อุส่าห์ได้เกิดเป็นตัวประกอบ...แต่ทำไมต้องเป็นพี่ชายนางร้ายในเกมจีบหนุ่มด้วยล่ะ!!!

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,699
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 340 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

ตอนที่ 7 อาริ


"....."

เหล่าทาสนั่นเงียบสนิท พวกเขาไม่ชอบพวกขุนนางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นเด็กพวกเขาก็ไม่อยากจะเชื่อคำพูดนั่น เพราะลูกคุณนางมักมีนิสัยไม่ต่างจากพ่อแม่

แต่พวกเขาก็ยังไม่อยากตายอยู่ที่นี้

เพราะพวกเขาเชื่อว่าสักวันพวกเขาต้องเป็นอิสระ...

อย่างน้อยก็อยากให้เด็กๆในนี้ได้ใช้ชีวิตตามปกติไม่เหมือกับพวกเขาที่เป็นทาส

"อย่างน้อยก็ยังดีกว่าตายอยู่ที่นี้ละน่ะ"

คนแคระคนนึงพูดขึ้น

"นั่นสิน่ะ"

"พวกเราในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว"

พวกเขาทุกคนตกลงกันที่จะไปด้วยกันทั้งหมด



"ช่วยไปบอกให้อัลเฟรดเตรียมเรือสำหรับ 100 คนมาที่นี้ทีน่ะ"

"ก็ได้อยู่หรอก แต่ขอถามเหตุผลหน่อยได้ไหม?"

โทรุที่ถูกไคลน์ขอร้องก็ถามถึงเหตุผล

"จะเอามาขนพวกทาสที่อยู่ที่นี้กลับเมืองหน่ะ"

"งั้นเหรอ เอาเถอะ ของตอบแทนก็ขอเป็นอาหารอร่อยๆหลังเจ้ากลับไปก็แล้วกัน"

เมื่อได้ฟังเหตุผลเจ้าตัวก็ผยักหน้าเข้าใจ เธอเรียกปีกของเธอออกมาและบินออกไปตรงไปยังเมืองของไคลน์ เขายืนมองโทรุที่ค่อยๆบินไปไกลขึ้นเรื่อยๆ

ไปช่วยอลิซดีกว่า...

ไคลน์หันหลังและเดินกลัยไปยังปราสาท

เมื่อมาถึงเขาก็ไปยังห้องครัว

ในตอนนี้อลิซกำลังเตรียมอาหารสำหรับพวกทาสเอาไว้อยู่

เขาคิดว่าถ้าได้ทาสเหล่านี้มาเพิ่มจะต้องทำใฟ้เมืองพัฒนาไปได้มากแน่ และเพื่อการนั้นเขาจะต้องเตรียมคนเหล่านี้ให้พร้อมทำงาน

ซึ่งอย่างแรกก็ต้องปากท้อง ทาสทั้งหมดในนั้นมีร่างกายที่อ่อนแอ สังเกตได้จากการที่พวกเขาไม่ลุกขึ้นมาไล่หรือข่มขู่เขา

อย่างน้อยเขาก็คิดแบบนั่น

"ท่านไคลน์ค่ะ คือชั้นมีเรื่องสงสัยอยู่เรื่งองนึง"

"อะไรหรอ?"

"ทำไมทาสพวกนั่นถึงได้มาอยู่ที่นี้หรอค่ะ?"

เรื่องนี้เองหรอกหรอ...

"เครื่องสังเวยไงละ"

"เครื่องสังเวยหรอค่ะ?"

"อา ใช้สำหรับเรียกจอมมารน่ะ"

"จ-จอมมาร!"

