนให้ไปมองยังเกราะเหล็กที่อยู่บนพื้น ปรากฎรูขนาดเท่าลูกเหล็กที่ปืนยิงออกไป

"สิ่งสำคัญที่ทำให้สามารถยิงมันออกไปได้คือดินปืน หากไม่มีดินปืนละก็ ก็จะผลิตกระสุนไม่ได้ และถ้าใส่ดินปืนน้อยไปแรงของกระสุนก็จะตกด้วย"

"ไม่น่าเชื่อ..."อัลลิโก้

"ถ้าเรามีเจ้าสิ่งนี้ละก็ การจะเอาชนะพวกจักรวรรดิก็ไม่ใช่เรื่องยาก"พาร์

"อืม ที่เหลือคงมีแต่ต้องรีบแจ้งไปยังขุนนางที่อยู่ชายแดนให้เตรียมรับมือกับพวกจักรวรรดิ อัลลิโก้! เจ้าจงผลิตปืนให้ได้มากที่สุด! พาร์! เจ้าจงให้คนของเจ้าผลิตดินปืนและกระสุนปืนเตรียมไว้ให้ได้มากที่สุด! คิวธิส ฝึกทหารของเจ้าให้พร้อมใช้งานเจ้าสิ่งนี้ซะ!  ไคลน์ เจ้าคงจะรู้ความเคลื่อนไหวของดี เพราะงั้น! จงเขียนรายงานการเคลื่อนไหวของศัตรูมาให้ข้า!"

"ครับ"×4








เหล่าองค์ชายผู้เป็นเป้าหมายจีบโผล่มาแล้ว!

ลูน่าและมาเรียกลายเป็นเพื่อนกัน?

จุดเริ่มต้นของสงครามและการลงสนามครั้งแรกของปืนในโลกแห่งนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 364 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #50 Chaos I (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 20:33
    สรุปแล้วองค์ชายมันมีแค่ยศกันจริงๆสินะ5555
    #50
    0
  2. #27 Eimiaz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 15:36

    สนุกๆตอนต่อไปๆ
    #27
    0
  3. #25 People-IN-Kalaxy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 14:54

    พึ่งมาอ่าน เนื้อเรื่องน่าติดตามดีคับรอตอนต่อไปอยู่นะ

    ปล.แก้เฉลยศึกเป็นเชลยศึก

    #25
    0
  4. #23 isanaikun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 20:25

    เจ้าชายดูไม่น่าจีบเลยฟะ 555

    #23
    0
  5. #22 APHELIOS (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 05:08
    สนุกต่อเลย
    #22
    0
  6. #20 Noname (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 17:31

    ไคลน์เนี่ยได้เมียมาสองคนแล้วจะมีเพิ่มอีกมั้ย

    #20
    0
  7. #19 ImNool3z (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 16:30

    นิสัยองค์ชายนี่มันน่าจีบตรงไหนฟ๊ะไม่เข้าใจ

    #19
    0