เธอตกใจกับคำพูดของไคลน์มาก

จอมมาร! ที่เขากำลังพูดถึงอยู่คือจอมมาร ศัตรูที่อันตรายที่สุดของมนุษยชาติ และยังเป็นผู้นำทัพปีศาจเข้าสังหารเทพเจ้าในอดีต จนพวกเขาต้องเรียกผู้กล้าออกมาช่วยปราบในที่สุด

"จริงๆแล้วการเรียกจอมมารน่ะ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องสังเวยหรอก มันแค่ต้องใช้พลังเวทย์จำนวนมหาศาลในการเรียกเท่านั้น

แต่เพราะปริมาณที่มากเกินไปจึงทำให้พวกปีศาจจำเป็นต้องเปลี่ยนจากพลังชีวิตเป็นพลังเวทย์ พวกทาสที่อยู่ในห้องนั้นก็ถูกจับมาเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังเวทย์

ยิ่งคนที่จับมามีพลังชีวิตมาก พลังเวทย์ที่ได้ก็ยิ่งเยอะตามไปด้วย เพราะงั้นพวกเอลฟ์ที่มีอายุยืนยาวจึงเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ก็อย่างที่เธอเห็น ส่วนใหญ่ในห้องนั้นก็จะเป็นเอลฟ์"

ไคลน์อธิบายให้อลิซ

"แต่...ชั้นไม่เห็นปีศาจเลยนะค่ะ"

เมื่อฟังมาจนจบเธอก็เกิดความสงสัยขึ้น

"ผมจัดการไปแล้วล่ะ เพราะเห็นผมเป็นเด็กมันเลยประมาทไม่ร่ายเวทย์ป้องกันหรือวางกับดักไว้ และก็เป็นแวมไพร์หน่ะ"

"งั้น...หรอค่ะ"

อลิซก้มหน้าลงและกำหมัดแน่น

ไม่ได้ช่วย...อะไรเลย




อลิซเดินมายังห้องที่พวกทาสอยู่ เธอเปิดประตูและเดินเข้าไป เมื่อเข้ามายังข้างในทุกสายตาก็จับจ้องไปมายังเธอ

"มีอะไรอีกหล่ะ ไม่ใช่ว่าพวกเรายังมีเวลาอีกสองวันในการตัดสินใจไม่ใช่หรอ?"

แม้จะโดนถามเช่นนั้นแต่ก็ไม่ได้สนใจ เธอเริ่มร่ายเวทย์และยิงใส่ทาสที่อยู่ในห้องนั้น

ช่วงนึง...พวกเขาคิดว่าจะถูกฆ่า....

เคร้ง!

แต่สิ่งที่ตามมาคือเสียงของโซ่ที่ถูกตัดขาด

"ท่านไคลน์มีคำสั่งให้พาพวกเจ้าไปทานอาหาร"

เธอพูดเพียงแค่นั้นและหันหลังเดินกลับไป

เหล่าทาสในห้องต่างงุนงงในสิ่งที่เกิดขึ้น 

ทานอาหาร? หรือเขาคิดว่าพวกเราจะปฎิเสธจึงคิดจะซื้อใจ?

พวกเขายังคงอยู่ในท่าที่ไม่เข้าใจ อลิซที่รู้สึกว่าพวกเขายังไม่ตามจึงหยุดเดินและหันกลับไปเรียก

"ตามมา"




"หวา~"

อาหารมากมายถูกวางเรียงรายกันอยู่ทั่วห้อง สีสันสวยงาม กลิ่นหอมที่ชวนให้น้ำลายไหล ตรงหน้สของพวกเขาคืออาหาร เป็นอาหารจริงๆไม่ใช่ของเหลือเน่าๆเหมือนที่ผ่านมา

ดวงตาของพวกเขาลุกวาวเป็นประกาย

"เชิญกินได้เท่าที่ต้องการเลย"

"จะดีเหรอ? มากมายขนาดนี้..."

"อาหารพวกนี้มาจากห้องเก็บเสบียงของปราสาทนี้ ต่อให้พวกคุณจะกินจนพุงกางก็ไม่ได้ทำให้ผมลำบากหรอก เพราะงั้นอยากกินเท่าไหร่ก็เชิญเลย"

และแล้วงานเลี้ยงก็เริ่มขึ้น พวกเขาต่างทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่ยอย ภาพแห่งความสุขเช่นนี้มันทำให้เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้

ภาพที่เด็กๆวิ่งเล่นกันสนุกสนาน...

ภาพที่พวกเขาทะเลาะ...

ภาพที่พวกเขาตั้งวงคุยกันในเรื่องของชีวิต

ภาพที่พวกเขาได้ยิ้มอีกครั้งในโลกที่โหดร้าย...

เป็นภาพที่ทุกๆคนลืม...

ลืมเรื่องราวแย่ๆที่ผ่านมา...

และภาพของตัวเขาในอดีตกับเหล่าเพื่อนๆของเขาก็พุดขึ้นมาจากความทรงจำ

"เร็วสันติ เดี๋ยวจะไม่ทันเอา"

"ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ งานเลี้ยงมันไม่หนีไปไหนหรอกน่ะ"

"แต่ถ้าเจ้าภาพอย่างนายไม่อยู่งานก็กร่อยกันพอดี"

ภาพแห่งความสุขของเขาและเพื่อนๆในกลุ่มที่อยู่กันพร้อมหน้า

ไม่มีใครตาย

ทุกๆคนยังอยู่

น่าคิดถึงจังแหะ...

เจ้าพวกนั้นจะได้เกิดใหม่เหมือนเราไหมน่ะ?

แล้วโลกที่เจ้าพงกนั้นเกิดจะเป็นโลกแบบไหนกัน? เกมจีบหนุ่ม? เกมจีบสาว? โลกอนิเมะ? หรือว่าหนัง?

แล้วเจ้าพวกนั้นจะมีความสุขดีรึเปล่า?

"ไม่อยากให้หายไปเลยแหะ อยากให้มันเป็นแบบนี้...ตลอดไป"

ไคลน์พูดออกมาแบบไม่คิด แต่ถึงแบบนั้น มันก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ ในความเป็นจริงเขาจะแกล้งฆ่าตัวตายก็ได้ แต่เขาก็ไม่ทำ มันคงเพราะว่าลึกๆแล้วเขาก็อยากจะพัฒนามันด้วยตัวเองดู...

พัฒนาเมืองของพ่อและพิสูจน์ว่าเจ้าแก่นั่นคิดผิด คิดผิดเรื่องที่ถ้าเขาได้มาปกครองแล้วจะเป็นเหมือนกับมัน

ซึ่งเขายังคงจ้องมองภาพตรงหน้าไม่หันไปไหน

โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีคนคอยมองเขาอยู่ข้างๆ นั่นก็คือ อาริ เธอสังเกตเห็นว่าไคลน์เอาแต่มองเพียงอย่างเดียว เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย

ตอนแรกเธอกะว่าจะเข้าไปทักอีกฝ่าย แต่พอแววตาของเขาก็ทำให้เธอต้องหยุดความคิดนั้น เพราะแววตาที่เธอเห็นในตอนนี้ มันแตกต่างจากก่อนหน้าที่เจอกันครั้งแรก

ครั้งแรกที่เจอมันเป็นแววตาที่ดูลึกลับ ยากที่จะยั่งถึง ไม่อาจคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายได้

แต่ตอนนี้มันต่างกัน มันเป็นแววตาของคนที่กำลังคิดถึงบางอย่าง...

ในแววตานั่นเธอมองเห็นความสุข...แต่ก็มีความเศร้า

เธอหันไปมองยังทางที่ไคลน์กำลังจ้องมองอยู่

อ่า...นั่นสินะ

"ไม่อยากให้ภาพแบบนี้มันหายไปเลยจริงๆ"

"หืม? ตั้งแต่เมื่อไหร่?"

ไคลน์ที่พึ่งรู้สึกตัวว่าไม่ได้อยู่คนเดียวก็ดึงสติกลับมาทันที

"ก็ตั้งแต่ที่เจ้าเริ่มเพ้อเจ้อถึงเรื่องต่างๆละน่ะ"

"หรอ"

"ไม่รับมุกเลยนะ"

"เพราะมันเป็นความจริงละน่ะ"

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยก็ทำเอาเธอหมดความคิดที่จะปั่นหัวเล่น

"เป็นเด็กที่แก่แดดซะจริงนะเจ้าน่ะ"

"จะให้ทำตัวเป็นเด็กไปตลอดมันก็ไม่ได้นิ"

ไคลน์ตอบคำถามของอีกฝ่ายด้วยเสียงเรียบนิ่ง ไคลน์ในเวลานี้ไม่ใช่ไคลน์ ฟรอนเทียร์ แต่เป็น สันติ หังหน้ากลุ่ม ซีโร่ ชายผู้ที่ทำในสิ่งที่ไม่มีใครกล้าทำ เพราะแม้แต่คุณรุ่งเรืองที่เป็นศัตรูกับตาแก่แบบออกนอกหน้ายังไม่กล้าทำแบบไคลน์

"จะว่าไปผมยังไม่ได้แนะนำตัวสินะ ชื่อของผมคือไคลน์ ไคลน์ ฟรอนเทียร์ ผู้นำตระกูลฟรอนเทียร์คนปัจจุบัน และเป็นดยุกแห่งอาณาจักรฟาร์น่า"

"ข้ามีนามว่าอาริ อาริ เอลฟาเรียน อดีตราชินีแห่งเอลฟ์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ท่านดยุกฟรอนเทียร์"

อาริ...ราชินีเอลฟ์!

ในเนื้อเรื่องเธอต้องตายไปแล้วนิ! ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่ล่ะ? แต่เราก็ไม่ได้ยุ่งเรื่องนี้นิ แล้วทำไม...

ดวงตาของไคลน์ส่อแววตื่นตระหนก อาริที่สังเกตไคลน์อยู่ตลอดก็เกิดความสงสัยขึ้นมา

"มีอะไรหรอ?"

"อะ! เปล่าหรอก แค่สงสัยว่าทำไมราชินีเอลฟ์ถึงมาอยู่ที่นี้น่ะ"

"เรื่องนั้นเองหรอกหรอ..."

เธอคบฟันแน่นขึ้น

คงผ่านอะไรที่เลวร้ายมาสินะ

"มันเป็นเรื่องเมื่อประมาณสามเดือนก่อนน่ะ

เมื่อประมาณสามเดือนก่อน เผ่าเอลฟ์ของพวกเราถูกโจมตีโดยทหารของจักรวรรดิบูลเลอร์ แม้ว่าพงกเราจะมีป้อมปราการที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยจำนวนของศัตรูที่มากกว่าทำให้พวกเราไม่อาจต้านทานได้ไหวและพ้ายแพ้ไปในที่สุด

พวกข้าที่เหลือนั่นไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจที่จะหลบหนีไปยังที่ซ่อน แต่ว่า...เจ้าพวกนั้นกลับหาเจอ และก็เป็นอย่างที่เห็น พวกข้านั่นถูกจับมาเป็นทาสและถูกส่งตัวมาที่นี้"

อย่างงี้นี่เอง หมายความว่าเรามาช่วยเธอได้ทันก่อนที่เธอจะตายสินะ

"เสียใจด้วยน่ะ"

เธอสายหัวเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร

"เกี่ยวกับเรื่องคำตอบ พวกเราทุกคนตกลงที่จะไปกับเจ้า"

"งั้นหรอ แต่...ถึงยังไงก็คงต้องรออีกสองวันละน่ะ"

"หมายความว่าไง?"

"เรือที่พวกผมนั่งมามันไม่พอสำหรับ 100 คนน่ะ ชั้นส่งคำสั่งให้เอาเรือมาเพิ่มแล้ว อีกสักสองวันก็น่าจะถึงแล้วล่ะ"

"เข้าใจแล้ว"

และค่ำคืนแห่งความสุขก็ผ่านพ้นไป...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 340 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

94 ความคิดเห็น

  1. #93 Deathcore (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2564 / 08:22

    ชอบพระเอกแบบนี้แหละ สุขขุม เยือกเย็น คิด วิเคราะห์ แยกแยะ

    #93
    0
  2. #86 nothsretr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 19:53
    สุดยอดๆๆๆๆ
    #86
    0
  3. #77 natthayadangsod1 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 12:22
    นะค่ะx นะคะ√
    #77
    0